"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"
Group Blog
 
All Blogs
 

งานวิจัยฉบับที่ 9 EMA 5, 10

งานฉบับนี้นำ EMA 5, 10 มาทำการทดสอบความสามารถในการทำกำไรเทียบกับการลงทุนแบบ buy-and-hold โดยการใช้ข้อมูลรายวันของ SET Index (ต้องการศึกษาภาพรวมของทั้งตลาด จึงไม่เจาะจงหุ้นเป็นรายตัว) ตั้งแต่วันที่ 14/12/2000 ถึง 23/7/2004 เก็บข้อมูลจาก REUTERS Version Kobra โดยมี Transaction Cost คือ อัตราค่านายหน้า 0.25% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% การคิด Return ใช้วิธี Continuous Compounded Return สัญญาณการซื้อขายของ EMA 5, 10 คือ
EMA Cross คือ พิจารณาที่เส้น EMA 5 และเส้น EMA 10 หาก EMA 5 ตัดเส้น EMA 10 ขึ้น ให้ซื้อ ตัดลงให้ขาย (นั่นคือค่า EMA5 > EMA 10 ให้ซื้อ, EMA5 < EMA10 ให้ขาย)

Assumption ในการศึกษาคือ
1.คิดอัตราผลตอบแทนเฉพาะ Capital gain เท่านั้น ไม่นำ Dividend yield มาคิด
2.ช่วงที่สัญญาณบอกให้ขาย ให้นำเงินนั้นไปลงทุนใน risk free เท่านั้นไม่มีการนำเงินไปทำอย่างอื่น โดย risk free rate ที่ใช้ ใช้ Repo 1 day rate โดยการเก็บข้อมูลจาก DataStream
3. ใช้ราคาปิดมาคำนวณอัตราผลตอบแทน

ผลการทดสอบพบว่า
EMA 5, 10 ให้อัตราผลตอบแทน 90.75% ของช่วงเวลาศึกษา หรือ คิดเป็น 22.69% ต่อปี
การลงทุนแบบ buy-and-hold ให้อัตราผลตอบแทน 86.91% ของช่วงเวลาศึกษา หรือ คิดเป็น 21.73% ต่อปี

สรุปผลการทดลอง
เรียงลำดับวิธีการลงทุนที่ให้อัตราผลตอบแทนจากมากไปน้อยได้ดังนี้

EMA 5, 10 > Buy-and-hold > SSTO 80/20 > EMA 5, 35 > SSTO Cross 80/20 > MACD 12, 26 > EMA 10, 25 > SSTO Cross > SSTO 70/30 > SSTO Cross 70/30 > RSI 14 > RSI 4 > RSI 9 > RSI 20

เปรียบเทียบในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงเวลาที่ทำการศึกษา (ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกัน) อย่างมีนัยสำคัญ

***สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามทำการคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข โดยไม่ได้อ้างอิงหรือขออนุญาตล่วงหน้า***




 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 27 กรกฎาคม 2548 10:47:05 น.
Counter : 835 Pageviews.  

งานวิจัยฉบับที่ 8 EMA 5, 35

นี่เป็นงานวิจัยเล็กๆ ฉบับที่ 8 ที่ผมทำต่อจาก 7 ฉบับแรก

งานฉบับนี้นำ EMA 5, 35 มาทำการทดสอบความสามารถในการทำกำไรเทียบกับการลงทุนแบบ buy-and-hold โดยการใช้ข้อมูลรายวันของ SET Index (ต้องการศึกษาภาพรวมของทั้งตลาด จึงไม่เจาะจงหุ้นเป็นรายตัว) ตั้งแต่วันที่ 14/12/2000 ถึง 23/7/2004 เก็บข้อมูลจาก REUTERS Version Kobra โดยมี Transaction Cost คือ อัตราค่านายหน้า 0.25% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% การคิด Return ใช้วิธี Continuous Compounded Return สัญญาณการซื้อขายของ EMA 5, 35 คือ
EMA Cross คือ พิจารณาที่เส้น EMA 5 และเส้น EMA 35 หาก EMA 5 ตัดเส้น EMA 35 ขึ้น ให้ซื้อ ตัดเส้นลงให้ขาย

Assumption ในการศึกษาคือ
1.คิดอัตราผลตอบแทนเฉพาะ Capital gain เท่านั้น ไม่นำ Dividend yield มาคิด
2.ช่วงที่สัญญาณบอกให้ขาย ให้นำเงินนั้นไปลงทุนใน risk free เท่านั้นไม่มีการนำเงินไปทำอย่างอื่น โดย risk free rate ที่ใช้ ใช้ Repo 1 day rate โดยการเก็บข้อมูลจาก DataStream
3. ใช้ราคาปิดมาคำนวณอัตราผลตอบแทน

ผลการทดสอบพบว่า
EMA 5, 35 ให้อัตราผลตอบแทน 61.71% ของช่วงเวลาศึกษา หรือ คิดเป็น 15.43% ต่อปี
การลงทุนแบบ buy-and-hold ให้อัตราผลตอบแทน 86.91% ของช่วงเวลาศึกษา หรือ คิดเป็น 21.73% ต่อปี

สรุปผลการทดลอง
เรียงลำดับวิธีการลงทุนที่ให้อัตราผลตอบแทนจากมากไปน้อยได้ดังนี้

Buy-and-hold> SSTO 80/20 > EMA 5, 35 > SSTO Cross 80/20 > MACD 12, 26 > EMA 10, 25 > SSTO Cross > SSTO 70/30 > SSTO Cross 70/30 > RSI 14 > RSI 4 > RSI 9 > RSI 20

เปรียบเทียบในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงเวลาที่ทำการศึกษา (ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกัน) อย่างมีนัยสำคัญ

***สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามทำการคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข โดยไม่ได้อ้างอิงหรือขออนุญาตล่วงหน้า***




 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 27 กรกฎาคม 2548 10:47:23 น.
Counter : 441 Pageviews.  

งานวิจัยฉบับที่ 7 EMA 10, 25

นี่เป็นงานวิจัยเล็กๆ ฉบับที่ 7 ที่ผมทำต่อจาก 6 ฉบับแรก

งานฉบับนี้นำ EMA 10, 25 มาทำการทดสอบความสามารถในการทำกำไรเทียบกับการลงทุนแบบ buy-and-hold โดยการใช้ข้อมูลรายวันของ SET Index (ต้องการศึกษาภาพรวมของทั้งตลาด จึงไม่เจาะจงหุ้นเป็นรายตัว) ตั้งแต่วันที่ 14/12/2000 ถึง 23/7/2004 เก็บข้อมูลจาก REUTERS Version Kobra โดยมี Transaction Cost คือ อัตราค่านายหน้า 0.25% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% การคิด Return ใช้วิธี Continuous Compounded Return สัญญาณการซื้อขายของ EMA 10, 25 คือ
EMA Cross คือ พิจารณาที่เส้น EMA 10 และเส้น EMA 25 หาก EMA 10 ตัดเส้น EMA 25 ขึ้น ให้ซื้อ ตัดเส้นลงให้ขาย

Assumption ในการศึกษาคือ
1.คิดอัตราผลตอบแทนเฉพาะ Capital gain เท่านั้น ไม่นำ Dividend yield มาคิด
2.ช่วงที่สัญญาณบอกให้ขาย ให้นำเงินนั้นไปลงทุนใน risk free เท่านั้นไม่มีการนำเงินไปทำอย่างอื่น โดย risk free rate ที่ใช้ ใช้ Repo 1 day rate โดยการเก็บข้อมูลจาก DataStream
3. ใช้ราคาปิดมาคำนวณอัตราผลตอบแทน

ผลการทดสอบพบว่า
EMA 10, 25 ให้อัตราผลตอบแทน 56.50% ของช่วงเวลาศึกษา หรือ คิดเป็น 14.13% ต่อปี
การลงทุนแบบ buy-and-hold ให้อัตราผลตอบแทน 86.91% ของช่วงเวลาศึกษา หรือ คิดเป็น 21.73% ต่อปี

สรุปผลการทดลอง
เรียงลำดับวิธีการลงทุนที่ให้อัตราผลตอบแทนจากมากไปน้อยได้ดังนี้

Buy-and-hold> SSTO 80/20 > SSTO Cross 80/20 > MACD 12, 26 > EMA 10, 25 > SSTO Cross > SSTO 70/30 > SSTO Cross 70/30 > RSI 14 > RSI 4 > RSI 9 > RSI 20

เปรียบเทียบในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงเวลาที่ทำการศึกษา (ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกัน) อย่างมีนัยสำคัญ

***สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามทำการคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข โดยไม่ได้อ้างอิงหรือขออนุญาตล่วงหน้า***




 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 27 กรกฎาคม 2548 10:47:49 น.
Counter : 690 Pageviews.  

งานวิจัยฉบับที่ 6 SSTO 80/20

นี่เป็นงานวิจัยเล็กๆ ฉบับที่ 6 ที่ผมทำต่อจาก 5 ฉบับแรก

งานฉบับนี้นำ SSTO 80/20 และ SSTO Cross 80/20 มาทำการทดสอบความสามารถในการทำกำไรเทียบกับการลงทุนแบบ buy-and-hold โดยการใช้ข้อมูลรายวันของ SET Index (ต้องการศึกษาภาพรวมของทั้งตลาด จึงไม่เจาะจงหุ้นเป็นรายตัว) ตั้งแต่วันที่ 14/12/2000 ถึง 23/7/2004 เก็บข้อมูลจาก REUTERS Version Kobra โดยมี Transaction Cost คือ อัตราค่านายหน้า 0.25% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% การคิด Return ใช้วิธี Continuous Compounded Return สัญญาณการซื้อขายของ SSTO 80/30 และ SSTO Cross 80/30 คือ
Stochastic 80/20 คือ พิจารณาที่เส้น%K และเส้น 80/20 หาก K ตัดเส้น 20 ขึ้น ให้ซื้อ ตัดเส้น 80 ลงให้ขาย
Stochastic Cross 80/20 คือ พิจารณาที่เส้น %K, %D และเส้น 80/20 หาก K ตัด D ขึ้นและจุดตัดอยู่ต่ำกว่าเส้น 20 ให้ซื้อ หากตัดลงและจุดตัดอยู่สูงกว่าเส้น 80 ให้ขาย

Assumption ในการศึกษาคือ
1.คิดอัตราผลตอบแทนเฉพาะ Capital gain เท่านั้น ไม่นำ Dividend yield มาคิด
2.ช่วงที่สัญญาณบอกให้ขาย ให้นำเงินนั้นไปลงทุนใน risk free เท่านั้นไม่มีการนำเงินไปทำอย่างอื่น โดย risk free rate ที่ใช้ ใช้ Repo 1 day rate โดยการเก็บข้อมูลจาก DataStream
3. ใช้ราคาปิดมาคำนวณอัตราผลตอบแทน

ผลการทดสอบพบว่า
Stochastic 80/20 ให้อัตราผลตอบแทน 64.09% ของช่วงเวลาศึกษา หรือ คิดเป็น 16.02% ต่อปี
Stochastic Cross 80/20 ให้อัตราผลตอบแทน 61.66% ของช่วงเวลาศึกษา หรือ คิดเป็น 15.42% ต่อปี
การลงทุนแบบ buy-and-hold ให้อัตราผลตอบแทน 86.91% ของช่วงเวลาศึกษา หรือ คิดเป็น 21.73% ต่อปี

สรุปผลการทดลอง
1. การลงทุนโดยใช้ SSTO 80/20 ให้อัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าการใช้ SSTO Cross 80/20, SSTO Cross 80/20 > SSTO Cross > SSTO 70/30 > SSTO Cross 70/30 ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงเวลาที่ทำการศึกษา (ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกัน) อย่างมีนัยสำคัญ
2. เรียงลำดับวิธีการลงทุนที่ให้อัตราผลตอบแทนจากมากไปน้อยได้ดังนี้

buy-and-hold> SSTO 80/20 > SSTO Cross 80/20 > MACD 12, 26 > SSTO Cross > SSTO 70/30 > SSTO Cross 70/30 > RSI 14 > RSI 4 > RSI 9 > RSI 20

เปรียบเทียบในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงเวลาที่ทำการศึกษา (ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกัน) อย่างมีนัยสำคัญ

***สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามทำการคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข โดยไม่ได้อ้างอิงหรือขออนุญาตล่วงหน้า***




 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 27 กรกฎาคม 2548 10:48:26 น.
Counter : 385 Pageviews.  

งานวิจัยฉบับที่ 5 RSI 4, RSI 9, RSI 20

นี่เป็นงานวิจัยเล็กๆ ฉบับที่ 5 ที่ผมทำต่อจาก 4 ฉบับแรก

งานฉบับนี้นำ RSI 4, RSI9, RSI 20 มาทำการทดสอบความสามารถในการทำกำไรเทียบกับการลงทุนแบบ buy-and-hold โดยการใช้ข้อมูลรายวันของ SET Index (ต้องการศึกษาภาพรวมของทั้งตลาด จึงไม่เจาะจงหุ้นเป็นรายตัว) ตั้งแต่วันที่ 14/12/2000 ถึง 23/7/2004 เก็บข้อมูลจาก REUTERS Version Kobra โดยมี Transaction Cost คือ อัตราค่านายหน้า 0.25% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% การคิด Return ใช้วิธี Continuous Compounded Return สัญญาณการซื้อขายของ RSI คือ
RSI 70/30 คือ พิจารณาที่เส้น RSI และเส้น 70/30 หาก RSI ตัดเส้น 30 ขึ้น ให้ซื้อ ตัดเส้น 70 ลงให้ขาย

Assumption ในการศึกษาคือ
1.คิดอัตราผลตอบแทนเฉพาะ Capital gain เท่านั้น ไม่นำ Dividend yield มาคิด
2.ช่วงที่สัญญาณบอกให้ขาย ให้นำเงินนั้นไปลงทุนใน risk free เท่านั้นไม่มีการนำเงินไปทำอย่างอื่น โดย risk free rate ที่ใช้ ใช้ Repo 1 day rate โดยการเก็บข้อมูลจาก DataStream
3. ใช้ราคาปิดมาคำนวณอัตราผลตอบแทน

ผลการทดสอบพบว่า
RSI 4 ให้อัตราผลตอบแทน 12.85% ของช่วงเวลาศึกษา หรือ คิดเป็น 3.21% ต่อปี
RSI 9 ให้อัตราผลตอบแทน 0.00045% ของช่วงเวลาศึกษา หรือ คิดเป็น 0.00011% ต่อปี
RSI 20 ให้อัตราผลตอบแทน -2.4% ของช่วงเวลาศึกษา หรือ คิดเป็น -0.6% ต่อปี
การลงทุนแบบ buy-and-hold ให้อัตราผลตอบแทน 86.91% ของช่วงเวลาศึกษา หรือ คิดเป็น 21.73% ต่อปี

สรุปผลการทดลอง
1. การลงทุนแบบ buy-and-hold ให้อัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าการใช้ MACD 12, 26 ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงเวลาที่ทำการศึกษา อย่างมีนัยสำคัญ
2. การลงทุนโดยใช้ SSTO ให้อัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าการใช้ RSI 14 ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงเวลาที่ทำการศึกษา (ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกัน) อย่างมีนัยสำคัญ
3. การลงทุนโดยใช้ MACD 12, 26 ให้อัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าการใช้ SSTO ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงเวลาที่ทำการศึกษา (ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกัน) อย่างมีนัยสำคัญ
4. การลงทุนโดยใช้ RSI 14 ให้อัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าการใช้ RSI 4, RSI 4 > RSI 9, RSI 9 > RSI 20 ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงเวลาที่ทำการศึกษา (ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกัน) อย่างมีนัยสำคัญ

***สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามทำการคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข โดยไม่ได้อ้างอิงหรือขออนุญาตล่วงหน้า***




 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 27 กรกฎาคม 2548 10:48:43 น.
Counter : 489 Pageviews.  

1  2  

หมากเขียว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]




สวัสดีครับทุกท่าน...ผมหมากเขียวแห่งสินธร...จาก Head of Prop Trade สู่ Private Trader อิสรภาพที่รอคอย



สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2553 โดย หมากเขียว™ ห้ามลอกเลียน ทำซ้ำ หรือคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความที่เขียนโดยข้าพเจ้านอกจากจะได้รับอนุญาต

Copyright © 2010.All rights reserved. These articles and photos may not be copied, printed or reproduced in any way without prior written permission of Mhakkeaw™.
Friends' blogs
[Add หมากเขียว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.