"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"
Group Blog
 
All Blogs
 

ขอตัดแปะข้อความบางส่วนที่ได้สนทนากับคุณบุรุษชุดดำ โดย คลาย เครียด

คือได้พูดคุยกับคุณ man in black ในกระทู้นี้

http://www.thaivi.com/webboard/viewtopic.php?t=12557

คิดว่าพอจะมีประโยชน์อยู่บ้างสำหรับนักเล่นหุ้นหน้าใหม่บางคน
ผมได้ตอบถึงเรื่อง

ความเครียดในการเล่นหุ้น
และ
อะไรสำคัญที่สุดในการเล่นหุ้น

ก็ขอนำข้อความเดิม มาขยายความเพิ่มเติมเป็นดังนี้

ตอบคุณบุรุษชุดดำ
ผมเล่นหุ้น ผมก็ยังเครียดอยู่นะครับ
ไม่ใช่ไม่เครียด
แต่ผมมีวิธีจำกัดความเครียดเหมือนจำกัดความโลกครับ
ทำแบบที่ผมชอบพูดเล่นๆ แต่ทำจริงๆคือ
โยกคัทเอาท์ความเครียดในการเล่นหุ้นขึ้น
ไม่ให้มันไหลครบวงจรครับ

ความเครียดมันไหลครบวงจร
ไปตามราคาหุ้นไงครับเราจึงเครียด
ลองถามคนที่ไม่ได้เล่นหุ้น
ทำไมเขาไม่เครียด
ที่แท้ เพราะเขาไม่ได้หลุดเข้ามาในวงจรของราคาหุ้น
ซึ่งพาให้ความเครียดของเราไหลหมุนเวียนตามมันไปด้วย

ดังนั้น วิธีที่จะสามารถตัดความเครียดออกไปก็คือ
อย่าไปคิดถึงราคาหุ้น หลังจากตลาดฯปิดแล้ว
ต้องพยายามยกคัทเอาท์ขึ้น
ตัดวงจรไม่ให้มันไหลไม่รู้จักหยุด
แม้ว่าตลาดฯจะหยุดไปแล้ว

ต้องพยายามคิดว่าตลาดปิดไปแล้ว
เราไม่สามารถจะแก้ไขอะไรได้อีก
ต้องรอมันเปิดใหม่ จึงจะแก้ไขได้
พูดง่ายๆ ก็คือพยายามกำจัดความเครียด
ไม่ให้บานปลายจนครอบคลุม
ทุกเวลานาทีที่เราตื่นให้ได้
บางทีมันยังตามไปรบกวนในฝันด้วยซ้ำ


ยอมรับว่า ที่พูดมามันเป็นเรื่องง่ายแต่ทำยากมากๆ
ซึ่งมันก็จะมาถึงประเด็นที่สอง ที่ได้สนทนากันไว้

สำหรับผมตอนนี้
เรื่องเล่นหุ้นเก่งหรือไม่เก่ง ผมไม่กล้าพูด
แต่ที่กล้าพูดแบบมั่นใจคือ
ผมไม่เคยเครียดเรื่องหุ้น
ไปจนถึงเวลานอน มานานมากแล้ว
ไม่ว่าตอนขายหมู ตกรถ ติดดอย
อย่างมากที่สุด
จะคิดเครียดเรื่องหุ้นไปอีก
ครึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมงหลังตลาดปิด
เรียกว่า กระแสความเครียดสถิต
ยังดำรงอยู่อีกชั่วระยะหนึ่ง
หลังวงจรราคาหุ้นหยุดไหลแล้ว

มาถึงประเด็นที่สอง

สำหรับเรื่องหุ้น
อะไรสำคัญที่สุด
ผมมานึกๆดูแล้ว
ผมเชื่อว่า

"คือการทำตามได้ หรือทำตามไม่ได้ สำคัญที่สุดครับ"

เพราะต่อให้รู้มากแค่ไหน
ถ้าเราทำตามไม่ได้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
เช่น เราอ่านตำราชีวจิตมายี่สิบเล่ม
รู้คุณค่าของอาหารแต่ละประเภทเป็นอย่างดี
แต่ในที่สุด เราก็ยังกินแบบเดิมๆ
เพราะเคยชินกับมันมาเกือบตลอดชีวิต
คือมีความรู้เป็นอย่างดี แต่ทำตามไม่ได้
ดังนั้น ต่อให้อ่านตำราชีวจิตอีกห้าร้อยเล่ม จนซาบซึ้ง
ก็ไม่มีประโยชน์ต่อเราแม้แต่นิดเดียว
เพราะเราทำตามที่รู้ไม่ได้

ลองดูจากชีวิตจริง
ต่อให้รู้โทษของบุหรี่มากแค่ไหน
ทุกวันนี้ ก็ยังมีหมอที่ติดบุหรี่
คนรุ้จักกับผมซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว
ยังเคยเล่าแบบตลกร้าย ตอนเป็นมะเร็งปอดให้ฟัง
เขาว่า หมอที่รักษาเขา แนะนำให้เขาเลิกสูบบุหรี่
แต่ที่จริง ตัวหมอเองก็ยังสูบอยู่

ไม่ทราบว่าเคยดูหนังเรื่อง
"the soul keeper" หรือยัง
http://www.andreaguerra.it/risorse/locandine/l_prendimianima2_b.jpg

หน้าปกที่วางขายตามห้าง เป็นแบบในรูปที่ลิงค่ไว้
หนังสร้างได้ดีมาก
เป็นเรื่องจริงจากชีวิตของ
คาร์ล กุสตาฟ จุง ศิษย์เอกของซิกมันต์ ฟรอยด์
ปรมาจารย์จิตวิทยาสมัยใหม่

ตัวของจุงเอง
ก็ยังไม่สามารถทำตาม
จรรยาบรรณและทฤษฏีที่ตัวเองเชื่อ
เพราะความเป็นปุถุชนที่แฝงอยู่ในมนุษย์ใต้โลกย์ทุกคน

สรุปแบบคนเล่นหุ้นก็คือ
เรามักจะทำตามไม่ได้ ทั้งๆที่รู้ดีว่า
ทำแบบนั้นแล้วจะได้กำไร มีความสุขในการเล่นหุ้น
เพราะว่าเราเป็น

"ปุถุชน" หรือชนซึ่งยังกิเลสนั่นเอง




 

Create Date : 03 ตุลาคม 2548    
Last Update : 3 ตุลาคม 2548 12:10:26 น.
Counter : 461 Pageviews.  

องค์ประกอบความสำเร็จในการเล่นหุ้น โดย เต่าหยวนเปียว

สวัสดีครับพี่ๆ เพื่อนๆ ชาวสินทร
นานๆ จะตั้งกระทู้ซักทีนึง
หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัย
และขอคำแนะนำ ชี้แนะด้วยครับ

สุดสัปดาห์ก่อน ได้คุยกับพี่road trip
การประสบความสำเร็จในการแข่งรถ
มี4องค์ประกอบ อย่างละ25%
1 รถ
2 คนขับ
3 ยาง
4 ทีมงาน

แล้วการเล่นหุ้นให้ประสบความสำเร็จละ
มีกี่องค์ประกอบ? แล้วอย่างละกี่%?

ผมคิดโดยเทียบกับการแข่งรถ (ที่จริง อาจมีอีกหลายองค์
ประกอบรอเพื่อนๆมาช่วยต่อยอดเพิ่มเติม)
1 รถ หากเปรียบเป็นตัวหุ้น ก็เสมือนพาหนะ หรือ
ตัวกลางในการพาไปสู่จุดหมาย
ผมนึกดูเรื่องของเวลา สำคัญทั้งการแข่งรถ และการเล่นหุ้น
เราต้องประเมินเป้าหมายและเวลาให้สมดุลกัน

ตัวหุ้นเองคงมีความสำคัญไม่น้อย แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวที่
จะทำให้ประสบความสำเร็จในการเล่นหุ้น

2 คนขับ เปรียบเสมือนคนที่เล่นหุ้น เป็นผู้ควบคุม
ต้องมีระเบียบวินัย ไม่ออกนอกเส้นทาง มีสติ สมาธิ
มีความอดทน ไม่ถอดใจ ไม่บุมบ่าม มีการตัดสินใจที่ดี

3 ยาง เปรียบเสมือน การควบคุมความเสี่ยง การมี
แผนรับมือในเหตุที่เลวร้าย กล่าวคือ
การคิดถึงทางเสียว่ามีโอกาสมากน้อยแค่ไหน และ
จะรับมือยังไง ก่อนที่จะลงมือจริง

4 ทีมงาน ผมให้เป็นการวางแผน การศึกษา การ
ประเมินข่าว การรู้จักปรึกษาหารือ
ทีมงาน มีทั้งครอบครัว เพื่อน นักวิแคะ นสพ มาร์คู่ใจ
การอบรมสัมนา เพื่อนๆ และอาจารย์ในเวบบอร์ดหุ้น

--------------------------------------------------
บ่อยครั้ง ที่ผมมุ่งไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง
หรือจดจ่อ องค์ประกอบหนึ่งมากไป
เช่นตัวหุ้น ทั้งๆที่องค์ประกอบส่วนอื่นๆ
ล้วนมีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จในการลงทุนในหุ้น

ส่งก่อนครับ เครื่องผมแฮงค์บ่อย
เดี่ยวค่อยแก้ไขเอา



จากคุณ : เต่าหยวนเปียว - [ 25 ก.ค. 48 10:54:27 ]


มุมมองที่ดีครับ
ผมขอเพิ่มเรื่องกฏกติกาที่ต้องมี เพื่อให้มีวินัยในการลงทุน

จากคุณ : โฆษิต - [ 25 ก.ค. 48 11:33:22 ]


นึกได้อีกอย่างครับ
มันอยู่ที่ลักษณะของการแข่งขันด้วยว่า
เขากำลังแข่งอะไรกัน
และเราถนัดอะไร

ผมยังจำได้ เคยมีแชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน
ชื่อไนเจล แมนเซล ???
พอได้แชมป์สูตรหนึ่ง
ก็เบนเข็ม ไปแข่ง อินเดียน่าโปลิส 500
ปรากฏว่า ไม่ประสพความสำเร็จเลย
เพราะเป็นการแข่งขันที่ตัวเองไม่ถนัด
พอจะกลับมาแข่งสูตรหนึ่งอีก
ก็แก่เกินแกงไปแล้ว
เคยดูการถ่ายทอดสด
จากมุมกล้องที่ติดอยู่ในรถ
คนขับสูตรหนึ่ง สมาธิต้องสุดยอดจริงๆ
พลาดนิดเดียว มีหวังแหกโค้ง

จากคุณ : endophine - [ 25 ก.ค. 48 12:08:16 ]


ขอบคุณครับพี่เต่าหยวนเปียว

ขอเพิ่มเติม ค.ห. ของคุณโฆษิต ที่นอกจากจะต้องมีกติกาแล้ว ผมเห็นว่ายังต้องมี "กลยุทธ์" หรือ "แท็คติก" ในการแข่งด้วยครับ

จะเข้า "พิท" เมื่อไหร่ จะเปลี่ยน "ยาง" ที่รอบที่เท่าไหร่ จะเข้าโค้งด้วยความเร็วระดับไหน ยางถึงสึกช้า ฯลฯ ล้วนเป็น "แท็คติก" ที่ทำให้ชนะแทบทั้งสิ้น เปรียบเสมือน "กลยุทธ์" ที่ใช้ในการลงทุน หากมี กลยุทธ์ หรือ ทริค ในการเทรด ย่อมได้เปรียบกว่า นักลงทุน ที่ยังไม่ค้นพบ หรือ ค้นพบแล้ว แต่ไม่มีวินัยในการใช้แน่นอน

จากคุณ : หมากเขียว - [ 25 ก.ค. 48 12:08:58 ]


ผมขอเพิ่มเรื่องกฏกติกาที่ต้องมี เพื่อให้มีวินัยในการลงทุน
จากคุณ : โฆษิต - [ 25 ก.ค. 48 11
-------------------------------------------------------
เห็นด้วยครับพี่โฆษิต เราต้องมีวินัยอยู่ในกติกาเสมอ

ผมเคยนั่งนึกว่า เรารายย่อยเล่นตามกติกาทุกอย่าง
แต่มีรถบางค่ายของเสี่ยขาใหญ่ เล่นนอกกติกาเช่น
ปั่นหุ้น ออกข่าวลือ เป็นต้น
ยังงี้เราก็เสียเปรียบ ตายลูกเดียว

ผมถือว่าเป็นสถานการณ์ที่เราต้องเจอในการแข่งขัน
แต่หากจิตใจเราคิดดี ทำดี มันจะสะท้อนออกมาสู่
ความสำเร็จในการลงทุนในที่สุด

ส่วนที่เราขาดทุนทุกครั้ง ถ้าเอาแบบลวกๆก็โทษการ
ปั่นหุ้น โทษกลต โทษลมฟ้าอากาศ หวัดนกหวัดหมู
ฯลฯ
หากวิเคราะห์กันจริงๆจังๆแล้ว ล้วนมาจากเหตุภายใน
ที่เราควบคุมได้ทั้งสิ้น

ภาพของตลาดหุ้น เป็นแค่กระจกเงาที่สะท้อนความคิด
ของเรา


ขอบคุณทุกๆความคิดเห็นครับ

ต้องขอบคุณพี่โร้ดดี้ด้วยครับ
วันหยุดที่ผ่านมา ผมนั่งนึกแค่ยาง
พี่ให้สัดส่วนถึง25% เท่าคนขับ
ผมก็คิดนาน ติดตรงยางนี้แหละครับ
อะไรจะเป็นตัวแทนของยางได้นะ
ผมตู่เอาเองเลย คือ ทุกอย่างที่ทำให้เกิดความเสี่ยง
ทำไงการแข่งขันของเรา จะมีความเสี่ยงน้อยที่สุด
ตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่ง อันนี้คือยางที่ยอดเยี่ยมที่สุด
แล้วทำไงละ คิดต่อไปเรื่อยๆครับ ฮาๆ

จากคุณ : เต่าหยวนเปียว - [ 25 ก.ค. 48 12:14:25 ]


ผมขอเติมในแง่มุมไอที (IT) ของผมบ้างน่ะครับ

4 องค์ประกอบของพี่เตวี้นำเสนอเปรียบเสมือนกับฮาร์ดแวร์ (hardware) ที่จับต้องได้ (tangible)

- รถ
- นักขับ
- ยาง
- ทีมงาน

ส่วนองค์ประกอบอีก 2 ข้อซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กันที่พี่โฆษิตและพี่หมากเขียวนำเสนอ เปรียบเสมือนกับซอฟท์แวร์ (software) ซึ่งจับต้องไม่ได้ (intagible)

- วินัย
- กลยุทธ์

ฮาร์ดแวร์จะเป็นแค่เศษขยะถ้าไม่มีซอฟท์แวร์ และในทางกลับกันมีแค่ซอฟท์แวร์ก็เหมือนกับมีแค่ไอเดียแต่ไม่ยอมลงมือปฏิบัติก็ไร้ประโยชน์

ดังนั้นทั้ง 2 ส่วนต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสียมิได้

จากคุณ : roadtrip - [ 25 ก.ค. 48 13:00:24 ]


เข้ามาอ่านเป็นกระทู้แรกเลยครับ

ยืนยันคำพูดของเฮียเอ็นโดครับคุณเต่าหยวนเปียว

ที่จริงคำพูดอันมีคุณค่าของเฮียเอ็นโด
ผมได้บอกต่อกับคุณเต่าหยวนเปียวที่ห้องอิสรภาพ
ตอนที่เฮียให้ความเห็นใหม่แล้ว
และผมก็เชื่อและเห็นด้วยอย่างยิ่ง
เรื่องดีดีอย่างนี้ต้องถ่ายทอดครับ

ได้รับคำแนะนำที่ดีจากสองท่านมาตลอด
รู้สึกเป็นพระคุณมากครับ

จากกระทู้นี้ทำให้นึกได้อย่างหนึ่งครับว่า
บุคคลที่จะประสพความสำเร็จได้
ล้วนสามารถโยงเรื่องราวต่างๆทุกๆเรื่องรอบตัว
นำมา เข้ากันได้ กับ เรื่องหุ้น เรื่องการลงทุน
เปรียบได้กับจอมยุทธที่กล่าวกันว่า
กระบี่อยู่ที่ใจ กิ่งไม้ ใบหญ้า ล้วนนำมาเป็นอาวุธได้ ตามสถานะการณ์

นับถือ นับถือ

เห็นด้วยกับเฮียเอ็นโดครับที่ว่า ควรต้อง
เล่น แข่งขัน ในสิ่งที่ตัวเองถนัด ตัวเองรู้ และชำนาญ
ตามสภาพแวดล้อม และ ความสามารถส่วนตัวที่ควบคุมได้
ชกข้ามรุ่น เห็นเป็นเสร็จทุกที

จากคุณ : ธราธิป - [ 25 ก.ค. 48 13:05:00 ]


ขออนุญาตคุณเต่าเพิ่มเติมความคิดเห็นบางอย่าง
เท่าที่อ่านข้างบนมา
ยังมีความเห็นบางอย่างที่ไม่มีใครพูดถึง
นั่นคือเรื่องของทุนและตัวเราเอง

การมีทุนมากหรือน้อย
เป็นตัวกำหนดที่สำคัญอย่างหนึ่งในยุทธศาสตร์ยุทธวิธีการลงทุนของตัวเราเอง
คนที่มีทุนร้อยล้านกับคนที่มีทุนหนึ่งล้าน
ย่อมมีวิธีการลงทุนที่ไม่เหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นการบุก การตั้งรับ การถอย หรือ ฯลฯ

ยิ่งคนที่เล่นหุ้นเป็นอาชีพด้วยแล้ว
ทุนมีส่วนกำหนดอย่างสำคัญเลยทีเดียว


5555

จากคุณ : มะเดี่ยว - [ 25 ก.ค. 48 16:46:43 A:61.91.170.165 X: TicketID:041524 ]


ที่จริงสิ่งที่เราเห็นในการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน
เป็นเพียงปรากฎการณ์เบื้องหน้า
ซึ่งมีอะไรอีกหลาย ๆ อย่างแฝงไว้ข้างหลัง

ยกตัวอย่างเช่น
งบประมาณในการพัฒนาเครื่อง
ทีมวิศวกรที่พัฒนาส่วนต่าง ๆ
นักทดสอบรถ
โอ๊ย เยอะแยะไปหมด

แต่โดยรวมแล้ว
มันบอกเราว่า
การที่จะประสบความสำเร็จได้
ไม่ใช่อยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น
แต่มีองค์ประกอบมากมายที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น

ไม่รู้ว่าเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนหรือเปล่า


5555

จากคุณ : มะเดี่ยว - [ 25 ก.ค. 48 16:50:57 A:61.91.170.165 X: TicketID:041524 ]


เข้ามาอ่านครับ

ส่วนผมชอบ2อย่างคือ กิ่งหลิวลู่ตามลมและเผ่น1000ลี้ครับ

จากคุณ : aeaw - [ 25 ก.ค. 48 17:54:29 ]


ยอดเยี่ยมครับ โหวตแล้วครับ
สนามแข่งก็สำคัญนะครับ ต้องรู้จักสภาพสนามด้วยว่าโค้งนั้นนี้เข้ายังไง
ช่วงไหนอัดได้เต็มที่
ตลาดก็เช่นเดียวกัน ต้องรู้จักพฤติกรรมตลาด ปรับตัวให้เข้ากับตลาด
ฝืนตลาดอาจมีได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่แหกโค้ง

จากคุณ : พ่อ@LLถุง - [ 25 ก.ค. 48 22:35:53 ]


ขอบคุณมากครับพี่พ่อถุง
สนามแข่ง มองเห็นโค้งเป็นโค้ง ถึงโค้งก็ชลอให้สมดุล
กับความเร็ว ให้ปลอดถัยและเสียเวลาน้อยที่สุด

ตลาดหุ้น ก็มีโค้ง(เปรียบเป็นขาลงแล้วกัน)เล็ก โค้งมาก
ปัญหาคือเราเดาว่าข้างหน้าจะถึงโค้ง กลับตรง
ตรงอยู่ดีๆกับเจอโค้ง
หากเราควบคุมไปตามโค้ง โดยไม่เดาหรือวิตกไปเองว่า
จะเจอโค้ง กล่าวคือเจอหัวโค้งจริงๆก็ต้องเริ่มลงมือกระทำ
ปรับสมดุล(ขายช๊อตไปบ้าง)
หรือรถบางคัน ยางบางเส้น คัดสรรค์มาอย่างดีเยี่ยม อาจ
ต้านทานโค้งนั้นได้(โดยไม่ต้องขายช๊อตออกไป) แต่โค้ง
มากๆก็ช๊อตช่วยบ้าง หรือออกหมดก็ดี
ปัญหาคือไม่รู้เมื่อไหร่จะเจอโค้งหักศอก

แต่ทั้งหมดของการแข่งรถก็คือธุรกิจ
มีผู้จัด สปอนเซอร์ ค่ายรถ ขายตั๋ว ขายของกิน ถ่ายทอด
ออกอากาศ ฯลฯ
พวกนี้ได้กับได้ ในตลาดหุ้นเปรียบได้กับพวกไหนบ้างครับ

จากคุณ : เต่าหยวนเปียว - [ 26 ก.ค. 48 09:35:01 ]


555 มากันใหญ่ กลายเป็นว่าที่เห็นอยู่บนกระดานหรือใน statement เป็นแค่ส่วนที่พ้นน้ำ กองหนุน
กองเชียร์ เห็บหมัด ที่อยู่ใต้น้ำเต็มไปหมด

กลุ่มนี้ผมนึกถึงกลุ่มผลประโยชน์ที่ไม่ใช่นักลงทุน (คนเล่นหุ้น) โดยตรง เอาแบบด่วน ๆ น่าจะเป็น
broker ตลาด หน่วยงานภาษี ธนาคาร ฯลฯ ได้ประโยชน์โดยอ้อม ได้กันไปจางลงไปเรื่อย ๆ
แบบคลื่นกระทบฝั่ง นึกแล้วยังแอบภูมิใจอยู่เลยว่าแค่เป็นนักลงทุนธรรมดา ๆ ยังทำให้กระแสเงิน
หมุนเวียนไปได้ไม่รู้กี่ต่อกี่รอบ 555

ฝากพี่เตวี่และพี่ ๆ ท่านอื่น คิดต่อ 2 เรื่อง ช่วงนี้ผมอยู่บน peak งานประจำพอดีเลยไม่นิ่งพอที่จะ
เรียบเรียงลงมาในบอร์ดตอนนี้

เรื่องแรก ถ้า activity คือการซื้อขายหุ้น output / outcome / impact ของตลาดคืออะไรในแต่ละช่วง
เรื่องที่สอง environment ใน F1 เทียบได้กับอะไรในตลาดหุ้น และมีผลกระทบอย่างไร

ทั้งหมดตั้งแต่หัวกระทู้มานี่ ถ้า map กันจริง ๆ สนุกน่าดูนะ ผมว่า

จากคุณ : พ่อ@LLถุง - [ 27 ก.ค. 48 01:52:33 ]


พี่พ่อถุง หากงานเพลาๆแล้ว
ช่วยมาต่อยอดให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

จากคุณ : เต่าหยวนเปียว - [ 27 ก.ค. 48 09:51:36 ]


ขอบคุณที่รอครับ คงต้องรอนานเหมือนกัน เพราะกว่าผมจะลงจาก peak ก็คงราว ๆ ปลายปี
แต่ peak ผม ดีกว่าติดดอยหุ้นเยอะ เพราะรู้ว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาลงแน่ ๆ แต่หุ้นซิ ไม่รู้เมื่อไหร่

เรื่องที่สอง คิดได้เร็วกว่า เอาข้อนี้ก่อน environment ในสนาม F1 ผมนึกถึง สภาวะที่เกิดขึ้น
วันแข่ง สภาพอากาศ เช่น ฝนตก ร้อน หนาว กระแสลม กับบรรยากาศในสนาม เช่นกองเชียร์

เรื่องเหล่านี้กำหนดขึ้นเองไม่ได้ แต่มีผลกระทบกับการแข่ง ผลแพ้-ชนะ และสถิติต่าง ๆ
นักแข่งต้องปรับตัวหรือรับมือกับความกดดันเหล่านี้ให้ได้ มือเก่าคงไม่มีปัญหาอะไรมาก
ส่วนมือใหม่ ๆ เราอาจได้เห็นอาการแข่งไม่ได้ ตื่นสนาม เล่นผิดฟอร์ม หรือออกทะเลไปเลย

กลับมาที่ตลาดหุ้น คงเทียบเคียงได้กับบรรยากาศการลงทุน สภาวะเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
รวมไปถึงนโยบาย กฎหมายต่าง ๆ ที่ไม่ได้ตราออกมาสำหรับตลาดโดยตรง แต่มีผลกระทบ
กับตลาด ทั้งหมดหมายรวมไปถึง ทั้งที่เกิดขึ้นในบ้านเราเอง ในระดับภูมิภาค และในระดับโลก

เช่นเดียวกัน เรื่องเหล่านี้ก็กำหนดขึ้นเองไม่ได้ แต่มีผลกระทบกับการลงทุน กำไร-ขาดทุน
ที่เกิดกับนักลงทุน และภาพสะท้อนโดยรวมของตลาด นักลงทุนต้องรับสภาพรับมือกับเรื่อง
แบบนี้ให้ได้ ลองนึกถึงตอนอีรัคบุกคูเวต พฤษภาทมิฬ มาตรการกีดกันทางการค้า ภัยธรรมชาติ
โรคระบาด เศรษฐกิจซบเซา ดูซิว่ามีกลยุทธ์เพื่อการอยู่รอดกันยังไงบ้าง บางคนถอยเอารอ
เก็บตัว บางคนบุกไปข้างหน้า ตรงนี้เก่าใหม่อาจไม่สำคัญแล้ว อยู่ที่เก๋ามากกว่า

ข้อแตกต่างของ environment ของทั้งสองสนาม เท่าที่ผมนึกออกตอนนี้ก็น่าจะเป็น
ปัจจัยในการรับมือ ใน F1 ใช้การสะสมประสบการณ์ของ ทีมงาน ตัวผู้เล่น เป็นสำคัญ
ในตลาดหุ้นไม่ว่าที่ไหน ๆ ในโลก ใช้ insider หรือที่พี่เอ็นโด ของพวกเราเรียกเป็น
ข่าว division ต่าง ๆ

ส่วนเรื่องแรก ความจริงผมอยากซักซ้อมความเข้าใจเรื่องแนวคิด Performance Base
Management ซึ่งผมค่อนข้างมึนในการจัดลำดับแต่ละช่วง ขอติดไว้ก่อน เรื่องนี้
ต้องรอให้นิ่งจริง ๆ ครับ ถึงจะสกัดออกมาได้

จากคุณ : พ่อ@LLถุง - [ 29 ก.ค. 48 00:03:37 ]


ขอบคุณมากครับพี่พ่อถุง

จากคุณ : เต่าหยวนเปียว - [ 29 ก.ค. 48 09:49:16 ]




 

Create Date : 22 สิงหาคม 2548    
Last Update : 22 สิงหาคม 2548 15:01:56 น.
Counter : 434 Pageviews.  

เคล็ดวิชาไร้พ่ายของจูกัดเหลียง โดย จูกัดเหลียง

เดิมทีจักรวาลนั้นว่างเปล่า อู๋จี๋ (Ou Chi) "หุ้นตัวนั้นยังไม่มีใครสนใจ"
ต่อมาจึงมีสิ่งที่ตามมาภายหลังความว่างเปล่าเรียกว่า ไท่จี๋ (Tai Chi) "หุ้นตัวนั้นเริ่มมีคนสนใจแต่ยังไม่ไปใหน แรงซื้อ=แรงขาย"
แล้วจึงเกิดการแบ่งแยกเป็นหยิน หยิน (YIN) และ หยาง (YANG) "แสดงทิศทางว่าขึ้นหรือลง แรงขายไม่เท่ากับแรงซื้อ"
เป็นขั้วซึ่งกำหนดขอบเขตของวัฏจักรแห่งการเปลี่ยน
แปลง เมื่อขั้วหนึ่งถึงจุดสูงสุดก็ต้องถอยให้กับอีกขั้วหนึ่ง จะเป็นเช่นนี้เสมอไป
"ที่สุดของภาวะหมีคือภาวะกระทิง ที่สุดของภาวะกระทิงก็คือภาวะหมี"
"ในภาวะหมีมีภาวะกระทิง ในภาวะกระทิงมีภาวะหมี"
"ที่สุดของแรงซื้อก็คือแรงขาย ที่สุดของแรงขายก็คือแรงซื้อ"
"ในแรงซื้อมีแรงขาย ในแรงขายมีแรงซื้อ"
"การดำรงอยู่อย่างเป็นสุขต้องทำตนให้สอดคล้องกับจักรวาล คือหลักสมดุลแห่งหยินหยาง"
"การเล่นหุ้นได้กำไรและมีความสุข ต้องเข้าออกอย่างสอดคล้องกับแรงขายและแรงซื้อของรายใหญ่"
ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนใหว ใช้ความอ่อนพิชิตความแข็ง ใช้ความช้าพิชิตความเร็ว
นิ่มอ่อน ผ่อนคลาย ลีลาเชื่องช้า มั่นคง พร้อมดูดซับพลังปรปักษ์แล้วโต้กลับได้ทุกเมื่อ
ที่สุดของหยินก็คือหยางอันกล้าแข็งอย่างยิ่ง
นี่คือหลักการใช้หยินพิชิตหยางในคัมภีร์เก้าอิมที่อาจนำเอามาใช้ในการเอาชนะตลาดหุ้นได้โดยไม่ยาก
"ทำตัวเป็นเหาฉลามแล้วจะเล่นหุ้นได้กำไรไม่ค่อยขาดทุน ทำตัวเป็นนักเลงหุ้นอาจต้องขาดทุนไม่ค่อยได้กำไร"

การทุบหุ้นของรายใหญ่ ผู้ที่เสียหายเยอะสุดสุดก็คือรายใหญ่และผู้ถือหุ้นใหญ่กับเจ้าของบริษัท ดังนั้นจึง ควรใช้หลักวิชาของมวยไท้เก็ก อันว่าด้วยการอ่อนตามและเกาะติด แล้วจึงโต้กลับด้วกระบวนท่าอันไร้กระบวนท่า ไร้กำลังแต่เปี่ยมด้วยแรง ไร้สภาวะแต่ดำรงอยู่ หยิน-หยางไม่ปรากฏ พร้อมเข้าตีปรปักษ์ได้ทุกเมื่อ อย่างไร้ตัวตน โดยอาศัยแรงของปรปักษ์ในการทำร้ายปรปักษ์

ไร้กระบวนท่าจึงเป็นสุดยอดกระบวนท่า
ไร้กำลังจึงมีแรง
ไร้ตัวตนจึงไร้พ่าย

ธรรมดาทั่วไปแล้ว
ผู้มีกำลังมากย่อมชนะผู้มีกำลังน้อย
ผู้ที่ว่องไวย่อมชนะผู้ที่เชื่องช้า
แต่
ด้วยหลักอ่อนหยุ่นพิชิตแกร่งกร้าว(สี่ตำลึงเหวี่ยงฟาดพันชั่ง)
นิ่งสงบสยบความเคลื่อนใหว
ลงมือทีหลังแต่ถึงก่อน
ดังนี้
ผู้มีกำลังน้อยย่อมชนะผู้มีกำลังมาก
ผู้ที่เชื่องช้าย่อมชนะผู้ที่ว่องไว
ได้โดยง่ายดาย
อย่าซื้อหุ้นในขณะที่แรงขายยังไม่หมด
รอให้แรงขายหมดแล้วจึงค่อยเข้าซื้อ
เมื่อไม่มีผู้รอซื้อรายใหญ่ย่อมซื้อกลับคืนรายย่อยจึงมีกำไร

รู้จักผู้อื่น ......... เป็นความฉลาด
รู้จักตัวเอง...... เป็นการรู้แจ้ง
ควบคุมผู้อื่น... ใช้กำลัง
ควบคุมตัวเอง .. ใช้ความเข้มแข็ง
คนที่รู้จักพอ..... เป็นคนร่ำรวย
ความบากบั่น ... เป็นเครื่องหมายของพลังจิต
มนุษย์ไปได้ไกล.... เท่าที่เขามีความอดทน
การตาย... โดยไม่สูญสิ้น ... เป็นการอยู่ชั่วนิรันดร์

ตำราทั่วไปมัก แบ่งแยกหุ้นดีกับหุ้นไม่ดี
แต่สำหรับข้า หาได้แบ่งแยกเช่นนั้นไม่
ข้ารู้จักแต่ หุ้นวิ่งกับหุ้นไม่วิ่งเท่านั้น
เพื่อการได้กำไรมากสุดในเวลาอันสั้นสุด
แล้วก็ไม่ต้องคิดอะไรให้มากมายด้วย
ข้ารู้ว่าเมื่อใดมันจะวิ่งเมื่อใดมันจะหยุดวิ่ง
และเมื่อใดมันจะวิ่งต่อ ด้วยการศึกษานิสัยของมัน

...เกมส์ของความกลัวและความอยาก...ใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว....อย่ามองเพียงด้านเดียวจงมองให้รอบด้าน....เก็บเกี่ยวข้อมูลให้มากแต่จงตัดสินใจเอง...
ผิดพลาดไม่ต้องโทษใครให้เสียกำลังใจจงแก้ตัวใหม่อย่าท้อถอย....ความสำเร็จรอคอยพวกเราอยู่แล้วข้างหน้า...




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2548    
Last Update : 15 สิงหาคม 2548 15:41:26 น.
Counter : 378 Pageviews.  

คุณสมบัติคนเล่นหุ้นได้กำไรมาก(ตามสัดส่วนเงินลงทุน)คืออะไร โดย อยากเชือก

เรามาเล่นหุ้นเพื่อวัตถุประสงค์อะไร

กรณีที่ตอบว่า เล่นเอามันส์- เอาสนุกสนาน- ฆ่าเวลา- แก้เซ็งที่ไม่มีอะไรทำ- อ่ายุมากเล่นแก้สมองเสื่อม- และอิ่นๆที่ดูเหมทอนไร้สาระนั้น ไม่ได้อยู่ในประเด็นของกระทู้

คนเล่นหุ้น น่าจะมีวัตุประสงค์หลักคือ
1 - ต้องการกำไรจากเงินที่เอามาลงทุนให้เพิ่มขึ้น (ยิ่งมากยิ่งดี)

2 - ต่อข้อหนึ่งแต่เป็นเวลา คือต้องการกำไรในเวลาสั้น (ถ้าทำได้ยิ่งดี) ยิ่งสั้นยิ่งดี

3 - ต่อจากข้อสองแต่เป็นสัดส่วน คือ เวลาสั้นแม้จำไรน้อยกว่าก็ได้ เฃ่น ได้ 200 บาทจากทุน 20,000 ในเวลา 1 วัน และหากได้บ่อยๆ วันเว้นวัน สองวันเว้นวัน สามวันเว้นวัน หรือจะเป็น 5 วันเว้น 5 วัน ก็ได้เป็นต้น
หรือจะเป็น กำไร คิดเป็น 2 % ทุกสองสัปดาห์ (อย่างงี้เรียกว่าคิดเป็นสัดส่วนต่อเงินลงทุน) แต่ไม่ใช่ได้มา 2% แล้วเสีย 4 %ในอีก 1 สัปดาห์ เป็นเช่นนี้บ่อยๆ ก็ขาดทุน

รวมสรุปคือ ยิ่งกำไรมาก ในเวลาสั้น ยิ่งดี
แต่จะมีสักกีคนที่ทำได้ (พูดถึงเฉพาะ ฝ่ายคนเล่นหุ้นที่เป็นคนเข้ามาตลาดเพื่อการเล่นหุ้นหรือการลงทุน จะไม่นับรวมเจ้าของกิจการจดทะเบียนในตลาด หรือพนักงาน กลต พนักงานโบรกเกอร์ พนักงานในบริษัทจดทะเบียน ฯลฯ)

แต่ในโลกแห่งความจริงนั้น มีคนทำได้ เมื่อคนนั้นมีคุณสมบัติพิศดารกว่าคนอื่น คือ

1 -- คุณต้องมีอินไซค์ที่เชื่อถือได้ อินไซค์ที่เชื่อถือได้ส่วนมากไม่ได้มาจากสื่อ ทีวี หรือสื่อ นสพ ข่าวหุ้น หรือเพื่อนที่นั่งเล่นหุ้นด้วยกัน ส่วนมากจะเป็นอินไซค์จากกลุ่มผู้จะปั่นหุ้น(มีเงินมากพอ มีพรรคพวกมากพอ มีสายสัมพันธืกับตัวหุ้นที่จะปั่น หรือเป็นเมีย เป็นลูกของคนกลุ่มนี้ ฯลฯ)
เมื่อมีอินไซค์ที่เชื่อถือได้ คุณจะมีเป้าหมายราคา เมื่อมีเป้าหมายราคาคุณจะไม่หวั่นไหว เมื่อราคาตกลงมาบ้าง(หลังซื้อแล้ว) และราคาขึ้นไปเพียงเล็กน้อย(หลังซื้อแล้ว) จะยังคงถือ หรืออาจกล้าซื้อรับเมื่อราคาลงมา และจะถือจนราคาเป้าหมายมาถึงโดยประมาณ จึงขายออก เป็นการกำไรเนื้อๆ เป็นกอบเป็นกำ เสร็จแล้วก็ไปเที่ยวรอบโลก รอขบวนการปั่นเริ่มใหม่ หรือสถานะการณ์เอื้อต่อการปั่นอีกครั้งใหม่)

2 -- ต้องเป็นคนมีเงินเย็นๆ เงินไม่ใช้จริงๆ เงินที่พร้อมจะตัดใจไม่สนเมื่อมันสูญหายต่อหน้าต่อตา หมายความว่าเป็นคนเล่นหุ้นที่มีเงินกำไรแบบ ฟรี ๆ แบบฉ้อฉลมา แบบโกงเขามา หรือจากการปั่นหุ้นกำไรมา คนพวกนี้จะทำใจได้ถ้าเงินที่ซื้อลดลงทันทีสัก 20 - 30% เขากลับกล้าถือหุ้นนั้นหรือบางคนอาจซื้อเพิ่มอีก คุณสมบัติข้อนี้ก็หายาก กับพวกเราชาวหุ้นทั่วๆ ไป ที่เอาเงินจากการค้าขายกำไรมา หรือ จากเงินเดือน จากการสะสมกำไรมาแรมปี เพื่อมาเล่นหุ้น นอกเสียจากจะเป้นเงินมรดก หรือกำไรมาด้วยวิธีง่ายๆ แต่ไม่ได้ฉ้อฉลโกงเขามา

3 -- เป็นคนมีโชคดวงประจำตัว มากกว่าคนอื่นๆ คุณสมบัติข้อนี้รวมถึงความสามารถพิเศษที่ตนเองคิดค้นวิธีการเล่นเองมาได้ (ทั้งที่ในตลาดมีพวกที่มีปัญญาสูง แต่ยังไม่สามารถคิดค้นกลวิธีการเล่นให้กำไรง่าย กำไรสูงสุดได้ ส่วนใหญ่มักคิดรู้ด้วยวิที่เขาทำมาก่อนเป็นเวลานาน เช่นการอ่านกราฟ การถือยาวให้เวลาเป็นตัวทำละลายความเสี่ยง แล้วอ้างว่านักลงทุน)
คำว่าคนมีดชค รวมถึงการมีคุณลักษณะเฉพาะตัวที่คนอื่นไม่มี เช่น ใจแข็งเป็นพิเศษ เช่นซื้อตัวที่มีข่าวร้ายทั้งตลาดรับรู้และมองว่าไม่ดีในอนาคตด้วย แต่ตนเองก็ซื้อเก็บจน กิจการนั้นพลิกผัน หรือพวกที่ซื้อหุ้นที่มีความเสี่ยงเรื่องเวลา เช่นวอแร้นท์ใกล้วันหมดอายุแต่ราคายังแพงเมื่อเทียบราคาแปลง แต่สุดท้ายก็มีคนมาปั่นก่อนหมดเวลา ฯลฯ


คุณสมบัติพิเศษทั้ง 3 ข้อ มีอยู่ในตัวคุณหรือเปล่า คิดว่าบางคนอาจมีเพียง 1 ข้อ และอย่างเก่งมี 2 ข้อ ก็ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายวัตถุประสงค์ได้ คนส่วนใหญ่ไม่มีทั้ง 3 ข้อ
ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงเล่นหุ้นขาดทุน เสมอ ๆ ๆ ๆ ยิ่งเวลาผ่านไปมากขึ้น หากยังเป็นพวกนั่งเฝ้าทุกวี่ทุกวัน ก็จะมีโอกาส เสียเวลา และเสียเงิน สุดท้ายก็หมดสิ้นทั้งกำลังใจและ(บางคนก็เสียชีวิตไปแล้ว ด้วยความทุกข์ที่ทิ้งให้คนข้างหลัง ตามที่ผมเคยเห็นมา)

ข้อความข้างบนคือ ความจริงในระบบตลาดหุ้นบ้านเรา
เพื่อนในห้องค้างหลายคนก็เคยพยายามค้นหาวิธีการ หรือกลยุทธการเอาชนะตลาด เอากำไร ถ้ายังขาดคุณสมบัติหรือมีไม่ครบ 3 ข้อนี้ จะทำอย่างไรก็ฝากไว้ให้เพื่อนๆ ห้องนี้คิด คิด อย่างสุขุมรอบครอบ เชื่อกลวิธีน่าจะมี แต่ก็เหมาะกับเฉพาะคน นำมาใช้เป็นสากลไม่ได้ มิเช่นนั้น คนที่ดูแต่เทคนิคล้วนๆก็รวยกันหมด แต่บางคนก็พอมีกำไร บางคนกลับขาดทุน แม้จะมีวินัยทางเทคนิค และพวกที่อ่านงบบัญชีเก่ง ๆ น่าจะรวยเร็วรวยมากกว่าคนที่อ่านไม่เป็นต้องคอยถามบรรดานักวิเคราะห์ แต่ก็ไม่ใช่เช่นนั้นเสมอไป

ผมเห็นเวลาหุ้นขึ้นหลายคนออกมาใบ้หุ้น เวลาหุ้นลงหลายคนท้อแท้ มันเป็นวัฎจักรในระบบตลาดหุ้น คนไม่รู้จริงมักอวดรู้ คนรู้จริงมักเก็บเงียบ ด้วยเหตุผลแต่ละคนต่างกัน
หากเรารู้ลึกถึงหลักแห่งความจริงในตลาดหุ้น เราจะเล่นหุ้นง่ายขึ้น ผมจะฝากประเด็นนี้ให้เพื่อนๆช่วยคิด จะมีใครขึ้นกระทู้ใหม่ก็ได้
ว่า.....หลักแห่งความจริงของตลาดหุ้นคืออะไร.....
มุมมองมีได้หลายแบบ ทั้งจริงที่เห็นชัด กับจริงตามหลักปรัชญา หรือร้ายตามที่เห็น กับร้ายแบบฝังลึกและซ่อนเร้น


ขอให้โชคดี

จากคุณ : อยากเชือก - [ 21 พ.ค. 48 09:21:47 A:202.57.167.194 X: TicketID:000385 ]




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2548    
Last Update : 15 สิงหาคม 2548 15:24:18 น.
Counter : 521 Pageviews.  

คนเล่นหุ้นอาจแพ้ทางเพราะถือความคิดตัวเองเป็นหลัก โดย อยากเชือก

วันนี้เป็นวันแรกที่ใช้ set100
หุ้นหลายตัวถูกคัดเข้ามามีส่วนร่วมในการใช้คำนวน

มีหุ้นหลายตัวที่ใครๆคิดว่าหุ้นตัวนั้นไม่ดี แต่เมื่อถูกเข้ามาใน set 100 ก็มีคนมาเล่น

บังเอิญไปเห็นกระทู้หนึ่งว่า ตลาดเอาหุ้นเน่ามาเข้ากลุ่มคำนวน set100 แสดงว่า ยึดหลักคิดของตนเองเป้นหลัก ซึ่งความจริงอาจถูกต้อง เพราะท่านคิดในแง่เชิงปัจจัยพื้นฐาน เพื่อการลงทุนถือยาว หุ้นพวกนี้ก็ต้องคัดออก แต่อย่าลืมว่าตลาดหุ้นมีหุ้นหลากรูปแบบให้คนเล่น หุ้นที่เป็นพื้นฐานมักเป็นหุ้นจดทะเบียนทุนทรัพย์สูงๆ มีกำไร มีผลประกอบการก้าวหน้า มีปันผล และราคาเหลื่อนไหวช้าๆ ทั้งขาขึ้นขาลง แต่ถ้าราคาขึ้นลงแรงๆ เร็วๆ ก็จะถูกคาดหมายเป็นหุ้นปั่น หุ้นเน่า


ความจริงมีอยู่ว่า ...ตลาดหุ้นที่ด้อยพัฒนาอย่างเราต้องมีหุ้นทั้งสองประเภทประปนกันอยู่
สำหรับคนเล่น ....เมื่อถึงคราวเศรษฐกิจดี เงินนอกเข้ามาก็เล่นหุ้นใหญ่ หุ้นพื้นฐานทางการค้า แต่หากเงินในตลาดลดลง หุ้นประเภทสอง ก็จะมีบทบาท

ที่สำคัญคือ ต้องดูที่วอลุ่มและราคา ถ้ามีวอลุ่มเป็นร้อย ๆ ล้านบาท(ตกลงซื้อขายกัน) ไม่ว่าราคาจะตกแรงๆ หรือ ขึ้นแรงแรง จงใช้โอกาสนั้นๆ ทำกำไรเถิด เพราะคนเล่นหุ้นทั้งหลายมีวัตถุประสงค์หลักคือ ทำกำไร ด้วยเงินที่มีอยู่ ให้กำไรมากที่สุดตามโอกาสและความสามารถของตน

คนเล่นหุ้นไม่ใช่หน้าที่ ประชด ด่าว่า ดูถูก หุ้นใดๆว่ามันเน่า มันเลว เพราะกลุ่มคนจำนวนมากกำลังหากำไรกับหุ้นทุกชนิดทุกประเภท อย่าคิดว่าต่างชาติไม่เล่นหุ้นเน่า(ตามที่ใครคิดๆ กัน)

จงเล่นหุ้นด้วยเทคนิคแบบใหม่ๆ ตามหลักคิดใหม่ๆ อะไรที่กำไรจงเก็บเกี่ยว เมื่อมันไม่ได้ผิดกฎหมาย และไม่ใช่หน้าที่ที่เราต้องประชดไม่ซื้อไม่เล่นเพื่อรักษาความเป็นธรรมให้สังคม นั่นมันหน้าที่ กลต ตลท ที่เข้ายังทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์สักที 55 55 55

ล้างสมองตนเอง คิดใหม่ลงมือใหม่เถิด หน้าที่ของเราคือทำกำไรตามกติกาที่ตลาดให้มา ใช้ให้เป็น ลงมือให้ถูกแล้วเอากำไรที่นับวันจะหายากขึ้นทุกที

วันนี้ เพื่อนผมมีคนกำไรจาก TTnT itv และหลายคนดันขาดทุนเพราะ pttep top gbx มันไม่ได้หมายว่าหุ้นดีคือหุ้นขึ้นทุกวันไม่มีวันลง มันอยู่ที่เราจัดพรอท จัดเวลาลงมือถูกต้องแล้วคว้ากำไรได้มากตามวอลุ่มที่เข้ามาหรือไม่ต่างหาก

set100 หรือ set หรือ set50 มันไม่มีความหมายอะไรหลอก ถ้าคนเล่นส่วนใหญ่ยังไม่รู้ที่มาและวัตถุประสงค์แท้จริง และมันรไม่มีความหมายอะไรถ้าคนออกกฎ ออก setเหล่านี้มาเพื่อ ลวงสายตาคนเล่นรุ่นแล้วรุ่นเล่า 55 55 55

ขอให้โชคดี

จากคุณ : อยากเชือก - [ 3 พ.ค. 48 21:53:44 A:202.5.80.2 X: TicketID:000385 ]




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2548    
Last Update : 15 สิงหาคม 2548 15:22:12 น.
Counter : 273 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

หมากเขียว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]




สวัสดีครับทุกท่าน...ผมหมากเขียวแห่งสินธร...จาก Head of Prop Trade สู่ Private Trader อิสรภาพที่รอคอย



สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2553 โดย หมากเขียว™ ห้ามลอกเลียน ทำซ้ำ หรือคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความที่เขียนโดยข้าพเจ้านอกจากจะได้รับอนุญาต

Copyright © 2010.All rights reserved. These articles and photos may not be copied, printed or reproduced in any way without prior written permission of Mhakkeaw™.
Friends' blogs
[Add หมากเขียว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.