"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"
Group Blog
 
All Blogs
 
Trader's Diary: ก่อนจะมาเป็น "หมากเขียว"

เหลือเวลาอีกเพียงสัปดาห์กว่าๆ เท่านั้น ผมก็จะได้ออกมาเป็น Private Trader เสียที ดังที่แจ้งให้ทราบแล้วว่าใบลาออกของผมมีผลในวันที่ 1 มี.ค.53 และจะเริ่มบันทึกความทรงจำการเทรดของผมหลังจากนั้น

การบันทึกจะมีการระบุราคาที่ผมใช้เข้าออกในแต่ละสถานะไว้ให้ดูชัดเจน อาจจะมีภาพประกอบให้ดูด้วยเพื่อให้ทราบว่าผมไม่ได้โม้ 555

อีกทั้งจะมีการบันทึกแนวคิดการลงทุน ประสบการณ์ แนวคิดการดำเนินชีวิต ฯลฯ ลงไปด้วยครับ

แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น ผมอยากจะเกริ่นนำถึงประวัติของผม "หมากเขียว แห่งสินธร" ให้ฟังคร่าวๆ ว่า ผมมาเดินบนเส้นทางของเทรดเดอร์ได้อย่างไร

ผมโชคดีที่มีคุณพ่อสนใจการเล่นหุ้น ตั้งแต่เด็กๆ เวลาปิดเทอม ว่างๆ คุณพ่อจะพาผมไปห้องค้าอยู่บ่อยๆ ภาพของมาร์ฯ วิ่งไปเคาะกระดานไวท์บอร์ดที่ตีเป็นตารางเพื่อส่งคำสั่งซื้อขาย เสียง ป๊อกๆๆๆๆ เสียงเอ๊ะ อะ โวยวาย เป็นภาพที่ติดตาของเด็กน้อยคนนึง มันช่างดูสนุกสนานเสียนี่กระไร

มันเป็นช่วงยุคก่อนที่ระบบคอมพิวเตอร์จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการส่งคำสั่งซื้อขาย ถ้าผมจำไม่ผิด ในปี พ.ศ.2535 เป็นปีแรกที่ตลาดหลักทรัพย์อนุญาตให้นำระบบการซื้อขายผ่านคอมพิวเตอร์ เพื่อนำมาใช้ทดแทนระบบ Floor Trading เหมือนในอดีตที่ผ่านมา แต่จริงๆ ผมว่าการมี Floor Trading มันเป็นสีสันและบรรยากาศของเทรดเดอร์อย่างแท้จริง จะเห็นว่าอเมริกาเองก็ยังอนุรักษ์วิธีการส่งคำสั่งซื้อขายแบบนี้อยู่เช่นเดียวกัน

ผมโชคดีที่ได้เริ่มต้นเล่นหุ้นได้ไว ปีแรกของการลงทุนของผมคือปี 2539 ก่อนไทยจะประกาศลอยตัวค่าเงินบาทและวิกฤติต้มยำกุ้ง 1 ปี สาเหตุที่เข้ามาในปีนั้นเนื่องจากตลาดมันปรับตัวลงมาเยอะจาก 1,800 จุด ลงมาอยู่ที่ 1,400 จุด ใครๆ ก็คิดเวลาเป็นช่วงเวลาทองแห่งการช๊อบปิ้ง

การลงทุนของผมช่วงแรกเป็นการทำ Paper Trading หรือ การซื้อขายจำลองผ่านกระดาษ ซึ่งเป็นกระดาษจริงๆ เพราะโปรแกรม Excel ในสมัยนั้นผมยังใช้ไม่ค่อยเป็นเลย

เริ่มแรกคุณพ่อผมตั้งใจให้ลองทำ Paper ซัก 1 ปี แต่เอาเข้าจริงๆ ตลาดมันไม่ได้ลงมาแล้วดีดขึ้นอย่างที่คาดไว้เมื่อปี 2539 เนื่องจากเกิดวิกฤติเศษฐกิจขึ้น ผมจึงต้องทำ Paper อยู่ 3 ปี โดยกลยุทธ์ที่ผมใช้คือ VI ตามแบบคุณพ่อ ดูกิจการและงบการเงินซึ่งคุณพ่อผมค่อนข้างถนัดมากเนื่องจากท่านทำธุรกิจส่วนตัว การมองบริษัทที่จะเข้าไปลงทุนจึงมองแบบเจ้าของกิจการ และสอนให้ผมมองแบบนั้นด้วย

ปีที่ 2 ของการทำ Paper ราคาหุ้นถูกมากๆ ตลาดลงมาถึงจุดต่ำสุดประมาณ 200 จุด ในปีที่ 3 พอร์ท Paper ผมกำไรมาก จนคุณพ่ออนุญาตให้นำเงินเก็บมาลงทุนได้

ช่วงนั้นผมเล่น VI อย่างเดียว กลุ่มที่ทำกำไรให้ผมอย่างมหาศาลเลยคือกลุ่มก่อสร้าง ปูน นี่ได้เยอะมาก นักลงทุนต้นแบบคงจะไม่พ้นคุณพ่อของผม และอีกคนที่ดังมากในสมัยนั้น และสมัยนี้ดังคับฟ้าคือ อ.นิเวศ เหมวชิรวรากร

ตอนนั้นผมไม่สนใจการวิเคราะห์เทคนิคเลย ออกจะแอนตี้ด้วยซ้ำไปว่ามันจะเชื่อถือได้อย่างไร มันคือการ "มั่ว" แบบมีหลักการเหมือนกับหลัก "สถิติ" โดยทั่วๆ ไป ที่นำข้อมูลในอดีตและนำมาพยากรณ์ในอนาคต เป็นการ expected ไปในอนาคต

แต่ผมลืมไปว่า การวิเคราะห์พื้นฐานและเล่น VI มันก็คือการนำข้อมูลผลประกอบการในอดีตมาทำนายแนวโน้มบริษัทในอนาคตเช่นเดียวกัน ดังนั้นถ้าพูดถึงการ expected มันก็ไม่แตกต่างกัน ดังนั้นเทคนิคมันก็น่าจะทำเงินได้ถ้าเราศึกษามันอย่างจริงจัง

บุคคลแรกที่ทำให้ผมได้รู้จักการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ คุณเจริญ เอี่ยมพัฒนธรรม ปัจจุบันเป็น ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด ผมจำได้ว่าวันนึงของปี 2545 คุณเจริญมาออกรายการเกี่ยวกับหุ้นช่องนึง และทำการวิเคราะห์เทคนิคสดจากโทรศัพท์จากผู้ชมทางบ้าน ท่านลากหุ้นตัวนึงด้วยแพทเทิร์นธงและวิเคราะห์ว่าน่าจะBreak แพทเทิร์นและขึ้นไปได้ ผมก็ตามดูว่าจะเป็นจริงดังนั้นไหม ปรากฎเป้าที่ให้ไว้มันเป๊ะๆ เลย ผมก็เลยเริ่มศึกษาทางเทคนิคนับแต่นั้นอย่างจริงจัง

การศึกษาของผม ผมอาศัยการเรียนรู้ด้วยตัวเองจากตำราและประสบการณ์ ไม่เคยไปลงคอร์สอบรมจากที่ใดๆ มาก่อน จะมีบ้างที่ไปตามงานสัมมนาหุ้นต่างๆ ก็ได้ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์เทคนิคมาเพิ่มเติมอยู่เสมอๆ

ตำราเล่มแรกที่ผมอ่านคือของ อ.สุรชัย ไชยรังสินันท์ ปัจจุบันท่านเสียชีวิตไปแล้วด้วยโรคมะเร็ง ถือว่าเป็นอาจารย์ทางเทคนิคของผมคนแรก หนังสือเล่มนี้ คุณสมเจตน์ เตชะอินทราวงศ์ เพื่อนร่วมรุ่นของผมที่ MS.Finance จุฬาฯ ปัจจุบันเป็นผู้จัดการกองทุน ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ เป็นผู้แนะนำให้อ่าน

อีกคนนึงที่ผมชอบไปร่วมงานสัมมนา คือ อ.วันชัย ธัญญศิริ นักวิเคราะห์จาก บล.กิมเอ็ง

หนังสืออีกเล่มที่ผมชอบมากคือของ John J. Murphy: Technical Analysis of The Futures Market เล่มนี้ผมถือว่าเป็น Bible สำหรับนักวิเคราะห์ทางเทคนิคเลยทีเดียวเขียนได้ละเอียดบอกที่มาที่ไป และใช้ภาษาที่อ่านทำความเข้าใจได้ง่ายมาก

ปี 2547 ผมเริ่มเข้ามาในพันทิปโดยใช้ล๊อกอินว่า "หมากเขียว" ที่มาของชื่อนี้คือ

1.ผมต้องการการตรงกันข้ามของคำสองคำ "หมาก" เมื่อพูดถึงมักจะนึกเป็นสีแดงๆ เลยเอาคำตรงข้ามกับแดงคือ "เขียว" เข้ามารวมไว้

2.คำว่า "หมาก" ต้องการสื่อถึงการ "วางหมาก" ใน "กระดานหุ้น" และวางหมากให้ประสบความสำเร็จนั่นคือ "การวางหมากให้เขียว" นั่นเอง

จึงเป็นที่มาของชื่อล๊อกอิน "หมากเขียว"

ที่แปลกก็คือ ชื่อนี้เกิดขึ้นมาตอนที่ผมกำลังวิ่งจ๊อกกิ้งอยู่ จู่ๆ ก็ปิ๊งขึ้นมาซึ่งเป็นเรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังในวันหลังว่า การวิ่งจ๊อกกิ้งมันก็สามารถทำให้เกิดสมาธิได้ และทำให้เราเกิดการ "หยั่งรู้" อะไรใหม่ๆ ได้เหมือนการนั่งสมาธิเช่นเดียวกัน

แรงบันดาลใจที่ทำให้เริ่มเขียนบทความในปี 2548 และจัดทำ blog รวมบทความแห่งนี้ มาจากพี่ที่ผมเคารพในสินธร นั่นคือเฮีย คลาย เครียด หรือ เฮีย Endophine เจ้าสำนัก Temple Boxing นั่นเอง เฮียให้การสนับสนุนการเขียนและถ่ายทอดความรู้ผมมาโดยตลอด จะบอกว่าได้เฮียนี่แหละเป็นคนทำให้ผมได้เกิดในสินธร 5555 ถ้าเฮียไม่โปรโมตให้ ในสินธรก็คงจะไม่รู้จักและไม่ยอมรับผมแน่นอน ขอบคุณมากครับเฮีย

ในปี 2549 ดังที่บอกไว้ในกระทู้ที่แล้ว ผมได้ร่วมงานกับ บล.แห่งหนึ่งในฐานะ Prop Trader ผมจึงหยุดการเขียนและเข้าร่วมการโพสใดๆ ในพันทิปนับแต่นั้นมา

และผมได้ไต่เต้าขึ้นมาจนได้เป็นผู้บริหารในตำแหน่ง AVP ช่วงชีวิตนึงในการทำงาน ได้ก่อตั้งแผนกและได้คุม Prop Trade ทั้งทีมให้กับ บล.แห่งหนึ่งซึ่งมีโมเดลทางธุรกิจที่ดีมากๆ ผมถือว่าเป็นเกียรติในชีวิตของผมแล้วที่จะได้จบชีวิตการทำงานในฐานะ "ลูกจ้าง" กับที่แห่งนี้

ถ้าถามว่าผมเป็นนักลงทุนประเภทใด

VI ผมเคยเป็นมาแล้ว 6 ปี
VSOP ผมเคยเป็นมาแล้ว 4 ปี
VS ผมเป็นมาแล้วและกำลังเป็นอยู่ได้ 4 ปี

คงต้องบอกว่า เมื่อผมตัดสินใจออกมาเป็น Private Trader เต็มตัว ผมคงเลือกเส้นทางของการเป็น VS หรือ Value Speculator แล้วล่ะครับแต่ผมไม่ใช่ Day Trader ผมเป็น Trend Follower เวลากินกินคำโตๆ หน่อย กินคำเล็กๆ บ้างก็มี แต่ไม่ใช่ Day Trader แน่ๆ ครับ และสินค้าที่ผมสนใจจะเล่นนั้น คงไม่ใช่ "หุ้น" อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นพวก "ตราสารความเสี่ยงสูง" ทั้งหลาย นั่นคือ Futures โดยจะเริ่มที่ TFEX ก่อน อีก 2 ตัวที่สนใจมากคือ Forex โดยจะเน้นไปที่ USJPY เป็นหลัก และตลาดยาง TOCOM เนื่องจากผมไม่ต้องการเทรดตอนกลางคืน เพราะช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาของการพักผ่อนและอยู่กับครอบครัวมากกว่าครับ ไม่ใช่เวลา "ทำเงิน"

นั่นคือประวัติความเป็นมาคร่าวๆ ของ "หมากเขียว แห่งสินธร" นับตั้งแต่ 1 มี.ค.53 เป็นต้นไป คอยติดตามบันทึกความทรงจำที่ไม่ได้มีแค่การเทรดแต่จะรวมไปถึงแนวคิดการลงทุน ประสบการณ์ แนวคิดการดำเนินชีวิต ฯลฯ ได้ที่นี่ครับ

"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"



Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2553 9:10:38 น. 10 comments
Counter : 2494 Pageviews.

 
สวัสดีครับคุณหมากเขียว

มาติดตามอ่านครับ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ (blog เก่าๆ ) ด้วยครับ


โดย: TheWorldOfArt วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:14:48 น.  

 
รออ่านต่อครับ และผมกำลังจะตามคุณหมากเขียวออกไปด้วย อิอิ


โดย: ยิ้มไว้เมื่อหุ้นลง วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:36:29 น.  

 
ชอบมากครับ
มารอเรียนรู้ต่อ


โดย: ช้างทมิฬ (ช้างทมิฬ ) วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:29:00 น.  

 
ประสบการณ์13ปีในตลาดหุ้น ผ่านแนวการลงทุนหลักๆมาสามแบบ
ใครไม่ได้อ่านนี่น่าเสียดายแทน รออ่านต่ออยู่ครับ

ดูจากสินค้าที่พี่จะเทรดแล้ว พี่เป็นลูกค้าบริษัทแม่ด้วยแน่ๆเลย


โดย: ขอบฟ้าบูรพา วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:44:04 น.  

 
ขอบคุณทุกๆ ค.ห.ครับ


โดย: หมากเขียว วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:59:31 น.  

 
ตอนนี้ ผมสนใจเรื่องเทรดมากก ได้เอาหนังสือ ของ John J Murphy ที่แนะนำมาอ่าน รู้วิธีมองตลาดอย่างมีหลักการขึ้นเยอะครับ ฝากถามอีกครับ มีข้อแนะนำการเตรียมตัวยังไงบ้าง เพื่อที่จะได้งานเทรดเดอร์นะครับ ตอนนี้จบตรี ยังไม่เรียนโทนะครับ ควรสอบ CFAหรือCMTรึป่าวครับ ยังไงขอให้พี่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้นะครับ แล้วจะรออ่านนะครับ


โดย: Kong (kong kikkapoo ) วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:46:30 น.  

 
อยากเดินตามเส้นทางนี้
อยากมีแผนที่ให้เดิน เพื่อเจริญรอยตาม
จะรออ่านครับ


โดย: ฉันรักการเล่นหุ้น วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:6:05:15 น.  

 
ตอบคุณ Kong

หากอยากเป็นเทรดเดอร์ สำคัญที่สุดคือประสบการณ์ในการเทรดครับ

ผมแนะนำให้ไปเป็นมาร์ฯ ของโบรกเกอร์ รับลูกค้าทั้งหุ้นและอนุพันธ์ และฝึกฝีมือในการเทรดไปพร้อมๆ กัน

เมื่อมีผลงานดี กำไรมาก สร้าง career path ที่ดีแล้ว ค่อยขยับขยายไปเป็นเทรดเดอร์ตามโบรกเกอร์หรือตามธนาคารครับ

เทรดเดอร์ ใบประกาศต่างๆ แทบไม่มีค่าอะไรเลยครับ วัดกันที่ประสบการณ์และฝีมือเทรดอย่างเดียว


โดย: หมากเขียว วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:18:30 น.  

 
ขอบคุณมากครับสำหรับคำแนะนำครับ แล้วจะนำไปปฏิบัติครับ พอดีต้องนี้ได้ สัมภาษณ์ งานด้าน Foreign institutional sales ครับ เป็น Front officer ของหลักทรัพย์ไทยแห่งหนึ่ง อยากทราบว่า ในกรณีนี้ถ้าหากผมได้งาน ผมสามารถเทรดหุ้นได้ไหมครับ มีคำถามอีกครับว่า ถ้าราคาAตอนนี้ 40 ผมเซ็ดที่ 39 เพื่อให้ในกรณีที่มันลงมา39 มันจะได้ขายอัตโนมัต (แบบคำสั่ง Protective profit orderนะครับ) แต่พอผมเซดในโปรแกรม ที่ 39 มันขายออกเลยครับ ยังงี้ต้องแก้ยังไงครับ รบกวนด้วยน่ะครับ


โดย: Kong (kong kikkapoo ) วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:17:39 น.  

 
ขอบคุณครับพี่ หมากเขียวที่ มาแชร์ความรู้ ให้ครับ


โดย: Brocobrocco (Brocobrocco ) วันที่: 7 มีนาคม 2553 เวลา:10:18:04 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

หมากเขียว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]




สวัสดีครับทุกท่าน...ผมหมากเขียวแห่งสินธร...จาก Head of Prop Trade สู่ Private Trader อิสรภาพที่รอคอย



สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2553 โดย หมากเขียว™ ห้ามลอกเลียน ทำซ้ำ หรือคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความที่เขียนโดยข้าพเจ้านอกจากจะได้รับอนุญาต

Copyright © 2010.All rights reserved. These articles and photos may not be copied, printed or reproduced in any way without prior written permission of Mhakkeaw™.
Friends' blogs
[Add หมากเขียว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.