"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"
Group Blog
 
All Blogs
 
Trader’s Diary: พี่หรั่งยังไม่ยอมให้หลุด 800 ง่ายๆ และเรื่องของลางสังหรณ์ ศุกร์ที่ 2 เม.ย.53

วันนี้ตลาดเปิดด้วยความเงียบเหงา ในบรรยากาศของการหยุดเทศกาลอีสเตอร์ของฝั่งตะวันตกและเช็งเม้งทางฝั่งตะวันออก ตลาดต่างประเทศหลายตลาดหยุดทำการในวันนี้

ตลาดไทยเอง ก็เงียบเหงาจากความกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศที่สุดสัปดาห์จะมีการชุมนุมใหญ่ของ นปช. ซึ่งเมื่อยังไม่ทราบว่าจะออกมาในรูปแบบใด นักลงทุนที่กำไรแล้วจึงเทขายนำเงินกลับบ้านไปกอดเพื่อความสบายใจ

ในส่วนของตลาดอนุพันธ์มีแรงเท Short อยู่อย่างเบาบาง มีไม้คอยเติมรับ Bid อยู่เรื่อยๆ เช่นกัน

จบสิ้นวัน เป็นไปตามคาด ต่างชาติยังซื้อสุทธิเหมือนเคยแต่เริ่มเบาบางลงจากวันก่อนๆ แต่ที่ผิดคาดคือรายย่อยกลับมาซื้อสุทธิตามต่างชาติเหมือนกัน ปล่อยให้กองทุนกับพอร์ทบริษัทเป็นผู้ขายสุทธิ

แรงซื้อของรายย่อยน่าจะมาในช่วงบ่าย โดยช่วงก่อนปิดตลาดภาคเช้า ดัชนีลงไปหลุด 800 แล้วพลิกกลับมายืนได้ ทำให้ช่วงบ่ายมีแรงซื้อขายสลับกันไป ผิดกับช่วงเช้าที่ถูกแรงเทขายตลอดแล้วมี Bid คอยยันไว้ไม่ให้หลุดไปไกล

วันนี้ผมตั้งใจว่าจะไม่ทำอะไร นั่งดูเฉยๆ ดีกว่า แต่มีบางจังหวะคันไม้คันมือเหมือนกัน แต่ในเมื่อตั้งใจว่าไม่เทรด เพื่อรอระบบเทรดในการส่งสัญญาณ คงต้องเป็นไปตามแผนนั้น

ช่วงก่อนตลาดปิดตอนเย็น พี่ที่เป็นนักวิเคราะห์อนุพันธ์กับ บล.แห่งหนึ่ง ส่ง SMS มาให้ผม บอกให้หาจังหวะดัก Short ช่วงก่อนปิดตลาด แต่ไม่ได้บอกเหตุผลในการวิเคราะห์มา ทำให้ผมอ่าน SMS นั้นเฉยๆ และก็ยังคงทำตามแผนที่คิดไว้คือ “นั่งดูเฉยๆ” เพื่อรอระบบเทรดเท่านั้น

เพราะบ่อยครั้งที่ผมตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว แต่เมื่อมีใครคนใดคนหนึ่งเข้ามาขัดความคิดนั้น แล้วผมดันไปทำตาม มักจะขาดทุนทุกทีไป

ผมจึงค่อนข้างเชื่อใน “เซนต์” และ “ลางสังหรณ์” ของตัวเองมากกว่า

ซึ่งในเรื่องของลางสังหรณ์ ผมได้อ่านในหนังสือ The Zurich Axioms พบว่าผู้เขียนมีความคิดคล้ายกับผมตรงที่ว่า “ลางสังหรณ์” มันมีที่มาที่ไปอยู่

โดยผู้เขียนกล่าวว่า “ลางสังหรณ์” เกิดจากการซึบซับข้อมูลอย่างมหาศาลของเรื่องที่เกิดลางสังหรณ์นั้นๆ เข้าไปอยู่ในส่วนของความจำของสมอง แล้วสมองนำมาสร้างเป็นความนึกคิดรวม จากข้อมูลดิบพวกนั้นออกมา

ส่วนผมนั้นคิดว่า “ลางสังหรณ์” เกิดจากกระบวนการฝึกฝนทางด้าน “วินัย” อย่างต่อเนื่องจนซึมซับเข้าไปใน “จิตใต้สำนึก”

คือเราติดตามข้อมูลของตลาดที่เราสนใจ ข้อมูลเศรษฐกิจ การเมือง กราฟ ฯลฯ ทุกๆ วัน ทำเป็นประจำ จนข้อมูลดิบเหล่านี้ถูกฝังตัวเข้าไปใน “จิตใต้สำนึก” เมื่อถึงจุดของเวลาจุดใดจุดหนึ่งที่เราจะต้องตัดสินใจในเรื่องนั้นๆ “จิตใต้สำนึก” มันจะส่งการประมวลผลออกมาอย่างอัตโนมัติในรูปของ “ลางสังหรณ์”

อันนี้เป็นกระบวนการสร้าง “ลางสังหรณ์” ที่พยายามอธิบายในรูปของ “จิตวิทยา” และ “วิทยาศาสตร์” ซึ่งผมคิดว่ามันค่อนข้างสมเหตุสมผลพอสมควร

ซึ่งผมพบว่า “ลางสังหรณ์” ที่เกิดขึ้นจาก “กระบวนการที่มีเหตุผลรองรับ” มักจะเป็นลางสังหรณ์ที่ “ถูกต้อง”

แต่เมื่อใดก็ตามที่ลางสังหรณ์นั้นเกิดจาก “ความนึกฝัน” เอาเอง มันมักจะ “ผิด”

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อวานมีคำถามจากผู้อ่านหลายคำถาม ดังนี้

คำถามของคุณ diabloth
ถาม
สงสัยอินดิเคเตอร์อีกตัวที่ต้องเพิ่มเข้าไปในโมเดลเทรดก็คือฟันโฟลว์ของต่างชาติซะแล้ว ในกรณีนี้ พี่หมากเขียวว่า KZM และ DSM จะทำกำไรได้ดีมั้ยครับ ผมว่า KZM หุ้นกอง A คงเหลือน้อยเพราะโซนที่สร้างน่าจะเซทไว้ที่เซตไม่เกิน800จุดแน่เลยส่วนกอง C D ก็คงได้กำไรพอสมควรเพราะปิดบวกเกือบทุกวัน ส่วน DSM ชุดสุดท้ายของเขาน่าจะยังไม่ขายคงปล่อยให้ทำกำไรไปเรื่อยๆ ผมว่า KZM คงทำกำไรได้มากกว่าเพราะกอง CและD ของเขาสามารถทำกำไรได้เกือบทุกวัน แต่ถ้าเป็นพวก KZM DSM ขั้นสูงอาจจะกำไรน้อยกว่าขั้นต้นเยอะเพราะมีการใช้อินดิเคเตอร์ต่างๆ ประกอบกันเยอะซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้เกิดสับสนได้

ตอบ
ผมก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ DSM กับ KZM ซะด้วยซิ แต่รอบขาขึ้นยาวๆ นี้ ทั้งสองแบบกำไรพอสมควรเลยล่ะครับ

ส่วนกอง C และ D ใน KZM คงต้องขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าใช้เครื่องมือ หรือระบบเทรดอะไรในการเข้าออกตลาด โดยเฉพาะกอง D ถ้าผมจำไม่ผิดคือ Day Trade รึเปล่า ซึ่งสัปดาห์นี้ตั้งแต่ต้นสัปดาห์เป็นต้นมา Day Trade เล่นค่อนข้างเหนื่อยเหมือนกันเพราะตลาดมันสวิงมาก ผิดทางปุ๊บโดนทันที ยิ่งเป็นรายย่อยมีค่าคอมฯ ยิ่งเหนื่อย ขนาดน้องๆ ผมเอง เท่าที่ตามอ่านใน Blog ยังว่าเทรดแล้วเหนื่อยเลยครับ

คำถามของคุณ Q
ถาม
พี่หมากเขียวครับ ไม่ทราบว่าถ้าอยากจะเป็น PT แบบพี่เนี่ย ควรเรียนอะไรดี(หมายถึงป.ตรีอะครับ ปล.ตอนนี้ม.ปลายคับ)เเล้วโทด้วยจะขอบคุณมากครับหรือพอจะหาข้อมูลพวกนี้ได้จากที่ไหนบ้าง พอดีผมไม่ทราบจะถามใครที่ไหนครับ ผมหาที่ถามไม่เจอด้วย(ถึงเเม้พี่จะบอกให้ถามในพันทิพย์พอดีไม่เคยใช้เลย) ถ้าถามผิดที่ก็ขอโทษพี่ด้วยครับ ขอบคุณครับ

ตอบ
ตอนนี้ผมไม่ได้คุม Prop Trade แล้วครับ

ตอนที่ผมสร้างทีม บอกตรงๆ ผมไม่ดูเลยว่าผู้สมัครจะ จบอะไรมา จบที่ไหน เกรดเท่าไหร่ มีใบประกาศอะไร

ผมดูอย่างเดียว

“มีความสามารถทำเงินให้ทีมผมได้เท่าไหร่”

โดยผมดูจาก เคยมีประสบการณ์ในการเทรดมากน้อยเพียงใด มีกลยุทธ์การลงทุนอย่างไร เข้ากับทีมได้ไหม บุคลิกลักษณะเป็นอย่างไร อีโก้มากมั้ย ที่สำคัญ มีไหวพริบปฏิภาณมากน้อยแค่ไหน ฯลฯ ผมจะเชคว่าสามารถทำเงินให้กับทีมผมได้ และเข้ามาแล้วช่วยเติมเต็มทีมของผมให้แข็งแกร่งขึ้น

ส่วนเรื่องเรียน ถ้าให้แนะนำก็คงให้เลือกเรียน บริหาร ไม่ก็ เศรษฐศาสตร์ แล้วต่อโท MBA พร้อมๆ กับเก็บ CFA Level I ไว้เป็นไม้กันหมากับใบเบิกทาง

ผมบอกตามตรงว่า พวกใบ Transcript กับใบประกาศต่างๆ ใช้ตอนสมัครงานเพื่อเป็น “ใบเบิกทาง” เท่านั้น ชีวิตของการทำงานจริง การเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มันอยู่ที่

“ฝีมือ”

และ

“ประสบการณ์”

เท่านั้นเอง

และผมขอเตือนว่า ชีวิตการทำงานไม่เหมือนสมัยเรียน

มันจะมีคนคอยรอ “แทงข้างหลัง” คุณตลอดเวลา และพร้อมจะ “เลื่อยขาเก้าอี้” คุณด้วย

คุณจะเจอคนพวกนี้อยู่ตลอดเวลา ในชีวิตของ “มนุษย์เงินเดือน” ครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้

"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"



Create Date : 05 เมษายน 2553
Last Update : 5 เมษายน 2553 13:57:01 น. 9 comments
Counter : 6355 Pageviews.

 
ขอบคุณครับพี่หมากเขียว


โดย: smokerfield วันที่: 5 เมษายน 2553 เวลา:14:32:17 น.  

 
ขอบคุณมากครับ ตามอ่าน ตลอด


โดย: อาปี้คุง IP: 119.42.97.125 วันที่: 5 เมษายน 2553 เวลา:17:16:35 น.  

 
".....ชีวิตการทำงานไม่เหมือนสมัยเรียน
มันจะมีคนคอยรอ “แทงข้างหลัง” คุณตลอดเวลา และพร้อมจะ “เลื่อยขาเก้าอี้” คุณด้วย
คุณ จะเจอคนพวกนี้อยู่ตลอดเวลาในชีวิตของ “มนุษย์เงินเดือน” ครับ "

คำกล่าวนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ เพราะทั้งเห็นและเจอกับตัวเองมาก่อน คนพวกนี้จะมองว่า การ "แทงข้างหลัง” และ "เลื่อยขาเก้าอี้” คนอื่นเป็นงานหลักของเขาและเป็นสิ่งรับประกันการงานของเขาไปในตัว


โดย: tomimoto IP: 219.143.205.124 วันที่: 5 เมษายน 2553 เวลา:19:27:39 น.  

 
พอจะบอก blog น้องๆตาม

"ซึ่งสัปดาห์นี้ตั้งแต่ต้นสัปดาห์เป็นต้นมา Day Trade เล่นค่อนข้างเหนื่อยเหมือนกันเพราะตลาดมันสวิงมาก ผิดทางปุ๊บโดนทันที ยิ่งเป็นรายย่อยมีค่าคอมฯ ยิ่งเหนื่อย ขนาดน้องๆ ผมเอง เท่าที่ตามอ่านใน Blog ยังว่าเทรดแล้วเหนื่อยเลย"

เพื่อจะได้ตามอ่านครับ
ขอบคุณครับ


โดย: ฉันรักการเล่นหุ้น วันที่: 6 เมษายน 2553 เวลา:7:28:17 น.  

 
ที่เล่นแล้วเหนื่อยเพราะอยู่กับข้อมูลมากไปหรือเปล่าครับ


โดย: ไม้แดง IP: 125.27.123.74 วันที่: 6 เมษายน 2553 เวลา:8:27:58 น.  

 
ขอบคุณ คุณหมากเขียว ที่ให้ข้อคิดดีๆเสมอมาค่ะ


โดย: สุเกียง IP: 118.173.101.182 วันที่: 6 เมษายน 2553 เวลา:16:23:24 น.  

 
ขอเรียนถามเรื่อง PT ครับ .... ที่พี่หมากเขียวบอกว่า ... “มีความสามารถทำเงินให้ทีมผมได้เท่าไหร่” ... ถ้าสมมุติว่าผมมีผลการเทรดจริงที่ไม่ค่อยดี แต่มีโมเดลเทรดที่ดี (ผลทดสอบออกมาดี โดยที่ไม่ curve fit) อย่างนี้เค้าจะสนใจบ้างไหมครับ ?

ขอบคุณพี่หมากเขียวมากๆนะครับ ติดตามอ่านเสมอเลยนะครับ ได้ความรู้ใหม่ๆทุกตอนเลย :D


โดย: Hyoderella IP: 183.89.155.134 วันที่: 6 เมษายน 2553 เวลา:20:06:34 น.  

 
อีก 2-3 คำถามครับ
1.เราจะรู้ได้อย่างไรว่าที่ไหนมี pt บ้าง
2.หากเราไม่รู้จัก pt เลย จู่ๆเราจะเข้าไปสมัครได้ไหม
3.ตอนที่ขอดูผลงาน เขาดูจากอดีตเทรดแบบรายย่อย หรือว่ารับเราเข้าไปก่อนแล้วลองเทรดให้ดู
4.อนาคต pt มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลง
5.pt ได้ต่างประเทศ มีหรือไม่ และเหมือนหรือแตกต่างกับของไทยอย่างไร
6.หากเราตั้งเป้าหรือฝันว่าจะเป็น pt ให้ได้ จะมี step ในการคิดหรือวางแผนอย่างไร

ขอบคุณครับ(ถามเยอะไปหน่อย)



โดย: ฉันรักการเล่นหุ้น วันที่: 7 เมษายน 2553 เวลา:7:13:52 น.  

 
คำถามไปทาง PT แหะ ผมขอตอบในตอนหน้าครับ


โดย: หมากเขียว วันที่: 7 เมษายน 2553 เวลา:13:16:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หมากเขียว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]




สวัสดีครับทุกท่าน...ผมหมากเขียวแห่งสินธร...จาก Head of Prop Trade สู่ Private Trader อิสรภาพที่รอคอย



สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2553 โดย หมากเขียว™ ห้ามลอกเลียน ทำซ้ำ หรือคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความที่เขียนโดยข้าพเจ้านอกจากจะได้รับอนุญาต

Copyright © 2010.All rights reserved. These articles and photos may not be copied, printed or reproduced in any way without prior written permission of Mhakkeaw™.
Friends' blogs
[Add หมากเขียว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.