เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก
“เจ้ๆ ไปเสม็ดเสร็จทุกรายจริงเหรอ?”
เราถามคำถามอันไร้เดียงสากับเจ้ไอริช เลสสาวใหญ่พันธุ์แท้ที่มาของคำถามมันมาจากเราได้รับการติดต่อมา บริษัทฯ ออร์แกไนซ์เล็กๆ แห่งหนึ่ง เค้าได้รับจ้างจากบริษัทที่มีผู้บริหารเป็นชาวต่างชาติ จึงติดต่อจ้างเราไปเป็นล่าม โดยจัดกิจกรรมกันที่ประจวบคีรีขันธ์ แล้วตอนนั้น เราก็จีบๆ สาวคนหนึ่งอยู่พอดี และว่าจะตะล่อมชวนเค้าไปเที่ยว ด้วยกัน ก็เลยนึกถึงประโยคนี้ขึ้นมาเลยถามเจ้ไอริชแกดู แค่อยากรู้จริงๆ นะ ไม่ได้มีจิตอกุศลใดๆ ต่อพี่เค้าเลยแม้แต่ น้อยนิด แล้วเจ้ไอริชแกก็ตอบมาได้โดนใจตรงประเด็นมากว่า
“เกาะเกร็ดก็เสร็จได้ ถ้าจีบติด”
และเล่นซะจุกด้วยคำถามนี้....
“ว่าแต่ว่า ทำเป็นด้วยเหรอเราน่ะ”
ชอบผู้หญิงแก่กว่าก็ตรงนี้แหล่ะ.... รู้ทันไปหมด

ปัญหาโลกแตกของผู้หญิงไทยคือ ความไร้เดียงสาในเรื่องเซ็กซ์ จริงๆ ผู้ชายมันก็ไม่ได้รู้มากกว่าผู้หญิงหรอกนะคะ บางคนรู้แต่เพียงว่า หากมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงก่อนหน้ามีประจำเดือน 7 วัน กับหลังมีประจำเดือน 7 วัน จะไม่ท้อง แล้วผู้หญิงก็ดันเชื่ออีกนะ เค้าบอกแค่นั้นก็เชื่อ เค้าไม่ใส่ถุงยางก็ไม่ทักท้วงอะไร ไม่ยอมกินยาคุมอีกต่างหาก ก็เลยได้ท้องกันทั่วบ้านทั่วเมืองเลยเป็นไงล่ะ หรือผู้หญิงบางคนโดนผู้ชายอำว่า หากทำ Oral Sex ให้ผู้ชายแล้วกินน้ำอสุจิเข้าไป หรือเอาไปทาตัวเนี้ยะ มันจะมีวิตามินที่ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสวยงามประหนึ่งชโลมผิวด้วยไวเทนนิ่งราคาแพงฟังแล้วก็นะ....

แดกข้าวให้อิ่มครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำมากๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ
กูก็สวยได้ ไม่ต้องมาหลอกให้กูอมค_ยให้หรอกนะ
แล้วที่ผู้หญิงบางคนทำให้ผู้ชายน่ะ ไม่ใช่เพราะเชื่อหรือรู้ไม่ทันหรอก
แต่เพราะรักต่างหาก!

ช่วงก่อนมีประจำเดือน 2-3 วัน ผู้หญิงจะมีอารมณ์ทางเพศมากกว่าปกติ เพราะฮอร์โมนในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ไข่ตก เป็นช่วงร่างกายของผู้หญิงพร้อมที่จะปฏิสนธิ สูตินารีแพทย์ส่วนใหญ่มักจะแนะนำให้คู่สามีภรรยาที่มีบุตรยากมีเพศสัมพันธ์กันในช่วงนี้เพราะโอกาสที่จะมีบุตรมีสูง ซึ่งเรื่องแบบนี้ผู้ชายส่วนใหญ่ก็ไม่รู้ จะรู้แต่เพียงว่า หากใกล้ช่วงวันนั้นของเดือนผู้หญิงจะชอบวีน หงุดหงิดง่าย ชอบชวนทะเลาะอะไรแบบนั้น และตอนนี้เมื่อรู้แล้วว่า เป็นช่วงที่มีอารมณ์ทางเพศมากกว่าปกติ ขอแนะนำให้คุณผู้ชายทั้งหลายจงแก้ปัญหาด้วยการ

จับปล้ำเสียจะเกิดผล...
คุณเธอจะแปลงร่างจากสาวขี้วีนมาเป็นสาวช่างฉอเลาะให้ชื่นใจ

อย่ามาอ้างว่าจะไปรู้ได้อย่างไรว่า จะมีประจำเดือนช่วงไหน ปฏิทินไม่ได้มีไว้ดูวันเดือนปีอย่างเดียวนะคะ นับไปสิจ๊ะรอบละ 28 วัน แล้วทำไมผู้ชายจึงดูรู้เรื่องเพศ มากกว่าผู้หญิงก็เพราะว่าเผอิญสังคมเปิดโอกาสให้มีสิทธิ์เรียนรู้มากกว่าน่ะ อีกทั้งสังคมคาดหวังให้ผู้หญิงไร้เดียงสาในเรื่องเพศ หญิงใดที่ดูรู้เรื่องทางเพศมากมักจะถูกมองว่า กร้านโลก ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีนัก
ในความคิดของเรา เมื่อผู้หญิงนั้นก้าวเข้าสู่วัยสาว คือ เริ่มมีประจำเดือนแล้วเนี้ยะ ควรอย่างยิ่งที่จะให้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ จะได้ไม่เกิดกรณีท้องโดยไม่ได้ตั้งใจให้ท้อง คือ ตั้งใจแค่จะทำไง แต่ไม่ได้อยากจะมีลูก ตอนเราอายุ 17-18 ได้เนี้ยะแหล่ะ พ่อมาเจอกามาสุตรา ตำรากามสูตรของอินเดียโบราณบนโต๊ะหนังสือในห้องนอนของเรา ด้วยความสงสัยก็รื้อๆ กองหนังสือบนโต๊ะก็พบตำราเพศศึกษาร่วมสมัยอีก 1 เล่ม เท่านั้นแหล่ะ พ่อด่าซะประมาณว่า เป็นผู้หญิงยิงเรือมีของพวกนี้ได้ยังไง ทำตัวไม่ดีเลย บลาๆๆๆ
“แล้วพ่อจะให้รู้เพราะไปนอนกับผู้ชายเหรอ?”
เราย้อนถามด้วยความสงสัย ซึ่งก็ได้ผล...พ่อเงียบและเดินออกจากห้องเราไปแล้วก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกเลย
เมื่อค่านิยมของสังคมไม่อนุญาตให้ผู้หญิงได้เรียนรู้เรื่องทางเพศ แล้ว จะมีผู้หญิงกี่คนกันจะไปเดินป้วนเปี้ยน แถวๆ แผงหนังโป๊ตามตลาดนัด แถมกล้าหาญกระซิบถามคนขายว่า
“เพ่ๆ มีแบบหญิงหญิงป่ะเพ่”
มันคงจะมีนะคะ หรือ จะมีผู้หญิงกี่คนกัน เดินดุ่มๆ ไปในดงขาย Sex Toy ในคลองถม แล้วกระซิบคนขายว่า
“เพ่ๆ มี Dildo เจ๋งๆ สักอันไหมเพ่?”
มันคงจะมีนะคะ

แค่รู้ตัวว่า ชอบผู้หญิงด้วยกันนี่ก็จิตตกกลัวชาวบ้านเค้าจะรู้ความลับกันจะแย่แล้ว เมื่อเป็นแบบนี้ คู่เลสเบี้ยนสาวที่ออกแนวสดใสน่ารัก ไร้เดียงสา หลายๆ คู่จึงรักกันเพียวๆ เพราะทำไม่เป็น ซึ่งต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า ผู้หญิงเป็นเพศที่บ้าความรัก ผู้หญิงไม่ได้บ้าเซ็กซ์ ดังนั้น แม้จะไม่มีความสัมพันธ์ทางกายเค้าก็ยังรักกันได้อยู่ดีค่ะ
เชื่อไหมว่า มีผู้หญิงที่ชอบ ผู้ชายหลายต่อหลายคน แม้จะเป็นผู้หญิงเหมือนกันแต่เค้าก็ไม่เข้าใจว่า เลสเบี้ยนรักกัน ได้ยังไง บางคนแม้จะมีเพื่อนเป็นเลสเบี้ยนแต่ก็อดสงสัยไม่ได้และเราเคยเจอคำถามนี้ค่ะ

“ชอบตรงนั้นด้วยใจจริงป่ะ มีความรู้สึกหยะแหยงบ้างมั้ย”
อยากจะบอกว่ามันเป็นเรื่องของความรักและอารมณ์ทางเพศพาไปมากกว่าค่ะ
ผุ้ชายหลายๆ คนไม่เคยออรัลให้ผุ้หญิงอย่างไร
คู่เลสบางคู่ก็ไม่ทำ Oral Sexให้คู่ของตัวเองค่ะ
อารมณ์ปกติๆ กินข้าวอยู่ จู่ๆ มาแหกให้ดูก็มีอ้วกได้นะคะ -_-"

ถามยั่งกับพวกเลสเบี้ยนเป็นพวกหน้าหม้ออย่างนั้นแหล่ะ ประเภทคลำดูไม่มีหางและมี “จิ๊มิ๊” ก็เป็นอันใช้ได้ คำถามแบบนี้เป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ของเลสเบี้ยนในสายตาคนส่วนใหญ่ว่า เซ็กซ์เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่ง กลายเป็นเลสเบี้ยน
ผู้ชายส่วนใหญ่จะให้ความสนใจในคู่เลสเบี้ยนมากเพราะมันเหมือนเป็นการท้าทายความสามารถทางเพศของเค้า ว่า “ทำไมถึงชอบมีเซ็กซ์กับผู้หญิงด้วยกัน”
“ก็เหมือนคุณชอบมีเซ็กซ์กับผู้หญิงน่ะแหล่ะ” เราย้อนตอบผู้ชายคนนึงที่เอ่ยถามเรา ย้อนเพื่อหาเวลาคิดคำตอบดีๆ ที่ดูแล้วไม่เสียเชิงสาว ไม่ให้พี่แกรู้ว่า....จริงๆ ไอ้ที่เค้าว่า ตีฉิ่ง น่ะ เค้าทำกันยังไงชั้นยังไม่รู้เลย
“จะเหมือนได้ไง ผมเป็นผู้ชาย” พี่แกย้อนกลับ
“มันทำให้คุณรู้สึกว่ามีอำนาจต่างหาก”
“ก็จริง” พี่แกพยักหน้ายอมรับอย่างงงๆ ไอ้ครั้นจะถามเราต่อว่าหมายความว่าอะไรก็กลัวเสียฟอร์ม
ฮ่าฮ่าฮ่า ดีใจเถียงชนะเอาตัวรอดได้อีกหนึ่งวัน

ด้วยความที่สังคมเปิดโอกาสให้ผู้ชายรับสื่อทางเพศได้ง่ายกว่าผู้หญิง ผู้ชายทุกคนทั่วโลกไม่ว่าจะสัญชาติไหนก็ตาม จะมีสักครั้งในชีวิตหรืออาจจะหลายครั้งที่ใฝ่ฝันที่จะมีสาวๆ สวยๆ เปลือยกายแล้วก็กอดจูบลูบไล้กันและกันให้ดู จากนั้นพี่แกก็จะงัดเจ้าโลกฟ้าประทาน (อันมีอิทธิฤทธิ์น่าอัศจรรย์ยิ่ง เสกเด็กเข้าท้องได้) จัดการสั่งสอนสาวสวยทั้งสองให้ได้รับรู้ว่า ของจริงมันดีกว่าเยอะ!!!!!!
ถ้าไม่เชื่อนะ ลองๆ ไปหาดูตามแผงหนังโป๊เลือกมาสักแผ่นนะ ถ้าไม่กล้าก็ลองแวะเข้าไปตามเวบขายหนังโป๊ในอินเตอร์เนตมีเรื่องให้เลือกเยอะ หรือถ้าไม่อยากซื้อเสียตังค์ก็โหลดเอาก็ได้ แล้วไอ้เจ้าพวกหนังโป๊เนี้ยะนะคะ มันสร้างความสงสัยให้เราอย่างหนึ่ง ทำไมหนังโป๊ฝรั่งพี่แกถึงนิยมให้ผู้หญิงในหนังเป็นสาวผมบรอร์น ผิวสีแทน ปากอวบอิ่มทาลิปสีแดงสดๆ ไว้เล็บยาวสีแดง แล้วก็ใส่รองเท้าส้นสูงสีแดงแปร๊ด อากัปกิริยาท่าทางก็ดูหื่นๆ ชวนให้ตื่นตะหนก
เจ้จะเร่า จะร้อนไปไหน ใจเย็นเจ้ ใจเย็นๆ...

ไอ้หนังโป๊เอเชียสัญชาติญี่ปุ่นก็ไม่แพ้กัน ก่อนคุณจะดึ่งดึ้งกันเนี้ยะ คุณต้องมีการสัมภาษณ์กันก่อนนะคะ สัมภาษณ์ก็ไม่นานอ่ะค่ะราวๆ ครึ่งชั่วโมง ประมาณว่า หนูอายุเกิน 18 หรือยัง ลูกเต้าเหล่าใคร เรียนที่ไหนจ๊ะ (กรณีชุดไฮสคูล) เคยมีประสบการณ์มาแล้วหรือเปล่า ซึ่งส่วนมากคุณน้องเธอก็จะทำท่า แอ๊บแบ๊ว หนูยังไม่เคยค่ะป๋า แบบว่า ไร้เดียงสาอย่างยิ่ง ป๋าจะลองเปิดซิงหนูไหมคะ???
กี่เรื่อง กี่เรื่อง ก็เห็นทำแอ๊บแบ๊วโดนเปิดซิงครั้งแรกทุกที
น้องคะ น้องจะร่านให้พี่ดูสักเรื่องพี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะคะ

แต่ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนจินตนาการสูงส่งก็ไปหาเรื่องเล่าพวก Sex Story อะไรพวกนั้นก็ได้ มันจะมีหมวดเรื่องเล่าผู้หญิงกับผู้หญิงอยุ่ แต่อ่านแค่ครึ่งเดียวก็พอนะคะ เพราะร้อยทั้งร้อยของเรื่องทั้งหมดในหมวดนี้ ตอนท้ายๆ ของเรื่องจะมีผู้ชายมาแจมค่ะ แล้วมันจะหมดสนุกทันที

ในเวบเลสเบี้ยนจะเจอผู้ชายเข้ามาป่วน กวนตีนบ่อยๆ มาก และป่วนทีไรได้ผลทุกที บางคนก็มาโพสเบอร์โทรศัพท์พร้อมกับฝากข้อความทิ้งไว้ประมาณว่า
...ของเทียมมันจะสนุกอะไร ของจริงมันกว่าเยอะ...
...สาวๆ คนไหนอยากให้ผู้ชายเลียให้ โทรมาได้นะครับที่เบอร์ .......
...เอากล้วยหอมมาฝาก...(แล้วก็โพสรูปอวัยวะเพศชาย พร้อมข้อความประกอบอวดอ้างสรรพคุณ)...
พอถูกป่วน แม่สาวเลสเบี้ยนทั้งหลายก็จะออกอาการร้องกรี๊ดๆ รับไม่ได้ ขับไสไล่ส่งด่าทอสารพัด บางคนด่าแรงขนาดที่เราอ่านแล้วอดคิดไม่ได้ว่า สงสัยพ่อของเลสเบี้ยนคนนั้นจะเป็น กระบองไม้ไผ่ มั้ง เผอิญพ่อเราเป็นผู้ชาย ไม่ใช่กระบอกไม้ไผ่เลยรู้สึกเหมือนโดนด่าพ่อยังไงพิกล
ในตอนแรกที่ได้รับรู้ถึงความนึกคิดแบบนี้ของผู้ชายบางคน ก็รู้สึกไม่พอใจเหมือนกันเพราะเราก็อยู่ของเราดีๆ ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ทำไมต้องมาหาเรื่องกันด้วย แต่เมื่อโตขึ้นรู้จักคนมากขึ้นก็เริ่มจะเข้าใจว่า ไม่เห็นจะต้องโกรธเคืองหรือถือสาอะไรพวกผู้ชายกลุ่มนี้เลย เพราะจากการที่เรามีเพื่อนผู้ชายเป็นโขยงเนี้ยะ พอจะสันนิฐานได้ว่า...
1. ผู้ชายกลุ่มนี้ ไม่มีแฟนค่ะ จีบผู้หญิงคนไหนก็ไม่ติด ขาดความรู้ในเรื่องวิชาการเพศจึงไม่สามารถแยกแยะได้ว่า เลสเบี้ยนคือผู้หญิงที่ชอบผู้หญิงไม่ใช่ผู้หญิงที่กลัวมีเซ็กซ์กับผู้ชาย
หรือถ้ามีก็จะเป็นลักษณะ แฟนเป็นเลสเบี้ยนและโดนแฟนทิ้งแล้วหันไปคบกับเลสเบี้ยนด้วยกันมา ก็เลยออกอาการอดรนทนไม่ได้ต้องมาก่อกวนชาวเลสที่เค้าไม่รู้เรื่องด้วย
2. ผู้ชายกลุ่มนี้ ลึกๆ แล้ว เค้าชอบผุ้หญิงที่เป็นเลสเบี้ยนค่ะ คล้ายๆ กับผู้หญิงที่ชอบผู้ชายที่เป็นเกย์น่ะแหล่ะ เพราะผู้หญิงที่เป็นเลสเบี้ยนนอกจากจะหน้าตาดีเป็นส่วนใหญ่แล้ว นิสัยใจคอบางอย่างก็ดูจะเข้าอกเข้าใจผู้ชายไปซะหมด อาทิ เข้าใจดีว่า มันต้องใช้ความกล้ามากแค่ไหนกับการเดินเข้าไปขอเบอร์ผู้หญิงที่ตัวเองรู้สึกชอบจริงๆ หรือบางคนก็มีนิสัยตลอดจนงานอดิเรกเหมือนผู้ชาย อย่างเจ้าจำปี ชอบยิงปืน ชอบรถแข่ง ชอบเทคโนโลยีต่างๆ นิสัยลุยๆ ง่ายๆ สบายๆ ผู้หญิงประเภทนี้ผู้ชายชอบนะจะบอกให้ กลุ่มนี้จะแบ่งย่อยได้อีก 3 ประเภทคือ
1. บ้าเลสเบี้ยน กลุ่มนี้เนี้ยะ เค้าจะชอบคู่เลสเบี้ยนเอามากๆ และก็จะเข้าใจความรักแบบเลสเบี้ยนด้วย คู่เลสเบี้ยนทำอะไรก็น่ารักน่ามองไปหมด จะไม่มีความคิดว่า เลสเบี้ยนสามารถหายได้หากเจอผู้ชายดีๆ อะไรแบบนั้น กลุ่มนี้จะเป็นนักสะสมตัวยง จะชอบเก็บภาพยนตร์หรือการ์ตูนแอนนิเมชั่นที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเลสเบี้ยน ถ้าปลอมตัวเป็นผู้หญิงเข้าผับเลสเบี้ยนได้ พี่แกก็คงจะทำเหมือนกัน กลุ่มนี้จะสุภาพกับผู้หญิงที่เป็นเลสเบี้ยนจะไม่มีเข้าไปป่วนบอร์ดเลสเบี้ยนเหมือนกลุ่มอื่น
2. ขอเป็นคนเดียว กลุ่มนี้จะชอบคู่เลสเบี้ยนในแบบผู้ชายชอบผู้หญิง คือ เค้าจะมีความคิดว่า ถ้าหากแฟนหรือภรรยาของเค้าจะมีผู้หญิงอีกคนระหว่างอยู่กินกับเค้า เค้ารับได้ค่ะ ขออย่างเดียวอย่ามีผู้ชายอื่นแล้วกัน ถ้ามีพ่อเอาตายแน่ ผู้ชายกลุ่มนี้มีเยอะมากๆ ค่ะ เผอิญผู้หญิงเป็นเพศที่ให้ความสำคัญกับลูกและครอบครัวมากๆ เรื่องจะไปมีผู้หญิงอื่นเนี้ยะก็จะน้อย คนก็พาลเข้าใจว่า เออ...สงสัยจะหายแล้ว เลิกชอบผู้หญิงด้วยกันแล้ว แต่จริงๆ แล้วถ้ามีผู้หญิงอื่นด้วยเนี้ยะ ส่วนใหญ่มักจะเลิกราหรือขอหย่าร้างไปเลย เป็นกลุ่มที่เสียน้ำตาลูกผู้ชายเยอะที่สุด
3. เราสามคน กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่พูดไม่รู้เรื่องที่สุด พี่แกจะรักผู้หญิงที่เป็นเลสเบี้ยนแบบผู้ชายรักผู้หญิง และรักลามไปถึงแฟนของเลสเบี้ยนด้วย คงอารมณ์ แก้ทอม-ซ่อมดี้ อะไรแบบนั้น คิดว่า เค้าคงจะมีความคิดอยากเปลี่ยนบรรยากาศประมาณว่า 3 วันอยู่กับสาวทอม 3 วันอยุ่กับสาวดี้ อีกวันก็เล่นมวยหมู่เราสามคน
ผู้ชายที่มีความคิดแบบนี้ขอบอกเลยว่า.....คุณทำให้ผู้หญิงแท้ๆ ที่รักผู้ชาย เค้ารู้สึกยินดีปรีดาที่มีสามี คนเดียวกันกับหญิงอื่นให้ได้ก่อนเถอะค่ะ ถึงจะมาจ้องฟันทอมแอ้มดี้น่ะ
ที่บอกว่าพูดไม่รู้เรื่องที่สุดก็คือ พี่แกพร้อมที่จะแทรกกลางระหว่างคู่เลสเบี้ยนตลอดเวลา ไม่ได้คนนี้ก็ขอคนนี้แทนก็ได้ เราเคยโพสเรื่องราวอกหักของตัวเองลงในเวบบล็อกส่วนตัว ผ่านไปไม่กี่วันมีผู้ชาย Add MSN เข้ามาคุยกับเรา คุยสักพักเริ่มเดาทางได้ละว่า จีบกูแน่ๆ ซึ่งเราก็บอกไปว่า เออ...ถ้าอ่านเวบบล็อกก็น่าจะรู้ว่าเราชอบผู้หญิงนะ พี่แกตอบว่าไงรู้ไหมคะ...เค้าบอกว่า
“ทราบครับ แต่ว่า คุณจะไม่ลองเปิดใจคบผู้ชายดูหน่อยเหรอครับ บางทีเค้าอาจจะไม่ทำให้คุณเสียใจเหมือนผู้หญิงก็ได้นะครับ”
เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเกลียดมนุษย์เพศชาย เพราะที่อกหักน่ะ ก็เพราะผู้หญิงคนนั้นเค้าชอบผู้ชาย เค้าไม่ได้ชอบผู้หญิง ในเมื่อผู้หญิงชอบผู้ชายมันมีซะเกลื่อนโลกขนาดนี้พวกผู้ชายอย่างพวกคุณจะมาวุ่นวายอะไรกับพวกเลสเบี้ยนอย่างชั้น
ก็ไปรักกับผู้หญิงที่เค้ารักผู้ชายสิยะ ไปรักกันให้พอ

ในปัจจุบันมีอินเตอร์เนตเข้ามาในชีวิตประจำวัน ก็เลยทำให้เลสเบี้ยนบางคนได้มีโอกาสดูหนังโป๊หรือหนังเกี่ยวกับเลสเบี้ยน หรืออ่านเรื่องเล่า Sex Story ได้จากเวบเลสเบี้ยน แต่มันก็ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมากๆ อยู่ดี
ทุกวันนี้ในเวบเลสเบี้ยนยังคงมีคำถามยอดฮิตรองๆ มาจากคำถามที่ว่า “ดูเลสเบี้ยนดูยังไง” นั่นคือ คำถามที่ว่า...
ตีฉิ่งทำยังไงคะ?
สอนวิธีทำ Oral Sex หน่อย
ยั่วแฟน ยั่วยังไงดีคะ?
โดนแฟนยั่วค่ะ เค้าบอกว่า อยากจะรู้ว่า ทำเป็นหรือเปล่า..

เรามีเพื่อนผู้ชายคนนึง พี่แกชอบชวนคุยกับเราทาง MSN วันหนึ่งขณะที่เรากำลัง ง่วนอยู่กับการอ่านบอร์ดเรื่อง เพศของเวบเลสเบี้ยนอยู่ คุณชายณัฐเพื่อนหนุ่มของเราคนนี้ก็ถามว่า เราทำอะไรอยู่ถึงได้ ตอบช้าจัง
ด้วยความรำคาญบวกนึกสนุก เราจึงก๊อปปี้ URL ของบอร์ดเซ็กซ์นี้ ให้คุณชายณัฐเธอเข้าไปอ่านดู พ่อเจ้าประคุณ หายไปพักใหญ่ ก่อนจะกลับมาคุยกับเราด้วยน้ำตา (พี่แกส่งไอคอนรูปคนร้องไห้มา) พร้อมกับพิมพ์หัวข้อกระทู้ที่เรานั่ง อ่านอยู่ หัวข้อที่ถามว่า

“ระหว่างลิ้นกับนิ้ว เพื่อนๆ ชอบอันไหนมากกว่ากันคะ?”
แล้วก็มีบรรดาสาวเลส ทั้งหลายเข้ามาตอบกันล้นหลามว่า ชอบลิ้นมั้ง ชอบนิ้วมั้ง บางคนก็ชอบทั้งสองอย่าง บ้างก็ว่า ชอบให้ใช้ลิ้นก่อนแล้วพอใกล้จะถึงจุดสุดยอดก็ค่อยใช้นิ้วกระตุ้นพร้อมกัน
“รู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่า” ตาณัฐรำพัน เล่นเอาเราหัวเราะก๊าก ฮาน้ำหูน้ำตาไหล โถพ่อคู้ณ ผู้หญิงที่ชอบผู้ชายมี เยอะแยะไป จะมาเสียอกเสียใจอะไรกับพวกชั้นล่ะจ๊ะ
“มันจะมีความสุขอะไรกับการเล้าโลมภายนอก” ตาณัฐตั้งขอสังเกต เป็นข้อสังเกตที่สะท้อนถึงความเชื่อที่ว่า ของจริง (องคชาติ) ดีกว่าลิ้นหรือนิ้วแน่นอน ซึ่งมันมาจากความขาดความเข้าใจในพฤติกรรมทางเพศของชายและหญิง
คือ...สังคมเอาการร่วมเพศกับการร่วมรักเป็นเรื่องเดียวกัน แถมมีการเอาเปรียบกันเล็กน้อยด้วยการให้ผู้ชายมีสิทธิ์ แยกคำว่าร่วมเพศ กับ ร่วมรัก ออกจากกันได้ด้วย ในขณะที่ผู้หญิงห้ามแยกกันเด็ดขาด หากแยกเมื่อไหร่จะกลายเป็น หญิงร่านงามเมืองขึ้นมาทันที
การร่วมเพศของผู้ชายนั้นความสุขของพี่แกอยู่ที่การตอบสนองของฝ่ายหญิงเป็นหลัก การกอดรัด การตอดรัด ของอวัยะเพศของฝ่ายหญิง นั่นคือ.....ผู้ชายจะมีความสุขทางเพศได้ก็ต่อเมื่อมีการสอดใส่ พวกเขาถึงได้หวงตลอดจน ภาคภูมิใจในเครื่องเพศของตัวไงคะ เพราะมันมีอยู่อันเดียวหาใหม่ไม่ได้ด้วยและเป็นเหตุให้เชื่อว่า สิ่งที่เรียกว่า การเล้าโลมโดยการใช้ลิ้นหรือนิ้วให้ฝ่ายหญิงนั้นมันเป็นแค่ภายนอกไม่ได้มีความสุขหฤหรรษ์อะไรเหมือนการสอดใส่
แต่ผู้หญิงสามารถมีความสุขทางเพศได้ ในที่นี้คือ ถึงจุดยอดได้จากการจากกระทำของผู้ชายที่เรียกว่า “เล้าโลม” และก็มีผู้หญิงที่ชอบผู้ชายมากมายที่ไม่เคยถึงจุดสุดยอดได้ด้วยการสอดใส่จากฝ่ายชายแต่ถึงจุดสุดยอดจากการเล้าโลมของฝ่ายชาย ดังนั้น สมมุติว่า คุณผู้ชายได้ไปแย่ง ดี้มาจากทอมคนนึงได้ หรือมีเซ็กซ์กับทอม จนคุณสำเร็จความใคร่มันก็ไม่ได้หมายความว่า อีกฝ่ายเค้าจะมีความสุขและสำเร็จความใคร่ไป กับคุณนะคะ หนุ่มๆ
เพราะเหล่าเลสเบี้ยนทั้งหลายก็คือ ผู้หญิงไทยที่โดนสะกดจิตให้เอาความรักกับเซ็กซ์เป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่ง ทุกคนรู้ดีกว่า การที่ใครสักคนหลงรักใครสักคนนั้น มันมีกระบวนการมากกว่าการ แค่ได้รู้ว่า อีกฝ่ายเป็น ผู้หญิงเหมือนกันมันต้องมีการถูกชะตา นิสัยใจคอเข้ากันได้ มีความผูกพัน ห่วงหาอาทรกันและกัน
เลสเบี้ยนก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ธรรมชาติของผู้หญิงก็มีกระบวนการ “รัก” ใครสักคนไม่ต่างกันเท่าไหร่ ผู้หญิงดีๆทุกคนย่อมมีเซ็กซ์กับคนที่ตัวเองรักเท่านั้นและถ้าผู้หญิงที่รักผู้ชายเห็นเซ็กซ์เป็นอันดับสุดท้ายที่คุณเธอจะนึกถึงฉันใด เซ็กซ์ก็เป็นอันดับสุดท้ายที่เลสเบี้ยนจะนึกถึงเหมือนกัน ดังนั้น เลสเบี้ยนจึงมีความสุขกับการกระทำที่เรียกว่า “เล้าโลม” เพราะมันเป็นการแสดงความรักกันอย่างหนึ่ง
มันคือ การร่วมรักค่ะ ไม่ใช่ร่วมเพศ
โอเค...จริงอยู่ว่า การเป็นผู้หญิงเหมือนกันทำให้คู่เลสเบี้ยนส่วนใหญ่มีเซ็กซ์กันได้ค่อนข้างเร็วกว่าคู่รักชายหญิง นั่นเป็นเพราะผู้หญิงมีเซ็กซ์กันมันไม่มีวันท้อง บางคู่รู้จักกันแค่ 3 วัน มีอะไรกันแล้วก็มี บางคู่คบกันมา 4 ปี ไม่เคยมี อะไรกันเลยมันก็มี และไอ้การมีเซ็กซ์กันง่ายๆ ของเลสเบี้ยนก็ไม่ได้จบลงง่ายๆ เหมือนคู่รักชายหญิงที่หากยิ่งฝ่ายชายได้ตัว ฝ่ายหญิงเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งหมดรักอีกฝ่ายเร็วเท่านั้น มีคำพูดของทอมคนหนึ่งในบอร์ดเลสเบี้ยนกับกระทู้ที่ถามว่า นานแค่ไหนกว่าจะมีอะไรกัน คำตอบนั้นคือ
“เดือนนึง... แต่ไม่เคยคิดว่าแฟนเป็นคนไม่ดี
ไม่เคยคิดว่า เธอคนนั้น easy come
คิดแต่ว่า .. Thank god!!!!”



Create Date : 27 ธันวาคม 2550
Last Update : 11 มกราคม 2551 1:04:49 น.
Counter : 3326 Pageviews.

6 comment
ดิ้นต่อยท้อง ร้องตบปาก ลากขึ้นเตียง
ในตอนแรกเราไม่คิดที่จะเขียนถึงประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับการข่มขืนกระทำชำเราหรือข้อหาอนาจารของ เลสเบี้ยนเลย จนเมื่อเราไปดูรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งได้เชิญแขกรับเชิญมาพูดคุยถึงประเด็นที่ว่าจะมีเปลี่ยนแปลงข้อความในกฎหมายเกี่ยวกับการข่มขืนกระทำชำเราในมาตรา 276 ความว่า

“ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยหญิงอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้หรือโดยทำให้หญิงเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะ เป็นการโทรมหญิง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
*หมายเหตุ :- แก้ไขโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525”


โดยแก้ข้อความจาก
“ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภริยาของตน” มาเป็น “ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น”
ในเรื่องการใช้ภาษากฎหมายให้ถูกต้อง โดยทั่วไปคนสามัญชาวบ้านๆ อย่างพวกเราๆ มักจะเรียกกฎหมายความผิดอาญาเกี่ยวกับเพศฐาน “ข่มขืนกระทำชำเรา” อย่างสั้นๆ ว่า “ข่มขืน” แต่ในทางกฎหมายนั้นคำว่า "ข่มขืน" นั้น มีความหมายเกี่ยวกับเรื่องของจิตใจเท่านั้นนะคะ

ดังนั้น ถ้าพูดแต่คำว่า "ข่มขืน" อย่างเดียว ย่อมหมายถึง การบังคับขืนใจ และเสรีภาพของผู้ถูกกระทำ ทำให้ผู้ถูกกระทำต้องยินยอมกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยความกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ฯลฯ

ส่วนคำว่า "กระทำชำเรา" เป็นเรื่องเกี่ยวกับร่างกาย คือมีการมีเพศสัมพันธ์ (โดยปกติ) ซึ่งไม่ว่าจะเกิดขึ้นด้วยความยินยอม หรือไม่ยินยอมของฝ่ายหญิงก็เป็นการกระทำชำเราทั้งนั้น

เมื่อนำคำทั้งสองมารวมกัน ว่า "ข่มขืนกระทำชำเรา" จึงหมายถึง การมีเพศสัมพันธ์โดยบังคับขืนใจของผู้อื่น โดยที่ผู้อื่นไม่ยินยอมด้วย ซึ่งเป็นความหมายที่แท้จริงของมาตรา 276 ประมวลกฏหมายอาญานั่นเอง

ซึ่งจะเห็นความแตกต่างนี้ได้จากมาตรา 277 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
“ผู้ใดกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท
ถ้าการกระทำความผิดตาม วรรคแรกเป็นการกระทำแก่เด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบสามปีต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปีและ ปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นสี่พันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
ถ้าการกระทำความผิดตาม วรรคแรกหรือวรรคสองได้กระทำ โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิง และเด็กหญิงนั้นไม่ยินยอม หรือได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุ ระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต
ความผิดตามที่บัญญัติไว้ในวรรคแรก ถ้าเป็นการกระทำที่ชายกระทำกับเด็กหญิงอายุกว่าสิบสามปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กหญิงนั้นยินยอมและภายหลังศาลอนุญาตให้ชายและ เด็กหญิง นั้นสมรสกัน ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ ถ้าศาลอนุญาตให้สมรสใน ระหว่างที่ผู้กระทำผิดกำลังรับ โทษในความผิดนั้นอยู่ ให้ศาลปล่อย ผู้กระทำความผิดนั้นไป
*หมายเหตุ แก้ไขโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมปอ.(ฉบับที่ 8)พ.ศ.2530


มาตรา 277ทวิ ถ้าการกระทำความผิดตาม มาตรา 276 วรรคแรกหรือ มาตรา 277 วรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ
(1) รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้า ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอด ชีวิต
(2) ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิต
*หมายเหตุ แก้ไขโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมปอ.(ฉบับที่ 8)พ.ศ.2530


มาตรา 277ตรี ถ้าการกระทำความผิดตาม มาตรา 276 วรรค สอง หรือ มาตรา 277 วรรคสาม เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ
(1) รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือ จำคุกตลอดชีวิต
(2) ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต
*หมายเหตุ แก้ไขโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมปอ.(ฉบับที่ 8)พ.ศ.2530


จะสังเกตได้ว่า ในเนื้อความของกฎหมายได้ระบุว่า "ผู้ใดกระทำชำเราเด็กหญิง..." ไม่มีคำว่า "ข่มขืน" เพราะเจตนารมณ์ของมาตรานี้ กฎหมายไม่ได้คำนึงถึงจิตใจของผู้ถูกกระทำด้วย นั่นคือไม่ว่าผู้ถูกกระทำจะถูกบังคับหรือยินยอมก็ย่อมเป็นความผิดทั้งนั้น

แต่สำหรับมาตรา 276 นั้นต้องเป็นกรณีที่หญิงนั้นไม่ยินยอมหรือถูก "ข่มขืนจิตใจ" โดนยัดเยียดความเป็นผัวให้เท่านั้น จึงจะเป็นความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเรา” ได้

สาเหตุที่เปลี่ยนข้อความในกฎหมายก็เนื่องด้วยว่า สมัยนี้มีคดีความทางเพศที่เปลี่ยนไป จากผู้ชายข่มขืนกระทำชำเราผู้หญิง ก็เริ่มมีกรณีผู้ชายข่มขืนกระทำชำเราผู้ชาย และผู้หญิงข่มขืนกระทำชำเราผู้ชายเพิ่มเข้ามาด้วย

ในรายการมีการพูดถึงเรื่องการตรวจร่างกายพิสูจน์หลักฐานหาร่องรอยการขัดขืนบนตัวผู้ถูกกล่าวหา เช่น รอยกัด รอยข่วนบนลำตัวผู้ถูกกล่าวหา เป็นต้น (ในทางกฎหมายเราไม่สามารถระบุว่าใครเป็นผู้ต้องหาได้จนกว่าจะมีหลักฐานหรือตัวผู้ถูกกล่าวหารับสารภาพว่า ได้กระทำผิดดังที่ถูกกล่าวหาจริง) เป็นที่ทราบกันโดยทั่วกันว่า กรณีการตรวจหาหลักฐานกรณีผู้ชายข่มขืนกระทำชำเราผู้หญิง ก็จะมีการตรวจหาอสุจิในช่องคลอด ตรวจร่างกายฝ่ายหญิงว่า มีการฉีกขาดของอวัยวะเพศหรือไม่

และในกรณีที่ผู้ชายข่มขืนกระทำชำเราผู้ชาย ก็จะมีการตรวจร่างกายโดยตรวจที่ทวารหนักของผู้ถูกกระทำว่า มีร่องรอยฉีกขาดหรือมีน้ำอสุจิของผู้กระทำตกค้างอยู่ในทวารหนักหรือไม่ รวมๆ ก็คล้ายๆ กับการตรวจผู้ชายข่มขืนกระทำชำเราผู้หญิง

ส่วนการตรวจพิสูจน์กรณีผู้หญิงข่มขืนกระทำชำเราผู้ชายนั้น สามารถตรวจพิสูจน์ได้จากน้ำอสุจิในช่องคลอดของฝ่ายหญิงในกรณีที่ฝ่ายชายสำเร็จความใคร่หรือในกรณีที่ฝ่ายชายไม่สำเร็จความใคร่ก็สามารถตรวจหาเยื่อบุช่องคลอดของฝ่ายหญิง ซึ่งจะอยู่รอบๆ อวัยวะเพศของฝ่ายชาย ตรวจหาอาการบอบช้ำจากการกระแทกตลอดจนตรวจหาสารแอลกอฮอร์หรือสารที่ทำให้ฝ่ายชายไม่ถูกในสภาพที่จะป้องกันตัวเองได้

เมื่อแขกรับเชิญได้ให้ความรู้มาถึงตรงนี้ ก็ไม่รู้ว่า พิธีกรสาวเธออารมณ์ไหน จู่ๆ ก็สวนถามแขกรับเชิญขึ้นมาว่า

“คุณหมอคะ กรณีผู้ชายข่มขืนผู้หญิงก็มีแล้ว ผู้ชายข่มขืนผู้ชาย ผู้หญิงข่มขืนผู้ชาย แล้วมีกรณีผู้หญิงข่มขืนผู้หญิงไหมคะ?”

อึ้งแดกกันทั้งวง.....เป็นสาวเป็นแส้ จะอยากรู้ไปทำไม
อยากรู้อยากเห็น? อยากเป็นผู้ต้องหา? หรือว่าสนใจจะเป็นผู้เสียหายก็ไม่อาจจะล่วงรู้ใจเธอได้

ด้านคุณหมอแขกรับเชิญเมื่อถูกถามแบบนี้ก็เหมือนจะตอบไม่ค่อยจะตรงประเด็นสักเท่าไหร่ บอกแต่เพียงว่า กรณีนี้เป็นกลุ่มเลสเบี้ยนซึ่งโดยปกติแล้วมักจะอยู่กันเป็นคู่ๆ และวิสัยผู้หญิงมักจะขี้อายจึงไม่มีการแจ้งความในเรื่องนี้ ทำให้เราอดคิดเล่นๆ ไม่ได้ว่า สมมุติว่า......

ณ สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ร.ต.อ.สมชาย ปลอมตัวมา ได้รับแจ้งความจากนางสาว ก. (นามสมมุติ) อายุ x2+y2 = r2 ปี ว่า เมื่อวันที่รัก เดือนที่รอ พ.ศ.ที่คิดถึง เวลาไม่ได้ทำให้ลืมเจ็บแต่ทำให้ชาชิน ได้ถูกนางสาว ซ. (นามสมมุติ) อายุ x2+y2-x-y = 0 ปี กระทำการข่มขืนกระทำชำเราตนเองที่ซอกตึกอาคารแห่งหนึ่งบนถนนพหลโยธิน เมื่อรับแจ้งความ ร.ต.อ.สมชายได้รุดไปที่บ้านของนางสาว ซ. และพบนางสาว ซ. กำลังปั่นต้นฉบับหนังสือชื่อ “สวยเอย สวยอย่างนี้อย่ามีผัวเลย” อยู่ จึงได้นำตัวมาสอบสวนที่สถานี เบื้องต้นนางสาว ซ. ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาแม้นางสาว ก. ซึ่งสวมหมวกไหมพรมอำพรางใบหน้า จะชี้ตัวว่า

“ไอ้เด็กเนี้ยะ มันปล้ำชั้น”
“ว้ายตาเถร ชั้นชอบผู้ชายย่ะหล่อน”

ต่อมา เมื่อเจ้าหน้าที่นำผลตรวจว่าพบเยื่อบุช่องคลอดของนางสาว ก. ในซอกเล็บของนางสาว ซ. ก็จำนนต่อหลักฐาน ให้การรับสารภาพว่า ได้กระทำการข่มขืนกระทำชำเรานางสาว ก. จริง

โดยนางสาว ซ. ให้การว่า ได้มาติดพันนางสาว ก. เชิงชู้สาวมานานปี แต่ความสัมพันธ์ก็ไม่ได้คืบหน้าไปไหน ในวันเกิดเหตุได้ไปหานางสาว ก. ที่อาคารดังกล่าว โดยได้พยายามขอเบอร์โทรศัพท์ หรือ E-Mail เพราะต้องการจะติดต่อพูดคุยกับนางสาว ก. แต่นางสาว ก. ปฏิเสธว่าไม่มี พร้อมกับลอยหน้าลอยตาบอกว่า E-Mail ที่ตนเองมีอยู่นั้น เป็น E-Mail ที่...

“เชคมั่ง ไม่เชคมั่ง”

นางสาว ซ. ให้การต่อว่า แม้อารมณ์ตอนนั้นจะรู้สึกโกรธแต่ด้วยรักก็พยายามระงับอารมณ์ด้วยการท่องในใจว่า

“ลูกมีพ่อมีแม่ ลูกมีพ่อมีแม่ ลูกมีพ่อมีแม่” และตัดสินใจเดินกลับบ้าน แต่ขณะที่เดินถึงบริเวณที่เกิดเหตุ นางสาว ก. ขับรถผ่านมาพอดีและได้ชะลอรถ บีบแตรเรียก เมื่อตนเองหันไปนางสาว ก. ก็ยิ้มให้และโบกมือ บ๊ายบาย ทำให้ตนเองมีการความรู้สึกว่า กำลังถูกนางสาว ก. เย้ยหยันจึงบันดาลโทสะเดินมาขวางทางรถยนต์ของนางสาว ก. และตะโกนว่า

“เฮ้ย! มึงอ่ะ มึงอ่ะ มึงอ่ะ เออ...มึงแหล่ะ อีผู้ดีตีนแดง”
ว่าแล้วก็ฉวยโอกาสตอนที่นางสาว ก. กำลังตกใจ เดินไปเปิดประตูรถพร้อมตวาดว่า
“ขลากกกก ถุย! กูชอบมึงว่ะ!”

จากนั้นก็ตบบ้องหูนางสาว ก. อัดกับพวงมาลัยรถแล้วก็ลากร่างของนางสาว ก. ลงจากรถและตบซ้ายตบขวา

“เชคมั่ง” ตบซ้าย
“ไม่เชคมั่ง” ตบขวา

ก่อนจะลากตัวนางสาว ก. ไปยังที่เกิดเหตุ ทำการฉีกทึ้งเสื้อผ้าของนางสาว ก. จนขาดวิ่นและกัดที่ซอกคออย่างรุนแรง จากนั้นก็เอานิ้วล้วงเข้าไปที่อวัยวะเพศของนางสาว ก. จนนางสาว ก. สำเร็จความใคร่ 2 ครั้ง แล้วก็ปล่อยนางสาว ก. ที่หายใจรวยรินด้วยความอ่อนเพลียไว้ที่เกิดเหตุอย่างสะใจ

“แล้วจะให้แม่ไปขอ” เดินจากไปอย่างผู้ชนะ ต่อจากนั้นก็หลบหนีมากบดานที่บ้านเพื่อนั่งปั่นต้นฉบับต่อ จนโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับตัวได้ในที่สุด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหานางสาว ซ. ไว้ 3 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกาย อนาจารผู้อื่นและข่มขืนใจผู้อื่น และจะนำตัวนางสาว ซ. ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป...

อ่านไม่ผิดกันหรอกค่ะ
ผู้หญิงกระทำความผิดทางเพศกับผู้หญิง ถือเป็น การกระทำอนาจาร ไม่ใช่การกระทำชำเรา

ซึ่งโทษที่นางสาว ซ. จะได้รับจากข้อหาดังกล่าวก็มีดังนี้
ข้อหาทำร้ายร่างกายมาตรา มาตรา 295 ความว่า

“ผู้ใดทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ”

ข้อหาอนาจารมาตรา 278 ความว่า
“ผู้ใดกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดย ขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่า ตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
*หมายเหตุ :- แก้ไขโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2530”


ข้อหาข่มขืนใจมาตรา 309 ความว่า
“ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือ จำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้ กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน หกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าความผิดตามวรรคแรกได้กระทำโดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำ ความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือได้กระทำเพื่อให้ผู้ถูกข่มขืนใจทำ ถอน ทำให้เสียหาย หรือทำลายเอกสารสิทธิอย่างใดผู้กระทำต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้ากระทำโดยอ้างอำนาจอั้งยี่หรือซ่องโจร ไม่ว่าอั้งยี่หรือซ่องโจรนั้นจะ มีอยู่หรือไม่ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปีและปรับ ตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท”


แต่นางสาว ซ. ก็มีโอกาสถูกตั้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราหญิงได้เหมือนกัน ตามมาตรา 276 วรรคสองความว่า

“ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะ เป็นการโทรมหญิง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต”

นั่นคือ นางสาว ซ. เป็นผู้ช่วยให้ผู้ชายกระทำการข่มขืนกระทำชำเรา นางสาว ก. ได้สำเร็จ เช่น ช่วยจับแขนจับขา จะมีความผิดเข้าข่าย รุมโทรมหญิง แต่ถ้า นางสาว ซ. กระทำเองช่องว่างทางกฎหมายไม่ถือว่า นั่นคือการข่มขืนกระทำชำเรา เพราะ...

ผู้หญิงไม่มีอวัยวะสำคัญที่ใช้ในการข่มขืนกระทำชำเรา นั่นคือ “องคชาติ” หรืออวัยวะเพศชาย

ดังนั้นต่อให้ นางสาว ซ. แยงนิ้วเข้าไป 2-3 นิ้ว แต่นิ้วก็คือนิ้วแหล่ะค่ะ ไม่ใช่องคชาติ ยังไงก็ไม่ถือว่าเป็นการข่มขืน เพราะขนาดเป็นองคชาติเอง หากมีการพิสูจน์ได้ว่า เข้าไปในอวัยวะเพศหญิงไม่ลึกตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ก็ถือเป็นการกระทำอนาจารเหมือนกัน

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? นั่นเป็นเพราะว่า ในขั้นตอนการตัดสินของศาลกรณีคดีข่มขืนกระทำชำเรานั้น ศาลจะดูว่า องคชาติหรืออวัยวะเพศชายนั้นได้ล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศหญิงลึกแค่ไหน หากลึกเข้าไปเกินหนึ่งองคุลี ถือว่า หญิงนั้นถูกกระทำข่มขืนกระทำชำเราจากชายผู้นั้น แล้วไอ้เจ้าหน่วยวัด องคุลี นี่มันยาวแค่ไหนก็ลองยกมือของคุณขึ้นมานะคะข้างไหนก็ได้ แล้วก็ดูที่ข้อที่หนึ่งของปลายนิ้วนางของคุณ นั่นแหล่ะค่ะหนึ่งองคุลี






ว่าง่ายจังนะคะ ทำตามกันเป็นแถว

ดังนั้นในศาลก็จะมีการสืบความจากโจทย์ว่า องคชาติของจำเลยนั้นเข้าไปในอวัยวะเพศของโจทย์ลึกแค่ไหน จริงๆ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของข้อบทกฎหมายที่บัญญัติเอาไว้เท่านั้นนะคะเพราะในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีผู้ต้องหาคนไหนจะงี่เง่าขนาดยัดเข้าไปแค่องคุลีเดียว รูจะเล็กแค่ไหนมันก็ดันทุรังยัดๆ เข้าไปจนมิดอันน่ะแหล่ะค่ะ ที่ศาลจะให้ความสำคัญจริงๆ ก็เห็นจะเป็นเรื่องของผู้เสียหายหรือโจทย์นั้นขณะถูกกระทำชำเราโจทย์มีความสุขหรือมีอารมณ์ทางเพศร่วมด้วยหรือไม่

ประเด็นอารมณ์ทางเพศของฝ่ายโจทย์นี่มีความสำคัญต่อการตัดสินของศาลมากทีเดียว เพราะมีคดีข่มขืนกระทำชำเราคดีหนึ่ง ทนายฝ่ายจำเลยได้ซักถามโจทย์ว่า ขณะที่ถูกจำเลยข่มขืนกระทำชำเรานั้น โจทย์ ยกสะโพกขึ้นกี่ครั้ง ปรากฏว่า โจทย์ตอบว่า หลายครั้ง เท่านั้นแหล่ะคุณเอ๋ย คดีพลิกทันที

ทนายฝ่ายจำเลยได้แจ้งต่อศาลว่า อาการยกสะโพกขึ้นนั้น เป็นอาการตอบสนองทางเพศของผู้หญิงเวลามีเพศสัมพันธ์ (อ้าวเหรอ ไม่ยักกะรู้) นั่นก็หมายความว่า จริงๆ แล้วโจทย์มีอารมณ์ทางเพศกับจำเลย ดังนั้น โจทย์จะกล่าวหาว่า ถูกจำเลยข่มขืนกระทำชำเราได้อย่างไร???

เชื่อไหมคะว่า ศาลรับฟังและสั่งยกฟ้องคดีนี้

ย้อนกลับมาที่คดีของนางสาว ซ. หากมองจากรูปคดีแล้วมีโอกาสยกฟ้องให้ข้อหาอนาจารและข้อหาข่มขืนใจสูงทีเดียว นั่นก็เป็นเพราะว่า ในชั้นสอบสวนได้ระบุไว้ว่า นางสาว ซ. ได้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศนางสาว ก. จนนางสาว ก. สำเร็จความใคร่ 2 ครั้ง มันก็เข้าอีหรอบเดียวกับคดีข่มขืนกระทำชำเราที่ผู้หญิงยกสะโพกนั่นแหล่ะคือ....

อาการสำเร็จความใคร่ ก็หมายถึง นางสาว ก. มีอารมณ์ทางเพศจากการกระทำของนางสาว ซ. ดังนั้น จะมากล่าวหาว่า นางสาว ซ. กระทำอนาจารและข่มขืนใจนางสาว ก. ได้อย่างไร????

จะเอาผิดได้ก็แค่ข้อหาทำร้ายร่างกาย ซึ่งศาลก็พิจารณาโทษตามอาการบาดเจ็บของนางสาว ก. ซึ่งโดนตบบ้องหูไป 1 ที ตบซ้าย 1 ที ตบขวา 1 ที รอยฟกช้ำจากการโดนกัดที่ซอกคออีก 1 รอย โถ....โทษจะเท่าไหร่กันเชียว

แต่หากในชั้นสอบสวนนางสาว ก. ให้การยืนยันว่า ตนเองไม่ได้รู้สึกวาบหวิวสยิวกิ๊วจากการโดนล้วงโดนควักเลยแม้แต่น้อย ออกจะขยะแขยงด้วยซ้ำ (ถึงในความเป็นจริงจะไม่ได้สำเร็จความใคร่แค่ 2 ครั้ง แต่สำเร็จความใคร่จนเกิดภาวะ Female Ejaculation ก็เหอะ) ในกรณีนี้ก็สามารถที่จะเอาผิดกับนางสาว ซ. ได้

ในทางกลับกัน สมมุติว่า หลังจากกระทำล่วงละเมิดทางเพศนางสาว ก. เรียบร้อยแล้ว นางสาว ซ. ไม่ได้เป็นคนซกมกรีบมาพิมพ์ต้นฉบับ แต่ไปอาบน้ำอาบท่า สระผม ตัดเล็บ จนร่างกายสะอาดสะอ้านเรี่ยมเร้เรไร ถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปตรวจหาหลักฐานเยื่อบุช่องคลอดในซอกเล็บของนางสาว ซ. ก็ไม่เจออะไรอยู่ดี เผลอๆ นางสาว ซ. อาจจะฟ้องนางสาว ก. กลับได้ด้วยในข้อหาหมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียเกียรติว่า เป็นพวกวิปริตผิดเพศและขาดสำนึกผิดชอบชั่วดี บลาๆๆๆ

เกิดเป็นเลสเบี้ยนนี้แสนจะลำบาก หาแฟนก็หายากไม่รู้ใครเป็นไม่เป็น
โดนเลสเบี้ยนด้วยกันปล้ำเอา กฏหมายก็มีช่องโหว่จนเอาผิดคนปล้ำไม่ได้


เสียตัวฟรี....



Create Date : 29 ตุลาคม 2550
Last Update : 29 ตุลาคม 2550 0:53:31 น.
Counter : 1679 Pageviews.

10 comment
ผู้หญิงเค้าจีบกันยังไงอ่ะ?
การจีบผู้หญิงด้วยกันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันยากกว่าผู้ชายจีบผู้หญิงตั้งเยอะ เราไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมผู้ชายบางคน ถึงได้ไม่กล้าจีบผู้หญิงที่ตัวเองชอบนะ ก็รู้ว่าผู้ชายก็คน ก็อายเป็น แต่ว่า......ยังไงคุณก็ต้องจีบผู้หญิงก่อนอยู่ดี ไม่มีผู้หญิง ที่ไหนจะมาจีบผู้ชายก่อนกันหรอก ถึงเธอจะจีบคุณก่อน เธอก็ไม่เผยไต๋ให้คุณไก่ตื่นหรอกจะบอกให้

อ้อ..แล้วก็ไม่ต้องมาย้อนหรือคาดหวังว่า เลสเบี้ยนหรือทอมบอยจะจีบผู้หญิงได้เก่งกว่าพวกคุณนะคะหนุ่มๆ อย่าคิดว่า การเป็นผู้หญิงเหมือนกันจะทำให้จีบง่ายเพราะเข้าใจกันง่าย ผู้หญิงย่อมเข้าใจผู้หญิงด้วยกัน

อุ้ย....คุณขา ไม่เคยได้ยินเหรอคะ ไอ้คำพูดที่ว่า
“ผู้ใดบอกว่า ตนเองเข้าใจอิสตรี ผู้นั้นไม่เข้าใจอะไรเลย”
อีกอย่าง...ถ้าผู้หญิงที่โดนจีบนั้นเธอชอบผู้ชาย เธอไม่ได้เป็นเลสเบี้ยนหรือเป็นไบเซ็กซวล ถึงเป็นผู้หญิงเหมือนกัน เราก็กล้าพูดได้เลยว่า ไม่มีวันจีบติดค่ะ อย่างมากก็เป็นได้แค่เพื่อนสนิทเท่านั้น

เรามีเพื่อนหนุ่มอยู่คนหนึ่ง เรียกชื่อมันว่า “นังคิว” ชายหนุ่มที่เราคิดว่า มันต้องเป็นเกย์แอบแน่ๆ แต่ว่าวันหนึ่ง ความเชื่อที่เราคิดมาตลอดก็ถูกลบล้างไปเมื่อยอดชายนายคิว ของเราตกหลุมรักผู้หญิงค่ะ มนุษย์เพศเมียที่พวกกระเทย ชอบเรียกว่า “ชะนี” น่ะค่ะ พ่อหนุ่มเธอมานั่งหน้าแดงก่ำ เขี่ยไอศครีมไปด้วย พร้อมกับบอกเราเหตุการณ์ที่แสนจะ สะท้านใจชายหนุ่มเช่นเขา

“วันก่อนอ่ะ ไปซื้อดอกไม้ที่ร้านดอกไม้แถวๆ ที่ทำงานกะจะเอาไปให้น้องที่บริษัทฯ เค้ารับปริญญา เดินผ่านที่ หน้าร้านทุกวันแต่ไม่เคยเข้าไปเลย พอเข้าไปก็เจอเจ้าของร้านเป็นผู้หญิงน่ารักมากๆ ตัวเล็กๆ ขาวๆ เรียบร้อยๆ พูดเพราะมากๆ คะขาตลอด แล้วเค้าก็รู้ด้วยนะว่า ดอกอะไรมีความหมายยังไง เวลาเค้าจัดดอกไม้ในช่อนะ น่ารักมากๆ ดูเค้ามีความสุขที่ได้จัดดอกไม้ ชอบว่ะ น่ารักอ่ะ สเปคเลยโดนใจมากๆ มีเบอร์เค้าด้วยนะ ส่ง SMS ไปหาให้เค้า ดีไหม?”

“ก็ดีนี่ ว่าแต่หล่อนไปได้เบอร์เค้ามาได้ไงอ่ะ?”
“มันอยู่ในนามบัตรร้านดอกไม้ของเค้าไง จะส่ง SMS ไปว่าชอบ อยากรู้จักดีมะ?” แววตาใสซื่อซะจนเราไม่รู้จะขำหรือจะเอ็นดูมันดี แล้วพ่อหนุ่มคิวเธอก็รบเร้าขอความเห็นจากเราว่า ถ้าเป็นเรา เราจะทำยังไงกับการจีบสาวคนนี้?
“ถ้าเป็นเราเหรอ เรายังไม่ส่งไปอ่ะ กลัวเค้ามองว่า เราขี้หลี แต่เราจะไปซื้อดอกไม้อีกรอบแล้วทำเนียนให้เค้า ช่วยจัดดอกไม้ให้หน่อย ทำหน้าให้โง่และซื่อที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วก็ชวนเค้าคุยบอกเค้าว่า ดอกไม้เนี้ยะ จะเอาไปจีบผู้หญิง พยายามถามเค้าเรื่องความหมายของดอกไม้แต่ละดอก จากนั้นก็ปล่อยให้เค้าจัดไป จ่ายตังค์อะไร เรียบร้อยก็แกล้งทำเป็นลืมดอกไม้ไว้ ให้เค้าเตือนว่า ลืมดอกไม้”
“แล้ว?”

“แกก็เดินกลับมาที่ดอกไม้ ยกช่อดอกไมให้เค้า บอกว่าเค้าว่า ผมซื้อให้คุณ ตกกลางคืนค่อยส่ง SMS ไปหา”

“โห....ไม่เอาว่ะ ไม่กล้า” ...สีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“แกจะอายอะไร อย่าอายสิวะ ด้านได้อายอดอ่ะ ไม่เคยได้ยินเหรอ”
“ก็คนมันอาย ทีเธอจีบผู้หญิง เธอยังอาย”....มันยังเถียงฉอดๆ
“มันไม่เหมือนกันเว้ย ชั้นอายเพราะชั้นเป็นผู้หญิง ผู้หญิงจีบผู้หญิงมันผิดปกติ ไม่เหมือนผู้ชายจีบผู้หญิง ถ้าชั้นเกิดเป็นผู้ชายแบบแกนะ ป่านนี้แฟนเป็นสิบขอบอก ชายไม่เลวหญิงไม่รักเว้ย......เข้าใจป่าว”

เราสวนกลับอีตาคิวเป็นชุดด้วยความคับแค้นใจเล็กๆ ที่ทำไมพระเจ้าไม่ให้เราเกิดมาเป็นผู้ชายนะ จะได้ไม่ต้องมา ปวดกบาลเวลาตกหลุกรักผู้หญิงสักคน จะได้ไม่ต้องกังวลว่า เค้าจะมีท่าทางรังเกียจหรือรับไม่ได้กับความรักที่เรามีให้เค้า ความรักที่ดูจะเป็นเรื่องแปลกประหลาดเหลือเกินในสายตา ใครๆ ในสังคม

ปัจจุบันสังคมเลสเบี้ยนในไทยค่อนข้างใหญ่ขึ้น มีเวบไซต์มากมาย ในเวบบอร์ดของเวบเลสเบี้ยนก็จะมีการทักทายหรือโพส E-MAIL ทิ้งไว้เพื่อจะได้ให้คนที่สนใจติดต่อพูดคุยกันผ่าน E-MAIL ได้จากนั้นก็จะมีการนัดเจอกัน กินข้าว ดูหนัง อะไรกันก็ว่าไปไม่ต่างอะไรจากชายหญิงจีบกันหรอกค่ะ นอกจากนี้ บางเวบก็มีการจัดการเลี้ยงนัดเจอกันหรือนัยนึงคือ การหาคู่ไปในด้วย และปัจจุบันก็มีผับเลสเบี้ยนด้วยค่ะ แน่นอนว่า เราซึ่งกำลังหาข้อมูลเขียนหนังสือเล่มนี้ก็ต้องไปสำรวจกับเค้าเสียหน่อย

ผับนี้อยู่แถวอาร์ซีเอค่ะ เรารู้จักผับนี้ได้จากการบอกเล่าของพี่ทอมท่านนึงชื่อเปียโน (ชื่อสาวมาก) แกเป็นทอมรุ่นใหญ่ที่ครั้งนึงเราเคยไปชอบรุ่นพี่ร่วมโรงเรียนแม่ชีที่เค้าจบมา และแน่นอนว่า พี่เปียโนก็ทำหน้าตาสงสารปนเอือมๆ และบอกเราว่า

“เสียใจด้วย...รุ่นพี่ช้านชอบผู้ชายว่ะ เหอะๆ”
ว้า อุตส่าห์แอบรักมาตั้งนาน ก็แห้วไปตามระเบียบนะคะ

พี่เปียโนแกเป็นทอมเจ้าสำราญและเจ้าเสน่ห์ พี่แกเปลี่ยนสาวเป็นระยะๆ ในขณะที่เรายังไม่เปลี่ยนใจไปหาใครที่ไหน ด้วยความที่พี่เปียโนแกเจ้าสำราญก็มักจะมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่าไปกินเหล้าที่ผับนี้มา เมาปลิ้นเลยอะไรแบบนั้นและก็ชวนเราไปเปิดหูเปิดตาบ้างเผื่อจะเจอสาวถูกใจ บ้างก็บอกให้เราหัดขับรถและหาเพื่อนรู้ใจสักคนขับรถไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัดนะอะไรแบบนั้น

จริงๆ ช่วงเราอกหักใหม่ๆ นั่น...ก็มีก๊วนไก่แจ้ ทั้งชายและหญิงที่ขึ้นชื่อเรื่อง “เจ้าชู้” อาสาหาสาวหน้าตาดีให้เราเยอะมาก โดยเฉพาะนายทหารหนุ่มรูปงามเจ้าเสน่ห์คนนึงที่รู้จักกันโดยบังเอิญทางอินเตอร์เนตและสนิทสนมกับเราเพราะดันเป็นคนชอบเทคโนโลยี บ้าคอมพิวเตอร์เหมือนกันๆ ถึงกับบอกว่า...

“เฮ้ย...เดี๋ยวป๋าหาให้ใหม่ เอาที่เอ๊าะๆ 17-18 หน้าใสๆ เอาไปควงเย้ยเล้ย..สนใจทำไมวะ แก่ๆ” เหอะ เหอะ ของป๋า 2-3 คนยังมีการโทรมาสั่งให้หนูโทร.ไปเคลียร์ให้เลยนะ ป๋านะ หนูโดนเด็กป๋าด่ากลับด้วย...เหอะ เหอะ

พอถูกชวนให้ไปกินเหล้าด้วย เราได้ปฏิเสธไปเพราะเรากินเหล้าไม่เป็นและไม่ชอบสถานที่อึกทึก แสงสว่างน้อยจนมองอะไรแทบไม่เห็น ก็เลยชวนพี่เปียโนแกไปนั่งอ่านหนังสือกันที่หอสมุดแห่งชาติแทนและแกก็ไม่เล่นด้วยนะคะ ฮ่าฮ่าฮ่า

แต่เผอิญเจ้าซันไซ่เพื่อนเลสเบี้ยนของเรามันสนใจอยากลองไปเปิดหูเปิดตาดูก็เลยไปกัน เรารู้จักกับเพื่อนเลสคนนี้ เนื่องจากกระทู้ที่เราไปตั้งถามไถ่เกี่ยวกับวิธีดูเลสเบี้ยนและไอ้ซันไช่มันก็เข้ามาตอบประมาณว่า กูก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน..

เรากับซันไซ่อยู่กันคนละซีกโลก ตอนที่รู้จักกันใหม่ๆ นั้นไอ้ไช่มันเรียนปริญญาโทอยู่ที่อังกฤษและสาวที่ทำให้ เจ้าไช่มันไหวหวั่นก็เพื่อนสนิทของมันเองชื่อ “อาซื่อ” การใช้ชีวิตอย่างลำพังในอังกฤษทำให้ซันไช่มันมีเพื่อนก๊วนคนไทย เล็กๆ อยู่ 4-5 คน สนิทกันดีไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ตัวมันเองไม่เคยคิดอะไรกับเพื่อนคนนี้เลยแต่แล้วอาซื่อก็มา ทำให้ซันไช่คิดไม่ซื่อ คิดเกินเพื่อนจนได้

โดยฝ่ายอาซื่อมักจะมาเป็นฝ่ายทำให้ซันไช่มันเริ่มคิดเกินเพื่อนก่อนไม่ว่าจะเป็นการแตะเนื้อต้องตัว ชอบมาลูบไล้และสายตาหวานๆ ให้ ยังไม่รวมพูดจาแปลกๆ อาทิเช่น นั่งดูรายการโทรทัศน์ด้วยกันสองคนในอพาร์เม้นท์ จู่ๆ อาซื่อก็พูดขึ้นว่า

“ไช่รู้ไหม ที่อเมริกานะ มีคู่เลสเบี้ยนที่อยู่กินและก็นั่งดูทีวีด้วยกันเหมือนเราสองคนในตอนนี้เลย”
อืม....เป็นใครก็อดหวั่นไหวไม่ได้นะเนี้ยะ เจอเข้าไปแบบนี้


เรากับซันไช่คุยกันถูกคอมาก บางวันมันก็มีเรื่องเล่าขำๆ ว่า เพื่อนๆ ฝรั่งพากันจับให้มันไปออกเดทกับหนุ่มญี่ปุ่น คนนึงเพราะเห็นมันไม่มีแฟนสักที ซึ่งมันก็ต้องไปเดทเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่า มันเป็นเลสเบี้ยนและเป็นสาเหตุให้อาซื่อ งอนใส่เล่นเอาซันไช่ปวดหัวตึ๊บ......อย่างฮา

เจ้าไช่มันเล่าให้ฟังว่า เคยเล่นพิเรนท์เล่นมวยปล้ำกันบนเตียงด้วยนะ แต่มันก็ไม่มีอะไรเกินเลยประมาณว่า ออกแรงฟัดกันไปฟัดกันมาเหนื่อยกันเองก็ต่างคนต่างนอน
ในวันที่อาซื่อกลับเมืองไทย หล่อนยืนที่หน้าประตูผู้โดยสารขาออก มองหน้าซันไช่ มองนิ่งก่อนจะเอ่ยถามว่า
“ไช่มีอะไรจะพูดกับเราไหม?”

แต่คนถูกถามก็ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ปล่อยให้ผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักเดินผ่านประตูไปจนลับตา แล้วก็มานั่งปรับทุกข์กับเรา ซึ่งก็ประสบปัญหาไม่ต่างจากมัน แน่นอนว่า ช่วยเหลืออะไรกันไม่ค่อยจะได้สักเท่าไหร่......
เพราะต่างกรรมต่างวาระแล้วผู้หญิงก็คนละคน สำหรับเรานั้นถ้าคนที่เราแอบชอบอยู่ เธอปฏิบัติกับเราแบบนั้น สร้างความมั่นให้เราได้ขนาดเล่นมวยปล้ำกันบนเตียงแล้วถามเราว่า

“ถึงขนาดนี้แล้วยังไม่รู้ใจเราอีกเหรอ?”
อีหรอบนี้นี่......มีเฮกันไปนานแล้วค่ะ เหอๆ
“หูย....เอาเข้าจริงๆ แกก็ไม่กล้าเหมือนชั้นล่ะวะ.....มือเค้าแกยังไม่กล้าจับเลย” ..เจ้าไช่แย้งมา เราได้แต่หัวเราะแฮะๆ ...ไอ้บ้า ชั้นเป็นคนไม่ชอบแสดงความรักในที่สาธารณะหรือมือไวใจเร็วแต๊ะอั๋งผู้หญิงเว้ย

แต่เหมือนโชคชะตาจะกลั่นแกล้งเจ้าซันไช้เพราะหลังจากอาซื่อกลับเมืองไทยก็ขาดการติดต่อกันไปเลยและเมื่อเจ้าไช่มันเรียนจบกลับเมืองไทยก็ได้พบกับอาซื่อคนใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อนพร้อมกับคำพูดประโยคสั้นๆ หลังจากเจ้าไช่มันสารภาพรักว่า

“มาบอกอะไรตอนนี้” ....อ๊ะ...นั่นมันดากานดา
“เราไม่ใช่อาซื่อที่อังกฤษแล้วล่ะ ไช่”


เหมือนมีใครเอาค้อนปอนด์หนัก 100 ปอนด์มาทุบหัว ซันไช่ถึงกับมึนตึ๊บแต่ก็ยังเข้มแข็งพอที่จะทำใจได้และตั้งหน้าตั้งตาทำแต่งาน งาน งาน จนเป็นที่รักและไว้วางใจกับเจ้านาย แต่ในบางครั้งก็อดเหงาไม่ได้พอเราเล่าเรื่องผับเลสเบี้ยนให้ฟังเจ้าไช่ก็เลยสนใจ พากันขับรถไปยังผับดังกล่าว

วันนั้นหลังจากเสร็จจากเดินซื้อหนังสือที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เรากับซันไช่ก็พากันกระเตงไปอาร์ซีเอ โดยเรามีหน้าที่บอกทางและก็ขับรถวนกันอยู่ 2-3 รอบก็หาไม่เจอสักทีจนต้องจอดรถเดินหาถึงเจอผับ ใครที่เป็นขาเที่ยวแถวนั้นอาจจะขำๆ ได้เพราะมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย แต่กับคนที่เที่ยวผับครั้งแรกและครั้งล่าสุดเมื่อ 5 ปีก่อนอย่างเรากับคนที่ถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำหญิงล้วนที่อังกฤษตั้งแต่เด็กๆ และเพิ่งกลับมาอย่างซันไช่แล้วถือว่า หายากมาก

ด้วยความที่ไม่ค่อยเที่ยวแบบนี้กันบวกกับเป็นผับเลสเบี้ยนด้วย เรากับซันไช่ก็เกิดภาวะอีโก้ดิสโทนิค (Ego-Dystonic) ภาวะที่ยอมรับตัวเองไม่ได้ ขึ้นมาทันที แบบว่า....ตอนเดินเข้าไปนี่ถ้าไปโดนคนรู้จักเห็นเข้าเกรงว่า ความลับจะรั่วไหลได้ ของเราไม่เท่าไหร่เพราะแม่ของเรามีลูกสาว 3 คน น้องสาวเราให้หลานชายกับแม่เราไปแล้ว ทำให้แม่เราหลงหลานจนลืมๆ ไปว่า เรายังโสดอยู่และควรที่จะมีแฟน มีครอบครัวซะที ส่วนซันไช่นั้นจะค่อนข้างกังวลกับเรื่องนี้มากทีเดียวเพราะเป็นลูกสาวคนเดียว ไม่มีพี่น้อง เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของพ่อแม่เลยล่ะ เราสองคนเลยขับรถไปจอดเยื้องๆ กับผับจากนั้นก็แอบดูอยู่ครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ว่า รอดูมีใครเข้าไปข้างในบ้าง

“รู้สึกบ๋อยจะเป็นทอมว่ะ” เจ้าไช่ให้ความเห็น
“เด็กเรียกแขกคงเป็นดี้” ใส่ชุดขาวๆ รองเท้าส้นสูง เดินไปเดินมา....

พอเห็นคนเริ่มเข้าไปเยอะแล้ว เรากับเจ้าซันไช่ก็ลงจากรถเดินย่องๆ ออกแนวกล้าๆ กลัวๆ ไปที่หน้าผับก่อนจะไปสะดุดความสวยของเด็กเรียกแขกเข้าเลยพร้อมใจกันหยุดยืนที่หน้าผับ บ๋อยทอมก็เดินเข้ามาบอกว่า ตามกฎต้องใส่รองเท้าสองแบบคือ รองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าผ้าใบ ซันไช่นั้นไม่มีปัญหาเพราะใส่รองเท้าผ้าใบอยู่แล้วแต่เราสิ อาทิตย์ก่อนดันเกิดอุบัติเหตุจากการปีนขึ้นไปต่อสายกล้องวงจรปิดของที่ทำงานแล้วพลัดตกลงมาเล็บเท้าฉีกเลยต้องลากแตะมา แม้จะขอผ่อนปรนเพราะคิดว่าเป็นผับไม่น่าจะเข้มงวดอะไรกับรองเท้า ปรากฏว่าที่นี่เข้มงวดแฮะ เราเลยต้องใส่รองเท้าผ้าใบเข้าไปด้วยความงุนงง

เดินเข้าไปก็พบคู่เลสเบี้ยนหลายคู่ หลายกลุ่มกำลังนั่งสังสรรค์กันอยู่ บางคู่ก็เหมือนกำลังจีบกัน คุยไปยิ้มไปกันสองคน โลกนี้มีแค่สองเรา แต่จากการประเมินด้วยสายตาแล้วค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ ทอม 2 : ดี้/ เลส 1 นะคะ บ๋อยทอมเดินนำทางเราสองคนไปที่โต๊ะที่ว่างอยู่ซึ่งอยู่ด้านหลังเวทีแต่ก็อยู่สูงพอจะมองเห็นได้ทั่วทั้งผับเลยถือว่า ฟลุคมากๆ ที่ได้มานั่งตรงนี้นะ
“ไม่ทราบว่าพี่จะเปิดเหล้าไหมครับ ตอนนี้เปิดเหล้าแบล็ค 1,500 ครับผม” บ๋อยทอมเอ่ยถาม
นอกจากจะไม่กินเหล้าแล้ว ผับนี้ยังเป็นผับเลสเบี้ยน อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าได้เท่านั้นซึ่งเพื่อนสาวของเราส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครกินเหล้าเป็นสักคนก็เลยไม่รู้จะเปิดไปทำไม
“ไม่ค่ะ” เราตอบ “มีนมสดไหมคะ?” ...ถามด้วยหน้าตาไร้เดียงสา นมที่เป็นนมอ่ะน้อง ไม่ใช่นมที่เป็นเต้าๆ นะ เพราะที่เห็นๆ ในผับนี่ก็หลายสิบเต้าแล้ว
“ขอกาแฟเย็นค่ะ” ซันไช่บอกพลางยิ้มให้บ๋อยอย่างเป็นมิตร
ทว่า ท่าทีของน้องบ๋อยทอมของเรางงๆ เล็กน้อย ทำให้เรากับซันไช่รู้สึกตัวว่า อยู่ในผับไม่ใช่คอฟฟี่ช็อป ดีไม่ถามบ๋อยต่อว่า
“ที่นี่มันสัญญาณ Wi-Fi (อินเตอร์เนตไร้สาย) ไหมคะน้อง วันหลังพี่จะเอาโน้ตบุ๊คมาเล่น”
บ๋อยมันจะได้บอก....ไปสตาร์บัคเลยพี่


ในที่สุด เพื่อนสาวของเราเลยเอ่ยปากขอเมนูเครื่องดื่มมานั่งดูหน่อย หวยก็เลยออกมาอยู่ที่ค็อกเทล 2 แก้ว แก้วหนึ่งมาตาริกาของเรากับแก้วสองบลูฮาวายของซันไช่ ไอ้นี่มันสั่งมาอย่างนั้นแหล่ะไม่กินหรอกเพราะต้องขับรถกลับบ้าน เราก็เลยต้องกินมันทั้งสองแก้ว แต่บลูฮาวายอร่อยดีค่ะ เหมือนกินขนมปังปั่นใส่เหล้า
ไอ้เจ้ามาตาริกาเนี้ยะแสบมากค่ะ มันมีเกลือรอบๆ ปากแก้วด้วยอ่ะ พอมาเสิร์ฟปุ๊บด้วยกำลังเม้าท์เพลินๆ คอแห้งพอดี เห็นน้ำมันใสๆ เราก็ยกซดโฮกเล้ยเหมือนกินน้ำเปล่า แม่เจ้า....เกลือเต็มคอ ฮือ ฮือ
นั่งสักพักก็มีวงดนตรีก็เริ่มบรรเลงเพลงขับกล่อม สายตาเรากับซันไช่ของมองผู้คนไปเรื่อยๆ สังเกตพฤติกรรมชาวบ้านเค้า ทำให้รู้ว่า ไอ้ที่ให้ใส่รองเท้าผ้าใบน่ะไม่ใช่จะเข้มงวดอะไร แต่น่าจะเป็นการแบ่งขั้วให้ชัดเจนมากกว่าว่า คุณเป็นขั้วไหน บวกหรือลบ ทอมหรือดี้ เพราะถ้าหากเกิดถูกใจกันก็จะจีบ จะสีกันได้ง่ายขึ้น

พอซัดค็อกเทลไปสองแก้วเราก็เริ่มจะมึนๆ ละ รู้สึกร้อนวูบวาบอยากนอน อีกอย่างเหม็นบุหรี่จากพี่ทอมข้างๆ พี่แกมาเป็นเก๋าโจ๋ กลุ่มใหญ่ซะด้วยนะคะ ไอ้เรามันก็พอตัวมวยอินโดฯ สายดำ ก็เลยชวนซันไช่มันกลับบ้านนอนดีกว่าเพราะขืนอยู่อาจจะมีเรื่องกันได้เพราะไปเหล่สาวดี้ในกลุ่ม หล่อนออกหมวยๆ เสื้อกล้ามสีขาว ผมยาวๆ อายุอานามก็น่าจะ 30 อัพ ท่าทางขี้อ้อนด้วยนะ มีเต้นกระดุ๊กกระดิ๊กในอ้อมกอดทอมหนุ่มที่ดูน่าจะอ่อนกว่าคุณเธอหลายปี สรุป...สเปคฉันเลย เหอะๆ...ไปหาเอาที่อื่นก็ได้วะ

แต่ก่อนที่จะกลับ เราก็ไม่ลืมที่จะพิสูจน์ทฤษฏีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเพลง I will survire และเพลง Cant’ take my eyes off you รวมไปถึงเพลงไทยอย่าง “คนใจง่าย” ของน้องไอซ์ ศรัณยู เราจัดแจงเขียนชื่อใส่ลงกระดาษทิชชู่ฝากน้องบ๋อย ทอมไปให้นักดนตรี และเมื่อเพลงเหล่านี้ขึ้นก็เป็นดังที่คาดไว้...ทุกคนในผับสนุกสนานกับเพลงเหล่านี้มาก มีร้องตาม เต้นรำกันสนุกสนานแม้แต่เรากับซันไช่เองก็ออก step ทิ้งทวน เต้นๆ อยู่ก็รู้สึกว่ามีสิ่งมีชีวิต ที่ไม่รู้ว่ามาจากโต๊ะไหน หน้าตาสะสวย ผมยาวๆ ใส่สายเดี่ยวสีดำ มาเต้นข้างๆ ก็หันไปมองเจ้าซันไช่นัยว่าของความเห็นจากมันว่า...

“เฮ้ย..แก....ชั้นโดนหญิงเต้นสีหรือเปล่าวะ”
“เออว่ะ” ซันไช่ส่งสายตาตอบกลับมา
“แต่เค้าดูนิ่งๆ ไม่รู้ไม่ชี้นะเว้ย” เราส่งโทรจิตถามไปอีกรอบ
“เค้าก็ต้องมีฟอร์มมั่งเด่ะ” สายตาแนวรำคาญตอบกลับมาและเจ้าของสายตาก็พยักเพยิดให้เราทักทายสาวสายเดี่ยวซะทีเพราะแม่คุณเธอมาเต้นอยู่นานแล้ว อย่าเสียเชิง...ไม่ดีไม่เอา
โดนเพื่อนยุแบบนี้ไม่ได้การละ ขืนปล่อยให้สาวหลุดมือไปก็เสียเชิงได้ นานๆ จะมีผู้หญิงสวยๆ มาเห็นเสน่ห์ทั้งที ว่าแล้วเราก็จัดการหันไปทางสาวสายเดี่ยว มองเธอและพยักหน้าทักทาย

เธอยิ้มบางๆ ตอบด้วย.....เอาล่ะเว้ย
ยิ้มให้แบบนี้แสดงว่า น่าจะสนใจเราจริงๆ แหล่ะ ไม่ได้คิดไปเองแน่ ความมั่นใจเริ่มมีขึ้นมาแล้ว เรายิ้มอย่างเป็นมิตรให้เธอและเอ่ยว่า

“น้องๆ เชคบิล”

ทอมบ๋อยที่อยู่ถัดไปข้างหลังสาวสายเดี่ยวรีบวิ่งมาหาเราอย่างรู้งาน ส่วนแม่สาวสายเดี่ยวก็หน้าบูดเป็นตูดเล่นเอาเรากลั้นยิ้มแทบไม่ได้ พอสาวเจ้างอนตุ๊บป่องเดินจากไป เจ้าซันไช่ก็ตีแขนเราดังเพี๊ยะ
“แกทำบ้าอะไรวะ เค้างอนไปแล้วน่ะ ไปสิ ไปขอบงขอเบอร์”
“ขอทำไมเล่า ชั้นไม่ได้รักไม่ได้ชอบเค้านี่ แค่เห็นทำท่าไม่รู้ไม่ชี้แล้วดูเค้าน่ารักดี ก็เลยแหย่เล่น” เรามาที่นี่เพื่อจะหาข้อมูลเขียนหนังสือไม่ได้ต้องการเหล่หญิง ไม่ได้ขาดความรักขนาดนั้นแม้ว่าทุกวันนี้จะมีรักแห้วๆ ก็เหอะ
“เจริญล่ะ” ซันไช่ส่ายหัว

ปกติในการพบเจอกันในผับสังคมกลางคืนของกลุ่มเลสเบี้ยนก็ไม่ต่างอะไรกับสังคมกลางคืนทั่วไป ที่มีการปิ๊งกันในผับ มีเลี้ยงเหล้าโต๊ะโน้น เหล่หญิงโต๊ะนี้ ร้องๆ เต้นๆ ไปตามเสียงเพลง บางคู่บางคนถูกใจกันก็พากันไปต่อที่อื่น แต่หลังจากการถูกชะตากันในคืนนั้นจะสานต่อมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้งหรือเปล่านั้น ไม่มีใครตอบได้

เท่าที่สังเกตดูทอมจะค่อนข้างเยอะมากกว่าดี้ หรือ เลสเบี้ยน อาจจะเป็นเพราะสังคมกลางคืนมันถูกกำหนดให้เป็นสังคมของผู้ชาย ทอมผู้หญิงที่มีบุคลิกภาพแบบชายจึงมีมากเป็นพิเศษเนื่องจากผับเลสเบี้ยนมันมีครบทั้งสุรา นารี และแสงสี ที่สำคัญที่สุดไม่มีผู้ชายมาเหล่หญิงแข่งให้มันหงุดหงิดใจด้วย ในขณะที่ดี้หรือสาวเลสมักจะสืบทอดทัศนคติของเพศหญิงที่ว่าไม่เหมาะกับสังคมกลางคืน

สาวดี้ที่เห็นในผับแต่ละคนเลยดูก๋ากั๋นกันพอสมควรไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งตัวที่ดูหวือหวา แหวกอก แหวกหลัง กระโปรงก็สั้นๆ เวลาพวกคุณเธอลุกนั่งเห็นแล้วหวาดเสียวแทน การดื่มเหล้าเฮฮาจนดูเหมือน “รั่ว” ควบคุมตัวเองไม่ได้ตลอดจนสูบบุหรี่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพฤติกรรมแบบสุดโต่งแบบนี้ก็มักจะเกิดขึ้นเสมอๆ ในผับน่ะนะ คงไม่มีใครอุตริไปกินเหล้าเฮฮากันในหอสมุดแห่งชาติหรอก

การจีบผู้หญิงที่เป็นเลสเบี้ยนเหมือนกันจะไม่ค่อยยากและไม่น่ารักน่าลุ้นเท่าจีบแบบไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นหรือเปล่า อาการมันจะคล้าย “แอบรัก” ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศไหน รสนิยมใด เราเชื่อว่า คุณต้องเคยแอบรักใครสักคน สักครั้งในชีวิต อารมณ์แอบรักนั้น ใจนึงก็ลุ้นอยากให้เค้ารู้ว่ารัก อีกใจก็กลัวว่าเค้าจะรู้ว่ารัก

อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่า เลสเบี้ยนจะมีความเป็นผู้หญิงกันสูงระดับเทพธิดามาจุติ ต่อให้ฮ้าวหาญชาญชัยเพียงใด เมื่อตกหลุมรัก ก็มักจะมีอาการเขินอาย มีอารมณ์หวานๆ กุ๊กกิ๊ก คิขุ ไม่ต่างจากผู้หญิงที่ตกหลุมรักผู้ชาย จะไม่ใช่อาการของผู้ชายตกหลุม รักผู้หญิง พวกเธอจะ....

แอบมอง............
คอยส่งสายตาหวานๆ ให้..........
คอยส่งยิ้มให้เป็นระยะให้อีกฝ่ายเห็น....
คอยใกล้ชิด สนิทชิดเชื้อถึงเนื้อถึงตัวหากมีโอกาส....
ทั้งหมดนี้คือ การหยั่งเชิงว่า อีกฝ่ายใช่หรือไม่ใช่?


บางทีก็ถูกบางทีก็ผิดก็ลองผิดลองถูกกันไปตามประสาและเมื่อขั้นตอนการหยั่งเชิงผ่านพ้นไปแล้ว กลยุทธ์ให้การจีบหญิงของเลสเบี้ยนก็มีอยู่ 3 กลยุทธ์หลัก ดังนี้คือ ขุนแผนแสนสะท้าน น้ำตาลเรียกพี่ She So Hot!!!
ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการจีบแบบไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเลสเบี้ยนหรือเปล่า......

ขุนแผนแสนสะท้าน

นั่นก็คือ....การจีบสาวแบบที่ประกาศอย่างชัดแจ้งว่า ตัวเองเป็นเลสเบี้ยน กลยุทธ์นี้มักจะมีให้เห็นเดื่อนดาด กลาดเกลื่อนในย่านสังคมกลางคืน ไอ้ปานสาวมาดเท่ห์เพื่อนสนิทของเราคนนึงคุณเธอนิยมชมชอบชายหนุ่มหน้าเถื่อนๆ มักจะมีเรื่องบ่นๆ ให้เราฟังเสมอถึงการโดนหญิงเหล่

“เฮ้ย...ซุป ชั้นโดนสาวเหล่อีกแล้วว่ะ”
“5555555+ เหรอ สวยมะ”
“ก็สวยอ่ะ แต่ชั้นไม่คิดว่า เค้าจะเป็นเลสไงแก คือ เค้าสวยเกินไปที่จะมาชอบผู้หญิงด้วยกันอ่ะ ถ้าหน้าอย่างแกก็ว่าไปอย่าง”
“สวยขนาดรองนางไทยแต่ชอบผู้หญิงก็มีนะแก” ตลกดีที่ผู้คนในสังคมพากันคิดว่า ผู้หญิงที่หน้าตาไม่สวยและไม่มีผู้ชายมาจีบเท่านั้น จึงจะหันเหไปชอบผู้หญิงด้วยกัน
“จริงดิ่ นางสาวไทยคนไหน ปีไหน”
“บอกก็กลัวเด่ะ”
“เออ ไม่รู้ก็ได้วะ” ปานบ่นเซ็งๆ “เมื่อคืนอ่ะ ชั้นไปงานวันเกิดไอ้ฟางแถวทองหล่อเว้ย แล้วโต๊ะข้างๆ มันก็เป็นผู้หญิง 3-4 คน มานั่งกินข้าวกัน ไรเงี้ยะ ไอ้ผู้ชายโต๊ะชั้นมันก็พยายามแบบไปหลีๆ แต่ผู้หญิงเค้าก็ไม่เล่นด้วยไง”
“แล้วไงต่อ?”
“ทีนี้ ในโต๊ะนั้นน่ะ ก็มีอยู่คนนึงเว้ย ชั้นเห็นเค้าน่ารักดี หมวยๆ ขาวๆ ใส่สายเดี่ยว ตู้มด้วยแก ตู้มไรเดอร์มากๆ ชั้นเห็นเค้ามองชั้น ชั้นก็ยิ้มให้ ไม่ได้คิดอะไร พอสักพักบ๋อยก็เอาเหล้ามาให้ชั้นเว้ย แล้วบอกว่า โต๊ะนั้นสั่งให้ ชั้นก็แบบ....ก็ยิ้มขอบคุณเค้าไรเงี้ยะ ก็เริ่มแหม่งๆ ละ เพราะชั้นอยู่กะแกมากไงเลยรู้สึกว่า มันชักจะผิดปกติแฮะ มีผู้หญิงมาเลี้ยงเหล้า”
“ หน้าตาน่ากินออกขนาดนี้” พร้อมกับทำหน้าหื่นๆ ใส่มัน หยอกมันเล่น 555
“เดี๋ยวกูถีบติดกำแพง” สายตาหวาดระแวงมาก...555
“จากนั้นนะ ชั้นกับเพื่อนอีกคนก็แบบเริ่มเมาๆ ได้ที่ไงแก ก็พากันออกไปเต้นๆ เว้ย แล้วผู้หญิงคนนี้ก็ตามมา เต้นด้วยเว้ย แล้วเวลาเต้นนะ ก็จะแนวๆ คลอเคลียหน่อย ยั่วโครตๆ ตางี้เยิ้มเลยแก ชั้นเห็นท่าไม่ดีก็เลยกลับมานั่งที่โต๊ะ เหมือนเดิมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เว้ย อีนังนั่นมันก็จ้องจิกตาใส่ชั้นไม่วางตาเลย ขนลุกโครต นั่งได้แปรบนึงชั้นก็กลับเพราะ แม่โทรจิก”
“จบละ?”
“ยัง ยัง ยัง ........พอชั้นเดินออกมาหน้าร้าน กะว่าจะรอแท็กซี่ ก็ปรากฏว่ามี BMW ย้ำ BMW ซีรี่ห์ 5 มาจอดเทียบอ่ะแก แล้วนังนั่นมันก็เดินลงจากรถมาเว้ย ก็เข้ามาถามๆ”

บรรยายเหตุการณ์
หญิงสาววัยกำดัด รูปร่างสมส่วนเปิดประตูรถเดินลงมาหาสาวปานสุดเท่ห์ของเรา แววตาของเธอจับจ้องที่เพื่อน สาวของเรา ราวกับว่าได้พบกับใครสักคนที่ตามหามานานแสนนาน
“กลับแล้วเหรอคะ?” น้ำเสียงกังวานใสเอ่ยถาม
“เอ่อ...ค่ะ”
“มีแฟนรึยังคะ?”
“มีแล้วค่ะ” เพื่อนสาวเรารีบตอบทันควัน และก็มีอนุภาพไม่น้อยเพราะทำให้สาวสวยของเราชะงักไปนิดหนึ่ง แต่จะเอ่ยถามอีกครั้ง คล้ายเป็นการย้ำเตือน
“ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ?”
“ผู้ชายค่ะ” ตอบทันทีโดยไม่ต้องคิดอีกเหมือนกัน สาวสวยของเราถึงกับนิ่งเงียบ มองสาวปานของเราด้วยสายตา เว้าวอนและเต็มไปด้วยความเสียดาย ทว่า.....หล่อนไม่ละความพยายามหรอก
“ดึกแล้ว กลับบ้านคนเดียว อันตรายนะคะ ให้ไปส่งไหม”
“ไม่เป็นไรคะ แท็กซี่มาแล้ว”
ว่าแล้วไอ้ปานมันก็เผ่นแนบขึ้นรถแท็กซี่ไปทันที โดยได้ยินเสียงแว่วๆ ของสาวเจ้าที่ตะโกนถามขอเบอร์โทรศัพท์ มือถือไล่หลังมา

“โห..แก อิจฉาว่ะ” เราเปรยๆ อย่างรู้สึกอิจฉามันจริงๆ นี่เป็นแค่เป็นหนึ่งในหลายๆ เหตุการณ์ที่เพื่อนสาวเรา คนนี้โดนเลสเบี้ยนจีบ
เป็นที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งว่า เลสเบี้ยนที่ใช้กลยุทธขุนแผนแสนสะท้านนี้ มักจะเป็นเลสเบี้ยนที่มีเลสดาร์ หรือ เครื่องจับสัญญาณเลสเบี้ยนที่ค่อนข้างจะแม่นยำมากๆ เพราะเราเองก็โดนจีบแบบนี้บ่อยๆ และอดแปลกใจไม่ได้ว่า เค้ารู้ ได้ยังไงฟะ ว่าเราเป็นเลสเบี้ยน
พร้อมกับจะถามอะไรตรงๆ เช่น ชอบผู้หญิงหรือเปล่า? มีแฟนหรือยัง?
เคยนึกสนุกย้อนสาวน้อยคนนึงที่มาเซ้าซี้ถามว่า เราเป็นทอมหรือเปล่า? ว่า
“ถ้าเป็นจะเป็นแฟนพี่เหรอ?”
“ก็ดีสิ พี่น่ารักดี”
“พี่ชอบผู้ชายน้อง” .....ไม้ตายไม้เด็ดที่ใช้จัดการเลสเบี้ยนที่มาเกาะแกะเราและรายไหนรายนั้น เจอคำนี้เข้าไป เลิกยุ่งกับเราทันที ในขณะเดียวกันหากมีใครมาใช้กับเรา เราก็จะอกกลัดหนองช้ำใจเจียนตายทันทีเช่นกัน ฮือ ฮือ.......

น้ำตาลเรียกพี่
กลยุทธ์นี้เป็นยุทธวิธีของพวกรักนะแต่ไม่ (กล้า) แสดงออกเค้าใช้กัน พวกแอบรักเค้าจนอกแทบจะระเบิดจนต้อง ระบายความรู้สึกผ่านจดหมาย บทกลอนและเพลง แน่นอน....เราอยู่ในกลุ่มนี้ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ให้สังคมเลสที่ใช้วิธีนี้ ในการจีบสาว มันเป็นพฤติกรรมต่อเนื่องมาจากการหยั่งเชิงหรือจะใช้ในกรณีที่ยังไม่ได้รู้จักมักจี่กับอีกฝ่ายเลยก็ได้

จดหมาย.....อุปกรณ์บอกรักที่คลาสสิกที่สุดแล้วในโลกเลสเบี้ยน ทุกคน ทุกยุค ทุกสมัย ทุกเชื้อชาติ หากเป็นเลสเบี้ยนแล้วล่ะก็ สักครั้งในชีวิตต้องเขียนหรือได้รับจดหมายรัก ส่วนดีกรีความหวานนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับสำนวน การเขียนของแต่ละคนว่า จะมีลูกเล่นแค่ไหน เชื่อไหมว่า ในหนังเลสเบี้ยนเกือบทุกเรื่องต้องมีฉากตัวละครอ่านจดหมายรัก ที่อีกฝ่ายส่งมาให้ จดหมายที่บอกความรู้สึกรักที่ไม่กล้าจะเอื้อนเอ่ย
เรารุ้จักเลสเบี้ยนคนนึงชื่อ ผึ้ง …เค้าแอบรักเภสัชกรหน้าปากซอยแถวบ้านเค้า เค้าก็ไม่รู้หรอกว่า เภสัชกรสาว เนี้ยะ เธอใช่เลสหรือเปล่า เพียงแต่รุ้สึกสบตากันปิ๊งๆ อีตอนไปซื้อยาแก้ท้องเสียแล้วมันเกิดติดใจคุณเธอขึ้น เลสสาวคนนี้ เค้าก็ใช้มุกจดหมายรักเนี้ยะแหล่ะค่ะ จีบสาว
ทุกๆ วันผึ้งจะเขียนจดหมายน้อยไปเสียบไว้ที่ปัดน้ำฝนที่หน้ารถยนต์ของเภสัชสาว เขียนเล่านู้น เล่านี้ไปเรื่อยเปื่อยเพราะมี ความรู้สึกว่าการเขียนมันทำให้ “กล้า” มากกว่าพูดต่อหน้า และผึ้งก็ทำแบบนี้เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม จนวันสุดท้ายเค้าตัดสินใจเขียนจดหมายฉบับสุดท้ายใจความในจดหมายบอกเล่าว่า จดหมายฉบับนี้จะเป็นฉบับสุดท้ายแล้ว หากมีใจชอบพอและคิดว่า เราพอจะคบหากันได้ ช่วยโทรมาหน่อยได้ไหมที่เบอร์......
ผึ้งรอโทรศัพท์อยู่ 1 อาทิตย์เต็มๆ จึงได้รับโทรศัพท์จากเภสัชกรสาวและทั้งคู่ก็ได้คบหากันร่วม 2 ปี ท่ามกลางความไม่พอใจของพ่อแม่ฝ่ายเภสัชกรจนในที่สุดก็เลิกกัน ฝ่ายเภสัชกรสาวเธอไปแต่งงานกับไอ้หนุ่มบ้านตรงข้ามกับผึ้ง สืบสาวราวเรื่องก็ทราบว่าพ่อหนุ่มเธอแอบรักเภสัชกรคนนี้มาทั้งแต่เห็นมาเที่ยวที่บ้านของผึ้งและเขาก็ไม่รู้ว่า ผู้หญิงสองคนนี้เป็นแฟนกัน เขาเฝ้าคอยส่งขนมจีบให้เภสัชกรแต่ก็ดูสาวเจ้าจะไม่สนใจก็เลยเข้าทางผู้ใหญ่แทนและในที่สุดก็สมหวัง ที่เจ็บช้ำสำหรับผึ้งก็คือ เมื่อสองคนนี้แต่งงานกันแล้ว เภสัชสาวดันมาอาศัยอยู่บ้านฝ่ายชายนี่สิโดยให้เหตุผลกับผึ้งว่า

“เพราะฉันรักเธอ”

ทุกๆ วันผึ้งจะเห็นภาพบาดตาบาดใจตั้งแต่วันแรกที่เห็นคนรักไปอยู่บ้านคนอื่น เรื่อยมาจนท้องอ่อนๆ ไปจนถึงได้ลูกสาวหน้าตาน่ารักน่าชัง แถมยังทำเนียนชอบเอาลูกมาเลี้ยงที่บ้านผึ้งมันด้วยนะ ในที่สุดผึ้งก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่คอนโดฯ แทนเพราะเริ่มคิดได้แล้วว่า....ไอ้ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันไม่ใช่คนรักแต่เป็น “ชู้”
นอกจากจดหมายรักแล้ว กลอนรักก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหล่าเลสเบี้ยนชอบใช้กัน ในสมัยเราเรียนอยู่ โรงเรียนหญิงล้วนเนี้ยะ เราจะเป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนๆ มากเพราะว่า เจ้าบทเจ้ากลอน แต่งกลอนอ้อนสาวเก่ง เพื่อนๆ ก็จะให้ช่วยแต่งกลอนจีบสาวให้ แต่จีบเองไม่เคยติดหรอกเพราะชอบเล่นมุกปากหมาแซวสาวมากว่าจะทำหวานๆ ใส่น่ะ
ต่อมาปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวไปไกลมากๆ เรามีซีดีเพลง เรามีไฟล์เพลง เราสามารถทำซีดีเพลงรักแผ่นหนึ่ง ได้ด้วยตัวเราเอง ไม่ต้องไปจ้างใคร ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อ
ซีดีเพลงรักจึงเป็นมุกบอกรักที่สาวเลสเบี้ยนนิยมให้กัน ในตอนแรกเราก็ไม่รู้หรอก จวบจนวันหนึ่งเราจำเป็นต้อง หาเพลง เพลงหนึ่งเป็นเพลงเก่าที่เราชอบมาก เราก็ไปค้นหาเจอในเวบบอร์ดเลสเบี้ยนเข้า ในบอร์ดนั้นพี่แกเล่นโพสเพลง ให้ดาวน์โหลดกันเป็นล่ำเป็นสัน ชนิดที่ไม่กลัวกฎหมายลิขสิทธิ์ของค่ายเพลงกันเลยทีเดียว

พูดถึงเพลงแล้ว หากเพลง “หนึ่งเดียวคนนี้” ของ คุณปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ คือเพลงของสาวทอมบอยทั้งหลาย เราว่าเพลง "รึเปล่า” ของอาร์มแชร์ และเพลง “เราคงต้องเป็นแฟนกัน” ของสาวพั้นซ์ ก็น่าจะถือว่าเป็นเพลงของสาว ชาวเลสเบี้ยนก็ว่าได้
เพลง “เราคงต้องเป็นแฟนกัน” เป็นแนวอารมณ์กำลังตกหลุมรัก เป็นความรู้สึกรักใคร่แต่เพียงฝ่ายเดียว ประมาณว่า แอบรักเพื่อนสนิท ทำเนียนไปคุยๆ หวานๆ กับเค้า ไม่ได้คาดหวังความรักตอบแบบจริงจังเท่าใดนัก
แต่ถ้าเพลง “รึเปล่า” จะเป็นอารมณ์เริ่มมีลุ้น สาวเจ้าคนที่เราแอบมีใจให้เค้าเองก็ส่งสัญญาณบางอย่างกลับมาหา ทำให้เริ่มเห็นความหวังว่า รักนี้ท่าจะมีจริง ทว่า..ในความหวังที่เกิดขึ้นในใจนั้น ก็มีความไม่แน่ใจแฝงตัวอยู่และ ใครที่ไม่เคยฟัง ลองหาฟังดูนะคะ

She So Hot!!!

“ตัวจริงต่างกับในบอร์ดคนละคนเลยนะเนี้ยะ....”
เชอรี่ เลสสาวลูกครึ่ง ครีเอทีฟโฆษณาที่แอดเมล์เรามาทาง MSN ด้วยความรู้สึกชื่นชมประหนึ่งว่า เราเป็น ผู้เชี่ยวชาญ ช่ำชองเกมรัก เพราะลีลาสำนวนการตอบกระทู้เกี่ยวกับเลสเบี้ยนในเวบพันทิป ห้องสวนลุมดูให้คิดว่า เป็นคนแบบนี้จริงๆ
ทว่า เมื่อค้นพบความจริงว่า ตัวจริงเราซื้อบื้อแค่ไหนในเรื่องความรัก ไร้เดียงสาเพียงใดในเรื่องอย่างว่า คุณเธอก็หัวเราะเอิ๊ก อ๊าก กระเซ้าเหย้าแหย่เรา

“เอาโอรีโอ กับนมร้อนๆ ไหมเมษาฯ
โอรีโอจุ่มนม อร่อยหวานมัน”


อ่ะนะ.....ใครจะสวย เซ็กซี่ เหมือนหล่อนล่ะยะ ชอบนักร้องสาวสวยอย่างคุณมาช่าด้วยเหตุผลที่ว่า “ดูร้อนๆ ดี” ก็ดีไม่ต้องมาแย่งกัน ชอบคนละแนว เราจะชอบผู้หญิงขี้อาย เรียบร้อย อ่อนหวาน แม่บ้านแม่เรือน เพียบพร้อมไปด้วยเสน่ห์ปลายจวัก มีความเป็นแม่สูง รักเด็กตัวเล็กๆ ไปจนถึงเด็กที่โตแต่ตัวแบบเรา ฮ่าฮ่าฮ่า
แต่คนเราเกลียดอะไรได้อย่างนั้น...ผู้หญิงที่เราไปหลงรักก็ดันเป็นยัยตัวร้าย ก๋ากั๋น สังคมจ๋า ไปกินเหล้ากะเพื่อนเรา เพื่อนเรากลับมาเล่าว่า “คอแข็งว่ะแก” ในขณะที่เรากินค็อกเทลไป 2 แก้ว เดี้ยงไปทำงานไม่ได้เพราะผื่นขึ้นเต็มตัว นั่งทาคารามายด์ตัวสีชมพูอยู่ 2 วัน สุดท้าย ท้ายสุด คุณเธอทำกับข้าวก็ไม่เป็น แค่ไข่เจียวก็นั่งพลิกไข่มันซะ 3-4 รอบ เหอๆ
เอาล่ะ เข้าเรื่อง ....การจีบสาวในกลยุทธ์ She So Hot!!! เป็นการจีบแบบถึงลูกถึงคน มองตาแล้วรู้ว่า ใช่...แม่จูบจ๊วบทันทีทันใด ถ้าหากดูจากหนังแล้วกลยุทธ์นี้มักจะใช้บ่อยเป็นอันดับสองรองจากมุกจดหมายรัก มันเป็นการบอกรักแบบจู่โจม แบบไม่ให้อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว เป็นมุกจีบที่กล้าได้กล้าเสียมากๆ
มีอยู่ฉากนึงในหนังเรื่อง Butterfly เป็นเรื่องของอาเจ้คุณครูสาวกับสาวน้อยนักดนตรี รักต่างวัยค่ะคู่นี้ ห่างกัน 10 ปี คุณครูเพิ่งแต่งงานและมีลูกสาวแบเบาะ ส่วนสาวน้อยก็กำลังหาเรื่องชิ่งจากแม่ยกสาวใหญ่ที่มาติดพันพร้อมทั้งเปิดเผย ตัวตนของตัวเองให้คุณครูรู้ตั้งแต่แรกเจอซะด้วย แต่คุณครูสาวของเราก็พยายามข่มใจเก็บความรู้สึกอยากกินเด็กเอาไว้ เพราะรู้ว่า ตอนนี้ตัวเองไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย

ทว่า คุณครูของเราก็ไม่สามารถต้านทานความรู้สึกอยากกินเด็กของตัวเองได้ วันหนึ่งขณะที่คุณครูกำลังดินเนอร์ กับสาวน้อยที่คอนโดซึ่งมีแม่ยกซื้อให้สาวน้อยของเราอาศัยซุกหัวนอน เด็กมันก็ชวนไปคุยไป เอาตะเกียบคีบนู้น คีบนี่ ให้คุณครูลองกินดู เอาใจสุดๆ ป้าแกก็เคี้ยวไปมองหน้าใสๆ ของเด็กไป แล้วในที่สุด........
ป้าแกก็วางตะเกียบกะชามข้าว คว้าหมับจับเด็กเข้ามาใกล้แล้วจูบจ๊วบ เด็กมันก็ชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะสนอง ป้าแกด้วยการจูบตอบ โอ้ว....แลกซีอิ๊วในปากกันใหญ่ แล้วหลังจากนั้นก็ไปจบที่เตียง และต่อมาครูสาวของเราก็หลงเด็กจน ลืมลูกลืมผัว ตัดสินใจหย่าผัวหอบผ้าผ่อนมาอยู่กับเด็ก รายนั้นก็โดนแม่ยกจับได้ว่า นอกใจโดนไล่ออกจากคอนโด เหอะ ...สมน้ำหน้า เลสเบี้ยนส่วนใหญ่ที่เรารู้จักชอบเรื่องนี้มากเลยนะ แต่เราไม่ชอบอ่ะ หญิงชั่วสาวโฉดกันทั้งคู่
เป็นที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งว่า ไอ้มุกจีบทีเผลอเนี้ยะ ถ้าอีกฝ่ายเค้ามีใจล่ะก็ บทต่อมามันจะไปจบที่บนเตียงซะทุกที ไปนะ ไม่ว่าจะเป็นในหนังหรือในชีวิตจริง

มีคู่นึง สมัยเรียนคบหากันเป็นพี่ๆ น้องๆ ได้แต่แอบเหล่ๆ กันไปเหล่ๆ กันมา วันหนึ่ง ฝ่ายรุ่นพี่ไปเที่ยวบ้าน รุ่นน้อง ด้วยบรรยากาศเป็นใจหรืออะไรก็ไม่ทราบ สองคนมองหน้ากันแล้วฝ่ายรุ่นน้องก็ค่อยๆ บรรจงจุมพิตที่ริมฝีปาก ของรุ่นพี่ จูบเสร็จก็มานั่งหน้าแดงกันสองคน สักพักก็จูบกันอีกรอบแล้วจากนั้นมันก็เตลิดไปเลย เหอๆ

“จูบแรกของรี่ เกิดขึ้นตอนอายุ 17”

เชอร์รี่ตอบคำถามของเราที่ถามคุณเธอไปว่า จูบกับผู้หญิงด้วยกันเนี้ยะครั้งแรกเมื่อไหร่เหรอ เพราะคุณเธอดู ช่ำชองในเกมรักมากๆ แถมมั่นใจในตัวเองด้วยว่า แค่เพียงได้คุยหล่อนก็รู้แล้วว่า อีกฝ่ายเป็นเลสหรือไม่
คุณเธอเล่าต่อไปว่า ตอนนั้นไปเรียนที่อเมริกาแล้วไปช่วยเพื่อนสาวคนนึงล้างรถที่บ้านเค้า เราจินตนาการ เอาเองว่า...บรรยากาศมันคงเปียกๆ น้ำๆ เซ็กซี่ๆ กระมัง เลยเป็นสาเหตุให้เพื่อนสาวของเชอร์รี่อดใจไม่ไหว ส่วนไปจบที่ ไหนนั้นอันนี้เราไม่รู้เพราะไม่ได้ถามแบบว่าเกรงใจ
สาวเชอร์รี่เธอจะมีเรื่องเล่าฮอตๆ ของตัวเองมาเล่าให้เล่าฟังเสมอ อาทิเช่น ไปงานปาร์ตี้เลสเบี้ยนมาเจอสาวเลส หน้าตาสะสวย เซ็กซี่ บรรยากาศพาไปและแสนจะเป็นใจ ได้จูบกับสาวเจ้าด้วย .....

“น่าเสียดาย ลืมขอเบอร์”

โห..แม่คุณ อะไรจะเพลย์เกิร์ลได้ขนาดนี้ เสน่ห์แรงจริงๆ มีสาวๆ ให้ควงไม่ขาด คุณเธอมีความคิดว่า สาวๆ ที่ใช้มุกน้ำตาลเรียกพี่นั้นน่ะ แสนจะเชื่องช้าไม่ได้ดังใจ
แต่ทว่า เชอร์รี่ของเราก็เปลี่ยนไป จู่ๆ รูปภาพที่หล่อนโชว์ใน MSN เป็นรูปสาวน้อยตากลมคนหนึ่ง จะว่าเป็นเชอร์รี่สมัยเด็กๆ ก็ไม่ใช่เพราะคนนี้หน้าไทยๆ แต่เชอร์รี่มันลูกครึ่งนี่หว่า
“รูปใครอ่ะรี่”
“อ้อ...แฟนน่ะ” รี่พิมพ์ตอบกลับมาพร้อมกับมีไอคอนรูปหน้าตาคนเขินอายแสดงอารมณ์มาด้วย
“อ่ะ จริงดิ่ ใครอ่ะ”
“น้องเค้าเป็นเด็กฝึกงานที่บริษัทฯ รี่เองก็ไม่ได้สนิทอะไรกับน้องเค้าหรอก ก็คุยๆ เฉยๆ ไม่มีอะไรพิเศษ วันนึงฝนตกหนัก รี่ขับรถกลับบ้าน เห็นน้องเค้ายืนหลบฝนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ สงสารน่ะ เลยรับขึ้นรถไปส่งบ้านก็เลย เริ่มคบกันตั้งแต่นั้นมาน่ะ คบกันได้เดือนกว่าละ”
“เดี๋ยวๆ แล้วรี่รู้ได้ไงว่า น้องเค้าเป็นเลสอ่ะ?”

“ก็.....ตอนที่ขับรถไปส่งน้องเค้าที่บ้านน่ะ ระหว่างทางก็คุยๆ กัน เราก็เห็นอะไรบางอย่างในแววตาของน้อง เค้าน่ะ เนี้ยะ....เห็นหน้าตาน่ารักๆ อย่างนี้นะ เรื่องนั้นน่ะจัดมากเลย เมื่อเช้าเกือบลุกมาทำงานไม่ไหวแน่ะ”
“คบกันได้เดือนกว่า มีอะไรกันแล้วเหรอ?”
“แล้วไง?”
“ก็ไม่แล้วไง ถามเฉยๆ”
เชอรี่เล่าต่อว่า ในตอนเช้าของวันแรกที่มีอะไรกันนั้น เด็กฝึกงานที่รักก็จะมาคลอเคลียถามเธอว่า
“พี่ว่า ลูกของเราจะหน้าตาเป็นยังไง?”
“มันจะไปมีได้ยังไงเล่า” เชอรี่ตอบยิ้มๆ
“นั่นสินะ”
สาวน้อยคิดได้ว่าเป็นผู้หญิงเหมือนกัน จะท้องได้ยังไง เธอมองเชอรี่ค่อยๆ ใช้นิ้วไล้ไปที่ใบหน้าของเชอรี่พลาง บอกว่า
“ผู้หญิงเราต้องแต่งงานใช่ไหม ถ้าพี่แต่งงานพี่โยนดอกไม้มาทางเค้านะ”
“...........”
“และถ้าเค้ามีลูก เค้าจะขอให้มีลูกสาวที่หน้าตาเหมือนพี่ มีผมเหมือนพี่ มีผิวเหมือนพี่....”


ฟังแล้วก็นะ....คารมเด็กฝีกงาน เล่นเอาสาวเพลย์เกิร์ลอย่างเชอรี่ใจสะท้าน รู้สึกตื้นตันจุกในคอพูดอะไรไม่ออกจากที่คิดแค่คั่วเล่นเพลินๆ ก็กลายเป็นนึกรักจริงจัง นอกจากคารมดีแล้ว เด็กฝึกงานคนนี้ยังช่างเอาใจและแสนจะโรแมนติก
“เนี้ยะ.....วันก่อนอ่ะ ได้รับจดหมายรักจากน้องเค้า เป็นจดหมาย 3 แผ่น เขียนด้วยลายมือ ใส่ซองติดแสตมป์ ส่งมาให้ที่บ้าน หวานมากๆ เกิดมาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า จดหมายรักมันจะหวานขนาดนี้” และแล้วเพลย์เกิร์ลสาวฮอต ของเราก็สิ้นลายเมื่อไปเจอคารมของเด็กฝึกงาน ยังค่ะยังไม่หมด...ตอนวันเกิดของเชอรี่ สาวน้อยฝึกงานคนนี้ก็เล่นกีต้าร์ และร้องเพลงที่เชอรี่ชอบมากๆ ในตอนเที่ยงคืนของวันเกิดโดยร้องใส่โทรศัพท์สดๆ เชอรี่เล่ายิ้มๆ ทั้งปลื้มและเอ็นดูว่า เสียงสั่นเชียว..

นี่แหล่ะค่ะ ผู้หญิงจีบกัน
ยิ่งถ้าเป็นเลสเบี้ยนด้วยกันทั้งคู่ล่ะก็
จะเก่งกาจผ่านร้อนหนาวมากเพียงใด
รายไหนรายนั้น......ไม่รอด



เลสเบี้ยนคืออะไร?
ตามอ่านต่อในบล็อกนี้ค่ะ
หน้าตาก็สวยดีไม่น่าเป็นโรคจิตเลย (1) คลิกที่นี่






Create Date : 15 ตุลาคม 2550
Last Update : 21 เมษายน 2555 20:34:52 น.
Counter : 22531 Pageviews.

32 comment
ผีเห็นผี...(ใช่ว่าจะ) ดูกันออกว่าใครที่เป็น "ผี"
เคยดูหนังเรื่องแก้งค์ชะนีกับอีแอบไหมคะ?
หนังที่พูดถึงวิธีจับ "เกย์แอบ" ของเพื่อนสาวกลุ่มนึง ซึ่งก็จะมีสารพัดวิธีจับแอบ เป็นที่สนุกสนานในการจับผิดยิ่งนัก
ไอ้วิธีจับแอบนี่ ...ฮิตกันเป็นล่ำเป็นสันขนาดมีเขียนเป็นหนังสือ How To วางแผงขายกันเชียวนา
แล้วก็มีกระทู้หนึ่งในเวบไซต์พันทิป ดอทคอม ห้องเฉลิมไทย...ชายหนุ่มคนหนึ่งตั้งกระทู้ว่า ถ้าเรามีหนังจับเกย์ไปแล้ว แล้วถ้าเราจะสร้างหนังที่พูดถึงการจับ "เลส" ล่ะ?
เรากำลังจะเข้าไปตอบในสิ่งที่เราจะบอกเล่าจากประสบการณ์ส่วนตัว
ปรากฏว่า มีสาวนางหนึ่งหล่อนชิงตัดหน้าโพสไปก่อนเราแล้วว่า

"จ้างให้ก็จับชั้นไม่ได้หรอกย่ะ"

อ่านแล้วก็หัวเราะกลิ้ง...นั่นสินะ
ไม่ยอมรับซะอย่างใครจะทำไม อิอิ

เรื่องการดูเลสเบี้ยนนั้นมันเหมือนเป็นอาถรรพ์สำหรับคนเป็นเลสเบี้ยนนะคะ เพราะทุกคนจะไม่มีพรสวรรค์การดู พวกเดียวกันออกเหมือนเกย์ดูเกย์ ที่สายตาบรรจบมาพบกันก็รู้ได้ถึงจิตใจของอีกฝ่ายว่าคิดเช่นไร สามารถมาก...

ถ้าคุณได้เข้าไปแวบๆ แอบดูในเวบเลสเบี้ยน คุณจะพบว่า มีเยอะมากๆ เลสเบี้ยนในเมืองไทย ทำงานอยู่ในทุก สาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นหมอ พยาบาล (พยาบาลสาวไทยนี่ร้ายกาจมากนะคะ กวาดทั้งนายแพทย์และแพทย์หญิงเลย) ตำรวจ ทหาร ครู อาจารย์ บัญชี โบรคเกอร์ วิศวะ แอร์โฮสเตส สาวพริตตี้ โคโยตี้ วงการบันเทิง วงการนางงาม มีคนนึงประกวด เพราะอยากอยู่ใกล้ๆ คนน่ารักๆ สวยๆ หุ่นดีๆ แล้วตัวเองก็ดันได้ตำแหน่งรองอันดับ 1 บวกแฟนสาวที่ประกวดด้วยกันอีก 1 คน

พวกเธอเหล่านี้จะมีสถานะในสังคมเป็นสาวโสด หน้าตาดี หน้าที่การงานดี และทุกคนจะคิดว่า คงไม่ได้ชอบ ผู้หญิงด้วยกันหรอกเพราะไม่เห็นชอบทอม ก็อย่างที่บอกไปข้างต้นไงคะว่าทอมกับผู้ชายมันไม่สวยน่ะค่ะ จะให้มีแฟนได้ไง แถมเลสเบี้ยนดูยากซะด้วย ผู้หญิงบางคนก็ชอบเล่นถึงเนื้อถึงตัวกับเพื่อนผู้หญิงด้วยกันโดยที่ไม่ได้คิดอะไรมากกว่า เพื่อนเลย........บางคนก็เป็นแนวเชคเรทติ้ง ตัวเองน่ะชอบผู้ชาย และก็รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเลสที่กำลังแอบรักตัวเองอยู่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะไปเล่นหมาหยอกไก่กับเค้า พอหมดสนุกก็เลิกเล่นซะดื้อๆ

ดังนั้น ถ้าหากคุณเห็นผู้หญิงคนไหนโสด หน้าตาดี และถึงวัยจะแต่งงานแต่ก็ยังไม่แต่งซะทีแถมมีนิสัยเป็นไม้เลื้อยอยู่ด้วยตัวเองไม่ได้ต้องคอยเกาะแกะ เดี๋ยวซบไหล่ เดี๋ยวควงแขนออเซาะเพื่อนสาวในกลุ่มก็อย่าเพิ่งไปทึกทักเอาว่าเธอชอบผู้หญิงด้วยกันนะคะเดี๋ยวจะพาลขายไม่ออกกันพอดี อีกอย่างการไปทึกทัก ยัดเยียด เอาว่าใครเป็นเลสเบี้ยนด้วยเหตุผลเพียงแค่ว่า....

โสดไม่มีแฟน...
ก็บุคลิกภาพเขาเหมือน...
ไม่เห็นมีท่าทางรังเกียจและสนิทสนมกับคนที่เป็นรักร่วมเพศ...
หรือตัวเองชอบเค้า แต่เค้าไม่เล่นด้วยก็หาว่าเค้าชอบผู้หญิง....

การกระทำแบบนั้นถือว่าไม่ยุติธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหาเลยนะคะ แต่ในขณะเดียวกัน หากผู้หญิงคนนั้นเอ่ยปากบอกกับคุณว่า เธอชอบผู้หญิงด้วยกันก็ควรเคารพในการตัดสินใจนั้นของเธอด้วย ไม่ใช่ทึกทักเอาว่า มันเป็นโรคชนิดหนึ่งที่สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการมีแฟนเป็นผู้ชาย

ส่วนกรณีเกย์ หากมีผู้ชายสองคน นั่งคุยกัน เดินจับมือกัน มองกันตาเยิ้ม สังคมมองทันทีว่า มันเป็นเรื่องผิดปกติค่ะ ทำให้ถูกสังเกตได้ง่ายกว่าเลสเบี้ยนนัก พวกเกย์จะวางตัวลำบากเวลามีแฟน แต่จะหากันเจอง่ายกว่าเลสเบี้ยนที่เวลามีแฟนก็ วางตัวสบายๆ บางคู่กระเตงกันไปนอนเล่น นอนค้างบ้านอีกฝ่ายได้โดยพ่อแม่ไม่ระแคะระคายสักนิดว่า ลูกสาวพาแฟนมาค้างที่บ้าน แต่จะลำบากเวลาหาพวกเดียวกันให้เจอ คำถามยอดฮิตในเวบเลสเบี้ยนคือ จะรู้ได้อย่างไรว่า คนๆ นั้น เป็นเลสเบี้ยน......

ซึ่งไม่มีใครตอบได้เคลียร์สักคนค่ะ ส่วนใหญ่บอกให้ดูสายตาเป็นหลัก บ้างก็บอกว่า เลสเบี้ยนจะแสดงออกก็ ต่อเมื่อชอบผู้หญิงคนนั้นค่ะ ถ้าไม่ได้ชอบหรือสนใจ ก็จะมองด้วยสายตาปกติๆ แล้วทำไม ชายหนุ่มใน msn ที่เข้ามาคุยกับเรา เพราะตัวเค้าเคยโดนเลสเบี้ยนหลอกคบอยู่พักใหญ่ เค้าถึงมั่นใจว่าเค้าดูออก

พ่อหนุ่มเค้าบอกว่า จากประสบการณ์ที่มีแฟนเป็นเลสเบี้ยน ต้องเข้าไปพัวพันกับดงเลสเบี้ยนอยู่พักนึง ก็ทำให้ จับสังเกตได้เป็นข้อๆ ดังนี้

1. เลสเบี้ยนเวลามองผู้หญิงด้วยกัน จะมองเต็มๆ ตาและไม่วางตา จะแวววาวกรุ้มกริ่ม ต่างกับเวลามองผู้ชาย ที่มองปกติจะไม่แวววาว ส่วนผู้หญิงที่ชอบผู้ชายเวลามองผู้หญิงด้วยกันที่สวยๆ น่ารักๆ จะไม่มีแววตากรุ้มกริ่ม จะออกแนวสนอกสนใจปนอิจฉาซะมากกว่า

2. จะสาวมากถึงมากที่สุด ต่อให้บุคลิกภาพจะฮ้าวแค่ไหนก็จะแอบสาว จ๊ะๆ จ๋าๆ ชอบอะไรที่มันกุ๊กกิ๊ก คิขุ
มักมีข้ออ้างเกี่ยวกับความโสดของตัวเองว่า หาผู้ชายดีๆ ไม่ได้ ไม่ก็ถ้าเคยคบผู้ชายมาก่อนจะถือโอกาสบอกว่า ก็ผู้ชายมันเลวไงเลยมาชอบผู้หญิงแทน พูดแบบบ้านๆ คือ โทษผู้ชายนั่นเอง

3. เรียนจบจากโรงเรียนสตรี หากโรงเรียนชายล้วนเป็นแหล่งเพาะเกย์ฉันใด โรงเรียนสตรีก็แหล่งเพาะเลสเบี้ยน ฉันนั้น แต่เลสเบี้ยนที่จบจากโรงเรียนสตรีส่วนใหญ่จะเป็นเลสเบี้ยนแบบงงๆ คือ ไม่รู้ตัวว่า ตัวเองเป็นเลสเบี้ยน และคิดว่า ที่ตัวเองชอบผู้หญิงเพราะค่านิยม ในโรงเรียน และสุดท้ายก็ไปแต่งงานกับผู้ชาย

4. คู่เลสเบี้ยนมักจะมีบุคลิกภาพต่างกัน เช่น คนหนึ่งเป็นสาวเปรี้ยวสาวมั่น อีกคนหนึ่งก็จะเป็นสาวหวาน ใสๆ ไร้เดียงสาน่าถนุถนอม และแม้จะแต่งตัวคล้ายๆ กันแต่ถ้าลองได้พูดคุยกับพวกเธอดูดีๆ จะรู้ว่า จะมีคนนึงเป็นหยิน อีกคนนึงเป็นหยาง เติมเต็มในส่วนที่ขาดให้กันและกัน

5. มีปฏิกิริยาตอบสนองกับเพลง I will survire และเพลง Cant’ take my eyes off you ประมาณว่า วงดนตรีเล่นไปเหอะจะกี่เพลงจะโด่งดังแค่ไหน คุณเธอจะไม่ขยับแต่พอเพลงใดเพลงหนึ่งในสองเพลงนี้ขึ้นปุ๊บ แม่ออก step ปั๊บและอาจจะมีส่งสายตาไปให้สาวคนที่ถูกใจไปด้วย แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ไปเจอมาเนี้ยะ เลสเบี้ยนหลายคนชอบเพลงแนว Bossanova นะ เป็นเพลงแนวแจ็สผสมลาติน ให้อารมณ์สายลมริมทะเล เรื่อยๆ เลื้อยๆ ย้วยๆ คลอเคลียๆ อะไรประมาณนั้น

พ่อหนุ่มคนนี้เธอมั่นอกมั่นใจในเลสเรดาห์ของตัวเองมากๆ ขนาดกล้าบอกเลยว่า ดาราผู้หญิงคนไหนบ้างที่เป็น เลสเบี้ยน อ่านแล้วรายชื่อแล้วก็ขำๆ จะเป็นได้เหรอ.....บางคนยังควงหนุ่มอยู่เลย ทว่า...ไม่มีอะไรแน่นอนอ่ะค่ะ

ล่าสุด ดาราสาวหนึ่งในลิสท์ที่พ่อหนุ่มคนนี้ฟันธงว่า “เลสชัวร์” มีแฟนเป็นทอมไฮโซไปซะแล้ว แถมดูแม่ของทอมจะถูกจิตถูกใจ รับเป็นลูกสะใภ้ไปซะด้วย เราเองพอจะมีโอกาสรู้จักคนในวงการบันเทิงก็ทำให้ทราบว่าใครเป็นบ้าง อย่างดาราสาวคนล่าสุดที่มีข่าวว่ามีแฟนเป็นทอมนั่นก็นะ ตัวอย่างของ “อีโก้ดิสโทนิค” ...ก็แก้ข่าวกันไปว่า “เพื่อนกัน”

“เพื่อนที่ไหนกัน มานั่งเฝ้าที่กองทุกวัน รักกันอยู่สองคนน่ะแหล่ะ คบกันมาก่อนจะเข้าวงการอีก”
เคสนี้...คนเขียนบท (ผุ้หญิงคนแรกในชีวิตที่เราจีบ) รายงานสดจากกองถ่ายละครค่ะ


ตอนดูน้องดาราสาวคนนี้ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นเลสเบี้ยนเนี้ยะ เห็นแล้วขำเลยค่ะ โอ้โห...สารพัดสำนักข่าวทั้งนิตยสาร หนังสือพิมพ์ รายการโทรทัศน์เอาไมค์มาจ่อปากกลางงานเปิดตัวนิตยสารแห่งหนึ่ง แขกร่วมงานเป็นร้อย แถมเอาไปเผยแพร่ต่อให้ประชาชนตลอดจนแฟนคลับได้รับรู้ด้วยอีก ขอบอกเลยนะคะ ขอบอก....

จะเอามีดไปจี้คอ เอาปืนไปจ่อหัว ก็ไม่รับค่ะ
งานนี้...ตายเป็นตาย!



ส่วนรายชื่อดาราสาวที่อยู่ในลิสท์มีใครบ้างนั้น อย่าไปรู้มันเลยค่ะ รู้ไปก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น หากตัวเราไม่ชอบให้ใครมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องส่วนตัวของเราอย่างสนุกปากแล้วล่ะก็ ดาราสาวเหล่านั้นพวกเธอก็ไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัวของพวกเธอเหมือนกัน เรื่องส่วนตัวของเค้า เค้าจะรักใครชอบใครมันเป็นเรื่องของเค้า เราดูกันที่ผลงานการแสดงของพวกเธอดีกว่าค่ะ

ส่วนประเด็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ “จับเลส” เคยอ่านเจอให้กระทู้นึงในเวบไซต์พันทิปดอทคอม ห้องสวนลุม ประเวณี เฮ้ย....สวนลุมพินี ซึ่งเป็นห้องที่พูดถึงเรื่องความรักกันเยอะมากๆ เนี้ยะนะคะ เราก็ไปเจอ “คุณสาวเมืองเหนือ” เธอได้บอกวิธีดูเลสเบี้ยนถามประสบการณ์ที่เธอได้พบเจอมาทั้งหมด 11 ข้อ ดังต่อไปนี้

1. มักจะตัวสูงกว่าผู้หญิงทั่วไป อาจจะ 165 ซม. ขึ้นไป
2. ไม่ค่อยแต่งหน้าจัดมาก อาจจะมีแป้งบ้าง แต่ไม่ใช่การแต่งหน้าแบบเต็มยศ ยกเว้นไปออกงานหรือเป็นพริตตี้
3. ใส่น้ำหอมกลิ่นผู้หญิง (ถ้าเป็นทอมมักจะใส่กลิ่นผู้ชาย) เพราะไม่ชอบอะไรที่ได้กลิ่นแล้วนึกถึงผู้ชาย
4.ไม่ค่อยชอบทอม
5.ไม่ชอบเกย์
6. เป็นไบก็เยอะ ชอบได้ทั้งสองเพศ แล้วแต่โอกาสและเวลา หรือถ้าผู้ชายคนนั้น ดูสะอาดสะอ้าน หรือมีความเป็น ผู้หญิงอยู่เล็กน้อย (หมายถึง มีจิตใจอ่อนโยน ติสท์หน่อยๆ) ก็จะพอหยวนๆ ถ้าวันหนึ่งออกแนวโหดหรือคิดจริงจังในความสัมพันธ์ถึงขั้นจะแต่งงานแต่งการขึ้นมา ก็พร้อมเลิกได้ทันที
7. เวลาคุยกับผู้ชาย มักจะไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไป คืออาจดูไม่เฟลิต และไม่มีสปาร์คเท่า แต่เลสบางคนก็มีเสน่ห์ ดึงดูดใจชายได้อย่างไม่น่าเชื่อ
8. มีโลกส่วนตัวสูง
9. ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงที่ดูเซ็กซี่แบบลึกลับ
10. มักมีการระบายความเข้มแข็งออกด้วยเครื่องประดับ บางคนอาจจะเจาะหูเยอะ เจาะสะดือ เจาะลิ้น สัก หรือใส่อะไรแข็ง ๆ ที่ข้อมือ
11. เพื่อนในกลุ่ม มักจะมีแต่ผู้หญิง และผู้ชายมักจะดูไม่ออก หลงมาจีบและเสียกรุงให้บ่อยๆ

ตำราดูลายมือบางเล่มท่านว่า คนที่เป็นรักร่วมเพศจะมีนิ้วนางยาวกว่านิ้วชี้อย่างเห็นได้ชัด อ่านปุ๊บก็มาดูนิ้วมือ ตัวเองปั๊บ ตายจริง.....นิ้วนางชั้นยาวกว่านิ้วชี้ตั้ง 1 ซม. แน่ะ แสดงว่า กู่ไม่กลับ 55555+

ว่ากันตามจริงแล้วเนี้ยะ การนิ้วนางยาวกว่านิ้วชี้เป็นสัญลักษณ์ของการมีฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกายมาก ซึ่งฮอร์โมนเอสโตรเจน มีความสัมพันธ์กับภาวะอารมณ์ คนที่มีนิ้วนางยาวมากๆ จะมีภาวะอารมณ์อ่อนไหวง่ายและไม่มั่นคง ซึ่งเป็นคุณลักษณะนิสัยของเพศหญิง ในขณะที่คนที่มีนิ้วชี้ยาวกว่านิ้วนางก็หมายความว่า มีฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนหรือฮอร์โมนเพศชายในร่างกายมาก ดังนั้นคนที่มีนิ้วชี้ยาวกว่านิ้วนางก็จะมีภาวะอารมณ์ที่มั่นคงกว่านั่นเอง ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเป็นรักร่วมเพศแต่ประการใด

ที่ยกตัวอย่างมาคุณว่าแม่นไหม?
เคยถามเจ้ไอริช เจ้เค้าเป็นเลสพันธุ์แท้ ชาตินี้ชีวิตนี้ไม่เคยชายตาแลผู้ชายเลยสักครั้ง เค้าบอกว่า จริงๆ แล้ว ธรรมชาติบวกสัญชาตญาณมันพาไปเอง มันจะรู้กันเอง แค่ลักษณะภายนอกไม่สามารถบอกได้ชัดเจนนักหรอกว่า ผู้หญิงคนนั้นที่เราสนใจมองเค้าอยู่ ชอบผู้หญิงด้วยกันหรือไม่?

ฟังแล้วก็ถอนหายใจ เฮ้อ......แบบนี้ พวกสาวเลสทั้งหลายก็ต้องเป็นโสดต่อไปสินะ เพราะเลสมันดูกันยากจริงๆ พับผ่าสิ แต่ทว่าเหนือสิ่งอื่นใด การได้รู้ว่า ตัวเองต้องการอะไรนั้นสำคัญกว่าการได้รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นแบบไหนมากกว่า การยอมรับตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับคนที่เป็นเกย์หรือเลสเบี้ยน เพราะหากคุณไม่ยอมรับตัวเองมันก็คงจะเป็น เรื่องยากทีเดียวที่จะให้ใครต่อใคร คนรอบข้างยอมรับคุณและนอกจากจะไมได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างแล้ว คุณอาจจะต้องสูญเสียคนที่คุณรักและรักคุณก็ได้ เลือกเอานะคะว่าอยากได้แบบไหน ระหว่าง....

โดนรังเกียจจากคนทั้งโลกแต่ยังมีคนที่รักเราอยู่ข้างๆ
กับได้รับการยอมรับจากคนทั้งโลกแต่เสียคนที่คุณรักและรักคุณไปตลอดกาล.......



ตอนต่อไป
ผู้หญิงเค้าจีบกันยังไงอ่ะ? คลิกที่นี่




Create Date : 12 ตุลาคม 2550
Last Update : 21 เมษายน 2555 20:52:55 น.
Counter : 8215 Pageviews.

14 comment
หน้าตาก็สวยดีไม่น่าเป็นโรคจิตเลย (2)
รักร่วมเพศจัดอยู่กลุ่มเบี่ยงเบนทางเพศและสาเหตุที่จะทำให้ใครสักคนเป็นรักร่วมเพศนั้นก็มีมากมายหลายอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยีนส์ การเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมรอบตัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลอะไรเหนือสิ่งอื่นใดคือ คนเราทุกคนจะเคยมีพฤติกรรมชื่นชอบเพศเดียวกันเพื่อนำไปสู่การเลียนแบบทางพฤติกรรม ลูกสาวเลียนแบบแม่ ลูกชายเลียนแบบพ่อ แต่ถ้าหากใครมีแนวโน้มอยู่แล้ว...พูดให้เข้าใจง่ายๆ เลยคือ “มีเชื้อ” เมื่อถึงวัยรุ่นเค้าจะมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนการชื่นชอบเพศเดียวกันในเชิงเลียนแบบมาเป็นรักร่วมเพศได้ง่าย หากเอาเกณฑ์ความสนใจที่วิจัยโดย ดร. อัลเฟรด ซี คินซีย์ มาเป็นเกณฑ์แล้ว เลสเบี้ยนส่วนใหญ่จะมีพฤติกรรมหรือความสนใจเพศเดียวกันในระดับ 3-5 ค่ะ

ความเชื่อเกี่ยวกับเลสเบี้ยนอย่างหนึ่งที่คนทั่วไปมักจะคิดกันคือ เลสเบี้ยนมักเกลียดผู้ชาย ไอ้เจ้าความเชื่อที่ว่า คนเป็นเลสเบี้ยนมักจะเกลียดผู้ชายนั้นไม่ได้มีแค่ในสังคมไทยเท่านั้นนะคะ ในสังคมชาติตะวันตกอย่างสหรัฐอเมริกาก็มีความเชื่อนั้นเหมือนกัน โดยสะท้อนผ่านซีรีห์เรื่องหนึ่งชื่อ Buffy with the vampire มีซาร่า มิเชล เกลล่าร์ สาวน่ารัก เซ็กซี่ ขี้เล่นมารับบทเป็น Buffy มือปราบผีดูดเลือด ในเรื่องจะมีคู่รักเลสเบี้ยนอยู่คู่หนึ่ง ในตอนที่เราดูนั้นตัวละครผู้หญิงที่มีแฟนเป็นผู้ชาย เธออกหักจากแฟนหนุ่ม ความเสียใจของเธอมีมากมาย ความเจ็บใจที่ถูกทิ้งมีไม่น้อย เธอพยายามด่าว่า ถึงความเลวของผู้ชายคนนี้ให้คู่เลสเบี้ยนฟัง แต่ดูคู่เลสเบี้ยนจะวางตัวเป็นกลางจนตัวละครสาวคนนี้ออกอาการวีนแตกว่า

“พวกเธอเป็นเลสเบี้ยนนะ ทำไมไม่เข้าข้างชั้น”
หา????????????


เล่นเอาเอ๋อแดกกันทั้งบางค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคู่เลสเบี้ยนที่อยู่ในซีรี่ห์ หรือเลสเบี้ยนที่เป็นคนดูอย่างเราด้วย หนึ่งในคู่เลสเบี้ยนในซีรี่ห์ก็ตอบเพื่อนสาวที่อกหักคนนี้อย่างงงๆ ราวกับยังไม่หายมึนกับตรรกะเลสเบี้ยนต้องเกลียดผุ้ชาย
“ถึงชั้นจะไม่สนิทกับพ่อเท่าไหร่ แต่พ่อก็รักชั้นและทำทุกอย่างเพื่อชั้นอ่ะนะ”
อยากจะให้ทำความเข้าใจกันใหม่นะคะว่า การที่ผู้หญิงสักคนบอกว่า ตัวเองเป็นเลสเบี้ยนไม่ได้หมายความว่า จะเกลียดหรือขยะแขยงผู้ชาย อาจจะชอบหรือชื่นชมในความเก่ง ความสุภาพ นิสัยใจคอของผู้ชายคนนั้น ไม่ได้หมายความว่า

จะอยากได้มาเป็นผัวนะคะ

แต่จะเป็นแนวอยากได้มาเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นพ่อมากกว่าค่ะ เพียงแต่ในช่วงที่ค้นหาตัวเองอาจจะทำให้ชาวบ้านสับสนไปบ้างว่า ตกลงมันชอบผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่เพราะคุณเธอคบผู้ชายเป็นแฟน เมื่อถึงจุดหนึ่งของช่วงชีวิตก็จะเลือกได้ว่า ตัวเองชอบแบบไหนมากกว่ากัน แต่การแสดงออกว่าตัวเองเป็นรักร่วมเพศอาจจะถูกเก็บเอาไว้ไม่แสดงออกเลยหรืออาจจะยอมรับตัวเองและแสดงออกมาทันทีที่รู้ตัวก็แล้วแต่คนเป็นรายๆ ไป

คำถามยอดฮิตที่คนเป็นรักร่วมเพศจะโดนถามบ่อยที่สุดจากคนรอบข้างคือ...รู้ตัวว่ารักเพศเดียวกันเมื่อไหร่?

คำตอบก็คือ....ก็เมื่อรู้ตัวว่า ไปรักผู้หญิงด้วยกันนั่นแหล่ะ แต่ก่อนหน้านี้มันอาจจะมีเชื้ออยู่แล้วเป็นต้นว่า ชอบมองผู้หญิงสวยๆ มองในที่นี้ไม่ใช่มองว่า เออ..สวยนะ แต่จะเป็นการมองแบบพินิจพิเคราะห์ตั้งแต่หัวจรดเท้า จะแอบมองเวลาอีกฝ่ายเผลอทำอะไรไม่ระวังตัว จะมองจนหนำใจแล้วค่อยสร้างภาพว่า เป็นคนดี ด้วยการบอกให้เจ้าตัวเค้ารู้ตัวว่ากำลังโป๊อยู่ เคยฟังรายการวิทยุรายการหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ดีเจให้ผู้ฟังสาวๆ เข้ามาตอบคำถามทายใจหนุ่มๆ ว่า

พวกเขาชอบแอบมองผู้หญิงที่ตรงไหนที่สุด 5 ที่????
เราก็เล่นนะ.....และตอบถูกหมดด้วย หุหุ
ก็เลยนึกครึ้มลองเอามาถามสาวเลสเบี้ยนดูปรากฏว่า....สาวเลสเบี้ยนในเวบบอร์ดที่เราไปถามนั้นก็ตอบถูกเหมือนกัน มันทำให้เราเชื่ออย่างหนึ่งว่า....มันเป็นไปโดยสัญชาตญาณจริงๆ นะที่จะแอบมองผู้หญิงใน 5 แห่งต่อไปนี้
1. ดวงตา
2. ช่วงระหว่างปลายจมูกกับริมฝีปากบน
3. ค่อนข้างจะกินพื้นที่ในร่างกายเยอะสักหน่อย คือ ช่วงระหว่างซอกคอไปจนถึงเนินอก ผู้หญิงหลายคนเข้าใจผิดคิดว่า “จ้องหน้าอก” จริงๆ แล้วไม่ใช่นะคะและช่วงท้ายทอยไปจนถึงแผ่นหลังกรณีใส่เสื้อเปิดแผ่นหลัง
4. เรียวแขนและมือ จะชอบกันเหลือเกิน “นิ้วเรียวยาว” ดูสวยงาม
5. ก้นและเรียวขา
พูดแบบบ้านๆ คือ มองทั้งตัวนะคะ ฮ่าฮ่าฮ่า

นอกจากจะเป็นฝ่ายไปมองเค้าแล้ว อาจจะอยากรู้สึกสัมผัสด้วย หากถูกมองก็จะมีความรู้สึกเก้อเขินไปจนถึงมั่นใจในเรือนร่างของตัวเองว่า เซ็กซี่มีเสน่ห์ทำให้ผู้หญิงด้วยกันมองหลงใหลได้ จะรู้สึกดีมีความสุขที่ได้รับความสนใจหรือวาบหวิวจากการถูกผู้หญิงสัมผัสรวมไปถึงอาจจะเคยฝันว่ามีเซ็กซ์กับผู้หญิง จนในที่สุดก็มี....

ผู้หญิงอยู่คนนึงที่เป็นคนมาเปิดซิงความเป็นเลสให้ออกมาเริงร่าในจิตใจ มาทำให้หวั่นไหว ไม่เป็นตัวของตัวเอง กลายเป็นอีใบ้บ้า พูดจาไม่รู้เรื่อง ตาก็ไม่กล้าสบหลบตลอด เจอเค้ายิ้มให้หน่อยก็เขินอาย หลงใหล พร่ำเพ้อ กินไม่ได้นอนไม่หลับ In Love ไปทั้งวันถึงจะถึงบางอ้อว่า...

จริงๆ แล้วชั้นชอบผู้หญิงด้วยกันเหรอนี่

ในทางกลับกัน ถ้าหากโดนผู้ชายมาจ้องมองแบบที่ว่า หรือสัมผัสแบบที่ว่าก็จะรู้สึกอึดอัดใจ ไม่ชอบใจ และเลสเบี้ยนบางคนจะมีปัญหาในการมองผู้ชายหล่อ คือ...เค้าจะรับรู้ว่า เออ...ผู้ชายคนนี้หน้าตาดีนะ แต่ว่า...ไม่เห็นจะมีเสน่ห์อะไรให้น่ามองเลย ทำไมพวกผู้หญิงชอบหมอนี่จังอะไรแบบนั้น

เมื่อรู้ตัวบางคนแค่ยอมรับ บางคนก็ปกปิดเพราะรับตัวเองไม่ได้อย่างที่บอกไปข้างต้น แต่บางคนถ้าตอนนั้นคบผู้ชายอยู่ก็จะมีความรู้สึกอึดอัดกับความรักของผู้ชายขึ้นมาทันที บางคนขนาดอยู่กินกันแล้วก็พยายามหาเรื่องจะเลิกให้ได้ก็มีค่ะ

อ๊ะ คุณสุภาพบุรุษที่หลงมาอ่านอย่าเพิ่งได้ต๊กกะใจไปนะคะ ถึงผู้หญิงสมัยนี้จะนิยมชมชอบมโหรีดนตรีไทยมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้รังเกียจเดียดฉันท์มนุษย์เพศผู้แต่อย่างใดนะคะ ยังเห็นผู้ชายเป็นเพศที่น่าคบ น่าทนุถนอมแต่ไม่น่ารักก็ เท่านั้นเอง ยิ้มได้แล้วนะคะ อย่าเสียใจไป.....ผู้หญิงที่ชอบผู้ชายยังมีอีกเยอะค่ะเพราะถ้าหันมาชอบผู้หญิงด้วยกันเอง กันหมดเนี้ยะ เลสเบี้ยนคงไม่อกหักโครมๆ อย่างทุกวันนี้หรอกค่ะ

เลสเบี้ยนในความหมายของคนไทยคือ ทอมกับดี้ จริงๆ แล้วก็ถูกนะคะ แต่ว่าไม่ทั้งหมด ผู้หญิงที่แต่งตัวเป็น ผู้หญิงหรือแต่งตัวเป็นชายที่ขยันหมั่นเพียรตกหลุมรักแต่ผู้หญิงด้วยกันเนี้ยะ คือเลสเบี้ยนนะคะ คนส่วนใหญ่คิดว่า ทอมดี้ เท่านั้นคือเลสเบี้ยนอาจเพราะดูออกง่าย (ก็อีกคนมันทำตัวเหมือนผู้ชายนี่หว่า......) แต่จะมีหญิงรักหญิงอีกกลุ่มที่เค้าไม่ชอบ ทอมและผู้ชาย ไม่ใช่ว่าทอมหรือผู้ชายเลวไม่ดี แต่เป็นเพราะ....ทอมกับผู้ชายนั้น..

ไม่สวย ไม่น่ารัก
ไม่รักสวย รักงาม อ่อนหวาน คะๆ ขาๆ หรือมีจริตจกร้าน สาวแตก...
ผิวไม่เนียน เนื้อก็ไม่นิ่ม ทอมยังพอกล้อมแกล้ม เพราะเป็นผุ้หญิงเหมือนกัน
แต่ผู้ชายนี่สิ.....เลสเบี้ยนพันธุ์แท้โบกมือลาเลยค่ะ จับไปตรงไหนก็แข็ง...มันไม่โดนใจค่ะ


คุณรู้จักเลสเบี้ยนดีแค่ไหน?
ก่อนที่เราจะมาแยกประเภทของเลสเบี้ยน ก็ขอบอกเล่าที่มาของคำว่า “เลสเบี้ยน” นะคะ เค้าว่ากันว่าคำว่า เลสเบี้ยนนั้นมีมาตั้งแต่สมัยยุคกรีกโดยมาจากคำว่า เลสบอส ซึ่งเป็นชื่อเกาะแห่งหนึ่งในทะเลอาเจี้ยน ตามตำนานเล่าว่า มีกวีหญิงนางหนึ่งนามว่า แซฟโฟ ได้พาเหล่าสาวกของเธอขึ้นเรือข้ามน้ำข้ามทะเลไปตั้งฮาเร็มกันที่นั่น

ในกลุ่มสังคมเลสเบี้ยน จึงมีการจัดการเรียกขาน เลสเบี้ยนในแบบต่างๆ โดยเอาบุคลิกภาพมั่ง บทบาทบนเตียงมั่ง มาเป็นคำเรียกขานบอกเพศเท่าที่ประมวลมาได้ก็มี

แยกตามบุคลิกภาพ
- ทอม ผู้หญิงที่ทำตัวเป็นผู้ชาย ตามหลักวิชาการถือเป็นพวกลักเพศ คือมีความสุขที่ได้แต่งตัวเป็นเพศตรงข้าม คนกลุ่มนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นรักร่วมเพศ (เกย์, เลสเบี้ยน) ผู้ชายบางคนก็ชอบแต่งตัวเป็นผู้หญิงเพื่อความตื่นเต้นทางเพศ ของตัวเองแต่เขาก็ไม่ได้เป็นรักร่วมเพศ กลุ่มนี้จะมีชื่อเรียกว่า Transvestic Fetishism

ในสังคมโรงเรียนสตรีล้วนจะมีเด็กผู้หญิงที่กำลังโตเป็นสาวเยอะมาก เป็นช่วงวัยที่จะเรียนรู้เรื่องการวางตัวในสังคมในภาพลักษณ์ของเพศหญิง แน่นอนว่า ความที่มีแต่ผู้หญิง เด็กผู้หญิงคนไหนที่มีบุคลิกภาพฮ้าวๆ หรือมีรูปร่างสูงโปร่งเหมือนผู้ชาย หน้าตาดีและมีความสามารถพิเศษเช่น เรียนเก่งหรือเล่นกีฬาเก่ง ก็มักจะได้รับการชื่นชมจากเด็กผู้หญิงคนอื่นรอบๆ ตัว ทำให้เกิดมีค่านิยม ทอม-ดี้ ในโรงเรียนหญิงล้วนเกิดขึ้น โดยคนที่มีบุคลิกภาพฮ้าวๆ ก็กลายเป็นทอมบอยและมีบุคลิกภาพแบบลักเพศไปโดยปริยาย ซึ่งวัยรุ่นเป็นวัยที่ต้องการการยอมรับสูง เค้าจะแยกไม่ออกว่า นี่คือบุคลิกภาพแบบลักเพศ เค้าจะรับรู้แต่ว่า ถ้าเค้าทำตัวแบบนี้ แต่งตัวแบบนี้ จะมีคนชื่นชอบ มีคนมารักใคร่ เป็นคนมีชื่อเสียงในโรงเรียน

การที่คุณเห็นผู้หญิงคนนึงแต่งตัวเหมือนผู้ชายไม่ได้หมายความว่าเธอจะเป็นรักร่วมเพศนะคะ เพียงแต่ผู้หญิง คนนั้นเธออาจจะมีปมอะไรบางอย่างเดียวกับความเป็นผู้หญิงของตัวเองหรือมีที่มาที่ไปของการทำตัวแบบนี้อย่างกรณีโรงเรียนสตรีล้วนจึงกลบเกลื่อนหรือสร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวเองด้วยการแต่งตัวเป็นผู้ชาย บางคนก็หาเรื่องให้ตัวเองเป็น มะเร็งเต้านมด้วยการไปหาผ้ามาพันหน้าอกปกปิดทรวงอกของตัวเอง เพื่อให้ดูเหมือน ผู้ชายที่สุด แต่เมื่อถึง ณ จุดหนึ่งที่เธอ เรียนรู้และคลายปมทางเพศของตัวเองได้ เธอก็จะเลิกมีบุคลิกภาพแบบลักเพศไปเอง

และด้วยสาเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของความเชื่อในสังคมไทยที่ว่า ทอมถ้าเจอของจริง หรือ โดนผู้ชายจีบ หรือทอม-ดี้เป็นค่านิยมในโรงเรียนสตรีพอเรียนจบมาก็จะกลายเป็นผู้หญิงเหมือนเดิม ซึ่งความเชื่อเช่นนี้เป็นความเชื่อที่สะท้อนถึง ความอ่อนด้อยในการเรียนการสอนเรื่องเพศศึกษาของ คนไทยเรามากๆ เพราะคนที่มีบุคลิกลักเพศส่วนใหญ่หากมี พฤติกรรมรักร่วมเพศด้วยแล้ว ถึงแม้วันหนึ่งเค้าเลิกมีบุคลิกภาพลักเพศไปแล้วแต่พฤติกรรมรักร่วมเพศก็ยังคงอยู่ค่ะ

ปัจจุบันมีการพูดถึง "ทอม" รัก "ทอม" หรือ "ดี้" รัก "ดี้" ว่า สะเทือนวงการหญิงรักหญิงกันมาก
สำหรับเรา แล้วเฉยๆ นะ
คุณคงเคยได้ยิน คำว่า "เหนือฟ้ายังมีฟ้า"
นั่นหมายความว่า.....ทอมคนนั้นพบคนที่มีภาวะผุ้นำมากกว่าตัวเอง และเกิดชื่นชม จนเปลี่ยนตัวเองเป็นผุ้ตามรุ้สึกดีที่ได้ถูกดูแลก็เท่านั้น
ดี้คนนั้นพบผุ้หญิงที่มีภาวะผุ้ตามมากกว่าตัวเอง ก่อให้เกิดความรุ้สึกอยากดูแลฝ่าย ก็กลายเป็นผุ้นำไป ก็เท่านั้นเอง

บทสรุปของทอมคือ เสื้อผ้าและบุคลิกภาพไม่สามารถระบุรสนิยม ทางเพศได้จริงๆ จังๆ หรอกนะคะ

- ดี้ ผู้หญิงที่ทำตัวเป็นผู้หญิง คนกลุ่มนี้จะไม่มีแรงผลักดันหรือปมอะไรที่ทำให้เค้ามีบุคลิกลักเพศ แต่เค้าจะชื่นชอบคนที่มีบุคลิภาพลักเพศ อาจจะเป็นความชื่นชอบในเชิงบุคลิกภาพที่ดูเข้มแข็งและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ของบุคลที่มีบุคลิกภาพลักเพศ เคยถามสาวดี้คนหนึ่งเหมือนกันว่า ทำไมถึงชอบทอมบอย คำตอบที่เธอให้มาก็คือ ชัดเจนดี ดูปุ๊บรู้ปั๊บว่า ชอบเพศเดียวกัน อีกอย่างเหตุผลนี้สำคัญมากนั่นคือ
“ไม่อยากให้ใครมาสวยแข่ง” เธอว่างั้น...

สาวดี้นี้จัดเป็นกลุ่มที่เป็นไบเซ็กซวลเยอะที่สุดเพราะด้วยความที่เขาชื่นชอบบุคลิกกึ่งหญิงกึ่งชายดังนั้นสาวดี้บางคนก็ชอบผู้ชายด้วย แต่สาวดี้บางคนก็ไม่เคยหวั่นไหวกับผู้ชายเลยนะคะ รักมั่นอยู่แต่กับทอมเท่านั่นแหล่ะค่ะ รักมั่นขนาดว่า....หากมีผู้ชายนิสัยดี สุภาพ รักเดียวใจเดียวมาจีบก็หาได้ชายตาแลไม่ สองตาแลเหลียวแต่สาวทอมเท่านั้นแม้ว่าสาวทอมคนนั้นจะขี้เหล้าเมายาเจ้าชู้ประตูดินก็ตาม ต้องเข้าใจ...คนมันรัก

- เลสเบี้ยน ตามหลักวิชาการ “ทอมดี้” ก็คือ เลสเบี้ยน แต่ทว่าหากเอาหลักเกณฑ์การวัดของคนไทยเราที่ยึดเอา บุคลิกภาพเป็นสำคัญ ถือว่าเป็นคนละกลุ่มกัน การตีความหมายของคำว่า เลสเบี้ยนจึงเป็น ผู้หญิงสวยๆ ที่ชอบผู้หญิงสวยๆ ด้วยกัน จะไม่ชอบทอมเพราะถือว่า ทอมคือผู้ชายคนนึง หรือไม่ก็ทอมคือผู้หญิงที่มองมุมไหนก็หาความสวยไม่เจอ

ถ้าอธิบายในเชิงจิตวิทยาก็คือ
ผู้หญิงในกลุ่มนี้จัดเป็นรักร่วมเพศที่ไม่มีบุคลิกลักเพศและไม่ชื่นชอบไม่ชื่นชมผู้หญิงที่มีบุคลิกลักเพศนั่นแหล่ะ พวกนี้เนี้ยะจะเป็นกลุ่มที่หลงใหลในความเป็นผู้หญิงของตัวเองมากๆ วันๆ สายตาสอดส่ายมองหาแต่ผู้หญิงสวยๆ น่ารักๆ ผู้หญิงน่ารักทำอะไรก็น่ารักไปหมด ผู้ชายหน้าหล่อจัดๆ เสียสละลุกให้นั่งบนรถเมล์ก็บอกว่า ธรรมดา...หน้าที่ผู้ชาย จนบางคนถึงขั้นกลายเป็นแฟมินิสต์ เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางด้วยเห็นว่า ชีวิตนี้ตัวเองอยู่ได้โดยไม่ต้องมีมนุษย์เพศชาย ก็พาลเข้าใจไปว่า ผู้หญิงกับผู้ชายเท่าเทียมกันในทุกๆ เรื่อง ไม่ก็กลายเป็นพวกเกลียดผู้ชายไปเลย ประมาณว่า ถ้ามีไอ้เจี๊ยวที่ หว่างขานี่ มันเลวหมดอะไรแบบนั้น.......-_-“

ข้อเท็จจริงอีกอย่างหนึ่งคือ เลสเบี้ยนมักจะไม่ชอบทอมบอยเพราะมีความรู้สึกว่า ไม่ชอบผู้ชายแล้วทำตัวเป็นผู้ชายทำไม ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกว่าเป็นผู้หญิงมันไม่ดีตรงไหนถึงได้ปฏิเสธตัวเองแล้วถ้าไม่อยากเป็นผู้หญิงแล้วมาชอบผู้หญิงทำไม ทำไม ทำไม????

จริงๆ หากเราเข้าใจว่า พวกทอมบอยถือพวกลักเพศก็จะทำให้เข้าใจพวกเขามากขึ้นและจะไม่อคติถึงขนาดมีความคิดว่า หากเลือกได้ระหว่างทอมกับผู้ชายมาจีบ ขอเลือกผู้ชายมาจีบดีกว่า

นอกจากเลสเบี้ยนจะไม่อยากให้ทอมมาจีบแล้ว หากเลสเบี้ยนที่มีนิสัยฮ้าวๆ คนไหนถูกเรียกว่า ทอม หรือ ยัยทอม จะออกอาการโกรธมากคล้ายๆ กับโดนด่าว่า ไม่สวย ขี้เหร่อะไรแบบนั้น ในขณะเดียวกันกลุ่มทอมบอยเองพวกเค้าก็ไม่ชอบให้ใครมาเรียกพวกเค้าว่า ลักเพศ เหมือนกันเพราะคำว่าลักเพศหมายถึงผู้หญิงที่แต่งตัวเป็นผู้ชาย แต่ทอมบอยเค้าถือว่า เค้าคือ ผู้ชายในร่างผู้หญิง

- ไบเซ็กซวล เพื่อนเราคนนึงเป็นจิตแพทย์ได้บัญญัติคำนิยามเกี่ยวกับคนที่เป็นไบเซ็กซวลไว้ว่า “พวกบ้ากาม”
คือเวลามีอารมณ์ทางเพศขึ้นมา ผู้ชายไม่มีงั้นผู้หญิงก็ได้หยวนๆ อะไรแบบนั้น ในสังคมไทยมักจะคิดว่า คนที่เป็น ไบเซ็กซวลได้จะมีแต่ผู้ชายเท่านั้นแต่กลับไม่คิดว่า ผู้หญิงก็เป็นไบเซ็กซวลได้เหมือนกันแถมมีเยอะกว่าผู้ชายด้วยขอบอก
และกลุ่มไบเซ็กซวลนี่แหล่ะที่ก่อปัญหาให้กับกลุ่มเลสเบี้ยนเนื่องจากความที่สังคมคิดว่ามีแต่ผู้ชายที่เป็นไบเซ็กซวล เมื่อเห็นผู้หญิงคนนึงคบหาเป็นแฟนกับทอมแล้วโดนผู้ชายมาจีบก็ทิ้งทอมไปอยู่กับผู้ชายก็พากันทึกทักเอาว่า เนี้ยะๆ เห็นไหม ทอมดี้เลสแก้ไขได้ เจอผู้ชายดีๆ รักจริงหวังแต่งก็กลับมาเป็นผู้หญิงปกติ

ไบเซ็กซวลที่มีบุคลิกลักเพศ (ทอม) นี่ตัวดีเลย ตอกย้ำให้สังคมเชื่อหนักเข้าไปอีกว่า เนี้ยะ ....เป็นทอมแก้ได้ ดูสิเห็นไหม ลูกสาวบ้านนั้นเป็นทอม ตอนนี้แต่งานมีลูกมีผัวไปแล้วแต่งตัวเป็นผู้หญิงมากสวยเลย ในแวดวงเลสเบี้ยนจะ เรียกไบเซ็กซวลเหล่านี้ตามบุคลิกภาพ เช่น ดี้ไม่แท้ ทอมไม่แท้ เป็นต้น

เป็นที่น่าสังเกตว่า คนที่เป็นไบเซ็กซวลมักจะได้รับการประณามจากชายหญิงรักต่างเพศและชายหญิงรักร่วมเพศมากทีเดียวเพราะภาพลักษณ์ของไบเซ็กซวลคือ คนที่สามารถมีเซ็กซ์ได้ทั้งสองเพศ มีความรักให้ได้กับทั้งสองเพศ มันเหมือนกับว่าหากคุณบอกว่ารักผู้ชาย คุณก็ต้องรักผู้ชายไปตลอดชีวิต และหากคุณบอกว่ารักผู้หญิง คุณก็ต้องรักผู้หญิงไปทั้งชีวิตของคุณ ซึ่งในมุมของคนที่เป็นไบเซ็กซวลแล้ว เพศไม่ได้มีผลต่อการจะรักใครสักคนนะคะ ตัวตนของคนที่เค้ารักนั้นสำคัญกว่ามาก นี่คือข้อดีของไบเซ็กซวลที่เป็นข้อเสียในเวลาเดียวกันเพราะพวกพี่เสือไบทั้งหลายดันมีนิสัยจับปลาสองมือรักมันพร้อมๆ กันทั้งสองเพศแถมไม่ใช่เลือกไม่ได้นะคะ ไม่ยอมเลือกอีกต่างหากค่ะ

“อย่าเลยอย่าบอกให้ฉันเลือกเลย เพราะฉันไม่เคยรู้เลย ไม่รู้ว่าจะเลือกใคร
ขาดเธอก็เหงา ขาดเขาก็คงเสียใจ ไม่อยากจะเลือกใครอยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน”

ไบเซ็กซวลที่รักเป็นคนๆ คบเป็นคนๆ แม้จะเป็นลักษณะชายหญิงสลับกันไป แต่หากคบทีละคนและไม่เคยนอกใจคนรักเลยสักครั้งก็จัดเป็นคนน่ารักดีทีเดียวเลย

แยกตามบทบาททางเพศบนเตียง
คุณผู้ชายที่หลงอ่าน Blog นี้อยู่ กรุณาเก็บอาการนิดนึงนะคะ หูตางี้วาวเชียว.....เรื่องนี้เราต้องคุยกันอีกที ในตอนต่อไป หุหุ ในแวดวงเลสเบี้ยนของไทยแบ่งบทบาทเตียงได้ออกเป็น 2 ประเภท คือ วันเวย์ ทูเวย์

- วันเวย์ ไม่ใช่ถนนนะคะ แต่เป็นคำเรียกเลสเบี้ยนที่มีบทบาททางเพศเป็นฝ่ายรุกหรือเป็นฝ่ายรับแต่เพียงอย่างเดียว จะไม่ยอมให้ อีกฝ่ายมาเป็นผู้กระทำหรือสลับกันมาเป็นฝ่ายกระทำบ้าง

- ทูเวย์ เป็นคำเรียกเลสเบี้ยนที่มีบทบาทเป็นได้ทั้งรุกและรับ จะไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่จะเป็นฝ่ายถูกกระทำ หรือลำบากใจถ้าจะต้องเป็นฝ่ายกระทำบ้าง กลุ่มนี้จะไม่ค่อยมีปัญหาเท่ากลุ่มวันเวย์

ในเวบเลสฯ จะมีคำถามฮิตติดดาวคำถามนึงคือ "ทอมนี่เค้าถึงยังไง" เนื่องจากทอมวันเวย์มักจะทำอย่างเดียว จนดี้สงสัยว่า ....ไม่อยากมั่งเหรอ แล้วก็มีทอมมาตอบว่า ถึงทางใจ ..........ฟังดูแมนๆ งงๆ ดีไหมคะ 55+

ข้อสังเกตอย่างนึงเกี่ยวกับ ทอมวันเวย์ ของไทยคือ......ทอมมักจะไม่ยอมถอดเสื้อผ้าเวลามีเซ็กซ์ อันนี้สามารถ อธิบายได้ค่ะ คือ...อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า ทอม จัดเป็นพวกลักเพศ ในส่วนลึกเค้าจะต่อต้านความเป็นผู้หญิงของตัวเองค่ะ การได้เห็นเรือนร่างเปลือยของตัวเอง เห็นอะไรๆ ของตัวเองที่มันมีเหมือนดี้มันแสลงใจทอมๆ ทั้งหลาย บางคนถึงกับ บอกว่า ไม่ยอมถอดเสื้อผ้าและไม่ยอมให้ดี้ทำให้เด็ดขาดเพราะ..

“รับไม่ได้กับสภาพเมีย”
........ผมว่า พี่แปลงเพศเลยดีกว่าครับ ไหนๆ ชาตินี้พี่ก็จะขอเป็นผัวอย่างเดียวแล้ว


ดี้วันเวย์นั้นก็ไม่ต่างกัน เธอมักจะคุ้นเคยกับการเป็นฝ่ายรับ เป็นฝ่ายถูกทำให้มากกว่า ความคิดจะทำให้อีกฝ่ายนี้ ไม่เคยมีอยู่ในหัวสมอง เธอจะเป็นฝ่ายนอนทอดกายในสาวทอมเชยชมเท่านั้น เธอมีความเป็นหญิงไทยอย่างเต็มเปี่ยมมิเคยมีความคิดอันเสียจริตที่จะเป็นฝ่ายไปกระทำฝ่ายทอมบอยแต่ประการใด และดี้วันเวย์เหล่านี้จะออกอาการรับไม่ได้อย่างรุนแรงหากรู้ว่า ทอมบอยแฟนของเธอก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งไม่ใช่เครื่องจักรและมีอารมณ์ทางเพศเหมือนมนุษย์ทั่วๆ ไป

เคยเจอดี้วันเวย์คนหนึ่งเธอไปโพสในบอร์ดของเวบเลสเบี้ยนแห่งหนึ่งว่า เธอรู้สึกแย่มากที่รู้ว่า แฟนทอมขอให้เธอเป็นฝ่ายกระทำให้เขาบ้างและรู้สึกแย่หนักเข้าไปอีกเมื่อไปพบหลักฐานว่า แฟนทอมแอบใช้ไอ้เจ้าไข่สั่น (ไวเตอร์เบต) ตอนอยู่ลับหลังคุณเธอ ก็ได้รับทั้งคำปรึกษา คำด่าว่าเห็นแก่ตัว ตลอดจนโดนแนะนำให้เลิกกันและไปหาทอมวันเวย์จะดีกว่า

ส่วนเลสเบี้ยนนั้น จะต่างกับทอม จะไม่รู้สึกอายอะไรหากจะต้องเปลื้องผ้าต่อหน้าคนรัก ยิ่งโชว์เรือนร่างแล้วทำให้ แฟนสาวหรือเพศเดียวกันหวั่นไหว วาบหวิว สยิวสะท้านได้ แม่คุณเธอยิ่งชอบ....
“ชั้นน่ะ สวยเลิศนะยะ ผู้หญิงเห็นยังหวั่นไหว โฮะ โฮะ” ประมาณนั้น

ในขณะเดียวกันพวกเธอก็ชอบที่จะเห็นคนรักอยู่ในร่างที่เปลือยเปล่าเหมือนกันกับตัวเธอ เป็นที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งว่า คู่เลสเบี้ยนส่วนใหญ่แม้จะแต่งตัวเป็นแฟชั่นผู้หญิงทั้งคู่แต่ก็มักจะเป็นผู้หญิงคนละสไตล์ เช่น คนนึงแต่งเปรี้ยว อีกคนนึงก็จะแต่งหวาน หรือคนนึงออกแนวมารยาหญิง 108 เล่มเกวียน อีกคนดันเป็นแนวซื่อๆ ทื่อมะลื่อ บื้อๆ โง่ๆ เป็นต้น ส่วนบทบาทในเรื่องทางเพศนั้นเลสเบี้ยนจะไม่มีปัญหากับการเดินทางสามารถเดินทางได้ทั้งวันเวย์และทูเวย์ เอาไงก็ได้ ไปทางไหนก็ได้ ให้มันถึงแล้วกัน...

สำหรับเลสเบี้ยน ก็จะมีการแบ่งย่อยออกเป็น 2 กลุ่ม คือ เลสคิง เลสควีน
แวดวงเลสฯ บัญญัติคำนี้ขึ้นมาก็เพื่อเข้าใจบทบาทในความสัมพันธ์ โดยใช้หลักการเรียกเหมือนเรียกเกย์น่ะแหล่ะ คำว่า

เลสคิง จะให้ความรู้สึกเป็นคนแข็งๆ หน่อย แนวๆ สาวฮ้าว
เลสควีน จะออกแนวสาวหวาน นิ่มๆ


ซึ่งเป็นการแบ่งเพื่อให้ทราบถึงบุคลิกภาพของเลสเบี้ยนเพราะเลสเบี้ยนไม่ใช่กลุ่มที่เป็นลักเพศหรือชื่นชอบลักเพศ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันหมายถึงการเริ่มต้นในความสัมพันธ์มากกว่า เลสคิงในที่นี้คือ ฝ่ายรุก เป็นฝ่ายเริ่มความสัมพันธ์ พูดแบบบ้านๆ คือ “จีบ” นั่นแหล่ะ

ดังนั้น มันจึงไม่สามารถกำหนดตายตัวได้ว่า สาวฮ้าวต้องเป็นฝ่ายจีบสาวหวานก่อน สาวฮ้าวมีบุคลิกแข็งๆ แบบผู้ชายต้องเป็นเลสคิงแน่ๆ ผู้หญิงที่มีบุคลิกภาพอ่อนหวานสาวถึงสาวมาก ก็มีวิธีจีบ ยั่วยวน อ้อล้อ เล่นหูเล่นตา ใส่ผู้หญิงด้วยกันจนทำให้ผู้หญิงหวั่นไหวใจสะท้านได้ไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอกนะจะบอกให้ และนั่นก็หมายความว่า เธอเป็นเลสคิงจ๊ะ แต่ใช่ว่า คนเป็นเลสคิงก็จะเป็นเลสคิงตลอดไป หรือหากเป็นเลสควีนก็เป็นเลสควีนตลอดไปนะ บทบาทการรุกและรับนี้จะเป็นไปเรื่อยๆ ตามสถานการณ์และนิสัยของคู่รักของเลสเบี้ยนคนนั้น

โอเค...รุ้จักเลสมากขึ้นรึยังคะ
ต่อไปจะพูดถึงวิธีดูเลสนะคะ....



ตอนต่อไป
ผีเห็นผี...(ใช่ว่าจะ) ดูกันออกว่าใครที่เป็น "ผี" คลิกที่นี่




Create Date : 28 สิงหาคม 2550
Last Update : 21 เมษายน 2555 20:50:16 น.
Counter : 5833 Pageviews.

14 comment
1  2  

เมษาพาเพลิน
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



โลกใบนี้ก็เหมือนผู้หญิง ยิ่งอายุมาก ก็ยิ่งมีอะไรให้ค้นหามาก มีมุมที่เรามองไม่เห็น มีทั้งสิ่งที่เป็นธรรมชาติและปรุงแต่งตามกาลเวลาของเธอ สักวันฉันจะแบกกล้องท่องโลก