หมาหยอกไก่....."ยังชอบผุ้ชายอยู่" "มาบอกอะไรตอนนี้"
เคยเล่นหมาหยอกไก่กับใครสักคนในชีวิตคุณไหม??

คุณไม่ได้รักเค้าหรอก ไม่ได้ชอบพออะไร
แต่แค่นึกสนุกอ้อล้ออย่างคะนองปาก เพราะมั่นใจว่า อีกฝ่ายก็เล่นด้วยเช่นกัน

แล้วถ้า....คุณรู้ว่าอีกฝ่ายเอาจริงล่ะ???

คุณจะเล่นต่อไหม....หรือห่างออกมา หรือเล่นหนักกว่าเดิม

สำหรับเรา...อีกฝ่ายเค้าเล่นต่อไปเรื่อยๆ
ทุกครั้งที่พบเจอ....เธอก็จะมีมุกล้อเล่นกับเราเสมอ และมันแรงขึ้นเรือ่ยๆ

จนวันนี้....จากที่ไม่เคยคิดอะไรกลายเป็นเรารักเค้าหมดใจ

แล้วอยู่ๆ เค้าก็ตบหน้าเราด้วยการใช้ให้เพื่อนมาบอกเราว่า
เค้ายังชอบผุ้ชายอยู่

งั้นที่ผ่านมาคืออะไร หยอกเล่นงั้นเหรอ....หยอกทั้งๆ ที่รุ้ว่า เราคิดอะไรเนี้ยะเหรอ

เพื่อนเค้าให้เหตุผลเราว่า เค้าไม่อยากทำร้ายจิตใจเรา เลยฝากมาบอก

ให้ตายเหอะ.....คิดได้ไง

เพื่อนเค้าอาสากับเค้าวันพุธ
วันพฤหัสเค้าเจอเราก็ไม่ได้มีท่าทีอะไร มีไมตรีปกติ พอเพื่อนเค้ามาเค้าก็ชิ่ง แล้วเพื่อนเค้าก็ลากเราไปอัดในรถ อัดยับว่า เราทำความลำบากใจให้เค้ามากมายเพียงใด
อึดอัดใจแค่ไหนกับการกระทำของเรา...พร้อมกันนั้น เพื่อนเค้ายังบอกเราว่า เค้าอนุญาติให้มาบอกเรา
วันศุกร์ เราไปหาเค้าเพื่อดูว่าเค้าจะมีท่าทีเช่นไร และสิ่งที่พบคือ...ไม่รุ้ไม่ชี้ คุยกับเราเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมตกดึกคืนนั้น เพื่อนเค้ายังขับรถมาดูหน้าเราที่บ้านตอนตี 1 อีกนะ
วันเสาร์ เพื่อนเค้าอีกคนคอนเฟิร์มว่า เค้าฝากมาบอกจริงๆ

ฟังแล้วก็นะ...
เราให้โอกาสเค้าได้เบรคเราหลายต่อหลายครั้ง แต่เค้าก็ไม่ทำ
เราขอเบอร์ก็แสดงว่าเริ่มจริงจัง....ทำไมไม่ตอบปฏิเสธตรงไปตรงมา ชี้แจงไปว่า อะไรเป็นอะไร
แต่ทำท่าทางเหมือนเขินอาย ไม่ให้เบอร์แต่ให้อย่างอื่นมาแทน

เราเคยพูดอะไรๆ หลายต่อหลายอย่างที่บ่งบอกว่าเราคิดนะ
แต่เค้าก็ไม่ยอมแสดงท่าทางปฏิเสธที่เป็นเรื่องราว

ในขณะเดียวกันก็เล่นแรงขึ้นเรื่อยๆ เล่นไม่หยุด ด้วยความสนุกสนาน

แต่เมื่อรุ้สึกว่า มันไม่สนุกแล้ว...กลับหยุดซะดื้อๆ

เสียความรุ้สึกนะที่พอเจอหน้าเค้า แล้วเค้าทำเหมือนไม่มีอะไรเกินขึ้น พูดคุยกับเราปกติมาก เนียนมากจนนึกเจ็บว่า
เธอไม่ใช่ดาราแต่เธอเนียนยิ่งกว่าดาราที่ชั้นรุ้จักเสียอีก

หงุดหงิดใจด้วยที่เพื่อนเค้า อุตส่าห์ขับรถมาหาเราที่บ้านตอนตี 1 มาชวนกินกาแฟเพื่ออะไร??
จะดูว่า เราเจ็บแค่ไหนงั้นเหรอ กับการโดนตบหน้า

สีหน้าเพื่อนเค้าดูยิ้มเยาะเรามากๆ
จริงๆ เค้าแสดงท่าทางดูแคลนความรุ้สึกเรา
ตั้งแต่ตอนที่พูดกับเราเรื่องนี้แล้ว

ประมาณว่า คิดไปเอง

ใช่..เราอาจจะคิดไปเอง...แต่คนที่เค้าใช้คุณมาเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรที่ชัดเจน

พอเค้าแก้ปัญหาเองไม่ได้ก็เอาความรักของฉันมาให้คุณหัวเราะเยาะเล่น

มิน่าถึงคบหาเป็นเพื่อนกันได้

ถามเรา...เราโกรธไหม เกลียดไหม กับการโดนกระทำแบบนี้

ตอบได้ว่า เราโกรธและเสียใจ เสียความรุ้สึก
แต่เราไม่เลิกรัก ...ของมันสะสมมาเป็นปีๆ มันไม่ได้สะสมแค่วันสองวัน เดือนสองเดือน ที่จะตัดใจได้ง่ายๆ

เราเลยตัดสินใจถอยออกมาดีกว่า เผื่ออะไรๆ จะดีขึ้น
ไม่ใช่ถอยเพื่อจะให้อีกฝ่ายเค้าวิ่งมาหา

โอเค...ลึกๆ เราหวังให้มันเหมือนหนัง My Sassy Girl ที่สุดท้ายนางเอกร้องไห้ขอโทษ

แต่ชีวิตคนไม่ใช่หนัง ไม่ใช่นิยาย
และคนเรามีเวลาในชีวิต 24 ชั่วโมงเท่าๆ กัน
แต่เวลาที่รักแท้เดินทางมาหาเราไม่พร้อมกัน

เราและเค้าอาจจะไม่ใช่รักแท้ซึ่งกันและกัน โชคชะตาจึงพาให้เจอกันเพียงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อได้พบกัน รุ้สึกดีต่อกัน และพอหมดเวลาก็ต่างคนต่างไปตามโชคชะตาของตัวเอง

เราก็นึกแปลกใจนิดหน่อยว่า "เราดูเป็นคนอารมณ์รุนแรงจนเจ้าตัวไม่กล้าพูดกับเราเหรอ??"

เรานึกเสียใจว่า เค้าจำไม่ได้เหรอว่า เราเคยบอกเค้าเรื่องหมาของเค้าว่ายังไง
หมาเค้าเป็นมะเร็งและกำลังจะตาย เค้าให้หมอฉีดมอร์ฟีนให้

เราก็บอกไปว่า "พอยาหมดฤทธิ์มันก็เจ็บ....ถ้าเค้าอยากไปก็ต้องปล่อยให้เค้าไป เค้าแค่หนีเราไปวิ่งเล่นที่โลกอื่น เดี่ยวคุณก็ตามเค้าไป"

เราไม่รุ้หรอกว่า เค้าจัดการกับความรุ้สึกสุญเสียของรักเค้าของยังไงเพระเค้าไม่ได้เล่าให้เราฟัง แต่เราให้คนที่เค้าแคร์มากกว่าฟังแทน

แต่ที่แน่ๆ เค้าก็น่าจะพอรุ้ว่า เราไม่ใช่คนยึดติดกับการสุญเสีย

เพือ่นเค้าเอง..ที่อาสามาพูดกับเรา เค้าก็เคยเจอความเห็นของเราในพันทิป
ประเด็นเกี่ยวกับการสูญเสียของรัก เค้าทึ่งที่เราตอบไปว่า

"อย่างน้อยก็มีคนร้องไห้ตอนเราตายน้อยลง 1 คน"

เค้าบอกเราคิดแปลกๆ ....แต่ก็กระนั้น เค้าก็ยังขับรถมาดูคนที่เค้าคิดว่า คิดอะไรแปลกๆ ว่า มันจะเจ็บเจียนตายไหมกับการที่โดนเพื่อนเค้าฝากบอกว่า "ชั้นยังชอบผุ้ชายอยุ่"

เราเดินงัวเงียในชุดนอนลงไปหาพวกเพือ่นๆ เค้าที่มาจอดรถหน้าบ้านเราตอนตี 1 ใจแทบอยากจะด่าว่า...

"อีบ้า...กูจะนอน
ถึงกูจะชอบผู้หญิงด้วยกันแต่กูก็ไม่ได้อารมณ์รักรุนแรงชนิดที่จะเป็นจะตาย"


ก็บอกแล้วไง
"อย่างน้อยก็มีคนร้องไห้ตอนเราตายน้อยลง 1 คน"

มันเจ็บและแย่นะ ถ้าเรากำลังจะตายและเห็นคนนั่งร้องไห้อยู่เต็มไปหมด เราไม่อยากเห็นภาพนั้น เราไม่อยากเห็นน้ำตาคนรักของเราก่อนเราตาย เพราะความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเลย

เราแค่ตายจากเค้า แต่เราไม่ได้เลิกรักเค้า

การมีคนรักตอนมีชีวิตอยุ่มันดีตรงที่เรามีความสุขก่อนตาย แต่เรามองอีกมุมว่า..
แล้วคนที่รักเราล่ะ เค้าจะมีชีวิตอยุ่ยังไง เค้าจะอยุ่ได้ไหม
การที่รักใครแล้วเค้าไม่รักตอบ มันก็มีข้อดีตรงเนี้ยะแหล่ะคือ....คนร้องไห้น้อยลง 1 คน

เราเติบโตมาในครอบครัวที่ทำให้เราต้องมีภาวะจิตใจที่แข็งกว่าปกติ
และเราเป็นพี่คนโต เราต้องรับผิดชอบอะไรหลายอย่างในเรื่องความรุ้สึกของคนในครอบครัว

ตอนแม่เราทิ้งพ่อไปหาผุ้ชายคนใหม่...พ่อเสียใจมาก ด่าว่าแม่สารพัด เราฟังแล้วอึดอัดใจ ตอนคุณอยุ่ด้วยกัน คุณไม่เคยมีความสุขเลย ทะเลาะกันทุกวัน วันนี้เค้าจะไปคุณจะรั้งทำไม พ่อว่าแม่หนักเข้า เราก็ชักจะโมโห...

"พ่ออย่าว่าแม่ได้ไหม"
"ทำไมชั้นจะว่าเมียชั้นไม่ได้ ก็เห็นกันอยุ่ทำได้ไง.."
"เมียคุณน่ะ แม่ชั้น"

พ่อเราเสียตอนเราอายุ 22....แม่เราตัดสินใจไม่ได้ว่า จะดึงสายออกซิเจนออกดีไหม เค้าทำใจไม่ได้แม้จะไมได้รักแล้วแต่ความผูกพันยังมีอยู่
เค้าให้เราตัดสิน หมอบอกเราว่า พ่อหัวใจหยุดเต้นไปครึ่งชั่วโมงแล้วจะให้ฉีดยากระตุ้นหัวใจและปั๊มหัวใจอีกรอบไหม และเราก็บอกหมอว่า

"เอาออกเถอะ เค้าอยากไปก็ให้เค้าไป"

แม่เราทำใจไม่ได้และไม่มีกะใจจะทำอะไรเกี่ยวกับงานศพ เราก็เป็นธุระจัดการให้ ไม่ว่าจะเรื่องหนี้สิน เรื่องเงินประกัน....และอุ้มเถ้ากระดูกของพ่อไว้ตลอดเวลาในตอนที่รอทำพิธีตั้งศาลพระภูมิ...ใจก็คิด...เนี้ยะเหรอ...ผงขี้เถ้ากองเนี้ยะเหรอ คือ พ่อเรา

พ่อเสียตอนช่วงที่น้องคนเล็ก จบม. 4 พอดี เราก็ต้องเป็นธุระดูแลเรื่องโรงเรียนให้น้องอีกพร้อมทั้งต้องโกหกน้องคนกลางที่อยู่ต่างประเทศว่า พ่อสบายดี พ่อไม่เป็นอะไร

และอีก 3-4 เดือนต่อมา น้องสาวคนกลางของเราก็โดนจับคดีโคเคน 1 กิโล พร้อมแฟนเค้า โดยที่หลานเราเพิ่งจะเดือนเดียว และเราก็ต้องลาออกจากงานมาเดินเรื่องคดีความให้น้องสาว สรุป ติด 12 ปี และหลานเราก็ต้องโตต่อไป

เราทำงานบริการ งานเกี่ยวกับการรองรับอารมณ์ความต้องการของคน
ลุกค้าจ่ายเงินเพื่อซื้อบริการที่มีคุณภาพสมราคา ก็ต้องจัดหาให้เค้า โดนด่าก็ต้องน้อมรับผิด

ตลกดีที่เพื่อนเค้าทำหน้าตาเหมือนไม่เชื่อว่า ตำแหน่งที่เราทำอยู่นั้น...มันรองๆ เจ้าของกิจการ
ทำไมเหรอ...เราอายุแค่ 25 เราจะได้รับความเชื่อถือจากผุ้ใหญ่ให้เป็นตัวแทนอะไรๆ ไม่ได้เหรอ?

ในขณะเดียวกัน...เราก็ไม่เห็นว่า มันจะน่าอายตรงไหน ถ้าเรามีตำแหน่งรองๆ เจ้าของกิจการ แต่เราจะมาล้างแก้วน้ำในบาร์น้ำ หรือมารับออร์เดอร์ลูกค้าร้านอาหาร

เราทำงานหาเลี้ยงตัวเองตั้งแต่ 17-18 ขึ้น ม.ปลาย ปิดเทอมเราก็ไปทำงานพิเศษ หาค่าเทอม
ถามว่า ...บ้านเราจนขนาดต้องไปทำเหรอ ก็ป่าว เราจะนั่งกินนอนกินก็ได้
แต่เราเบื่อ...และรู้สึกว่า เราโตพอจะหาเงินได้เองในบางเรื่อง

สรุป เราทำงานหาเงินเองมา 10 ปีแล้ว

ดังนั้น การค่อนข้างนึกขันที่เพือ่นเค้าทำหน้าตาประมาณว่า เจ้าของเค้าไว้ใจให้เราดูแลอะไรๆ แทนขนาดนั้นเลยเหรอ
เด็กกะโปโลอย่างแกเนี้ยะนะ ทำอะไรๆ ได้ขนาดนี้
ด้วยเงินเดือนน้อยนิด.....เฮ้ย โดนใช้คุ้มไปป่าว

คือ...ถ้าคิดจะเป็นลุกจ้างเค้าไปทั้งชาติ...ก็ถือว่าน้อยอ่ะนะ
แต่ถ้าคิดจะมีกิจการของตัวเอง การได้ฝึกงานกับธุรกิจของคนอื่นมันก็น่าสนใจนี่

อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่า...ทำไมเค้าถึงได้ส่งคนแบบนี้มาพูดกับเราในเรื่องนี้ คนๆ นี้น่าไว้วางใจตรงไหนกัน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น
ทุกอย่างหล่อหลอมให้เราต้องไม่อ่อนไหวไปกับอารมณ์ของคนรอบตัว ไม่อย่างนั้น...เราจะอยู่ในโลกนี้อย่างสงบสุขไม่ได้ ความเป็นตัวของตัวเองของเราจะสูญเสียไป

ในขณะเดียวกันก็พยายามมองโลกในแง่บวกเข้าไว้ ปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ถ้าเราเผอิญหน้ากับมัน

ที่เล่าๆ มายืดยาวไม่ใช่อะไร
เพียงแต่วันนี้เรารุ้สึกว่า เรายังอ่อนแอและเข้มแข็งไม่พอ เรารุ้สึกแย่ๆ จริงๆ กับการกระทำของไก่ที่มาหยอกหมาแบบเรา

เราเคยชินกับการแก้ปัญหาให้ชาวบ้านเค้าเลยไม่เคยชินกับการเห็นใครสักคนแก้ปัญหาด้วยการลอยตัวเหนือปัญหา

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น....
เราก็ไม่คิดว่า มันจะเลวร้ายอะไรหรอก เพราะคนเรามักตัดสินใครต่อใครด้วยประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของตัวเอง
ดังนั้น....เค้าอาจจะมองเราเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งในมุมมองที่ผ่านชีวิตเค้า เหมือนที่เราไม่เคยชินกับการกระทำของเค้า

มีคนบอกให้เราไปถามเค้าตรงๆ แล้วทำไมเราไม่ถาม
ก็ไม่รุ้ว่าจะถามไปเพื่ออะไร....การกระทำของเค้าคือ ไม่ต้องการเผอิญหน้า แล้วจะทำให้เค้าลำบากใจไปทำไม
เค้าก็เหมือนเรา

เค้าไม่เคยชินกับการแก้ปัญหาแบบเผอิญหน้า
เราไม่เคยชินกับการแก้ปัญหาโดยลอยตัวเหนือปัญหาและรุ้สึกเจ็บกับการโดนกระทำแบบนี้

ก็ได้แต่พร่ำอะไรก็ไม่รุ้ไปยืดยาว....
ตามประสาคนที่ตัดสินใจถอยออกมาและหัวใจยังเอาไปวางไว้ที่เค้าอยู่






Create Date : 14 มกราคม 2550
Last Update : 15 มกราคม 2550 0:11:15 น.
Counter : 941 Pageviews.

5 comments
  
เข้าใจหัวอกนะพี่ซุป

แต่อยากจะบอกว่าเรื่องราวของพี่เป็นอุทาหรณ์ดีๆสำหรับใครอีกคนตรงนี้นะพี่

ยังดีที่เรื่องของพี่เบรคความคิดของคนคนหนึ่งที่คิดจะทำสิ่งที่มากกว่าคำว่ารัก ให้กับใครที่ไม่แน่นอน ที่คิดจะเล่น "หมาหยอกไก่" กับความรู้สึกของคน

ขอบคุณพี่ซุป และขอให้พี่เข้มแข็งเร็วๆนะ
โดย: ซาราง วันที่: 14 มกราคม 2550 เวลา:23:37:56 น.
  
โห เป็นผม ผมเจ็บครับ ทำไมต้องทำอย่างงี้ด้วยนะ ทำไมไม่พูดด้วยตัวเองล่ะ ให้เพื่อนมาบอกเพื่ออะไรกัน
โดย: หลานยายจุล วันที่: 14 มกราคม 2550 เวลา:23:44:46 น.
  
ก็คิดว่าเค้าไม่น่าทำแบบนั้นน๊า
เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เองสิเนาะ
ใจร้ายเป็นบ้าเลย

ไม่รู้จะแนะนำอะไรอะค่ะ
ถ้าเป็นนก ที่ต้องตกอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้
นกคงนึกรักตัวเองขึ้นมาอีกมาก
เพราะสุดท้ายก็มีแต่เราที่ต้องดูแลตัวเองให้ได้
หักใจ เดินหน้า หาของดีดีกว่า...

เอาใจช่วยละกันนะคะคุณเมษาฯ
โดย: Nokazar วันที่: 15 มกราคม 2550 เวลา:0:53:19 น.
  
ตบกระโหลกเมษาหน้ากลมหนึ่งที แล้วไปหาอะไรกินกัน
โดย: monkeygig วันที่: 15 มกราคม 2550 เวลา:1:55:39 น.
  
.....เป็นงัยมั่งอ่ะนู๋..ส่งข่าวให้ป๋ารู้มั่งจิ..ว่าแกตกทะเลไปยังอ่ะ....เป็นห่วงนะเฟ้ย...
โดย: เก้าทัพ วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:22:36:13 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เมษาพาเพลิน
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



โลกใบนี้ก็เหมือนผู้หญิง ยิ่งอายุมาก ก็ยิ่งมีอะไรให้ค้นหามาก มีมุมที่เรามองไม่เห็น มีทั้งสิ่งที่เป็นธรรมชาติและปรุงแต่งตามกาลเวลาของเธอ สักวันฉันจะแบกกล้องท่องโลก


All Blog