http://twitter.com/merveillesxx และ http://www.facebook.com/merpage
Group Blog
 
All Blogs
 
All About Lily Chou-Chou – แด่เธอ…บทเพลงแห่งอีเธอร์ (1)

จากคุณ : merveillesxx : - [ 7 ก.พ. 2005 01:28:50 ]



ลำดับข้อมูล
PART 1
1. All About Lily Chou-Chou – แด่เธอ…บทเพลงแห่งอีเธอร์ – บทพรรณานาแด่หนังที่เปลี่ยนชีวิตผม (เขียนเมื่อ ก.พ. 2548)
2. บทความที่เกี่ยวข้อง + ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
3. 8 คำถาม ถามเอง-ตอบเอง กับหนังเรื่อง All About Lily Chou-Chou (เขียนเมื่อ พ.ค. 2547) [SPOILER]
4. ต่อยอดประเด็นกับ All About Lily Chou-Chou (เขียนเมื่อ พ.ค. 2547) [SPOILER]
PART 2
5. แหวกว่ายทุ่งหญ้าสีเขียวใน All About Lily Chou-Chou (เขียนเมื่อ ก.พ. 2548) [SPOILER]
6. เนื้อเพลง + คำแปลภาษาอังกฤษ

RELOAD RELOAD RELOAD RELOAD RELOAD RELOAD RELOAD RELOAD RELOAD RELOAD

“ชื่อของเธอคือ ลิลี่ ชู-ชู …อัจฉริยะ หรือไม่ก็ตำนาน…ผู้นำสารแห่งอีเธอร์”
จากคุณ : ฟิเลีย : - [ 6 ต.ค. 2000 22:13:08 ]

ตลอดชีวิตการดูหนัง 19 ปีของผม ถ้าจะถามว่ามีหนังเรื่องใดที่มีอิทธิพลต่อชีวิตบ้าง คำตอบนั้นคงมีมากมายสารพัด แต่หากถามถึงหนังที่ ‘เปลี่ยนชีวิต’ ของผมแล้วล่ะก็ All About Lily Chou-Chou (2001, ชุนจิ อิวาอิ) คงต้องเป็นชื่อแรกๆที่ผมเอ่ยถึง

“All About Lily Chou-Chou เป็นหนังเรื่องแรกที่ทำให้ผมสามารถเขียนถึงหนังได้ด้วยความยาว 6 หน้ากระดาษ ขนาดอักษร cordia14 สมองของผมไม่ยอมหยุดทำงาน สารบางอย่างกำลังหลั่งไหล และ ณ เวลานั้นเอง ที่ชีวิตผมจะต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล”
จากคุณ : merveillesxx : - [ 25 ก.ย. 2004 21:05:48 ]

ยากจะเชื่อว่านี่คือหนังของผู้กำกับขวัญใจวัยรุ่นอย่าง ชุนจิ อิวาอิ ผู้ที่ทำให้เราเคลิ้มฝันไปกับ Love Letter (1995) และ April Story (1998) เขากล่าวว่าความคิดที่จะทำหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยถ่ายหนังเรื่อง Love Letter เขาต้องการที่จะ ‘เพ่งมองไปยังด้านที่มืดกว่า’ ของชีวิตนักเรียน … แต่หลังจากหนังจบลงคำว่า ‘มืดกว่า’ คงจะต้องถูกเปลี่ยนเป็น ‘มืดมิด’ หรือ ‘มืดมนอนธการ’

“All About Lily Chou-Chou ก็คือ หนังที่เล่าถึงโลก “Dystopia ของวัยรุ่น” นั่นเอง (หลังจากนำเสนอโลกแนว Utopia ใน April Story) ซึ่งแน่นอนผมเชื่อในอย่างแรกมากกว่าอย่างหลัง”
จากคุณ : merveillesxx : - [11 พ.ค. 47 10:34:55 ]

หนังเรื่องนี้ถ่ายทอดออกมาอย่างประหลาดล้ำ ฉากของเรื่องเป็นเมืองเล็กๆ ในชนบท (อิวาอิกับทีมงานต้องตะลอนหาสถานที่ทั่วทั้งญี่ปุ่นทีเดียว) แต่เนื้อเรื่องกับประกอบไปด้วยสิ่งที่ขัดแย้งนานับประการ ทั้งบรรยากาศเมืองอันเงียบสงบ แต่ภายในกลับมีเหตุการณ์รุนแรงแสนเลวร้ายเหลือทน, ชนบท-ทุ่งหญ้า-วิถีชีวิตเรียบง่ายกับอินเตอร์เน็ต-เวบบอร์ด-โลกไซเบอร์แห่งโลกาภิวัตน์ , เพลงพื้นเมืองโอกินาว่ากับเพลงป็อปสุดล้ำของลิลี่ ชู-ชู รวมถึงการใช้ภาพแฮนเฮลด์ร่วมกับมุมกล้องพริ้วไหวดั่งมิวสิกวิดีโอ

“ฉันไม่เคยเรียนศิลปะ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไรกันแน่ คิดเอาเองว่าหนังเรื่องนี้มันน่าจะสวยงามและสามารถสื่อความคิดบางอย่างให้กับผู้เสพ”
จากคุณ : nbow : - [ 10 พ.ค. 2004 09:03:55 ]

เหล่าตัวละครหลักในเรื่อง (ซึ่งเป็นนักแสดงหน้าใหม่เกือบทั้งหมด) เป็นเพียงแค่เด็กชั้น ม.3 แทนที่พวกเขาจะมีชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป ช็อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้า ไปเกมเซ็นเตอร์ หรือหยอกเย้าเล่นหัวระหว่างทางเดินกลับบ้าน แต่พวกเขากลับมีโลกที่แตกต่างออกไป พวกเขาอยู่ในวังวนของการทำร้าย ขายตัว ข่มขืน แบล็คเมล์ และความรุนแรง

ยูอิจิ-ตัวเอกของเรื่อง-เป็นเด็กไม่พูดไม่จา ขาดการสื่อสารกับคนรอบข้าง เขาตกเป็นเบี้ยล่างของโฮชิโนะ-ผู้ทำตัวเป็นหัวหน้าของเหล่าเด็กเกเร สิ่งเดียวที่เยียวยาจิตใจของยูอิจิได้ก็คงจะมีแต่นักร้องสาวลึกลับอย่าง ‘ลิลี่ ชู-ชู’ ผู้ให้พลังอีเธอร์หล่อเลี้ยงชีวิตเขา ความรัก-ความหลงใหล-ความคลั่งไคล้ของยูอิจิที่มีต่อเธอถูกถ่ายทอดผ่านเวบบอร์ด ‘ลิลี่ฟิเลีย’ พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์อันเป็นดินแดนของเขา พื้นที่ที่ใครจะเข้ามาก็ได้ ถ้าเขาคนนั้น ‘รัก’ ลิลี่ ชู-ชู แต่ดูเหมือนว่ายิ่งยูอิจิถลำลึกลงไปในดินแดนนั้นมากเท่าไร เขาก็ตัดขาดกับโลกภายนอกมากขึ้นทุกที และโลกความเป็นจริงของเขาก็ยิ่งย่ำแย่สวนทางกับโลกไซเบอร์เสียเหลือเกิน
…ไม่น่าสงสัยเลยว่ายูอิจิจะ ‘เลือก’ อยู่ไหนโลกไหน

“สมัยนี้ความดีงามวิ่งไม่ทันเทคโนโลยีสื่อสารความเร็วสูงในสาย Fiber Optic เสียแล้ว”
จากคุณ : nbow : - [ 10 พ.ค. 2004 09:03:55 ]

แต่ถัดมา...หลังจากดำดิ่งมืดมิดมาตลอด หนังกลับพาเราไปพบกับแสงสว่าง ที่บอกกับเราว่าเด็กเหล่านี้ก็เคยอยู่ในโลกธรรมดาๆเช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆ หนังย้อนเล่าไปถึงความสัมพันธ์ของยูอิจิและโฮชิโนะสมัยเข้าโรงเรียนใหม่ๆ พวกเขาเคยเป็นเพื่อนกัน พวกเขากับเพื่อนกลุ่มใหญ่เคยไปเที่ยวโอกินาว่า-เกาะสวรรค์-ด้วยกัน อิวาอิให้เวลาค่อนข้างมากกับส่วนนี้ ดั่งจะตอกย้ำให้เราเห็นความต่างของอดีตกับปัจจุบันที่แสนเจ็บปวด เมื่อหนังตัดฉากกลับมาที่ปัจจุบัน ความเจ็บช้ำก็ได้ขยายขึ้นทวีคูณ …จากปี 1999 ถึง 2000 แม้จะเป็นเวลาเพียงหนึ่งปี แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว และมันจะไม่มีวันเหมือนเดิม

“ปี 1999 นอสตราดามุสทำนายผิด โลกไม่ได้จบสิ้น
...หากคำทำนายนั้นเป็นจริง
...หากชีวิตฉันถึงกาลอวสาน
ฉันคงมีความสุขกว่านี้”

จากคุณ : ฟิเลีย : - [ 12 ธ.ค. 2000 03:13:02 ]

‘แผลที่ใหญ่ที่สุดในหัวใจคือการมีตัวตนอยู่’ คงเป็นประโยคที่ออกมาจากใจของยูอิจิ การดำรงอยู่ของชีวิตแต่ละวัน ยิ่งบาดซ้ำรอยแผลให้ยิ่งขยายใหญ่ขึ้น ครึ่งหลังของหนังอาจเรียกได้ว่าเป็นที่สุดของความเจ็บปวดรวดร้าว หัวใจของผมถูกบีบให้สลายครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงตะโกนกู่ก้องร้องออกมาแทนตัวละครในเรื่อง “พอแล้ว! พอแล้ว! ฉันไม่อยากจะอยู่อีกต่อไปแล้ว”

“All About Lily Chou-Chou ทำให้คนดูหนังอย่างฉันเกิดความรู้สึกสองอย่าง
นอกจากทึ่งแล้ว ความรู้สึกที่สองของฉัน คือหัวใจสลาย”

จากคุณ : nbow : - [ 10 พ.ค. 2004 09:03:55 ]

อีเธอร์ของยูอิจิริบหลี่ลงทุกที แต่ทันใดเทพธิดาของเขาก็มาช่วยชีวิตไว้ทัน...ลิลี่ ชู-ชู กำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่!
ยูอิจิกำลังจะไปพบกับ ‘ผู้นำสาร’ แห่งอีเธอร์ของเขา แต่ที่สำคัญกว่านั้นเขากำลังจะไปพบเหล่าบรรดาสาวกอยู่ร่วมกันในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ รวมถึง ‘เพื่อนคนเดียว’ ของเขาด้วย

ฉากงานคอนเสิร์ตถือเป็นฉากที่ใหญ่ที่สุดในหนัง มีการใช้ตัวประกอบร่วมพันคน อิวาอิเนรมิตฉากนี้ได้สมจริงและยิ่งใหญ่มาก มันทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นไปพร้อมกับยูอิจิ รวมถึงมันคู่ควรกับการที่จะเป็นฉากไคลแม็กซ์ของเรื่อง เริ่มจากการเปิดเผย ‘ความจริง’ บางอย่างที่เราจะต้องอึ้งทีเดียว

“เรื่องอาการ "ผิดคาด" แบบนี้ดูจะเป็นเรื่องปกติไปแล้วล่ะ อย่างเช่นเวลานัดเจอคนที่รู้จักกันในเน็ต แล้วพอเจอตัวจริงก็หงายหลังตึงไงครับ สาเหตุก็อาจมาจากสื่อต่างๆที่เราโดนกรอกหูกรอกตาปนยัดเยียดอยู่ทุกวันนี้แหละ ดาราหล่อๆสวยๆในจอทีวี สร้างค่านิยมหลงใหลในรูปลักษณ์ภายนอกแก่เรา ทั้งที่นั่นถือเป็นแค่ "ส่วนน้อย" ของโลกมนุษย์ใบนี้”
จากคุณ : merveillesxx : - [ 10 พ.ค. 2004 23:17:28 ]

นี่คือฉากที่ทรงพลังที่สุดในหนัง ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกปลดปล่อยออกมา ทั้งความจริง-ความลวง, มิตรภาพ-การทรยศหักหลัง, ความสุข-ความทุกข์ รวมถึงการตายและการเกิดใหม่ อิวาอิสามารถสร้างบทสรุปที่หมดจดได้ในฉากนี้เพียงฉากเดียว แถมมันยิ่งประหลาดสุดขั้วเพราะมันคือฉากคอนเสิร์ตของลิลี่ ชู-ชู ที่แทบจะไม่มีลิลี่ ชู-ชู โผล่ออกมาให้เห็นเลย! …นั่นเป็นเพราะว่ายูอิจิได้พบความเจ็บปวดอันเป็นที่สุด เขาต้องหาทางหลุดพ้นจากมัน เขากำลังจะเกิดใหม่ ร่างอีเธอร์เดิมกำลังจะหลุดสลายไปแล้ว...

"สิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวดมากที่สุดก็คือ เพื่อน คนรัก และครอบครัว"
จากคุณ : ฟิเลีย : - [ 24 พ.ย. 2000 23:31:18 ]

หนังไม่ได้ให้บทสรุปที่ชัดเจนแก่เรามากนัก ดูเหมือนตัวละครจะค้นพบอีเธอร์ใหม่ของพวกเขา แต่พวกเราคงต้องค้นหามันต่อไป ครั้งหนึ่งเมื่อคุย MSN กับคุณไกรวุฒิ (Bioscope) ผมพูดว่า All About Lily Chou-Chou บอกกับเราว่า “ทุ่งหญ้านั้นเขียวขจี แต่โลกนี้เป็นสีเทา” คุณไกรวุฒิบอกผมว่า “ก็ลองคิดใหม่สิว่า ‘โลกนี้เป็นสีเทา แต่ทุ่งหญ้ายังคงเขียวขจี’ ”…ถ้าหากเหล่าตัวละครในหนังคิดได้แบบนั้น พวกเขาและเธอก็คงจะได้สัมผัสอีเธอร์สีเขียวของทุ่งหญ้าในโลกนี้ หากแต่ใช่จากโลกนั้น

“ตัวละครในเรื่องนี้ทุกคนล้วนบาดเจ็บและอ่อนแอจากสภาพที่รุมเร้าพวกเค้า ทุกคนต้องการเพียงพื้นที่เล็กๆ ให้ได้ตะโกนร้องบอกออกไปว่า ‘ฉันยังอยู่ ฉันยังมีตัวตน’ แต่ต่างกันไปที่ว่าแต่ละคนมีวิธีการที่จะบอกออกมายังไงเท่านั้น”
จากคุณ : ใบไม้ ใบหญ้า : - [ 10 พ.ค. 2004 10:04:08 ]

ภาพตอนจบพาเรากลับไปทุ่งหญ้าสีเขียวอีกครั้ง เหล่าตัวละครกำลังยืนสดับฟังเสียงเพลงอย่างเงียบสงบ พร้อมกับท่วงทำนองล่องลอยของเพลง Glide ดั่งจะบอกกับเราว่าตัวละครเหล่านั้นได้พบดินแดนที่จะอยู่อย่างสุขสงบแล้ว ได้เวลาทีพวกเขาจะหลับไหลเสียที

“ในฉากที่พระเอกยืนฟังเพลงกลางทุ่งหญ้าสีเชียว แล้วก็ไปเห็นตัวละครอื่นๆซึ่งก็ยืนในสภาพใกล้เคียงกัน ฉากแบบนี้พี่นึกถึงว่าพวกเขายืนเหมือนเป็นเสาวิทยุน่ะครับ คือทุกคนเชื่อมถึงกัน สื่อถึงกันได้ เข้าใจกันและกัน และรู้สึกแทบจะเป็นคนคนเดียวกัน หนังเพียงฉายให้เราเห็นตัวละครหลักๆแค่บางคนเท่านั้นที่ยืนอยู้กลางทุ่งหญ้าสีเขียว นั่นคือสิ่งที่หนัง ’เลือก’ ให้เราเห็นครับ แต่สำหรับพี่แล้ว สิ่งที่หนังไม่ให้เราเห็น แต่เราสามารถเข้าใจได้โดยอัตโนมัติ ก็คือ ยังมีคนอีกเป็นร้อยคนเลยครับ ที่ยืนอยู่กลางทุ่งหญ้าสีเขียวอันเป็นนิรันดร์แห่งนั้น”
จากคุณ : ไกรวุฒิ จุลพงศธร : - [11 พ.ค. 2004 10:47:30 ]

อย่างไรก็ตาม…บทสนทนาโต้ตอบในเวบบอร์ด ยังคงสืบต่อเรื่อยไป ผมมิอาจรู้ได้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร แต่ที่สุดแล้วชีวิตของผมก็ต้องก้าวต่อไปข้างหน้า หนังเรื่องนี้ให้อะไรกับผมมามากมายเกินพอแล้ว ผมน่าจะปลดปล่อยพวกเขาไป ให้อยู่ใน ‘ทุ่งหญ้าสีเขียวอันเป็นนิรันดร์’ แห่งนั้นไปตลอดกาล…

“คำถามในใจของทุกคนน่าจะเป็น "อีเธอร์คืออะไร" ... สำหรับผมอีเธอร์คืออะไรได้ที่ยังมี "ชีวิต"
ดังที่หนังแสดงว่าในที่สุดยูอิจิก็ค้นพบอีเธอร์ที่แท้จริงของตัวเอง
ถ้าเช่นนั้น All About Lily Chou-Chou ก็คืออีเธอร์แก่ชีวิตผมเช่นกัน ...”

จากคุณ : merveillesxx : - [ 01 ก.ย. 2004 17:05:59 ]
.
.
.
.
.
.
“ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาตอบนะครับ
ผมคิดว่าว่าอายุขัยของกระทู้นี้คงใกล้จะหมดลงแล้ว....
พบกันที่ 'ทุ่งหญ้าสีเขียวอันเป็นนิรันดร์' ครับ”

จากคุณ : merveillesxx : - [ 12 พ.ค. 2004 20:38:04 ]

“แน่นอน...พบกันที่ 'ทุ่งหญ้าสีเขียวอันเป็นนิรันดร์' ค่ะ”
จากคุณ : วาดตะวัน : - [ 12 พ.ค. 2004 21:37:24 ]

RELOAD RELOAD RELOAD RELOAD RELOAD RELOAD RELOAD RELOAD RELOAD RELOAD


หมายเหตุ
ข้อความทั้งหมดนำมาจากเวบบอร์ด pantip.com และ bioscopemagazine.com ในช่วงปี 2547-2548 ยกเว้นข้อความของฟิเลียนำมาจากในหนัง ส่วนข้อความของคุณไกรวุฒิเป็นอีเมลที่พี่เขาตอบผมมาครับ ต้องขอขอบคุณทุกท่านมา ณ ที่นี้นะครับ ...สาเหตุที่ผมใช้วิธีการเขียนแบบนี้ก็เพื่อให้อิงกับหนังที่มีข้อความในเวบบอร์ดขึ้นมาแทบตลอดทั้งเรื่องครับ




บทความที่เกี่ยวข้อง
- หนังสือ ‘วันคืนที่เราใช้จ่ายไปด้วยกัน The Time We Share’ โดย นันทขว้าง สริสุนทร บทความ ‘All About Lily Chou-Chou อยากฟังเพลงคนเดียวใช่ไหม...’ หน้า 108-111
- นิตยสาร Bioscope ฉบับที่ 15 (กุมภาพันธ์ 2546 – หน้าปก ท่านมุ้ย) บทวิจารณ์ All About Lily Chou-Chou – ชะตากรรมของความบริสุทธิ์ โดย กำพล วีระกุล หน้า 74-75
- นิตยสาร Bioscope ฉบับที่ 21 (สิงหาคม 2546 – หน้าปก Last Life in the Universe) ชุนจิ อิวาอิ หน้า 95
- นิตยสาร Bioscope ฉบับที่ 25 (ธันวาคม 2546 – หน้าปก The Lord of the Rings – The Return of the King) ‘ลมหนาวในคืนเหงา’ โดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร หน้า 36-44
- นิตยสาร PULP ฉบับที่ 19 (มกราคม 2548 – หน้าปก Kung Fu Hustle) ชุนจิ อิวาอิ เจ้าพ่อหนังวัยรุ่ย The Many Faces of Iwai โดย Monday Morning หน้า 104-109
- Little Films in a Capital City vol.4 (แถมมากับนิตยสาร PULP ฉบับที่ 19) All About Lily Chou-Chou : ทุ่งฝัน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
http://www.lily-chou-chou.jp/ (official site)
http://www.lilyphilia.com รวมพลคนรักลิลี่ ชูชู
http://lilychouchou.yeah.net
http://www.hi.is/~eybjorn/lily/lily000.html
http://www.linkclub.or.jp/%7Ekeisuke/lily/
http://aalcc.tripod.co.jp/ พาทัวร์สถานที่ในหนัง เจ๋งมาก
http://zipmind.nease.net/lily.htm
http://mengjianlian.nease.net/cosplay/2004-03-28-lily-chouchou/01.htm คอสเพลย์

เวบของ Salyu (ก็คือ Lily Chou-Chou นั่นแหละ)
http://www.salyu.jp/ (official site)
http://www.kewai.jp/salyu/index.html
http://ent2.excite.co.jp/music/interview/2004/salyu/

http://www.swallowtail-web.com/ (-Yen Town Report-) เวบของชุนจิ อิวาอิ
http://ayumitoayumu.zero-city.com/home/home.html เวบของ Ayumi Ito




8 คำถาม ถามเอง-ตอบเอง กับหนังเรื่อง All About Lily Chou-Chou (เขียนเมื่อ พ.ค. 2547)

1. ถ้ายูอิจิ (พระเอกของเรา)คือ ฟิเลีย แล้วโฮซิโนะ(เพื่อนพระเอกที่ตอนหลังกลายเป็นตัวร้าย) คือ Blue Cat ใช่มั้ยครับ ?
mer: ตอนที่ดูรอบแรก ในช่วงแรกผมคิดว่า ฟิเลียกับบลูแค็ท คือคนๆเดียวกัน นั่นคือ ยูอิจิ สรุปคือว่ายูอิจิมาตอบเองเออเองอยู่คนเดียว จากเหตุที่ว่าเมื่อตอนที่ All Aboutฯ เป็นนิยายอินเตอร์แอคทีฟทาง internet อิวาอิ (ผกก.) ก็เข้ามาโมเมชื่อแฝงหลายๆชื่ออยู่บ่อยครั้ง แต่พอถึงฉากแอปเปิ้ลเขียวความคิดนั้นก็ตกไป (อีกอย่างหนังกระโปรงบานขาสั้นของอิวาอิไม่น่าจะอิงเชิงจิตวิทยาขนาดนั้น) ผมเข้าใจว่าโฮซิโนะ(บลูแคท)นัดพบกับฟิเลีย โดยใช้แอปเปิ้ลเขียวเป็นสิ่งที่บอกว่าเค้าคือ บลูแคท … โดยที่โฮชิโนะไม่น่าจะรู้ว่ายูอิจิคือฟิเลีย (ถ้า “รู้” แล้วทำกันแบบนี้โฮชิโนะจะดูเป็นตัวละครที่โรคจิตเกินไปแล้ว ว่ามั้ยครับ) โฮชิโนะให้แอปเปิ้ลเขียวแก่ยูอิจิไปโดยบอกว่า “ถ้าใครเข้ามาคุยกับแก ให้แอปเปิ้ลเค้าไป” นั่นก็คือคนที่เอาแอปเปิ้ลไปก็คือฟิเลียนั่นเอง … แต่ในเมื่อแท้จริงแล้วยูอิจิคือฟิเลีย จึงไม่มีใครได้รับแอปเปิ้ลนั่นไป … (ในจุดนี้ผมก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมโฮชิโนะต้องให้แอปเปิ้ลแก่ยูอิจิ หรือเพราะว่าเขาใช้ยูอิจิไปซื้อโค้กเลยมีโอกาสเดินไปรอบๆงาน เพื่อให้คนพบเห็นได้ง่าย)

2. แล้วอะไรเป็นแรงจูงใจทำให้ยูอิจิฆ่าโฮซิโนะ ?
mer: ถ้าคิดตามสภาพยูอิจิ (ฟิเลีย) เปรียบเสมือนว่าในที่สุดเพื่อนที่หลงเหลือคนสุดท้ายบนโลกของเค้าก็คือ บลูแคท เพราะเมื่อพบเพื่อนที่เกือบจะเปิดใจแก่กันได้แล้วอย่างทซึดะ (สาวน้อยที่ถูกบังคับให้ขายตัว) เธอก็มาด่วนจากไปเสีย (บางทีทซึดะอาจจะปฏิเสธซาซากิ เพราะตอนนี้เธอเริ่มชอบยูอิจิแล้วก็ได้ จากไดอะล็อกที่ว่า “ตอนนี้ฉันก็มีเธอดูแลแล้วไง”) ประกอบกับจากบท chat ในช่วงท้ายๆเรื่อง แต่เมื่อปรากฏความจริงว่า แท้จริงแล้ว บลูแคทก็คือโฮชิโนะ ความรู้สึกทั้งมวลของเค้าจึงถูกปลดปล่อยออกมา ความผิดหวัง ความเศร้า ความแค้น หรืออาจจะเป็นความรังเกียจที่ฉากหน้าโฮชิโนะคืออันธพาลที่ทุกคนเกรงกลัว แต่ฉากหลัง -ในโลกอินเตอร์เนท- เขาก็ขี้ขลาดไม่ต่างไปจากยูอิจิเท่าใดนัก จำกัดความได้ว่ายูอิจิรู้สึกเหมือนตัวเองถูก “หักหลัง” นั่นเอง ด้วยเหตุทั้งมวลนี้ยูอิจิจึงตัดสินปลิดชีวิตอดีตเพื่อรักของเค้าลง … สถานการณ์ของยูอิจิกับโฮชิโนะว่าไปก็คล้ายๆ ชินจิกับคาโอรุในเรื่อง Evangelion เพียงแต่คาโอรุอาจจะไม่ร้ายเท่า แถมทั้งคู่ยังออกแนวเกย์ๆด้วยซ้ำ (ฮา) แต่ลงท้าย บทสรุปก็เป็น “โศกนาฎกรรม” เช่นกัน

3. ความสัมพันธ์ของ ยูอิจิ - โฮชิโนะ - คุโนะ ?
mer: ตอนนึงบลูแคทได้เล่าว่าเค้ามีเพื่อนสมัย ป.5 ที่ก่อนจะแยกจากกันฝ่ายหญิงได้ให้ CD วงฟิเลีย (วงเก่าของ ลิลี ชูชู) แก่เขา ตอนนั้นเขายังไม่เข้าใจเพลงใน CD นั้นจวบจนตอน ม.ต้น เขาจึงเริ่มชอบมัน และตอนนี้นี่เองเค้าก็ได้อยู่โรงเรียนเดียวกับผู้หญิงคนนั้นแต่กลับไม่พูดจากัน เหมือนไม่รู้จักกัน และก็มีบทสนทนาที่ฟิเลียบอกว่า “คุณบลูแคทคุยอะไรกับฉันก็ได้ เล่าเรื่องผู้หญิงที่ชอบลิลีกับเดอบุสซี คนนั้นก็ได้”… ถ้าบลูแคทคือโฮชิโนะ คิดว่าผู้หญิงคนนั้นก็คือ คุโนะ (สาวน้อยนักเปียโนที่ตอนหลังทำหัวสกินเฮด) จากฉากที่หนุ่มๆเล่นน้ำฝนแล้วผลักโฮชิโนะไปถูกคุโนะ ทั้งสองทำหน้าอ้ำๆอึ้งๆ เมื่อเพื่อนๆถามว่าโฮชิโนะรู้จักคุโนะมั้ย เค้ากลับทำเหมือนปกปิดอะไรบางอย่าง ผมคิดว่าบางทีสมัย ป.5 (หรือกระทั่งตอนนั้น)โฮชิโนะอาจจะแอบชอบคุโนะอยู่ก็ได้ (ในทางกลับกัน คุโนะอาจจะแอบชอบโฮชิโนะ) … และในภายหลัง (หรืออาจจะเพราะตอนนั้นนั่นแหละที่ทำให้)ยูอิจิก็แอบชอบคุโนะ บางทีนี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฎกรรม …

4. เหตุจูงใจที่โฮชิโนะทำ “เรื่องนั้น” กับ คุโนะ ?
mer: เรื่องราวสมัยม.ต้น มักเป็นว่าคุณจะแอบชอบหญิงสาวที่นั่งหน้าคุณ (จากเรื่องนี้ก็คือ ยูอิจิแอบชอบคุโนะ ซาซากิแอบชอบทซึดะ) ในวันที่มีการแสดงร้องประสานเสียง โฮชิโนะก็มาดูด้วย วันนั้นทำให้ทซึดะรู้ว่ายูอิจิแอบชอบคุโนะ และบางทีโฮชิโนะก็รู้ด้วยเช่นกัน … คิดว่าคันซากิ (ยัยตัวร้ายที่เกลียดขี้หน้าคุโนะ) คงไปขอร้องให้พวกโฮชิโนะ (ซึ่งตอนนั้นคงเป็นอันธพาลขึ้นชื่อในร.ร.ไปแล้ว) “แกล้ง” คุโนะ (หล่อนบอกในตอนหลังว่า “ชั้นสั่งให้พวกแกแกล้งหล่อน ไม่ใช่ข่มขืนโว้ย”) เหตุใดโอชิโนะถึงต้องกระทำการรุนแรงถึงขั้นสั่งในพรรคพวก “ข่มขืน” คุโนะ (เค้าพูดว่า "จัดการเธอซะ")
- จะเป็นเพราะแค่ว่าเค้ามีจิตใจที่ “เลวทราม” แค่นั้นเหรอ ? ทั้งๆที่พื้นฐานจิตใจของเค้ามิใช่คนแบบนั้น
- เพราะ “ภาวะเคยชิน” ที่เค้าเคยทำสิ่งนี้กับทซึดะ เช่นกัน (แต่หนังก็บอกเราเพียงว่า โฮชิโนะ “แบล็คเมล์” ทซึดะ เค้าอาจจะแค่ถ่ายรูปเปลือยก็ได้)
- เค้าต้องการ “กลั่นแกล้ง” ยูอิจิ อาจจะเป็นเพราะเค้าไม่พอใจที่ยูอิจิไปชอบคุโนะ (แต่นี่คงไม่ใช่การหึงหวงแบบเด็กๆแล้วล่ะ เพราะแทนที่เค้าจะหาเรื่องกับยูอิจิ เค้ากลับเลือกใช้วิธี “ทำลาย” ชีวิตของคุโนะ และฝากรอยแผลในจิตใจไว้กับยูอิจิ) บางทีลึกๆในจิตใจ ในภาวะที่เค้าไร้สิ้นซึ่งทุกอย่างแล้วเค้าเหลือเพียง “ความทรงจำ” ที่ว่าเค้าเคยแอบชอบคุโนะ แต่ยูอิจิกำลังจะมาแย่งมันไป แต่กลับกันสภาวะ “ความหวงแหน” นี้อาจจะเพราะเค้าหวงแหนยูอิจิเสียมากกว่า อาจเป็นเพราะเค้าเห็นยูอิจิเป็น “อะไรบางอย่าง” ที่รองรับอารมณ์, ทาส อะไรก็แล้วแต่ หรือบางทีเค้าอาจจะนึก “อิจฉา” สิ่งที่เค้าไม่มี แต่มันมีในตัวยูอิจิก็ได้ (ฉากที่เค้าหัก CD ลิลีของยูอิจิก็อาจจะเกี่ยวพันกัน เพราะเรารู้ว่าโฮชิโนะเป็นคนที่ทำให้ยูอิจิรู้จักลิลี มันอาจเป็นสภาวะ “ความหวงแหน” ในอีกกรณีหนึ่ง เพราะหนังแสดงให้เห็นว่าแม้โฮชิโนะจะกู่ไม่กลับไปขนาดนั้นเค้าก็ยังไม่ทิ้งลิลีไปจากใจ – เพียงแต่ภายหลังเค้าอาจจะรับฟังเพลงของลิลีด้วยจิตที่แค้นเคืองต่อทุกสิ่งทุกอย่าง หรือเหมือนเป็นที่ปลดปล่อยอารมณ์ ในทางที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับยูอิจิ) มีคนเคยเสนอกับผมว่าบางที โฮชิโนะอาจจะมีความรู้สึกกับยูอิจิในทางลึกซึ้ง (พูดง่ายๆ เกย์ นั่นแหละ) แต่อันนี้ผมว่าไม่น่าจะใช่ อีกทั้งหนังอิวาอิก็ไม่เคยจะสอดแทรกประเด็นพวกนี้เข้าไปเลย
ในประเด็นนี้เราอาจจะต้องเชิญท่านอาจารย์ เปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์ มาตอบละมั้ง (ฮา)
เป็นว่าฉากที่ยูอิจิร้องไห้ด้วยความรวดร้าวหลังจากส่งคุโนะไป “แดนประหาร” คงทำให้เราเจ็บปวดไปอีกนาน…

5. จาก BioScope เล่มที่ 25 คอลัมน์ “หนังในคืนเหงา” คุณไกรวุฒิบอกว่า “แต่เมื่อหนังเผยให้เห็นสภาพที่แท้จริงของสมาชิกเวบไซต์นี้ (อย่างน้อยๆก็ 4 คน) กลับช่างน่ากลัวเหลือเกิน เพราะ 3 ใน 4 เป็นพวกขี้แพ้ในชีวิตจริง ส่วนอีก 1 นั้นเป็นพวกขี้แพ้ที่ซ่อนความอ่อนแอแล้วชูความขบถเป็นหน้ากากบังหน้า” ผมสงสัยว่า 4 คนที่ว่ามีใครบ้าง ?
mer: เพราะเท่าที่หนังบอกผมก็ว่า ยูอิจิ ส่วนราย “อีก 1” ที่ว่าก็ต้องเป็นโฮชิโนะแน่นอน แล้วที่เหลือนี่ใครล่ะนั่น เท่าที่เห็นว่าต๊องๆ ก็มีอีตาบ้าหัวกระเซิงๆหน้างานคอนเสิร์ตนี่แหละ (ที่ชมวงฟิเลียออกนอกหน้าจนถูกยำTEEN)

[UPDATE ก.พ. 2548 – ก็น่าจะมีผู้หญิงที่มาด้อมๆ มองๆยูอิจิตอนซื้อโค้ก แล้วก็ถ้าสังเกตฉากนี้ดีๆเราจะเห็น ‘คุณแบร์’ ด้วยนะ]

ส่วนคุณไกรวุฒิเขาตอบแบบนี้ครับ
"ก่อนอื่น พี่ต้องสารภาพก่อนนะครับว่า มีหลงลืมไปแล้วว่า 4 คนนี้คือใคร (เนื่องจากพี่เขียนบทความนี้นานมาก บทความนี้ลงในเล่มธันวาคมปีก่อน ซึ่งพี่ก็ดูหนังเรื่องนี้ก่อนหน้านั้นหลายเดือนเสียด้วย รวมเสร็จสรรพพี่อาจดูหนังเรื่องนี้เป็นปีแล้วนะครับ หลายๆอย่างจึงคลาดเคลื่อนอย่างแน่นอน

ที่น้องพูดมาก็ถูกแล้วครับ คือมี 1.ยูอิจิ 2. โฮชิโนะ (ไอนี่คือรุ่นพี่ที่ทำตัวเลวๆใช่ไหม พี่จำชื่อมันไมได้)
ส่วนอีก 2 คนที่เหลือ พี่คิดถึงบรรดาเด็กผู้หญิงครับ (ที่โดนข่มขืนและกลั่นแกล้งต่างๆนานา รวมทั้งผู้หญิงตอนต่อแถวและคุณแบร์) พี่เชื่อนะครับว่าพวกเธอน่าจะเป็นสมาชิกของเวบไซต์นี้ด้วย (ถึงแม้พี่จะแยกไม่ได้หรอกว่าเธอใช้นามแฝงว่าอะไร)

ที่พี่เชื่ออย่างนั้น เพราะหลังจากดูหนังจบลง พี่ค้นพบว่ามันสวยงามมาก โครงสร้างของหนังเรื่องนี้คือ
1.เริ่มต้นจากไอ้พระเอกก่อนว่าไอ้นี่มันเปนสมาชิกเว็บนะ มันมีความสุขมากนะเวลาแชท แต่ชีวิตจริงมันแย่อย่างนั้นอย่างนี้นะ
2.ต่อมา หนังพาไปดูชีวิตของคนรอบข้าง (ที่ชีวิตเฮงซวยไม่ต่างกัน) เรา – ในฐานะคนดู – เริ่มเดาต่างๆนานาว่าเอํ๊ะ ใครจะเป็นนามแฝงไหนนะ
3.พาไปงานคอนเสิร์ตเลย ซึ่งเราจะค้นพบคนล้านแปดซึ่งต่างมีลิลี่ ชูชูเปนส่วนหนึ่งของเธอเช่นกัน

คือ เขาล่อเราจาก 1 คน ไป 2 คนแล้วขยายไปเห็นอีก 100 คน ซึ่งไอ้100 หรือ 1000 คนเนี่ย เราไม่จำเป็นต้องรู้พื้นหลังของเขาเลย เราก็สามารถเข้าใจได้ว่าพวกเขาและเธอต่างมีบาดแผล และได้รับการเยียวยาจากลิลี่ ชูชูอย่างไร

ในฉากที่พระเอกยืนฟังเพลงกลางทุ่งหญ้าสีเชียว แล้วก็ไปเห็นตัวละครอื่นๆซึ่งก็ยืนในสภาพใกล้เคียงกัน ฉากแบบนี้พี่นึกถึงว่าพวกเขายืนเหมือนเป็นเสาวิทยุน่ะครับ คือทุกคนเชื่อมถึงกัน สื่อถึงกันได้ เข้าใจกันและกัน และรู้สึกแทบจะเป็นคนคนเดียวกัน (หรือในอีกแง่หนึ่ง ถ้าน้องได้ดูหนังเรื่อง lord of the ring ภาค 2 หรือ 3 พี่ไม่แน่ใจ ที่มีฉากการส่งสัญญาด้วยกองไฟบนภูเขาน่ะครับ ที่คนหนึ่งจุด พออีกฝั่งนึงเห็นไฟก็จะจุดตามเปนทอดๆไป พีได้อารมณ์นั้นเลยครับ) หนังเพียงฉายให้เราเห็นตัวละครหลักๆแค่บางคนเท่านั้นที่ยืนอยู้กลางทุ่งหญ้าสีเขียว นั่นคือสิ่งที่หนัง ’เลือก’ ให้เราเห็นครับ แต่สำหรับพี่แล้ว สิ่งที่หนังไม่ให้เราเห็น แต่เราสามารถเข้าใจได้โดยอัตโนมัติ ก็คือ ยังมีคนอีกเปนร้อยคนเลยครับ ที่ยืนอยู่กลางทุ่งหญ้าสีเขียวอันเป็นนิรันดร์แห่งนั้น

ด้วยเหตุนี้เอง พี่เลยเหมาโดยปริยายว่าพวกบรรดาสาวๆนั้นก็น่าจะเป็นสมาชิกของเวบไซต์อาถรรพ์(อิอิ) แห่งนี้"

6. ฉากที่ยูอิจินั่งเล่นเปียโน … ที่นั่นคือบ้านใคร ?
mer: ผมคิดว่าน่าจะเป็นบ้านของโฮชิโนะ คือโทนสีน้ำตาลแบบนั้นมันน่าจะใช่น่ะ … อีกอย่างฐานะอย่างยูอิจิคงไม่มีเปียโนหรอกนะ อีกทั้งฉากนั้นเกิดขึ้นหลังจากยูอิจิฆ่าโฮชิโนะไปแล้ว บางทีเค้าอาจจะไปที่นั่นเพื่อ “ไว้อาลัย” และ “ระลึกความหลัง” กับเพื่อนเก่าคนนี้ …
[UPDATE ก.พ. 2548 – จริงๆแล้วอาจจะเป็นบ้านยูอิจิเองก็ได้ครับ เพราะว่าสังเกตดูแล้วร้านทำผมของแม่ยูอิจิดูใหม่ขึ้น อาจจะเป็นบ้านใหม่ก็ได้ และเพลงที่เขาเล่นอยู่ก็คือเพลง อาราเบสก์ นั่นเอง]

7. เมื่อดูหนังเรื่องนี้แล้ว คุณหลงใหลในตัว Lily Chou-Chou หรือไม่
mer: แน่นอนเพราะอิวาอิสร้างตัวละครตัวนี้ได้ลึกลับและน่าค้นหา(และคล้ายๆ Bjork มากกว่าจะเป็น เฟย์ หว่อง - ฮา)ขนาดนั้น จาก MV ในฉากลานหน้าคอนเสิร์ตทำให้ผมหลงใหลใน Lily Chou-Chou ทันที….

8. สำหรับคุณ “อีเธอร์” คืออะไรmer: อีเธอร์ คืออะไรก็ได้ที่ยัง “มีชีวิต”
ในเวบ Yen - Town ส่วน Keyword บอกไว้ว่า
[Ether]
Substance which fills this world. It was a concept once considered in physics, but Lily uses the term such as Inner Space.
It contains significant meaning among her fans for the purpose of telling about Lily's music.




ต่อยอดประเด็นกับ All About Lily Chou-Chou (เขียนเมื่อ พ.ค. 2547)

- อิวาอิสามารถถ่ายทอดชีวิตและมุมมองของ “เด็ก ม.ต้น” ได้อย่างเข้าอกเข้าใจ (และเฉพาะใน All Aboutฯ อาจจะถึงขั้น “ถึงลูกถึงคน”) ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์กุ๊กกิ๊กอย่างเด็กผู้ชายแอบชอบเด็กหญิงที่นั่งหน้า, เด็กผู้ชายที่โจ๋ๆต้องม้วนแขนเสื้อขึ้นเป็นก้อนๆเน่าๆ (นึกว่าจะมีแต่ในไทยนะเนี่ย), เด็กเรียนเก่งที่เป็นไอ้ “ขี้แพ้” หรือพวก “แปลกแยก”ในโรงเรียน (อันนี้โดนจังๆเลย ฮือๆ), เรื่องง่ายๆอย่างไอ้อาการ “แอบชอบ” กันนี่แหละ หนังทำให้เราคิดได้หลายมุมว่าคนนี้ชอบคนนู้น คนโน้นชอบคนนั้น, ความล้มเหลวในการสื่อสารระหว่างเพื่อนชาย-หญิง ในช่วง “ข้ามวัย” ในตอน ม.ต้น (ผมแน่ใจว่าทุกคนต้องเคยเจอกับเหตุการณ์นี้) มันจึงเป็นหนังที่พวกเราได้อารมณ์ “ถวิลหาอดีต” และรู้สึก “ขมขื่น” และ “หม่นหมอง” ไปด้วย อาจจะเรียกได้ว่าอิวาอิเป็นคนที่ไม่สูญเสียความทรงจำหรือความรู้สึกของ “วัยเยาว์” ไป (ถ้า “เจ้าชายน้อย” เป็นวรรณกรรมเรื่องโปรดของเค้าเราก็จะไม่แปลกใจ) ผมคิดว่าถ้าผมดูเรื่องนี้สมัยที่อยู่ม.ต้น หรือ ม.ปลาย ชีวิตผมคงเปลี่ยนไปในอีกทางอย่างแน่นอน

- เหตุการณ์ต่างๆในหนังที่ดูรุนแรงหรือมืดมนอย่างไม่น่าเชื่อ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นรอบๆข้างเราทุกวัน … ข่มขืน …อันธพาล … โดดตึก หรือแม้แต่ความรู้สึกอ้างว้าง เปล่าเปลี่ยว อยู่ท่ามกลางคนมากมายแต่แท้จริงคืออยู่ตัวคนเดียว … อีกเรื่องนึงที่โดนผมสุดๆ คือตัวละครอย่าง โฮชิโนะ ที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน (หนังบอกกับเราว่าสาเหตุมาจากธุรกิจที่บ้านเค้าล้มละลาย จนครอบครัวแตกแยก บางทีอิวาอิอาจจะต้องการบอกเราถึงความน่ากลัวของ “ลัทธิบริโภคนิยม” ในทุกวันนี้ก็ได้ ว่ามันสามารถเปลี่ยนแปลงผู้คนได้ถึงขนาดนี้ หรือตอนที่เพื่อนของยูอิจิบอกว่า “พวกคนรวยก็งี้แหละ เลี้ยงข้าวพวกเราเพื่อให้เราเป็นเพื่อนกับลูกเค้า”) หลายๆคนที่ผมคุยด้วยถามว่า “คนเราจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ” ผมตอบว่า “เรื่องแบบนี้ไม่เจอกับตัวเองก็ไม่เชื่อหรอก” … ผมเคยมีเพื่อนที่สนิทกันมาก แต่ต่อมาก็ไม่คุยกัน (หรือพูดได้ว่าคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว มากกว่า) ทั้งๆที่อยู่ในโรงเรียนเดียวกันนี่แหละ ก็คล้ายๆกับโฮชิโนะ เค้ากลายไปเป็นเด็กเกเรอะไรเทือกนั้นน่ะ มันคงเป็นอีกตัวอย่างของความล้มเหลวทางการสื่อสารและการเปลี่ยนแปลงของคนไปตามกาลเวลา ยุคสมัย และสภาพแวดล้อม บางทีอิวาอิอาจจะมีเรื่องแบบนี้กับเพื่อนเค้าก็ได้ … ส่วนนี้มันโดนด้วย “ประสบการณ์ส่วนตัว” น่ะครับ

- คงเป็นอีกครั้งอินเตอร์เนทถูกยกมาเป็นประเด็นในสื่อภาพยนตร์ หลังจากยุคโพสต์โมเดิร์นที่มนุษย์ปฏิเสธอดีตและมุ่งสู่อนาคต ท่ามกลางกระแสธารแห่งเทคโนโลยีที่ข่าวสารข้อมูลใกล้ชิด-โยงใยกัน แต่ผู้คนกลับห่างเหินกันมากขึ้น การเล่นห้อง chat หรือเวบบอร์ดบางทีก็เหมือน “การกักขังตนเอง” จนทำให้เราต้องถามตัวเองว่า “ตัวตนของเราคืออะไร อยู่ที่ไหนกันแน่” …. (คิดเหมือนผมมั้ยว่า SMS ในวันนี้ดูเป็นสื่อที่ “มักง่าย” และ “ไม่จริงใจ”) และเรื่องของการใช้ข่าวสารในการชักจูงผู้คน (เห็นได้จากการที่อิวาอิสร้างเรื่องเวบ Lily-holic ขึ้นมา) หรือจากตอนที่โฮชิโนะพูดกับยูอิจิว่า “พวกข่าวลือน่ะ ระวังไว้หน่อยนะ”

- อิวาอิทำให้เราเห็นว่าเค้าคืออัจริยะในการกำกับภาพ ไม่ว่าจะเป็นฉาก(ที่คลาสสิกไปแล้ว) กับยูอิจิท่ามกลางทุ่งเขียวขจี (“โลกทั้งโลกเป็นสีเทา แต่ทุ่งข้าวสีเขียวขจี” - โดนมั้ยล่ะ), ฉากว่าวลอยลมที่เราดูแล้วอยากบิน (จนพาลอยากจะโดดตึก), ฉากที่ใช้เครื่องอบผม (มันเรียกงี้หรือ…ไม่ใช่แน่ๆ ^^;;) ที่เราดูแล้วต้องอ้าปากค้างว่า “มันคิดได้ยังไง” หรือจะเป็นสีเขียวที่เปรอะไปทั้งเรื่อง (ถ้าถามอิวาอิ เค้าอาจจะให้คำตอบเดียวกับ อัลฟงโซ คลัวรอง (Great Expectations, 1998) ก็ได้ว่า “ผมชอบสีเขียว”) ที่ผมชอบที่สุดคงเป็น MV ของ Lily ฉากนั้น (คงรู้กันว่าอิวาอิเคยเป็นคนกำกับมิวสิกวิดิโอด้วย) …. สงสัยเรื่องสีเขียวต้องให้คุณไกรวุฒิมาเคลียร์ให้ (ฮา)

- สิ่งที่ประจักษ์ชัดแก่ทุกคนอยู่แล้วว่าเพลงประกอบของหนังเรื่องนี้ “สุดยอด” ….ทั้งเพลงของ Lily และส่วนของสกอร์ นี่คือการผสมผสานเพลงป็อป-อิเล็กทรอนิก-เพลงคลาสสิก ไปจนถึงเพลงพื้นบ้านที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว

เพิ่มเติม
- ครอบครัวของยูอิจิ: แม่ของเค้าน่าจะแต่งงานใหม่กับผู้ชายที่มีลูกติดมา (ก็คือ ชินอิจิ เด็กที่นั่งเล่นเกมเป็นบ้าเป็นหลัง) และแม่ก็กำลังท้องเด็กคนใหม่จากผู้ชายคนนี้ … เห็นได้ชัดจากตอนที่คุณแม่ (ยังสาว) ของโฮชิโนะถามยูอิจิว่า “มีพี่น้องมั้ยจ๊ะ” ยูอิจิตอบว่า “ไม่”

- ฉากที่ยูอิจิขี่จักรยานกับแก๊งค์เด็กเลวอีก 2 คน (ฉากสีเขียวอีกแล้วครับทั่น) ผู้ชายที่เรียกยูอิจิแล้วให้เงิน “เอาไปกินขนมนะ” น่าจะเป็นพ่อของยูอิจิ (จากที่เค้าบอกว่า “อย่าบอกแม่นะ”) สังเกตดีๆจะเห็นว่าผู้ชายคนนั้นมีเด็กเล็กๆมาด้วย นั่นคงจะเป็นลูกใหม่ของเค้า … ชี้ให้เห็นว่ายูอิจิเคยประสบกับสภาวะครอบครัว “แตกแยก”

- โทรศัพท์ของทซึดะที่ห้อยบ้าบออะไรเต็มไปหมด อิวาอิอาจจะ “กัด” (เล็กๆ) กับแฟชั่นบ้าพลังของสาวๆญี่ปุ่น (รวมทั้งมุขแกล้งพูดคิกขุของ ทซึดะ ในร้านอาหารด้วย)

- ฉากที่ยูอิจิโทรหาทซึดะ ริงโทนมือถือของทซึดะคือเพลง Piece ของ L’Arc~en~Ciel (ปี 1999) ถ้าผมไม่หูเพี้ยนน่ะนะ และใน MV เพลงนี้ก็มีฉากเอามีดแทงเหมือนกัน

- มีคนบ่นกับผมว่าฉาก “เที่ยวโอกินาว่า” ของเหล่าหนุ่มๆทำให้หนังยืดเยื้อ แต่ผมคิดว่าเป็นช่วงที่สำคัญที่เดียว ทำให้เราเห็นมิตรภาพอันแสนสวยงามของเด็กๆ ก่อนที่มันจะพังทลายในที่สุด (คุณๆผู้ชายดูแล้วคิดถึงสมัยเด็กที่แสนซ่าและสุดห่ามแน่นอน), อิวาอิถ่ายทอดมุมมองของ “เด็กผู้ชาย” ได้อย่างลึกซึ้ง (และน่ารักมาก) เช่น การตื่นเต้นกับทรวดทรวงของพี่สาวสุดเซ็กซี่ รวมทั้งอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงของโฮชิโนะ หลังจากที่เค้าเสีย “2 ชีวิต” ของเค้าไป (1.โดนตัวจิซาร์บินชน 2.เกือบจมน้ำตาย - ตามที่ชายโอกินาว่าคนนั้นพูด) จนในที่สุดโฮชิโนะโปรยเงินลงทะเล บางทีเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เขา “คิด” อะไรบางอย่างได้ (ผมเชื่อว่าช่วงโอกินวานี้คงมีประเด็นทาง “วัฒนธรรม” ของญี่ปุ่นหลายๆอย่าง ที่ชาวเราอาจไม่สัมผัสได้….อันนี้รวมถึงเนื้อเพลงของ Lily ด้วย)

- ตามหนัง Lily มีอัลบั้ม 3 ชุด 1.Jewel (แผ่นที่ยูอิจิให้ทซึดะยืม) 2.ไม่ได้บอกชื่อ (แผ่นที่ทซึดะขอฟังบนรถไฟ) 3. Kokyu (Breathe -ลมหายใจ) …. ความจริงแล้ว Lily มีอัลบั้มเดียวคือ Kokyu (ไพเราะมหากาฬบานตะไท !!)

- ในโลกแห่งความเป็นจริง Lily Chou-Chou ออก single 2 แผ่นกับค่าย Sony Music และออกอัลบั้มเต็ม Kokyu กับค่าย Toshiba EMI … ตัวจริงของเธอคือ Salyu (มีลงเครดิตไว้ในอัลบั้ม Kokyu เลย) ตอนนี้เธอมีผลงานของตัวเองออกมาแล้ว ดูที่เวบ http://www.salyu.jp/

- ส่วนนี่เป็นเรื่องของ เดอบุสซี่ เอามาจากเวบ imdb
*A lot of the music came from the famous French composer Claude Debussy (1862-1918). Debussy's most famous piano piece, Arabesque in heard through out the movie. It is also the title of one of Lily's albums (or was it the title of one of her songs?) << เป็นชื่อเพลง track 1 ในอัลบั้ม Kokyu (เพลงเปิดเรื่องเลย) และเป็นชื่ออัลบั้มในส่วนที่เป็น score ครับ
*'Chou-chou' in Lily's name is most certainly a reference to Debussy's only daughter, Claude-Emma, whose nickname was also 'Chou-chou' (His piece 'The Children's Corner suite' was dedicated to her). So, in a sense, Lily is Debussy's 'offspring'.

- ใน Kill Bill Vol.1 มีเพลงจากหนัง All About Lily Chou-Chou ด้วยนะ
เพลงที่ว่าก็คือเพลง Kaifuku suru kizu (Track 5 / album: Kokyu / artist: Lily Chou-Chou / 2001)
ใช้ตอน Scene ที่ The Bride ได้รับดาบของ ฮัตโตริ ฮันโซ (เพลงที่เสียงผู้หญิงร้องช้าๆ น่ะ)
โหลดได้ที่ http://www.killbill2.net/music.php




อ่านในส่วนของบทวิเคราะห์และเนื้อเพลงพร้อมคำแปลต่อที่ PART 2 ครับ



Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2548
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2548 1:55:11 น. 74 comments
Counter : Pageviews.

 
ดีครับ เราติดใจหนังของ shunji iwai มาจาก love letter แต่พอได้มาดู all about lilly chou chou แล้วรู้สึกว่า มันหดหู่จางงง~~!

นี่ยังดูม่ายจบเลย เด๋วไว้ต้องกลับไปดูให้จบฮับ ..


โดย: เด็กชายหัวหอม วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:9:15:41 น.  

 

แวะมาอ่าน..
พบเจอครั้งไหน ๆ ทุ่งหญ้ายังคงเป็นสีเขียวนิรันดร์..
จำเราไม่ได้สิน๊า.. ก้อไม่เคยพบเจอกัน..


ทุกคน..ล้วนมีอีเธอร์เป็นของตัวเอง
เพื่อน ครอบครัว คนรัก คือสิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวดมากที่สุด..


มีเพียงทุ่งหญ้าสีเขียวที่คงความเป็นนิรันดร์..
จริงหรือ..
เพราะ
‘แผลที่ใหญ่ที่สุดในหัวใจคือการมีตัวตนอยู่’

ชอบ..นี่คือหนังอันดับที่ 3 ในดวงใจ..



โดย: totoh995 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:10:55:34 น.  

 
....................................................................
นั่งร้องไห้อยู่คนเดียวท่ามกลางความมืดในโรงหนัง
แต่ทุ่งข้าวสีเขียวก็ช่างสว่างจ้า
และท้องทะเลก็ยิ่งฟ้าสดแสบตาไปเสียกว่า
อีเธอร์กำลังพร่างพรมรอบกาย
จะมีใครเห็นเราแอบเช็ดน้ำตาไหมนะ
.............................................
.............................................
เสาวิทยุสูง...สูงเหมือนจะเสียบอกฟ้า
สายป่านหลุดลอยไปจากมือ
I see you....you see me........
And you see me...I see you.....
เดบุชชีกำลังกรีดร้องคร่ำครวญ
โกดังผุพัง ห้องดนตรี
ดาดฟ้ากว้าง โรงแรม หอประชุม
ให้มันพังทลายไปให้หมดยิ่งดี
....................................
คว้าง.......คว้าง..........
ฉันกำลังบิน...ฉันกำลังบิน...
เสียงลมหวีดหวิวก้องหู
ความตายของฉันจะเป็นสีแดงหรือสีฟ้ากันนะ
หรือไม่มีอะไรเลย
เป็นแค่หายไปเท่านั้น
..........................
..........................
อาราเบสก์ บรีธ อีโรติก ไกลด์
อยากให้ได้ฟังจัง
อีเธอร์มันคืออะไรกันน่ะ
พวกเธอต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ
ฟิเลียหายไปไหน เธอรู้ไหม
บลูแคทล่ะ แบร์ล่ะ
ทรยศ สับปลับ หลอกลวง
ตายๆกันซะให้หมด
พวกมันทำให้อีเธอร์แปดเปื้อน
......................................
นั่นเป็นเพลงของเกาะโน้น
ไม่ใช่ของที่นี่
ไม่ใช่ของที่ไหนเลย
เป็นแค่ของที่โน่น
ไกลโพ้นโน้น.......
.....................................


โดย: พระจันทร์ทรงกลด IP: 61.91.90.168 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:0:11:27 น.  

 
เอ...อัลบั้มที่สองของ Lily Chou-Chou ไม่ใช่ที่ชื่อ Erotic หรอครับ
น่าจะใช่นะ
ดูแล้วเข้าใจว่าเป็นอัลบั้มนะ ไม่ใช่แค่ single


โดย: Dr Syntax วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:2:09:11 น.  

 
โฮ่ สุดยอดเลย ไม่คิดว่าจะมีคนชอบหนังเรื่องนี้เเยอะขนาดนี้ .. ไม่รู้จะพูดยังไงเลย ขอบคุณมากๆที่อธิบายประเด็นต่างๆในเรื่องนี้ อืม ตอนที่ดูก้อรู้สึกประมาณว่าเมื่อไหร่จะจบเนี่ย คือรู้สึกหดหู่มาก อาจจะเป็นเพราะติดใจ love letterมาก่อนก้อได้ คือหนังมันคนละแนวเลย อ่า แต่พอดูจบแล้วค่อยๆคิดก้ออ่า โอ้ หนังดีมากๆเลย มีความสุขจังเลยที่ได้เข้ามาดูในเว็บนี้ ดีใจที่มีคนชอบหนังเรื่องนี้เหมือนกัน


โดย: eve IP: 203.209.99.187 วันที่: 11 มีนาคม 2548 เวลา:23:20:34 น.  

 
พูดได้เลยว่า "สุดยอด" เดือนที่แล้วได้ไปดูที่ลิโด้มา เป็นหนังที่ตั้งใจจะไปดู ชอบใบปิดมาก เนื้อเรื่อง ใช่เลย (ปกติไม่ค่อยดูหนังวัยรุ่นซักเท่าไหร่)

ขอบคุณครับ


โดย: tuaya IP: 203.149.6.54 วันที่: 18 มีนาคม 2548 เวลา:17:22:03 น.  

 
จะเชื่อมั้ยว่าชอบมากขนาดแบกโปสเตอร์ที่เป็นสแตนกลับบ้านมาเลย ...


โดย: ... IP: 203.209.98.183 วันที่: 22 มีนาคม 2548 เวลา:14:13:02 น.  

 
ผมได้ดูรอบเดียว ที่ลิโด้ครับ

ติดตาติดใจมาจนถึงวันนี้เลย


โดย: หนอนน้อย IP: 61.91.68.49 วันที่: 22 มีนาคม 2548 เวลา:15:10:02 น.  

 
อยากดูมาก ทำไงจะได้ดู หาซื้อก็ไม่เจอเลย


โดย: ริน IP: 202.176.173.223 วันที่: 3 เมษายน 2548 เวลา:14:11:58 น.  

 
แผ่นลิขสิทธิ์ของ EVS น่าจะออกเร็วๆนี้ครับ


โดย: merveillesxx วันที่: 11 เมษายน 2548 เวลา:21:01:37 น.  

 
อย่าลืมดูHana&Aliceด้วยนะฮะ

น้องยู อ้อย(อาโออิ) น่ารักดี


โดย: อยากได้เป็นDVDมากกว่า IP: 61.91.44.29 วันที่: 15 เมษายน 2548 เวลา:16:08:55 น.  

 
เพิ่งซื้อแผ่น DVD ของแท้ของ Zone 3 ของหนังเรื่องนี้มาครับ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าภาพจะสวยชัดมากน้อยขนาดไหนนะครับ เพราะเท่าที่ทราบมา รู้สึกว่าภาพของแผ่น Zone 1 จะสวยชัดที่สุดนะครับ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าแผ่นเมืองไทยออกมาแล้วภาพจะเป็นอย่างไรบ้างนะครับ


โดย: Tempting Heart วันที่: 20 เมษายน 2548 เวลา:17:44:50 น.  

 
ผมซื้อแผ่นลิขสิทธิ์มาแล้วครับ ในแผ่นตัดฉากไปเที่ยวโอกินาวะออกหมดเลย คือไม่มีเลยอ่ะครับ ใครมีแผ่นsoundtrax ขายหรือรู้ที่ซื้อ บอกผมหน่อยนะครับ
hyper_boyz9@hotmail.com


โดย: boid IP: 58.10.118.63 วันที่: 3 พฤษภาคม 2548 เวลา:10:24:01 น.  

 
แผ่นแท้ ตัดฉากสำคัญไปเยอะเลย ฉากเที่ยวทะเลโอกินาว่า หายไป แต่คงไม่ได้ตัดฉากกระโดดฆ่าตัวตายของทซึดะไปด้วยนะ เพราะในแผ่น เห็นอีกที ก็นอนตายแล้วค่ะ

เสียดายมาก เป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึกอึดอัด เสียใจไปกับแต่ละตัวละคร


โดย: nagoyalover วันที่: 11 พฤษภาคม 2548 เวลา:17:54:29 น.  

 
ดูหนังแล้ว...ทำให้รู้สึกว่าโอ้นี่หรือชีวิต....


โดย: หมูอ้วน IP: 203.151.140.120 วันที่: 13 พฤษภาคม 2548 เวลา:22:52:20 น.  

 
ที่ว่าแผ่นแท้ตัดนั่นคงหมายถึง VCD แล้วล่ะครับ

ส่วน DVD ทุกฉากอยู่ครบ และคุณภาพดีมากๆครับ

เป็น DVD ของ EVS ที่ให้คุณภาพของภาพ และเสียง ได้ดีที่สุด
ตั้งแต่ผมเคยอุดหนุนไอ้ค่ายบ้านี้มาเลย =P

แนะนำเป็นอย่างยิ่งครับ ราคา 145 บาทเท่านั้นเอง
(ข้อติคือไม่มี Feture ให้เลยครับ แต่คงถูไถแหละ เพราะราคาสบายกระเป๋าเหลือเกิน)

ผมเองไม่เคยชอบ อิวาอิ เลยกับหนังของเค้า แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดกับการทำหนังของเค้า
(แผ่นยืนยันครับ ที่ผ่านมาไม่ชอบจริงๆ)

สุดท้าย ผมดูเรื่องนี้แล้วคิดถึงหนังของ คิม คีดุ๊ก อย่าง samaria แล้วก็ bad guy น่ะครับ

ดูแล้วหดหู่ชิบเป้ง แต่หนังมันทำดีจัง =)


โดย: G-Kadam IP: 210.246.72.80 วันที่: 21 พฤษภาคม 2548 เวลา:22:46:28 น.  

 
ขอบคุณครับที่ให้ความกระจ่าง

อึดอัดมาก อ่านคันจิไม่ทัน

หนังน่ากลัวมาก
ผมกำลังอยู่ในสังคมนั้นหรือ....

ชอบสีเขียวครับ


โดย: KiNgKoNg IP: 133.1.223.72 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2548 เวลา:9:13:17 น.  

 
UBCเอามาฉายให้ดู

(ครั้งแรก)
ได้ดูแล้วก็ งงงงงง???(หนังอ่าปากข้าง แล้วพูดว่า "จบแล้วเหรอ")

(ครั้งที่2)
แต่ดูไปดูมาก็รู้ว่าหนังนั้นได้ถ่ายทอดถึงด่านมึดของแต่ละคน ที่ทำเป็นแข็มแข็งแต่ก็ต่างมีแผลในใจด้วยกันทั้งนั้น

สงสารคนภาคแฮะ...(ฮา)


โดย: BlackCat IP: 203.113.41.4 วันที่: 6 เมษายน 2549 เวลา:22:00:54 น.  

 
ไม่ get, ไม่ชอบเลย แต่นางเอกน่ารักดีค่ะ


โดย: ก็มันไม่ชอบอ่ะ IP: 124.120.147.210 วันที่: 7 เมษายน 2549 เวลา:11:38:08 น.  

 
ลิลี่........แน่นอน..ฉันไม่เคยได้ยินชื่อของเธอ............อีเธอร์ฉันไม่รู้จัก เมื่อดูแล้วฉันหลงรักเธอเข้าอย่างจัง....เสียงร้อง...ทำนอง...เอกลักษณ์...ดนตรี..ความคิด...ความเจ็บปวด...ความหวัง.........................ฉันยอมรับว่าดูไม่รู้เรื่องแต่ฉันนั่งดูทั้งวัน 4-5รอบ


โดย: nana IP: 210.1.43.65 วันที่: 6 สิงหาคม 2549 เวลา:15:39:11 น.  

 
พอดูจบก็ตระหนักได้ทันทีเลยว่า ลีลี่ ชูชู คือ อีเธอร์ ของเรา





*ถึงจะถูกมองว่าเลวร้ายแต่เราก็ยังคงรักตัวละคร โฮชิโนะ อยู่ดี


โดย: บลูแคท IP: 61.47.87.5 วันที่: 23 สิงหาคม 2549 เวลา:21:25:33 น.  

 
ขอบคุณที่อธิบายให้ฟังนะคะ
หนังเรื่องนี้...เราดูแล้วเจ็บปวดสุดๆเลย
เพราะเรารู้ว่าพวกเขารู้สึกยังไงอ่ะ
ขอบคุณมากๆๆๆค่ะ :]]

"phillia:sometimes i just wanna scream:im here!"


โดย: ตะวัน IP: 81.96.184.77 วันที่: 21 พฤษภาคม 2550 เวลา:6:00:38 น.  

 
ชอบมากเลยคับ......................
หาหนังแบบนี้อยู่ ตรงใจเลย..................
และอาจจะเพราะหลากหลายเหตุผล......................
ที่ไม่สามารถอธิบายได้หมด.............
หนังทำออกมาเนื้อหาดีมาก(ครั้งแรกที่ดู)............
แต่ยังไม่ได้เก็บรายละเอียด..............
คืออยากมีไว้ดูและเก็บสะสมมากก................
หาซื้อได้ที่ไหนมั่งคับ................


โดย: Just all enough Rock IP: 58.137.54.35 วันที่: 24 พฤษภาคม 2550 เวลา:0:22:15 น.  

 
แรงบัลดาลใจที่มีให้...................
ช่างมากมายเหลือเกิน......................
กังสดาลแห่งแรงบันดาลใจที่ให้ช่างก้อง................
ในความมืดมิด.......


โดย: Just all enough Rock IP: 58.137.54.35 วันที่: 24 พฤษภาคม 2550 เวลา:1:05:55 น.  

 
ดีใจที่ได้ดู จะพยายามตามเก็บไว้ให้ได้ ยินดีที่ได้อ่านครับ


โดย: oldple IP: 124.121.162.128 วันที่: 24 พฤษภาคม 2550 เวลา:13:53:14 น.  

 
ดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรก ติดใจทันที
ทั้งเนื่อเรื่องที่เข้มข้น แต่ก็แฝงไว้ด้วยความอ่อนไหว
ชอบภาพพจน์ของลิลี่มากๆค่ะ ดีแล้วล่ะที่ไม่ปรากฎตัวออกมา
เพราะมันทำให้หนังเรื่องนี้ดูมีมนต์ขลังมากจริงๆ
เสียงของ salyu ได้ใจสุดๆ


โดย: Jinny IP: 125.25.145.119 วันที่: 24 พฤษภาคม 2550 เวลา:20:37:07 น.  

 
พึ่งได้ดูในubcเมื่อวันพุธที่ผ่านมาเอง
รู้สึกเหมือนโดนสะกดเลย
.
.
.
ถ้าอีเธอร์คืออะไรก็ได้ที่ยังมีชีวิต
.
.
.
งั้นผนก้อคงสูญเสียมันไปแล้ว


โดย: ผู้ที่สูญเสียอีเธอร์ IP: 58.9.56.68 วันที่: 25 พฤษภาคม 2550 เวลา:0:25:35 น.  

 
กว่าจาหาซื้อแผ่นหนังเรื่องนี้มันชั่งยากเย็นเหลือเกิน
กลายเป็นของหายากไปเลย
เข้าใจว่าในเรื่องแฝงเรื่องการเกิดใหม่ไว้ด้วยจากที่เห็นชัดๆนะ
แต่ละคนเกิดใหม่แล้วไม่ใช่กว่าจาดี
อยาก โฮชิโนะ จมน้ำที่โอกินาวะจากนั้นก้อกลายเป็นคนละคน
แต่ก้อมีบางที่คนที่ไม่สามารถที่จะเกิดใหม่ได้อีกครั้งได้
อยากทซึดะ ถ้าเข้าใจไม่ผิด
น่าเศร้าจิงๆ
จิงๆแล้ว อีเธอร์ คือ อะไรกันแน่


โดย: ผู้ที่สูญเสียอีเธอร์ IP: 58.9.49.235 วันที่: 26 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:48:54 น.  

 
ถึงจะดูไม่รู้เรื่อง
แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความหดหู่
ชอบจัง
ถ้าได้ดูอีกซักรอบ อาจจะเข้าใจกว่านี้
และคงหดหู่กว่านี้

บางที สงสัย ว่าฉันมีอีเธอร์หรือไม่


โดย: - IP: 58.8.72.148 วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:0:09:07 น.  

 
ชอบมากๆเลยคะนังเรื่องนี้
ดูในUBC ดูแล้วประทับใจมาก
อยากจะดูอีกหลายๆครั้ง

ชอบการถ่ายภาพ สีสัน สุดยอด
เนื้อเรื่องประทับใจสุดๆ

เพลงของlily chou chouเพราะมากๆ


โดย: minority IP: 58.147.94.128 วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:23:07:20 น.  

 
เเล้ว เด็กผู้ หญิง อีกคนนึงอะ คนที่ผมยาวๆมีหน้าม้าด้วยอะ(จำชื่อไม่ได้เเล้ว) ชอบอะน่ารักดี สุดท้ายตายหรอ??
ทำมัยอะ?? เพราะอะไร?ๆ

ปล. หนังเเปลกดี ดูไม่เข้าใจ เเต่ก้ออยากดูอีก(ไว้กลับไปดูอีกดีกว่า)

ตอบ..ด้วยน้า.........................................เเล้วจาเข้ามาอีก


โดย: KaEw IP: 222.123.66.181 วันที่: 12 สิงหาคม 2550 เวลา:18:20:46 น.  

 
เข้าใจเเล้ว เข้าใจเเล้ว ค่ะ
ว่า ทสึดะ (คนที่ผมยาวๆมีหน้าม้าด้วย)
หนังเรื่อง นี้ ทำ ให้ ประทับใจ จริง ๆ เลย อะ
ชอบๆๆๆ

อยาก พูด ถึง เรื่อง นี้ กับ คน เยอะๆ จัง
เเล้ว จา เค้า มา อีก นะ คะ ๆ ๆ
happii_alifez@hotmail.com


โดย: KaEw IP: 222.123.66.181 วันที่: 12 สิงหาคม 2550 เวลา:21:46:39 น.  

 
อ๋อ คือว่าเป็นเเบบ นี้นี่ เอง
เเผ่นที่ดูอะ ตัด ฉากที่น่าสนใจ ออกไป เอ้อ....อ!~ๆๆ น่าเสียดาย ชะมัดเลย เน๊อะ TT_TT อดดูเลย
อยากดูแบบเต็มๆจัง เลย อ่า


โดย: KaEw IP: 222.123.66.181 วันที่: 12 สิงหาคม 2550 เวลา:23:27:01 น.  

 
อีเธอร์ .....
ความรัก....
เพื่อน......
ความหวัง....
สายลม....
แด่เธอ ความหมายของการมีชีวิต
จากไป.....? ห่างหาย เดียวดาย .....?
ท้องทุ่ง สีเขียว บางครั้งก้อกลายเป็นสีเหลือง หายไป..?
ท้องฟ้า โบยบิน ไร้จุดหมายชีวิตคือ ....?
เหตุผลของการมีชีวิต......? อยู่ไป....?เหตุผล
ความรู้สึกชึ้งบอกไม่ถูก ไม่เข้าใจ แต่มันล้นออกมาจากสมองหลังจากหนังจบ



โดย: เหมันต์ IP: 124.120.165.193 วันที่: 7 กันยายน 2550 เวลา:2:46:39 น.  

 
เมื่อคืนเราดูเรื่องนี้ ที่ช่อง true vision
รู้สึกชอบหนังมากๆๆๆ
เหมือนกับบ้าคลั่ง
อยากได้เพลง ของ lily chou chou
อยากดุ concert เเละที่สำคัญ
อยากเเสดงเรื่องนี้จิง


โดย: รัตติกาล.....ช่วงชิง IP: 58.9.189.197 วันที่: 7 กันยายน 2550 เวลา:11:03:29 น.  

 
ใครชอบแอดมาคุย
Lily-Chou-Chou@hotmail.com


โดย: แมวสีฟ้า IP: 125.25.169.195 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:14:30:55 น.  

 
เพิ่งดูมาเมื่อกี้.................
สงสัย.............................
สับสน............................
ข้องใจ...........................
เหมือนมีอะไรเกิดขึ้นสักอย่าง
แต่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไร.......
นั่นสินะ ... แล้วมันเกิดอะไร
ใครก็ได้ บอกฉันหน่อยว่ามันเกิดอะไร


โดย: gm IP: 202.12.97.115 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:2:03:23 น.  

 
เพิ่งดูจบมะกี้
...........................
ไม่เข้าใจ................
แต่รู้สึกดี................
เงียบเหงา...............
แต่มีความหวัง.........
สันสน...................
แต่คงเข้าใจ............
เริ่มต้น.............ไม่มี
สิ้นสุด.............ไม่มี
ขอบคุณ................


โดย: ชายอ้น IP: 125.24.173.115 วันที่: 11 ตุลาคม 2550 เวลา:5:28:54 น.  

 
ชอบตัวหนัง+++เนื้อเรื่อง+++เพลง LiLY Chou Chou ด้วย ดูมาตั้งนานแล้ว ซ้ำๆๆหลายครั้งแล้ว แต่เราเพิ่งจะรู้ก็วันนี้เองว่า VCD ตัดฉากบางฉากไป ใครพอจะทราบว่าหา DVD ได้ที่ไหนช่วยบอกที ?
ส่วนใครที่ชอบเพลง เข้าไปโหลดที่ web นี้ได้เล้ย
www.songhunting.com
แค่พิมพ์คำว่า LiLY Chou Chou ก็โหลดได้เลย


โดย: BlueFish IP: 203.146.63.189 วันที่: 12 ตุลาคม 2550 เวลา:2:40:43 น.  

 
เป็นหนังที่ดีที่สุดที่เคยดู

ตอบเม้นท์ที่39 DVD ก็มีฉากที่ตัดไปครับ


โดย: หมอกภูเขา IP: 58.9.53.214 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:23:26 น.  

 
หลงเข้ามาอ่านครับ.. เป็นหนังไม่กี่เรื่องของผม
ที่ดูรอบแรกเสร็จ แล้วดูใหม่ต่ออีกครั้งทันที
(ขนาดตั้งใจดูแล้วด้วย..)


โดย: Baritoreca IP: 58.9.140.9 วันที่: 13 มีนาคม 2551 เวลา:3:35:21 น.  

 
หาซื้อดีวีดีไม่ได้เลยอ่ะ


โดย: เปียว IP: 61.19.66.206 วันที่: 29 มีนาคม 2551 เวลา:14:50:41 น.  

 
ผมดูแล้วคล้าย ๆ กับโฆษณาที่ละครบ้านเราเป็นอยู่ตอนนี้ สปอร์เซอร์หลักน่าจะเป็น Sony เพราะเครื่องเล่น CD ยี่ห้อSony เหมือนกันหมดและตั้งใจ Cost up ให้เห็นยี่ห้ออีกต่างหาก แม้แต่ข้างศพทซึดะก็ยังตั้งใจให้เห็นเครื่องเล่น CD ของ Sony ให้ชัดเชียวก็เข้าใจล่ะนะว่าฟังเพลงก่อนดิ่งลงมาแต่ตามหลักความสุงขนาดนั้นเครื่องเล่นต้องเปิดเปิงกระจุยไปแล้ว ปี 2001 น่าจะเป็นช่วง Launch ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ออกมาหรือออกมาสักพักแล้ว และโทรศัทพ์มือถือที่โทรกันจังน่ะเป็น Motorola หมดเลย เสาส่งสัญญาณที่ปรากฏในฉากคงจะเป็น Base Station ของ Moto เช่นกัน ไม่เชื่อก็ดู Sub ช่วงสุดท้ายสิครับพรึบเลย และตามเคยของหนังญี่ปุ่น จะต้องมีเครื่องกดเครื่องดื่มกระป๋อง

ก็ O.K นะครับสำหรับความคิดเห็นของบางท่านที่กล่าวในประเดินหลักเรื่องภัยของเทคโนโลยีกับเด็ก ๆ ที่วุฒิภาวะยังไม่พร้อม มันใช่เลย คิดว่าที่ญี่ปุ่นมีความรุนแรงมากกว่าประเทศอื่น เพราะเป็นประเทศแพ้สงครามคนรุ่นถัดมาจึงตั้งหน้าตั้งตาทำงานหนักมากเพื่อสร้างประเทศขึ้นมาใหม่ไม่มีเวลาอบรมสั่งสอนลูกแต่มีเวลาวิพากษ์วิจารณ์สังคมและข่าวสารทางทีวีและสนใจแต่เรื่องตัวเองและทิ้งให้ลูกอยู่ตามลำพังกับเทคโนโลยีประเภทต่าง ๆ ประกอบกับระบบ Networking Communication System ของญี่ปุ่นถือว่าดีที่สุดในโลก การเชื่อมต่อทาง Internet หรือ โทรศัพท์มือถือก็ง่ายและรวดเร็วเชียวผิดกับการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนด้วยกันในสังคมกลับยิ่งห่างเหินออกไปเรื่อย ๆ ประเทศของเขาจึงมีปัญหาในลักษณะเฉพาะกับกลุ่มคนอีกรุ่นที่เป็นลูกหลานของคนรุ่นสร้างชาติใหม่ที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่กับเทคโนโลยี่และสื่อต่าง ๆ โดยปราศจากการดูแล ปัญหาก็รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้แหละครับ นั่นคือปัญหาเด็กหนีออกจากบ้านไปเป็นอันตพาล ปัญหากลุ่มคนโอโตกุ หรือกลุ่มเด็กฮิคิโคโมริ ไง เขาก็ยังแก้กันไม่ได้ แม้แต่ "ยากุซ่า" ก็พัฒนาขยายตัวลามไปทั่วโลกแล้ว ประเทศเขาได้รับการจัดอันดับจำนวนคนฆ่าตัวตายมากที่สุดในโลก ถ้าเจ้าโฮชิโนะไม่ตายก็มีหวังครับอนาคตยากุซ่ากันทั้งแก๊งค์ แม้แต่ยายซากิก็คงกลายเป็นมาม่าซังไปเลย พระเอกเราก็อาจพัฒนาเป็นฆาตกรต่อเนื่องโรคจิต เพราะความเก็บกด และโกรธสังคม หลัง ๆ เห็นไหมครับว่าเริ่มมีอาการหลงผิด ได้ยินเสียงในหัว อาการชัด ๆ ของโรคประสาทขั้นสุดท้ายก่อนบ้าน่ะครับ เห็นไหมว่าเขาแก้ปัญหาด้วยวิธีรุนแรงที่สุดกว่าทุกคนในเรื่องที่เคยทำกับเขาเสียอีก

ทั้งที่หนังพาให้เห็นถึงความธรรมดาของนักร้องยอดนิยมที่ใช้คนหน้าตาเพลน ๆ ทั่ว ๆ ไป (ไม่สวยด้วยซ้ำ) แต่ใช้การโปรโมทแบบแปลก ๆ ให้เข้ากับแนวเพลงคล้าย R&B ผสมงานดนตรีแบบบทสวด (คือเพลงที่ตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่ซ้ำทำนองเดิมไม่ก็แกว่งไปมาให้มันโหย ๆ เข้าไว้) เพื่อให้โดนคลื่นความโหว่งในสมองและแหย่เข้าไปสู่ระบบความเชื่อทางศาสนาในจิตใจผู้ฟังเป็นหลักการทาง คนเหงาฟังเป็นโดนเชียว เป็นหลัก marketing ในการหาอัตลักษณ์ให้กับตัวศิลปินในการออกเพลงอยู่แล้ว และงานที่เป็นปกติของนักร้องญี่ปุ่นทั่ว ๆ ไป คือ ทำงานกลุ่ม แยกวง และมีคน back up มีคนแต่งเนื้อให้..ประมาณนี้ เหมือนกันว่าลิลี่ ชูว์ชูว์ ใช้ชีวิตในโลกศิลปินตามปกติของเขา แต่คนฟัง (บรรดาผู้อ่อนไหวและอ่อนแอ) ก็จะจมลงไปลึกจนผิดปกติ จนต่อยอดและอุปโลกคำจำกัดความว่า "อีเธอร์" แทนดินแดนในใจที่ไม่มีจริงแต่คิดขึ้นเองเพื่อให้เป็นพื้นที่ร่วมกันในการหนีเข้าไปสู่ภวังค์ฝันซ่อนตัวจากชีวิตที่เจ็บปวดหรือแม้กระทั่งจากความผิดของตัวเอง

ขอแชร์มุมมองของผมต่อเนื้อเรื่องหน่อยครับ ผมว่าคนที่เข้าใจวัยรุ่นที่สุดเป็นครูพละชุดสีเหลืองต่างหากที่พยายามเปลี่ยนความคิดของแม่พระเอก แต่เธอ Ego สูงตามสไตล์ผู้ใหญ่หัวเก่าแกจึงทำไม่สำเร็จ และแกก็ไม่มีโอกาสจะช่วยส่างปัญหาให้พระเอกได้เพราะไม่ใช่ครูประจำชั้น ส่วนยายครูผู้หญิงอยู่ใกล้แต่กลับหนีปัญหาเลี่ยงการปะทะไปโต้ง ๆ (คล้าย ๆ กลัวเด็กเกเรด้วยนะ ดูจากตอนรูปวาดสิ ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำตาเป็นไข่ห่านอย่างเดียว) เชื่อเถิดว่าถ้าพระเอกเล่าความจริงให้ฟังเธอก็คงทำเป็นแถ ๆ ไปตามสไตล์คนที่กอดเก้าอี้โต๊ะทำงานไว้แน่นั่นแหละ เจ้าพระเอกเลยเลือกที่จะไม่เล่าไงเพราะ เคยฟ้องทีตอนเอ๊าะไปนอนห้องพยาบายกลายเป็นโดนพวกนั้นเช็คบิลซะ ส่วนเจ้ารุ่นพี่ซาซากิน่าจะไม่ใช่คนกล้าตัวจริงที่จะช่วยทซิดะได้เพราะถ้าเขากล้าจริงคงไม่ใช้พระเอกไปขอนัดแทนหรอกครับ ทซิดะจึงไม่เลือกเขาไง เลือกที่จะตายอย่างเดียว สังเกตุจากความรังเกียจตัวเองของเธอหลังจากขายตัวถึงกับลงไปอาบน้ำเน่าอาจคิดว่าสะอาดกว่าตัวเอง และเกลียดสังคมที่เงินเป็นใหญ่ จนกับเอาเท้าบดขยี้เงินที่เป็นค่าตัว แถมในฉากอื่นมีตัวละครก่นด่าเงินด้วยนะ สงสัยคนเขียนบทซึมลึกการต่อต้านระบบทุนนิยมอยู่ในใจ
ที่สำคัญคือคุณค่าของคำว่า"เพื่อน" ที่ไม่มีความหมายในเรื่องนี้ แต่กลายเป็นสิ่งบุคคลได้ใช้ล่อลวงเพื่อนไปทำลาย หลอกใช้ กดขี่ และกระทำรุนแรง ยิ่งว่าเป็นศัตรูกันโต้ง ๆ ซะอีก มันเจ็บกว่าจริงไหมครับ สุดท้ายใช้ทำลายความหวังสุดท้ายของบุคคลที่คอยให้เพื่อนที่เปลี้ยนไป๋กลับมาเหมือนเดิมทั้งที่ผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า (เรายังช่วยลุ้นเลย) นอกจากไม่มีวันนั้นแล้วแถมฟางเส้นสุดท้ายก็มาขาดดูเจ้าโฮชิโนะขยี้ตั๋วดูคอนเสริตของพระเอกทิ้งต่อหน้าต่อตาทั้งที่ไปซื้อน้ำมาให้มันกินแท้ ๆ (คิดว่าตอนนั้นพระเอกมันทำใจยอมเปลี่ยนที่นั่งกับเจ้าโฮชิโนะแล้วก็ตาม) ทั้งที่พระเอกไปซื้อตั๋วผีก็ไม่ได้เลย Peak ขึ้นไปใหญ่ แถมดู MV หน้างาน เห็นตอนจบ MV เป็นตัว B (พระเอกคงเหมาเป็นตุตะเอาเองว่าเป็นสาสน์จากลิลี่ให้กำจัด Blue Cat สนับสนุนมั้ง) นี่คือเหตุผมที่เจ้าโฮชิโนะต้องรับกรรมที่ก่อไงครับ (แล้วเรากลายมาเป็นฝ่ายฆาตรกรโดยปริยาย)

ทีมผลิตของหนังเรื่องนี้ทำงานได้ดีมาก การทิ้งโจทย์และคำถามต่อในใจให้คนดูถือว่าทำสำเร็จ ไม่สรุป ปล่อยผู้ชมไว้กับโจทย์ทั้งหมดนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ทุกคนครุ่นคิดและมีหนังเรื่องนี้วนเวียนอยู่ในหัวหลายวันไง เราไม่ชินใช่ไหม...เพราะละครไทยหนักไปทางป้อนและยัดเหยียด นาน ๆ เจอหนังเชิงจิตวิทยา (บวกโฆษณา ว่าจะไม่แขว่แล้วเชียว ขอโทษทนไม่ได้) มาทีแถมภาพก็ส่ายซะโคตะระประหยัดค่าเครนและ รางลากไปโขเลย มิน่าคนท้องไส้ไม่ดีพาลจะเอาะ ถ้าคนเป็นโรคบ้านหมุนไม่ต้องห่วงเลยแหวะแน่ คุณเคยดูหนังฝรั่งทุเรศบางเรื่องไหมล่ะส่ายไปมาจนทำกล้องตกด้วยแถมไม่ตัดออกอีกต่างหากมันรู้จะแกล้งคนดูหรือจำเป็นต้องให้เวลามันแป๊ะก็ไม่รู้

ขอบคุณครับสำหรับผู้ทนอ่าน....


โดย: คนขวางโลก IP: 58.136.207.126 วันที่: 14 เมษายน 2551 เวลา:17:57:19 น.  

 
ผมดูจากวีซีดีพากย์ไทย
ปรากฎว่าหลายฉากถูกตัดทิ้งหมดเลย
ทั้งฉากโอกินาว่าเอย
ฉากร้องไห้ของยูอิจิที่พาคุโน่ไปโดนทำร้าย
หฃายฉากมากๆ
งงมากๆ แต่เท่าที่ดูคือ ชอบมาก
ชอบอารมณ์ของหนังทีหม่นหมองได้ใจ
รู้ซึ้งถึงความลำบากของเด็กๆเหล่านี้
ที่พวกเขาเพิ่งจะม.ต้นเอง
ความเหงาของมิว กับความเจ็บปวดของโต้ง
เทียบกันไม่ได้เลย
(เกี่ยวไหมเนี่ย)
เมื่อหนังจบมันทำให้เราย้อนตัวเองไปเมื่อสมัยม.ต้น
สมัยประถม และตลอดเวลาที่ผ่านมา
ว่าเราเคยทำอะไรอย่างเต็มที่และดีที่สุดบ้างหรือไม่


โดย: nu_JAKE IP: 125.27.94.107 วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:8:24:36 น.  

 
คนพูดถึงกันเยอะจังเรื่องนี้ ต้องไปหามาดูเสียหน่อย
หาแผ่นยากไหมเนี่ย


โดย: คนขับช้า วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:21:02 น.  

 
หายใจ...
หายใจ...
หายใจ...

อยากได้ vcd หรือ dvdเรื่องนี้
จะหาให้เจอ...


โดย: taowtaley IP: 124.121.159.185 วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:3:38:25 น.  

 
อีกคนหนึ่งที่หลงรัก Lily
และ........Blue Cat

ใครที่ได้ดูคงจะนึกเกลียดโฮชิโนะอยู่ไม่น้อย
เราเองก็เหมือนกัน
ตอนที่ดูครั้งแรกรู้สึกว่าโฮชิโนะเนี่ย เลวจริงๆเลย
เกลียดคนแบบนี้ที่สุด

แต่พอได้มาดูฉากที่ไปโอกินาว่า
ได้เห็นตัวตนของเค้าในอีกด้านนึง
ก็รู้สึกแปลกไป
กลายเป็นความสงสาร
โดยเฉพาะตอนที่เค้าฟังเพลงอยู่กลางทุ่ง
แล้วอยู่ดีๆก็กรีดร้องออกมา
รู้สึกได้ถึงความเจ็บช้ำของเค้า
เป็นเหมือนการบอกว่า
คนที่เรามองว่าเลว
เค้าอาจผ่านชีวิตที่น่าสงสารมากๆก็ได้

เหมือนกับประโยคนึงที่เราเคยอ่านมา เขาบอกว่า

"โลกนี้ไม่มีคนชั่วช้าหรอก มีแต่คนที่น่าสงสารและต้องการความรักมากกว่า"


โดย: Unspoken IP: 117.47.233.251 วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:14:40:23 น.  

 
สำหรับผมแล้ว ชอบมากนะ หนังเรื่องนี้
ผู้กำกับสื่อเรื่องราวออกมาได้มีเสน่ห์มากนะ

ผมว่าประเด็นของหนังหลักๆแล้ว
(ความคิดเห็นส่วนตัวนะ)
เป็นเรื่องราวของการหาทางออกของวัยรุ่น
ที่ต้องเจอกับเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆในชีวิต
ซึ่งตัวละครแต่ละตัวนั้น มีวิธีการหา ทางออกต่างๆกันออกไป
(ถ้าใครดูแล้วจะรู้...)
โดยเฉพาะตัวเอกนั้น การได้เสพเพลงของ ลิลลี่ ท่ามกลาง
ทุ่งหญ้าสีเขียวนั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่ ทำให้เค้าหลุดจากโลกอันเลวร้ายที่ตนประสบอยู่
ซึ่งเป็นทางออกที่เค้าเลือก
เหมือนกับตัวละครหลายๆตัวในเรื่องที่ มีวิธีการแสดงออกที่ต่างกันออกไป
-ทั้งการทำตัวเป็นหัวโจก
-การฆ่าตัวตาย
-และผมไม่แน่ใจว่าผู้หญิงอีกคนที่ ตัวเอกนั้นชอบอยู่
เธอไปสกินเฮดผมเองหรือปล่าว หลังจากที่เธนโดนข่มขืนมา

ซึ่งในเรื่องนั้น
Lily Chou Chou ถ้าให้ฉันมอง
เหมือนกับสิ่งที่ยึดเหนี่ยวของเด็กกลุ่มนี้
โดยมีบทเพลงของเธอเป็นตัวเชื่อมต่อความรู้สึกถึงกัน

เพราะว่า "คนเราจะต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจมากที่สุดก็ต่อเมื่อรู้สึกว่าชีวิต ตกอยู่ในสภาวะเลวร้ายที่สุด"


ผมคงไม่อยากมานั่งวิเคราะห์ บุคลิกของตัวละครรายตัว
ผมคิดว่า สำหรับใครที่ตั้งใจดูหนังเรื่องนี้ น่าจะรับรู้และรู้สึกได้

แต่สำหรับผม แก่นของหนังเรื่องนี้นั้นมัน น่าสนใจมากจริงๆ
ชอบทุกฉากที่ผู้กำกับเค้าสื่อออกมาครับ
เป็นหนังญี่ปุ่นอีกเรื่องที่ละเอียดอ่อนแล้วก็มีเสน่ห์มากครับ

กำแพงในใจมันจะเริ่มหนาและสูงชันขึ้น ก็ต่อเมื่อโลกภายนอกมันเริ่มจะเลวร้ายขึ้นทุกทีๆ

ปล. เพลงในหนังทุกเพลงนั้น สะกดผมได้หมดทุกเพลงจริงๆ ผมเล่นดนตรี แต่เรียนนิเทศฯ ผมจึงลึกซึ้งกับสิ่งเหล่านี้ได้ดีเท่านั้นเอง


โดย: Linkin_noom IP: 58.8.156.65 วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:20:48:54 น.  

 


เป็นหนังที่สะเทือนอารมณ์ได้ดีมาก

ชอบจนต้องไปหามาดูอีกทีทั้งที่
ไม่รู้จัก lily เลย


โดย: cayote IP: 124.120.204.161 วันที่: 17 ตุลาคม 2551 เวลา:15:49:18 น.  

 
ไม่เก็ตหนังเลยอะค่ะ ดูแล้วเผลอหลับ
คนที่ดูสนุกนี้คือ อ่านเรื่องย่อไปก่อนป่ะคะ


โดย: natsumi IP: 125.27.95.35 วันที่: 26 ตุลาคม 2551 เวลา:8:43:10 น.  

 
ดูจบเมื่อวานนี้่เอง ทั้งๆที่ได้ยินเรื่องนี้มานานมาก

ดูจบแล้วแอบบงงอย่างมาก ถ้าไม่มาอ่านreviewของคุณ นี่มองไม่เห็นภาพเลยนะเนี่ย ขอบคุณที่เขียนreviewดีๆนะค่ะ

สงสัยต้องกลับไปดูอีกรอบแล้วค่ะ


โดย: cassecou วันที่: 24 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:56:39 น.  

 
เพิ่งได้แผ่นมาไม่นานนี้เองค่ะ

ไม่สายไปใช่ป่าว ฮ่าๆๆๆ

สำหรับเรา อีเทอร์ของเรา

คิดว่าเป็น eternity นะค่ะ

และเพิ่มเติมนิดนึงว่า

ฉาก "ยูอิจิขี่จักรยานไปกับแก๊ง ตอนที่
มีคนเรียกยู แล้วให้เงินเขา" นะค่ะ

เราคิดต่างออกไปนะค่ะ
คิดว่าผู้ชายคนนั้นคือ สามีใหม่ของแม่น่ะค่ะ
เพราะถ้อยคำที่ใช้ไม่เหมือนพ่อคุยกับลูก
ความสนิทสนมมันไม่ให้น่ะค่ะ
พอตอนกลับมาที่บ้านก้อมีแม่กับเค้าที่อยู่ที่บ้านนะค่ะ
สังเกตว่าฉากที่บ้านยูอิจิ มักจะมีแค่แม่และเขาอยู่สองคน

อย่างไรเสีย อาจจะเป็นอย่างที่คุณบอกเอาไว้
ว่าเป็นพ่อของเขาเอง

ยังไงเราก้อต้องหยิบมาดูอีกรอบนึงแล้วล่ะค่ะ

ส่วนตัวแล้วไม่ได้ชื่นชอบเพลงของ Lily มากเท่ากับ
งานของ Debussy

และไม่ได้หดหูไปกับหนังมากนัก

ถึงจะเศร้าลึก แต่ยังไงทุ่งหญ้าก้อยังเป็นสีเขียวนี่ค่ะ..

...หวังว่าอีเทอร์ยังคงอยู่กับคุณ




โดย: แมวเขียว IP: 202.176.108.152 วันที่: 7 ธันวาคม 2551 เวลา:21:41:18 น.  

 
อ่านในบล็อคนี่ถึงจะเข้าใจในความหมายของหนังนะเนี่ย

มิน่า...

ท่าทางแอบแฝงอะไรไว้ให้ค้นหามากเรย

ชอบมากค่ะ
เรื่อง "LinLy CHOU CHOU"


โดย: JACK IP: 202.57.170.70 วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:22:53:57 น.  

 
จะนานเท่าไร lily chou-chou ก็ยังมีเธอ


โดย: cos IP: 125.24.219.137 วันที่: 9 มกราคม 2552 เวลา:9:48:07 น.  

 
เพื่อนเพิ่งแนะนำหนังเรื่องนี้อ่ะค่ะ

ที่ผ่านมาไม่รุ้เราไปหลบอยุ่ในมุมไหนถึงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลย

ตอนนี้อ่านรีวิวแล้ว ฟังจากเพื่อนเล่าแล้ว

รู้สึกอยากดูเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ

อยากดูแบบที่ไม่ตัดแล้วก็เป็นซาวน์แทรคด้วย

มีใครพอจะแนะนำได้บ้างมั้ยคะว่าจะหาดีวีดีได้จากไหน

ตอนนี้อยากดูมากจริงๆค่ะ ^^


โดย: อยากเข้าใจคำว่า...อีเธอร์ IP: 158.108.152.123 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:1:57:36 น.  

 
=================================

หลงเข้ามาอ่านในนี้อีกรอบครับ ... !!!

หมดความสงสัยแล้วครับ ว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงมีกลิ่นอาย คล้ายๆกับเรื่อง อีวาเกเลี่ยน

เพราะรู้มาว่า หนังที่เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของหนังเรื่องนี้คือเรื่อง Love & Pop (1998)

ซึ่งผู้กำกับหนังเรื่องนี้ก็เป็นผู้กำกับเดียวกันกับเรื่อง อีวาเกเลี่ยน ด้วย !!

ซึ่งเป็นหนังที่ดีมากอีกเรื่องหนึ่งเลยครับ รู้สึกถึงกลิ่นอายแบบเดียวกันกับเรื่อง Lily เลย

ลองไปหากันมาดูซิครับ รับรองติดใจพอๆกับ Lily เลย ( เพลงเพราะด้วยแหละ )

ป.ล. หนังเรื่อง Lily ผมได้แผ่นมาดูจาก ร้านเฟมท่าพระจันทร์ ครับ รับรองไม่มีตัด

=================================


โดย: Baritoreca IP: 117.121.208.2 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:14:01 น.  

 
ดูครั้งแรกแทบช็อค
ความรุ้สึกบอกไม่ถูก
หดหู่ ... หดหู่ อะไรเช่นนี้
แต่สวยงามจริง ๆ
เพลงเพราะมั่กมาย

ซื้อแผ่นมาเกบไว้ แต่มันตัด อะ
ตามหาที่ไม่ตัดอยู่
ใครหาได้จากที่ไหนบ้าง อะ



โดย: Finding Ether IP: 203.170.231.232 วันที่: 20 มีนาคม 2552 เวลา:12:46:55 น.  

 
เพิ่งได้ดูเมื่อ สัปดาห์ที่แล้ว
แต่ทั้งเรื่องยังวนเวียนอยู่ในหัว
เป็นหนังที่ดึงจากหัวไม่ออกเลยคับ
ชอบ


โดย: โจ้ IP: 58.9.204.110 วันที่: 6 เมษายน 2552 เวลา:20:06:28 น.  

 
ชอบมากเรยนะสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้
ถึงบางคนจะไม่เข้าใจว่าตัวเรื่องต้องการ
จะสื่ออะไรแต่อย่างน้อยก็มีอีกหลายคน
ที่เข้าใจมัน เป็นเรื่องที่ธรรมดานะสำหรับ
หนังทุกเรื่อง เมื่อเราดูแล้วเราก็ต้องมี
วิจารณญาณ...

แต่ถึงยังไงเราก็ชอบหนังเรื่องนี้นะ
อีกเรื่องที่อยากให้ดูกันด้วยก็
nada sou sou รักแรก รักเดียว รักเธอ
ดูหนังญี่ปุ่นแล้วก็อย่าลืมสนับสนุนหนัง
ของบ้านเรากันด้วยนะ ^^


โดย: hpsamurai7 IP: 115.87.54.110 วันที่: 13 มิถุนายน 2553 เวลา:20:21:41 น.  

 
ขอบคุณเจ้าของข้อมูลมากค่ะ
ได้ดูตั้งแต่เมื่อ5ปีที่แล้วแล้วปัจจุบันนี้ก็ยังดูอยู่ รู้สึกดีใจมากน้ะที่มีคนชอบหนังเรื่องนี้เยอะขนาดนี้..

หนังเรื่องนี้จะเคียงคู่ไปกับอาราเบซของเรา..


โดย: tookatika IP: 124.121.8.10 วันที่: 20 กรกฎาคม 2553 เวลา:19:01:17 น.  

 
เมื่อกี้ดูลิลิชูชูอีกรอบ เพิ่งคิดได้ว่า

ที่โฮชิโนะเป็นแบบนั้น อาจจะเพราะเขาอยากตาย แต่ไม่กล้าฆ่าตัวตาย จำได้ไหมตอนไปโอกินาว่า ตาลุงนั่นบอกทำให้โฮชิโนะรู้ว่า ตนเองนำสิ่งไม่ดีมา(เงินที่นำมาใช้เป็นเงินที่ขโมยมา) โฮชิโนะเลยมีเภทภัย ทำให้เสียไป2จาก7ชีวิต

โฮชิโนะอยากตาย เขาเลยพยายามฆ่า5ชีวิตที่เหลือของตัวเองด้วยการหาเงินสกปรก ด้วยวิธีต่างๆ

ก็เพราะเขาฝังใจในตอนไปโอกินาว่าตอนนั้นเอง


โดย: นอนเช้า IP: 115.87.134.26 วันที่: 2 สิงหาคม 2553 เวลา:1:44:28 น.  

 
เพิ่งมีโอกาสได้ดู ไม่รู้เรื่องย่ออะไรมาก่อนเลย ตอนแรกนึกว่าจะเป็นหนังใสๆ ดราม่านิดๆ แต่พอดูๆ ไปเรื่อยๆ หลังกลับจากโอกินาว่านี่รู้สึกหดหู่ห่อเหี่ยวมาก

“ปี 1999 นอสตราดามุสทำนายผิด โลกไม่ได้จบสิ้น
...หากคำทำนายนั้นเป็นจริง
...หากชีวิตฉันถึงกาลอวสาน
ฉันคงมีความสุขกว่านี้”

ได้แต่เฮ้ออออ..

แต่ชอบนะ ปกติหนังสไตล์เนิบๆ แบบนี้ดูแล้วดูอีก 2 รอบขึ้นไปกว่าจะจบ
แต่เรื่องนี้มันกด stop ไม่ลงจริงๆ อยากรู้ว่าสุดท้ายเรื่องราวจะคลี่คลายไปในแนวทางไหน ซึ่งก็สรุปได้โอเคนะ

"ถึงโลกทั้งโลกเป็นสีเทา แต่ทุ่งข้าวยังคงสีเขียวขจี"



โดย: gimbo IP: 202.29.21.52 วันที่: 25 สิงหาคม 2553 เวลา:12:25:48 น.  

 
อุบัติเหตุของชีวิตนี่มันเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตไปชั่วนิรันดร์จริงๆครับ


โดย: เล็ก IP: 124.120.220.100 วันที่: 1 กันยายน 2553 เวลา:16:31:05 น.  

 
แด่ ฮีเธอร์ แด่ เพื่อนของเราทุกคน


โดย: river IP: 113.53.161.209 วันที่: 2 กันยายน 2553 เวลา:11:01:36 น.  

 
แต่บางทีก็สงสัยนะคับ ว่าเพื่อนกลุ่มใหญ่ของพระเอก พวกเพื่อนตอนที่ไปโอกินาว่ากัน มันหายไปไหนหมดหลังจากที่โฮชิโนะเปลี่ยนไป


โดย: Benzene IP: 125.24.49.35 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:51:11 น.  

 
เมื่อกี้ดูลิลิชูชูอีกรอบ เพิ่งคิดได้ว่า

ที่โฮชิโนะเป็นแบบนั้น อาจจะเพราะเขาอยากตาย แต่ไม่กล้าฆ่าตัวตาย จำได้ไหมตอนไปโอกินาว่า ตาลุงนั่นบอกทำให้โฮชิโนะรู้ว่า ตนเองนำสิ่งไม่ดีมา(เงินที่นำมาใช้เป็นเงินที่ขโมยมา) โฮชิโนะเลยมีเภทภัย ทำให้เสียไป2จาก7ชีวิต

โฮชิโนะอยากตาย เขาเลยพยายามฆ่า5ชีวิตที่เหลือของตัวเองด้วยการหาเงินสกปรก ด้วยวิธีต่างๆ

ก็เพราะเขาฝังใจในตอนไปโอกินาว่าตอนนั้นเอง

โดย: นอนเช้า IP: 115.87.134.26 วันที่: 2 สิงหาคม 2553 เวลา:1:44:28 น.
--------------------------------------------------------
ชอบแนวคิดนี้มากๆ เพราะตอนที่ยูอิจิโพสในเว็ปว่า อยากตายแต่ทำไม่ได้ เจ้า blue cat ก็ออกมาโพสว่า I understand, because I know the pain you feel น่าจะอารมณ์เดียวกัน พาลคิดไปว่าฉากที่โฮชิโนะเขวี้ยงเงินทิ้งลงทะเล เพราะตอนนั้นสำนึกผิดและกลัวตายหรือเปล่า เพราะเอาเงินสกปรกมาเที่ยวโอกินาว่า ดินแดนที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นที่อยู่ของพระเจ้า (คือตอนนั้นชีวิตสดใสเพรียบพร้อมไปด้วยเพื่อนฝูง)


โดย: Benzene IP: 125.24.49.35 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:58:13 น.  

 
มาอินหนังอยู่คนเดียวตอนที่คนอื่นเค้าเลิกอินไปแล้วลำบากจัง -*- แต่เพิ่งได้ดูของซัำพไปรู้สึกแปลได้แย่มากๆ ทั้งแปลผิด แปลไม่ตรง เสีย sense ที่ตัวละครจะสื่อออกมาหมดเลย ไม่แปลกใจเลยทำไมหลายคนดูไม่รู้เรื่อง


โดย: Benzene IP: 125.24.44.46 วันที่: 15 ธันวาคม 2553 เวลา:12:00:24 น.  

 
หนังดีมีค่าแก่ความทรงจำ


โดย: Ether IP: 110.77.177.248 วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:2:06:00 น.  

 
ดูจบแล้ว พูดได้คำเดียวว่า งง ค่ะ

แต่พอมาอ่านบล็อกนี้ก็เริ่มเข้าใจอะไรหลายๆขึ้น จนต้องกลับไปดูอีกรอบ

ขอบคุณทุกๆคนคอมเม้นมากๆ

lily chou-chou


โดย: carey IP: 14.207.45.200 วันที่: 23 เมษายน 2554 เวลา:16:14:09 น.  

 
เพิ่งได้ดูวันนี้เอง และต้องแปลกใจกับตัวเองที่เป็นคนชอบดูหนังแต่พลาดเรื่องนี้ได้ยังไง ดูจบต้องขอบอกว่ามันหม่นมาก รู้สึกหนังญี่ปุ่นตีแผ่ความเป็นคนออกมาได้ดีจริงๆ air doll ก็อีกเรื่องหนึ่งแล้ว แต่เป็นหนังที่สวยงามถึงจะหม่นแต่ก็สวยงาม เหมือนกับดูงานศิลปะดีๆชิ้นหนึ่งเลยค่ะ


โดย: alola IP: 180.183.109.95 วันที่: 13 กรกฎาคม 2554 เวลา:2:55:30 น.  

 
จำได้ว่าดูหนังเรื่องนี้นานมาแล้วสมัยเรียนมหาลัย แต่ว่าเช่าซีดีมาดูไม่ได้ไปดูในโรง โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกชอบหนังเรื่องนี้นะ เลยไปหาซื้อซีดีมาดูอีกรอบ ปรากฏว่าหนังถูกตัด ไม่เหมือนที่เคยเช่ามาดู แต่พอมาอ่านในบล็อคนี้ก็รุ้เลยว่าตัวเองดูหนังแบบตัดฉากมาแล้วตั้งแต่ต้น เห้อ~
ปล.ต้องซื้อเป็นดีวีดีใช่ไหมค่ะ หนังถึงจะไม่ตัด(หนังญี่ปุ่นหาซื้อยากมากๆ)

แล้วก็อยากแนะนำหนังเรื่อง Hana & alice ค่ะ ชอบหนังเรื่องนี้มากๆน่ารักดี


โดย: antzo IP: 182.52.55.209 วันที่: 20 สิงหาคม 2554 เวลา:1:26:33 น.  

 
ทุ่งหญ้าใน lily chou-chou

http://justandriod.blogspot.com/2008/10/blog-post.html

http://www.youtube.com/watch?v=dcwM4oZHo_w


โดย: merveillesxx วันที่: 23 กันยายน 2554 เวลา:8:29:15 น.  

 
เพิ่งดูหนังเรื่องนี้จบไป แล้วก็งงเป็นไก่ตาแตก
ต้องมาควานหาว่า มีบล็อกไหน
ที่สามารถอธิบายเรื่องราวในหนังให้เราเข้าใจได้
แล้วก็โชคดีที่ได้เข้ามาอ่านในบล็อกนี้
ทำให้จิ๊กซอว์ที่กระจัดกระจายอยู่ในหัว
รวมกันเป็นเรื่องราวที่เราเก็ทได้
ขอบคุณจขบ.และทุกๆคอมเมนต์ค่ะ


โดย: มะนาวเพคะ IP: 101.109.178.117 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:42:06 น.  

 
ดีนะที่โลกเราไม่ได้เลวร้ายเหมือนในหนัง
ดูแล้วจิตตกอย่างสุด แต่มันทำให้รุ้ว่า สิ่งที่หนังถ่ายทอดออกมามันล้วน เป็น "ความจริง" ทั้งนั้น

ดูแล้วรู้สึกเสียดแทง บาดใจ เจ็บปวด ใจสลาย อึ้ง ตกใจ เหมือนเป็นชั่วโมงบีบคั้น ทรมานแต่ไม่สามารถจะหยุดดูได้

หน้าปกของหนัง เป็นภาพผู้ชายหน้าตาดีคนนึงฟังเพลงท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียว แว็บแรกคิดว่าหนังน่าดูมาก ทั้งฉากทั้งนักแสดง ชีวิตวัยรุ่น ทุกอย่างเป็นที่ชอบและน่าซื้อมาดู
พอลองซื้อมาดูเท่านั้นหละ โฮะ ๆ มันจี๊ดเลย

ทำให้รู้ว่า โลกของเรามันไม่ได้สวยงามขนาดนั้นหรอก

อีเธอร์ ฟิเลีย บลูแคท นั่นมันใครกัน มันคืออะไร งงไปหมดแล้ววว ถึงกับขั้นต้องไปอ่านเรื่องย่อทำความเข้าใจอยู่สักพัก

ตอนแรกดูแล้วรำคาญอย่างสุด กะพริบไปกะพริบมา ดูจิต ๆ หลอน ๆ
พอดูไปเรื่อย ๆ มันก็..... กุจะเป็นโรคจิตมั้ยเนี่ยยย
ไมมันเป็นอย่างนี้ๆๆๆๆ



แต่เป็นอีกเรื่องที่รู้สึกว่าประทับใจ ติดตาติดใจ มันเจ๋งอ่ะ มันเป็นหนังวัยรุ่น ที่เรียกว่าเข้าถึงค.เป็นวัยรุ่นจริง ๆที่สุดแล้ว
ใครที่พอแยกแยะ เหตุผล อารมณ์ความรู้สึก (ไม่อินกับเรื่องจนจิตตก เปนบ้าตามหนัง) ก็ควรจะดูเรื่องนี้
มันให้อะไรหลาย ๆ อย่างกับเรา มันแฝงความคิด ข้อคิด หลาย ๆ อย่างที่อัดแน่น ผ่านเสียง ผ่านภาพ ผ่านตัวอักษร


โดย: กุจะบ้า IP: 202.28.249.92 วันที่: 3 มกราคม 2556 เวลา:2:42:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
merveillesxx
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




สำส่อนทางการดูหนัง ฟังเพลงและเสพวรรณกรรม
Friends' blogs
[Add merveillesxx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.