MEMORIES OF MY LIFE ความทรงจำดีๆที่อยากบันทึกเก็บไว้และเล่าสู่กันฟัง
Group Blog
 
All Blogs
 

สวนสัตว์เขาสวนกวาง

วันหยุดที่ผ่านมาลูกๆพาไปเที่ยวสวนสัตว์เขาสวนกวาง อยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก เห็นคนพูดถึงกันเยอะน่าจะลองไปดู สวนสัตว์ที่ว่าจริงๆชื่ออย่างเป็นทางการเค้าคืออุทยานสัตว์ป่าอีสานตอนบน ขอนแก่น –อุดร ชื่อยาวเนาะ คนส่วนใหญ่เลยเรียกว่า สวนสัตว์เขาสวนกวาง ตั้งอยู่ในเขตรอยต่อระหว่าง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น และ อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ถ้ามาจากขอนแก่น เมื่อถึงสี่แยกไฟแดงเขาสวนกวาง ก็เลี้ยวขวาเห็นชัดเจนเพราะเค้าทำซุ้มสัว์ให้เห็นชัดเจน ขับตามป้ายบอกทางก็ถึง แต่ถ้ามาจากอุดรธานี เลี้ยวซ้ายตรงสามแยกตรงข้ามโรงเรียนเขาสวนกวางจะดีกว่า เส้นทางดีกว่า และสั้นกว่า แต่ยังไงเส้นทางก็บรรจบกันอยู่ดี เส้นทางยังถือว่ายังไม่สะดวกเท่าไหร่ โดยเฉพาะเป็นรถเก๋ง ทางจังหวัดหรือแม้แต่อบต.น่าจะทำให้ดีกว่านี้ในเมื่อจะจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยว เมื่อเข้าไปถึงที่จอดรถที่กว้างขวางดี คนมาเที่ยวกันเยอะเหมือนกัน
มีรถกอฟท์ให้เช่า คิดครึ่งชั่วโมง 150 บาท หนึ่งชั่วโมง 300 บาท โอ้นาทีละห้าบาท แพงน่าดู แต่คิวก็เต็มเหยียดเหมือนกัน

กล่องของขวัญที่เห็นนี่จริงๆเป็นร้านขายของที่ระลึก ข้างๆเป็นที่เช่ารถจักรยาน รู้สึกจะมีอาคารที่พักค้างคืนด้วย แต่ไม่ได้ถาม เพราะไม่ได้กะพัก 555


มีสัตว์ยังไม่เยอะเท่าไหร่ คิงคองก็ยังไม่มา ที่เคยมีกรงงูก็ไม่เห็นงูแล้ว
อย่างที่เห็นก็มีจิงโจ้ เม่น ยีราฟ นกกระจอกเทศ ม้าลาย


นอกจากนี้ก็มี สัตว์เขตร้อน เช่นอูฐ ลา

ที่เห็นมีเยอะคือกวาง มีหลายพันธุ์มาก

ที่น่าสนใจคือสะพานสูง ตอนขึ้นก็ขาสั่นเหมือนกัน แต่พอไปยืนที่สะพานแล้วเห็นวิวสวยๆ ก็หายสั่น เป็นสะพานที่พื่นบางช่วงทำเป็นกระจก เพื่อให้มองเห็นสัตว์ที่อยู่ข้างล่าง เสียวไปอีกแบบ


จริงๆ มีเยอะกว่าที่เห็น อาทิเช่น การท่องเที่ยวเชิงผจญภัย แหล่งศึกษาเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า เพราะเห็นมีทางเดินศึกษาผีเสื้อและนกด้วย ลองไปกันดูนะคะ




 

Create Date : 18 กันยายน 2553    
Last Update : 18 กันยายน 2553 15:03:38 น.
Counter : 610 Pageviews.  

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น (วิทยาเขตหนองคาย) ขับรถไปหนองคายเลี้ยวซ้ายไปสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ผ่านเข้าประตูวิทยาเขต เห็นป้ายชัดเจน เป็นอาคารโดมสีเขียว ภายในมีอุโมงค์ปลายาวถึง 34 เมตร เป็นทางเดินลาดจากชั้น 2 ซึ่งแสดงปลาน้ำเค็ม ลงไปสู่ชั้นล่างซึ่งเป็นโซนแสดงปลาน้ำจืด ที่ชอบสุดคือชั้นล่างมีช่องมองปลาขนาดใหญ่ เหมือนเรายืนอยู่ใต้น้ำเลย สวยดี

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น. (หยุดวันจันทร์ ยกเว้นวันนักขัตฤกษ์) โดยจะมีโชว์ดำน้ำให้อาหารปลาในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 13.45 น. ซึ่งเป็นเวลาให้อาหารปลา ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่คนละ 50 บาท เด็ก 30 บาท

ปลาที่มีก็เยอะพอดูจำไม่ไหวคงต้องไปดูเอง มีทั้งปลาการ์ตูน ปลาฉลาม ปลาบึก ปลาลุ่มน้ำโขง ปลาเทโพ ปลาชะโด ปลาสะวาย ปลาทอง เสียดายปลากระเบนตายซะแล้ว ปลาช่อนอเมซอนตัวใหญ่มาก อ้อถ้ามีเด็กไปด้วยอย่าให้เด็กเอามือไปลงอ่างเด็ดขาดนะจ้ะ อาจมือขาดได้




 

Create Date : 24 สิงหาคม 2553    
Last Update : 24 สิงหาคม 2553 22:36:53 น.
Counter : 740 Pageviews.  

ไปเที่ยวมาเก๊า ฮ่องกงร้อนได้ใจจริงๆ

วันเกิดที่ผ่านมาลูกสาวบอกว่าให้ของขวัญเป็นพาแม่เที่ยวดีกว่า แต่ตัวเองมาป่วยเป็นหวัดก่อนเดินทางสักสองวัน แต่ก็แข็งใจไป เครื่องออกเช้ามาก เราตั้งใจออกไปตั้งแต่ตีสี่ แต่ลูกชายบอกว่าเช้าไป ตอนเช้าๆไม่ค่อยมีคนหรอก ไม่ใช่เสาร์อาทิตย์ เราค้านที่จะเถียง แถมเสียเวลาเติมแกสอีก กว่าจะถึงก็ปาไปตีห้าครึ่งแล้ว พอไปถึงก็แทบผงะเลย เพราะคนเยอะมากกว่าจะผ่านด่านก้อเฉียดเครื่องออก เรียกได้ว่าต้องวิ่งขึ้นเครื่องกัน เฮ่อ
เมื่อก้าวลงแผ่นดินมาเก๊าสิ่งแรกที่รู้สึกก็คือความร้อน ไหงร้อนกว่าบ้านเรา
แล้วเราก้อไปหาอะไรทาน ที่เวเนเชียน ที่มีบ่อนคาสิโน กับห้างชอปปิ้ง อือใหญ่มาก แต่กลิ่นบุหรี่แรงมาก อาหารที่นี่แพงมาก ดิฉันเจ็บคอเลยเลือกก๋วยเตี๋ยวน้ำ ชามใหญ่มาก 55 เหรียญ ตอนที่สั่งไปไม่รู้ว่าชามใหญ่ขนาดนี้ ไม่งั้นคงห้ามลูกสาวซื้อไก่นึ่งมาทานแล้ว เดินไปดูคลองมีเรือกอนโดร่าให้คนไปนั่ง แล้วคนพายร้องเพลงไปด้วย คิดถึงตลาดน้ำบ้านเราน่าจะประยุกต์ใช้บ้าง ลูกสาวถามนั่งมั้ย ตกเจ็ดร้อยกว่าบาท เราบอกถ้านั่งแล้วได้ชมวิวได้ดูบ้านเรือนเหมือนตลาดน้ำมันก็โอเค แต่นี่นั่งให้คนมาเกาะดู ไม่เอาด้วยหรอก

หลังจากนั้นก็ข้ามไปฮ่องกง ที่ป้ายขายตั๋วเรือเฟอรี่เห็นเขาเขียนบอกว่า อายุ65 ปีขึ้นไปลดราคาลง แต่พอไปถามเค้าให้เฉพาะคนในประเทศ เมืองไทยน่าจะมีอย่างนี้บ้างนะ(เอหรือมี)
หลังจากเข้าที่พักก้อเหนื่อยแล้ว แผนที่จะไปไหว้พระที่วัดหวังต้าเซียนเป็นอันล่ม ลูกชายฝากซื้อนาฬิกา จึงแวะตึกsino แถวมงก๊ก แต่ราคาไม่น่าประทับใจเท่าไหร่เลยไม่ได้ซื้อ แถวนั้นเห็นร้านเพชรร้านนึง ชื่อเหมือนกัน ไปตรงไหนก็เห็น ยังกะเซเว่นเลย เออแปลกดี
วันถัดมาไปเที่ยวดิสนีแลน คนแก่มาเที่ยวก้อรู้สึกเขินเหมือนกัน พยายามไปเข้าคิวดูโชว์ จะได้ถ่ายไปให้หลานๆดู แถวยาวมากนี่ขนาดวันธรรมดา คนจีนเยอะมากจริงๆ นี่ขนาดไปแต่เช้า

แล้วก้อไปนั่งกระเช้านอนปิงเพื่อไปไหว้พระ ไม่ไหวร้อน แล้วก็ทางขึ้นไหว้บันไดหลายขั้น ไปไม่ไหว ขอไหว้ที่ตีนบันไดแล้วกัน ใครจะไปอย่าลืมหาร่มไปด้วยก้อดี

วันถัดมาไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม ลูกสาวบอกว่าอยากให้เราไปข้ามสะพานต่ออายุ ข้ามครั้งนึงต่ออายุได้สามปี บอกให้เดินหลายๆรอบเลย แต่กว่าจะไปถึงก็เหนื่อยเลย เพราะต้องนั่งรถไฟ ไปต่อรถเมล์แล้วยังเดินอีกหมดแรง เดินรอบเดียวก็บุญแล้ว
จากนั้นก็กลับมาเชคเอาท์ออกจากโรงแรมข้ามมาฝั่งมาเก๊า ไม่ค่อยตรวจอะไร ไม่เหมือนที่สนามบิน ออกจากท่าเรือหารถไปโรงแรม ยุ่งสิคุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่รู้จักชื่อโรงแรมนี้ แต่พอเอารูปให้ดูอ้าว เข้าใจ เป็นบทเรียนว่าควรจดชื่อโรงแรมภาษาจีนไว้ก็ดี หลังจากนั้นก็ไปดูเจ้าแม่กวนอิมหน้าฝรั่ง ไปดูคาสิโนSand ลิสบัว grand emperor แต่ละที่ก็มีจุดเด่นของตัวเอง
เช้ามาก็ไปไหว้เจ้าแม่ แล้วก็ไปเซนาโดเพื่อซื้อของฝาก แวะไปโบสก์ที่เหลือเฉพาะด้านหน้าสงสัยจังว่าทำไมทั้งตึกแข็งแรงเฉพาะด้านหน้านะ ลูกสาวอยากให้ขึ้นไปถ่ายรูปใกล้ๆแต่ไม่ไหวร้อน แดดจัดมากนี่ขนาดสิบโมงเองนะ จากนั้นก็ได้เวลากลับบ้านเสียที เฮ้อเป็นการเที่ยวที่ร้อนได้ใจจริงๆ




 

Create Date : 17 สิงหาคม 2553    
Last Update : 17 สิงหาคม 2553 20:46:02 น.
Counter : 239 Pageviews.  


คุณแม่จันทร์เจ้า
Location :
อุดรธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add คุณแม่จันทร์เจ้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.