Bloggang.com : weblog for you and your gang

Group Blog

 
All blogs

 

Cinematic: Classic Film Music Remixed

ไม่ได้แปะ Soundtrack มานานมาก บล็อกนี้เอาซะหน่อย แต่ถ้าเห็นชื่ออัลบั้มแล้ว บางคนอาจจะเกิดอาการครั่นเนื้อครั่นตัว 555555 แฟน Classic Film Soundtrack อาจจะไม่ปลื้มกับอัลบั้มนี้ เพราะขนาด Soundtrack พี่แกยังเอารีมิกซ์กัน 555555 เอาเถอะครับผมเองดูรายชื่อหนังที่เอาเพลงประกอบมารีมิกซ์ใหม่นี้ รู้จักแค่เรื่อง Ben Hur กับ Some Like It Hot ที่เหลือใบ้แดก 555555 ไม่เคยฟัง Soundtrack ต้นฉบับซะด้วยสิ ผมเลยไม่มีปัญหาในการฟังอัลบั้มนี้

ความจริงจะบอกว่าผมชอบอัลบั้มนี้มาก ยิ่งฟังยิ่งชอบ ช่วงนี้กดฟังเพลงจากอัลบั้มนี้ตลอด ชอบหลายๆเพลงในอัลบั้ม เข้าใจว่าเพลงทั้งหมดเอามาบรรเลงใหม่โดย Czech Philharmonic Chamber Orchestra แล้วก็แจกจ่ายให้บรรดารีมิกซ์ทั้งหลายเอาไปมิกซ์กันใหม่ แทรกที่อยากแนะนำก็ตั้งแต่ แทรก 3 Felini's Roma (Bent Remix) ครับ เห็นชื่อแล้วคงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณ ผมชอบเพลงที่ Bent มิกซ์เพลงของ Speak Low (Bent Remix) ของ Billie Holiday จากซีรี่ย์ Verve Remix นั้นแหละครับ มาอัลบั้มนี้ก็ไม่เลวครับ

ฟังแต่เอา แทรก 4 5 และ 6 เลยครับ แทรก 5 ไม่แน่ใจว่า Love Theme From Ben Hur ฉบับเดิมจะแขกแบบนี้หรือเปล่า แต่มิกซ์แล้วก็เด็ดครับ เพลงเดียวกันนี้แทรก 13 ครับแต่ตัดเอาซาวด์อิเล็คโทรนิคออกไป ก็เพราะไปอีกแบบเหมือนกัน แทรก 6 ก็เด็ดครับ นึกอยากให้ Gotan Project มามิกซ์เพลงนี้เหมือนกันแฮะ แทรก 12 ครับออกแนว World music พอสมควร แทรกสุดท้ายก็ชิลด์ได้ถูกใจ

ความจริงอัลบั้มนี้ก็ฟังได้เกือบทุกเพลง ฟังดีกว่าอัลบั้มหลังๆซีร๊่ย์ Café del Mar ด้วยซ้ำ แต่มาสะดุดหน่อยตรงแทรก 9 กับ 10 ดันมีเสียงร้องฮิปฮอปแทรก เซ็งเป็ด ว่าแล้วก็ skip 2 แทรกนั้นซะ 555555





1. The Call Me Mr. Tibbs Main Title (King Britt reinterpretation-instrumental)
2. The Taking Of Pelham 1, 2, 3 Main Title (Phillip Charles’s Signs in Mollorca Rewerk)
3. Felini's Roma (Bent Remix)



4. Goodbye Coloniel (From For a Few Dollars More) (Shriff Mix)



5. Love Theme From Ben Hur (Bombay Dub Orchestra Remix feat. Sophie Solomon)



6. The Tango I Saved For You (Zeb’s The Tango I Stole From You Remix)



7. Paris Blues (The Real Tuesday Weld Remix)
8. Birdman Of Alcatraz (Shawn Lee’s Ping Pong Orchestral Maneuvers In The Dark Mix)
9. Hour Of the Gun Main Title (Mark de Clive Lowe Remix feat. Replife)
10. The Call Me Mr. Tibbs Main Title (King Britt vocal reinterpretation feat Mr. Lif)
11. Some Like It Hot (MNO’s Some Like It Hotter Remix)
12. Theme From Carrie (Gaudi Remix)
13. Love Theme From Ben Hur (Bombay Dub Orchestra’s Orchestral Remix)
14. Inherit the Wind Main Title (Tom Middleton’s AMBA Remix)

 

Create Date : 12 ตุลาคม 2550
Last Update : 12 ตุลาคม 2550 10:08:29 น.  

Soundtrack 'Pan's Labyrinth'

ถึงจะขี้เกียจอัพบล็อกช่วงนี้ แต่เพราะประกาสผลออสการ์เมื่อคืน ไม่พูดไม่ได้แล้วครับ เดี๋ยวจุกอกตาย ไม่รู้จะระบายที่ไหน ก็ระบายในบล็อกตัวเองนี่แหละ 555555 ที่จะระบายต่อไปนี้เนี่ย อารมณ์ล้วนๆครับ ไม่ค่อยมีสาระถึงไม่มีสาระเลย ออกจะหยาบคายด้วย ฉะนั้นถ้าไม่อยากฟังผมบ่นก็เลยไปย่อหน้าท้ายๆ ที่ผมจะพยายามพูดถึง OST Pan’s Labyrinth ล้วนๆ จะพยายามน้ะครับ 5555555

เอาล่ะ ประกาศออสการ์เมื่อคืนมันคือภาค 2 ครับ ภาคแรกมันคือประกาศผมปีที่แล้ว ถ้าเป็นหนังต้องให้ชื่อเรื่องว่า หนังดีที่ได้รับความนิยม กรูจะไม่ให้รางวัล มีไรป่ะ ลงชื่อ คณะกรรมการออสการ์ผู้ทรงเกียรติ (เวลาอ่านคำว่า เกียรติ ให้ลากเสียงยาวๆเข้าไว้ให้เข้ากับอารมณ์ของผม 555555 ส่วนประกาศของปีนี้เป็นภาคสอง ชื่อคล้ายๆกันคือ ว่า หนังดีที่ได้รับความนิยม กรูจะไม่ให้รางวัล มีไรป่ะ ตอน หนังอีกเรื่องที่ก็อย่างั้นๆ เผอิญผู้กำกับทำหนังมาหลายเรื่อง หนังดีก็มี ดันชวดรางวัล ปีนี้เลยต้องตบรางวัลปลอบขวัญซักหน่อย ลงชื่อ คณะกรรมการออสการ์ผู้ทรงเกียรติ

ออกตัวก่อนเลยว่าผมเชียร์หนัง 2 เรื่องอย่างออกนอกหน้าคือ Babel กับ Pan’s Labyrinth ตอนต้นๆของประกาศผลออสการ์ ออกมาให้ตายใจเล่น PL กวาดรางวัลเล็กๆบรรดางานศิลป์ทั้งหลาย เหมือนจะเข้าทาง Babel ก็ได้รางวัลเล็กๆ รวมทั้งเพลงประกอบ อืม.... เหมือนจะเข้าทาง คงไม่พลิกโผมั้ง คิดในใจ ถัดมานี่ซิ จำไม่ได้และว่าอันไหนก่อน แต่รางวัลบทยอดเยี่ยม Babel พลาด เอาล่ะพยายามทำใจเพราะ Little Miss Sunshine ได้รางวัลนี้ไป พอรางวัลสมทบหญิง แน่นอนว่าผมเชียร์ดาราเม็กซิกันกับดาราญี่ปุ่น แต่คิดว่าคงไม่ได้แน่ๆ และเป็นไปตามคาด Jennifer Hudson ได้ไป ที่อย่างงี้ล่ะ เกิดอยากจะแจกรางวัลตามที่คนอเมริกันชื่นชมขึ้นมาเชียว ดังมาจาก Reality Show American Idol แล้วไง ต้องแจกรางวัลให้ด้วยเหรอ เข้าใจครับว่าเธอมีความสามารถ แต่บอกตรงๆครับว่า รายการ American Idol ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของที่นี่ ผมไม่คิดจะดู ยอมรับครับว่าผู้เข้าแข่งขันมีความสามารถ แต่เผอิญเพลงที่เลือกมาใช้ร้องแข่งแต่ละคนเนี่ย โคตรรรรร น่าเบื่อ และผมก็ไม่คิดจะฟังกรรมการปากเสียคนนั้น ที่คอมเม้นต์แต่ละครั้งเอาแค่สนุกปากเท่านั้น และที่สำคัญรางวัลของอเมริกัน จัดโดยคนอเมริกัน ยังไงก็ต้องแจกให้คนอเมริกัน ดาราชาติอื่นๆอย่างเอเชียเนี่ยฝ่าด่านอรหันต์มาได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้ว แง่ง ว่าแล้วก็ทำใจกับสาขานี้ แต่ในใจเริ่มเกิดอาการเกร็งว่ามันจะอีหรอบเดียวกับปีที่แล้วสำหรับ รางวัลหลังๆ

แล้วก็ใช่จริงๆ ผู้กำกับยอดเยี่ยม Martin Scorsese ได้ไป อันนี้ผมเข้าใจครับว่าลุงแกก็ปูนนี้แล้ว ทำหนังก็หลายเรื่อง ชวดรางวัลมาตลอด ถึงทำหนังดีแบบธรรมดาๆเรื่องนี้ออกมา คณะกรรมการผู้ทรงเกียรติเกิดอาการรู้สึกผิดว่า ที่แล้วมาไม่ได้ให้รางวัลลุงแก ถึงเวลาแล้วมั้ง แล้วที่สำคัญจะให้รางวัลผู้กำกับต่างชาติทำไม แจกคนอเมริกันกันเองดีกว่า แล้วผมก็คิดว่าคงมีคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติบางคน หรืออาจจะหลายๆคนเลยด้วยมั้งที่ยังคงอยู่ในกะลา ที่ไม่รู้ว่าหนังเรื่องเป็นหนังรีเมค ผมเชื่ออย่างงั้นจริงๆ แล้วหนังดีแบบอย่างงั้นๆของลุง ก็แทบจะเหมือนกับหนังต้นฉบับ ในขณะขณะที่หนังต้นฉบับไม่ได้เข้าชิงหนังยอดเยี่ยมสาขาหนังต่างประเทศเลยด้วยซ้ำ แต่ก็พอทำใจได้อย่างที่บอก

แต่รางวัลหนังยอดเยี่ยมนี่ซิครับ สุดตีนจิงๆครับท่าน ผมล่ะอยากเอาพวงหรีดไปให้คณะกรรมการออสการ์ผู้ทรงเกียรติจริงๆ พร้อมด้วยคำไว้อาลัยประมาณว่า แด่คณะกรรมการออสการ์ผู้ทรงเกียรติ ผู้ที่มีวิจารณญาน คงไว้ซึ่งความเป็นกลาง ไม่เคยมีอคติแต่อย่างใด คัดเลือกงานโดยไม่มี๊ไม่มีการมงการเมืองมาเกี่ยวข้อง ไม่มีอาการเหียดผิวชาติพันธ์ใดมาเกี่ยวข้อง ขอให้ท่านและสถาบันของท่านเจริญลงๆ ผมจะรอครับ รอวันที่รางวัลของสถาบันอื่นได้รับความนิยม และความน่าเชื่อถือมากกว่า ออสการ์ห่วยๆนี่ แมร่ง

พอแล้วมั้ง ยิ่งเขียนยิ่งเซ็ง 555555 เข้าเรื่องดีกว่า ถึงไม่ได้รางวัลหนังยอดเยี่ยม แต่อยากให้ได้ดู Babel กัน และหนังที่ผมชอบของปีที่แล้วอีกเรื่องครับ Pan’s Labyrinth ถ้าเข้าฉายเมืองไทยก็อย่าพลาดครับ ตอนแรกที่เห็นโฆษณาหนังเรื่องนี้ ผมคิดว่าเป็นแฟนตาซีสำหรับซะอีก แต่มีคำเปรยบอกว่าโดย ผู้กำกับที่ทำหนังเรื่อง Hellboy คือผมไม่ได้ชื่นชมหนังเรื่อง Hellboy อะไรมากมาย แต่ผมชอบหนังเรื่องก่อนของผู้กำกับสเปนคนนี้คือเรื่อง Devil’s Backbone หนังซักสามสี่ปีได้แล้วมั้ง ใครยังไม่ได้ดูเรื่อง Devil’s Backbone นี้ถ้ามีโอกาสก็ลองหามาดูน้ะครับ
สรุปว่าหนังเรื่อง Pan’s Labyrinth ไม่ใช่หนังแฟนตาซีสำหรับเด็กแน่ๆ เพราะได้เรท R อีกต่างหาก เพราะเรื่องนี้มีฉากรุงแรง น่าหดหู่หลายฉากเลยทีเดียว เลือดตกยางออกให้เห็น ใครคิดจะพาเด็กๆ ลูกๆหลานๆไปดูล่ะก้ คิดให้ดีเสียก่อน

หนังว่าด้วยเด็กสาวที่เดินทางมากับแม่ เพื่อมาพบพ่อใหม่ที่เป็นนายพล ท่ามกลางสงครามกลางเมือง ในช่วงสงครามโลก (ถ้าจำไม่ผิดน้ะครับ ถ้าผิดก็ขออภัย) เท่านี้คงพอมองภาพออกว่า ไม่ใช่หนังแฟนตาซีสำหรับเด็กแน่ๆ เป็นเรื่องของชีวิตในความเป็นจริงที่โหดร้าย เด็กสาวก็ได้ประสบกับเรื่องราวประหลาด ออกแนวแฟนตาซีซึ่ง มันคือเรื่องจริง หรือเป็นเพียงแค่จินตนาการของเด็นสาว อันนี้ต้องไปดูเองครับ พล็อตเรื่องไม่ใช่ของแปลกใหม่ แต่วิธีการเล่าเรื่องน่าสนใจ ตัวหนังน่าสนใจครับ มีครบทุกรสครับ แต่ดูแล้วใครจะอิ่มเอิบใจหรือหดหู่ใจ ต้องพิสูจน์เอาเอง แต่ยังงงว่าเรื่องนี้พลาดหนังต่างประเทศยอดเยี่ยมได้ไง งงมากกกกก เซ็งสาด ว่าจะไม่พูดถึงออสการ์แล้วเชียว 555555 ขอซะหน่อย ผมยังไม่ได้หนังเยอรมันที่ได้รางวัลไป แต่ผมถามเพื่อนเยอรมันที่ที่ทำงาน เธอบอกว่าคนเยอรมันเองไม่ชอบหนังเยอรมันที่ได้รางวัลเรื่องหนัง ถึงขนาดนี้เลยได้แต่ปลงกับคณะกรรมการออสการ์ผู้ทรงเกียรติ

เพลงประกอบเรื่อง ไม่ถึงกับยอดเยี่ยม แต่ฟังได้ครับ ทั้งอัลบั้มออกแนว score เพลง Theme ออกแนวเศร้าๆ เข้าทางผมเลยครับ ออกมาแนวนี้น่าจะพอเดาได้น้ะครับว่าหนังน่าจะออกมาแนวไหน ไม่พูดมากแล้ว เดี๋ยวจะ spoil เกินไป





1. Long, Long, Time Ago
2. Labyrinth
3. Rose, Dragon
4. Fairy And The Labyrinth
5. Three Trials
6. Moribund Tree And The Toad
7. Guerrilleros
8. A Book Of Blood
9. Mercedes Lullaby
10. The Refuge
11. Not Human
12.The River
13. A Tale
14. Deep Forest
15. Vals Of Mandrake
16. The Funeral
17. Mercedes
18. Pan And The Full Moon
19. Ofelia
20. A Princess



21. Pan's Labyrinth Lullaby

 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2550 10:34:52 น.  

Soundtrack 'Babel'

คราวนี้ปิดท้ายปี 2006 จริงๆแล้วครับ ด้วยหนังเรื่อง Babel หนังอีกเรื่องที่ผมชอบมากของปีนี้ และที่ชอบมากๆคือ Soundtrack จากหนังเรื่องนี้ครับ หนังกำกับโดยผู้กำกับเม็กซิกันชื่ออ่านยาก Alejandro González Iñárritu ผมงานที่ผ่านมาของผู้กำกับคนนี้คือ 21 Grams หนังที่ผมดูแล้วเกือบหลับ แต่เรื่อง Babel นี้มาถูกทางครับผมคิดว่าน้ะ ผู้กำกับแกบอกว่าหนังเรื่องเป็นเรื่องสุดท้ายใน Trilogy จากหนังอีกสองเรื่องที่ผ่านมาคือ Amores Perros และ 21 Grams ตัวหนังเหมือนเรื่องสั้น 4 เรื่อง ที่เกิดขึ้นบน 3 ทวีปที่ต่างกัน และด้วยภาษาที่พูดต่างกัน 5 ภาษา ว่าด้วยความสัมพันธ์ของพ่อแม่ที่มีต่อลูก ที่สะท้อนออกมาแตกต่างกันด้วยความหลากหลายทางชาติพันธ์ รวมทั้งขอบเขตขวางกั้นที่นอกจากจะแบ่งแยกชาติพันธ์ แบ่งแยกเขาและเรา และกีดกันตัวของตัวเราเอง
หนังมีหลายๆอย่างที่ผมชอบ แต่ก็มีอีกบ้างที่ผมรู้สึกว่ามันขาดๆเกินๆ แต่รวมๆแล้วผมชอบครับ ไม่อยากให้พลาดๆหนังดีๆเรื่องนี้

ที่จะขาดเสียไม่ได้ก็ Soundtrack จากหนังเรื่องนี้ด้วยความที่หนังสะท้อนความแตกต่าง ความหลากหลายของวัฒนธรรม เพลงประกอบจึงมีความหลากหลายไปด้วย หลักๆก็ได้ Gustavo Santaolalla เป็นผู้ประพันธ์และรวบรวม คงไม่ต้องบอกน้ะครับว่าแกโด่งดังมากจากผลงานหนังเรื่องไหน ก็เพลงประกอบหนังเรื่อง Brokeback Mountain ดังนั้นเลยรู้สึกว่าฟังๆแล้วมีบางอารมณ์ที่ส่วนร่วมทางดนตรีของเพลงประกอบของหนังทั้งสองเรื่องนี้ นอกจากนี้ก็ได้ Ryuichi Sakamoto และ Susumu Yolota มาประพันธ์เพลงประกอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นตามท้องเรื่อง
ฟังแล้วได้อารมณ์เหงาๆ ถูกใจคนขี้เหงาอย่างผมเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็มีบางเพลงที่เป็นเพลงร้องเม็กซิกัน คือถ้าดูหนังแล้วมีเพลงร้องเม็กซิกัน ผมก็ฟังได้ครับ แต่พอมาฟัง Soundtrack อย่างเดียวแล้วมีเพลงแบบนี้มาคั่นแล้วผมจะรู้สึกว่ามันทำลายอารมณ์เหงาๆ ภาพรวมรวมของ Soundtrack ชุดนี้ยังไงไม่รู้ แถมออกมาเป็นแผ่นคู่ เป็นผมผมจะจับยัดเพลงร้องเม็กซิกันไว้แผ่นเดียวกัน จะได้ไม่ต้องหยิบมาฟัง 555555 ล้อเล่นครับ ผมเป็นโรคชอบฟังอัลบั้มที่เพลงไปในแนวทางเดียวกัน เพลงไหนกระโตกกระตากออกมาจะรู้สึกว่ารำคาญ พาลให้ skip ผ่านเพลงนั้น 555555

ผมเปิดเพลง theme ที่ปิดท้ายเรื่อง เป็นเพลงที่ยำรวมงานของผู้ประพันธ์ทั้งสามคนจากหนังเรื่องนี้ ความยาว 11 นาทีกว่า ซะใจผมครับ อีกเพลงอยู่ในแผ่นที่สองเป็นผลงาน Ryuichi Sakamoto เพลง Only Love Can Conquer Hate เพลงนี้โคตรจะ ambient มากๆฟังแล้วรู้สึกได้ถึงความเหงา ความเหงาที่หนาบเหน็บ



CD 1
1. Tazarine
2. Tu Me Acostumbraste
3. September-The Joker (ATFC's Aces High Remix)
4. Deportation/Iguazu
5. World Citizen-I Won't Be Disappointed/Looped Piano
6. Cumbia Sobre El Rio
7. Hiding It
8. Masterpiece
9. Desert Bus Ride
10. Bibo No Aozora/Endless Flight/Babel



11. Tribal
12. Para Que Regreses
13. Babel
14. Amelia Desert Morning
15. Jugo A La Vide
16. Breathing Soul
17. The Blinding Sun

CD 2

1. Only Love Can Conquer Hate



2. El Panchangon
3. Two Worlds, One Heart
4. The Phone Call
5. Gekkoh
6. The Catch
7. Mujer Hermosa
8. Into The Wild
9. Look Inside
10. The Master
11. Oh My Juliet!
12. Prayer
13. El Besito Cachicurris
14. Walking In Tokyo
15. The Visitors
16. Morning Pray
17. Mi Adoracion
18. The Skin Of The Earth
19. Bibo No Aozora/04

 

Create Date : 01 มกราคม 2550
Last Update : 1 มกราคม 2550 1:19:31 น.  

The Two Towers (The Complete Recordings)

Boxset ชุดนี้ออกมาได้เดือนกว่าแล้วครับ แต่เพิ่งจะมาแปะเพราะความขี้เกียจของ จขบ นี่แหละ :P บางคนอาจจะงงว่า มันทำไมอะไรเพิ่งมาออกกันตอนที่หนังก็จบกันไปตั้งนานมาแล้ว คืองี้ครับ
อ่านจากบล็อกที่ผมแปะ Boxset Fellowship of the Ring เมื่อปีที่แล้ว จิ้มที่ลิงค์แล้วกันครับ

2. Elven Rope

น้า Shore แกเว้นช่วงหนึ่งปีเพื่อที่จะออกโคตรร Boxset ในซีรี่ย์เดียวกัน ฟังกันหายอยากสำหรับแฟน LOTR เดนตาย ใน Boxset ก็คล้ายๆกับ FOTR คือมี CD 3 แผ่น แล้วก็ DVD Audio รวมเพลงทั้งสามซีดีฟังกันให้กระหึ่ม แล้วก็ Booklet สุดหรู มันก็น่าเก็บอยู่หรอกครับ เสียแต่ว่าราคาน่าไปปล้นธนาคาร บ่นไปนี่ก็ซื้ออยู่ดี ซื้อแล้วเลยต้องเอามาแจกให้หายแค้น 55555
แผ่นแรกผมอัพจากที่ทำงาน ไม่รู้มันเป็นยังไงเหมือนกัน zip ไม่ได้เลยนั่งอัพทีละเพลงเกือบอ๊วกแตก เพราะฉะนั้นก็โหลดๆกันหน่อยน้ะครับ




Disc: 1

1. Glamdring
2. Elven Rope
3. Lost in Emyn Muil
4. My Precious
5. Ugluk's Warriors
6. Three Hunters
7. Banishment of Éomer
8. Night Camp
9. Plains of Rohan
10. Fangorn
11. Dead Marshes
12. "Wraiths on Wings"
13. Gandalf the White
14. Dreams of Trees
15. Heir of Numenor
16. Ent-Draught


Disc: 2

1. Edoras
2. Court of Meduseld
3. Theoden King
4. King's Decision
5. Exodus from Edoras
6. Forests of Ithilian
7. One of the Dunedain
8. Wolves of Isengard
9. Refuge at Helm's Deep
10. Voice of Saruman
11. Arwen's Fate
12. Story Foretold
13. Sons of the Steward
14. Rock and Pool
15. Faramir's Good Council


Disc: 3

1. Aragorn's Return
2. War Is Upon Us
3. "Where Is the Horse and the Rider?"
4. Host of the Eldar
5. Battle of the Hornburg
6. Breach of the Deeping Wall
7. Entmoot Decides
8. Retreat
9. Master Peregrin's Plan
10. Last March of the Ents
11. Nazgûl Attack
12. Théodon Rides Forth
13. Tales That Really Matter
14. "Long Ways to Go Yet"

 

Create Date : 12 ธันวาคม 2549
Last Update : 14 ธันวาคม 2549 19:44:22 น.  

Soundtrack 'Marie Antoinette'

ไม่ได้แปะ Soundtrack มานานโข วันนี้ต้องซะหน่อยครับ เผอิญมี Soundtrack หนังเรื่องที่อยากดูเพิ่งออกมาใหม่เรื่อง Marie Antoinette โดยผู้กำกับสาว Sofia Coppola หนังเรื่องที่แล้วของเธอผมก็ชอบครับ Lost In Translation ชอบทั้งหนังชอบทั้งเพลงประกอบ มาถึงเรื่องใหม่นี้ของเธอเลยทำให้ตั้งความหวังไว้พอสมควร ดูรายชื่อเพลงของ Soundtrack เรื่องนี้แล้วก็อดไม่ได้ที่ต้องควักกระเป๋าอีกรอบครับ ออกมาเป็นแผ่นคู่ ซื้อแล้วยังไงก็น่าจะคุ้ม แผ่นแรกหนักไปทางเพลงร้อง มีทั้งวงเก่าอย่าง Siouxsie & The Banshees, Bow Wow Wow, New Order, Adam & The Ants และ The Cure ผสมกับวงเด็กๆหน้าใหม่อย่าง The Strokes กับ The Radio Dept. เพลงของ The Radio Dept. ผมไม่เคยฟังมาก่อน มาฟังเอาจาก Soundtrack นี้ แต่ต้องบอกว่าถูกใจครับ

แผ่นสองหนักไปทางเพลงบรรเลง มีทั้งเพลงที่เป็น Score ไปเลย กับเพลงบรรเลงที่ได้ศิลปินแนวอิเล็คโทรนิคทำให้อย่าง Aphex Twin เพลง Jynweythek Ylow ทำเอาประหลาดใจพอสมควร เพราะไม่คิดว่า Aphex Twin จะหวานได้ขนาดนี้ ปรกติพี่แก Drum n Bass กระจายครับ เพลงของ Air ก็ไม่เลวครับ ผมคิดว่าคงเอาเพลง classic มาทำใหม่อะไรทำนองนั้น
แทรก 5 ของ The Radio Dept. ถูกใจอีกแล้วครับท่าน ผมชอบเสียงกีตาร์นัวเนียที่เป็น background จัง คือไม่ถึงกับรก กำลังงามครับ
แทรก 8 Fools Rush In (Kevin Shields Remix) ของ Bow Wow Wow ไม่มั่นใจว่าเคยฟังต้นฉบับหรือเปล่า แต่แบบรีมิกซ์นี้ก็ ถูกใจครับ
แทรก 11 ผมว่าก็น่าจะเป็นเพลงเก่าเอามาทำใหม่อีกเหมือนกัน
ใครอยากฟังโซปราโน เชิญแทรก 12 ครับ
ปิดท้ายด้วยเพลงของ The Cure เพลง All Cats Are Grey เป็นเพลงเดียวกันกับที่ Air เอามารวมในอัลบั้มรวมเพลง Late Night Tales ที่ผมแปะไปบล็อกที่แล้ว แหม ใจตรงกันจัง ทำให้ผมยิ่งอยากรู้ว่า เพลงนี้ของ The Cure ผมตกสำรวจอัลบั้มไหนของน้าแกไปหว่า

สรุปว่าอัลบั้มนี้ก็น่าเก็บครับ หนังจะออกมาดีหรือเปล่าก็ไม่รู้ ได้ข่าวว่านักวิจารณ์ที่คานส์ ไม่ถูกใจกับหนังเรื่องนี้ ข้อหาบิดเบือนประวัติศาสตร์อะไรทำนองนั้น ก็ว่ากันไป






CD 1

1. "Hong Kong Garden" - Siouxsie & The Banshees
2. "Aphrodisiac" - Bow Wow Wow
3. "What Ever Happened" - The Strokes
4. "Pulling Our Weight" - The Radio Dept.



5. "Ceremony" - New Order
6. "Natural's Not In It" - Gang Of Four
7. "I Want Candy (Kevin Shields Remix)" - Bow Wow Wow
8. "Kings Of The Wild Frontier" - Adam & The Ants
9. "Concerto in G" * - Antonio Vivaldi / Reitzell
10. "The Melody Of A Fallen Tree" - Windsor For The Derby
11. "I Don't Like It Like This" - The Radio Dept.
12. "Plainsong" - The Cure

CD 2

1. "Intro Versailles"* - Reitzell / Beggs
2. "Jynweythek Ylow" - Aphex Twin



3. "Opus 17" - Dustin O'Halloran
4. "Il Secondo Giorno (Instrumental)" - Air
5. "Keen On Boys" - The Radio Dept.
6. "Opus 23" - Dustin O'Halloran
7. "Les Baricades Misterieuses"* - Francois Couperin / Reitzell
8. "Fools Rush In (Kevin Shields Remix) - Bow Wow Wow
9. "Avril 14th" - Aphex Twin
10. "K. 213" - Domenico Scarlatti / Reitzell
11. "Tommib Help Buss" - Squarepusher
12. "Tristes Apprets.." - Jean Philippe Rameau /W. Christie
13. "Opus 36" - Dustin O'Halloran
14. "All Cats Are Grey" - The Cure

 

Create Date : 12 ตุลาคม 2549
Last Update : 12 ตุลาคม 2549 11:08:04 น.  

1  2  3  4  5  6  

melkor

Location :
New York United States

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ม ะ ล ะ ก อ ' s b L o g Free Counter
 
Friends' blogs
[Add melkor's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.