ชีวิตผ่านพ้นไปวันต่อวัน เคยมีฝัน 1 ความฝันก็เลือนหาย ปล่อยเวลาว่างเปล่าให้ละลาย ความฝันหายมลายไปกับลม
Group Blog
 
All blogs
 

New magician

Special Credit Thanks to พี่ม่วนไจ๋ http://f4forever.pantipmember.com
หนังฮอลลีวู้ดที่ทำรายได้ถล่มทะลายอย่าง “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ไปทั่วโลก แต่ละภาคที่ออกมาก็ได้รับความนิยมเหนือกว่าหนังเรื่องอื่นๆ จนทำให้กระแส “เวทมนต์” แพร่สะพัด และในคืนวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา กระแสนี้ได้พุ่งตรงไปยังหออนุสรณ์ Zhong Shan ในกวางเจา ซึ่งที่นั่น ไจ่ไจ๋-โจวอี้หมิน ได้ปรากฎตัวในวันเปิดเทอมของโรงเรียนเวทย์มนต์เพื่อร่ายคาถาเล็คเชอร์ต่อหน้าแฟนๆ กว่า 3000 คน ไจ่ไจ๋ที่แสนจะมีเสน่ห์เร้าใจผู้คนได้ทำเซอร์ไพรซ์ด้วยการรับบทครูใหญ่และแสดงมายากล
ในงานมีทฯจนแฟนๆ กรี๊ดหูดับตับไหม้ด้วยความประทับใจ และก่อนหน้านี้ก็มีรายงานว่า ธีมโรงเรียนเวทย์มนต์นี้ได้มาจากไอเดียของไจ่ไจ๋เพราะเขาเองก็เป็นสาวกพันธุ์แท้ของ “แฮร์รี่ พอตเตอร์”

อาจารย์ไจ๋ทดสอบเวทย์มนต์แฟนๆ
วันเปิดโรงเรียนเวทย์มนตร์คือธีมของงานมีทแอนด์กรี๊ด ไจ่ไจ๋ซึ่งรับบทอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนได้เลือกแฟนผู้โชคดีขึ้นมาบนเวทีเพื่อเล่นเกมและฝ่าด่านเวทย์มนต์ แฟนที่เข้าร่วมในชั้นเรียนแรกต้องจับฉลากเพื่อท่องคำขวัญของโรงเรียนในอารมณ์หรือท่ว
งทำนองที่แตกต่างกัน 4 แบบ นั่นคือ ซึ้ง เศร้า ร็อคแอนด์โรล และเขย่าขวัญ ใครจับได้ทำนองไหนก็ต้องท่องตามอารมณ์นั้น การแสดงของแฟนแต่ละคนทำเอาไจ่ไจ๋และผู้ชมฮากลิ้งจนปวดท้องไปหมด แม้แต่ตัว ‘จารย์ใหญ่’ เองก็ยังชมเชยพรสวรรค์ด้านตลกของแฟนๆ ซะยกใหญ่ และผู้ชนะซึ่งได้ใจผู้ชมมากที่สุดก็คือคนที่ร่ายทำนองเขย่าขวัญ เลยได้เลื่อนชั้นไป

ในชั้นเรียนที่สองนั้น บททดสอบก็คือ “คำสาปตัวแข็ง” ซึ่งแฟนแต่ละคนต้องเอาคางหนีบกระป๋องเป๊ปซี่ขณะที่กำลังฝ่าด่าน เมื่อ “จารย์ไจ๋” สั่ง หยุด! พวกเขาต้องค้างอยู่ในท่านั้น แฟนๆ ที่ถูกเลือกขึ้นไปบนเวทีเลยอยู่ในท่าทางประหลาดๆ เพราะต้องคอยปลุกปล้ำเอาคางหนีบกระป๋องไว้แบบกะด๊อกกะแด๊ก

แค่สองชั้นเรียนก็ยังจิ๊บๆ สำหรับ “จารย์ไจ๋” ซึ่งขอสอนต่อในชั้นเรียนที่สามว่าด้วย “ศาสตร์แห่งการหลบหลีก” โดยแฟนแต่ละคนจะถือผ้าผืนใหญ่ไว้ในมือเพื่อช้อนจับกระป๋องเป๊ปซี่ที่ “จารย์ไจ๋” หันหลังโยนมาให้ ใครช้อนได้มากที่สุดก็จะถือว่าผ่านการทดสอบ

จารย์ไจ๋เขียนผิดด้วยง่ะ

ในช่วงที่สองของงานมี้ท ไจ่ไจ๋เลือกแฟนผู้โชคดีขึ้นมาเขียนข้อความบนหนังสือรุ่น ซึ่งหนังสือรุ่นเล่มใหญ่โตมโหฬารนี้มีข้อความอวยพรจากแฟนๆ ทั่วโลก ไจ่ไจ๋เลือกข้อความจากแฟนคนหนึ่งซึ่งมาจากฮ่องกง และมอบไม้กวาดวิเศษให้ แต่เมื่อถึงตอนที่ไจ่ไจ๋ต้องฝากข้อความไว้ในหนังสือรุ่นบ้าง ก็รู้กันอยู่ว่าความช่ำชองด้านภาษาจีนของจารย์ใหญ่ทั่นมีอยู่จำกัด ครั้นต้องเขียนคำว่า “งานชุมนุมโรงเรียนเวทมนต์ปีนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก” จารย์ไจ๋ก็เกิดจำตัวอักษรจีนคำว่า “ชุมนุม” ไม่ล่ายซะงั้น จึงต้องยอมหน้าแตกแอบกาซิบถามพิธีกรว่ามานเขียนยังไงหนอ ในอารามแตกตื่น อิตาพิธีกรก็ดันจำไม่ได้เหมือนกัน (555) สุดท้ายหลังจากปรึกษาหารือกันอยู่ครู่หนึ่ง จารย์ไจ๋ก็เขียนออกมา แต่ปรากฎว่าเขียนผิดไปหน่อย คำว่า “ชุมนุม” เลยกลายเป็นคำว่า “ต่ำต้อย” เล่นเอาผู้ชมอ้าปากเหวอไปเรย...(55555)...แฟนหลายคนพยายามช่วยตะโกนบอกว่าครึ่งล่างของตัวอักษรน่าจะเขียนอีกแบบหนึ่ง จารย์ไจ๋ที่อยู่บนเวทีก็คงรู้สึกว่าตัวหนังสือมานเพี้ยนๆ เลยใส่ไว้ในเครื่องหมายคำพูด แล้วแก้เกี้ยวว่าถ้าหากมีข้อผิดพลาดตรงไหนก็ให้นักเรียนขึ้นมาแก้ไขหลังเวทีหลังเลิก
เรียน (จ๊ากกกกก...คิดได้งัยเนี่ย...น่าหยิกจิงๆ ) แต่พิธีกร (ซึ่งหน้าแตกกว่า) ก็ได้ยืนกรานกับจารย์ไจ๋อย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า คำนี้เขียนถูกต้องแล้วไม่มีที่ผิดพลาดแต่ประการใด

มายากลที่ประสบความสำเร็จที่สุด

ไจ่ไจ๋แสดงมายากลชุดแรกของเขาในตอนเปิดงาน พ่อมดสุดหล่อถือผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินไว้ในมือทั้งสองข้างแล้วผูกปลายไว้ด้วยกัน จากนั้นก็กำผ้าไว้ในมือแล้วท่องคาถาก่อนดึงผ้าเช็ดหน้าออกมา ปรากฎว่าตรงกลางที่เขาผูกปลายผ้าเอาไว้ มีผ้าเช็ดหน้าสีเขียวแทรกเข้ามาอีกผืนหนึ่ง การร่ายเวทย์ครั้งแรกของจารย์ไจ๋ทำเอาผู้ชมต่างเลื่อมใสไปตามๆ กัน

มายากลที่ผู้ชมตั้งตาดูที่สุด

สตาฟนำไพ่ควีนโพแดงยักษ์ออกมาสองใบ ซึ่งไจ่ไจ๋จะต้องเสกให้กลายเป็นคู่คิงโพดำ ผู้ชมเบิ่งตาดูกลนี้อย่างตั้งใจ ไจ่ไจ๋ถือไพ่โชว์ผู้ชมแบบมืออาชีพ แล้วก็สลับเปลี่ยนควีนโพแดงเป็นคิงโพดำโดยทันที (เก่งกู้ดดดดดจ้า)

มายากลที่มีพิรุธที่สุด

กลนี้ไจ่ไจ๋ต้องเสกของออกจากหม้อ ตอนแรกเขาโชว์หม้อให้ผู้ชมดูข้างในซึ่งไม่มีอะไร แต่เมื่อไจ่ไจ๋รับฝาครอบหม้อมาจากสตาฟ เขากลับไม่ได้พลิกหงายให้ดู แฟนๆ ข้างล่างเลยตะโกนว่า “โชว์ฝา โชว์ฝา” ไจ่ไจ๋ทำท่ากลัวๆ แล้วบอกว่า “อาจารย์ก็ไม่กล้า (ดู)เหมือนกัน” (5555) สุดท้าย เขาก็เปิดฝาครอบหม้อแล้วเสกเป็นขวดเป๊ปซี่ออกมาจนได้

มายากลซึ่งใช้เทคนิคยากที่สุด

ไจ่ไจ๋ดึงดอกไม้พลาสติกสีเหลืองออกมาแล้วบอกว่าจะเสกให้กลายเป็นสีแดง เขาจับดอกไม้สีเหลืองยัดลงไปในถุงที่สตาฟถือไว้ จากนั้นก็กลับด้านในถุงออกมาเพื่อจะเปลี่ยนเป็นดอกไม้สีแดงช่อใหญ่ งานนี้ไจ่ไจ๋ต้องแอบปรับ ‘กลไกลับ’ เพื่อให้ดอกไม้สีแดงค่อยๆ แย้มออกมาจากพุ่มใบ (เฮ้ออออ...คงเล่นเอาน้องเราเหงื่อตกเรยนิ)

มายากลที่ขำที่สุด

ก่อนงานมี้ทแอนด์กรี๊ดจะจบลงนั้น ไจ่ไจ๋ให้สัญญาอย่างเคร่งขรึมว่าจะทำให้ผู้ชมทั้งหมดหายตัวไป เขาหยิบไม้กายสิทธิ์และร่ายเวทย์มนต์ท่ามกลางเสียงกรี๊ดดดด หลังจากท่องคาถาเสียงพิลึกๆ จบบท ไฟในห้องก็ดับพรึ่บ งานนี้ถือว่า “จารย์ไจ๋” ประสบความสำเร็จในการทำให้ผู้ชมหายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 28 มิถุนายน 2550 18:13:51 น.
Counter : 133 Pageviews.  

เรื่องสนุกๆในความเงียบ (เบื้องหลังกองถ่าย Silence) NO.2

ขอให้เครดิต บรรดานักข่าว นักแปลทั้งหลาย
ทั้งจากบ้านไจ๋ in pantip และเว็บบอร์ดต่างๆ
(ดูรายละเอียดใน รวบรวมลิงค์บอร์ดของคนรักไจ๋ นะคะ)
ขอบคุณมากๆค่ะ ^__^



เมื่อเร็ว ๆ นี้ทีมงานละครเรื่อง Silence ได้ไปที่เมืองชิงเต้าอย่างเงียบ ๆ แต่ว่าเนื่องจากขณะนี้ที่นั่นเป็นฤดูใบไม้ร่วง และอากาศก็เย็นลง ทำให้ไจ่ไจ๋ไม่สบายเพราะว่าไม่คุ้นเคยกับสภาพอากาศที่นั่น กสนถ่ายทำจึงต้องหยุดไว้ชั่วคราว
--------------------------------------------------------------------------------------

ละครเรื่อง Silence นำแสดงโดย ไจ่ไจ๋ ปาร์คอึนเฮ และแอนดี้ ฮุย ได้เริ่มถ่ายทำตั้งแต่เดือนก.ค. ทีมงานเรื่องนี้เก็บรายละเอียดการถ่ายทำเป็นความลับ และบอกว่าการถ่ายทำเพิ่งจะเริ่มขึ้น แต่ความจริงแล้วละครเรื่องนี้ได้ถ่ายทำฉากในไทเปและสิงคโปร์เสร็จแล้ว และไปถ่ายทำต่อที่เมืองชิงเต้า
--------------------------------------------------------------------------------------

จากรูปที่เราเห็น (ส่วนใหญ่) เรื่องนี้ไจ่ไจ๋เล่นเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และใส่สูทชุดเดียวกับที่งานแถลงข่าวเปิดตัวละครเมื่อเดือนที่แล้ว ฉากที่ไจ่ไจ๋เลือกซื้อรองแบรนด์เนมในห้าง ไจ่ไจ๋ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะซื้อคู่ไหน พนักงานร้ายนรองเท้ายืนอยู่ข้าง ๆ เขา

ขณะที่ถ่ายทำฉากนี้ไจ่ไจ๋อารมณ์ดีมากและพูดคุยเล่นกับทีมงานตลอดเวลา ยอกจากนี้ยัง
โบกมือทักทายแฟนคลับ เขาน่ารักมากและไม่ยอมทำตามบท ไจ๋มักจะนอกบทและก็ทำให้เกิดฉากหลุดเสมอ ๆ ตอนที่ไจ๋ถือรองเท้าและพูดกับตัวเอง ผู้กำกับก็ตะโกนบอกไจ๋ว่า "ไจ๋ อย่านอกบทสิ !!!"
--------------------------------------------------------------------------------------

ไจ่ไจ๋ไม่สบายเพราะไม่คุ้นเคยกับสภาพอากาศ

ขณะนี้(ณ เวลาที่กำลังถ่ายทำ << เพิ่มเติมเองเจ้าค่ะ)ที่ชิงเต้าเป็นฤดูใบไม้ร่วงและอากาศเย็น เมื่อ 2 - 3 วันก่อนไจ่ไจ๋เป็นไข้ การถ่ายทำจึงต้องหยุดชั่วคราว และจะถ่ายทำต่อเมื่อไจ่ไจ๋ได้พักผ่อนเพียงพอ

ผู้จัดการจื่อบอกว่า อาหารของที่นั่นออกจะเลี่ยนไปหน่อย ทำให้ระบบการย่อยอาหารของไจ่ไจ๋ผิดปกติ นอกจากนี้อากาศยังหนาวเย็นและไจ่ไจ๋ก็มีฉากที่ต้องถ่ายทำตอนกลางคืนหลายฉาก ทำให้ไจ่ไจ๋ไม่สบาย เสียงของเขาแหบและไม่สดชื่น แฟน ๆ เมื่อรู้ข่าวว่าไจ๋ไม่สบายก็บอกต่อ ๆ กันในอินเทอร์เนต พวกเขาต่างก็รอไจ๋อยู่นั่นด้วย

นอกจากว่าละครเรื่องนี้เก็บความลับเรื่องที่ถ่ายทำฉากในไต้หวันเสร็จแล้ว ตัวอย่างของ Silence ยังออกอากาศที่สถานีของเมืองปักกิ่ง และงานเทศกาลภาพยนต์ มีอยู่ฉากหนึ่งไจ่ไจ๋จับหน้าของอึนเฮให้เงยขึ้นและมองหน้าเธอด้วยความรู้สึกลึกซึ้งที่แสดงออกผ่านใบหน้าของเขา
--------------------------------------------------------------------------------------

การถ่ายละครเรื่อง Silence ของไจ่ไจ๋เป็นที่สนใจอย่างมาก ในเมืองชิงเต่า ไม่ว่าไจ๋จะไปที่ไหน ที่นั่นก็จะเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มารอดูไจ๋ อย่างเช่นครั้งนี้ ไจ๋ต้องถ่ายทำฉากเข็นรถขึ้น ๆ ลง ๆ เนินเขาอยู่หลายรอบจนเหงื่อตกอย่างแรง ทำให้แฟน ๆ ปวดใจจนอยากจะเข้าไปเช็ดเหงื่อให้เดี๋ยวนั้นเลย

ในเรื่องนี้ ไจ่ไจ๋ต้องเล่นเป็นชายหนุ่มที่ประสบความสำเร็จทั้งที่อายุยังน้อย แต่กลับมาตกหลุมรักสาวใบ้และยากจนอย่างเซินเซิน (แสดงโดยอึนเฮ) นางเอกของเรื่องเป็นช่างเย็บผ้า เธอต้องเย็บเสื้อผ้า 500 ชุดและแพ็คใส่กล่องใบใหญ่ 4 กล่องแล้วเข็นไปที่โรงงาน ซึ่งพระเอกของเราก็เทคแคร์นางเอกเป็นอย่างดี ถึงกับลงทุนถอดเสื้อสูทแล้วช่วยนางเอกเข็นรถเพื่อแสดงถึงความรักและห่วงใย

ถึงแม้ว่าไจ่ไจ๋จะถอดสูทออกแต่เขาก็ยังคงหล่อและสง่างามอยู่ดี ไจ๋ชินซะแล้วกับการที่มีคนมากมายมารายล้อม เมื่อไจ๋เหนื่อยไจ๋ก็จะนั่งงีบหลับบนเก้าอี้ เพราะว่ายังไงซะเขาก็คงไม่สามารถหลบอยู่ในรถได้ทั้งวัน

แต่เวลาที่ไจ๋กับอึนเฮคุยกันนั้นฟังดูเหมือนเป็ดกับไก่คุยกัน แต่ก็คุ้นเคยกันแล้ว อึนเฮสอนภาษาใบ้ให้ไจ๋ ส่วนไจ๋ก็สอนภาษาจีนให้เธอ เวลาคุยกันทั้งสองใช้ภาษาอังกฤษแบบดำน้ำ เกาหลี จีนปนกันมั่วไปหมด ทำให้ทีมงานขำกันเป็นบ้าเป็นหลัง ทั้ง 2 คนเข้ากันได้ดี แต่ว่าความสัมพันธ์อันมั่นคงของไจ๋กับต้าเอสก็ไม่มีอะไรมาทำลายลงได้ง่าย ๆ ที่ต้าเอสมาหาไจ๋ที่เมืองชิงเต่าและจากไปแบบมนุษย์ล่องหนนั้น ไม่มีใครถ่ายรูปเก็บไว้ได้ซักคน

เมื่อวันก่อนที่ไจ๋ไปเมืองเซี่งไฮ้ก็มีคนถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไจ่ไจ๋บอกว่ายังไงซะถ้าเขาบอกว่าต้าเอสไม่ได้มาก็คงไม่มีใครเชื่อเขาอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ดี ทั้ง ๆ ที่มีปาปาราสซี่กับแฟน ๆ ตั้งเยอะ ถ้าต้าเอสมาจริง แล้วทำไมถึงไม่มีใครถ่ายรูปเธอไว้ได้เลย ???
--------------------------------------------------------------------------------------

ไจ่ไจ๋ เมิน'ปาร์คยุนฮี'หมดความอยากเรียนภาษา

- แม้ว่าในละครเรื่อง Silence ?????? ทั้งไจ่ไจ๋ (โจวอี๋ว์หมิน) และ สี่ว์จื้ออัน จะต้องตามจีบ ปาร์ค ยุนฮี ดาราสาวจากเกาหลี อีกทั้งก่อนหน้านี้ ก็มีข่าวแพลมออกมาจากกองถ่ายว่า ไจ่ไจ๋ เกิดสปาร์ครักนอกจอกับปาร์คยุนฮี ซะแล้ว ทำเอาบรรดาแฟนคลับ ต้าเอส (สีว์ซีหยวน) เดือดเนื้อร้อนใจแทนกันใหญ่ แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับตรงกันข้ามเลย

ทางทีมงานกองถ่ายกระซิบมาว่า อันที่จริงแล้ว พอหนุ่มไจ๋ว่างจากการถ่ายละคร เป็นต้องคุยโทรศัพท์กับต้าเอสตลอด ไม่มีเวลาสนใจสาวงามแดนอารีดังเล้ย

ขนาด สี่ว์จื้ออัน นักร้องคนดัง ที่แสดงเป็นพระรองก็ชอบโทรศัพท์หา แซมมี่ (เจิ้งซิ่วเหวิน) อดีตหวานใจอยู่บ่อยๆ ไม่ค่อยมาสุงสิงกับปาร์คยุนฮีเท่าไร พอหาคนคุยด้วยไม่ได้ เธอก็เริ่มหมดความอยากเรียนรู้ภาษาจีนไปโดยปริยาย ทีมงานยังเล่าอีกว่า ถึงแม้ว่าเธอจะมาถ่ายละครที่ไต้หวัน แต่วันวันเอาแต่นั่งอ่านหนังสือภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีนกลับไม่ก้าวหน้าเลย
--------------------------------------------------------------------------------------

ไจ๋ไปถ่ายทำที่ Keelung ไจ๋เราปกติก็ชอบเล่นแบบบ้า ๆ บอ ๆ ต๊อง ๆ อยู่แล้ว คราวนี้ก็พยามยามจะทำอารมณ์ให้หลากหลาย เหมือนกะว่าพยายามจะเล่นเป็นคนบ้าดูซักตั้ง (แบบหลิงป่ะ)

วันนี้เป็นวันเกิดต้าเอส ไจ๋เราก็อารมณ์ดีทั้งวัน เวลาพักกองก็เลานแอคติ้งต๊อง ๆ ตลอดเวลา

และเนื่องจากว่ามีข่าวลือในช่วงก่อนหน้านี้ว่าอึนเฮเกิดปิ๊งไจ๋เราเข้า คราวนี้ไจ๋ก็เลยกลัวว่าที่รักจะเข้าใจผิด จากเมื่อก่อนเคยเล่นหยอกล้อกับอึนเฮ คราวนี้ไจ๋เลยมาในมาดใหม่ เล่นกับตัวเองคนเดียวซะเลย

นักข่าวรายงานว่าวันนั้นไจ๋อารมณ์ดีมากกก พอถึงวลาจะถ่ายทำ พวกทีมงานก็มาช่วยเข้าบทให้ไจ๋ ไจ๋มใส่สูทดำ หล่อมากกก เวลาเข้าฉากไจ๋เราก็ทำซีเรียส แต่พอคัทแล้วเธอก็เล่นบ้า ๆ บอ ๆ ไปตามเรื่อง และยังเต้นแบบว่ามันสุด ๆ ทำทีมงานแทบจะหัวเราะจนเป็นบ้าไปเลย เพราะทีมงานคิดไม่ถึงว่า ไจ๋เราจะมีพรสวรรค์ทางด้านการเล่นตลกด้วย (555 ไจ๋ เครียดจนเพี้ยนไปแร้วเหรอ)

อึนเฮกินข้าวกล่อง ส่วนไจ๋กินข้าวในโรงอาหาร
วันนั้นทั้ง 2 คนไม่ได้มีฉากที่ต้องเล่นด้วยกันมากนัก ก็เลยไม่ค่อยได้คุยกัน อึนเฮกินข้าวกล่องเหมือนกับทีมงานคนอื่น ๆ แต่ไจ๋กับผจก.ไปกินข้าวในโรงอาหารของโรงพยาบาล พอพักกองไจ๋ก็เล่นบ๊อง ๆ ๖อง ๆ กับทีมงานไปเรื่อย จากนั้นก็เข้าไปงีบในรถ

วันเกิดต้าเอส สวีทกันจริงจริ๊งงง
บางทีเป็นเพราะว่าความรักต้า-ไจ๋เปิดเผยขึ้นเพราะอุบัติเหตุรถชน ตอนนี้ทุกคนก็รู้แล้วว่าตอนนี้หัวใจไจ๋ไม่ว่างซะแล้ว และวันเกิดต้าเอสทั้งสองคนก็สวีทกันจนมดขึ้น ท่าทางไม่มีปัญหาเรื่องมือที่ 3 เป็นแน่แท้
--------------------------------------------------------------------------------------

สวี่จื้ออัน : ไจ่ไจ๋ทำให้คนเกลียด

ต้าเอสกะไจ๋กะลังอินเลิฟกันอยู่ ที่กองถ่าย 2 คนนี้คุยกันกระหนุงกระหนิงจูงมือกันเดินเล่นในตอนกลางคืน (อ๊ากกกก) แอนดี้ฮุยซึ่งเป็นพระรองเรื่องนี้พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า "เห็นไจ่ไจ๋ทีไร ผมไม่สบอารมณ์ทู้กที ในเรื่องนี้เราต้องแย่งนางเอกกัน สงสัยว่าผมจะอินมากไปหน่อย เลยกลายเป็นว่าพอถ้ายเสร็จก็ยังไม่ชอบขี้หน้าเขาไม่หาย" (ตายแล้น ไจ๋อิชั้นออกจาน่ารักนะค้า ทำไมพูดอย่างงี้อ่ะ)

เป็นเพราะว่าส่วนใหญ่ข่าวเรื่อง silence จะเน้นไปที่ไจ๋ พอนักข่าวถามแอนดี้เขาเลยพูดว่า "ไจ่ไจ๋ทำให้คนเกลียด เขาแย่งผู้หญิงของผมในเรื่อง แต่ก็ไม่รู้ทำไม เวลาอยู่ในกองแล้วเห็นหน้าไจ๋ผมรู้สึกไม่ค่อยดีเลย บีอยู่ครั้งนึงไจ๋ยื่นกาแฟให้ผม ผมยังไม่อยากแม้แต่จะจิบด้วยซ้ำ"

พอถามว่าเห็นต้าเอสมาเยี่ยมไจ๋ที่กองถ่ายบ้างมั้ย เขาก็หันซ้ายหันขวา แล้วถาม "ไหน??? ใคร ????" แบบว่าไม่อยากตอบเรื่องนี้ตรง ๆ แต่เขาก็บอกทีหลังว่า "แน่นอนว่าผมรู้จักว่าต้าเอสเป็นใคร" ดูเหมือนว่าทั้งแอนดี้กับอึนเฮจะไม่อยากบอกว่าพวกเขาเห็นต้าเอสมาที่กอง แต่ว่าพวกทีมงานกลับบอกว่า "แน่นอน เธอมาอยู่แล้ว วันก่อนพวกเขายังจูงมือกันตอนกลางคืนเลย อุ๊บส์ พูดมากไม่ได้ เดี๋ยวไจ่ไจ๋โกรธ"
--------------------------------------------------------------------------------------

แอนดี้ ฮุย ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ Silence ที่สถานีวิทยุฮ่องกง

แอนดี้ บอกว่า...
- ไจ่ไจ๋เป็นคนน่ารักและเป็นสุภาพบุรุษมาก ๆ ซึ่งใน F4 แอนดี้ชอบไจ๋มากที่สุด

- ไจ่ไจ๋เป็นคนไม่ค่อยพูดมาก ตอนแรกแอนดี้คิดว่าถ้าซัก 3 เดือนผ่านไปไจ๋คงพูดเก่งขึ้นแต่ว่าเขาก็ยังเงียบ ๆ เหมือนตอนแรก นอกจากนี้ ในละครไจ่ไจ๋ไม่สบายเกือบทั้งเรื่อง แอนดี้เองก็เลยไม่ได้ยินเสียงไจ๋ (เวลาเข้าฉาก) เพราะว่าไจ๋พูดเบามาก

- ในซีนกระแทกอารมณ์ซีนหนึ่ง ไจ่ไจ๋กับแอนดี้ต้องนั่งหันหลังให้กันและมีโต๊ะคั่นกลาง แอนดี้จะไม่รู้เลยไจ๋พูดบทเสร็จรึยัง เพราะว่าไจ๋เป็นคนพูดเสียงเบาอยู่แล้วและในเรื่องยังต้องเล่นเป็นคนป่วยอีก ทีนี้ทีมงานที่นั่งอยู่ฝั่งของไจ๋เลยต้องมีการส่งซิกแนลไปทางทีมงานที่นั่งอยู่ฝั่งแ
อนดี้ว่าไจ๋พูดเสร็จแล้ว แล้วแอนดี้ถึงพูดบทต่อได้ (ทะแม่ง ๆ นิ)

- อึนเฮเป็นคนฉลาดมากและมีความสุขตลอดเวลา เธอเรียนรู้ภาษากายเยอะแยะมากมายในเวลาอันจำกัด และเธอก็สามารใช้ภาษามือและภาษากายในการพูดคุยกับอาจารย์ผู้สอนได้เป็นอย่างดี

- ในเรื่อง แอนดี้กับอึนเฮรู้จักกันตั้งแต่สมัยวัยรุ่น (ทีนเอจ) และที่อึนเฮเป็นใบ้ก็เพราะว่าเธอช็อคจากการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ซึ่งเกิดจากแอนดี
้ เขาเลยตัดสินใจว่าจะคอยดูแลเธอชั่วชีวิต

- ไจ่ไจ๋ (ในเรื่อง - เหว่ยอี้) เป็นรักแรกของอึนเฮ (ในเรื่อง - เซินเซิน ) พวกเขาพบกันครั้งแรกในโรงพยาบาล

- แอนดี้ชอบละครเรื่องนี้มากเพราะว่า เรื่องนี้ อึนเฮต้องเลือก 1 ในผู้ชาย 2 คน คือเขา ซึ่งเป็นผู้ชายแบบธรรมดาทั้วไป และ ไจ๋ ซึ่งเป็นแบบที่เป็นความใฝ่ฝันของผู้หญิง (อึนเฮเลือกใครยังไม่รู้ แต่บีเลือกแบบหลังนะฮ้า 555)

- ชื่อภาษาจีนของ Silence คือ เซิน ฉิง มี่ หม่า ซึ่งแปลแบบตรงตัวได้ว่า รหัสรัก (โรมแมนติกมาก ๆ ค่ะ อูยยย) เพราะว่านางเอกเป็นคนใบ้เธอเลยต้องใช้ "รหัส " ในการสื่อสารกับคนอื่น

- แอนดี้ไม่แน่ใจว่าละครเรื่องนี้จะได้ลงจอในฮ่องกงหรือไม่ แต่เขารู้ว่าตอนนี้ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่ซื้อลิขสิทธิ์การฉายละครไปแล้ว ในราคาที่สูงพอสมควร

- แอนดี้คิดว่าสคริปต์ของ Silence ดีมากๆ และจะไปได้สวยในหลาย ๆ ประเทศอย่าง จีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น ตอนที่เขาได้อ่านสคริปต์เขาบอกว่ามันซึ้งเอามาก ๆ

- ฉากประทับใจของแอนดี้เป็นหนึ่งในฉากที่ถ่ายทำที่เมืองชิงเต่า ในฉากนั้นเขาต้เองโกรธที่ไจ่ไจ๋พาอึนเฮไป และแอนดี้ไม่รู้ว่าพวกเขาไปกันที่ไหน และในเรื่องแอนดี้รู้สึกว่าอึนเฮเป็นความรับผิดชอบของเขาแต่กลับไปกับชายแปลกหน้าอย่
างไจ๋ เขาขว้างมือถือที่เขาตั้งใจซื้อให้อึนเฮและก็เริ่มร้องไห้ ในขณะที่อึนเฮก็หลับจริง ๆ เพราะว่าเธอเหนื่อย ส่วนแอนดี้ก็ร้องไห้จริง ๆ เหมือนกัน
--------------------------------------------------------------------------------------

ปาร์คอึนเฮ : เรา 2 คนเป็นพวกปากเสีย

ดาราเกาหลีปาร์คอึนเฮกล่าวถึงการได้เป็นเพื่อนกับไจ่ไจ๋ระหว่างที่ถ่ายทำละคร Silence เธอเปิดเผยถึงการที่เธอกับไจ่ไจ๋ต่างก็ใช้ความ "ปากเสีย" ที่ทั้งคู่มี มาใช้พัฒนาความสัมพันธ์ (- ทะแม่ง ๆ นิ)

เวลาที่ผกก.บอกให้ไจ๋สอนภาษาจีนให้อึนเฮ อย่างคำว่า ขอบคุณ หรือคำชม แต่ไจ๋เรากลับสอนอะไรที่มันตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ทีนี้พอเข้าฉากอึนเฮเลยจำคำผิด ๆ จากไจ๋ แล้วทั้งกองก็หัวเราะกันเป็นบ้าเป็นหลัง โดยที่อึนเฮก็ยังก่งก๊งอยู่และถามว่า "ขำอะไรกันเหรอ???"

อึนเฮใช้โอกาสในการถ่ายทำละครมาฝึกปรือภาษาตัวเอง มีอยู่ฉากนึง อึนเฮจะต้องส่งจดหมายบอกรักให้ไจ๋ แต่เธอกลับเขียนตัวเลข "18" ลงในกระดาษ พอไจ่ไจ๋เห็นเข้าก็ไม่เป็นอันถ่ายทำเอาแต่หัวเราะจนต้องเทคแล้วเทคอีก ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าครั้งนึงไจ๋เคยบอกอึนเฮว่า ในภาษาจีน ตัวเลข 38 จะเอาไว้ว่าคนที่ทำตัวน่ารำคาญ (คือเป็นคำด่า - ซานสือปา อ่ะค่ะ ถ้าใครดูมารส์พากย์จีนคงนึกออก) อึนเฮเลยบอกไจ๋ว่าที่เกาหลีก็มีเหมือนกันแต่เป็นตัวเลข 18 แทน ก็กลายเป็นว่าไจ๋เราโดนอึนเฮตอกกลับซะนี่ ทั้ง ๆ ที่เป็นคนขี้อายทั้งคู่แต่ก็ใช้ความบ้า ๆ บอ ๆ สานความสัมพันธ์ฉันเพื่อนได้สิน่า
--------------------------------------------------------------------------------------

สถานีโทรทัศน์แย่งกันซื้อ “Silence”

Silence (เซินฉิงมี่หม่า) นำแสดงโดยไจ่ไจ๋ ซึ่งถ่ายทำเสร็จไปแล้วตั้งแต่เดือนพ.ย. ปีที่แล้ว ตอนนี้แองจี้ ไฉ กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาต่อรองกับสถานีโทรทัศน์หลายช่องในหลาย ๆ ประเทศเกี่ยวกับการได้สิทธิ์ในการฉายละครเรื่องนี้ ตอนนี้แค่ในไต้หวัน ก็ยังเป็นปัญหาโต้เถียงกันอยู่ว่าใครจะได้สิทธิ์ไป แต่ตามแผนแล้วทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยหลัวตรุษจีนและเตรียมออนแอร์ในเกือบกลางปีนี้

เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ของละครเรื่องนี้จะจับอยู่ที่ตัวละครหลัก 4 คนคือ ไจ่ไจ๋ เมแกน ปาร์คอึนเฮ และแอนดี้ ฮุย ในเรื่องนี้ ไจ่ไจ๋ได้รับหนักกับการที่ต้องแสดงเป็นคนที่ป่วยเป็นมะเร็งตับ เพื่อที่จะทำให้สมบทบาท ไจ่ไจ๋ถึงกับลดน้ำหนักไปราว ๆ 10 ปอนด์
(ประมาณ 4.5 กิโล) และเมื่อตัวอย่างละครที่สถานีโทรทัศน์ปักกิ่งออกมาสู่สายตาแฟน ๆ ต่างก็ชมเป็นเสียงเดียวกันว่าไจ่ไจ๋เล่นดีมาก ๆ โดยเฉพาะฉากที่นั่งอยู่ในรถและต้องแสดงความเจ็บปวดเมื่อาการของโรคกำเริบ และต่างก็เขียนจดหมายไปขอให้เลื่อนเวลาออกอากาศให้เร็วขึ้นอีก
--------------------------------------------------------------------------------------

ไจ่ไจ๋หล่อเกินไปที่จะเล่นหนัง

คงจะไม่ดีหากให้ไจ่ไจ๋รับบทพระเอกในเรื่องนี้

หนังเรื่อง "Waiting alone" มีคิวเข้าฉายในเดือนกันยายน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชายหนุ่มที่ตามจีบสาวในฝันของเขา

Wu ShiXian ผู้กำกับเรื่องนี้บอกว่าตัวบทนั้นเสร็จตั้งแต่ปี 1999 แต่เพราะไม่มีงบ กว่าจะได้เปิดกล้องก็ปี 2003 แน่ะ

เขายังให้สัมภาษณ์อีกว่า ตอนแรกทางบริษัทอยากให้ไจ่ไจ๋มารับบทพระเอก แต่ว่าพอเขาคิด ๆ ดูอีกที ก็พบว่าคงจะไม่ดี เพราะว่าถ้าไจ่ไจ๋เล่นบทนี้ แล้วคงเป็นไปไม่ได้ที่ผู้หญิงในเรื่องจะไม่ชอบเขา (555 ถูกต้องนะคร้าบ) ถึงแม้ว่าบทพระเอกของเรื่องนี้ไม่ได้ขี้เหร่อะไร แต่ก็ยังดูธรรมดามาก ๆ อยู่ดี ถ้าให้ไจ่ไจ๋เล่นล่ะก็ แทนที่เขาจะตามจีบสาวในฝัน คงกลายเป็นว่าผู้หญิงตามจีบเขามากกว่า
--------------------------------------------------------------------------------------




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2550 18:00:07 น.
Counter : 368 Pageviews.  

เรื่องสนุกๆในความเงียบ (เบื้องหลังกองถ่าย Silence) NO.1

ก่อนอื่นก็ขอให้เครดิต บรรดานักข่าว นักแปลทั้งหลาย
ทั้งจากบ้านไจ๋ in pantip และเว็บบอร์ดต่างๆ
(ดูรายละเอียดใน รวบรวมลิงค์บอร์ดของคนรักไจ๋ นะคะ)
ขอบคุณมากๆค่ะ ^__^



19 สิงหาคม
ไจ๋มาถึงกองถ่ายบ่าย 2 ถ่ายทำฉากในออฟฟิศ
แฟนคนหนึ่งรายงานว่า ไจ๋ผอมลงอย่างเห็นได้ชัด
(- เพิ่มเติมค่ะ อีกแหล่งข่าวไจ๋บอกว่าตัวเองผอมลงประมาณ 10 ปอนด์ หรือเกือบๆ 5 กิโล )
จนดูตากลมโตอย่างแรง แฟนตี๋แวนคนหนึ่งคุยกับแฟนไจ๋ว่า
น่าให้ไจ๋แบ่งตามาให้ตี๋บ้างเนอะ (555) วันนี้ไจ๋ถ่าซีนขับรถเลียบชายหาดซะส่วนใหญ่
รายละเอียดขอข้ามเพราะน้ำล้วน ๆ ค่ะ

-----------------------------------------------------------

20 สิงหาคม
ไจ๋ถ่ายทำฉากในออฟฟิศบนชั้นที่ 24 ของอาคารสำนักงานแห่งหนึ่ง ไจ๋ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว เน็คไทสีฟ้าอ่อน ไม่ได้สวมเสื้อสูท ส่วนนางเอกใส่เสื้อเชื้ตสีชมพู-ขาว ดูท่าทางทั้ง 2 คนไม่ได้มีภาษาอุปสรรคอีกต่อไปแล้ว เพราะสามารใช้ภาษามือและภาษาตาสื่อสารกัน (โอ้ว้าว สามารถกันจริง ๆ 2 คนนี้) ฉากที่ถ่ายทำกันเป็นฉากที่พระเอกกับนางเอกทะเลาะกัน โดยที่นางเอกกำลังขว้างแบงค์ใส่พระเอก แล้วแอนดี้ก็พานางเอกออกไปนอกออฟฟิศ

เรื่องตลก ๆ ในกอง
1. ระหว่างที่ไจ๋กำลังจะถ่ายทำฉากซื้อรองเท้า ไจ๋ก็เกือบกัดลิ้นตัวเองในระหว่างพูดบท ผู้กำกับเห็นเข้าเลยตะโกนบอกไจ๋ว่า ไจ๋ อย่ากัดลิ้นตัวเองสิ
2. ใน Ba Da Guan (location แห่งหนึ่ง) ขณะที่ช่างทำผมกำลังทำผมให้ไจ๋อยู่ ช่างกล้องก็บอกว่า "เฮ้ย แค่นี้ไจ๋มันก็หล่อจะแย่แล้ว" ไจ๋เลยตอบกลับไปว่า "งั้นให้ผมหล่ออีกหน่อยละกันนะ" ช่างกล้องเลยตอบกลับว่า "แค่นี้แหละพอแล้ว เดี๋ยวแฟน ๆ ก็เป็นลมหรอก!!" (555 ถูกต้องนะคร้าบพี่ตากล้อง โดนใจจริง ๆ)
3. ที่ริมทะเล ตอนที่ไจ๋กำลังรอเข้าฉาก ไจ๋ก็เปิดกระจกรถและส่งยื้มให้แฟน ๆ ที่มาตามติดกองถ่าย (อิจฉาง่ะ)
4.พอถ่ายซีนใน Ba Da Guan เสร็จ ไจ๋เราก็กระโดดขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนกับว่าจะเต้นท่าอะไรซักอย่าง ทำเอาแฟน ๆ ขำกลิ้งไปตาม ๆ กัน
-----------------------------------------------------------

วันที่ 21 สิงหาคมซีนที่ถ่ายส่วนใหญ่จะเป็นซีนที่ผู้จัดการฉี (ก็ไจ๋เรานั่นแล) เริ่มออกอาการไม่สบายแล้วค่ะ (แง ๆ )
- ไจ๋มาถึงกองถ่าย 7 โมงครึ่ง (ทีมงานบอกว่าเมื่อคืนไจ๋ถ่ายละครถึงตี 2 แน่ะ ไจ๋ได้นอนแค่ 3 - 4 ชมเท่านั้น)

- ชื่อออฟฟิศในละคร คือ Yi Yang International Business Group, Qingdao Division เป็นอาคารที่อยู่ริมชายหาด ซึ่งวันนี้ไจ๋ถ่ายทำอยู่ตรงล็อบบี้ของบริษัท

- มีอยู่ฉากหนึ่ง ระหว่างที่ผู้จัดการฉี (ฉีเหว่ยอี้ - ไจ๋) กำลังรอรถของเขาอยู่ที่หน้าประตู โดยมีพวกพนักงานยืนอยู่ด้วย หลังจากที่ผู้จัดการฉีเดินไปได้ซักพัก ก็ต้องเกาะไหล่พนักงานเพื่อพยุงตัว แล้วหลังจากนั้นก็เอามือกุมท้องและมีสีหน้าเจ็บปวดมากและซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

- เสื้อผ้าที่ไจ๋ใส่ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อสูท ไม่ชุดสีดำก็น้ำเงินเข้ม โดยสวมรองเท้าหนังสีดำเมื่อใส่สูทชุดสีเข้ม และสวมรองเท้าสีกากีเมื่อใส่สูทชุดสีอ่อนลง

- มีอยู่ครั้งนึง เมื่อไจ๋กำลังเปลี่ยนชุดสูทอยู่ แล้วทุกคนก็บอกว่า "โอ้วว้าว หล่อมากกกกก" ไจ๋ได้ยินเข้าแล้วทันใดนั้นก็ตอบกลับด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม "ครับ ครับ ผมรู้แล้ว" (555 เป็นไงล่ะ )
-----------------------------------------------------------

วันที่ 23 สิงหาคม วันนี้ถ่ายทำกันในโรงพยาบาล ไจ๋ใส่สูทสีดำ เสื้อเชิ้ตข้างในสีขาว เป็นฉากที่กำลังคุยกับหมอ แต่ว่าทั้งคู่เสียงเบามากเลยไม่ค่อนได้ยิน มีเพียงประโยคเด็ดที่แฟนคลับจับความ ก็คือ !!! ผู้จัดการฉีถามหมอว่า "บอกผมสิ ว่านานแค่ไหน" แล้วก็ตัดมาที่สีหน้าอันโศกเศร้าของผู้จัดการฉี กับแววตาที่มองไปอย่างไม่รู้จุดมุ่งหมายและว่างเปล่า (คิดว่าฉากนี้คงเป็นฉากที่พระเอกของเราถามว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่น่ะค่ะ แง ๆ )
-----------------------------------------------------------




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2550 18:06:14 น.
Counter : 174 Pageviews.  

รวมเว็บบอร์ดของคนรักไจ๋ (v. ภาษาไทย)

ตอนแรกว่าจะทำหัวข้อ เพลงไจ๋ ก่อน แต่ว่าเพลงต่างๆ ดันอยู่อีกเครื่อง ก็เลยทำหัวข้อนี้แทนไปก่อนนะคะ

ดูๆแล้วไม่น่าเชื่อ ผู้ชายธรรมดา(ที่แสนจะน่ารักมาก)คนนึง
จะมีคนให้ความรัก และ หลงใหลเค้าเป็นจำนวนมาก
เรามาดูกันดีกว่านะ ว่ามีคนทำเว็บบอร์ดของลิงไจ๋
สักกี่เว็บ (ขอรวมไปถึงบอร์ดรวมของ F4 ด้วยนะคะ)

**เฉพาะภาษาไทย**




บอร์ดรวม 4 หนุ่มดอกไม้


บอร์ด บ้าน F4 In Pantip

บอร์ด f4thailand

บอร์ดเก่าๆ ของ asian-ent (ไม่เห็นมีใครมาคุยเลยอะ)

**ตั้งแต่ตรงนี้ลงไปจะไม่รวมกับบรรดาพี่ๆนะ**


บอร์ด ZZC (Zhouzaiclub)

บอร์ด ZZC (ZaiZaiclub) << คล้ายๆกะข้างบนเลยอะ

บอร์ดของช่อง 3(บอร์ดหลัก) << วิพากย์ ภาพยนตร์จีน -- ปาฏิหาร์ยรักจากดวงดาว --

บอร์ดของช่อง 3(บอร์ดย่อย1)

บอร์ดของช่อง 3(บอร์ดย่อย2)

บอร์ดของช่อง 3(บอร์ดย่อย3)
<<<บอร์ดนี้สำหรับคนรักคู่รัก (โปรดทำใจก่อนเข้าดู )

บอร์ด ของ popcornfor2

แก้ไขลิงค์คะ รู้สึกว่าเว็บของช่อง 3 เค้ามีการเปลี่ยนแปลงลิงค์เล็กน้อย

แก้ไขในวันที่ 23 เมษายน 2551




 

Create Date : 18 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 26 ตุลาคม 2552 21:45:24 น.
Counter : 189 Pageviews.  


It's Me
Location :
กระบี่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ซาหวาดซาดี จ้า....
ผู้หลงทางทุกท่าน
ท่านกำลังหลงเข้ามาสู่
โลกใบเล็กๆของข้าพเจ้า
โลกที่ข้าพเจ้าหลงใหล
และ ชื่นชอบ

Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
Friends' blogs
[Add It's Me 's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.