How would we see the light without the Dark? จะรับรู้เส้นแสงได้อย่างไรหากไร้ซึ่งรัตติกาล
Group Blog
 
All blogs
 

คนเทน้ำตาล (minus)

คนเทน้ำตาล : บันทึกคนเทน้ำตาล


ผมพบว่า


ผมสามารถแปลงโฉมได้ เปลี่ยนร่างได้


มีอะไรมากมายในตัวที่สามารถใช้แก้ปัญหา


เพื่อใช้ช่วยเหลือผู้อื่นแลเพื่อการอื่นๆ


และผมเพิ่งค้นพบว่า


น้ำตาลที่ผมมีอยู่ช่างเลิศรส


....


ผมอยากให้ใครต่อใครได้ลองลิ้ม


ชิมน้ำตาลที่ผมมี


........


ผมใช้น้ำตาลนั้นแลกกับสิ่งที่ผมต้องการ


อะไรที่ผมอยากได้ ผมใช้น้ำตาลแลกมา


น้ำตาลของผมมีไม่จำกัด และมันใช้แลกเปลี่ยนได้


[...ทุกอย่าง...]


ใครต่อใครล้วนกระหายในน้ำตาล ที่สามารถแต่งแต้มรสชาติขนมในจานให้น่ากิน


ฉะนั้น...น้ำตาลของผมย่อมเป็นที่ต้องการ


บางคนพลีหมดทุกอย่างเพื่อน้ำตาลจากผมเพียงนิด


วันหนึ่ง...ขณะที่ผมสำรวจผืนฟ้าหลากสี


ผมได้เจอปลากลางอากาศอันบิดเบี้ยว


มันร้องขอให้ช่วยแกะห่อประหลาด


ผมช่วยเหลือตามที่อยากจทำ


...


มันกระวนกระวายจนน่าสงสาร ผมจึงให้น้ำตาลแก่มัน โดยไม่คิดอะไร


หวังเล็กๆในใจว่ามันคงสงบลง


...มันไม่กิน...


มันเฝ้ารอการแกะห่อนั้นอย่างใจจดจ่อ


ผมจึงพยายามที่จะแกะเพื่อให้ปลาตัวนั้นสบายใจ


สุดท้ายเมื่อเปิดออก...มันคือขนมที่มีพิษของน้ำตาลอันร้ายกาจ


รอยยิ้มที่ไม่เต็มใจผุดขึ้นบนหน้าผม


ของอันตรายนั้นเข้าสู่ตัวปลาอย่างรวดเร็ว...จนผมตกใจ


พิษของน้ำตาลแล่นทั่วร่าง มันกำลังจะขาดใจ


ผมจึงเอาน้ำตาลของตนใส่ปากไป


กระทั่งทุเลาลง



เวลาผ่านไป ผมให้น้ำตาลกับปลาน้อยเหมือนกับผู้รับอื่นๆ


ทว่า...ปลาน้อยขอเพิ่ม


แม้ประหลาดใจ...แต่ก็ดีใจที่ปลาน้อยชื่นชอบ


ผมจึงเพิ่มให้มันอย่างไม่ลังเล


มันมีความสุข สนุกสนาน ร่าเริง


สงสัยว่า...ความสุขนี้เมื่อจางหายไปจะเป็นอย่างไร


เกิดปัญหาขึ้น...


ปัญหาใหญ่...จนนิ่งนอนใจไม่ได้


ผมคิดหาทางแก้ญหาเฉพาะหน้าจน เลยเวลาที่ต้องเจอปลาน้อย


ผมขอโทษมันไปแล้ว


ขอโทษล่วงหน้าด้วย...หากแต่ไม่ได้พูดโดยตรงกับมัน


และ


ผมก็หายไปจากพื้นที่นั้น


เพื่อแก้ปัญหาอันน่าพรั่นพรึง


สีตาเปลี่ยนไปหลายครา เพื่อให้แต่ละบุคลิกคิดแก้ปัญหา


ในที่สุด เมื่อจบภาระปัญหา


คนเทน้ำตาลที่เริงร่าหายไป


เหลือไว้คือคนเทน้ำตาลที่เคร่งเครียด


เมื่อจบสิ้นปัญหา


ผมปั้นหน้ายิ้ม...แล้วกลับเทน้ำตาลดังเดิม


ผมพบปลาน้อยอีกครั้ง


มันยังอยู่ที่เดิม


ผมขอโทษมันทั้งที่ยังยิ้มอย่างเสแสร้ง...หลบเงามืดของตัวเองไว้


ปลาน้อยเปลี่ยนไป


มันสอนอะไรบางอย่างให้ผม



"น้ำตาล" ให้ความหวานจนหลายคนถวิลหา


โดยหารู้ไม่ว่ามันมีโทษคณาหากไม่รักษาความพอดี


หวานมากเกินไป ระวังให้ดี


โทษร้ายแรงหลากหลายมากมี เกินจินตนา


แต่หากปิดตัวไม่รับความหวาน


จะไม่มีภูมิต้านรสโอชา


ซ้ำเมื่อหลงกลติดแล้วยากรักษา ตายเสียดีกว่าตายทั้งเป็น




ปลาน้อยจากไป...ทิ้งไว้เพียงสิ่งที่ทำให้ผมคิด


และมิตรภาพระหว่างเรา




อะไรที่เราเลี่ยงไม่ได้ในชีวิต มีหลายๆอย่าง


ไม่เพียงแค่น้ำตาล


ฉะนั้น บางครั้งสิ่งไม่ต้องการก็ถูกยัดเยียด


บางครั้งต้องการแต่ก็ไม่เคยรู้สึกพอ


หากไม่ยึดกับความทุกข์และสุขสันต์


เราก็จะไม่ต้องนั่งขันในความเขลาของตัวเองทั้งน้ำตา


....


......


หวังว่าคงจะใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า


และมีความสุขกับความหวานของน้ำตาล


...



ไม่มีใคร อะไร สิ่งไหนในโลกนี้ที่จะทำให้เราทุกข์ทรมานจนขาดใจตายได้


หากเราเข้มแข็งและแข็งใจไม่ยอมที่จะตกเป็นทาสของความทุกข์



[คนเทน้ำตาล]


['E'N'D']






Free TextEditor




 

Create Date : 07 ตุลาคม 2553    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2553 22:01:00 น.
Counter : 104 Pageviews.  

นิทาน : คนเทน้ำตาล (3)

คนเทน้ำตาล : ผลร้ายของความหวังดี



Smiley  วันคืนผ่านไป เท่าไรไม่รู้ Smiley


คนเทน้ำตาลแปลกหน้ายังคงแวะเวียนมาเทน้ำตาลใส่ขนมให้ปลาน้อยทุกวี่วัน


จนกลายเป็นคนเทน้ำตาลที่ไม่แปลกหน้า


รสจากจะหวานชื่นรื่นใจแล้วยังบรรเทาพิษของสิ่ง ที่ "ใครสักคนหนึ่ง" ให้มาด้วย


ปลาน้อยรุ้สึกดี ยินดีปรีดา


อยากจะกินน้ำตาลอีก


ปลาน้อยหลงในรสของความหวานที่เย็นชื่น ไม่เหมือนน้ำตาลอื่นทั่วไป


[...อร่อย...]


ปลาน้อยร้องขอน้ำตาลในปริมาณที่มากกว่าเดิม (แม้เพียงนิด)


ชายแปลกหน้ายิ้มร่าและเพิ่มให้โดยไม่ลังเล


ปลาน้อยยิ้มตามคนเทน้ำตาล


...


เวลาผันไปอีกเพียงไม่นาน คนเทน้ำตาลหายไป


ปลาน้อยฉงนใจ เหตุใดจึงไม่มา


ปลาน้อยสันนิฐานว่าอาจจะมาช้า จึงลองรอดู


และเพียงไม่นาน คนเทน้ำตาลก็มา เพียงแต่มาช้าให้ปลาน้อยตกใจ


เขาเทน้ำตาลให้ปลามากขึ้น...เพื่อขอโทษ


ปลาน้อยดีใจ กินขนมหมดจาน


ทว่า...


หลังจากวันนั้น คนเทน้ำตาลก็หามาปลาน้อย


...น้อยลง



นานๆครั้งจึงโผล่มา


...ปลาน้อยหงุดหงิด...


แต่พยายามไม่แสดงออก



กระทั่ง


จู่ๆ คนเทน้ำตาลก็หายไป


...


หายไปจริง ๆ  Smiley



Smiley ปลาน้อยเฝ้ารอ


รอ


รอ


และรอ


เขาหายไปจริงๆ หายไปเหมือนกับ "ใครสักคนหนึ่ง"



ปลาน้อยกลัว


หยดน้ำจากตาไหลขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบน



...ทำไมต้องเป็นเขาด้วย...


ทำไมต้องคนเทน้ำตาล



ความทรมานแบบเดิมกลับมา


มันช่างหน้าเบื่อหน่าย


ความรู้สึกเหล่านั้นทำอะไรปลาน้อยไม่ได้ ...เมื่อเวลาผ่านไป


ปลาน้อยปิดกั้นหัวใจ


จะไม่ติดน้ำตาลจากใครอีก...เพียงรู้ว่าหวานก็พอแล้ว


พอแล้ว


พอกันที


...พอเถอะกับสิ่งไม่ยั่งยืนเหล่านี้...


เบื่อเต็มทีกับน้ำตา


...


ไม่นานนักคนเทน้ำตาลคงจะกลับมา


พร้อมรอยยิ้มเริงร่า


และน้ำตาลที่แสนอันตราย





Smiley เป็นจริงดังคาด


คนเทน้ำตาลกลับมา


และรอยยิ้มเริงร่า...ปลาน้อยก็เดาถูกเช่นกัน


อีกสิ่งหนึ่งนั้นยังถูกเทลงจานขนมเหมือนเดิม


ปลาน้อยกิน...แล้วพ่น ระคนสำลัก


แล้วจิบชิมใหม่


มันก็แค่หวานชื่นใจ


ก็เท่านั้น


ปลาน้อยไม่ยินดียินร้าย


ซ้ำยังกัดคนเทฯ


ฝ่ายคนที่ถูกกัดตกใจ สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น


ปลาน้อยอารมณ์ฉุนเฉียว กราดเกี้ยวทันที


...คนเทน้ำตาลตัวดี ได้แต่ฉงนใจ...


รอยยิ้มที่เสแสร้งจากหายไปกลายเป็นหน้าหม่น


ถามปลาน้อยว่าเกิดอะไรขึ้น


....


....



ปลาน้อยจึงบอกกับคนเทน้ำตาล


"อย่าได้เทน้ำตาลให้ใครต่อใครนัก


สิ่งที่ทำลงไปมันทำให้ใครต่อใครเข้าใจผิด"


หากไม่มั่นคงที่จะรักษาความรู้สึกไว้ได้...ก็อย่าทำให้เกิดความรุ้สึกนั้น



คนเทน้ำตาลตะแคงคอประหลาดใจ


 ปลาน้อยว่าต่อไป


"ความหวานของน้ำตาลที่เทให้ มันเป็นสิ่งใครๆต่างชอบ


แต่หากไม่สามารถให้แก่เขาได้...จงบอกเขาคนนั้น...อย่าหายไปอย่างไร้วี่แวว"


เพราะปลาน้อยได้รับรู้


ว่าการขาดน้ำตาลนั้น ทรมานเพียงไหน


พิษของมันรุนแรงแทบขาดใจ จนใครๆต่างขยาดหวาดกลัว


แต่กระนั้น...น้ำตาลก็ยังเป็นสิ่งที่ใครต่อใครปราถนา


...


คุณมีน้ำตาลมากมายพอแจกจ่ายทุกคนก็จริง


คุณมีน้ำตาลรสเลิศจนอยากให้ใครต่อใครได้ลิ้มก็จริง


แต่อย่าได้เที่ยวแจกใครต่อใครนัก


หากคุณไม่มั่นคงพอที่อยู่เทให้เขาไปตลอด


เพราะมันจะทำร้ายผู้นั้นทันที เมื่อคุณจากไป


จงเข้มแข็งต่อความรู้สึกที่เกิด และ จงสงสารความรู้สึกที่จะเกิด


น้ำตาลของคุณนั้นมีค่า โปรดรักษามันไว้ให้ผู้ใดก็ตาม


ที่คุณจะเพียรพยายามให้เขาจนวันตาย"




สิ้นคำ


...ปลาน้อยว่ายผ่านอากาศจากไป...


ทิ้งไว้เพียง คนเทน้ำตาล ให้ลอยคว้างลำพัง




ปลาน้อยใช้ชีวิตต่อไปอย่างปกติวิถี 


เก็บเรื่องราวความทรงจำดีๆที่พบเจอมา


ชิมขนมจากเพื่อนสนิทและคนแปลกหน้า แต่ไม่มีทีท่าว่าจะติดใจ


แม้ขนมเหล่านั้นจะอร่อยหรือไม่ เพียงใด


ปลาน้อยยิ้มให้กับรสชาติที่แสนเลิศเลอแต่ไม่ยั่งยืน


รสชาติเหล่านั้นคงจางหายไปเมื่อกินกลืน


ปลาน้อยไม่ต้องฝืนทนในการรอคอยขนมคำต่อไป จากใคร


เพียงรับรู้ว่าใครที่มีน้ำใจ แบ่งขนมให้...ก็เพียงพอ


พอที่จะทำให้มีความสุขได้กับชีวิตธรรมดาๆ



ทุกรสชาติในโลกล้วนไม่จีรังเหมือนดั่งความทุกข์และความสุข


หากเราไม่ยึดติดกับมันมากเกินไปมันก็ไม่ทำร้ายเรา


ซ้ำแล้วยังเป็นบทเรียนให้เราก้าวต่อไปอย่างเข้มแข็งและมีสติ


ทั้ง ดี และ ไม่มี ย่อมมีคุณค่าเมื่อเราเปิดใจรับมัน



Smiley [- ป.ปลาในอากาศ -] Smiley


['E'N'D']






 

Create Date : 14 กันยายน 2553    
Last Update : 7 ตุลาคม 2553 14:14:37 น.
Counter : 101 Pageviews.  

นิทาน : คนเทน้ำตาล (2)

คนเทน้ำตาล : * คนเทน้ำตาลแปลกหน้า *


 


ชีวิตของปลาน้อยเป็นไปตามปกติวิถี


แต่แล้ว..."ใครสักคนหนึ่ง" ก็กลับมา...


เขากลับมาพร้อมยื่นขนมชิ้นเดิม หน้าตาแบบเดิมให้ปลาน้อย


ด้วยรสชาติอันชวนถวิลหา


ปลาน้อยจึงกินมันอย่างไม่ลังเล


รสชาติของมันสุขสันต์เกินบรรยาย


ความหวานแผ่ซ่านไปทั่วปาก ปลาน้อยหลับตาแน่น


...อร่อยมากทีเดียว...


ปลาน้อยดีใจที่ "ใครสักคนหนึ่ง" กลับมา


คิดถึงเหลือเกิน...ทั้งผู้ให้ขนมและขนมของเขา



สักครู่หนึ่ง


...Smiley...


"ใครสักคนหนึ่ง" ยื่นบางอย่างให้ปลาน้อย


หน้าตามันช่างน่ากินไม่ต่างจากขนมที่ปลาน้อยกินลงไป


แต่มันถูกห่อหุ้มไว้ด้วยอะไรบางอย่าง


...ปลาน้อยรับไว้...


โดยที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร



.....!!!!!.....



ทันทีที่สิ่งนั้นหลุดจากมือเขาสู่ครีบของปลาน้อย


"ใครสักคนหนึ่ง" ก็อันตรธานหายไป


ปลาน้อยตกใจ


...!!!...


มันทำอะไรไม่ถูก


มันพยายามเปิดสิ่งที่ได้มาเพื่อดูข้างใน


(รึบางครั้ง...มันก็พยายามเปิดเพียงเพื่อจะลิ้มรสชาติของขนม)


แต่อย่างไรก็เปิดไม่ออก


มันห่ออย่างหลวมๆ ทว่ามันเปิดไม่ออก


อย่างไรก็ไม่ออก


ยังไงก็ไม่ออก


ทำไมไม่ออก ?




ปลาน้อย ร้องขอความช่วยเหลือ


ไม่มีใครสักคนที่ว่างจะช่วยปลาน้อย


ไม่มีสักชีวิตที่สังเกตุเห็นหรือรับรู้ว่ามีปลาตัวหนึ่งกำลังขอความช่วยเเหลืออยู่


...


ชายคนหนึ่งเดินผ่านมา รูปลักษณ์เขาช่างน่าพิศวง


นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนสีแวววับสลับไปมา


บ้างดำ บ้างแดง


 ฟ้าบ้าง เขียวบ้าง


 ม่วงด้วย ส้มด้วย เหลืองด้วย


ชายคนนั้นส่งยิ้มให้ปลาน้อยพร้อมกับนั่งลงถาม


"เจ้าต้องการให้ข้าช่วยสิ่งใดหรือปลาน้อย"


ปลาน้อยจึงส่งห่อที่ตนโอบอุ้มไว้ให้...ทั้งๆที่ลังเลเล็กน้อย...


ชายหนุ่มยิ้มร่ารับห่อนั้นมาแล้วนั่งลงกลางอากาศ ห้อยหัวลงสู่พื้น


เขารื้ออะไรต่อมิอะไรออกมามากมาย


อุปกรณ์นับร้อยพวยพุ่งออกมาจากแขนเสื้อและลอยคว้างรอบตัวชายคนนั้น


ปลาน้อยว่ายไปมากลางอากาศด้วยความกังวล


...เป็นอย่างไรบ้าง...Smiley


...ท่านแกะมันได้ไหม...Smiley


มันคือสิ่งใด Smiley


มันร้ายแรงไหม...หรือดีอย่างไร Smiley


ปลาน้อยร้อนใจในสิ่งที่"ใครสักคนหนึ่ง"ทิ้งไว้ให้



ชายแปลกหน้าเห็นท่าทีของปลาน้อยก็หัวเราะร่า


ตลกในท่าทีร้อนใจของปลาน้อย


ชายแปลกหน้าจึงยื่นขนมของตนให้ปลาน้อยกินไปก่อน...


"ใจเย็นๆ..."


ปลาน้อยรับขนมชายแปลกหน้ามา


แต่ยังไม่กิน...มันถือไว้...วางไว้


รออยู่นาน...


Smiley......Smiley......Smiley......Smiley


...ชายแปลกหน้าบรรจงแกะห่อนั้นอย่างระวัง...


.....


.....


จนในที่สุดก็แกะสำเร็จ Smiley


สีหน้าของชายแปลกหน้าเปลี่ยนไป...เขายิ้มเฝื่อนๆ


และยื่นห่อนั้นที่แกะออกมาได้แล้วในปลาน้อย


ปลาน้อยยื่นหน้าไปดู...


มันคือขนม


ขนมที่หน้าตาคล้ายกับขนมที่ปลาน้อยกินลงไป


แต่ทันทีที่ปลาน้อยเห็นมัน ขนมในห่อนั้นก็หายวับไป


ความหวานเกิดขึ้นเองในปากของปลาน้อย


มันหวานมาก


...มากเสียจนปลาน้อยรู้สึกเจ็บปวด บนความหวานนั้น...


[ ความหวานที่แสนทรมาน ]


มันกำลังทำร้ายปลาน้อย


...


...เจ็บ...


...ปวด...


....ทรมาน....


...ใครก็ได้ช่วยที...


ชายแปลกหน้าที่ห้อยหัวอยู่หยิบขนมของตนใส่ปากปลาน้อย


••...ความเจ็บปวดทุเลาลง...••


ปลาน้อยได้สติกลับมาดังเดิม


ขนมในห่อนั้นช่างเลวร้าย


ปลาน้อยเสียใจ


••••


ชายแปลกหน้าเทอะไรบางอย่างลงขนมและให้ปลาน้อยกิน


สิ่งๆนั้นคล้าย ทรายสีขาว


ชายแปลกหน้าเก็บทรายสีขาวนั้นเข้าไปในชุดตนเองและส่งจานขนมของเขาให้ปลาน้อย


ปลาน้อยลองชิมเพื่อไม่ให้เสียมารยาท


รสชาติมันทำให้ปลาน้อยแทบสิ้นสติ


รสชาติมันหวานจับใจ และเย็นนิดๆ


ความหวานที่ต่างออกไปจากขนมของ "ใครสักคนหนึ่ง"


ปลาน้อยชอบขนมเหล่านี้


ชายแปลกหน้าก็ยินดีที่จะให้มันกินจนหมด


เมื่อปลาน้อยถามชายแปลกหน้าดู


จึงได้รู้ว่าสิ่งที่ใส่ลงไปนั้นคือ


...[น้ำตาล]...


สิ่งนั้นเองที่ทำให้ขนมมีรสชาติน่าใฝ่หา


หลังจากนั้น...ทุกวันปลาน้อยจะได้พบชายแปลกหน้าที่เปลี่ยนสีไปมา


และนำขนมรสหวานมาให้


ทุกครั้ง...เขาจะเทน้ำตาลใส่ขนมก่อนยื่นให้ปลาน้อย


ปลาน้อยจึงเรียกชายผู้นั้นว่า


"คนเทน้ำตาล"


[ Smiley To be continue ]








 

Create Date : 13 กันยายน 2553    
Last Update : 7 ตุลาคม 2553 14:14:25 น.
Counter : 140 Pageviews.  

นิทาน : คนเทน้ำตาล (1)

คนเทน้ำตาล : ~ ปลาน้อยรู้จักความหวาน ~


ในโลกแห่งหนึ่ง โลกซึ่งใครๆต่างก็มีขนมเป็นของตัวเอง ขนมของแต่ละคนนั้นมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์


Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley


ปลา ตัวหนึ่งมีชีวิตที่แสนปกติบนท้องฟ้า


มันได้ลองชิมและกินขนมจากสหายหลายหลากรส


ทว่า...


Smiley Smiley Smiley ทุกชิ้นที่มันกินเข้าไปนั้น Smiley Smiley Smiley


[...ล้วนจืดชืด...]


รสชาติที่แสนจะน่าเบื่อ ไม่มีอะไรน่าสนใจ ไม่มีอะไรดึงดูดให้อยากจะกินชิ้นต่อไป


มันจึงเลี่ยงที่จะกินขนมเหล่านั้น


บางครั้งจึงกินขนมเพราะความเกรงใจในมิตรภาพ


...Smiley...


Smiley ครั้งหนึ่ง...ปลาน้อยแห่งห้วงนภาเคยได้ลิ้มลองขนมรสเลิศ จาก"ใครสักคนหนึ่ง"


ช่างอร่อยเหลือแสน...มันช่างน่าหลงไหล Smiley


ปลาน้อยห้ามใจไม่ได้


ยังคงกินขนมจาก "ใครสักคนหนึ่ง" คนนั้น


กินต่อไป...ต่อไป...ต่อไป


ต่อไป...เรื่อย ๆ


มันมีความสุขกับการได้กินขนมนั้น รสชาติเยี่ยงนั้น


รสชาติของมัน คือ


Smiley[..."ความหวาน"...]Smiley


Smiley กระทั้งวันหนึ่ง...


ปลาน้อยต้องเดินทางต่อไปบนท้องฟ้าหลากหลายสีสัน


มันรู้สึกเสียใจ...


= ต่อไปนี้คงไม่ได้กินขนมของ"ใครสักคนหนึ่ง"ที่แสนอร่อยอีกต่อไป =


Smiley


ปลาน้อยอาลัยอาวรกับ ความหวาน ที่ซ่านลิ้น


มันไม่อาจทำใจได้...กับการที่ต้องขาดสิ่งนั้น


Smiley


มันรู้สึกอึดอัด...Smiley


Smiley


มันโหยหา... Smiley


Smiley


มันทรมาน... Smiley


Smiley


Smiley


Smiley


Smiley


มันนึกถึง "ใครสักคนหนึ่ง" ที่เคยให้ขนมแก่มัน ทุกวัน


ปลาน้อยที่โบยบินบนท้องฟ้ากว้าง


ตัดสินใจ...บินกลับมา ณ จุดเดิม


จุดที่มันพบเขา..."ใครสักคนหนึ่ง"


ทว่า...


เขาได้จากไปแล้ว...


"ใครสักคนหนึ่ง" ได้เดินทางออกไป ณ ที่ไกลแสนไกล


และไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา ณ จุดเดิม อีกต่อไป


ปลาน้อยเสียใจ...มันร้องไห้


มันทรมาณสุดขั้วหัวใจ...แต่...มันไม่ตาย


...ใช่...


Smiley มันไม่ตาย Smiley


มันได้ค้นพบว่า สิ่งที่อยู่ในขนมของ "ใครสักคนหนึ่ง" คือ


"น้ำตาล"


สิ่งหายากในทุกวันนี้


รสชาติของน้ำตาลนั้นทำให้ใครๆยิ้มได้


หากเป็นปลาทั่วไปบนท้องฟ้า...มันคงออกตามหาน้ำตาล


แต่ปลาน้อยคิดต่างออกไป


หากมันออกตามหาน้ำตาล...ก็เท่ากับว่ามันไล่ตามความหวานที่ไม่รู้ว่าจะหาได้ที่ไหน


...มันจึงตัดสินใจแก้ปัญหาที่ตัวมันเอง...


มันทนกินขนมรสจืดอย่างที่เคยกิน


แม้บางชิ้นกร่อย


บางชิ้นฝาด


บางชิ้นเค็ม


บางชิ้นกินแล้วซ่าลิ้น


บางชิ้นก็หวานแปลก


บางชิ้นเหมือนสบู่


แต่ทุกชิ้นล้วนกลับไป [จืดชืด] เหมือนเดิม


ปลาน้อย...ใช้ชีวิตอยู่อย่างนั้น


อย่างเรียบง่าย


ธรรมดา ไม่หวือหวา


....และใช้ความคิดของตัวเองตัดสินใจมากกว่าความรู้สึก...


[ Smiley To be continue...]






 

Create Date : 13 กันยายน 2553    
Last Update : 7 ตุลาคม 2553 14:14:12 น.
Counter : 170 Pageviews.  

ไม่ใช่ตัวเรา=เท่ากับ=คนอื่น



เคยคิดไหมว่าในชีวิตเรา เมื่อยามที่เราประสบปัญหา...ใครจะช่วยเหลือเราได้ ?
เพื่อนสนิทที่คบกันมากว่าครึ่งชีวิต พ่อแม่พี่น้องที่คอยห่วงใย หรือครูบาอาจารย์ที่คอยเคี่ยวเข็ญ

คุณรู้อะไรไหม...ว่าทุกคนล้วนเป็น
"คนอื่น"

จริงอยู่ที่เขาอาจจะเป็นบุพการีหรือพี่น้องร่วมสายโลหิต แต่ก็อย่าได้ลืมว่าคนเหล่านั้นเป็นเพียงคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรา ฉะนั้นแล้วอย่าได้ละเมอเพ้อไปเองว่าคนเหล่านั้นจะไว้ใจได้ เชื่อใจได้ พึ่งพาได้ มีแต่ตัวเราเท่านั้นที่พอจะไว้ใจได้ แต่ก็ไม่เกินร้อยละ 75

(ขนาดตัวเองยังพึ่งไม่ได้ จะขอให้ใครมาช่วย คิดว่าจะพึ่งพาได้ซักเท่าไรกันเชียว)


ฟังแล้วอาจจะดูเหมือนว่าผมเป็นเห็นแก่ตัว
ซึ่งก็คงไม่ผิด

ในความคิดของผมเอง เราย่อมสละสิ่งใดๆเท่าที่จะสละได้เพื่อคนอื่น

ยามที่เขาเดือดร้อน ยามที่เขาทุกข์ใจ เราต้องเข้าใจแล้วช่วยเขาให้ได้มากที่สุด

นั่นคือตัวเราจะฟุ่มเฟือยเพื่อใครก็ย่อมได้ ในรูปแบบที่เราต้องการ
แต่กับคนอื่นไม่ใช่

กลไกลทางความคิดของคนเราต่างกัน ทั้งทางด้านมุมมอง วิถีชีวิต วิธีคิด ประสบการณ์ วิสัยทัศน์ ทัศนะคติและทัศนอคติทำให้ความคิดต่างๆ ไม่เหมือนกัน ทว่าคนเรามักจะคิดว่าคนอื่นนั้นคิดเหมือนกันกับตัวเอง...ผมเองก็เคยคิดเช่นนั้น


หากตัวเรามีปัญหา...ผมคิดว่า คนอื่นทุกคนไม่เหมาะที่จะมารับรู้รับฟังหรือให้ความช่วยเหลือใดๆกับเรา เนื่องจากเขาเป็นเพียง"คนอื่น"ที่ไม่จำเป็นต้องรับรู้ว่าเรามีปัญหาอะไร ขอให้เรารับรู้ว่าเขามีปัญหาอะไรก็พอแล้ว


ครั้งหนึ่ง ผมให้น้องสาวทำธุระเกี่ยวกับการเงินบางอย่างให้ ซึ่งน้องสาวก็มีอาการไม่พอใจเพียงเล็กน้อย

ผมตัดสินใจไม่ให้เขาทำโดยที่บอกเหตุผลไปว่า "มันเป็นธุระของเราจะเอาคนอื่นมายุ่งเกี่ยวทำไม"
ตัวพี่สาวน้องสาวที่ได้ฟังเหตุผลแบบนี้ก็ไม่พอใจที่ผมมองคนในบ้านว่าเป็นคนอื่น คิดว่าผมน้อยใจ ประชดประชัน...ซึ่งมันก็เป็นแค่ส่วนน้อยเท่านั้น เหตุผลจริงๆของมันก็ไม่ได้มีอะไรมาก มันก็แค่ "ปัญหาของเรา"

ธุระของเรา ปัญหาของเรา

เราก็ควรขวานขวายด้วยตัวเอง ทำเอง แก้ไขเอง ในเมื่อขอร้องใครแล้วทำให้เขาเดือดร้อน ไม่พอใจ หงุดหงิด ทำให้คนอื่นเสียเวลาในชีวิตก็อย่าได้คิดไปขอให้ใครช่วย จะตกต่ำยังไงก็ต้องลุกด้วยตัวเอง อย่าให้ใครช่วย อย่าให้ใครเดือดร้อน

"เพราะแม้ปากพวกเขาเหล่านั้นจะบอกว่าไม่ได้คิดอะไร แต่ก็ขอให้มั่นใจว่าก้นบึ้งหัวใจพวกเขาไม่อยากทำ และไม่เต็มใจจะทำหรอก...แม้ว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกันกับคุณก็ตาม"

ให้พวกเขาลำบากในส่วนที่พวกเขาเผชิญก็พอแล้ว...อย่าเอาปัญหาเราไปให้เขารับรู้เลย

 

ปล.คนเห็นแก่ตัวแบบนี้ ขอให้มีแค่ผมคนเดียวก็พอแล้วล่ะ





Free TextEditor




 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 30 สิงหาคม 2553 15:16:07 น.
Counter : 77 Pageviews.  

1  2  

Mediz
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีผู้ผ่านไปผ่านมาคับ ^^
ชื่อเปียวคับ เลี้ยงง่าย เชื่องง่าย เวลาว่างชอบทำอะไรจิปาถะ ไม่ชอบอยู่เฉยๆ ทำนู่นทำนี่ แบบว่าเดินมั่งอยุ่กับที่มั่ง ใครสนใจถามอะไรก็ฝากๆไว้ได้นะคับผม
Friends' blogs
[Add Mediz's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.