Group Blog
 
All blogs
 

บัตเตอร์เค้ก ที่ชอบกิน ได้ลองทำสักที

บั ต เ ต อ ร์ เค้ก นุ่ม ๆ

ส่วนผสมนะคะ

เนยสด (เค็ม) 150 กรัม
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทรายป่น 170 กรัม
ไข่ไก่ 3 ฟอง (เบอร์ 2)
แป้งเค้ก 170 กรัม
ผงฟู 2 ช้อนชา
วนิลา 2 ช้อนชา
นมสด(จืด) 100 กรัม




ก่อนอื่น ก็ร่อนแป้ง ผงฟู เข้ากัน ร่อนแล้ว ก็นำส่วนที่ร่อนแล้วมาร่อนอีกครั้ง (2 รอบ) เพื่อให้ผงฟูกระจายตัวเข้ากับแป้ง เพื่อลดการเกิดฟองในเค้ก แล้วพักไว้ก่อนนะคะ





ทีนี้ก็นำเกลือป่น กับเนยเย็นๆ มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่โถไว้เลยคะ

แล้วก็ตีเนยด้วยความเร็วต่ำ ไล่ไปเรื่อยๆ ถึงความเร็วสูง
ตีเนยจนเนียนดังภาพ ห้ามตีจนเหลวนะ ให้เนยเนียนแต่ยังเย็นอยู่ แตะข้างโถตีดูก็ได้ จะเย็นๆ สังเกตดูจากภาพจะเห็นว่า เนยยังเป็นก้อนเพราะความเย็นอยู่ แต่เนียนพอจะตีเข้ากับน้ำตาลได้แล้ว





เสร็จแล้ว ก็ค่อยๆใส่น้ำตาลละเอียดลงไป ช่วงนี้ก็ยังตีด้วยความเร็วสูงอยู่ ใส่น้ำตาลละเอียดไปเรื่อยๆ ตีไปเรื่อยๆ

เมื่อผสมน้ำตาลหมดแล้ว จะได้ครีมฟูเบาดังภาพ ถ้ายังไม่ได้ ก็ตีต่อไปอีกเรื่อยๆ จนได้เนื้อครีมเบาๆ





แล้วก็เริ่มใส่ไข่ลงไป มีนใช้เทคนิคการตีไข่เหมือนตีไข่เจียวก่อน
แล้วผสมวนิลาลงไป แล้วค่อยๆเทลงไปเป็นสายเล็กๆ ทีละนิด ทีละนิด เพื่อให้ได้เนื้อเค้กเนียน เทลงไปเรื่อยๆ ในขณะที่เปิดเครื่องตีด้วยความเร็วสูงเช่นเดิม




ค่อยๆผสมไข่ลงไปจนหมด จะได้ส่วนผสมเนียน ช่วงนี้ให้วอร์มเตาอบไว้ได้เลย โดยใช้อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส




แล้วก็นำส่วนผสมแป้งที่พักไว้ ใส่ลงไป โดยแบ่งใส่ 3 รอบ อย่าใส่พรวดเดียวหมดนะ เค้กจะเหนียว
แล้วกวนด้วยตะกร้อมือหรือตะล่อมด้วยพายยาง ค่อยๆทำอย่างเบามือ จนไม่เห็นเม็ดแป้ง
แล้วจึงใส่นมสดลงไป เช่นเดียวกับแป้ง คือแบ่งใส่นมสด ให้ได้ 2 รอบ ไม่เทพรวดเดียวหมด
กวนให้นมสดเข้ากันกับส่วนผสม แล้วจึงค่อยเติมแป้งลงไป ทำซ้ำสลับกันไปเรื่อยๆ แป้ง นม แป้ง นม แป้ง จนหมดแป้ง จะได้ส่วนผสมพร้อมอบเช่นนี้





ให้ทาเนยขาวไว้ด้านในพิมพ์ แล้วกรุกระดาษไขด้านใน ทั้งด้านล่างและด้านข้างของพิมพ์

เทส่วนผสมลงไปราวๆ 2 ใน 3 ของพิมพ์



แล้วอบไฟล่างเป็นเวลาราวๆ 30 นาที ขึ้นอยู่กับเตาอบ หากมีไฟบนก็สามารถเปิดใช้ ไฟบนไฟล่าง ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย เพื่อทำให้หน้าขนมมีสีสวยได้ หากไม่ชำนาญในการใช้เตาอบ ให้ทำการเช็คสุกเมื่ออบไปแล้วราวๆ 20 นาที (หากยังไม่สุก ทำการเช็คสุกซ้ำอีกทุกๆ 5 นาที) โดยใช้ไม้จิ้มฟัน แทงลงตรงศูนย์กลางของเค้ก แล้วยกขึ้นมาดู ถ้าไม่มีเค้กเหลวๆติดออกมา ก็แสดงว่าสุกแล้ว นำออกจากเตาได้เลย





พอออกมาแล้วน่าตาอย่างงี้







หุ้มเค้กทั้งถาดหรือทั้งก้อน ด้วยwrap ห่ออาหาร หรือจะใช้ฟอยล์ห่ออาหารก็ได้ หุ้มให้สนิท ไม่ให้มีช่องให้อากาศหรือน้ำเข้าได้ แล้วนำไปแช่ตู้เย็นช่องฟรีส หรือช่องธรรมดา อย่างต่ำ 6 ชั่วโมง หากต้องการเค้กที่รสชาติดี ให้แช่ช่องธรรมดาไว้ 2 อาทิตย์ แล้วนำมาตัดทั้งเย็น




มีนแช่ไว้ 1 อาทิตย์ ออกมาตัดลองชิม หืออร่อยสุดยอดเลย...........
เกือบเหมือน s&p เลย อร่อยจิงๆนะ





 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 26 กรกฎาคม 2553 19:18:25 น.
Counter : 308 Pageviews.  


meankarimuji
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




<
Free Clock
Friends' blogs
[Add meankarimuji's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.