Photobucket
Group Blog
 
All blogs
 

ใบไม้เปลี่ยนสี@ฮอกไกโด








  ทริปฮอกไกโด เดินทาง 16-20 Oct. 2016

16 Oct. 2016
เริ่มเดินทางจากเชียงราย ไปลงเครื่องที่สุวรรณภูมิ เที่ยงนิดๆ
กรุ๊ปทัวร์นัด 2 ทุ่ม 
รอเอากระเป๋า แล้ว ฝากกระเป๋าที่รับฝาก เพื่อ ไปเดินเล่นที่ห้าง
ค่าฝากกระเป๋า ใบละ 100 บาท ทุกขนาดเท่ากันหมด
เลือก Mega บางนา เพราะใกล้สนามบินมากที่สุด

วันนี้ คนไทย และ ตัวเราเอง ยังอยู่ในห้วงแห่งความเสียใจ 
เนื่องจาก การสวรรคต ของ ในหลวง รัชกาลที่ 9
กรุงเทพฯ ยามนี้ มีแต่ความหม่นหมอง มองไปมุมไหน ก็ดูอึมครึม
ในห้าง มีคนซื้อชุดสีดำ ใส่ไว้อาลัย กัน
สี่โมงครึ่ง เราก็เดินทางไปสุวรรณภูมิ

สองทุ่ม มารอกรุ๊ปทัวร์ (บ. @Japan)
หัวหน้าทัวร์ ชื่อ คุณแอน
พอรับเอกสารจาก กรุ๊ปทัวร์เรียบร้อย เราก็ไปกินข้าว
รอเวลา เค้าท์เตอร์เช็คอินเปิด อีก 1 ชม.
23:00 น. ออกเดินทาง โดยสารการบิน Asia Atlantic Airlines
บนเครื่องบิน มีอาหาร และ เครื่องดื่ม เสริฟ
ใช้เวลาบนเครื่อง 7 ชม.




17 Oct. 2016
7:55 ถึงสนามบิน ชิโตเซะ เกาะฮอกไกโด 
เวลาที่ญี่ปุ่นไวกว่า ประเทศไทย 2 ชม.

 photo HD 01.jpg

เดินทางไป หุบเขาจิโกคุดานิ (Jigokudani) เมือง Noboribetsu

 photo HD 02.jpg

 photo HD 03.jpg

 photo HD 04.jpg

 photo HD 05.jpg

ที่นี่ มีบ่อน้ำร้อน บ่อโคลนเดือด กระจายทั่วบริเวณ กลิ่นกำมะถันคลุ้ง
ช่วงเดือน ตุลาคมที่ไป ก็เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

 photo HD 06.jpg

ไปศูนย์อนุรักษ์พันธุ์หมีสีน้ำตาล พบแต่ในแถบนี้ และใกล้สูญพันธุ์

 photo HD 07.jpg

 photo HD 08.jpg

หลังจากกินมื้อเที่ยง(เทปันยากิ) เราก็ไปเที่ยวต่อที่เขื่อนโฮเฮเคียว(Hoheikyo)

ใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่สวยมาก 
เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยและตระการตาที่สุดในทริป
เสียดาย ตอนนี่ไปถึง ฝนตก เลยได้รูปมาน้อยมาก

 photo HD 09.jpg

 photo HD 10.jpg

 photo HD 11.jpg

 photo HD 12.jpg

เดินทางต่อไปที่ สะพาน ฟุตะมิ(Futami Suspension Bride)
เมืองโจซังเคะ
หรือ สะพานแดง เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอีกจุดหนึ่ง

 photo HD 13.jpg

 photo HD 14.jpg

 photo HD 15.jpg

จบทริปด้วย อาหารเย็น บุฟเฟต์ขาปูยักษ์ 3ชนิด
พักที่ รร.T-MART CITY SAPPORO HOTEL



18 Oct. 2016
นัด 6:00 น. ตื่น  7:00 น. กินเข้า 8:00 น. ล้อหมุน
เช้าไปแวะไหว้พระขอพร ที่ ศาลเจ้า ฮอกไกโด 

 photo HD 16.jpg

 photo HD 17.jpg

ไปต่อที่สวนผลไม้ ยามาโมโตะ (Yamamoto Sightseeing Orchard)
เดือน ตุลาคม จะมี ลูกพรุน แอปเปิ้ล และองุ่น
ที่นี่ เค้า จะให้เรากินได้ แต่เอาออกไปไม่ได้ จำกัดเวลา 1 ชม.
จะมีคนดูแลสวนพาไป จุดที่ผลไม้สุกให้เก็บกินได้ สวนใหญ่มาก
และมีผลไม้ น้ำผลไม้ แยมผลไม้ ขายด้วยค่ะ

 photo HD 18.jpg

 photo HD 19.jpg

 photo HD 20.jpg

 photo HD 21.jpg

 photo HD 22.jpg

อาหารเที่ยง เป็นปลาแดดเดียว
เดินทางไปที่เมืองโดตารุ เป็นเมืองท่าสำคัญ ของ ซัปโปโระ
คลองโอตารุ สร้างเพื่อขนสินค้ามาเก็บที่โกดัง
ปัจจุบันเลิกใช้ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว คนเยอะมาก
ที่นี่ ร้านอาหารมากมาย   เสียดายเวลาที่ทัวร์ให้ไม่มาก
ที่นี่ เราได้ชมนาฬิกาไอน้ำ ซื้อขนมชาเขียว คาราเมล และกินไอติมนม

 photo HD 23.jpg

 photo HD 24.jpg

วันนี้ จบทริปด้วย ช้อปปิ้ง ที่ ถนนทานุกิโคจิ
มื้อเย็น กินราเม็ง ที่หลายคนบอกมาฮอกไกโดต้องกินราเม็ง
กินแล้ว รสชาติไม่ได้ต่างจากกินที่ยาโยอิ เลย 555



19 Oct. 2016
วันนี้เป็นวันเที่ยวเองกินเอง
เราเลือกที่จะตื่นสายและออกเดินทาง 9:30 น.
เดินเท้าจากโรงแรมไป ขึ้นรถไฟใต้ดิน ที่สถานีซูซูกิโนะ และลงที่ สถานีซัปโปโระ
การซื้อตั๋ว ก็ ใช้ซื้อจากตู้ มีภาษาอังกฤษ
พอลงสถานี เราก็ไปไม่ถูก ต้องถามคนญี่ปุ่นซึ่งใจดีมากๆ พาเราเดินไปถึงที่เลยค่ะ

ที่ทำการรัฐบาลเก่า เมืองฮอกไกโด (ตึกอิฐแดง)

ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรม แบบตะวันตก


ในอาคาร เปิดให้เข้าชม เป็นพิพิธภัณฑ์

รอบๆอาคาร มีสวนหย่อม มีสระน้ำ มีนกเป็ดน้ำ
คนญี่ปุ่น ที่ แก่ๆ มาเที่ยวชมที่นี่ เยอะพอสมควร
เราใช้เวลาถ่ายรูปที่นี่ สัก ชั่วโมงครึ่ง แสงสวย
อากาศ ดี ไม่ร้อน และไม่หนาวจนเกินไป

 photo HD 25.jpg

 photo HD 26.jpg

 photo HD 27.jpg

 photo HD 28.jpg

 photo HD 29.jpg

 photo HD 30.jpg

 photo HD 31.jpg

จากนั้นเราเดินไปสวนพฤษศาสตร์มหาวิทยาลัยฮอกไกโด
ที่นี่เสียค่าเข้าชม
ต้นไม้ต้นใหญ่มาก ร่มรื่น และถ่ายรูปสวย

 photo HD 32.jpg

 photo HD 33.jpg

 photo HD 34.jpg

 photo HD 35.jpg

 photo HD 36.jpg

 photo HD 37.jpg

แวะชมพิพิธภัณฑ์จดหมายเหตุของชาวไอนุ ชนเผ่าพื้นเมืองของฮอกไกโด
มีการจัดแสดง โครงสร้างบ้าน เสื้อผ้า และความเชื่อทางศาสนา
มี วีดีโอ แสดง เกมส์กีฬาล่าหมี ซึ่งดูแล้วสงสารหมี

 photo HD 38.jpg

จากนั้นเราเดินไปหาอาหารเที่ยงกิน  ที่ อะกะเรงเทอเรส
เป็นอาหารชุด เสริฟ ตั้งแต่ สลัด ขนมปัง เมนคอร์สเป็นเนื้อวากิล
จบด้วย ไอติม และ กาแฟร้อน

 photo HD 39.jpg


เดินต่อไปยัง หอนาฬิกา ซัปโปโระ สร้างเมื่อปี 1878

 photo HD 40.jpg


 photo HD 41.jpg

ชมหอนาฬิกาเสร็จเราก็เดินลงในซัปเวย์
เพื่อเดินทางไปยัง JR Tower
เพื่อขึ้นไปชมวิว ที่ชั้น 38  โดยแวะซื้อตั๋วที่ชั้น 6
16:00 น. ขึ้นมาบนตึกJR Tower ชั้น 38
17:00 น. พระอาทิตย์ ก็ตก 

 photo HD 42.jpg

 photo HD 43.jpg

 photo HD 44.jpg

 photo HD 45.jpg

 photo HD 46.jpg

กินข้าวห่อไข่ ที่ชั้น 6  JR Tower

แวะซื้อขนมฝาก ที่ชั้นใต้ดิน ห้างไดมารู

รวมรูปอาหาร ในมื้อหลัก ที่ ญี่ปุ่นในทริปนี้

 photo Food 1.jpg

 photo Food 2.jpg

 photo food 3.jpg

 photo food 4.jpg

 photo food 5.jpg

 photo food 6.jpg



20 Oct. 2016

ออกจาก โรงแรม 6 โมง ไปขึ้นเครื่อง ที่สนามบิน ชิโตเซะ
9:00 น. เครื่องออก ใช้เวลาเดินทาง 7 ชม.
15:30 น. เครื่องลง ที่สุวรรณภูมิ ผ่านต.ม
20:50 น. รอขึ้นเครื่อง กลับ ชม.
สามี ขับรถมารับกลับเชียงราย

ทริปนี้ ใกล้วันหยุด ทำให้การซื้อตั๋วเครื่องบิน ต่อไฟท์เดินทางยาก
และราคาตั๋วสูงมาก
เราเลยเดินทางใน ประเทศ แบบทรหด กัน กว่าทริปอื่นๆ





 

Create Date : 31 ตุลาคม 2559    
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2559 9:02:34 น.
Counter : 668 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

หลวงพระบาง LAOS

เมืองหลวงพระบาง

เป็น เมืองมรดกโลก เมื่อ พ.ศ.2538

ในฐานะอนุรักษ์ความเก่าแก่ดั้งเดิมไว้ได้ดีที่สุด

 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

THE BEST PRESERVEDCITY IN SOUTH-EAST ASIA


การเดินทางครั้งนี้เป็นแบบ เดินทางไปเอง สองแม่ลูก โดยไม่พึ่งบริษัททัวร์

เนื่องจากลูกชาย โต พอ ที่จะเผชิญการเดินทาง ที่ลำบากขึ้น (อายุ 13 ปี)


และ ลาวไม่จำเป็นต้อใช้ภาษาอื่น 

ที่ลาว เราสามารถ คุย ด้วยกำเมืองได้รู้เรื่องสบายๆทั้งสองฝ่าย


 photo bbang01.jpg

13 มีนาคม 57

เริ่มการเดินทางที่เชียงราย เราไปขึ้นรถ ที่ ท่ารถ บขส. แห่งที่ 2 ต้นตะคียนคู่

รถเป็นของบ.ขนส่ง หรือ ที่ชาวบ้านเรียกกัน รถทัวร์ 99 รถทัวร์ 999เป็นรถแอร์ป.1

เป็นรถวิ่งเส้นทางเชียงใหม่---หลวง พระบาง มีรถออก ทุกสองวัน เว้น วัน

สอบถามได้ที่ 053-774369


รถเข้าชานชลาที่เชียงราย 12:00 น. ออกเดินทาง 12:30 น.


 photo bbang02.jpg

 photo bbang03.jpg

 photo bbang04.jpg


เชียงราย -- เชียงของ -- หลวงน้ำทา -- แขวงอุดมไชย -- หลวง พระบาง

รถจอดเติมน้ำมันที่เชียงของและแวะให้กินข้าวเย็นที่ หลวงน้ำทา ตอนทุ่ม

ในรถมีห้องน้ำ

ใช้เวลาเดินทางบนรถ 18 ชั่วโมง


14 มีนาคม 57

ถึงแล้วหลวงพระบาง

ลงรถที่สถานีรถโดยสารระหว่างประเทศ ตรงข้ามกับ สถานี รถไปสายใต้

(ลงรถเราก็ถามคนขับรถเลย ว่า สถานี เค้าเรียกว่าอะไร จะได้บอกรถสองแถวมาส่งถูก)


ที่สถานีรถโดยสาร จะมีรถ สองแถว ที่ เป็นคิวรถพาเราไปโรงแรมที่จองไว้จากinternet

มาก็เจอปัญหา รถ สองแถวไม่รู้จัก โรงแรมที่จองมา ต้องโทรถามว่าโรงแรมอยู่ไหน


สาเหตุ ที่หาโรงแรมไม่เจอเพราะ ใน internet ใช้คนละชื่อ กับ ที่ติดหน้า โรงแรมดีที่มีรูปถ่าย จึงหาเจอ

ที่จริงรถสองแถว ก็จอดส่งเรา ฝั่งตรงข้ามโรงแรม เราลากกระเป๋า เดินหมุนไปมา

เห็นรูปคล้ายกัน เลยเดินไปถาม ว่าใช่ โรงแรมนี้ไหม

OK. หาที่พักเจอแล้ว


 photo bbang05.jpg


เข้าโรงแรม ก็ต้องอึ้งกับ ที่อาบน้ำ


อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เสร็จ ไปเดินตลาดเช้า

 photo bbang06.jpg

 photo bbang07.jpg


เดินหาร้านเช่ารถถีบ ข้างๆโรงแรมมีร้านรถเช่าหลายร้าน

ค่าเช่ารถถีบวันละ 80 บาท

ที่แรกที่ปั่นไปคือ วัดใหม่สุวันนะพูมาราม

เข้าไป ก็ต้องออกมาแลกเงินกีบก่อน เพราะ ต้องซื้อบัตร เข้าชมวัด

วัดนี้ เคยเป็นที่ประดิษฐาน ของพระบาง

และใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาต่อหน้าพระบาง

 photo bbang08.jpg

 photo bbang09.jpg


ที่ต่อมา คือพิพิธภัณฑ์ ที่อยู่ถัดรั้วติดกัน

ที่นี่มีให้ชม สามจุด คือ หอพระบาง วังเก่าที่เป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์ และ โรงละคร

แต่ภายในห้ามถ่ายรูปทั้งหมด

และต้องฝากกระเป๋าไม่ให้เอาของอะไรเข้า พิพิธภัณฑ์

คนลาว เค้ายังต้องเช่า ผ้าซิ่น ใส่เข้าไปเลยค่ะ


 photo bbang10.jpg

 photo bbang11.jpg

 photo bbang12.jpg

 photo bbang13.jpg


ออกมาหน้าพิพิธภัณฑ์ รถถีบที่จอดไว้บนทางย่าง(ฟุทบาท)หาย


 photo bbang14.jpg


 photo bbang15.jpg


ระหว่างรอเจ้าของร้านรถเช่า เคลียร์กับทางตำรวจให้

ก็แวะเติมพลัง ด้วย เฝอ

พออิ่ม ที่ร้านรถเช่า ให้เอารถคันใหม่ไปถีบก่อน 555

ใจดีมากมาย

แล้วก็บอกว่า ถ้าจะจอดรถ ให้เข้าไปจอดในวัดเลย


 photo bbang16.jpg


วัดเชียงทอง

วัดเชียงทอง ถือว่าเป็นวัดที่งดงามมาก เป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมล้านช้าง

มีหลังคาซ้อนกัน 3 ชั้น รูปทรงหลังคาผายกว้างออก เรียกว่า หลังคาทรงปีกนก

ภายใน และภายนอก วิหาร มีจิตรกรรมฝาผนังลงรักปิดทอง

เป็นเรื่องเกี่ยวกับพุทธศาสนา และ นิทานพื้นบ้าน

ในส่วนพอพระ ผนังจะมีการตกแต่งด้วยกระจกสี 

ซึ่ง คล้ายในส่วนวังเก่า (พิพิธภัณฑ์ ที่ห้ามถ่ายรูป) งดงามยิ่งนัก


 photo bbang18.jpg

 photo bbang19.jpg

 photo bbang20.jpg

 photo bbang21.jpg

 photo bbang22.jpg

 photo bbang23.jpg

 photo bbang24.jpg

 photo bbang25.jpg


ชมวัดเสร็จ ปั่นรถไปถึงทางโค้ง มุมถนน เลยแวะชมวิว

ที่นี่ สร้างเป็นสวนสาธารณะ เป็นจุดที่ น้ำคาน และ น้ำโขงมารวมกัน

และมีร้านอาหาร 


 photo bbang26.jpg

วัดวิชุน

สร้างโดยเจ้าชีวิต วิชุนราช

วัดนี้เคยเป็นที่่ประดิษฐานของพระบาง พระคู่บ้าน คู่เมือง ของหลวงพระบาง

และ มีพระธาตุหลากโม พระธาตุสำคัญของที่นี่


 photo bbang27.jpg

 photo bbang28.jpg


มื้อเย็น ที่ข้างแม่น้ำโขง พร้อมรอชมตะวันตก

แต่ หมอกควัน เยอะ เลยได้รูปแค่นี้Smiley

 photo bbang30.jpg

 photo bbang29.jpg

ค่ำแล้ว เดินเที่ยว ตลาดมืด หน้าโรงแรมค่ะ

มีของฝาก ให้เลือกซื้อมากมาย ราคา ไม่แพง

ตลาดมืด  อยู่ บนถนนศรีสว่างวงศ์

บางคน เรียก ถนนข้าวเหนียว ให้คล้อง กะ ถนนข้าวสาร ที่เมืองไทย

 photo bbang31.jpg


15 มีนาคม 57

 photo bbang32.jpg

 photo bbang33.jpg

วันนี้ เราเช่ารถ ไปเที่ยวรอบเมืองหลวงพระบาง 

เป็นรถคล้ายๆรถแวน นั่งได้ สามแถว

แต่เราเหมาไปส่วนตัว สองคน แม่-ลูก ราคา 2500 บาท

ถ้าไม่เหมา ก็ มี joy tour ไปกับฝรั่งได้

 photo bbang34.jpg

ถ้ำติ่ง เป็นถ้ำน้อย ตั้งอยู่ที่บ้านปากอู

ห่างจากหลวงพระบาง 40 km.

ในถ้ำจะมีพระพุทธรูป ที่ ชาวบ้านเอามาถวายเป็นพุทธบูชา ในเทศกาลปีใหม่ลาว

นั่งรถ แล้ว มาลงเรือข้ามฝั่งอีกที

สามารถ มาที่ถ้ำติ่งทางเรือได้ จากท่าเรื่อที่หลวงพระบาง

 photo bbang35.jpg

 photo bbang36.jpg


ตอนบ่าย ไปเที่ยวน้ำตก ตาดกวางสี

ห่างจากหลวงพระบาง 30 km.

น้ำตก ตาดกวางสี นี้ น้ำใส น่าเล่นมาก

ฝรั่ง นุ่ง บิกินี่ เล่นน้ำอย่างสนุกเลยที่นี่


 photo bbang37.jpg

 photo bbang38.jpg

 photo bbang39.jpg

ตอนเย็น เดินขึ้น พระธาตุ พูสี

ตั้งอยู่บนดอยกลางเมืองหลวงพระบาง

บนพระธาตุ พูสี สามารถ ชมวิว เมืองหลวงพระบางได้รอบ

และ เรารอชมตะวันตกดินที่นี่ แต่อากาศไม่เปิด Smiley

 photo bbang40.jpg

 photo bbang44.jpg

 photo bbang42.jpg

 photo bbang43.jpg

 photo bbang41.jpg

ดึกมาก็ เดินตลาดมืด อีกรอบ เลือกซื้อของฝากอีกรอบ


16 มีนาคม 57

วันนี้ หลังจากเดินหาของกินมื้อเช้า ที่ตลาดเช้า 

แล้ว เราเดินชมเมืองไปเจอท่าเรือ

เลยเหมาเรือ ชมวิว แม่น้ำโขงสองแม่ลูก  ราคา 400 บาท

ทางเรือ เราสามารถ แวะ หมู่บ้านได้หลายจุด

แต่ต้องไป เช็คเอ้าท์ โรงแรม ตอนเที่ยง

เลยแวะกันแค่จุดเดียว ที่ วัดร่องขุ่นค่ะ

คนเรือ แนะนำว่า การล่องเรือ ถ้ามาตอนเย็น ชมตะวันตก สวยมากๆ


 photo bbang45.jpg

 photo bbang46.jpg

 photo bbang47.jpg

 photo bbang48.jpg


บ่าย เวลาเหลือค่อนข้างมาก

หลังจากเดินชมตลาด ดารา ซึ่งขายของใช้ทั่วไป และ ขายทอง

เราเลยไปนวดฝ่าเท้า

การนวด ไม่ค่อยกดจุด เหมือน ที่เชียงราย 

รอเวลา รถทัวร์ ออก 18:00 น. ออกจากหลวงพระบาง

กำหนดถึงเชียงรายวันรุ่งขึ้น 12:00 น.

รถแวะ สองครั้ง ที่ลาว ให้กินข้าวตอน สามทุ่ม และ เจ็ดโมงเช้า

ขากลับ รถทัวร์ แอร์เสียต้องแวะ ชาร์ตไฟ ที่ บ้านต้า 

กว่าจะถึง เชียงราย 15:00 น.

note : การเข้าชมสถานที่ต่างๆ ใน หลวงพระบาง เสียค่าเข้าชม 10000-30000 กีบ 

การข้ามสะพาน สานไม้ไผ่ เสียค่าใช้สะพาน 5000 กีบ

คนหลวงพระบาง ฟังคำเมืองรู้เรื่อง และ เราคนเมือง ก็ฟังคนหลวงพระบาง รู้เรื่อง

คนหลวงพระบาง ดู ทีวีไทย แทบทุกครัวเรือน


สรุป การเดินทาง trip นี้

ข้อดี

1.การเดินทาง โดยรถทัวร์ของบ.ขนส่ง ไม่ยุ่งยาก เพราะใช้รถคันเดิม ไม่ต้องต่อรถ ค่าใช้จ่ายไม่จุกจิก

2.ไม่ต้องกังวลในการหาตั๋วรถ ที่จะต่อไป ว่าจะมีไหม กำหนดวันได้แน่นอน

3.หลวงพระบาง เป็น เมืองเล็กๆ เหมาะกับการเที่ยวชมวัดวา

4.อาหารหลวงพระบาง ไม่ปรุงหวาน รู้สึกถึงรสอาหารดั้งเดิม

ข้อเสีย

1.ถ้ารถเสีย เวลาเดินทาง ใช้เวลาซ่อมนาน เพราะ ไม่ใช่ช่างซ่อม คนขับช่วยกันซ่อม

2.เวลาที่ไป ไม่เหมาะ มีการเผาป่า หมอกควัน เต็ม เหมือนที่เชียงราย เชียงใหม่





 

Create Date : 06 เมษายน 2557    
Last Update : 7 เมษายน 2557 16:37:45 น.
Counter : 2719 Pageviews.  

บุโรพุทโธ มหาสถูปแห่งพุทธะ

มหาสถูปโบโรบูดูร์ (Chandi Borobudur)



 photo java75.jpg


 photo java76.jpg


 photo java77.jpg


 photo java78.jpg


 photo java79.jpg


 photo java80.jpg


ตั้งอยู่ในภาคกลางของเกาะชวา

สร้างก่อน นครวัด เกือบ 300 ปี

โดยบุโรพุทโธเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธนิกายมหายาน 

ถ้าไม่นับนครวัดของกัมพูชาซึ่งเป็นทั้งศาสนสถานของ ศาสนา พราหมณ์-ฮินดู และ ศาสนา พุทธ

บุโรพุทโธจะเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ในปีพ.ศ.2534 ยูเนสโก้ ได้ประกาศให้บุโรพุทโธเป็นมรดกโลก


 photo java81.jpg


 photo java82.jpg


บุโรพุทโธสร้างขึ้นโดยกษัตริย์แห่ง ราชวงศ์ไศเลนทรา(Sailendras)

นับเป็นอัจฉริยะสูงสุดทางศิลปะสมัยไศเลนทรา

ที่ต่างไปจากโบราณสถานทุกแห่งในชวา

เริ่มสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1318 ในสมัยกษัตริย์วิษณุแห่งราชวงศ์ไศเลนทรา

มาเสร็จสมบูรณ์ ในสมัยของกษัตริย์อินทรา ในปี พ.ศ. 1390

ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 70 ปีเศษ

ทำเลที่ตั้งเป็นเนินเขากว้างใหญ่ มีแม่น้ำ 2 สายไหลผ่าน คือ แม่น้ำโปรโกและแม่น้ำอีโล

จำลองมาจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งแม่น้ำคงคาและแม่น้ำยมุนา

ไหลมาบรรจบที่ประเทศอินเดีย ต้นกำเนิดแห่งศาสนาพุทธ 


 photo java83.jpg

 photo java84.jpg

 photo java85.jpg

บุโรพุทโธมีลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรมคือ

เป็นสถูปตั้งอยู่บนพีระมิดทรงขั้นบันได

มีความสูงกว่า 42 เมตรจากฐานชั้นล่าง

บุโรพุทโธมีทั้งหมด 10 ชั้น

ชั้นที่ 1- 6 นับจากฐานเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมแบบย่อมุม คล้ายพีระมิดขั้นบันได

ชั้นที่ 7-9 เป็นฐานวงกลมขนาดใหญ่ ประดับเจดีย์ทรงระฆังโปร่ง ฉลุลายเป็นรูปสี่แหลี่ยมข้าวหลามตัด ครอบองค์พระพุทธรูปองค์เล็กข้างใน

ส่วนนี้ มีความเชื่อกันว่าหากยื่นมือไปจนถึงและสัมผัสพระพุทธรูปภายในได้พร้อมอธิษฐานแล้วจะสมหวังและโชคดี

เจดีย์เหล่านี้มีจำนวน72 องค์ เรียงเป็นแนวล้อมรอบสถูปของชั้นที่ 10

ชั้นที่ 10 ซึ่งมีลักษณะเป็นฐานวงกลมใหญ่ของเจดีย์องค์ประธานสูง150 ฟุต

เดิมเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่ข้างใน แต่ปัจจุบันว่างเปล่า


 photo java107.jpg


บุโรพุทโธเปรียบเสมือนศูนย์กลางของจักรวาล

ซึ่งแต่ละชั้นจะมีภาพสลักนูนต่ำแสดงคติธรรมทางพุทธศาสนา

สร้างด้วยทัศนคติเกี่ยวกับจักรวาลตามพุทธศาสนาและการเข้าสู่นิพพาน

แบ่งได้เป็น 3 ระดับ

ระดับ แรก ส่วน กามาฐาน เทียบได้กับ ส่วนฐานของเจดีย์ ชั้น 1-4

มีภาพสลักนูนต่ำราว 160 ภาพ

กามาฐาน คือส่วนที่มนุษย์ยังผูกพันอย่างใกล้ชิดกับความสุขทางโลกและถูกครอบงำด้วยกิเลสตัณหา

ระดับ ที่ 2 คือส่วน รูปธาตุ คือชั้น 5-6

ที่มีรูปสลักนูนต่ำเกือบ 1,400 ภาพ ที่แสดงพุทธประวัติ

รูปธาตุ หรือ ขั้นที่มนุษย์หลุดพ้นจากกิเลส ทางโลกมาได้บางส่วน

ระดับ ที่ 3 คือส่วน อรูปธาตุ คือชั้น 7-9

มีเจดีย์ทรงระฆังโปร่งฉลุลายเป็นช่องสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด

เรียงรายโดยรอบ  3 ชั้น ล้อมรอบสถูปองค์ใหญ่ที่สุด

อรูปธาตุ คือ ขั้นที่มนุษย์ไม่ผูกพันกับทางโลกอีกต่อไป

ชั้นบนสุดเป็นฐานวงกลมใหญ่ของเจดีย์องค์ประธาน ตั้งอยู่กึ่งกลางของสถูป

ด้วยลักษณะของเขาพระสุเมรุ

ตามปรัชญาทางศาสนา

ที่ว่าพื้นฐานเจดีย์คือ โลกมนุษย์ที่ยังเต็มไปด้วยกิเลสตัณหา

ส่วนยอดสูงสุดคือชั้นสรวงสวรรค์หรือนิพพานในคติความเชื่อของศาสนาพุทธ

 photo java86.jpg

 photo java87.jpg

 photo java88.jpg

 photo java89.jpg

 photo java90.jpg

 photo java91.jpg

 photo java92.jpg

 photo java93.jpg

 photo java94.jpg

 photo java95.jpg

 photo java96.jpg

 photo java97.jpg

 photo java98.jpg

 photo java102.jpg



กล่าวกันว่า เมื่อมองลงมาจากท้องฟ้า

จะเห็นบุโรพุทโธเหมือนดอกบัวตูม ขนาดใหญ่ที่กาลังจะบานลอยอยู่กลางทะเลสาบ

จากการสำรวจทางธรณีวิทยาพบว่า ในสมัยโบราณบริเวณนี้เคยเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่มาก่อน

แต่มีหลายทฤษฎี โต้แย้งว่า ตอนสร้าง บุโรพุทโธ สถานที่นี้ ก็ไม่ได้เป็นทะเลสาบแล้ว

 photo java99.jpg

 photo java100.jpg

 photo java101.jpg

 photo java104.jpg

 photo java105.jpg

เราใช้เวลาเดินชม บุโรพุทโธ ราวสองชั่วโมง

การเดินชม มีไกด์ ของ บุโรพุทโธ นำชม

ก่อนชม มีการดู vdo ที่โรงแรม ก่อนเพื่อความเข้าใจพื้นฐาน

ที่นี่ เราสองคนแม่ลูก ได้เดินเวียนทักษิณาสามรอบ สถูปบนสุดด้วย

ประมาณ 18:00 น. เดินกลับ โรงแรมมโนราห์ ที่พักคืนนี้

 photo java108.jpg

โรงแรมที่บุโรพุทโธ นี้ ค่อนข้างเงียบ ไม่มีร้านค้าให้ซื้อของ

19:00 น. กินข้าวเย็น ที่ โรงแรม อาหารอร่อย

พักผ่อน รอ ตื่นเช้ามืดในวันพรุ่งนี้


23 ต.ค. 56

03:00 น. ตื่นเช้ามืดอีกวัน 

04:00 น. เดินทางไปสนามบิน ยอกยาการ์ตา เพื่อไปจาการ์ต้า

เติมพลังมื้อเช้ากับเข้ากล่อง

 photo java109.jpg

 photo java110.jpg


 สนามบินที่ จาการ์ตา มี 3 terminal

ลงเครื่องairasia ที่ terminal 3 แวะกินกาแฟ

แล้วนั่งรถเวียนในสนามบินไป terminal 1 ขึ้นการบินไทย กลับ กทม.

ช่วงนั่งรถเวียน เราสองแม่ลูก พลัดกับกรุ๊ปทัวร์ เพราะขึ้นไปรถเต็มพอดี

ดีที่คนอินโดนีเซียใจดี 

เห็นเราถามว่า จะไป Bangkok by TG ลงที่ไหน

ผู้ชายอินโดนีเซียใจดี บอกว่า ให้ลงที่เดียวกับเขา

คนอินโดนีเซียพูดภาษาอังกฤษเก่งทุกคน


 photo java111.jpg

 photo java112.jpg

 photo java113.jpg

 photo java114.jpg

 photo java115.jpg

 photo java116.jpg


สรุป ทัวร์นี้

บาหลี เป็นดินแดนแห่ง พลังศรัทธา ที่หาดูไม่ได้แล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวงดงาม มีเอกลักษณ์

โรงแรม ดี ใกล้ ซุปเปอร์ ทำให้ หาซื้อขนม ของฝากง่าย

ส่วน อาหาร ค่อนข้างซ้ำซาก 

อากาศ ร้อน แดดแรง ผิวไหม้ได้ง่าย


ชวา เราได้ไปแค่พรัมบานัน และ บุโรพุทโธ มหาสถูป ที่ยิ่งใหญ่

ถ้ามีเวลาได้เที่ยวตัวเมืองยอกยาการ์ต้า และ จาการ์ต้า น่าจะเต็มรูปแบบมากกว่านี้




 

Create Date : 25 ธันวาคม 2556    
Last Update : 4 มกราคม 2557 11:22:14 น.
Counter : 774 Pageviews.  

วัดแมนดุด @ ชวา อิโดนีเซีย

ชวา part # 2

22 ต.ค. 56

 photo lunch.jpg


หลังอาหารเที่ยง มุ่งหน้าสู่บุโรพุทโธ



 photo java61.jpg

แวะวัดแมนดุด Mendut Temple

 photo java62.jpg

 photo java63.jpg

 photo java64.jpg

 photo java65.jpg

 photo java66.jpg

ชมพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ซึ่งเป็นองค์ดั้งเดิมที่อยู่มาตั้งแต่การสร้างวัดนี้แล้ว

โดยข้างกันนั้นเองมีพระพุทธรูป อีก องค์

เชื่อกันว่าเป็นพระโมคคัลลาและ พระสารีบุตร

วันที่ไป มีไกด์ประจำสถานที่เค้าแนะนำให้ใช้มือลูบเท้า 2 องค์นี้ด้วย

 photo java67.jpg


 photo java68.jpg


 photo java69.jpg

รูปหมู่ พระพุทธรูป นำมาจากในอินเตอร์เนท

เพื่อให้มองเห็นภาพชัดเจน

วันที่ไป ไม่ได้ถ่ายมาค่ะ 

เพราะความงดงามของพระประธานดึงความสนใจไปหมด


 photo java70.jpg

 photo java72.jpg

 photo java73.jpg


^ ^ ไปไม่ถึงบุโรพุทโธ สักที

ต่อ part #3 อีกทีนะคะ





 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2556 16:20:52 น.
Counter : 578 Pageviews.  

พรัมบานัน @ ชวา อินโดนีเซีย

22 ตุลาคม 2556

เช้านี้ 03:00 ตื่น 04:00 เดินทางไปสนามบิน

อาหารเช้า ทางโรงแรมเตรียมใส่กล่องให้


 photo airport1.jpg


 photo airport2.jpg


ที่สนามบิน เดนปาร์ซาร์ สามารถเอาน้ำเข้าไปได้ ถ้าเดินทางในประเทศ

05:50 น. เครื่องออก เดินทางไปยังเมืองยอกยาการ์ตา เกาะชวา

ที่เกาะบาหลี เวลาไวกว่า ประเทศไทย 1 ช.ม. ที่ เกาะชวาเวลา เท่ากับ ประเทศไทย

06:00 น. เราจึงถึงเกาะชวา 555 ไวจัง

แถม บ.ทัวร์ยังใจดีพาไปกินอาหารเช้าอีกรอบ


 photo java01.jpg


พรัมบานัน Prambanan

คือเทวสถานในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตั้งอยู่ในเขตชวากลาง ประเทศอินโดนีเซีย

ห่างจากเมืองยอกยาการ์ต้าไปทางตะวันออกประมาณ18กิโลเมตร 

 photo java03.jpg

 photo java06.jpg

 photo java07.jpg

 photo java09.jpg

 photo java10.jpg

 photo java12.jpg


ตัววัดนั้นสร้างขื้นเมื่อราวปีพ.ศ. 1390

แต่หลังจากสร้างเสร็จได้ไม่นานตัววัดก็ถูกทอดทิ้งและถูกปล่อยให้ทรุดโทรมตามกาลเวลา

จนเมื่อถึงปี พ.ศ. 2461 จึงได้มีการเริ่มบูรณะวัดขึ้นมาการบูรณะของสิ่งก่อสร้างหลักสิ้นสุดลงเมื่อปี พ.ศ. 2496


ในปัจจุบันพรัมบานันถูกยกย่องให้เป็นมรดกโลก

 photo java13.jpg

 photo java14.jpg


ตัววัดโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและความใหญ่โตของปรางค์ซึ่งมีความสูงถึง47เมตร

นี่นี่ ก่อนเข้าวัด ก็ ต้องนุ่งผ้า โสร่ง

แต่ผ้าโสร่งที่ พรัมบานันสวยมาก ชายผ้า พิมพ์ลาย พรัมบานัน

ลงรูปหน่อยนะคะ เพราะอลังการมาก

 photo java15.jpg

 photo java16.jpg

 photo java17.jpg

 photo java18.jpg

 photo java19.jpg

 photo java20.jpg


 พรัมบานัน ชื่อท้องถิ่นคือ โรโร จองกรัง (RoroJonggrang)

มีวิหารล้อมรอบถึง156หลัง

มีกลุ่มวิหารขนาดใหญ่8หลังรวมอยู่ตรงกลาง

โดยมีวิหารของพระศิวะเป็นเทวสถานที่สำคัญและเด่นที่สุด

ระเบียงมีภาพสลักนูนต่ำเรื่องรามเกียรติ์ล้อมรอบ


เพื่อให้นึกภาพออก ขอใช้รูปจากท่านอื่น ที่ลงไว้ในblogspot

 photo java00.jpg


รูปจากมุมสูงนี่ ทำให้เห็นความยิ่งใหญ่ของพรัมบานัน ชัดเจน


"พรัมบานัน"สร้างขึ้นเพื่อเป็นสุสานบรรจุพระศพของกษัตริย์และสมาชิกในราชวงศ์รวมทั้งขุนนางผู้ใหญ่

โดยเชื่อกันว่าจะกลับไปรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเทพเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง

ซึ่งได้สร้างบูชาถวายเทพเจ้าองค์นั้นๆ โดยเฉพาะ

องค์ตรงกลางใหญ่สุด เป็นวิหารพระศิวะ

 photo java21.jpg

 photo java22.jpg

 photo java23.jpg

 photo java24.jpg


นักท่องเที่ยวจะได้รับอนุญาตให้เข้าชมเป็นบางส่วนเท่านั้น

เพราะบางส่วนได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวในอดีต 

ส่วนมากทัวร์จะนำเข้าชมวิหาร ตรงกลางของพระศิวะที่ใหญ่สุด

แต่เรามัวเมากับการเก็บภาพรอบๆ จึงตามไกด์ไม่ทัน 

เราจึงไปเก็บรูปจากวิหาร ฝั่งตรงข้าม ซึ่งด้านใน มีรูปวัว

 photo java25.jpg

 photo java26.jpg

 photo java38.jpg

 photo java39.jpg

 photo java34.jpg


ยังไปเจอนิทานพื้นบ้าน เกี่ยวกับ พรัมบานัน

เลยเอามาลงไปอ่านเล่นๆกันค่ะ

 photo java60.jpg


 photo java32.jpg

 photo java44.jpg

 photo java45.jpg

 photo java46.jpg

 photo java47.jpg

 photo java48.jpg

 photo java49.jpg


เรายังได้ขึ้นรถรางไปชมรอบๆบริเวณด้านนอกของวัดพรัมบานัน

ซึ่งเป็นกลุ่มวัด มากถึง 1,000 วัด

แต่ถูกทำลายไปเกือบหมด จากแผ่นดินไหวและการปะทุของภูเขาไฟเมราปี

ได้รับการซ่อมแซมขึ้นบ้างแล้ว

โดยรถรางจะนำท่านผ่านชม CandiBubrah, Candi Lumbung และ CandiSewu 


 photo java50.jpg

 photo java57.jpg

 photo java58.jpg

 photo java53.jpg

 photo java54.jpg

 photo java56.jpg

 photo java59.jpg


ขอทำส่วนชวา เป็นสองตอน ค่ะ รูปเยอะ




 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2556 8:59:36 น.
Counter : 734 Pageviews.  

1  2  3  4  

BlogGang Popular Award#12


 
me-o
Location :
เชียงราย Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




สวัสดีค่ะ

me-o เป็นคนรักแมวค่ะ
เลี้ยงไว้ 12 ตัว
เลี้ยงมาพร้อมกับลูกชายวัย 14 ปี
มีลูกคนเดียว กลัวไม่เหนื่อย เลยมีแมวเยอะ555

ชอบท่องเที่ยว ไปที่ต่างๆ
แล้วแต่เวลาจะอำนวย

สนใจการถ่ายรูป
รูปที่ลงในBlogจะถ่ายเอง
ใช้กล้อง โอลิมปัส E-410
คาดหวังไว้ว่า
รูปถ่ายจะสวยสุดยอดสักวัน

ปี 2556 เปลี่ยนมาใช้
กล้อง โอลิมปัส OM-D E-M5
เพราะ E-410 เริ่มพัง สายแพที่เลนส์ขาด
ซ่อมแล้ว ก็ยังใช้งานไม่ปกติ

OM-D E-M5 เข้ามาเป็นกล้องตัวเก่ง เที่ยวไปทั่ว แทนที่

กลาง ปี 2556 เริ่มทำ blog เรื่องความงาม
เขียนเล่าประสบการณ์
ในส่วนนี้ รูปที่ถ่ายในสถานที่เสริมความงาม
จะเป็นกล้องจากมือถือ ซัมซุง note8



การนำรูปไปใช้ ในwebอื่นๆ
ให้แปะ link ได้นะคะ
ไม่อนุญาตให้ เอารูปใน blog ไปใช้ในweb อื่นๆ

ไม่อนุญาต
ให้ใช้ในเชิงพาณิชย์ทุกกรณี
New Comments
Friends' blogs
[Add me-o's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.