......บันทึกการเดินทางของชีวิต แบบเรื่อยเปื่อยตามแรงอารมณ์......


แม่เจ้าเมฯ
Location :
Great Yarmouth United Kingdom

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





แม่ของลูก 3 เมฯ
เมธัส เมฑิรา เมษวีร์
...รวบรวมบันทึกรูปภาพและเรื่องราว
ของวันดีๆในช่วงชีวิตที่ประทับใจ...
ชีวิตครอบครัว...มิตรภาพ-เพื่อนฝูง...
อาหารการกิน...เรื่องราวท่องเที่ยว...
สิ่งแปลกใหม่ในสถานที่แปลกตา
และสิ่งจรรโลงใจทั้งหลายทั้งมวล...
...ไม่มาก-ไม่น้อย แต่ไม่พอดี???
...ไม่ขาด-แต่ไม่เกิน ไม่เต็ม-แต่ไม่ล้น...

Enjoy your life while you can.




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่เจ้าเมฯ's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 
ครั้งหนึ่งใน...ซูริค



เมื่อมีทริปที่ 2 แล้วก็มีทริปที่ 3 ตามมา...ติดๆ
กลับมาจากบ้านเจ๊ฉายได้ไม่กี่วันพี่เจี๊ยบก็ชวนว่า"ไปบ้านเกตุที่ซูริคกันเหอะ..."
ไอ้เรารึก็ปากไว ใจง่ายอยู่แล้ว ใครชวนไปไหนก็ดี๊ด๊าไปกะเขา... ทุกทีสิน่า...
เอ้าชวนสาวพิมด้วยนะ น่าเสียดายที่งานนี้เจ๊ฉายติดภาระกิจ
อันยิ่งใหญ่ต้องกลับเมืองไทยช่วงนั้น เพื่อไปซ่อมบ้านเก่า ซื้อบ้านใหม่...
(โอ๊ว...ก็คนเขารวยอ่ะ...อิอิ) เลยมาร่วมแก๊งส์กะพวกเราไม่ได้
ชักชวนกันเป็นตุเป็นตะก่อนที่เจ้าของบ้านจะรู้ตัวเสียอีก...เหอ เหอ
นี่ถ้าเจ้าเกตุไม่เล่นด้วยมีหวังเราคงได้ไปกางเต๊นท์นอนกันข้างถนนแน่ๆเลยล่ะ...
หลังจากแจ้งแกมขู่เข็ญเจ้าบ้านให้เก็บกวาดบ้านไว้รอต้อนรับพวกเราสำเร็จแล้ว
เราก็นัดหมายวันเวลา เพื่อจองตั๋วกันซะที...
สาวพิมกับน้องพีท จากนอร์เวย์ จะไปถึงก่อนใครเพื่อน 1 วัน

พี่เจี๊ยบ จากฮอลแลนด์ เดินทางโดยรถไฟ
ข้ามคืนมาถึงตอนเช้าของอีกวัน
เราออกจากบ้านเป็นคนสุดท้าย
ก่อนเริ่มเดินทางยังแอบออนเอ็มฯไปสั่งเมนูไว้ล่วงหน้าอีกด้วย...แน่ะ...
การเดินทางไม่ทุลักทุเลเท่าทริปที่แล้วแต่ก็ยังโดนดีเลย์อีกแหละ...
แต่ก็ไปถึงจุดหมายปลายทางตามเวลาเป๊ะ...
ก็ยังติดปัญหานิดหน่อย ตรงไอ้กระเป๋าผีสิงนี่สิแหละ
ตัวเราถึงซูริคแล้ว แต่กระเป๋าเจ้ากรรมยังตกค้างอยู่ที่อัมสเตอร์ดัม
เลยต้องย้อนกลับมารับกันอีกรอบ ยุ่งยากดีแท้...เฮ้อ...
ทริปนี้เป็นครั้งแรกที่จะได้พบกับเกตุสุดาและสาวพิมแบบตัวเป็นๆ
ทั้งที่โม้เม้าท์เมามันส์ผ่าน MSN กันเกือบทุกวันมาร่วม 5 ปีแล้ว
กับพี่เจี๊ยบนั้นเคยป๊ะกันมาก่อนแล้วเมื่อทริปแรกที่ปารีส
ก็ยังดีใจที่จะได้พบกันอีกครั้ง...




Zurich ไม่ใช่เมืองหลวงของสวิสฯ
แต่ก็เป็นเมืองใหญ่ที่ผู้คนพลุกพล่านมากมายอีกเมืองหนึ่ง
และที่สำคัญจะพบเห็นคนไทยที่นี่เยอะมาก..กค่ะ...
ข้อดีก็คือ หาอาหารการกินได้สะดวกดี
ตอนเช้าเจ้าเกตุถามมาในเอ็มฯว่าอยากกินอะไร?
ตอนนั้นปากพาไป...อืม...
อยากกินปลาดุกทอดกรอบผัดพริกอ่ะ...มีป่าว??? "ได๋ค่ะ...จัดห้าย..."
ไปถึงบ้านเจ้าเกตุก็เห็นสาวพิมยืนหน้าเป็นมันอยู่หน้าเตา
เตรียมกับข้าวมื้อเย็นไว้ให้แล้ว
เอ...ใช้แรงงานคนท้องนี่จะบาปไม๊เนี่ย???
แต่สาวพิม เธอนี่ก็ช่างเป็นเบญจกัลยาณีจริงๆเลยค่ะ
อาหารที่เธอทำออกมา อร่อยได้ดังใจทุกจาน
เหมือนมีมือวิเศษงั้นแหละ
พวกเราก็เลยต้องสนองนโยบาย "ทัวร์ลงพุง"
ของเธอกันซะพุงกางตามๆกันไป...
อ้อ...สาวพิมเธอเพิ่งเริ่มตั้งท้องน้องคนใหม่น่ะค่ะ
เธอเพิ่งจะมารู้เอาก่อนที่จะเดินทางเพียงไม่กี่วันเอง
เลยหาทางให้เพื่อนๆพี่น้องมีลุคเดียวกันกับเธอไปด้วย
จะได้ไม่รู้สึกเขินหรือว้าเหว่เดียวดาย...
เอ้า...งั้นก็ถือซะว่าฉลองเปิดตัวหลานคนใหม่ที่ยังเป็นวุ้นอยู่ไปด้วยละกัน...
แต่มื้อแรกนี้ยังแค่เบาะๆนะคะเนี่ย...
วันแรกนี้มีแค่ผัดปลาดุก คอหมูย่าง ส้มตำและแกงจืด เท่านั้น!!!!!
แต่ก็เรียบทุกจาน...กินกันเสร็จพิมพาลูกและหลานเข้านอน
เราและเกตุกับพี่เจี๊ยบก็กลับไปรับกระเป๋าที่สนามบินกันอีกรอบ...
กลับมาถึงบ้าน สาวพิมเธอจัดจานมื้อค่ำไว้รอท่าเรียบร้อยแล้วค่ะ
อุ๊..แม่เจ้า จะกินกันได้อีกเหรอเนี่ย???
เอาเหอะ...กินเป็นเพื่อนคนท้องคนไส้หน่อยน่ะ...
(แหม พูดยังกะใครเขาบังคับให้ป้ากินงั้นแหละ แหะ แหะ..)
มื้อนี้มีมะม่วงเปรี้ยว มะม่วงดอง ของโปรดคนท้องทั้งนั้นค่ะ
สาวพิมท้องอ่อน ส่วนพวกเราก็ท้องมาร....
กินไปก็เล่นกันไป กว่าจะได้นอนก็เกือบตีสองโน่นแหละ...




วันที่ 2 (ของทริปนี้) หรือวันที่ 10 กรกฎาคม 2007

วันนี้ก็ยังคงมืดฟ้ามัวฝนอยู่อีก เลยตกลงกันได้ยากว่าจะไปไหนหรือทำอะไรกันดี???
จะจับเจ่ากันแต่ในบ้านก็คงจะไม่สนุกแน่ เพราะน้องพีทจะต้องจองโทรทัศน์
คนเดียวตลอดวันเพื่อที่จะดู "อุ๊อูว..." หรือเทเลทั๊บบี้
ตั้งแต่ลืมตาตื่น จนเข้านอน บางครั้งทำให้หัวใจเล็กๆของพี่แก้มใสอึดอัดไม่น้อย
เพราะพี่อยากดู "หมอลำ" ส่วนคุณน้องอยากดู "อุ๊อูว..."

ก่อนที่จะเกิดสงครามเด็ก เราเลยตกลงกันว่าออกไปเดินเล่นในเมืองกันก่อนดีกว่า
ฝนจะตกก็ช่างฝน เอาเถอะ มันคงละลายเราไม่ได้หรอกน่า...ก็เราไม่ใช่ M&M นี่นา
นั่งรถทรัมไปเริ่มต้นกันที่ Hauptbahnhof บาห์นฮ่อฟ หรือสถานีรถไฟใหญ่
ที่ดูคล้ายสถานีหัวลำโพงของบ้านเรา ราวกับเป็นญาติสนิทกันทีเดียวเชียว
แล้วก็เดินลัดเลาะถนนคนรวย ย่านช๊อปปิ้งกันไปได้ครึ่งทาง
เอ้า...คุณเทวดาก็อำนวยอวยพรต้อนรับสู่ซูริค ด้วยฝนอีกหนึ่งห่า...
ขอบคุณนะคะ แต่ที่หลังไม่ต้องก็ได้ค่ะ จะไม่ว่ากันเลย...
พวกเราเลยต้องเลี่ยงหลบเข้าห้าง Co oP City แถวนั้นก่อน
เดินชมสินค้าพอเป็นกระสาย อารมณ์กระสือก็เข้าสิง...
หิวอ่ะ...เอาไงกันดี??????
ลองขึ้นไปดูที่แผนกฟาสฟู๊ดข้างบนสิ...
วนไปวนมา...แล้วมองหน้ากัน มองตาปุ๊ปก็รู้ใจปั๊ป...
ไป่... ไปกินที่ร้านอาหัวกันดีกว่า...
ทั้งที่เกตุเพิ่งจะพาพี่เจี๊ยบและพิมไปโซ๊ยก๋วยเตี๋ยวเป็ดกันมาเมื่อวานนี้เอง...
แต่อาหารชาติไหนจะมาสู้ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง ส้มตำ แบบบ้านเราได้ล่ะเน๊อะ...
ถึงร้านอาหัว...พี่เจี๊ยบก็ยังรีเควสชามเดิม...เตี๋ยวเป็ด น้ำข้นหอมฉุย...
เกตุสั่งพล่ากุ้งเหมือนเดิม พิมกินเป็ดย่าง ส่วนเรากินราดหน้า...
อร่อยสมคำเล่าอ้าง แหะ...เป็ดย่างของพิมก็ดูดีมีสกุลมากเลย
งั้นสั่งเป็ดย่างแบบของพิมกลับไปกินกันต่อมื้อเย็นด้วยดีกว่า...
เสร็จแล้วเจ้าเกตุก็เริ่มพาออกตระเวณชมร้านขายอาหารไทย
ที่นี่มีทั้งร้านของคนไทยและคนเวียดนาม แข่งขันกันสุดฤทธิ์....
ก็แต่ละร้านน่ะ มีสินค้าที่หาไม่ได้เอาเสียเลยในลอนดอนและอัสเตอร์ดัม
เรากับพี่เจี๊ยบก็เลยพากันสวมวิญญาณกระเหรี่ยงเข้ากรุงอีกรอบ
หอบ หอบ ซื้อ ซื้อ ของที่หาไม่ได้แถวบ้านเรา
กลับมากันหอบใหญ่ๆ...
ก็แหมๆ...หอยดองงี้ ไข่มดแดงงี้...
(อันนี้กินไม่เป็นหรอก แต่เห็นคนอื่นพูดถึงบ่อยๆ)
ปลาทูนึ่งตัวโต๊โต ทั้งสดทั้งใหม่...อีกทั้งฯลฯ
แล้วเราก็เลยหาซื้ออาหารสำหรับมื้อเย็นวันนี้กลับมากันด้วย...
อ๊ะ...อากาศไม่ดีเลย (โทษซ๊ะ...) งั้นก็กลับบ้านไปทำไรกินกันดีกว่ามั๊ง...
มื้อนี้เป็นการรวมเหล่าศิลปิน...สามแม่ครัว
แต่ก็ยังยกให้สาวพิมเป็นแม่ครัวมือเอกอยู่ดี... ป้าเจี๊ยบกับป้าญ่าเป็นผู้จัดการ
(คอยจัดการให้ยุ่งเหยิงน่ะสิ...)
ส่วนเจ้าเกตุได้รับหน้าที่เป็นกรรมการมวย..เอ้ย...พี่เลี้ยงเด็กไป
ผลลัพธ์...กินกันแค่ 4 คนกะ 2 เด็กเนี่ยนะ...
ขนทำกันซะอย่างกะจะบวชลูกชายงั้นแหละ...
น้ำพริกกะปิ ปลาทอด มะเขือชุบไข่ ผัดผักบุ้ง เป็ดย่างคะน้ากรอบ ไข่น้ำ...
ก่อนจะลงมือกินกันได้ก็ต้องถ่ายรูปอาหารกันทุกครั้งไป
กลัวคนไม่เชื่อว่าชื่อทัวร์ลงพุงได้ไง???
จบมื้อเย็นต่อด้วยมื้อค่ำ ลูกเล็กเด็กแดงเข้านอนหมดแล้ว
เราก็มาโจ้กันอีกรอบ มะม่วง ส้มโอ เชอรี่ กระท้อน...
กว่าจะได้นอนก็ตีสองเหมือนเดิม...เอิ๊ก...




วันที่ 3

วันนี้ก็ยังคงอึมครึม ครึ้มฝนอยู่อีก...
แต่พวกเราได้ลงประชามติกันแล้วว่าจะไป
Top Of Zurich กัน
มันคือจุดชมเมืองที่สูงที่สุด สามารถมองลงไปเห็นได้ทั่วเกือบทั้งเมือง....
ฟังดูสุดเท่ห์-สวยเก๋-เลิศเลอมากเลยค่ะ...แต่...แป่ว... พอไปถึง
มองอะไรไม่เห็นซักอย่างเพราะมีแต่หมอกหนาคลุมทั่วไปหมด...

อ้อ...ก่อนขึ้นเขามาที่นี่เราก็แวะโพสท์ท่าถ่ายรูปกันหน้าหัวลำโพงอีกรอบ
เพราะพี่เจี๊ยบอยากได้รูปแบบที่เขาลงในหนังสือท่องเที่ยว
งานนี้มีกล้องคนละตัวก็เลยได้ภาพรวมๆกันมาแบบเมดเลย์
4 คนก็ 4 แบบ 4 ชาติ 4 สไตล์
ถ้ารูปที่สวยๆดีเทลชัดเจน นั่นก็เป็นของพี่เจี๊ยบเขาล่ะค่ะ
เพราะเธอมีกล้องแบบมือโปรใช้ด้วย
ถ้าของเกตุสุดาก็มักจะเป็นสไตล์ทีเผลอ
ของสาวพิมก็แนวเมื่อเวลาคุณลูกเป็นใจ
ของเราเองก็ถ่ายแบบเรี่ยราดสะเปะสะปะไปหมด...
นั่งรถไฟลงจากเขามาก็มาเริ่มต้นกันที่หัวลำโพงกันอีก
วันนี้เราเลยได้มื้อกลางวันกันที่นี่ "ไส้กรอกเยอรมัน" อร่อยสะใจ
แล้วก็เดินหามื้อเย็นกันไว้อีกรอบ...
ก่อนเดินเลาะถนนคนรวย ไปยังท่าเรือ....




ระหว่างทางเดินผ่านย่านช๊อปปิ้งนี่ เราแว๊ปหันไปเห็นร้าน Louis Vuitton
เลยชักชวนกันเข้าไปเดินเกร่เล่นกันซะหน่อย ทีแรกพี่น้องอีกสามสาวก็กันท่าไว้
"เฮ้ย...จะดีเหรอเจ๊?????
แล้วเกิดถ้าอีตายามหน้าประตูเขาไล่เราออกมาล่ะ" ชิ้ว...ชิ้ว..
"แหม...เราหิ้วถุงก๊อปแก๊ปกันพะรุงพะรัง ดูออกจะมีราคี
เอ้ย ราศีดีอย่างนี้ ใครเขาจะมากล้าไล่ล่ะค๊า..."
เดินวนโฉบรอบร้าน หาอะไรที่เข้ากะเราไม่ได้ซักอย่าง
งั้นก็คงต้องหิ้วถุงก๊อปแก๊ปกันต่อไปเหอะ...
ทำไมตอนที่ไปปารีสเราไม่เข้าร้านนี้กันมั่งนะพี่เจี๊ยบ?
ทั้งๆที่มีอาซิ้มคนนึงมาขอร้องให้เราเข้าไปซื้อกระเป๋าให้เขาน่ะ...จำได้ป่าว???
ถ้าเข้าไปอาจจะได้มีฮาแตกมากกว่านี้อีก....
เดินเลยมาหน่อยมีซอยถนนที่มองเข้าไปเห็นยอดโบสถ์เป็นแบ๊คกราวน์
เออ...สวยดีแฮะ จอดถ่ายรูปกันหน่อย...
พอเราจอดปุ๊ปก็มีนักท่องเที่ยวชาว
ญี่ปุ่นโขลงใหญ่มาจอดมั่ง...
(แหมๆ...ชอบเลียนแบบดารากันจังนะ...)

พอมาถึงท่าเรือที่เราจะลงไปล่องรอบ Zurichsee กัน
ฝนก็ตกลงมาอีกหนึ่งห่า...
พอลงเรือได้ก็กางของกินกันเต็มโต๊ะ
จนเจ้าแก้มใสมองแบบตะลึงพรึงเพริด...
"ทำไมป้าๆถึงกินกันเก่งจัง???"
กินกันเสร็จก็แยกย้ายกันออกหามุมสวยเก็บภาพกันต่อ
สองฝั่งมีบ้านริมน้ำสวยๆ เยอะแยะไปหมด
บางจุดปลูกบ้านลดหลั่นกันตามไหล่เขา
ดูสวยงามละลานตา
บวกกับอากาศที่กำลังสดชื่นเย็นสบาย...
รู้สึกเหมือนตายไปแล้วทั้งที่ยังหายใจอยู่ยังไงอย่างงั้นแหละ...
(เอ้า...เว่อร์อีกแล้ว...ป้าก็)
ขึ้นจากเรือได้ก็เกาะรถทรัมกลับบ้านกันทันที...
ก็ได้เวลามื้อเย็นอีกแล้วนี่น๊ะ...




ไม่รู้ว่าฝนบ้านเมืองนี้มันเป็นกรดเป็นด่างหรืออย่างไร???
พอจะเข้าบ้านปุ๊ปทุกคนก็ออกอาการแปลกๆ (ดังรูป)
โดนวิณญานลิงป่าชะนีค่างเข้าสิงกันถ้วนหน้า...
วันนี้เรนาโต้แฟนหนุ่มของเกตุจะมากินข้าวเย็นกับพวกเราด้วย
ก็เลยอาศัยใช้ชายหนุ่มให้เป็นประโยชน์ อิอิ...
ใช้ให้ถ่ายรูปหมูหมู่ให้ซะเลย....
แล้วก็ปล่อยให้เด็กๆจับ อุ๊อูว เซิ้งกับหมอลำ สนุกกันไป
ส่วนพวกเราก็เข้าครัวทำกับข้าวกันต่อ...
มื้อนี้มีแกงเผ็ดเป็ดย่างที่เอาเป็ดย่างของเหลือจากเมื่อวานมารีไซเคิล
ลาบหมู กระดูกหมูทอด ผัดถั่วงอก ผัดกระเฉด
ส้มตำ และเนื้อน้ำมันหอยสำหรับหนุ่มเรนาโต้...
เมื่อวานบวชลูกชาย วันนี้ก็ขออ้างเป็นงานแต่งลูกสาวละกัน
กินกันไปกินกันมา ออกอาการอีกแล้วค่ะ...
น้ำบ้านนี้มันคงจะเป็นพิษจริงๆนะนี่นะ???




วันที่ 4

วันนี้อากาศเริ่มดีแล้วค่า...
เราเลยวางแผนออกไปเที่ยวกันไกลหน่อย
ไปเยือนเมืองLuzern กันค่ะ
มื้อเช้าเราไปพึ่งพาอาศัยไส้กรอกเยอรมันกันอีกรอบที่สถานีรถไฟ
กว่าจะไปถึงที่หมายคล้อยเที่ยงไปแล้ว ออกจากสถานีรถไฟได้ก็
เดินข้ามสะพานไม้อันแรก Kapellbrucke
ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศัตวรรษที่ 14 และถูกไฟไหม้เสียหายไปบางส่วน
เมื่อปี 1993 และได้รับการบูรณะให้คงสภาพเดิมไว้มากที่สุด แต่รูปภาพบนจั่ว
ของส่วนที่โดนไฟไหม้ไปนั้น มิอาจทำใหม่ได้ จึงคงทิ้งไว้ในสภาพตอตะโก...
เราเดินเล่น เก็บรูปบนสะพาน
มาถึงกลางทางก็เจอร้านขายของที่ระลึกและโปสการ์ด
จึงแวะซื้อเขียนส่งถึงเจ๊ฉาย 1 ใบ และได้โทรคุยกันเล็กน้อย...
พอหลุดลงจากสะพานมาก็เดินเลียบทะเลสาป
ที่มีร้านรวงเปิดเป็น Sidewalk cafe'
พรึ่ดไปหมด แดดสวย-ฟ้าใสอย่างนี้ผู้คนเลยเยอะเป็นพิเศษ
สาวๆแวะเข้าไปซื้อ กาแฟเย็นกันใน สตาร์บัค
เราก็เกร่ไปเก็บรูปริมน้ำคนเดียว
แล้วออกเดินชมเมืองกันไปเรื่อยๆ แวะจอดกันตรงจัตุรัส Weinmarkt หน่อยนึง
เพราะพี่เจี๊ยบสนใจจุดนี้เป็นพิเศษ มีมุมให้ถ่ายรูปเหมือนในหนังสือเยอะเชียว
น้องพีทตื่นพอดี...
เอ้า..เดินกันต่อ ข้ามสะพานกลับไปอีกฝั่งเพื่อไปหาโบสถ์
Jesuit church นี้ดูจากภายนอกดูเหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจเลย
แต่พอเข้าไปข้างในถึงจะรู้สึกได้ถึงความอลังการงานสร้าง...
โบสถ์นี้เป็นโบสถ์ยุค Baroque ที่เก่าแก่ที่สุดในสวิสเซอร์แลนด์
พี่เจี๊ยบเดินมาสำรวจเจอก่อนที่จะพาพวกเราตามเข้าไปดู
ก่อนที่จะเดินลัดเลาะ
อ้อมเมืองไปตามทางเดินก่อนที่จะข้ามสะพานไม้อันที่ 2
ที่เรียกว่าReussbruckeย้อนกลับไปอีกฝั่งหนึ่ง
จากจุดนี้จะเห็นว่าสายน้ำนั้นไหลเชี่ยวมากๆ แต่ใสและสะอาดจนเหลือเชื่อ
เกตุบอกว่าเขาจะมีเครื่องกรองขยะอยู่หลายจุดมาก และผู้คนก็ไม่เคยทิ้งขยะลงไป
ทำไมแม่น้ำบ้านเราถึงไม่มีการรักษากันแบบนี้มั่งนะ...ดีออก
พอข้ามมาฝั่งนี้ก็มีร้านรวงให้ช๊อปปิ้งกันพอหอมปากหอมคอ.....
ก็ผู้หญิงนี่คะ....




เดินกันไปเรื่อยเปื่อย จนมาเจอโบสถ์สวยอีกอันหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากริมน้ำ
ฝั่งตรงข้ามคือสถานีรถไฟพอดี นี่เท่ากับว่าเราได้เดินวนตามแผนที่ที่พี่เจี๊ยบ
คาดการไว้ล่วงหน้าได้เป๊ะๆจริงๆ
เก่งมากค่ะทุกคน...แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้
ก็เมาแดด-แฮ้งค์ฝน(จากเมื่อวาน)กันถ้วนหน้าแล้ว ยังออกอาการลิงค่าง
ถ่ายรูปกันได้อีก...ชาจ์ตแบตกันมาดีจริงๆ...
เดินเข้าไปดูข้างโบสถ์แป๊ปนึง
ก็เดินเลียบฝั่งน้ำ ข้ามสะพานไปขึ้นรถไฟกลับบ้านกัน...
วันนี้น้องพีทอารมณ์ไม่ค่อยดีเพราะหงุดหงิดฟันใหม่เพิ่ง
งอก เลยร้องโยเยเป็นระยะ...
ป้าๆกับน้าและพี่แก้มใสก็พากันหลอกล่อ-ปลุกปลอบใจกันไปตลอดทาง

จนถึงบ้าน ทำกับข้าวกินกัน พาเด็กเข้านอน แล้วสาวพิมก็สะโหลสะเหล๋

ออกมาจัดกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้านในวันพรุ่งนี้ วันนี้ทุกคนเหนื่อยอ่อน
และล้าสุดๆเพราะเดินและออกอาการบ้ากันมาเยอะ
จะมีก็แต่พี่เจี๊ยบ...ที่ยังคง"สู้ตายค่ะ..."
สองป้าปิดไฟชวนกันนอนคุย หัวเราะกิ๊กกั๊กๆ
จนเกือบตีสาม.... ทำไปได้ไงฟะนี่?????



วันที่ 5

ช่วงเช้าของวันนี้เราไม่ได้ทำอะไรกันมาก
เพราะสาวพิมกับน้องพีทจะต้อง บินกลับบ้านกันแล้ว...
เลยเก็บกระเป๋าออกจากบ้านแล้วไปฝากไว้ในตู้เก็บของที่สนามบินเลย
แล้วก็ย้อนกลับไปกินมื้อเที่ยงกันที่ร้านอาหัวอีกรอบ...
วันนี้เริ่มมีแววเศร้าแล้ว
ขาดไปคนนึงก็ไม่ครบทีมจิ่เนี่ย...
เรนาโต้(จำใจ)มากินมื้อเที่ยงกับพวกเราด้วย ออกจากร้านอาหัวได้
ก็แจ้นกลับไปเช็คอินกันที่สนามบินเลย...
ภาพสองแม่ลูกโบกมือลาหยอยๆ ก่อนเดินเข้าไป
ทำให้สองป้ากะน้าเกตุและพี่แก้มใส
เริ่มหงอยลงไปทันที...

ไม่เอาๆ...อย่าเพิ่งเศร้าค่ะ...อากาศดีๆอย่างนี้เราก็ไปเที่ยวกันต่อดีกว่า...
ออกจากสนามบิน....ก็ไปเดินในตัวเมืองกันอีก
เรามีจุดมุ่งหมายจะไปกันที่โบสถ์ Grossmunster
เพื่อปีนหอคอยขึ้นไปชมวิวจากยอดหอคอย...
งานนี้สองป้า ตะลุยกันเอง
เกตุสุดายืนคุมรถเข็นแก้มใสอยู่ข้างในโบสถ์...
ค่าขึ้นชมแค่คนละ 2 ฟรังค์เอง...
แต่...ต้องใช้ความพยายามสูงกว่า 200 ฟรังค์ซะอีก
ทางบันไดทั้งเล็กแคบและชัน แถมยังมืดตื๊ดตี๋อ...
เหมาะแก่การทรมานอากง-อาม๊ามากๆ
โชคดีที่ยังพอมีช่วงกลางให้พักระหว่างทางได้บ้าง...
...งานนี้ทำให้รู้ตัวเลยค่ะว่า "ป้าแก่เรี๊ยว..."
ลงมาแล้วก็ข้ามไปดูโบสถ์ Fraumunster ที่ฝั่งตรงกันข้าม
จากนั้นก็เดินชมร้านขายของละแวกนั้นกันไปเรื่อยๆ
จนมาหยุดเอาที่หน้าร้านอาหารจีนที่เราเล็งกันไว้
ตั้งแต่ขามา...เราตกลงกันว่า...ไหนๆ วันนี้แม่ครัวเอก
ของเราก็กลับบ้านไปแล้ว
ฉะนั้นเราก็อย่าเสี่ยงชีวิตที่จะทำอะไรกินกันเองเลย
กินมันกันซะที่นี่เหอะ...ท้องไส้เสียก็จะได้โทษใครไม่ได้...เน๊อะๆ....
เกตุแนะนำว่าเป็ดร้านนี้อร่อย...ซึ่งมันก็อร่อยจริงๆแหละ
อร่อยมากจนถ่ายรูปไม่ทันแค่พอคิดได้
ยกกล้องขึ้นมาเป็ดย่างมันก็บินหนีกันไปหมดแล้ว....
และบะหมี่เกี๊ยวที่เกตุสั่งมาให้แก้มใสกินนั้นก็อร่อยจริงๆ...
(แอบจิ๊กหลานกิน ถึงรู้นะเนี่ย...)
ผัดผักรวมก็รสชาดงั้นๆ ข้าวผัดลูกกุ้งก็งั้นๆ แต่ไอ้เกี๊ยวน้ำนี่สิ...
ขนาดคนไม่มีปากมีเสียงอย่างพี่เจี๊ยบยังติได้เลยว่า...
"น้ำล้างจานบ้านเกตุยังอร่อยกว่าอีก..."
เอ๊ะๆๆๆ...นี่ป้าเจี๊ยบแอบไปชิมน้ำล้างจานบ้านเขามาตอนไหนเนี่ย...???
ชักจะร้ายใหญ่แล้วนะจ๊ะป้าเจี๊ยบ...
กินแล้วยิ่งรู้สึกคิดถึงพิมมากยิ่งขึ้น...
เลยนั่งรถทรัมกลับบ้านกันแบบเหงาๆ....




วันสุดท้าย

เมื่อคืนก็เผลอนอนคุยกับพี่เจี๊ยบจนเกือบตีสาม...(อี๊กแล่ว)
แถมเช้าวันนี้ไม่มีเสียงเจื้อยแจ้วของน้องพีท...
"อ้ำ..อ้ำ...อุ๊อูว...มี๊อ่ะ...อุ๊อูว...มี๊อ่ะ..." มาปลุกให้เราตื่นเหมือนวันก่อนๆ
มีแต่เสียงเจ้าเกตุมากระซิบ...
"เจ๊ญ่า...พี่เจี๊ยบ...7โมงครึ่งแล้ว..."
ในใจก็คิดว่า " ไรฟะ???ตูเพิ่งจะได้นอนตะกี๋นี้เอง
เช้าอีกแล้วเหรอเนี่ย? "
หายจากงัวเงียแล้วก็รู้สึกใจหาย...
(เอ๊ะ...ทำหายอีกแร๊ะ...ยัยป้านี่ทำหายบ่อยจัง...สงสัยจะมีหลายใจ...!!!)
ว่าพิมกับน้องพีทกลับไปแล้ว...วันนี้ก็ถึงตาเรากับพี่เจี๊ยบล่ะ...
เอาเถอะ...มีพบก็ต้องมีจาก มีพรากแล้วก็ยังเจอกันได้อีก...
อาบน้ำแต่งตัว ขนกระเป๋าไปทิ้งกันไว้ที่สถานีรถไฟซะเลย
รวดเดียวฉลิวกิ๋วกิ้ว...ไม่ต้องย้อนกลับมาที่บ้านเกตุอีก
เกตุนัดแนะพบเรนาโต้ที่หัวลำโพง...
ตอนแรกวางแผนกันไว้ว่าจะไปเที่ยวน้ำตก...
แต่สรุปมาลงเอยกันที่เมืองเก่าแทน
เราเลยจับรถไฟไปที่ Stein am Rhein กัน...
เมืองนี้เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีอายุจะครบ 1,000 ปีในเดือนหน้านี้เอง...

บ้านเมืองของสวิสฯนี้จะมีมนต์เสน่ห์คล้ายๆกันทุกเมือง
ตรงที่เขาจะตกแต่งอาคารด้วยรูปภาพตามผนังตึกและ
เหล็กดัดสัญลักษณ์หน้าตัวอาคารได้อย่างสวยงาม
และเขายังมีการพัฒนาการคมนาคมที่ดีเยี่ยม
มีการปลูกฝังพื้นฐานจิตใจให้รักสงบและเกรงใจผู้อื่น หรือให้ความเคารพต่อสิทธิส่วนบุคคลอย่างมาก
แม้แต่จะผายลมกลางดึกยังต้องเกรงใจเพื่อนบ้านเลย...คิดดูละกัน...
ขยะก็จะทิ้งสุ่ม 4 สุ่ม 5 ไม่ได้นะคะ...
เราแอบนึกในใจคนเดียว "โชคดีนะ ที่ตูไม่ต้องมาอยู่ที่สวิสฯอย่างถาวร...
ไม่งั้นอาจจะได้ไปอยู่ในคุกมากกว่าอยู่บ้านเพราะเรื่องขยะๆนี่แหละ"
อะไรจะซีเรียสกันขนาดนั้นคะ คุณขา???
มิน่าล่ะ...ผู้คนชาวเมืองนี้ถึงดูไม่ค่อยเป็นมิตรกะใครเขาเอาเสียเลย
จะเป็นเพราะมัวแต่มาวิตกว่า"เอ...วันนี้ตูทิ้งขยะถูกที่หรือเปล่าหว๋า...?"
รึป่าวก็ไม่รู้นะคะ... คุณท่านและคุณเธอทั้งหลายที่เราพบปะในรถทรัม
จึงทำหน้าตาซีเรียส-เครียดโลก
ขนาดที่พร้อมจะกระโดดเขาตายกันได้ทุกเมื่อ...
อ้าว...เอ๊ะ...ก็ชวนกันเที่ยวอยู่ดีๆ
ไหง...ป้าปากมอมไปวิจารณ์ชาวบ้านชาวเมืองเขางี้ล่ะ...
ไม่เอา...ไม่ดีนะคะ...นู๋ๆอย่างเอาเยี่ยงอย่าง...จุ๊ๆๆ...
Back on track ค่ะ...

วันนี้พี่เจี๊ยบโดนคุณไกด์(จำเป็น) เรนาโต้ทดสอบข้อมูลด้วยการถามว่า
"คุณบอกได้ไหมว่าโบสถ์ที่เห็นข้างหน้านั้น...
คือโบสถ์ของคาธอริคหรือโปแตสแต้นท์?"
โชคดีที่พี่เจี๊ยบทำการบ้านมาดี ความจำยังดีเยี่ยม
ตอบได้ถูกเผงและแม่นยำ ไม่รู้ว่าถ้าพี่เจี๊ยบตอบผิดไป...
ป่านนี้ยังจะโดนกักกันให้สอบซ่อมไม่ต้องกลับฮอลแลนด์กันเลยรึป่าว???

วันนี้เราพลาดมื้อเช้าและมื้อเที่ยงกันไปเลย กลางวันเราแวะซื้อขนมกินกัน
ในเมืองที่เราไปเที่ยว จนกลับมาเอากระเป๋าที่สถานีรถไฟ เพื่อไปเช็คอิน
ที่สนามบินโน่นแหละ...นาทีสุดท้าย ไม่ไหวจริงๆแล้วขอเจอข้าวหน่อยเหอะ
เลยต้องเข้าไปกินข้าวในร้านอาหารฟิลิปปินส์ที่สนามบินนั่นเอง...
อย่าถามนะว่าอร่อยไหม???ไม่มีคำตอบที่จะให้จริงๆ...ก็แค่
กินกันตายหรือพอแล่กล่ายอ่ะ...

แล้วก็บ๊าย บายร่ำลา อาวรณ์กันนิดนึง...(เพิ่งมารู้หลังจากนั้นว่า...
เกตุสุดา บ่อน้ำตาแตกหลังจากที่เจ๊เดินคล้อยหลังมา...
โถๆ น้องเอ๋ย...คงจะอัดอั้นตันใจมากล่ะสิเนี่ย...
ที่เจ๊บอกว่าเดี๋ยวปีหน้าเราก็เจอกันอีก...)




ก่อนจาก

ก่อนปิดบล๊อกนี้ขอเอ่ยความในใจซักนิดนะคะ...
ขอขอบคุณเจ้าบ้าน...เกตุสุดาและเรนาโต้ที่ต้อนรับและดูแลพวกเราเป็นอย่างดี
ขอบใจหลานคารีน่าแก้มใส ที่น่ารักตลอดรายการ อันนี้คงต้องยกความดี
ให้คุณแม่ของแก้มใสเขาแหละค่ะ ที่เลี้ยงลูกได้ดีและมีคุณภาพขนาดนี้
แม้คารีน่าจะอายุเพียงสามขวบกว่าเท่านั้น แต่เขาเป็นเด็กที่มีความคิดดี
เกือบจะเทียบเท่าผู้ใหญ่บางคนได้เลยเชียว...
ขอบคุณพี่เจี๊ยบที่ยังคิดถึงกันอยู่ไปเที่ยวไหนก็เอ่ยปากชวนกันไปเสมอ
ขอบคุณพิมและน้องพีทที่ดั้นด้นมาพบปะกันแม้กำลังอยู่ในระหว่างภาวะ
ที่ร่างกายไม่ค่อยจะอำนวยให้เดินทางเท่าที่ควร...
ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง-ทุกท่านที่บันดาลทำให้เกิดทริปหรรษานี้ขึ้นมา...
อ้อ...เกือบลืมขอบคุณคุณพ่อครัวตัวกลมผู้สนับสนุุนและเป็นสปอนเซอร์
จ่ายค่าเครื่องบินและแท๊กซี่ทริปนี้ให้ด้วยนะคะ...

และขอขอบคุณทุกท่านที่หลวมตัวทนอ่านกันมาจนถึงบรรทัดสุดท้ายนี้
ขอให้ทุกท่านมีความสุข หมดทุกข์โศกโรคภัย และร่ำรวยยิ่งๆขึ้นไปค่ะ...







Create Date : 22 กรกฎาคม 2550
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2553 18:27:13 น. 24 comments
Counter : 465 Pageviews.

 
งั้นขอแปะชื่อไว้ก่อนแล้วค่ะ พรุ่งนี้จะตามมาอ่าน


โดย: Malee30 วันที่: 22 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:56:22 น.  

 
ประท้วงๆ เจ๊ญ่าต่างหากที่ชวนข้อยนะ ส่วนข้อยนะแค่รื้อฟื้นความจำเท่านั้นเองนะ

ตอนกลับจากไปเอากระเป๋าเจ้าปัญหาของเจ๊น่ะ กำลังนึกว่าอยากกินมะม่วง ทั้งๆที่ยังจุกอยู่กับอาหารเย็นไม่หาย จะเอ่ยปากก็กลัวจะบ่นกันว่ายังอิ่มอยู่เลย ที่ไหนได้ยัยพิมคนท้อง เธอจัดแจงปอกมะม่วงทำน้ำปลาหวานรอไว้เสร็จสรรพ กั่กๆ ถูกจาย แต่ไอ้คนที่มันบอกว่าอิ่มนี่สิ ดันมาจกของเค้าเฉยเลย เอ๊ะ ยัยคนนั้นนี่มันใครกันหว่า


โดย: เจี๊ยบ IP: 89.98.227.54 วันที่: 23 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:22:28 น.  

 
hahahahaahahahahahahaha P'Jeab, I dont know na, i dont know hahahahahaha


โดย: Kate IP: 85.1.147.237 วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:3:24:53 น.  

 
ฮืมมมมมมมม อิจฉาวันสุดท้ายอ่ะ สองแม่ลูกไม่ได้ร่วมขบวนด้วยเลย

ปีหน้าเจอกานนนนนนนนนนนน


โดย: น้องพีทกะมี๊อ่ะ IP: 217.196.48.114 วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:5:25:55 น.  

 
ก๊าก...เดอะแก๊งส์รีบตามมากันทันควันเลยนะ...
ใครอ่ะพี่เจี๊ยบพูดถึงใคร???ไม่รู้ไม่ชี้...
เจ้าเกตุเป็นฝรั่งมาอีกแร๊ะ...ถ้าเป็นมะม่วงแวะมาแถวนี้ไม่เหลือแน่...
มี๊อ่ะ...คิดถึงมี๊อ่ะ....อ้ำ อ้ำ อุ๊อูว....


โดย: แม่เจ้าเมฯ วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:6:11:12 น.  

 
ก๊ากกกก ไม่รู้นะเนี่ย ว่ายัยคนนั้นอ่ะมีตั้งหลายคน ร้อนตัวกันเชียว
ว่าแล้วก็อยากกินมะม่วงจังเลย ที่นี่มีแต่มะม่วงยาจกลูกเล็กๆ เหี่ยวๆอีกต่างหาก


โดย: เจี๊ยบ IP: 89.98.227.54 วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:25:49 น.  

 
ประกาศๆๆ

อยากได้รูปมี้อ่ะกะน้องพีทตอนโบกมือหย่อยๆก่อนเข้าสนามบินอ่ะพี่ญ่า ขอได้มั๊ยค๊า จะเอาไปอัพไดฯตอนจบอ่ะ พลีสสสสสสสสส


โดย: มี๊อ่ะ IP: 217.196.48.114 วันที่: 25 กรกฎาคม 2550 เวลา:4:18:38 น.  

 
......

สวัสดีค่ะ เข้ามาทักทายค่ะ นั่งชมภาพ slide เพลินเลยค่ะ


โดย: N_BEE810 วันที่: 27 กรกฎาคม 2550 เวลา:12:45:15 น.  

 
ฝนมาเที่ยวด้วยคนค่ะ อ่านไปด้วยดูรูปไปด้วย เพลินไปเลยค่ะ เห็นแล้วก็อยากจะกลับไปเที่ยวอีก แบบว่าฝนไม่ได้ไปเยี่ยมญาติที่ซูริคสามสี่ปีแล้วนะเนี่ย เดี๋ยวต้องสะกิดคนข้างๆ ไปเที่ยวซะแร่ะ

อยากกินหอยดองง ไข่มดแดงจัง


อ่านเรื่องที่เขียนว่าถือถุงก๊อปแก๊ปเดินสำรวจร้านหลุยติ๊งต๊องแล้วฮาเลยค่ะ

แต่ร้านนี้เค้ามีเอกลักษณ์นะคะคือต้องมีพี่ยามเฝ้าหน้าประตู มีครั้งนึงฝนไปเที่ยวสเปน ฝนอยู่ในร้านแฟนพาลูกเข็นดูรอบๆ อยู่ด้านนอก ทีนี้เค้าคงเห็นว่าฝนเข้าไปนานแล้ว เลือกได้หรือยังก็มาด่อมๆ มองๆ อยู่นอกร้านที่ติดกระจกรอบด้าน ก็มองเห็นข้างในได้ชัดเจนอ่ะนะ แต่พี่ยามแสดงสปิริตสุดชีวิต ประมาณว่าฝรั่งขาวคนนี้มาด่อมๆ มองๆ อะไรเนี่ย แล้วก็ทำหน้าที่พิทักษ์ร้าน

ฝนเห็นดังนั้นต้องรีบบอกพี่ยามว่า นั่นน่ะ สามี อิฉันค้าไม่ใช่โจร หรือขโมย เท่านั้นแหละพี่ยามรีบขอโทษใหญ่เลย อ่ะนะเข้าใจๆ ว่าอยากทำหน้าที่พิทักษ์หลุยติ๊กต๊อง อย่างนี้เจ้านายเห็นคงให้ตืบ เอ๊ย ให้ติ๊บหนักๆ น่ะ



รูปในโบถส์สวยงาม อลังการจังเลยค่ะ


อืมม์ อาหารแต่ละอย่างเห็นแล้วน้ำลายแตกฟองเลยค่ะ

ว่าแต่ได้ลองชิมฟองดูไม๊คะ? ฝนชอบมากๆ เลยล่ะ อ้วนก็ยอม



โดย: Malee30 วันที่: 27 กรกฎาคม 2550 เวลา:19:28:16 น.  

 
ขอบคุณ คุณบีและคุณฝนนะคะที่ตามมาเที่ยวด้วยกัน...
พี่ยามร้านหลุยส์นี่รู้สึกว่าเขาจะคัดสรรมาอย่างดีแทบทุกร้านนะคะ...หล่อๆทั้งน๊าน...เสียดายลืมเก็บรูปมา...
แฟนคุณฝนเกือบเจอฤทธิ์พี่ยามแล้วไหมล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า...
ฟองดูไม่ได้เจอกันเลยค่ะงานนี้เพราะมัวแต่โจ้อาหารไทยกันเกือบทุกมื้อ...
ถ้ากลับไปเที่ยวซูริคแล้วบอกกันมั่งนะคะ...จะเกาะล้อเครื่องบินตามไป อยากกลับไปอีกอ่ะค่ะ...


โดย: แม่เจ้าเมฯ วันที่: 27 กรกฎาคม 2550 เวลา:19:46:24 น.  

 
คุณญ่ามีก๊วนเที่ยวด้วย ดีจัง เพิ่งสังเกตุว่ากิ๊กกะลังเที่ยวตามรอยคุณญ่าเกือบทุกที่เลยเริ่มด้วย สเปน ฝรั่งเศส (เพิ่งไปมาสดๆร้อนๆ) แล้วทริปหน้าของกิ๊ก (อีกสองสามเดือนหน้าหน่ะค่ะ) ก็เป็นสวิส


โดย: princess gig วันที่: 28 กรกฎาคม 2550 เวลา:19:25:02 น.  

 
ขอบคุณค่ะคุณกิ๊ก...ทริปของญ่าออกจะหนักไปทางเรื่องกินและเรื่องเฮฮาน่ะค่ะ เป็นการเที่ยวแบบหาสาระไม่ค่อยได้แต่ก็ดีใจตรงที่ได้เจอเพื่อนสนิทมิตรสหายที่เราได้คุยผ่านคอมฯกันมาเป็นปีๆแล้วนี่แหละค่ะ...ยังไงก็ต้องตามกลับไปดูรูปสวยๆและเก็บสาระเอาอีกทีจากบล๊อกคุณกิ๊กแหละค่ะ...ดีใจที่มีเพื่อนบล๊อกชอบเที่ยวเหมือนกันค่ะ...
อีกสี่ห้าอาทิตย์ญ่าก็จะกลับไปเที่ยวเกาะไอบีซ่า สเปนอีกรอบค่ะ...


โดย: แม่เจ้าเมฯ วันที่: 30 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:10:24 น.  

 
แวะมาเที่ยวค่ะ อยากไปบ้างจังแต่ตอนนี้อดค่ะเพราะน้องเดน่าเพิ่ง ๔เดือนเอง...ขอแอดเป็นเพื่อนหน่อยนะคะ


โดย: aey_tara วันที่: 30 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:50:52 น.  

 
แล้วอยู่ต่างประเทศนี่จะคิดค่าจัดส่งยังไงอ่ะคะ???สงสัยๆ



โดย: แม่เจ้าเมฯ



ขอบพระคุณมากค่ะ ที่สนใจในหนังสือ The โฮะ !

ไม่ทราบมีญาติอยู่เมืองไทยไหมคะ

เพราะหากญาติอยู่เมืองไทย เบ็ดเสร็จ แม่เจ้าเมฯจะได้หนังสือที่บวกลบคูณหารแล้วถูกมาก เพราะค่าส่งไม่คิด

แต่หากอยู่ตปท.

ก็ขออนุญาตคิดค่าส่งค่ะ เพราะแพงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


โดย: โสมรัศมี วันที่: 30 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:58:57 น.  

 

เห็นรูปแล้วทำตาระห้อย...อยากไปจังเลยค่ะสวยมากๆ เพื่อนๆแก็งค์นี้น่ารัก ดูซิคะอยู่คนละประเทศมิตรภาพยังแน่นปึก




โดย: ลูกแมวขี้อ้อน วันที่: 30 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:38:58 น.  

 
โอโห...รูปเยอะมาก ยังกะได้ไปเที่ยวด้วยเลยคะ น่าหนุกจัง


โดย: เนเวอร์แลนด์ (เนเวอร์แลนด์ ) วันที่: 30 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:29:48 น.  

 
ภาพเยอะ สวยด้วย แถมเล่าเรื่องได้มันส์เชียวค่ะ ดีจังได้เที่ยว ได้กิน ได้สนุกกับเพื่อนๆ อิจฉานะคะเนี่ย!!

ปล. แอบเห็นสาวๆ แต่ละคนโพสต์ท่า งามไม่แพ้กันเลยนะคะ ฮิๆ


โดย: YGHarding วันที่: 31 กรกฎาคม 2550 เวลา:1:15:45 น.  

 
หวัดดีค่ะำพี่ญ่าเนตหยินช้ามากเลยโหลดรูปไม่ขึ้นค่ะ
แค่ได้อ่านโดยไม่มีรูปประกอบก็อยากไปเที่ยวด้วยจังเลย สวิสฯ นี้เป็นประเทศในฝันเลยค่ะ


โดย: PS-pani วันที่: 31 กรกฎาคม 2550 เวลา:9:04:09 น.  

 
เห็นรูปแล้วอยากไปเที่ยวบ้างค่ะ ขอบคุณที่มาแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ นะคะ

และขอบคุณที่แวะไปเที่ยวที่บล็อกด้วยค่ะ

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: L@st love วันที่: 1 สิงหาคม 2550 เวลา:20:00:52 น.  

 
ตามไปเที่ยวด้วยคนนะ...เพราะยังไม่เคยไปสวิสฯเลยค่ะ กลัวหนาวน่ะ อิอิอิอิ

ภาพเยอะจริง ๆ ชมจนจุใจเลย เหมือนได้ไปด้วยเลยละ

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมที่บล็อกจ้าาา


โดย: น้องนางกลางไร่ วันที่: 7 สิงหาคม 2550 เวลา:3:01:31 น.  

 
อยากกลับไปเที่ยว Swit อีกค้าบ..ขอบคุณที่มาแชร์รูปและเรื่องราวครับ


โดย: Centertainment วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:23:24:33 น.  

 
สวัสดีคะแวะมาดูรูปสวยๆและอ่านเรื่องไปด้วยและก็..แอบร้องไห้ด้วยแหละเพราะคิดถิงซูริดเพราะเราเคยอยู่ที่ซูริดมาสิบสี่ปีแล้วคิดถิงเพือนๆคิดถิงอย่าวอย่างที่โน้นเราเคยไปกินข้าวร้านอาหัวหลังจากเลิกงานกับเพื่อนๆมาอยู่ที่ใหม่ย้งไม่มีเพือน คุณเขียนเรืองอ่านแล้วสนุกคลายเครียดได้


โดย: SwissSydney วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:8:58:58 น.  

 
ไม่ได้ไปเทีี่ยวไหนเลยค่ะำ
อาิิทิตย์นี้แฟนไม่อยู่อีกเซ็งต้องอยู่
บ้านคนเดียว
พี่ญ่าสบายดีนะค่ะ


โดย: PS-pani วันที่: 2 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:15:55 น.  

 


แวะเข้ามาเยี่ยมและมาชวนไปดูสุดยอดละครบรอดเวย์ครับ

10 พฤศจิกายน 50
CATS The Musical

อยากดูแบบบรรยากาศแบบเต็มๆ คลิกที่รูปได้เลยครับ



โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 14 พฤศจิกายน 2550 เวลา:2:36:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.