...
Group Blog
 
All blogs
 

สถาปนิก ณ..โสคะปิง : ย่าเชียร์เบียร์

ด้วยการที่ผมเติบโตมาในประเทศไทย ผมคิดว่าเราถูกปลูกฝังมานะว่า โตมาแล้วต้องเลี้ยงดูบุพการีที่เขาเคยเลี้ยงดูเรามา 


ดังนั้น คนแก่ๆส่วนใหญ่เนี่ยก็จะเป็นคนในครอบครัวที่เราจะให้นั่งอยู่ในบ้านครับ ให้เขามีความสุข ทำงานอดิเรก ปลูกต้นไม้ ให้อาหารนก เป็นภาพที่ค่อนข้างชินตา

...

แต่ภาพที่คุณเคยคุ้นตาที่กล่าวไปข้างต้นเนี่ย มันทำให้สมองผมรวนไปพักนึงตอนที่ผมมาทำงานที่เมืองโสคะปิงนี้ เพราะภาพที่ผมเห็นคนทำงานตามร้านต่างๆเนี่ย ส่วนใหญ่เป็นคนสูงอายุทั้งนั้นเลยครับ!

ตอนแรกๆที่เห็น มันก็จะเกิดอารมณ์ว่า 

"เฮ้ยย ทำไมปล่อยให้คนแก่มาทำงานแบบเนี้ย"

"น่าสงสารจัง ทำไมลูกไม่ดูแลว๊ะ"

พออยู่ไปสักพัก มันก็เริ่มคุ้นเคย และซาบซึมครับ และความคิดก็จะเปลี่ยนไป

"อ้าวลุง ทำไมกวนตีนเงี้ยครับ เช็ดโต๊ะน้ำหกใส่กางเกงหมดละ สาดด"

"มันจะตะโกนทำหอกอะไรวะอีป้านี่ แค่รับออเดอร์! หูจะแตก!"

...ครับ มันเปลี่ยนไปจริงๆ จากสงสาร เป็นเฉยๆ จากเฉยๆ บางทีก็มีอารมณ์ขึ้น

ซึ่งเหล่่าคนแก่ 60+ ทั้งหลายเนี่ย แกก็ทำงานสารพัดสารเพ ที่แกจะรับงานได้นั่นละครับ

ตั้งแต่ งานทำความสะอาดโต๊ะ เก็บจานข้าว เช็ดพื้น ถูพื้น หรือแม้กระทั่ง...

...งานเชียร์เบียร์ครับ!!

สิ่งที่สมองผมเข้าใจมาตลอดคือ เด็กเชียร์เบียร์จะเป็นน้องๆ น่ารัก ใส่ชุดสั้นๆ ทำให้เราอยากนั่งร้านนานๆ

แต่ที่ประเทศนี้มันทำให้ ความหมายเชียร์เบียร์ที่ผมเข้าใจ พังเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยหมดเลยครับ

เพราะคนที่เชียร์เบียร์ในประเทศนี้ เป็นคุณ ป้า ไม่ก็ คุณ ย่า ครับ!!

ฟังดูละหลายคนต้องนึกภาพไม่ออกแน่ๆ 

ลองจินตนาการภาพ เด็กเชียร์เบียร์ที่คุ้นเคย แล้วใส่ อายุเพิ่มไปสัก 35-45 ปีนะครับ .. 

ทีนี้ก็ ใส่ผมหยิกๆ แกมหงอกให้เธอในจินตนาการของคุณสักหน่อย

สุดท้ายนี่ก็ยืดสเกลออกด้านข้างครับ นึกถึงหุ่นป้าๆตามท้องตลาด...

นั่นละครับ เด็กเชียร์เบียร์ ของที่นี่!!! โหดดดดดด มั้ยละครับ!?

...

ปล. คุณลุง ป้า ปู่ ตา ย่า ยาย ทั้งหลายนั้น ทำงานด้วยเหตุผลประการแรกก็คือ อยู่บ้านแล้วอาจจะเบื่อ ก็เลยมาทำงาน หรืออีกกรณีนึงที่โหดร้ายก็คือ ลูกๆไม่ได้ดูแลครับ ... ซึ่งจริงๆรัฐบาลโสคะปิง แกก็จะดูแลพวกคนแก่ที่อยู่คนเดียวอยู่แล้ว เป็นมูลนิธิอะไรแบบนี้ หรือไม่พวก บริษัทต่างๆ บางทีก็จัดกิจกรรมไปให้การสันทนาการ พวกแกครับ

ปล.2 ผมไม่ค่อยไปร้านที่มีป้าๆ เชียร์เบียร์นี่หรอกฮะ ผมมีแหล่งชิวของผม สมัยทำงานที่โน่น เบียร์ราคาถูก อาหารอร่อย อยู่ในย่านเมือง ใกล้โรงเรียนสอนศิลปะ เด็กๆเดินผ่านร้านแหล่มๆ จิบเบียร์พร้อมมีสมุดสเกตช์เล่มนึงก็ชิวได้ละฮะ

ปล.3 ร้างห่างหายจากบล็อคไปนานนนนนครับ




 

Create Date : 27 มกราคม 2557    
Last Update : 27 มกราคม 2557 16:10:30 น.
Counter : 279 Pageviews.  

สถาปนิก ณ..โสคะปิง : คนตาย ใต้ตึก

เรื่องนี้นับเป็นประสบการณ์ใหม่ของผมเลยจริงๆ...

มีวันนึงผมเดินกลับบ้าน ซึ่งตึกของสิงคโปร มันเหมือนอะพาร์ทเม้นครับ ชั้นล่างมันจะเปิดโล่ง ไม่มียูนิทคนอาศัย

ตาผมก็เหลือบไปเห็นว่าใต้ตึกผม มันมีงานอะไร คนเยอะแยะมากมาย .. งานมันจัดอยู่ใต้โถงลิฟต์ที่ผมต้องใช้เลยครับ

ก่อนกดลิฟต์ขึ้นที่พัก ผมก็ดั๊นไปเห็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่าง ที่แม่งค่อนข้างสากล

แล้วผมก็นึกในใจว่า "ไอ้เหี๊ยยยยย งานศพ"

แม่งมีรูปแบบ คนตาย ตั้งอยู่หน้าโลงศพครับ ที่ตกแต่งด้วย ม่าน ตีมสีจะประมาณเหลืองๆ ผมไม่รู้ว่าทำไม

แต่มันใช่เลยครับ งาน ศพ ใต้ ตึก !! ผมเจอไปครั้งแรก อึ้งแดก WTF กันไปเลย

...ด้วยความที่ว่า ประเทศไทยเรา พอคนตาย เราก็ไปจัดงานศพกันที่วัด ทำพิธีอะไรกันไป แล้วก็เผา

แต่ที่นี่ช่างโหดร้ายจริงๆ มาจัดกันใต้ตึกเลยทีเดียว ซึ่งผมไปถามเพื่อนที่หลังก็ได้ความมา ประมาณว่า

คนที่ตายอาศัยอยู่ตึกไหน เขาก็จะทำพิธีกันใต้ตึกนั้น แล้วพอทำพิธีไรเสร็จก็จะขนไปที่ที่เผา.. (อันนี้สำหรับพวกคนจีนนะครับ ส่วนพวกแขกนี่ ไปขุดหลุมกัน แต่ไม่เคยยักจะเห็นแขกทำพิธีใต้ตึก)

กลับไปที่หน้าลิฟต์ครับ หลังจากเจอเหตุการณ์สุดพิศวง นี่แล้ว สมองที่น่ารักของผมก็เริ่มทำงานทันที

มันย้อนไปขุดคุ้ยเอาไอ้ภาพหนังผีเก่าๆทั้งหลาย ให้มาปรากฏอยู่ในหัวผม

ภาพแรกเลย ในลิฟต์ครับ ต้องอธิบายก่อน ว่าลิฟต์ที่นี่ มันจะเหมือนในเรื่อง หนังผีเรื่องนึงสมัยก่อน (ซึ่ง ไม่รู้สมองผมมันไปขุดคุ้ยภาพในหนังมาได้ไง ตั้งหลายปีละ)

คือโถงลิฟต์เนี่ย มันจะมี กล้องวงจรปิดให้เห็นในลิฟต์ตอนมันลงมารับ.. และลิฟต์มันจะเป็นช่องเปิด ให้เห็นตอนเราผ่านแต่ละชั้นไปจนถึงชั้นที่เราอาศัย

ไม่อยากจะนึกภาพว่าตอนขึ้นไปแล้ว ดันไปเห็นคนในรูปยืนรอ หน้าลิฟต์หรือทะลึ่งกดลิฟต์มาจะทำยังไง!

...

โชคดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ.. ผมขึ้นมาหน้าห้อง เปิดคอม ซึ่งหันสู่หน้าต่าง แล้วก็จินตนาการว่า

"เห้ย! ถ้าจู่ๆ เสือกเห็นคนค่อยๆล่องลอยมาตรงหน้าต่าง จะทำยังไงว๊ะ!?" ว่าแล้วพลันก็ลุกไปปิดม่านครับ!

มันอดคิดได้ยากจริงๆครับ! เล่นเอาคนตายมาทำพิธีใต้ตึกซะขนาดนี้ โคตรหลอน!

จะว่าไปแล้ว ผมก็ฟังเรื่องราวหลอกหลอน ของผีในประเทศนี้มาพอสมควรเลยนะครับ

ขนาดว่า ออฟฟิศสถาปนิกที่นี่แม่ง ยังมีผีมาหลอก... ยิ่งแถว มัสยิด นี่ยิ่งแรงเลยฮะ เพราะว่ามันจะมีพื้นที่ ฝังศพ

... จะเล่าเรื่องผีสุดตื่นเต้ล ที่ผมฟังมาอีกทีจากเพื่อนๆอีกทีละกัน ฟังละก็ขนลุกดีแท้

เพื่อนผมมันบอกว่า ส่วนใหญ่คนที่เจอจะชอบเป็นคนไทย ผมก็ไม่รู้ทำไม๊ ทำไม ถึงต้องเปนคนไทย ผู้โชคดี

คือออฟฟิศเก่าเพื่อนผมคนนี้เนี่ย เป็นออฟฟิศเล็กๆ ตั้งอยู่ชั้นสองตึกแถว ที่ชั้นหนึ่ง เป็นร้านขายของเล่น

ซึ่งอาชีพ สถาปนิก เนี่ย ส่วนใหญ่การทำงานกลางคืนเป็นเรื่องปกติครับ แต่ไอ้เรื่องไม่ปกติ มันดั๊นเสือกมาเกิดตอนทำงานปกติอยู่ดีๆ

คือ ทำงานๆไป ดึกๆ เงียบๆ ปรากฏว่า หูเจ้ากรรม ดันได้ยินเสียง เด็กเล่นของเล่นครับ ที่ร้านของเล่นด้านล่าง วิ่งสนุกสนานคิกคัก.. พอลงไปดู ปรากฏ ไม่มีอะไร!?

หรือกระทั่งทำงานๆอยู่ ปริ้นเตอร์ก็ปริ้นเองบ้างอะไรบ้าง เพี้ยนขึ้นมาเฉยๆ... แต่ปริ้นเตอร์นี่ยังเบๆฮะ

ที่หนักสุดฟังละขนลุกเกรียวกราวคือ ทำงานอยู่นี่ละครับ ละเดินไปหยิบของ พอจะกลับมานั่งที่

ก็พบว่า มีเด็กคนนึง นั่งขดตัวอยู่ใต้โต๊ะที่ตัวเองทำงาน!!! พระเจ้า!!! โคตรหลอนฮะ พิมไปขนลุกไป บรื๋อออ

...

จบละฮับ รักคนอ่าน รักคนเม้น จุ๊บุๆ




 

Create Date : 04 มิถุนายน 2555    
Last Update : 4 มิถุนายน 2555 20:38:47 น.
Counter : 759 Pageviews.  

สถาปนิก ณ..โสคะปิง : ตังหมดต่างแดน..แสนลำเค็ญ

ฟหกดฟหกด...

เอ่อ ไม่มีไรครับ ผมจะเทสต์พิมแบบนี้เชคฟ้อน ก่อนตลอด..

วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์อันโหดร้ายของการอยู่ตัวคนเดียวในต่างแดนแบบตังหมดให้อ่านกันครับ

ผมจำได้ว่าช่วงแรกๆที่มานั้น มีช่วงนึงที่ยังบริหารเงินไม่ค่อยเป็น...

อารมณ์เด็กน้อยเห่อ หะมอย พอมีเงินมันก็ต้องใช้ใช่ปะครับ..ก็ซื้อมันกระจายเลย

เพราะตอนเรียน มหาลัยนั้น วงเงินค่อนข้างจำกัด รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายในการทำงานด้วย อยากได้อะไรตอนนั้น งานนอกอย่างเดียว...ซึ่งตอนเป็น นศ. วงเงินมันไม่พอจับจ่ายใช้ของไร้สาระครับ

เงินเดือน มาผมก็จัดเต็ม จนกระทั่งเหตุมันเกิดตรงที่ว่า ผมเสือกย้าย บ. ภายในเวลา สามเดือนครับ เลยโดนภาษีกระจุยกระจาย กระอักเลือดเลยทีเดียว...

จำนวนเงินนับว่ามากโข เรียกว่าเป็นคนจนผู้ยิ่งใหญ่ได้เลยอะครับ... ตอนนั้นคือจะกินข้าวที นี้ผมต้องคำนวนว่า เฮ้ย จำนวนเงินที่ใช้แต่ละวันมัน เหลือเท่าไหร่วะ จำนวนวันหารเงินที่เหลืออะครับ

ซึ่งพอใช้จริงแม่งก็เกินอยู่ละ ต้องประหยัดอดออมมากกกกกกกกกก ...

ตอนนั้นผมมีแบ้งร้อยจากไทย ในเก๊ะครับ ดึงออกมาดูแล้วก็คิด... เหี้ยเอ้ย ตังหมดแล้ว สงสัยต้องเอาแบ้งร้อยไปแลกเป็นเงิน สิง ซะแล้วมัง

ซึ่งจำนวนเงินที่แลกมันคือ ข้าวหนึ่งจาน ที่ยังจ่ายค่าน้ำไม่ได้เลยครับ!!!

..กลายเป็นว่า ผมเป็นโรคกลัวการใช้เงินไปซะฉิบ!!

(แต่อย่างว่าครับ โรคที่มันเป็นประโยชน์ต่ออนาคตของเรา สักพักแม่งรักษาตัวเองได้อย่างรวดเร็วครับ กลับมาใช้เงินอย่างเริงร่าภายในเวลาไม่นานนัก)

แล้วเหตุมันเกิดไม่นานมานี่ ผมกลับบ้าน เอาตังไปทิ้งให้ที่บ้านเยอะเกินไปหน่อย.. ตังที่จะใช้จนสิ้นเดือนมันเลยหมดไป

วันรองสิ้นเดือนเงินยังไม่เข้า ผมเหลือตังในกระเป๋า 6 เหรียญ.... (ค่าข้าวกากๆ ประมาณ 3-4 เหรียญ กะค่าน้ำ อีกก็พอดีอะครับ)

เบรคกินข้าวเที่ยง กับเงินในกระเป๋าแค่นั้น แถมออฟฟิศแม่งก็ใจโหดเหี้ยม จ่ายเงินเดือนเสือกตรงเป๊ะๆ !

ผมเลยต้องวางแผนการกินข้าว ... แม่งดูโคตรน่าสมเพสเลยครับ แค่แดกข้าว ต้องมาคิดว่า เฮ้ย ถ้ากูกินเมนูนี้ กูเหลือตังซื้อน้ำ กินอันนี้ ฮ่าๆ มึงอดแดกน้ำ สำลักข้าวทีงานงอกแน่ๆ...

วันนั้นผมอารมณ์กินอาหารไทยครับ ไปยืนหน้าร้าน วันนั้นอยากกินต้มยำ มาก มันมีเซต ข้าวปูผัดผงกะหรี่ กะต้มยำ แต่ราคา 6 เหรียญพอดี คือถ้าจ่ายไปเนี่ย เกลี้ยง! แล้วถ้าสำลักน้ำต้มยำ เนี่ย ... หึ หึ กระอักต้มยำตายกันตรงนั้นละครับ

เลยตัดใจสั่งข้าวไก่ทอดกระเทียม 4 เหรียญ เก็บอีก 2 ไว้ซื้อน้ำ...

ปรากฏว่า พี่คนไทยใจดีครับ แกแถมกับอีกอย่างที่เป็นน้ำ บอกว่า อ่ะ เอานี่ไป ได้ลื่นคอ

ผมนี่แบบ ในใจซาบซึ้งน้ำตาไหลไปและ...​พอดีในถ้วย ... แกงเขียวหวานสุดข้น...!!!! ฮ่า ฮ่า ฮ่า

โอ้ยยย พี่ มันลื่นคอตรงไหนนี่ !?

แต่ผมปลาบปลื้มมากครับ พูดจริงๆ วันนั้นกินข้าวอย่างสุขีมาก เพราะคุณพี่แกแถม แกงเขียวหวานให้นั่นละ

ด้วยความที่ว่าตังมันไม่มีแต่มันก็ไม่ได้มีอะไรแย่เสมอไป .. เจอพี่คนไทยใจดีทำผมซาบซึ้งมากกกก

ตอนนี้ผมเลยอยู่ใน สเตตัส การกลัวการใช้เงินอีกครั้งหนึ่ง หลังจากครั้งล่าสุดปีที่แล้ว...

แต่อย่างว่าละครับ โรคเวรนี้แม่ง มีประโยชน์ต่อชีวิตเราเกินไป ภูมิไร้สาระผมคงจะทำลายไปในเร็ววัน...

...

รักทุกคนอ่าน รักทุกคอมเม้นครับ :)




 

Create Date : 03 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 3 พฤษภาคม 2555 23:45:13 น.
Counter : 326 Pageviews.  

สถาปนิก ณ..โสคะปิง : ชีวิตในออฟฟิศ

ไม่ได้อัพนานมากครับ ผมยังไม่ตายไปไหน... ฮ่า ฮ่า ฮ่า


มรสุมชีวิตลูกใหญ่แม่งพัดเข้ามา ทำเอาซวนเซไปหลายกระบวนท่าเหมือนกัน..

กลับมาเข้าเรื่องมึนๆ ในโสคะปิงดีกว่าครับ..

วันนี้มาเม้ามอย เรื่องเพี้ยนๆในออฟฟิศกันมั่ง.. ผมไม่รู้ว่าหลายๆคนได้มีโอกาสทำงานกับคนต่างชาติรึเปล่า

บังเอิญว่าออฟฟิศที่ผมทำงานเนี่ย ผมเป็นคนไทยคนเดียวเลยครับ เป็นชนกลุ่มน้อยท่ามกลางชาวต่างชาติ ทั้งเจ้าของชาติและเพื่อนต่างชาติที่ต่างก็มาขุดทองในประเทศแห่งนี้

นับเป็นข้อดีอย่างนึง... เพราะว่าตัวผมนั้น เวลาสมองโล่งๆเนี่ย ชอบเขียนครับ

แล้วบนโต๊ะผมมันจะมีแบบงาน อยู่เสมอ พอมือจับปากกาก็เริ่มเขียนละ ... เอ่อ ไม่ต้องสงสัยเลยครับ สิ่งที่ผมเขียนนี่ สาระ เหมือนบลอคที่ผมอัพๆมาก่อนๆเลยทีเดียว ก็อย่างเช่น

"ครู ไว เอ้ยย เบื่อ" "เบื่อว้อย แสรสสสสส" "ว่างสรัสสส จ้างกูมาทำเชี้ยไรเนี้ยยย" ... 

เนื้อหามันจะมีประมาณนี้ คำว่า "เบื่อ" เนี่ยแม่งเขียนทุกวันเลยครับ แทบจะทุกชม. ไม่รู้ผมป่วยเป็นโรคอะไรหรือเปล่า

มีใครป่วยเหมือนผมมั่งมั้ยครับ ว่างเป็นไม่ได้จับ ดินสอ ปากกามา เขียน เบื่อ .. เบื่อ.... เบื่อ.. เบื่อ แม่งอยู่นั่น ไม่ได้ช่วยห่านอะไรเลย จริงๆแล้ว - -''

ครั้งนึงผมปริ้นงานไว้บนโต๊ะครับ ทีนี้ได้เรคเตอร์ ก็เดินมาตรงโต๊ะผมมาดูงาน

ผมก็โชว์แปลน เปลิน ไรให้เขาดูไป ทำเซียนไปวันๆ แล้วไอ้กระดาษแบบงานผมเนี่ยครับ

โอโห เรื้อนไปด้วยคำ พ่อขุนรามมากมายเต็มไปหมด กู มึง เหี้ยน ห่าน ไรเพ้อไปเรื่อย

แล้วเขาก็ชี้ครับ... ไปที่ที่พื้นที่นึงในแปลน... ที่มีคำภาษาไทยเขียนไว้ว่า "เซ็งแสรสสสสสสสสสสส"

จังหวะที่เขาชี้ สมองเจ้ากรรมผมก็ทำการ แปลคำเขียน เป็นเสียงในหัวว่า เซ็งแสรสสสสสสสส

ทำเอาผมแทบทะลักขำออกมาตรงหน้าไดเรคเตอร์ ... โชคดียังคุมสติอยู่ ได้แต่ทำหน้ายิ้มตีมึน

... ผมนึกภาพไม่ออกเลยถ้าผมทำงานที่ไทย แล้วไอ้ไดเรคเตอร์ที่มาดูงานผมมันจะว่ายังไง

คงนึกในใจ "มึงเป็นเชี้ยยย ไรเนี่ย!"


...

นอกจากนี้ยังมีเรื่องมึนๆของผมอีกครับ ไม่นานมานี้ มันมีงานกิจกรรมโบลิ่ง เขาก็ส่งเมล์ในออฟฟิศอะครับ ว่า ให้ Check Shirt มาอะไรเทือกนี้.. ผมจำเต็มๆไม่ได้

ผมอ่านละก็งง มึงจะมาเช็คเหี้ยไร เสื้อกูวะ บ้าป่าว หรือมันจะให้ใส่ชุด เชิต ตราออฟฟิศ ก็ไม่น่าใช่ แต่มันบอกจะ เช็คเสื้อ 

แล้วผมก็ปล่อยความงงไป ด้วยความ Let it be ครับ ช่างแม่มัน .. ตามกระแสซะหน่อย กะลังดี กริ้วกร้าว เลย ฮ่าๆๆๆ

ปรากฏวันต่อมาครับ เขาใส่เสื้อลาย หมากรุกกัน พระเจ้าาาา นี่ผมโง่ถึงเพียงนี้ ไอ้ห่า แม่งจะให้ใส่เสื้อลายหมากรุก ไอ้แบบ ผ้าขาวม้าอะครับ ที่แม่งเป็นสี่เหลี่ยมๆๆ ตัดกัน

ผมนี่ตรัสรู้ถึงความโง่ของตัวเองเลย ว่าแบบ เอ้อออ ความโง่ไม่มีสิ้นสุด ฮ่าๆๆๆ 

เพื่อนผมมันก็ถามว่า เอ้ย ก็เคยเห็นใส่เสื้อลายนี้มานิ ทำไมไม่ใส่มาวันที่เขานัดใส่..

ผมก็ตอบไปมึนๆ อ่อ... กูไม่เข้าใจ ตอนแรกก็งง ว่าแม่งจะเช็คเสื้อห่าอะไรกู ที่แท้ให้ใส่เสื้อลายเชค 

งงกันไป

ปล.ห่างหายไปนานครับ หวังว่าคงไม่ลืมกัน T-T

ปล. เดี๋ยวผมจะเปิด Catagory ใหม่ครับ เพื่อสนองความฟุ้งเฟ้อของตัวเอง ที่มันไม่ใช่เรื่องราวในโสคะปิงมั่ง




 

Create Date : 23 เมษายน 2555    
Last Update : 23 เมษายน 2555 23:33:03 น.
Counter : 405 Pageviews.  

สถาปนิก ณ..โสคะปิง : สัตว์(ในตำนาน)...

หลังจากที่ผมมาสิงอยู่ใน ประเทศโสคะปิงมายาวนาน นับ 1 ปีเศษ..

สัตว์ชนิดแรกที่ผมนึกถึงในประเทศนี้คือ ..แมว ครับ

ประเทศนี้แมวยั้วเยี้ยมาก ใต้ตึกรามบ้านช่อง แม้กระทั่งสถานที่ก่อสร้างขุดเจาะ รถไฟฟ้าใต้ดินอะไร พี่แกไปหมด

เพราะว่า ลุงๆ ป้าๆ ตามที่พักอาศัยแกเหนท่าทางสุดบ๊องแบ๊ว ของเหล่าแมวปีศาจไม่ไหว เลยต้องลงทุนไปซื้อ อาหารเม็ด (ลงทุนไปซื้อจริงๆครับ แกรักจริงไรจริง)

ทำให้กำเนิด เกิดแมวในตำนาน มากมาย!

ตัวอย่างแมวในตำนาน ที่ผมพบเจอแล้วถึงกับ ต้องหยุดชะงักไป สามวินาทีนั้น ลายของพี่ท่านนั้น เลิฟๆ จุ๊บุๆ มากครับ

พี่ท่านลายข้างตัว เป็นลายหัวใจครับ!!! ตึ๊งตึ่งตึง ตึง ตะลึงตึงๆ มาก.. หลังจากนั้นผมก็มอบชื่อ สุดเท่ให้กับแมวในตำนานตัวนี้ว่า ... "ใมลายหัวแจว"ครับ ฮ่าๆๆๆ น่ารักมั้ยครับ

แต่ดูท่า เจ้าไมลายหัวแจว (ชื่อยาวจังฟะ) ตัวนี้ จะเป็นที่ป๊อบปูล่าในย่านนี้ไปหน่อย เลยดูท่าทางตื่นกลัวคน...

เสียดายที่ผมเห็น ไมลายหัวแจว สองสามครั้งเองครับ มันก็อันตรธาน หายไปจากย่านที่ผมอาศัย ไม่รู้โดนจับไปทำหมัน หรือ โดนจับไปเลี้ยงหรืออย่างไร

นับเป็นเรื่องอันน่าโศกเศร้ามาก ที่แมวในตำนานได้จากย่านที่พักอาศัยผมไป...

นอกจาก แมวในตำนาน ตัวนี้แล้ว เพื่อนผมได้ไปพบแมวอีกตัวครับ

เมพไม่แพ้กัน ลายตรงหัวของแมวตัวนี้ คล้ายๆผมรองทรง ของเด็ก นักเรียนครับ !! เป็นแมวนักเรียน กันไป

..จริงๆผมว่ามันต้องมีแมวลับในคำนานอีกหลายตัวแน่ๆเลย แต่ผมยังรอวันค้นพบพวกมันอยู่ ...ฟังดู เหมือนโปเกม่อน ชอบกลแหะ

....แต่จริงๆสัตว์ในตำนานที่ผมจะมาพิมพ์วันนี้ จริงๆแล้วเป็น "ไก่" ครับ (ไก่จริงๆครับ ไม่มีไรแอบแฝง)

คือว่า เพื่อนผมมาเลเซียคนนึง เคยถามผมมาประโยคนึงว่า เคยเห็นไก่ในสิงคโปรค์ รึเปล่า

ผมก็ เออ จริงวะ ไม่เคยเห็นเลยนิหว่า... ไอ้ที่มันแขวนๆ เหลือแต่คอใน ร้านข้าวมันไก่นั้น ผมไม่นับนะครับ ฮ่าๆ

ซึ่งจริงๆแล้ว มันไม่ใช่มีแค่แก่หรอกครับ ที่มันหายาก เพราะประเทศนี้เขาค่อนข้างใส่ใจมาก กับสัตว์ป่าที่ไม่มีเจ้าของ

อย่างหมาจรจัดเงี้ยครับ โอโห แรร์ไอเทมมากกกกกกกกกกกกกกกกๆๆๆๆๆๆ !!!

เอาเป็นว่าเจอแล้วสิ่งแรกที่ต้องทำนะครับ.. วิ่งไปซื้อหวยก่อนเลย!! ไม่ต้องไปแจงจับครับ

เพราะเดี๊ยวเดียว มันก็จะหายไปแล้ว คุณจะไม่ได้พบมันอีกแน่ๆ ... หายากมากครับ!

กลับมาที่เรื่องไก่ หลังจากที่เพื่อนผมถามวันนั้น ผมก็เกิดความสงสัย วิ้งๆ ในหัว

ว่าเอ๊อ... แล้วเด็กโสคะปิงแม่ง.. ไม่เคยเห็นไก่ แม่งเห็นแต่ตอนอยู่ในจานแล้วจริงๆหรอวะ...

ความคิดนี้วนไปวนมาในหัวครับ ... ฟังดู แม่งโคตรไร้สาระ เลยครับ ฮ่าๆๆ แทนที่จะไปคิดอะไรที่มันมีประโยชน์กะชีวิตก็ไม่นะ..

และแล้ว... วันนั้น ผมได้ไปขี่จักรยานกับเพื่อนครับ ริมหาด .. แล้วมันจะมีคล้ายๆป่าเล็กๆ ข้างทาง

พระเจ้า!!! ผมเจอไก่ป่าครับ!!! มันเป็นอารมณ์ที่แบบ เห้ยยยย สุดยอดดดดดดดดดดด

ผมนี่หยุดจักรยานดูเลยครับ พูดจริงๆ (หลังจากเริ่มเพี้ยน อยู่ประเทศนี้นานไปหน่อย)

ใจนึงก็แบบ เอี้ยยย กูเจอไก่ในโสคะปิงแล้วว้อยยยยยย... ถ่ายรูปแม่งเลยดีกว่าาาาแสสส (Animal นะละครับ ไม่ได้จะสื่อหยาบคายอะไร จิตใจผมดีงามฮับ ไม่พูดคำหยาบ)

แต่อีกใจก็ ... เห้ยย จะถ่ายจริงๆหรอวะ แม่งเพี้ยนไปป่าววะกู... ลังเลๆ สุดท้าย ก็ไม่ได้ถ่ายครับ กลัวจะบ้าเกิน ฮ่า ฮ่า ฮ่า

แต่อารมณ์มัน ตื่นเต้นกว่าเจอ มอนไลเอ้อ ไอ้สัตว์ในตำนาน ของจริงจัง ของ โสคะปิงอีกนะครับ..!!!

พูดถึง มอนไลเอ้อ เนี่ย เพื่อนๆทั้งหลายที่มา โสคะปิงเนี่ย ชอบมาดูกันครับ ผมมั่นใจว่า ร้อยละ 99 พอเห็นเจ้ามอนไลเอ้อแล้วเนี่ย

จะมีความคิดเหมือนๆกันครับ คือมันจะผิดไปจากจินตนาการของเราไปเยอะมวากกกกกกกกกกกกก

อยากรู้ว่าคืออะไร ลองมาเยี่ยมเยียนประเทศโสคะปิงดูนะครับ คริคริ ..หาเพื่อนครับ ฮ่าๆๆๆ

เอาเป็นว่าวันนี้จบง่ายๆ ไร้สาระเช่นเคย

ปล.รักคนอ่าน รักคนเม้น ฮับ




 

Create Date : 21 กันยายน 2554    
Last Update : 21 กันยายน 2554 22:56:00 น.
Counter : 300 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

มำแดว
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add มำแดว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.