Ieri, oggi, e domani, c'e sempre e solo l'inter

Apple cider vinegar

Apple cider vinegar พูดเป็นไทยเราง่ายๆคือ น้ำแอปเปิ้ล ที่เติมน้ำตาลแล้วหมักให้เป็นน้ำส้มสายชูนั่นเอง
การใช้ของมัน มีการกล่าวอ้างว่า สามารถใช้รักษาโรคได้มากมายหลายอย่าง ซึ่งประวัติการใช้น้ำส้มสายชูเป็นยา มีมานานตั้งแต่สมัยยุค 10000 ปีที่แล้วทีเดียว

การใช้ Apple cider vinegar เป็นยาวิเศษ เริ่มใน USA ตั้งแต่ยุค 1950's เมื่อมีหมอคนหนึ่ง มาบอกว่ามันมีประโยชน์ต่อคนไข้ของเขาในหลายๆเรื่อง

เราจะมาดูว่า ที่เขากล่าวอ้างกันนั้น มีความเป็นจริงมากน้อยเพียงไร

1. ช่วยในการกำจัดพิษในร่างกายโดยการสร้างเซลล์ใหม่

- คงต้องถามกันก่อนว่าอะไรคือ พิษในร่างกาย อาหารหรือสิ่งที่เกิดจากการใช้พลังงาน หรือกระบวนการต่างๆในร่างกาย หลังจากที่เกิดพลังงานหรือสารอาหารที่ร่างกายต้องการแล้ว ก็จะเกิดเป็นสารประกอบชนิดอื่นๆ ซึ่งหลายตัว มีพิษต่อร่างกาย และร่างกายต้องขับออกไป
โดยปกติแล้ว ร่างกายเราสามารถกำจัดสารแปลกปลอมที่เกิดขึ้นนี้ได้แทบทุกชนิด ทั้งทางตับ ไต หรือทางลมหายใจ โดยไม่จำเป็นต้องกินอะไรหรือทำอะไรเพื่อช่วยเลยครับ

ประเด็นการสร้างเซลใหม่ ก็ไม่เห็นจะมีความเกี่ยวข้องกับการกำจัดสารพิษแต่อย่างใด

2.ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย

- ลองบอกหน่อยซิครับ ว่ามันไปปรับอะไร ตรงไหน ยังไง ?? การกล่าวแบบนี้ เป็นเพียงการกล่าวลอยๆ เหมือนนักการเมือง ที่ชอบบอกว่าประเทศไทยจะไม่มีคนจนอย่างนั้นแหละครับ

3. ช่วยในระบบเผาผลาญแคลเซียม

- ระดับแคลเซียมในร่างกายจะถูกควบคุมโดยฮอร์โมน calcitonin ซึ่งการทำงานของมันก็ขึ้นกับ ระดับแคลเซียมในเลือดครับ ไม่จำเป็นต้องกินน้ำนี่เข้าไปแต่อย่างใด

4. ช่วยชะลอความชรา

- มีหลักฐานมั้ยครับ ว่ากินแล้วจะช่วยได้จริงๆ ถ้ามันทำได้จริง ป่านนี้พวกผลิตภัณฑ์ลบรอยเหี่ยวย่นทั้งหลายคงเจ๊งไปแล้ว

5. ช่วยปรับระดับกรด - ด่าง ในร่างกายให้อยู่ในระดับสมดุล

- ใน Apple cider vinegar จะมีกรด acetic acid อยู่มาก จึงไม่ช่วยในเรื่องการปรับสภาพกรดแต่อย่างใด ใครที่มีกรดเยอะๆ (เช่น โรคกระเพาะ) กินแล้วอาจส่งผลเสียมากกว่าเดิมด้วย

และอีกอย่าง ร่างกายคนเราก็มีระบบที่จะปรับสภาวะกรดด่างในร่างกายอยู่แล้ว ไม่ต้องอาศัยของพวกนี้แต่อย่างใด

6. ช่วยการทำงานของหัวใจ + ช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปรกติ + บรรเทาอาการปวดศีรษะ + ช่วยในการขับถ่ายเป็นปรกติ + ช่วยกำจัดนิ่วในไต และในถุงน้ำดี + ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อและโรคเกาต์ +ช่วยในเรื่องของการฟังและปัญหาทางหู
+ ช่วยบำรุงสายตาและปัญหาเกี่ยวกับสายตา + ช่วยให้ระบบปัสสาวะเป็นปรกติ และโรคอื่นๆ


- กล่าวเลื่อนลอยเหมือนข้อ 2 เลยครับ ไม่มีหลักฐานการทดลองไหนที่บ่งบอกว่า การใช้น้ำนี่จะช่วยได้เลยครับ

7. ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกิน

- ไม่ช่วยแต่อย่างใดครับ

กล่าวโดยสรุปแล้ว Apple cider vinegar นั้นเป็นเพียงแค่ความเชื่อเรื่องหนึ่งเท่านั้น แต่การทดลองทางวิทยาศาสตร์หลายๆครั้ง ก็ไม่พบว่ามันจะช่วยหรือก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายแต่อย่างใด

มีการวิเคราะห์ว่า ใน Apple cider vinegar 1 ช้อนโต๊ะ จะมีสารอาหารเท่าใด พบว่า มันมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการ (เช่น แคลเซียม เหล็ก ฯลฯ) อยู่ในปริมาณน้อยมาก และที่น่าสนใจกว่านั้น คือ ไม่พบวิทามินและ fiber เลย จึงไม่น่าแปลกใจ ที่กินแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายแต่อย่างใด

สุดท้ายก็อย่าไปหลงกลพวกที่เอาของมาหลอกขายเลยครับ


Create Date : 02 เมษายน 2548
Last Update : 19 ธันวาคม 2553 6:56:53 น. 66 comments
Counter : Pageviews.  

 
โอ้ ผมพึ่งเห็น Blog ของคุณ Marquez นะครับ ถือโอกาสนี้ขอ add ไว้ด้วยคนนะครับ

@^^@


โดย: Kindaichi วันที่: 2 เมษายน 2548 เวลา:16:00:54 น.  

 
เห็นบรรดาพวกคุณแม่ทั้งหลายฮิตทานกันเหมือนกันค่ะ แต่พอดีได้อ่านจากที่คุณหมอทั้งหลายออกมาปฎิเสธก็เลย ไม่ได้ซื้อตาม เน้นทานอาหารครบหมู่แทนค่ะ


โดย: Fruit_tea วันที่: 29 สิงหาคม 2548 เวลา:22:55:12 น.  

 
คนที่นำเสนอ คือ ดร.วีณาเชิดบุญชาติ คนดังแห่งคณะวิทย์ ม.มหิดล อยากรู้ข้อเท็จจริงมากๆเลยค่ะ เพราะขนาด ดร.ชื่อดังเอามาบอกกันทางวิทยุจนฮิตดื่มกันไปทุก(แม่)บ้าน คงจะต่องมีแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ แต่ก็ยังไม่เคยเห็นกับตาหรือเจอคนที่บอกว่า"ได้ผลแล้ว" สักคนเดียว


โดย: ป้ามด วันที่: 20 กันยายน 2548 เวลา:16:29:09 น.  

 
หวาย..เราก็กินนะ ผลก็คือ ถ่ายท้องง่าย ไม่รู้เกี่ยวหรือเปล่า แต่เมื่อไรที่ดื่ม ผสมน้ำผึ้ง จะถ่ายง่ายกว่าปกติทุกที เราก็เลยใช้แทนยาถ่าย อันตรายมั๊ยเนี่ย


โดย: ปริม IP: 61.19.47.117 วันที่: 29 มีนาคม 2549 เวลา:14:58:09 น.  

 
กินไปขวดเดียวแล้วเลิกครับ อยากลอง


โดย: ฟ IP: 203.151.230.198 วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:14:32:02 น.  

 
ชอบบทความนี้ค่ะ อ่านแล้วมีประโยชน์ คนไทยน่าจะได้อ่านให้ทั่วถึงกัน เพราะเชื่ออะไรกันง่ายเหลือเกิน ได้ข้อมูลหรือฟังอะไรต่อๆ กันมาก็เชื่อหมด ไม่ยักกะคิดตามมั่ง


โดย: the Vicky วันที่: 25 กันยายน 2549 เวลา:15:43:27 น.  

 
ชอบบทความนี้ค่ะ อ่านแล้วมีประโยชน์ คนไทยน่าจะได้อ่านให้ทั่วถึงกัน เพราะเชื่ออะไรกันง่ายเหลือเกิน ได้ข้อมูลหรือฟังอะไรต่อๆ กันมาก็เชื่อหมด ไม่ยักกะคิดตามมั่ง


โดย: the Vicky วันที่: 25 กันยายน 2549 เวลา:15:43:52 น.  

 

โดนหลอก หรอ จริงป่าว


โดย: เรย์ IP: 124.120.218.222 วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:22:28:42 น.  

 

โดนหลอก หรอ จริงป่าว


โดย: เรย์ IP: 124.120.218.222 วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:22:28:56 น.  

 
แต่คุณเจ้าของblog ก็ให้ข้อมูลเหมือนคุณสนธิ ลิ้มทองกุลเลยคือไม่บอกที่มาของข้อมูลที่คุณนำเสนอเลยมันเหมือนคุณคิดเองแล้วสรุปเอง


โดย: ปลา IP: 203.113.36.9 วันที่: 13 มีนาคม 2550 เวลา:22:28:12 น.  

 
^
^
เข้าไปอ่านในประกาศจากเจ้าของ blog ได้ครับ
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=marquez&group=9&date=21-12-2006&gblog=1

"...สำหรับผู้ที่ต้องการค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติม ก็สามารถทำได้ด้วยกระบวนการต่างๆอีกมากมาย โดยเฉพาะในปัจจุบันมีหลายเวปที่ให้ข้อมูล (เช่น link ที่ผมจัดทำไว้ให้ด้านขวามือ)..."


โดย: Marquez วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:21:43:35 น.  

 
ก่อนที่คุณจะสรุปอะไรว่าจริงหรือเท็จคูณควรหาหลักฐานมายืนยัน การที่คุณกล่าวมาลอยๆมันดูไม่น่าเชื่อถือ


โดย: ยิ้ม IP: 58.8.119.176 วันที่: 31 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:53:37 น.  

 
ปีที่แล้วเราตรวจร่างกายประจำปี cholesterol สูง 214
ปีนี้เราดื่มน้ำ1แก้วผสม apple cider vinegar 2 ช้อนโต๊ะ หลังอาหารเช้าทุกวัน เป็นเวลาเดือนกว่าแล้ว cholesterol ต่ำลงเป็น 174 และยังช่วยให้ระบบปัสสาวะเป็นปกติด้วย เมื่อก่อนเราปัสสาวะบ่อยมากๆ ประมาณชั่วโมงละ 2-3 ครั้ง ตอนนี้ 2-3 ชม.ปัสสาวะ 1 ครั้ง และอาการท้องอืดที่เราเป็นทุกวันก็หายแล้วค่ะ เราดีใจมากที่ได้รู้จัก apple cider vinegar ใครจะไม่เชื่อว่ามีประโยชน์ แต่เราได้รับประสบการณ์นี้เองนะคะ เราเชื่อว่าทั้งหมดนี้เกิดจากผลของ apple cider vinegarค่ะ ขณะนี้เป็นขวดที่ 2 ค่ะขวดขนาด 32 oz


โดย: PJ IP: 203.146.145.186 วันที่: 3 มิถุนายน 2550 เวลา:17:13:08 น.  

 
^
คุณยิ้มลองเข้าไปอ่านในประกาศของผมดูเองครับ

ส่วนคุณ PJ เรื่องของไขมันในเลือดและเรื่องปัสสาวะ ต้องพิจารณาจากพฤติกรรมการกินอาหาร,การใช้ชีวิต, การออกกำลังกายและอื่นๆอีกมากมายประกอบด้วยครับ ไม่ใช่แค่ว่าพอมากินแล้วมันจะช่วยได้ปุบปับแบบนี้


โดย: Marquez วันที่: 7 มิถุนายน 2550 เวลา:10:08:04 น.  

 
เราก็กิน แล้วมีอันตรายอะไรหรือไม่ เพราะเปิดหลายๆ web ก็มีแต่ประโยชน์ทั้งนั้น ก็ขับถ่ายดี ผิวพรรณใสดี


โดย: Maylis IP: 124.120.160.51 วันที่: 9 มิถุนายน 2550 เวลา:11:54:32 น.  

 
ยังไม่มีรายงานว่าจะทำให้เกิดอันตรายใดๆครับ (เพราะมันยังไม่มีการศึกษา ไม่ใช่ว่ามันไม่มีเลย)

เรื่องขับถ่ายดีนั้น เป็นผลมาจากการที่กินน้ำมากขึ้น และเกิดจากการไปเร่งให้ร่างกายขับอุจจาระของกรดที่มีในนั้นครับ (ในอนาคตอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นดียวกับการกินยาถ่ายคือ หากไม่ได้กินแล้วร่างกายจะถ่ายเองตามธรรมชาติไม่ได้)


โดย: Marquez วันที่: 12 มิถุนายน 2550 เวลา:9:31:18 น.  

 
ขอบคุณมากนะคะ สำหรับบทความ
ให้ความรู้มากเลยค่ะ


โดย: adia วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:20:31:16 น.  

 
ดิฉันคิดว่า การรับประทานบางสิ่งบางอย่างติดต่อกันไปนาน ๆ ย่อมไม่ดี ถึงแม้สิ่งนั้นจะเป็นประโยชน์ จึงควรทานบ้างหยุดบ้าง น้องสาวของดิฉันได้รับประทานน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์วินีก้า (มี อย.กำกับ) ผสมกับน้ำผึ้ง และได้ผลหลายอย่าง เข่น ความดันโลหิตและไขมันในเลือดลดลง (โดยทานอาหารปกติทุกอย่าง) น้ำหนักลด ขับถ่ายดี ภูมิแพ้ที่เป็นก็ดีขึ้น จึงได้แนะนำให้ดิฉันทานบ้าง ดิฉันจึงได้ค้นหาข้อมูลก่อน ซึ่งในสิ่งพิมพ์มีน้อยมาก มักจะพบในเว็บซึ่งจะพูดประโยชน์มากกว่าโทษ ข้อมูลที่พบจากหนังสือเกษตรกรรมธรรมชาติ ฉบับที่ 11 (2548) หน้า 44-48 คุณคมสัน หุตะแพทย์ ได้พูดถึงคุณค่าและประโยชน์ของน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ที่มีต่อสุขภาพมากมาย และสารอาหารที่มีอยู่หลายชนิดที่เป็นประโยชน์ และหน้า 21 ได้มีการพูดถึงน้ำส้มสายชูกลั่นและหมักแบบธรรมชาติ ซึ่งแอปเปิ้ลไซเดอร์จัดอยู่ประเภทหลัง การหมักแบบธรรมชาติจะอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ที่ไมมีในน้ำส้มสายชูกลั่น เช่น กรดอะมิโน เอนไซม์ แร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่นำมาหมัก และสารพวกนี้มีประโยชน์ซึ่งพูดไว้หน้า 44 และยังได้กล่าวว่าน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลไซเดอร์กำลังเป็นที่นิยมอยู่ขณะนี้ งานวิจัยของอเมริกาออกมาแนะนำว่าน้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลไซเดอร์จะช่วยปรับสมดุลในร่างกาย เพิ่มภูมิต้านทาน ควบคุมความดันและคลอเลสเทอรอล ช่วยระบบการย่อยอาหาร และขัขถ่าย (ผู้สนใจ หาอ่านได้ตามห้องสมุด ซึ่งจะมีฉบับย้อนหลัง) และดิฉันได้สังเกตว่าผลิตภัณฑ์ที่ขายอยู่มักจะเรียกว่า Apple Cider Vinegarแต่ในหนังสือเกษตรกรรมธรรมชาติ เรียกว่า น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ลไซเดอร์ และได้พูดถึงคำว่า Vinegar มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า Vinaigre หมายถึง เหล้าผลไม้ที่เปรี้ยว แต่น้ำส้มสายชูคือของเหลวใสมีรสเปรี้ยวด้วยกรดอะซิติคเป็นส่วนใหญ่ใช้สารปรุงแต่งรสอาหาร ตามเว็บต่าง ๆ บางครั้งเรียก Apple Cider บางครั้งก็เรียก Apple Cider Vinegar แต่กล่าวถึงประโยชน์เหมือนกันเลย ขอถามคุณ Marquez ว่าทั้ง 2 ชื่อนี้คือสิ่งเดียวกันไช่ไหม และที่กล่าวมาทั้งหมดนี้มีข้อคิดเห็นอย่างไรบ้าง


โดย: wp.tha IP: 203.185.69.117 วันที่: 27 กรกฎาคม 2550 เวลา:10:08:02 น.  

 
^
1. คุณคมสัน หุตะแพทย์ รวมทั้งคนอื่นๆที่คุณเห็นในเวปที่อ้างเป็นใคร? มีความน่าเชื่อถือทางวิชาการมากน้อยเพียงไร? เป็นคนที่ทำงานวิจัยทางด้านนี้โดยตรงหรือไม่? หนังสือที่คุณอ่านมีความน่าเชื่อถือทางวิชาการจริงหรือไม่?

2. ที่อ้างว่าการหมักแบบธรรมชาติจะอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ เคยมีการส่งไปตรวจพิสูจน์จริงหรือไม่? เคยมีการทดสอบว่ามีประโยชนืจริงหรือไม่?

3. งานวิจัยของอเมริกาที่อ้างมานั้น ทำโดยใคร? มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงไร? ได้รับการยอมรับจริงหรือไม่?

สรุปง่ายๆว่า คุณจะต้องมีวิธีการพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของบทความด้วยครับ ไม่ใช่ว่ามีคนเขียนเรื่องนี้มาก แล้วมันจะเป็นจริง

วิธีพิจารณาง่ายๆ ลองเข้าไปอ่านที่นี่นะครับ
วิธีดูว่าผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพนั้นหลอกลวงหรือไม่
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=marquez&date=26-04-2005&group=4&gblog=6

ส่วนเรื่องชื่อเรียกนั้น อย่างที่คุณรู้ว่า vinegar มาจากคำว่าการหมักให้เกิดรสเปรี้ยว ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเอาอะไรมาหมักแล้วเกิดรสเปรี้ยว ก็เรียกได้ว่ามันคือ vinegar โดยไม่เกี่ยวกับว่าข้างในมันคืออะไร (ขึ้นกับวิธีการผลิตมากกว่า)

ในขณะที่น้ำส้มสายชูที่ได้จากการหมัก สารส่วนใหญ่คือ acetic acid ครับ เช่นเดียวกันกับน้ำส้มสายชูที่แต่งกลิ่น/รสก็เป็น acetic acid เช่นเดียวกัน แต่เราไม่เรียกว่า vinegar เพราะไม่ได้เกิดจากการหมัก


โดย: Marquez วันที่: 27 กรกฎาคม 2550 เวลา:12:22:21 น.  

 
ดิฉันก็ดื่มอยู่ประจำค่ะ สุขภาพดีขึ้นค่ะเมื่อก่อนเป็นภูมิแพ้ ความดันสูง แต่เดี๋ยวนี้ผิวพรรณดีขึ้น นำหนักลดลงค่ะ


โดย: สุดสวย IP: 203.154.74.65 วันที่: 13 ตุลาคม 2550 เวลา:17:52:50 น.  

 
เราก็กินมา 3 วันแล้วน้ำหนักลดไป 3 kg แค่งดทานอาหารเย็น ไม่น่าเชื่อเลยว่ามันดีจิงๆ

เมื่อก่อนเราทดลองงดอาหารเย็น แล้วไปเต้นแอโรบิควันละ 1hr 1week น้ำหนักอยู่เท่าเดิมเลย

คิดว่าทานแล้วดี และจะทานต่อไปค่ะ


โดย: penguin IP: 202.91.19.192 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:58:58 น.  

 
เราพาพ่อไปหาหมอทางเลือก ที่ hmc เค้าก็แนะนำให้กิน apple cider เหมือนกันนะ ไม่เข้าใจเหมือนกัน


โดย: KJ IP: 124.157.223.95 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:40:58 น.  

 
อยากทราบว่าapple cider ที่เป็น oganic จะมีตะกอนขุ่นๆอยู่ด้วย กับแบบผ่านความร้อนแล้วน้ำใสๆ ของยี่ห้อ ไฮนน์คุณสมบัติแตกต่างกันหรือไม่


โดย: แจน IP: 202.5.89.60 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:17:32 น.  

 
กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ เข้ามาอ่านที่นี่แล้วรู้สึกว่า เจ้าของบอร์ด เถียงหัวชนฝายังไงไม่ทราบ
เช่นที่คุณ WP สามารถเอาเอกสารตีพิมพ์ที่มีทั้งชื่อ และนามสกุลคนเขียนมากล่าวอ้าง ซึ่งสิ่งตีพิมพ์หากเป็นการหลอกลวง เจ้าของบทความสามารถถูกตำเนินคดีได้ เปรียเทียบกับบทความการตั้งกระทู้ กับหน้าเพจที่คุณMarquez ให้ไปดู สุดท้ายก็ไม่เห็นจะมีหน่วยงานในระดับไหนอ้างอิงให้จับต้องได้เลย ยังมีความเข้าใจผิดในสังคมไทยระหว่างอาหารเสริม กับยาอีกแยะมามาย แล้วก็จะบอกว่าเป็นอีกคนที่กำลังจะเริ่มทานแอปเปิ้ลไซเดอร์ด้วยเพราะมีคนใก้ลชิดทานแล้วเค้าดีขึ้น โดยไม่ได้ปรับเปลี่ยนการดำรงค์ชีวิตจากเดิมแม้แต่น้อย
อีกอย่างผมว่าการที่เราหันมาทานอาหารเสริมก็ยังดีกว่าพวกที่ไปเสียเงินดื่มเหล้า สูบบุหรี หรือเล่นการพนันเป็นไหนๆ
ที่ดร.วีณา เชิดบุญชาติ ออกมาให้ความรู้เช่นกัน ท่านอยู่ในที่สว่าง ถ้าหลอกลวง หรือท่านรู้ผิดๆ ท่านคงไม่เอาอนาคตท่านมาเสี่ยงนะผมว่า
ทำให้อยากทราบว่าคุณMaequez เป็นผู้ทรงความรู้ในด้านนี้ด้วยหรือเปล่า พอดีพึ่งเข้ามาศึกษาถ้าไม่รู้ที่มาที่ไปว่าคุณรู้ลึกด้านนี้ขนาดไหน ผมก็ขอโทษไว้ตรงนี้เลยนะครับ
แล้วจะลองเข้าไปหาข้อมูลที่อ้างอิงได้จากที่อื่นๆมาลงให้เปรียบเทียบ เพราะรู้สึกว่าน่าสนใจ แล้วมีคนมีความคิดแตกแยกกันซึ่งเป็นการดีในสังคมเรา คุยกันแบบมีสติ


โดย: TaNa IP: 58.10.170.89 วันที่: 28 ธันวาคม 2550 เวลา:11:26:46 น.  

 
กลับมาจากท่องโลกไซเบอร์จากลิงค์ของในบล๊อกนี้นะครับ
เบื้องต้นพบว่ามีการจำหน่าย แอปเปิ้ล ไซเดอร์ในรูปแบบของเม็ดด้วย ซึ่งคงมีด้วยกันหลายบริษัทฯ ซึ่งก็มีการฟ้องร้อง การสั่งระงับการผลิต การเรียกค่าเสียหาย การเตือนถึงผลเสียของแอปเปิ้ล ไซเดอร์ ชนิดเม็ดนี้อยู่ด้วย

แต่ยังไม่พบโทษของการกิน ในรูปแบบของเครื่องดื่มผสมน้ำผึ้ง โดยเน้นว่าตัวแอปเปิ้ลไซเดอร์ที่ใช้ต้นทางเป็นการกลั่นตามวิธีธรรมชาติ และวัตถุดิบเป็นการเพาะเลี้ยงโดยไร้สารเคมีนะครับ เอามาฝากไว้แค่นี้ก่อน


โดย: TaNa IP: 58.10.170.89 วันที่: 28 ธันวาคม 2550 เวลา:11:50:19 น.  

 
http://www.earthclinic.com/Remedies/acvinegar.html

ทานข้าวอิ่มแล้ว เข้าไปท่องเวปหาข้อมูลเรื่องเดิม จนเจอเวปที่แนบมานี้ ไม่รู้ว่าจะถูกถามว่าเวปของใคร? น่าเชื่อถือทางวิชาการแค่ไหน? ฯลฯ หรือเปล่านะครับ คิดว่าแชร์ไอเดียกันดีกว่า ในเวปนี้จะมีส่วนประกอบที่มีอยู่ใน แอปเปิ้ลไซเดอร์ ต่างๆ รวมถึงการแชร์ประสบการณ์ของคนที่ทดลองกินเครื่องดื่มตัวนี้ลงไปด้วย
เพิ่มเติม การเตรียมเครื่องดื่มชนิดนี้ดูจะมีด้วยกันหลายวิธีนะครับ โจทย์คงกว้างขึ้นมาอีกนิดว่า ถ้าคิดจะบริโคภ เราจะบริโภคแบบไหนดี ตรงนี้คงขอความคิดเห็นด้วยนะครับ อย่างที่บอกว่ากำลังคิดจะทดลองดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้เช่นกัน


โดย: TaNa IP: 58.10.170.89 วันที่: 28 ธันวาคม 2550 เวลา:13:44:06 น.  

 
^
1. "ซึ่งสิ่งตีพิมพ์หากเป็นการหลอกลวง เจ้าของบทความสามารถถูกตำเนินคดีได้"
- ไปศึกษาข้อมูลมาให้ดีก่อนมาพูดดีกว่าครับ เรื่องที่เขาเขียนนั้น ผมไม่ได้ไปบอกว่าเขาโกหก แต่มันไม่มีหลักฐานทางวิชาการรองรับครับ

เพราะเมื่อมันไม่มีการพิสูจน์โดยผู้เชียวชาญแล้ว แบบนี้ใครๆจะเขียนอะไรก็ได้ครับ โดยไม่จำเป็นต้องถูกต้องตามหลักวิชาการ

2. "อีกอย่างผมว่าการที่เราหันมาทานอาหารเสริมก็ยังดีกว่าพวกที่ไปเสียเงินดื่มเหล้า สูบบุหรี หรือเล่นการพนันเป็นไหนๆ"
- แล้วทำไมไม่เอาไปทำอะไรให้เกิดประโยชน์มากกว่ามาซื้อของหลอกลวง เช่น เอาเงินไปบริจาคให้เด็กกำพร้า เอาเงินไปเลี้ยงข้าวสุนัขข้างทาง เอาเงินไปช่วยเหลือผู้อดอยาก ฯลฯ

3. "ที่ดร.วีณา เชิดบุญชาติ ออกมาให้ความรู้เช่นกัน ท่านอยู่ในที่สว่าง ถ้าหลอกลวง หรือท่านรู้ผิดๆ ท่านคงไม่เอาอนาคตท่านมาเสี่ยงนะผมว่า"
- แล้วคุณรู้ได้อย่างไรครับว่าดร. ท่านนี้ถูก สิ่งที่ดร.ท่านนี้พูดไว้ ได้รับการยอมรับจากนักวิชาการทั่วโลกหรือเปล่า สิ่งที่ท่านพูดนั้นได้รับการตรวจพิสูจน์จากนักวิชาการอื่นๆหรือไม่ หรือเป็นแค่ความคิดของดร.เพียงผู้เดียว

4. http://www.earthclinic.com/Remedies/acvinegar.html
- เวปที่อ้างมานั้น ชื่อเขาก็บอกไว้ชัดเจนว่า "folk remedies and holistic cures" ซึ่งนั้นหมายความว่า ไม่ได้เป็นเวปที่มีการพิสูจน์ว่ามีความถูกต้องหรือไม่ แค่เป็นความเชื่อเท่านั้น


โดย: Marquez วันที่: 30 ธันวาคม 2550 เวลา:20:57:45 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อความแสดงความเห็นของคุณ Marquez
อย่างที่บอกแหละครับคือมาแชร์ไอเดียด้วย ไม่ได้เอาชนะอะไร ที่เจอผลร้ายก็เอามาลงไว้เช่นกัน แต่เรื่องการตรวจสอบ การพิสูจน์ ขนาดยาพาราบางยี่ห้อ ที่ว่าวางขายมาหลายๆปี มี อย.ด้วย ผ่านมายังมีการสั่งห้ามขายได้เลย ผมว่าทุกวันนี้ วงการยา หรืออาหารเสริม มันก็มีเรื่องของผลประโยชน์ หรือธุรกิจแอบแฝง ปนเปื้อนเหมือนกันแหละครับ สิ่งที่เรารับรู้คิดว่ามันถูกต้อง มันเป็นอย่างนั้นทั้งหมดแน่เหรอ??
ไงก็สวัสดีปีใหม่ ขอให้คนที่อ่านมาถึงตรงนี้มีความสุขกับปีใหม่ที่มาถึง สุขภาพที่ดีเริ่มจากการรักตัวเองนะครับ


โดย: TaNa IP: 124.121.100.146 วันที่: 31 ธันวาคม 2550 เวลา:21:04:40 น.  

 
มาอีกครั้งนะครับ กับอีกเวปลิ้งค์ ไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของคนที่สนใจเครื่องดื่มชนิดนี้ได้แค่ไหน คงฝากขอความเห็นจากหลายๆคนที่ผ่านเข้ามาตรงนี้ด้วยนะครับ
http://foodsafety.wisc.edu/cider/


โดย: TaNa IP: 124.121.100.146 วันที่: 1 มกราคม 2551 เวลา:2:16:56 น.  

 
เชื่อหรือไม่ลองซื้อมาทานซัก 1 ขวดเอาแบบคุณสมบัติเดียวกันไม่ต้องไปยึดถือยี่ห้อที่โฆษณา ถ้าไม่เห็นผลก็หยุดทาน คิดว่าไม่น่าจะมีอันตรายเพราะสกัดมาจากธรรมชาติล้วนๆ


โดย: นก IP: 203.156.136.66 วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:11:05:16 น.  

 
ความรู้แบบที่เชื่อกันไป โดยไม่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แท้ ๆ เรียกว่า Quack ส่วนที่เอาความรู้เชื่อกันมาเรื่อย ๆ เพื่อหาประโยชน์เป็นตัวเงิน เรียกว่า Fraud
แนะนำให้ทุกท่านที่สนใจว่าประเด็นน้ำส้มแอปเปิ้ลนั้นมีหลักการทางวิทยาศาสตร์หรือไม่นั้น เข้าไปที่เว็บ http://www.quackwatch.com


โดย: แก้ว IP: 202.28.180.202 วันที่: 14 มีนาคม 2551 เวลา:8:10:42 น.  

 
เห็นเขาเอามากรอกใส่หลอดยาหยอดตา แล้่วบอกว่าเป็นน้ำอ๊อกซิเจน น้ำมหัศจรรย์ อะไรเทือกนี้แหละ ฮ่าๆๆ
ขำกลิ้ง...


โดย: 8, IP: 202.149.25.225 วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:1:58:19 น.  

 
ดิฉันเป็นโรคภูมิแพ้มาแต่เด็กค่ะ ลองมาหลายขนานแล้วแต่ก็ยังไม่หาย พอมาเจอแอปเปิ้ลไซเดอร์ก็เลยลองทานเหมือนเช่นเคย เพราะมีพี่ที่เรียนพยาบาลเค้าแนะนำมาว่าคนไข้ของเค้าบอกว่าเห็นผล
จึงดื่มตอนเช้าและก่อนนอน ติดต่อกันเป็นเวลาสองเดือนค่ะ ไม่ได้จะมาโฆษณานะคะ แต่ว่า ตอนนี้อาการภูมิแพ้ต่างๆ ไม่มีกลับมาให้เห็นเลยค่ะ แถมยังรู้สึกว่า ผิว(โดยเฉพาะหน้า) ขาวขึ้นด้วยค่ะ
ตอนนี้ดื่มแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบพร้อมดื่มของทิปโก้อยู่ค่ะ เพราะว่าสะดวกดี
ถ้าอยากรู้จิงๆว่าได้ผลรึเปล่า ลองดูก็รู้ค่ะ ไม่ต้องเถียงกันให้วุ่นวาย ถ้าได้ผลก็ดื่มต่อ ถ้าไม่ได้ผลก็หยุดไป แต่แนะนำให้ทดลองต่อเนื่องนะคะ เพราะว่า ถ้าลองแบบนานๆครั้ง ไม่ว่าดีแค่ไหนก็ไม่เห็นผลหรอกค่ะ


โดย: LEK IP: 203.153.180.2 วันที่: 31 มีนาคม 2551 เวลา:9:53:16 น.  

 
^
โรคภูมิแพ้ ถ้าไม่ได้รับสารที่ทำให้ก่อการแพ้ หรือร่างกายไม่ได้ทรุดโทรม อาการก็อาจจะไม่แสดงครับ


โดย: Marquez วันที่: 3 เมษายน 2551 เวลา:21:30:11 น.  

 
เคยกินแล้ว หน้าท้องยุบนะ


โดย: poo IP: 116.68.151.89 วันที่: 1 มิถุนายน 2551 เวลา:19:39:14 น.  

 
อ่านแล้ว เหมือนผู้เขียนมีอคติกับผลิตภัณฑ์นี้เหลือเกิน ควรทำตัวเป็นกลางหน่อย


โดย: anan IP: 118.175.195.16 วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:21:05 น.  

 
ผมกิน ACV + น้ำผึ้ง มา 3 ปีกว่าแล้ว ชัดเจนเลยว่าระบบต่างๆ ดีขึ้น

โดยเฉพาะระบบขับถ่าย ระบบย่อยอาหาร ของแบบนี้กินไปก็ไม่เสียหาย

แต่ขอให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนกินก็แล้วกัน ยี่ห้อที่ผมกินอยู่ ถ้าไม่ดีจริงๆ

คงไม่หลอกขายคนในอเมริกาได้ เป็น 100 ปีหรอกนะ


โดย: Pun IP: 125.25.129.114 วันที่: 1 สิงหาคม 2551 เวลา:15:12:28 น.  

 
กินแล้วค่ะ รู้สึกว่าระบบต่างๆดีขึ้นเยอะ

ภูมิแพ้ก้อหายไป

รู้สึกว่าจขกท. นี่เถียงชนฝาจริงๆนะคะ

มองโลกในแง่ร้ายไปรึป่าวคะ


โดย: เดียร์ IP: 124.121.183.103 วันที่: 13 กันยายน 2551 เวลา:23:58:45 น.  

 
อย่าเชื่อเพราะอ่าน หรือฟังกันมา แต่จงเชื่อจากการได้พิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง

เป็นคนหนึ่งที่ชอบทานมาก Apple Cider

เพราะอร่อย กินแล้วรู้สึกระบบในร่างกายดีขึ้นหลายอย่าง

ถ้าอยากประหยัด ใน Food Land จะมี ขาย Apple Cider Vinegar เป็นขวดใหญ่นะครับ เอามาผสม กับ น้ำผึ้ง และน้ำเปล่า ทานได้

เข้มข้นมากกว่าของ ทิปโก้ ด้วย แล้วก็ต้นทุนถูกกว่าเห็นๆ ครับ

นอกจากนี้คุณยังเอาไปใช้ทำอาหาร ทำน้ำจิ้ม หรืออาหารที่ต้องการรสเปรี้ยว ได้ดีอีกด้วย

ปลอดภัยกว่า การทานน้ำส้มสายชูกลั่น ได้สารอาหารมากกว่าครับ

อ่อ สารอาหารหลายชนิดในพืช บางอย่างมันอยู่ในรูปแบบ Macro Molecule ที่เชื่อมโยงกันอยู่ด้วย Polysacharide-Peptide ทำให้มันสามารถ เสริมฤทธิ์ กันและกัน ถึงแม้จะมีประมาณน้อยก็สามารถ ออกฤทธิ์ได้ดีคร้าบ


โดย: OHM IP: 58.8.99.234 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:21:37:21 น.  

 
เป็นภูมิแพ้มาหลายสิบปี
รักษาจนเลิกรักษาแล้ว
ตอนนั้น ก็รักษากับคุณหมอระดับผู้เชี่ยวชาญหลายที่ หลายคน
เวลาเป็นมากๆ ก็ถูกหามเข้าโรงพยาบาลก็หลายหน


มีคนแนะนำให้ดื่ม แอปเปิ้ล-ไซเด้อร์ ผสมน้ำผึ้ง อ่านฉลากเห็นว่ามาจากธรรมชาติก็ลองดู แต่เราผสมกับน้ำผึ้งจิตรลดาอย่างละ 2 ช้อนชา คนให้เข้ากัน แล้วเติมน้ำเปล่าจนได้ 1แก้ว แล้วเราก็ดื่มน้ำเปล่าตามอีก 1แก้วค่ะ

คืนแรกที่ทาน เรานอนหลับได้ตลอดคืนโดยไม่ลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำเลย ปกติไม่ดื่มน้ำก่อนนอนเลย แต่เข้าห้องน้ำคืนละ 1-2ครั้งเสมอ
เคยถูกหมอที่รักษาดุไม่ให้ดื่มน้ำก่อนนอน
หมอบอกว่า ก่อนนอนไม่ใช่เวลาดี่มน้ำอะ

ดื่มได้ 10 วัน น้ำหนักลดลง 1 กิโลกรัม
ทานต่อไปอีก 4 วัน น้ำหนักลดลงอีก 2 กิโลกรัม
วันนี้รวม 14 วัน น้ำหนักลดลง 3 กิโลกรัม
และก็ ไม่มีอการภูมิแพ้อีก
หน้าใส ไม่เป็นผี่นแพ้
ท้องก็ไม่อืด.....มีความสุขมากๆเลยค่ะ

เราไม่ได้เป็นญาติกับผู้ผลิต หรือผู้ขายนะคะ
แต่เราเคยหมดหวังกับการรักษา ก็เลยลองดูเท่านั้นเอง


โดย: นานา IP: 124.120.224.133 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:22:04:12 น.  

 
apple cider
มันอาจมีประโยชน์ก็ได้ หรือ โฆษณาหลอกลวงก็ได้
แต่จะไม่มีใครบ้าทำทดสอบวิจัยลงทุนมหาศาล
เพื่อพิสูจน์คุณค่าของมัน
เพราะมันไม่ใช่ยาของบริษัทยาที่มีผลประโยชน์มากมาย ที่ต้องทุ่มเป็นเป็น 100 ล้าน
เพื่อจะวิจัยทำเพเพอร์ให้พวกหมออ่านมีความน่าเชื่อถือ
ดังนั้นบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหลายจึงไม่เชื่อในคุณประโยชน์ของ apple cider แน่นอน



โดย: สกล IP: 58.8.54.45 วันที่: 30 ตุลาคม 2551 เวลา:15:21:10 น.  

 
k.นานา IP นอกจากรักษาภูมิแพ้หายแล้วโรคหอบหืดจะหายมั๊ยค่ะ


โดย: รักนิด ๆ คิดนานๆ IP: 203.144.220.241 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:42:28 น.  

 
ด้วยความเคารพ (ดูจากที่โพสต์ไว้น่าจะมีอายุแล้ว) รู้สึกว่าคุณ Marquez จะต้องการหลักฐานมากมายเหลือเกินในเรื่องประโยชน์ของ Apple cider ดิฉันแนะนำให้ลองซื้อมากินซักขวดแล้วพิสูจน์เองจะดีกว่า
จะได้รู้ซักทีว่าที่คนอื่นๆโพสต์ว่าได้ผลดีนั้น ที่จริงแล้วเป็นอย่างไร...หรือว่าไม่กล้ายอมรับความจริง...
(บทความนี้ไม่ได้ต้องการกล่าวติงแต่อย่างใด และขออภัยหากแทงใจดำ


โดย: bluesky IP: 118.174.139.190 วันที่: 19 มกราคม 2552 เวลา:19:48:26 น.  

 
^
การพิสูจน์จากบุคคลเดียว ไม่สามารถตอบคำถามทางวิทยาศาสตร์ได้ครับ มันต้องมีการพิสูจน์ด้วยว่า เมื่อให้คนอื่นใช้แล้วจะได้ผลมั้ย นอกจากนี้ยังต้องควบคุมปัจจัยอีกหลายๆอย่าง ที่อาจจะมีผลต่อการทดลองได้

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น พวกที่ชอบบอกว่ากินแล้วหายจากภูมิแพ้ ถ้าว่ากันง่ายๆก็คือ ตราบใดที่คุณไม่ได้ไปสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ คุณก็ไม่มีอาการ ซึ่งบางคนก็ไม่ได้ไปสัมผัสกับสารนี้ในช่วงที่ดื่มพอดี ก็เลยทึกทักเอาเองว่า กินแล้วหายภูมิแพ้


โดย: Marquez วันที่: 20 มกราคม 2552 เวลา:20:50:11 น.  

 
จขกท. คงต้องลองเป็นภูมิก่อน แล้วค่อยมาว่ากัน


โดย: หึๆ IP: 118.172.117.169 วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:9:11:41 น.  

 
ไม่รู้สิคับ

ตอนแรกๆ ก็อ่าน บทความของพี่เค้ามารู้สึกแอบชื่นชม เภสัชกรดีๆคนนึงที่ เอาความรู้ สู่ประชากร ได้ดี ผมชอบนะที่ทำให้หูตาสว่าง


แต่

อ่านๆไป เริ่มเห็นถึงความผิดปกติ พี่มี bias มากไป เหมือนที่พี่บอก ว่ามีหลักฐานป่าวๆ แต่พี่ก็ไม่เคยเอาหลักฐานมาลิ้งให้ดู เหมือนพี่กลืนน้ำลายตัวเองลงคอ อย่างงั้นเลย ก็แอบผิดหวัง พี่กล้า บอกเค้าว่าไม่ดีอย่างโน้นไม่มีผลการวิจัย หรือ หาไม่เจอ ถึงไม่ได้เอามาให้กระจ่างแจ้ง

ในส่วนของ การหัวชนฝาเถียงกับ ชาวบ้าน ผมผิดหวังมากสุด ผมแค่อยากเตือนพี่ ถึงจิตวิญญาณ ของ บุคคลากรทางการแพทย์ เหมือนเช่นที่ อาจารย์ สอนผม ....ไม่ว่า การรักษาด้วยวิธีใด ไม่ส่งผลเสีย แต่ให้คุณประโยชน์และความสบายใจของผู่ป่วย เรายินดี และนนั้น ก็ชี้ให้เห็นว่า พี่กำลังขัดกับ จิตวิญญาณของความเป้นบุคคลสาธารณะ เหมือน พี่ไปดู case หนึ่ง ตอนผมเรียน ปีสาม ชาวบ้าน พาหมอผี มาปัดเป่าไรไม่รู้ ทีแรกมีการเถียง ไม่ได้ทำพิธี แต่หากไม่เป้นอันตราย ก็ยอมให้ทำ เพราะนั้น คือ เราไม่อาจลืมว่า เราทำการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีไม่ใช่ หรือ หรือว่าเอาแค่ความพึงพอใจของ บุคคลกรทางการแพทย์กันแน่



พี่ทำให้ผมเสื่อมศรัทธา เอาลิ้ง มาโชว์ ด้วยถ้าจะเถียง เพราะพี่ทำให้ไม่กระจ่าง ใครก็พูดได้ พิมได้ เถียงได้ หากไร้ซึ่ง ข้อมูลหลักฐาน ตอนนี้ผมเข้าใจว่า พี่ก็ไม่ต่างอะไรกับพวกเค้าที่ เอาตัวเองเป้นที่ตั้ง


โดย: ว่าที่เภสัชกรคนนึง IP: 202.12.73.18 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:10:51:56 น.  

 
ง่ายๆ อยากรู้ก็ต้องลองกินละก็สังเกตุดู

แค่นั้นเอง

ถึงจะไม่ดีขึ้น กินไปมันก็ไม่ได้เลวลง มันไม่ได้ตายนะกินน้ำส้มสายชูเนี่ย


โดย: *-* IP: 112.142.59.188 วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:46:19 น.  

 
จริงๆแค่ลองกินดูสักขวดคงไม่เป็นไรมากมายหรอก ถ้าดีก็กินกันไป ดีกว่าไปกินน่ำอัดลม เบียร์ เหล้า แต่มันคงไม่ใช่เป็นยาวิเศษอะไรมากมายอย่างที่เค้าโฆษณาแน่ๆ แต่เอาเถอะ ไม่เห็นต้องมาเถียงอะไรกันมากมายเลย จริงๆมุมมองของคนมันก็แตกต่างกันไป อย่าเอาความคิดตัวเองมาเป็นบรรทัดฐานตัดสินดีกว่า ของทุกอย่างบนโลกมันไม่ได้เหมาะสมกับคนทุกคนหรอก บางคนใช้แล้วดีก็มีถม บางคนใช้แล้วห่วยแตกมาโพสต์ด่าเค้าก็เยอะ เฮ้ออออ ไม่รู้จะเถียงกันทำไม ถ้าลองต้องรอการพิสูจน์จากทางวิทยาศาสตร์กันซะทุกอย่างก็ไม่ต้องทำอะไรกันแล้วโลกนี้ อีกหน่อยจะซื้อกางเกงยีนส์ใส่สักตัว คงต้องรอนักวิทยาศาสตร์พิสูจน์กันก่อนว่าใส่แล้วไม่มีผลข้างเคียง เฮ้อออ


โดย: อะไรก๊านนน วิชาการเกิ๊นนน IP: 124.120.246.98 วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:04:48 น.  

 
"ก่อนที่คุณจะสรุปอะไรว่าจริงหรือเท็จคุณควรหาหลักฐานมายืนยัน การที่คุณกล่าวมาลอยๆมันดูไม่น่าเชื่อถือ" เห็นด้วยกับคุณยิ้มเป็นอย่างยิ่งเลย...เฮ้อออ


โดย: เวนิก้าฆ่าผม IP: 118.173.144.194 วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:30:09 น.  

 
ผมว่านะ สิ่งต่างๆที่คุณคิดกันว่าดี มันไม่ได้มาจากน้ำส้มตัวนี้โดยตรงหรอก แต่มันมาจากสิ่งที่ผสมกับมันนั้นละ
ที่จะกล่าวคือ น้ำผึ้ง ไงครับ ตัวการสำคัญที่ทำให้คุณๆ เห็นว่ามันได้ผลดี
ถ้ามันดีจิงๆ คุณอย่าผสมอะไรเลย ซิครับ ทานแล้วถ้าได้ผลดี ถึงหน้าเชื่อถือ
เพราะเท่าที่เคยอ่านบทความมา ไม่ว่าจะโรคนอนไม่หลับ โรคภูมิแพ้ ฯลฯ ล้วนหายได้ ถ้าท่านทานน้ำผึ้ง
และการที่ทานแล้วน้ำหนักลด ผิวพรรณดีขึ้น เพราะทานน้ำมากหรอกครับ ไม่ได้เกิดจากตัวนี้โดยตรง
ผมเคยลดน้ำหนักโดยการไม่ทานข้าวเย็น แลวทานแต่น้ำ น้ำหนักลดแถมผิวพรรณหน้าตาสดใส ไม่โทรมด้วย
ฉะนั้นไม่น่าจะเกี่ยวกะน้ำส้มตัวนี้นะ วิตามินซีที่มีก็เปฌนตัวทำให้ผิวขาวอยู่แล้ว กินส้มก้ได้ ไม่ต้องน้ำแอปเปิ้ลหรอกครับ
ร่างกายจะแข็งแรง สุขภาพดีก็อยู่ที่การกินอาหารที่ดี ครบถ้วนตามโภชนาการละครับ
ทานอาหารที่ดี ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ เท่านี้ก็สุขภาพดี ไม่ต้องพึ่งยาหรืออาหารเสริมที่ไหนหรอกครับ
ลองศึกษาดูละกันครับ ใช้สติคิด อย่าเอาอารมณ์มาเถียงกัน ไม่เกิดประโยชน์หรอกครับ



โดย: bluecef IP: 112.143.63.76 วันที่: 23 มิถุนายน 2552 เวลา:22:59:03 น.  

 
เท่าที่อ่านมาคิดว่าคุณ Marques มีอคติมากๆในการตั้งกระทู้ เพราะดิชั้นก็ไม่เคยกินนะค่ะแต่คิดว่าการที่เราได้ลองอะไรที่ทำเพื่อสุขภาพและมาจากธรรมชาตินั้นมันก็ไม่เสียหายอะไรไม่ใช่หรือ อยากแนะนำให้คุณลองซื้อหนังสือเรื่องธรรมชาติช่วยชีวิตของดร.อู๋มาลองอ่านดูอาจจะเข้าใจอะไรมากขึ้นเกี่ยวกับธรรมชาติก็ได้(ดร.อู๋ได้รับรางวัลต่างๆมากมายและเป็นผู้ศึกษาวิเคราะเกี่ยวกับสารอาหารที่ได้จากธรรมชาติด้วยและก็แนะนำให้ใช้ACVด้วย)ดร.อู๋ท่านเคยเป็นมะเร็งมาก่อนแล้วรักษาตัวเองด้วยวิธีทางธรรมชาติแล้วหายตั้งแต่อายุ30 จนอยู่มาตอนนี้70แล้ว ลองดูนะคะ แล้วจะเข้าใจคุณค่าของธรรมชาติมากขึ้น


โดย: กุ้งแห้ง IP: 58.9.149.201 วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:09:25 น.  

 
ดิฉันเข้ามาอ่านด้วยความสนใจหัวข้อ เพราะจริงๆ เวลาใครสักคน
เ่อ่ยอะไรที่คัดค้านกับกระแสหลักในน้ำเสียงจริงจัง หรือแรงนิดๆ มักจะได้รับความสนใจเสมอ .. ถ้ามีเหตุผลที่ดีพอ คนพร้อมที่จะเชื่อ

ดิฉันอ่านดูก็ไม่พบว่ามีเหตุผลที่ทำให้ตัวเองเชื่อตามนั้นได้
เช่นว่า น้ำส้มสายชูหมักมีขั้นตอนอย่างไร แตกต่างจากน้ำส้มสายชูกลั่นอย่างไร ทั้งสารตั้งต้น ผลไม้หรือพืชผักที่นำมาใช้ ขั้นตอนการหมัก ใช้อะไร เช่น อาจจะใช้ยีสต์ จุลินทรีย์อะไรต่างๆ หรือไม่ แล้ววัตถุดิบตั้งต้นมีผลต่อสารอาหารที่มีอยู่ในนั้นแค่ไหน ส่วนน้ำส้มสายชูกลั่น ทำจากอะไร ขั้นตอนมีอะไรบ้าง

กรดที่ได้จากน้ำส้มสายชูหมัก แตกต่างจากกรดที่ได้จากน้ำส้มสายชูกลั่นอย่างไร ..

ถ้าคุณสามารถเอารายละเอียดในส่วนนี้มากล่าวอ้าง และสรุปได้ว่า น้ำส้ัมสายชูหมักจากแอปเปิ้ล ไม่ดีจริง อย่างไร
ดิฉันพร้อมที่จะเชื่อค่ะ




โดย: อริส IP: 124.121.243.76 วันที่: 20 สิงหาคม 2552 เวลา:11:11:25 น.  

 
ไม่ทราบว่าจะมาเถียงเจ้าของบล็อกกันทำไมคะ

ไม่เชื่อก็อย่าอ่าน

เชื่อก็ชมเชย

สันดานคนไทยนี่ก็แปลก

ไม่เชื่อเรื่องวิชาการ ชอบแต่ตะบันหมาก ทุเรศจริงๆ

บล็อกก็บล็อกเขา

ทีเวลาคุณอ่านบทความตามหนังสือพิมพ์

ไม่เห็นไปตามด่าบ้างคะ

เวลาดูโฆษณาแล้วไม่เชื่อไม่ไปตามด่าเขากันบ้างคะ

เห็นเอาตังค์ใส่พานถวายกันเงียบกริ๊ป

พร้อมแอกแบกไถนา

น่าสงสารนะคะพวกบัวเหล่าสุดท้าย สี่ห้าตัวด้านบนน่ะค่ะ

อ่านขอความพวกคุณแล้วเซ็งค่ะ

เดี๊ยนอ่านข้อความพวกคุณแล้วเจ็บตา

ขอไปหาแว่นมาใส่ก่อนนะคะ


โดย: โยดา IP: 115.67.230.73 วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:20:26:35 น.  

 
ขอนอกเรื่องนะคะ เจ้าของบล็อคขา

รบกวนช่วยวิจารณ์ เรื่องเหล่านี้ได้ไหมคะ

CLA

OMEGA 3 6 9

FLAXSEED OIL

จริงๆ แล้วประโยชน์ไหมคะ

หมอให้กินอย่างละหกกรัมต่อวัน
อ่ะค่ะ


โดย: โยดา IP: 115.67.230.73 วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:20:29:12 น.  

 
รู้สึกมันมาก กับความคิดเห็นของทุกท่าน ทั้ง +/- กำลังหาข้อมูลอยู่พอดี ... จากมุมมอง / ประสบการณ์ของทุกท่าน เป็นประโยชน์มาก ต้องขอขอบคุณ ท่านเจ้าของ บล็อก และ ทุก comment ...
1. เราป่วยเป็นโรคความดันสูง ที่ไม่ได้เกิดจากปัญหาไขมัน และอื่น ๆ จากการได้ consult แพทย์ระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง สรุปว่าเราเป็นจากปัญหาของพันธุกรรม เริมเป็นตอนอายุ 26 ปี ปัจจุบัน 40 ปี ทานยาทุกวัน
2. เป็นคนทานเก่งมาก และต้องคอยควบคุมน้ำหนักโดยการควบคุมอาหาร จาก 60 เหลือ 57 Kg. หลังจาก นน.ลง 2 ปี ขณะนี้นน. 58 เนื่องจาก ป่วยและต้องการทานแต่อาหารหวานเพราะปากขม ป่วยอยู่ประมาณ 2 เดือน ขณะนี้กลายเป็นติดขนมหวาน และต้องการลดนำหนักลง 1 กก.
3. เป็นโรคภูมิแพ้ ต้องทานยาแก้แพ้ เช้า-ก่อนนอน ทุกวัน
4. ลักษณะการทำงาน นั่งอยู่กับที่ ทำงานเอกสาร ไปทำงานโดยการ เดิน ไป-กลับ ระยะทางรวม 2.4 กม. สัปดาหืละ 6 วัน
5. ออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำ สัปดาห์ละ2 วัน แต่หยุดมา ประมาณ 2 เดือน เนื่องจากป่วย
6. เป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ปัจจุบันต้องคอยดูแลสุขภาพดดยคุม นน. และ ยืดกล้ามเนื้อ
7. เป็นดรคกระเพราะอาหาร มา ตั้งแต่อายุ 5 ปี เนื่องจากเป้นเด็กที่กินไม่เป็นเวลา พอเข้า รร. ถูกบังคับเรื่องการกิน และลักษณะการทำงานที่พักไม่เป็นเวลา + อาการเจ็บป่วยที่ต้องทานยาเกี่ยวกับกระดูก
8. เราทำงานอยู่ รพ.
9. เราจะทดลองทานเองนะ และจะเปรียบเทียบ และสรุปผล ให้ทุกท่านทราบนะ ที่บ้านเรามี แต่เป็นของ ไฮน์ น่าจะพอใช้ได้นะ จะทำสำเร็จหรือไม่และผลเป็นอย่างไรจะมารายงานให้ทราบนะคราบ....


โดย: mont IP: 125.25.80.67 วันที่: 12 ตุลาคม 2552 เวลา:22:12:24 น.  

 
ลองกิน ACV + น้ำผึ้ง (1:1) เติมน้ำไม่เย็นจัด น้ำผึ้งจะได้ละลายง่าย แล้วใส่เกลือนิดนึง เติมน้ำแข็งหน่อย ลองดูสิเป็นไง


โดย: nikki IP: 58.8.49.57 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:43:40 น.  

 
คุณ จขกท. ค๊ะ คุณว่าประโยชน์มันอยู่ที่ของที่มาผสมคือน้ำผึ้ง คุณก็ลองกินข้าวโดยไม่มีกับข้าวดูซิค๊ะ ข้าวอย่างเดียวก็มีประโยชน์ อคติรุนแรงอะไรขนาดนั้น มันไปทำลายยอดขายสินค้าบางอย่างของคุณหรือยังไง...แปลก ๆๆๆ


โดย: บ้าป่าวค๊า.... IP: 192.168.200.201, 222.123.73.67 วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:20:09:52 น.  

 
เห็นด้วยกับ คห.ที่ 57 ค่ะ


โดย: แปลก IP: 192.168.0.6, 203.157.92.2 วันที่: 7 เมษายน 2553 เวลา:11:42:20 น.  

 
แล้วมันมีกรายี่ห้อในตลาดอ่ะ ใครที่เคยทานรบกวนแจ้งหน่อยนะค่ะ อยากทดลองเพื่อให้รู้ด้วยตัวเอง ใครว่าไม่ดีเชื่อ เอ้ามาลองกันเองดีกว่า ได้ไม่ต้องเถียงกัน
ทำไรแล้วมีความสุขสบายใจไม่เดือดร้อนใคร...ทำไป


โดย: ACV IP: 10.0.1.248, 110.164.238.190 วันที่: 5 พฤษภาคม 2553 เวลา:6:05:04 น.  

 
อ่านสนุกมากครับ ขอขอบคุณที่กล้าเสนอแนะ ไม่มีข้อมูลเชิงวิชาการแต่มีข้อมูลเชิงประจักษ์ ก็ต้องยอมรับละครับ สมัยหลายพันปีก่อนจนถึงร้อยปีที่แล้วไม่เคยใช้ข้อมูลเชิงวิชาการ ใช้แต่เชิงประจักษ์รักษาโรคกันมา สมัยสี่สิบปีกก่อน ประธานาธิบดี USA ไปเยี่ยม จีน เจอการผ่าตัดโชว์แบบไม่ใช้ยาชาแต่ใช้ฝังเข็มให้ชาแทน หน้าแตกกลับประเทศแทบไม่ทัน ไปค้นหาข้อมูลทางวิชาการมาสี่สิบปีก็ยังหามาอธิบายไม่ได้?? เพราะบางอย่างมันมองไม่เห็น จะถือว่าไม่มีไม่ได้ เหมือน Software อ่าครับ มองมันไม่เห็นจะถือว่าไม่มีไม่ได้ โรคหลายสิบโรคเป็นแบบโรคเรื้อรังแผนปัจจุบันบอกว่าไม่มีทางรักษา แบบนี้ก็ต้องยอมให้แพทย์ทางเลือกเค้าละครับ น้ำส้มแอปเปิ้ลนี้เป็นภูมิปัญญาเดิมมานานเป็นพันปี ต้องจัดว่าเป็นปัญญาของแพทย์ทางเลือกเค้า อย่าเอาของปัจจุบันไปอธิบาย เพราะมันมองไม่เห็น จะหน้าแตกปล่าวๆ ส่วนน้ำผึ้งทางแผนไทยถือเป็นกระสายยา คือกินคู่กับยาบางอย่างแล้วจะชักนำพลังของยานั้นๆให้ออกมาเต็มประสิทธิภาพครับ เหมือนกะทิอะครับ ใส่แกงอะไรก็อร่อย ในทางวิญญาณมีสามขั้น คือปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เราควรเรียน แล้วจะรู้ จะเห็น อย่าแค่รู้แล้วคิดว่าถูกว่าใช่เสมอไปครับ อาจไม่ฟลุ๊กเสมอไปครับ


โดย: Dt IP: 202.91.23.3 วันที่: 5 กรกฎาคม 2553 เวลา:11:59:25 น.  

 
ประทับใจความเห็นของคุณ Dt คห ที่ 60 ที่สุดค่ะ


โดย: แม่ตัวดี IP: 86.81.168.124 วันที่: 28 สิงหาคม 2553 เวลา:14:08:53 น.  

 
ขออนุญาตเจ้าของ blog
คห.ที่ 60 เจ๋งดีค่ะ


โดย: เปิ้ลซ่าส์ IP: 203.146.36.98 วันที่: 30 สิงหาคม 2553 เวลา:11:27:47 น.  

 
กำลังจะตัดสินใจลองเองอยู่พอดี เจ้าของกระทู้เขามีความรู้อยู่คนเดียวหรืออย่างใด ...ไม่ยอมรับความเห็นของใครเลย แต่ก็ถือว่าแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนะค่ะ
....เห็นด้วยกับ จขคห.60 บางอย่างไม่เห็นใช่ว่าจะไม่มี


โดย: หญ้า IP: 192.168.0.151, 183.89.142.100 วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:21:51:23 น.  

 
ไปซื้อมาแล้วแต่ไม่ใช่ apple vinegar แต่เป็นน้ำส้มสายชูหมัก malt vinegar ใช่แทนกันได้เปล่า


โดย: vi IP: 124.121.253.37 วันที่: 16 กันยายน 2553 เวลา:22:13:25 น.  

 
หนูอ่านตั้งแต่ คห.แรกจนสุดท้ายเลยสุดยอดจริงๆบล็อกนี้ เดี๋ยวจะกลับไปลองดู ได้ผลอย่างไรจะมาเ่ล่าสู่กันฟังนะคะ ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆค่ะ


โดย: วิว IP: 125.27.236.26 วันที่: 2 ธันวาคม 2553 เวลา:12:27:38 น.  

 
ผมกินมา2อาทิตย์แล้วรู้สึกดีหลายๆอย่างเช่นถ่ายเป็นเวลาขึ้น,อาการมึนจากการใช้คอมฯนานๆดีขึ้น,ผิวพันดูดีขึ้น,นอนหลับสบาย(ไม่อึดอัดก่อนนอน),กลางวันก็ไม่รู้สึกเพลียเหมือนก่อนกิน รวมๆแล้วรู้สึกมีความแตกต่างไปในด้านที่ดีหลายๆอย่างหลังกินAVC เพื่อนแนะนำให้กินแต่เน้นให้ใช้ยี่ห้อ Bragg ไม่ได้โฆษณาให้เขานะครับได้ยินว่าBraggผลิตมานานแล้วมียี่ห้ออื่นผลิตเรียนแบบ


โดย: คนPattani (คนPattani ) วันที่: 12 เมษายน 2555 เวลา:11:54:16 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
Marquez
Location :
Milano Italy

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




A te che sei il mio grande amore Ed il mio amore grande
A te che hai preso la mia vita E ne hai fatto molto di più
A te che hai dato senso al tempo Senza misurarlo
A te che sei il mio amore grande Ed il mio grande amore

[Add Marquez's blog to your web]