Business, Management, Skill, Experiences--แลกเปลี่ยน เรียนรู้ แบ่งปัน ประสบการณ์ บริหาร และอื่น ๆ
Group Blog
 
All blogs
 

8 ภัยคุกคามข้อมูลที่พบมาก

8 ภัยคุกคามข้อมูลที่พบมาก





ศูนย์วิจัยเทรนด์แล็ปส์ บริษัท เทรนด์ ไมโคร อิงค์ จัดทำรายงานสรุปภัยคุกคามข้อมูลที่พบมากที่สุด 8 ประเภทในปี 2551 พบว่า

@ แพร่ระบาด:สูงสุดสร้างอันตรายในวงกว้าง

การโจมตีที่มีเป้าหมายไปยังกลุ่มผู้ใช้เฉพาะและเว็บไซต์ยอดนิยม มีเว็บไซต์หลายประเภท ทั้งบันเทิง การเมือง ช็อปปิ้งออนไลน์ เครือข่ายทางสังคมถูกใช้แพร่ระบาดมัลแวร์ ภาวะอันตรายนี้เกิดสูงสุดในเดือนพฤษภาคม มีเว็บไซต์ทั่วโลกที่ติดโค้ดร้าย ส่งไปถึงผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ดูเหมือนว่าแนวโน้มนี้ยังคงเกิดต่อเนื่องเกินกว่าที่คาดหมายไว้

@ ฝังแน่นที่สุด:บ็อตเน็ต

บ็อตเน็ตเปรียบเสมือนสิ่งชั่วร้ายที่มีอยู่ในทุกที่ โดยตัวอันตรายสำคัญอย่าง Storm, Kraken, Mega-D/Odzok, MayDay และ ASProx ปรากฏขึ้นเป็นระลอกๆ ตลอดปี 2551 และมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เมื่อนักวิจัยบ็อตเน็ตดำเนินการตรวจสอบ แม้มีการปิดเว็บไซต์ McColo ผู้สนับสนุนอาชญากรรมไซเบอร์รายใหญ่ไปแล้วเแต่ก็แค่หยุดกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านบ็อตชั่วคราว ที่พวกเขาจะค้นหาเครื่องมืออื่นๆ มาใช้ในการแพร่ระบาดอีกครั้ง

@ แคมเปญจัดจำหน่ายใหญ่ที่สุด:โปรแกรมป้องกันไวรัส (ของปลอม)



ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสลวง แบ่งทำงานเป็น 2 ขั้น ขั้นแรกจะหลอกผู้ใช้ว่าระบบของพวกเขาติดมัลแวร์แล้วด้วยการสร้างอาการติดเชื้อหลอกๆ ขึ้นมา ขั้นต่อมาจะชักชวนให้ผู้ใช้ซื้อโปรแกรมป้องกันไวรัสปลอม เพื่อล้างการติดเชื้อลวงนั้นภัยคุกคามนี้ใช้ช่องทางติดเชื้อและมาในหลายรูปแบบ ตั้งแต่สแปมไปจนถึงการวางอันดับเว็บของตนให้ติดในเว็บไซต์ค้นหายอดนิยม (SEO) เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อซึ่งยังรวมถึงการฝังตัวอยู่ในเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายหลายแห่งด้วย

@ ติดตามได้ยากที่สุด:ตัวเปลี่ยน DNS

เทรนด์ ไมโคร ตรวจพบมัลแวร์สองตัวที่เปลี่ยน DNS ได้แก่ TROJ_AGENT.NDT และ BKDR_AGENT.CAHZ ถือเป็นอันตรายต่อโฮสต์ต่างๆ ในเครือข่ายย่อยภายในองค์กร โดยจะติดตั้ง Dynamic Host Configuration Protocol (DHCP) Server ปลอมบนเครือข่ายมัลแวร์เหล่านี้จะตรวจสอบการรับส่งข้อมูลและดักจับ แพคเก็ตที่ร้องขอจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ในเครือข่าย จากนั้นตอบกลับการร้องขอที่ดักจับได้นั้นด้วยแพคเก็ตที่มี DNS server เป็นอันตรายให้ผู้ได้รับแพคเก็ตถูกเปลี่ยนทิศทางไปยังเว็บไซต์อันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต



@ อัตโนมัติที่สุด:ช่องโหว่

หนอน .DLL ชื่อ WORM_DOWNAD.A ได้ใช้ช่องโหว่ MS08-067 แสดงชุดคำสั่งที่ทำให้นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยเชื่อว่าจะเป็นส่วนประกอบสำคัญในการพัฒนาบ็อตเน็ตใหม่ขึ้นมาโดยมีโฮสต์ที่ไม่ซ้ำกันกว่า 500,000 แห่งที่แพร่ระบาดหนอนตัวนี้ไปยังในประเทศต่างๆ แล้ว และมีข้อบกพร่องซีโร่เดย์ใน Internet Explorer นำไปสู่ภัยคุกคามข้อมูลออนไลน์ขนาดใหญ่ 2 อย่างด้วยได้แก่ การขโมยข้อมูลและโจมตีแบบ SQL Injection (ใช้คำสั่ง SQL เพื่อช่วยในการแฮกระบบ) ซึ่งเกิดกับเว็บไซต์ 6,000 แห่ง อาชญากรไซเบอร์ใช้ประโยชน์ข้อบกพร่องเหล่านี้โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย

@ ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสุด:รูตคิตส์

รูตคิตส์ MBR (Master Boot Record) เริ่มแพร่ระบาดช่วงต้นปี 2551 ตรวจพบรูตคิตส์ที่ชื่อว่า TROJ_SINOWAL.AD ซึ่งจะค้นหาพาร์ติชันที่สามารถบู๊ตได้ของระบบที่ติดเชื้อ จากนั้นจะสร้าง MBR อันตรายใหม่ขึ้นมาเพื่อโหลดส่วนประกอบของรูตคิตส์ที่ชื่อว่า RTKT_AGENT.CAV ลงไว้ในระบบ แล้วทำการบันทึกไว้ในเซกเตอร์ภายในพาร์ติชันที่บู๊ตได้

@ อันตรายสูงสุด:มัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware)

มัลแวร์เรียกค่าไถ่ GPcode รุ่นใหม่ที่ เทรนด์ ไมโครตรวจพบชื่อว่า TROJ_RANDSOM.A พบในเดือนพฤศจิกายน มัลแวร์ตัวนี้จะค้นหาและเข้ารหัสไฟล์ที่พบในไดรฟ์ที่อ่านและเขียนได้ของระบบจากนั้นก็จะแสดงให้ผู้ใช้เห็นว่าไม่สามารถเข้าถึงไฟล์ดังกล่าวได้ถ้าไม่มีคีย์เข้ารหัสลับเหยื่อจะได้รับแจ้งว่าต้องซื้อเครื่องมือถอดรหัสลับซึ่งจะมีการทิ้งไฟล์ข้อความไว้ในแต่ละโฟลเดอร์ที่มีไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสลับไว้

@ น่ารำคาญที่สุด:มัลแวร์แบบรันอัตโนมัติ (AUTORUN)

ไดรฟ์แบบถอดได้และไดรฟ์ที่ใช้งานจริงถือเป็นแหล่งติดเชื้อสูงสุดอันดับ 4 ของโลก โดย 15% ของการติดเชื้อทั้งหมดในเอเชียและออสเตรเลียมาจากมัลแวร์ที่เกิดจากไดรฟ์แบบถอดได้ประเทศในเอเชียส่วนใหญ่จะมีมัลแวร์แบบรันอัตโนมัติเป็นตัวติดเชื้อสูงสุดและเป็นมัลแวร์ที่ติดเชื้อมากที่สุดในพีซีของประเทศในภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา (EMEA) ด้วย นอกจากนี้มัลแวร์ดังกล่าวยังสามารถผ่านเข้าไปยังเครือข่ายของนาซาและกระทรวงกลาโหมสหรัฐได้สำเร็จแล้วด้วย


ที่มา: http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01epe01200152§ionid=0147&day=2009-01-20




 

Create Date : 13 มิถุนายน 2552    
Last Update : 13 มิถุนายน 2552 14:45:08 น.
Counter : 243 Pageviews.  

"Bing" อาวุธใหม่จากไมโครซอฟท์ เปิดฉากสงคราม "Search Engine"


"Bing" อาวุธใหม่จากไมโครซอฟท์ เปิดฉากสงคราม "Search Engine"

------------------------------------------------------------------------
((( ใครสนใจใช้ Search Engine ตัวนี้ ก็ลองดูนะครับ ... น่าใช้ใช้ไม่แพ้ "อาจารย์กู (เกิ้ล) ของผมเลยนะเนี่ย )))
------------------------------------------------------------------------



คอลัมน์ Cilck World



ได้เวลาที่ไมโครซอฟท์เริ่มปล่อยหมัดเด็ดเจาะตลาดเสิร์ชอีกครั้ง ล่าสุดส่งเสิร์ชเอ็นจิ้นน้องใหม่ ภายใต้ชื่อ "Bing" เข้าสู่สนาม หวังกระตุกหนวดพี่ใหญ่ในวงการเสิร์ชอย่าง "กูเกิล"

เอเอฟพีรายงานว่า ไมโครซอฟท์ประกาศเปิดตัวเสิร์ชเอ็นจิ้น "Bing"อย่างเป็นทางการบนเวทีงาน D : All Things Digital ณ สหรัฐ เมื่อปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยไมโครซอฟท์เสนอว่า Bing คือ "วิธีการใหม่สำหรับการเสิร์ชทางอินเทอร์เน็ต" โดยจะเปิดตัวให้บริการได้ ตั้งแต่ 3 มิ.ย.นี้

ไมโครซอฟท์อ้างว่า www.Bing.com (เดิมชื่อ Kumo) จะเสนอประสบการณ์ในการทำงานที่เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริงมากกว่าเสิร์ชเอ็นจิ้นอื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งในแง่ความรวดเร็ว การจัดการ และผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้อง กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การประมวลผลในระบบของ Bing นั้นไม่ใช่การแสดงผลเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคำที่เสิร์ชอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงถึงเว็บไซต์ที่ผู้ใช้งานสามารถตัดสินใจซื้อสินค้า ช็อปปิ้ง หรือ กิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย

ผู้ที่เคยใช้งาน Bing ยืนยันว่าการทำงาน ของ Bing มีความแตกต่างจากระบบเสิร์ช อื่นๆ ไม่มากนัก เช่น พิมพ์คำว่า "Haw" ในแถบค้นหา จะประเมินว่าผู้ใช้งานต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับ Hawaii จะปรากฏผลลัพธ์เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวใน Hawaii หรือพิมพ์คำว่า "hotels in Dubai" โปรแกรมจะเสนอให้ผู้ใช้งานสามารถจองแพ็กเกจโรงแรมได้แบบเรียลไทม์



หากผู้ใช้งานต้องการผลลัพธ์ที่แคบลง คลิกไปที่ "quick tabs" จะสามารถมองหาโรงแรม ทัวร์ แผนที่ หรือไฟลต์เครื่องบินที่เกี่ยวข้องได้ รวมถึงฟีเจอร์ "price predictor" ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตัดสินใจได้ว่า ช่วงเวลาไหนที่ควรจะตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินมากที่สุด มากไปกว่านั้นผู้ใช้งานยังสามารถเสิร์ชรูปภาพหรือวิดีโอผ่านการชมพรีวิวก่อนได้ โดยไม่จำเป็นต้องคลิกเพื่อลิงก์เข้าสู่เว็บไซต์

เบื้องต้น Bing จะโฟกัส 4 ส่วนที่สำคัญ คือ การช็อปปิ้ง, การวางแผนเดินทาง, การค้นหาธุรกิจในท้องถิ่นและข้อมูลด้านสุขภาพ

ซีอีโอไมโครซอฟท์กล่าวว่า ทุกวันนี้เรามีเสิร์ชเอ็นจิ้นที่ทำงานได้ดีอยู่แล้ว เพื่อช่วยเหลือผู้คนในการค้นเว็บไซต์และข้อมูลข่าวสารที่ต้องการ แต่เราสร้าง Bing ขึ้นมาบนพื้นฐานความเข้าใจ อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความต้องการใช้งานของผู้เสิร์ชจริงๆ

"สตีฟ บัลเมอร์" ซีอีโอไมโครซอฟท์ กล่าวว่า "Bing คือก้าวแรกที่สำคัญของเรา และเป็นหนทางระยะยาวของเราในอนาคตเพื่อที่จะส่งนวัตกรรมการเสิร์ช ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็วขึ้น และใช้ข้อมูลข่าวสารที่พวกเขาค้นพบเพื่อทำงานให้บรรลุเป้าหมายและใช้ในการตัดสินใจอย่างฉลาด"

ประเด็นสำคัญของ Bing คือความพยายามในการขยับเข้าสู่ธุรกิจเสิร์ชของไมโครซอฟท์เพื่อต่อกรกับ "กูเกิล" คู่แข่ง คนสำคัญเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดเสิร์ชออนไลน์ที่กำลังรุ่งอยู่ในขณะนี้

จากรายงานของ ComScore พบว่า ปัจจุบันกูเกิลมีส่วนแบ่งการตลาดเสิร์ชในสหรัฐประมาณ 64% ขณะที่ไมโครซอฟท์ มีเพียง 8% ของตลาดเท่านั้น ต่อจากยาฮูที่ครองส่วนแบ่ง 21%

Bing จะเข้ามาแทนที่ MSN Live Search ของไมโครซอฟท์ ที่ปัจจุบันรั้งตำแหน่งอันดับ 3 ของตลาด และอยู่ในภาวะที่กำลังอ่อนแออย่างหนัก Bing จึงถูกตั้งความหวังจากไมโครซอฟท์ว่าจะเข้ามาเป็นฮีโร่แย่งส่วนแบ่งการตลาดจากกูเกิลได้บ้าง

ไมโครซอฟท์มั่นใจว่า Bing จะสามารถกระตุ้นสินค้าอื่นๆ ของไมโครซอฟท์ให้เป็นที่รู้จักและปรากฏอยู่ในผลเสิร์ชได้ ส่งผลให้ไมโครซอฟท์กำลังเร่งผลักดันสินค้าและเทคโนโลยีที่บริษัทมีอยู่มาปรากฏบน Bing เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใช้งานด้วย

"ชาร์ วานบอสเคริกค์" นักวิเคราะห์ จากฟอเรสเตอร์ กล่าวว่า Bing จะทำให้ไมโครซอฟท์ก้าวขึ้นมาแข่งขันกับคู่แข่งได้ และมีแนวโน้มว่าจะสามารถดึงผู้ใช้บางส่วนจากยาฮูได้ ขณะที่การดึงผู้ใช้งานจากกูเกิล อาจจะไม่ง่ายนัก เพราะผู้ใช้งานกูเกิลเกือบทุกคนมีนิสัยติดกูเกิลมากเกินไป

"Bing ของไมโครซอฟท์จะเปลี่ยนโฉมหน้าระบบเสิร์ช เพราะ Bing จะเน้นโฟกัสที่การส่งคำตอบมากกว่าการลิงก์ ไปยังเว็บเพจ"

คือ Bing จะค้นหาข้อมูลอย่างละเอียดตามเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อสรุปข้อมูลและนำเสนอสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการมากกว่า แต่ Bing จะประสบความสำเร็จสมหวังที่ไมโครซอฟท์ต้องการจริงๆ หรือไม่คงต้องจับตาดู



ที่มา: http://www.matichon.co.th/prachachat/news_detail.php?newsid=1244188169&grpid=07&catid=00




 

Create Date : 05 มิถุนายน 2552    
Last Update : 5 มิถุนายน 2552 16:35:55 น.
Counter : 681 Pageviews.  

"เน็ตบุ๊ก" จิ๋วแต่แจ๋ว ......... โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์

วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11342 มติชนรายวัน



"เน็ตบุ๊ก" จิ๋วแต่แจ๋ว




โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ siripong@kidtalentz.com



บ้านเรานี่นอกจากอากาศร้อนสุดฤทธิ์แล้ว บรรยากาศก็ร้อนรุ่มไม่เลิกรา ช่วงนี้มีงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ศูนย์สิริกิติ์ ไปเปิดหูเปิดตาหาอะไรใส่สมองเพิ่มปัญญาน่าจะดีสำหรับอนาคตที่ต้องเรียกว่าโคตรวิกฤตกันจริงๆ

ปลอบใจกันสักนิดก็ได้ว่าเมื่อวันก่อนมีข่าวเล็กๆ ในหน้าเศรษฐกิจของหนังสือพิมพ์บางฉบับบอกว่าตัวเลขการซื้อบ้านในอเมริกาเริ่มขยับขึ้นมาแล้ว ทั้งบ้านใหม่ และบ้านที่มีอยู่แล้ว เป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจน่าจะเริ่มฟื้นได้ โดยจะลงถึงจุดต่ำสุดในครึ่งปีแรกนี้เท่านั้น เร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้

ก็ช่วยกันภาวนาให้จริงดังว่า...ส่วนถ้ามันไม่จริงก็กัดฟันสู้กันต่อไป

จะมีอะไรเสียอีกครับ

ต้นฉบับเที่ยวนี้ขอละวางจากเรื่องชวนเครียดทั้งหลายทั้งปวง เลี้ยวโค้งหักข้อศอกมาคุยเรื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ของผมดีกว่า เอาเรื่องใกล้ๆ ตัวนี่แหละ

เรื่องของเรื่องก็คือผมไปซื้อคอมพิวเตอร์จิ๋วที่เขาเรียกกันว่า "เน็ตบุ๊ก" มาเมื่อไม่นานมานี้เอง น้ำหนักมันแค่กิโลเศษๆ เบามากพอที่ภรรยาผมจะหิ้วติดตัวไปใช้งานนอกบ้านเมื่อจำเป็น ไม่ต้องแบกโน้ตบุ๊กตัวเก่าจนไหล่ทรุด

ตอนแรกตั้งใจไว้แบบนั้น

ที่จริงผมเล็งเน็ตบุ๊กมานานตั้งแต่มันออกมาใหม่ๆ แต่รีรอไว้เพราะไม่มีความจำเป็น และรอเรื่อยๆ มันก็จะมีรุ่นที่ดีขึ้นกว่ารุ่นแรกๆ แน่นอน

พอภรรยาบ่นเรื่องโน้ตบุ๊กหนักหลายครั้งก็เลยคิดว่าน่าจะได้ข้ออ้างสำหรับการซื้อ และตอนตัดสินใจจริงๆ ว่าจะซื้อเป็นตอนที่จอโน้ตบุ๊กที่ผมใช้ประจำมันเริ่มรวน ความเสื่อมมาเยือนจอโน้ตบุ๊กนี่นับเป็นโชคร้ายอันดับหนึ่งเลย เพราะไม่ต้องพูดถึงเรื่องซ่อม ส่วนการเปลี่ยนจอใหม่ก็แพงลิ่ว

ชนิดซื้อเน็ตบุ๊กมาใช้แทนเลยยังอาจจะถูกกว่าสำหรับบางรุ่นบางยี่ห้อ อย่างเน็ตบุ๊กที่ผมซื้อมาก็หมื่นต้นๆ ตั้งใจซื้อรุ่นที่ถูกกว่านี้อีกแต่ของมันหมด

เน็ตบุ๊ก ถูกจุดประกายความคิดมาจาก วัน แล็ปท็อป เปอร์ ไชลด์ หรือ ที่แรกๆ เรียกว่า โอแอลพีซี ตามแนวคิดของนิโครลิส เนโกรปอนเต แห่งมีเดีย แล็ป อันโด่งดัง ตอนหลังบริษัทธุรกิจเห็นวี่แววก็เลยทำแบบถูกๆ เท่าที่ทำได้ออกมาขายโดยเริ่มจาก EEE PC ของบริษัท อัสซุส แล้วขายดิบขายดีจนใครต่อใครก็แห่กันทำตามออกมาให้เกลื่อนตลาด

โดยชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าสำหรับการใช้เน็ตเป็นพื้นฐาน ตัวมันเล็กขนาดพ็อคเก็ตบุ๊กไซซ์จัมโบ้ ซึ่งใหญ่กว่าหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊กขนาดปกติเล็กน้อย ที่สำคัญคือไม่มีช่องซีดีครับ จะถ่ายโอนข้อมูลก็อาศัยธัมป์ไดรฟ์ หรือผ่านเน็ตเวิร์กเอา

ซึ่งไม่ว่าสำหรับผมหรือภรรยาไม่ได้เป็นอุปสรรคในการใช้งานเลย เพราะชาติหนึ่งจะเปิดซีดีสักที ถ้าจำเป็นก็เปิดผ่านคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในบ้านแทนได้

เน็ตบุ๊กที่ผมซื้อมา ก็ใช้งานได้ครบถ้วนกระบวนความทุกอย่าง มันมีวินโดวส์ เอ็กซ์พี โฮมมาให้ด้วย ถึงไม่เอาเขาก็ไม่ลดราคาให้ เอามาแล้วก็ไม่ค่อยได้ใช้ เนื่องจากผมใช้ลินุกซ์เป็นปกติในชีวิตประจำวัน

ได้เครื่องมาก็จัดการติดตั้ง ครันช์แบงก์ ลินุกซ์ (crunchbang.org) ลงไปเลยเป็นอีกหนึ่งระบบปฏิบัติการใช้เวลาแค่ราวยี่สิบนาทีเท่านั้น แล้วใช้เป็นหลักสำหรับงานทุกอย่าง

อันที่จริงก็ยังใช้วินโดวส์อยู่เหมือนกันโดยเฉพาะสำหรับการเฮฮากับเพื่อนฝูงหนึ่งกระจุกผ่านห้องแคมฟร็อก ผมก็เลยเลี่ยงบาลีด้วยการลงวินโดวส์ซ้อนไปบนลินุกซ์อีกที เพื่อให้มันเปิดสองระบบปฏิบัติการได้พร้อมๆ กัน แทนที่จะต้องเปิดสลับไปมา

และเพื่อจะลงโปรแกรมคาราโอเกะไว้ให้ภรรยาที่ชื่นชอบการร้องเพลงด้วย โดยไม่ต้องมีช่องซีดีเลยนี่แหละครับ สามารถทำได้

หลายวันมานี้เพลินอยู่กับการจัดการกับเน็ตบุ๊กจนลืมไปเลยว่าบ้านเมืองกำลังลุกเป็นไฟ

นับเป็นผลดีกับชีวิตอย่างยิ่ง



ที่มา: มติชน

http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01act02300352§ionid=0130&day=2009-03-30




 

Create Date : 30 มีนาคม 2552    
Last Update : 30 มีนาคม 2552 8:45:00 น.
Counter : 236 Pageviews.  

รู้เรื่อง....นามสกุลไฟล์ต่าง ๆ


รู้เรื่อง....นามสกุลไฟล์ต่าง ๆ


ประเภทไฟล์เรื่องที่คุณอาจจะสงสัย???


ไฟล์ AVI


สำหรับไฟล์ AVI ถ้าพูดไปแล้วหลายคนต้องรู้จักแน่ๆ เพราะเป็นไฟล์วิดีโอที่ดูผ่านคอมพิวเตอร์ ซึ่งถูกพัฒนาจากไมโครซอฟท์ โดยภายในไฟล์ .avi มาพร้อมกับภาพ และเสียงพร้อมกัน มีความคมชัดของภาพ และเสียงที่สมจริง ส่วนใหญ่จะนำมาเป็นต้นฉบับของไฟล์วิดีโอบนแผ่นดีวีดี




ซึ่งไฟล์ AVI นี้มหลากหลายรูปแบบ ถึงแม้ว่า จะเห็นเป็นไฟล์ .avi ก็ตาม แต่จะแตกต่างกันตามรูปแบบของการ encode ของไฟล์นั้น ไม่ว่าจะเป็น DivX codec, XVID codec เป็นต้น หากเป็นไฟล์ avi ธรรมดาทั่วไปเราก็สามารถใช้โปรแกรม Windows Media Player เปิดดูได้ทันที แต่หากเปิดไม่ได้คงต้องหาโปรแกรมอื่น หรือไม่ก็ต้องไปดาวน์โหลดไฟล์ codec จากเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์มาติดตั้งภายในเครื่องถึงจะ เปิดได้




วิธีแก้ไขเบื้องต้น หากต้องการเปิดไฟล์ AVI ด้วยโปรแกรม Windows Media Player ก็คือ ให้ไปดาวน์โหลดตัว Codec จากเว็บไซต์ไมโครซอฟท์ (www.microsoft.com) จากนั้นก็ให้ดับเบิลคลิกไฟล์ดังกล่าวเพื่อติดตั้ง Codec เพิ่ม แต่ที่สำคัญโปรแกรม Windows Media Player ของคุณต้องเป็นเวอร์ชัน 11




ไฟล์ XVID


เกิดจากกลุ่มนักพัฒนาอิสระ ที่พัฒนารูปแบบการบีบอัดบนพื้นฐานของ mp4 เหมือนกับ DivX แต่ XviD เป็น Open Source คือ ได้เผยแพร่ให้มีการพัฒนาจากนักพัฒนาทั่วโลก เนื่องจากว่ามาตรฐานการบีบอีกของ XviD ใช้เป็นแบบ ASP (MPEG-4 Advanced Simple Profile) ไฟล์ XviD จึงสามารถเล่นบนโปรแกรมหรือเครื่องเล่น DVD ที่สามารถเล่นไฟล์ MP4 หรือ DivX ได้เช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น กรุณาตรวจสอบเครื่องเล่นของท่านตามเว็บไซต์ว่าเครื่อ งเล่นของท่านสนับสนุนไฟล์ XviD ด้วย หากท่านต้องการเล่นไฟล์ Xvid บนเครื่องคอมพิวเตอร์ท่านจะต้องติดตั้ง Xvid Decoder ซึ่งหาได้ตามเว็บไซต์ทั่วไปเช่นกัน




ไฟล์ DivX


จะมีนามสกุลเป็น .avi หรือ .divx แต่ไฟล์ .avi ไม่จำเป็นต้องเป็นไฟล์ DivX เสมอไป ข้อแตกต่างอีกอย่างหนึ่งระหว่างไฟล์ DivX กับ avi ธรรมดาก็คือ ไฟล์ DivX สามารถเล่นพร้อมกับเลือกแสดง Subtitle ได้ หลายภาษา โดยปรับที่ Remote Control บนเครื่องเล่น dvd หรือ หากท่านใช้โปรแกรมเช่น Windows Media Player เล่นไฟล์ประเภทนี้ ท่านอาจจะต้องติดตั้งโปรแกรม แสดง subtitle เพิ่มเติม เช่นโปรแกรม Direct Vobsub เพื่อให้ subtitle ปรากฏไปพร้อมๆกับการรับชมภาพยนตร์ด้วย




ไฟล์ 3GP


ใครมีมือถือคงต้องรู้จัก 3gp แน่ๆ เพราะเป็นไฟล์วิดีโอที่สามารถเปิดดูได้จากโทรศัพท์มือถือทั่วไป ซึ่งไฟล์ประเภทนี้เป็นไฟล์วิดีโอที่มีขนาดเล็กกว่าไฟ ล์วิดีโอทั่วไป เพราะด้วยข้อจำกัดของการเปิดดูจำเป็นต้องดูจากโทรศัพ ท์มือถือเท่านั้น ทำให้ต้องถูกบีบอัดไฟล์ให้มีขนาดเล็ก และสิ่งที่ตามมาก็คือ เมื่อขนาดไฟล์เล็กแล้ว คุณภาพของภาพก็ต้องด้อยลง




แต่หากใครไปดาวน์โหลดไฟล์ 3gp จากอินเทอร์เน็ตแล้วจะมาเปิดดูในคอมพิวเตอร์ โปรแกรมดูหนังทั่วไปไม่สามารถเปิดได้ ต้องใช้โปรแกรม Nokia Multimedia Player หรือไม่ก็ต้องไปดาวน์โหลดโปรแกรมจากอินเทอร์เน็ตมาเป ิดดู



ไฟล์ MKV


ไฟล์ประเภทนี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไร แต่ถ้าเป็นคนที่ท่องอินเทอร์เน็ตจริงๆ ต้องเคยเจอกันบ้าง ซึ่งไฟล์ประเภท MKV มีรูปแบบคล้ายๆ กับ MP4 หรือ AVI ที่สามารถบรรจุภาพ และเสียง พร้อม subtitle ให้อยู่ในไฟล์เดียวได้ ซึ่งคุณภาพของภาพและเสียงไม่แตกต่างกันเลย แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ MKV เป็นไฟล์แบบ Open Source ที่นักพัฒนาทั่วไปสามารถช่วยพัฒนาต่อยอดให้ไฟล์นี้มี ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น


ไฟล์ FLV


หากใครชอบดูวิดีโอผ่านเว็บคงคุ้นเคยกันบ้าง เพราะเป็นไฟล์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายบนเว็บไซต์ที่ให ้บริการวิดีโอผ่านเว็บไซต์ ซึ่ง FLV คือไฟล์วิดีโอที่ถูกสร้างจากโปรแกรม Macromedia Flash เป็นไฟล์ที่มีขนาดเล็ก แต่คุณภาพดีกว่าไฟล์ 3gp สามารถเปิดดูได้จากโปรแกรม Flash Player หรือ QuickTime จากแอปเปิ้ลก็ได้ ทำให้หลายเว็บนิยมแปลงไฟล์ให้เป็น FLV เพื่อง่ายต่อการชมผ่านเว็บไซต์

ที่มา: FWD Email




 

Create Date : 20 มีนาคม 2552    
Last Update : 21 มีนาคม 2552 15:19:55 น.
Counter : 523 Pageviews.  

วิธีทำภาพ ถ่าย หรือ Bitmap เป็นภาพแบบ Vector (Bitmap 2 vector)

Bitmap 2 vector


ผมไปเจอมา วิธีทำภาพ Bitmap ให้เป็นภาพ Vector

เห็นว่าน่าสนใจ

เราสามารถทำเอง Online
ก็เลยอยากเอามาแบ่งปัน ให้หลาย ๆ คน ที่อาจจะชอบแต่งภาพ ทำภาพ แบบ Vector (ทำภาพ Bitmap ให้เป็นภาพ Vector)


เข้าไปดูที่เวบนี้ได้เลย (ผมไม่มีส่วนได้เสียกับเวบนี้นะครับ)


http://vectormagic.com/home







 

Create Date : 07 มีนาคม 2552    
Last Update : 17 กรกฎาคม 2552 11:00:41 น.
Counter : 3152 Pageviews.  

1  2  

byonya
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




I am not a perfect, but simple!

 
 
Custom Search



 
 

Website น่าสนใจ  
 
หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท

เว็บการศึกษา Eduzones.com

Business Web Directory .biz - Business Directory
 


Word of the Day

This Day in History

Quote of the Day

Hangman




Friends' blogs
[Add byonya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.