Business, Management, Skill, Experiences--แลกเปลี่ยน เรียนรู้ แบ่งปัน ประสบการณ์ บริหาร และอื่น ๆ
Group Blog
 
All blogs
 

ลายมือสื่อภาษาใจ



ลายมือสื่อภาษาใจ





ลองอ่านกันดูว่าคุณหรือคนใกล้ชิดของคุณเป็นคนยังไงจาก

การอ่านลายมือดังต่อไปนี้


1. ตัวหนังสือไม่สม่ำเสมอ

คนที่เขียนตัวหนังสือเหมือนคนสับสนในตัวเอง

เดี๋ยวตัวเล็กเดี๋ยวตัวใหญ่ แสดงว่าเป็นคนไม่ค่อยจะทันโลก

ยังมีความเป็นเด็กอยู่มาก คิดอะไรก็ง่ายๆ ตรงๆ ไม่ซับซ้อน

เรื่องที่จะมาวางแผนยอกย้อนหลอกคน ลืมไปได้เลย คุณเป็น

คนที่ถูกชักจูงง่าย เพื่อนว่ายังไงก็ว่าตามกัน แต่เป็นคนขี้เล่น

ใจดี ไม่มีพิษมีภัย มีแต่คนอื่นนั่นล่ะจะมาเป็นพิษเป็นภัยกับ

คุณเสียมากกว่า ดูแลตัวเองหน่อย ไม่งั้นถูกหลอกไปขายล่ะ

แย่เลย


2. ตัวหนังสือตัวโต

คนที่เขียนหนังสือตัวเท่าโอ่งเป็นคนใจกว้างเป็นโอ่งน้ำ

(ส่วนรูปร่างจะเหมือนโอ่งด้วยหรือเปล่า อันนี้ตำราไม่ได้บอกไว้)

มีน้ำใจ จริงใจ ตรงไปตรงมา ใครๆก็รัก แถมยังเป็นคนคุมสติได้ดี

เวลามีสถานการณ์เสี่ยงตายคนนี้นี่แหละจะเป็นที่พึ่งของใครๆ

หลายคน


3.ตัวหนังสือตัวหนัก
คนที่เขียนหนังสือแบบกดหนักๆ เหมือนโกรธใครมาเป็นชาติ

เป็นคนเชื่อมั่นในตัวเอง เก่ง มีความสามารถรอบตัว รับรองว่าชีวิต

นี้ไม่มีคำว่าอดตายแน่ๆ แต่ค่อนข้างจะเป็นคนเอาแต่ใจ เชื่อมั่นใน

ความคิดของตัวเองมากจนเหลิง ลืมฟังความเห็นของคนอื่น ออก

แนวดูถูกคนอื่นนิดๆ หลงตัวเองหน่อยๆ แถมบ้าอำนาจอีกด้วย


4. ตัวหนังสือบางๆ

มาตรงข้ามกับคนข้างบน คนๆ นี้จะเป็นพวกไม่มีเรี่ยวแรง

เขียนหนังสือเหมือนคนลืมกินข้าว กดน้ำหนักแต่ละทีคนอ่านแทบ

มองไม่เห็น แต่ถึงจะผอมแห้งแรงน้อยอย่างนี้ ก็มีพลังทางความ

คิด เป็นคนช่างจินตนาการ คิดอะไรเป็นตุเป็นตะได้ทั้งวัน จนบาง

ทีก็เข้าขั้นคิดมาก หรือคิดฟุ้งซ่านไปโน่นเลย เป็นคนขี้อาย ไม่

ค่อยกล้าแสดงความเห็น สุภาพ เกลียดการใช้กำลัง ไม่ชอบมีเรื่อง

กับใคร อะไรยอมได้ก็ยอมๆ กันไป ถ้าคบกับคนๆ นี้ก็ไม่ต้องกลัว

ว่าเขาจะไปสะดุดเท้าใคนเข้าจนต้องไปเกิดใหม่ก่อนวัยอันควร


5. ตัวหนังสือหวัด

ไม่รู้จะรีบไปไหน ถึงต้องรีบเขี่ยให้เสร็จๆ ไป คนแบบนี้เป็น

พวกชอบอยู่ในโลกของตัวเอง ไม่ชอบให้มีชาวบ้านเข้าไปยุ่งด้วย

เจ้าอุดมการณ์ ถ้าสนใจเรื่องอะไรแล้วจะทุ่มสุดๆ ทำแบบลืมตัวลืม

ตายกันไปข้างหนึ่งเลย ข้อดีคือเป็นคนรักใครแล้วรักจริง ไม่นิยม

เลี้ยงกิ๊ก แต่อาจจะใจร้อนไปหน่อย ต้องคบกับคนใจเย็นถึงจะไป

กันรอด


6. ตัวหนังสืออ้วน

รูปร่างจะกลมหรือเปล่าไม่รู้ แต่ตัวหนังสือน่ะ กลมๆ อ้วนๆ

แน่ๆ ลายมือแบบนี้เป็นลายมือคนเจ้าเสน่ห์ มองโลกในแง่ดี จิตใจ

ดีไม่คิดร้ายใคร ไปที่ไหนก็มีแต่คนรัก เป็นคนใจอ่อน ใครขอร้อง

อะไรก็รีบช่วยทันที โดยไม่มีคิดเล็กคิดน้อย บางทีก็เลยเสียเปรียบ

คนอื่นอยู่บ้าง ข้อเสียคือเป็นคนไม่มั่นคง ตัดสินใจไม่เด็ดขาด ก็

เลยเป็นใหญ่เป็นโตลำบาก เพราะคนที่จะเป็นเจ้าคนนายคนได้น่ะ

ต้องเหี้ยมและเขี้ยวลากดินกว่านี้


7. ตัวหนังสือเป็นระเบียบ

คนๆ นี้เป็นคนจริงจัง ทุ่มเทให้กับงาน และจะเชื่อในความ

คิดของตัวองมาก เชื่อว่าตัวเองเก่ง ใครขวางข้าเอ็งนั่นแหละผิด

ใครจะมองตัวเองยังไงก็ไม่สนใจทั้งนั้น เพราะคนอย่างข้าคือความ

ถูกต้อง เฮ้อ...!


8. ตัวหนังสือผอมๆ

ตัวหนังสือยังผอมแล้วใจจะอ้วนได้ยังไง คนๆ นี้ก็เลยเป็น

คนใจน้อย อ่อนไหว หัวใจเปราะบาง เพื่อนแหย่นิดแหย่หน่อยก็

เอาไปนอนน้อยใจแล้ว รักชีวิตสงบ เรียบง่าย ไม่ชอบออกไป

แด๊นซ์เต้นแร้งเต้นกายามราตรี และเป็นคนทำงานเนี้ยบ ทำอะไร

ต้องเพอร์เฟ็คเท่านั้น เป็นลูกน้องหัวแก้วหัวแหวนที่เจ้านายรัก

มากๆ เพราะทำงานได้ใจนายทุกอย่าง...

...เป็นยังไงกันบ้าง คุณล่ะเป็นคนเขียนหนังสืออยู่ในประเภทไหน...บอกกันบ้างนะ..ยังไงก็อ่านเพื่อความบันเทิงนะจ๊ะ...ถ้าไม่ตรงก็ไม่ต้องซีเรียส


ที่มา: FWD Email (ไม่ทราบผู้เขียน ยังไงก็ขอขอบคุณที่นำมาแบ่งปันนะครับ)




 

Create Date : 02 เมษายน 2552    
Last Update : 2 เมษายน 2552 13:02:42 น.
Counter : 420 Pageviews.  

25 วิธีมีความสุข : 25 Ways to be happy



25 วิธีมีความสุข : 25 Ways to be happy






ไม่ใช่เรื่องยากหากต้องการใช้ชีวิตให้เต็มที่

ชีวิตคนเรามีทั้งขึ้นและลง ถ้าอยากมีความสุข คุณต้องรู้จักซึมซับความรู้สึกอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นความโศกเศร้าหรือความโกรธที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน รวมทั้งยอมรับในสิ่งที่คุณมีและสถานภาพที่คุณเป็น เพื่อจะได้มีความสุขกับชีวิตมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

หากคุณหาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมจึงไม่มีความสุขทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้ลำบากยากแค้นอะไร ลองอ่านข้อคิดต่อไปนี้เพื่อจะได้ระลึกว่า “เราเองก็มีชีวิตที่ดีทีเดียว”



Light Up Idea





1 คิดใหม่
ใช้ชีวิตราวกับว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย คนที่ป่วยหนักหรือเผชิญกับอุบัติเหตุใกล้ตาย เห็นโศกนาฏกรรมหรือสูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รักมักมีมุมมองชีวิตที่ต่างออกไป หลายคนบอกว่าจะไม่ปล่อยเวลาให้สายเกินไปอีกแล้ว จะท่องเที่ยวไปในโลกกว้างหรือติดต่อพบปะเพื่อนฝูง เราทุกคนก็ควรตระหนักว่าอาจไม่มี “พรุ่งนี้” ก็ได้


2 จดบันทึก
เขียนเล่าถึงสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณทุกวัน การจดบันทึกยังช่วยแก้ปัญหาและขจัดเรื่องไม่ดีที่รกสมองออกไปได้ด้วย ลองเริ่มเขียนตั้งแต่วันนี้ รับรองได้ผลแน่


3 มองในแง่มุมอื่นบ้าง
ลองคิดว่าคุณอยากให้คนอื่นจดจำคุณในด้านใด หรือหากวันหนึ่งต้องเล่าเรื่องชีวิตตนเองให้หลานๆ ฟัง คุณจะเล่าอะไร คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกสัปดาห์และถูบ้านทุกวันหรือ แล้วที่คุณพลาดการแสดงละครของลูกที่โรงเรียนเมื่อปีที่แล้วเพราะติดประชุมเล่า ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไรบ้างเมื่อมองย้อนกลับไป


4 อย่าให้เรื่องเล็กน้อยกวนใจ
ไม่คุ้มหรอกที่จะหัวเสียกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง หากคนขับรถคันข้างๆ ไม่ยอมให้คุณเบียดเข้าเลนก็ยิ้มและโบกมือให้เขาไปเลย แล้วจะหงุดหงิดไปทำไมหากพลาดรถเที่ยวเช้า หากาแฟดื่มขณะนั่งรอคันต่อไปดีกว่า


5 ทำงานยากให้เสร็จ
ลงมือได้แล้วอย่าผัดวันประกันพรุ่ง โอ้เอ้ไปก็มีแต่ทำให้หนักใจเหนื่อยกาย ไหนๆ งานนี้ก็ต้องทำโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง ก็น่าจะทำให้เสร็จแทนที่จะมัวกังวลและคิดจนรกสมอง


6 เลิกทำตัวจำเจ
ชีวิตคงหน้าเบื่อหากทำอะไรซ้ำซากทุกวันทุกสัปดาห์ เราน่าจะมีเรื่องแปลกใหม่มาทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวยบ้าง ถ้าเอาแต่นอนตื่นสายทุกวันอาทิตย์ก็น่าจะลุกขึ้นมาแต่เช้าไปกินอาหารอร่อยๆ นอกบ้าน หรือไปตลาดแล้วจ่ายกับข้าวมาทำอาหารมื้ออร่อยกินกันที่บ้าน


7 อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น
ใครจะมีสระว่ายน้ำ เครื่องเสียงแพงๆ รุ่นล่าสุด หรือรถหรูใหม่เอี่ยมไม่ต้องสนใจ หากดูให้ดีๆ คุณอาจพบว่าคนพวกนี้ต้องทำงานสัปดาห์ละเจ็ดวัน ไม่มีเวลาเจอหน้าคนในบ้านหรือเพื่อนฝูง หรืออาจต้องผ่อนหนี้สินไปอีกหลายสิบปี แล้วชีวิตอย่างนี้ดีจริงหรือ


8 กำจัดข้าวของรกในบ้าน
เสื้อผ้าที่ไม่เคยใส่มาเป็นปี เครื่องครัวที่ตั้งอยู่ตรงนั้นจนน้ำมันจับเป็นคราบหนา ไหนจะของเล่น หนังสือเก่า และเครื่องเรือน ยกไปบริจาคเถิด นอกจากจะได้บุญแล้ว ชั้นวางของและห้องต่างๆ ในบ้านจะโล่งและเป็นระเบียบมากขึ้น


9 รู้จักเอ่ยคำว่า “ไม่”
ไม่ต้องลงมือทำเองทุกเรื่องเพราะชีวิตคุณก็วุ่นวายพออยู่แล้ว ไหนจะต้องทำเรื่องโน้น สะสางเรื่องนี้ ปล่อยให้สมองมีที่ว่างเพื่อคิดหรือทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง


10 รดน้ำต้นรัก
รักคู่ครองของคุณอย่างที่เขาเป็น ที่คุณคิดว่าเขาเปลี่ยนไปนั้นเป็นความจริงหรือ (คิดให้ดีก่อนตอบ) ของทุกอย่างเมื่อใช้งานไปได้ระยะหนึ่งก็ต้องบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมเป็นธรรมดา ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาก็เช่นกัน ต้องมีการดูแลใส่ใจกันบ้าง


11 อย่าให้ความคุ้นเคยกลายเป็นไม่ไว้หน้า
หากคุณให้เกียรติเพื่อนหรือผู้อื่น คู่ครองหรือคนในครอบครัวคุณก็ควรได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน และคุณเองก็ควรได้เกียรติจากคนในครอบครัวเช่นกัน


12 มอบความรักให้ครอบครัวและเพื่อนๆ
อย่าเขินที่จะบอกคนเหล่านี้ว่าคุณรักพวกเขาตรงไหน เมื่อเขาทำอะไรดีๆ ให้ก็กล่าวคำชื่นชมบ้าง คำชมเล็กๆ น้อยๆ ไม่เคยทำร้ายใคร


13 อย่ารับปรับทุกข์ทุกเรื่อง
หากปัญหาของเพื่อนเริ่มมีผลกระทบต่อตัวคุณ ก็ไม่ต้องฝืนทำตัวเป็นเสาหลักให้เขาพิงอยู่เรื่อยไป ให้เพื่อนหัดแก้ปัญหาและก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยตัวเอง


14 ติดต่อเพื่อนเก่า
คุณอาจขาดการติดต่อกับเพื่อนไปนาน แต่ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะโทรศัพท์ ส่งอีเมล์ หรือเขียนจดหมายถึงเขา และนานแค่ไหนแล้วที่คุณไม่ได้คุยกับป้า ท่านอยากได้ยินเสียงคุณจะแย่แล้ว


15 บำรุงอารมณ์ด้วยสีเขียว
ดอกไม้สดจากสวน หรือตื่นแต่เช้าไปตลาดซื้อดอกไม้ ผักผลไม้ราคาไม่แพงมาแต่งบ้านให้สดใส คุณเคยมีสวนกระถางในบ้านไม่ใช่หรือ นำกลับมาอีกครั้ง แล้วบ้านคุณจะชุ่มชื่นมีชีวิตชีวาแน่นอน


16 ไปทะเลกันดีกว่า
ทิวทัศน์กว้างไกล สายลม เกลียวคลื่น สองเท้าเปลือยเปล่าย่ำบนผืนทราย และแสงแดดระยับ ไม่มีอะไรทำให้จิตใจเริงรื่นชื่นบานได้ดีกว่านี้อีกแล้ว


17 สร้างสรรค์ผลงาน
จะเป็นภาพเขียน งานปั้น เย็บปักถักร้อย อบขนม จัดสวน หรืออะไรก็ได้


18 สูดอากาศบริสุทธิ์
ออกไปข้างนอกหรือเปิดหน้าต่างกว้างๆ สูดหายใจให้เต็มปอด คุณจะรู้สึกว่าอากาศเสียถูกขับออกจากตัว


19 ออกไปเดินเล่น
การออกกำลังเบาๆ จะช่วยเติมชีวิตชีวาให้คุณทั้งร่างกายและจิตใจตั้งแต่เดินเล่นครั้งแรกเลยทีเดียว การออกกำลังสม่ำเสมอจะทำให้คุณกระปรี้กระเปร่าและรู้สึกดีขึ้นทุกวัน


20 ดูหนังตลกและหัวเราะให้สบายใจ
ร้านให้เช่าวิดีโอมีหนังเบาสมองให้เลือกมากมาย จะเป็นหนังไทยหรือฝรั่งไม่สำคัญ ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาบ้าง


21 ย้ายเครื่องเรือนและของแต่งบ้าน หรืออาจทาสีห้องและผนังใหม่ด้วย
รับรองว่าบรรยากาศที่ได้คุ้มค่าไม่แพ้วันหยุดเลยทีเดียว


22 รอคอยสิ่งดีๆ
เช่นวันหยุดพักร้อน ออกไปเที่ยวกับเพื่อนฝูง หรือแม้แต่ไปนวดแผนโบราณ



23 ชวนเพื่อนมากินมื้อค่ำ
จัดห้องและโต๊ะอาหารที่บ้านให้แปลกไปจากเดิม เสิร์ฟเครื่องดื่มค็อกเทลหรือแชมเปญ เปิดเพลงเสริมบรรยากาศ สนุกกับการเตรียมอาหาร ทุกคนจะปลาบปลื้มหากเห็นว่าคุณทุ่มสุดฝีมือ แล้วค่ำคืนนั้นก็จะครึกครื้น


24 ยิ้มไว้
ยิ้มเป็นโรคติดต่อ ไม่เชื่อก็ลองยิ้มดูสิ


25 ทำให้คนอื่นมีความสุขบ้าง
ทำเพื่อตัวเองมามากแล้วก็น่าจะทำเพื่อคนอื่นบ้าง เริ่มจากอดกลั้นไม่บีบแตรไล่รถที่วิ่งเหมือนเต่าคลาน หรืออาสาช่วยงานกุศล เพียงเท่านี้ การใช้ชีวิตให้สุดคุ้มก็ไม่ยากอย่างที่คิด



เรียบเรียงจาก Nature & Health โดย Wendy McCready



ที่มา: FWD Email




 

Create Date : 27 มีนาคม 2552    
Last Update : 27 มีนาคม 2552 20:18:47 น.
Counter : 173 Pageviews.  

พูดจาแบบมีเสน่ห์



พูดจาแบบมีเสน่ห์





* *โบราณเคยบอก "พูดดีเป็นศรีแก่ตัว พูดชั่วอัปราชัย"
*
หลายคนมาแผลงเป็น *"พูดดีเป็นศรีแก่ปาก พูดมากปากจะมีสี" *จะยึดคำกล่าวไหนก็ได้ค่ะ
เพราะหัวใจสำคัญอยู่ที่การ *"พูดให้ดี" *


*ทำไมต้องพูดให้ดี... *


เพราะการพูดให้ดีนั้น ฟังแล้ว *"เข้าหู" *ชวนฟัง ชวนให้คล้อยตาม
ชวนให้รู้สึกประทับใจและก่อให้เกิดสิ่งดี ๆ ตามมาได้อีกมากมาย


การพูดเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตค่ะ เพราะตลอดทั้งชีวิต
เราต้องอาศัยการพูดเป็นการสื่อสารที่สำคัญ


พูดไม่เป็น
พูดไม่เข้าหูคน
หรือพูดแล้วคนอยากพาไป


*"ผ่าสุนัขออกจากปาก" *อย่างที่เขาล้อ ๆ กันนั้น


ท่าทางชีวิตจะย่ำแย่
ดังนั้นมาเรียนรู้การพูดการจาให้เป็นสง่าราศีแก่ชีวิตดีกว่าค่ะ


**
*1. คนจะพูดดีได้ต้องเริ่มจากคิดดี
*
ไม่มีประโยชน์ที่เราจะเริ่มต้นจากการคิดร้ายแม้กับคนที่เราไม่ถูกชะตาด้วย
ที่สุด ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องพูดจาไม่ดีกับเขา


*การคิดดี *ถือเป็นเรื่องพื้นฐานของมนุษย์ เป็นพื้นฐานของจิตใจที่ดีงาม


*ใครก็ตามที่รู้จักคิดดี *


เขาก็จะเห็นแง่งามของโลกของชีวิต ของตนเอง และของผู้อื่น
เมื่อเห็นแง่งามหรือแง่ดีของสิ่งต่าง ๆ เขาก็ย่อมมีทัศนคติที่ดี


มีท่าทีที่ดีและเมื่อต้องพูดจากเสวนากัน เขาก็ย่อมพูดจาดี


*การพูดจาดี *


ไม่เพียงแต่สะท้อนการให้เกียรติและเคารพในตัวคนอื่น
แต่ยังสะท้อนการให้เกียรติและเคารพตนเองอีกด้วย
คนจะพูดจาดีได้ต้องรับการอบรมมาดี อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี


*ดิฉันขอย้ำอีกครั้งว่า *


บุคลิกภาพดี ๆ เริ่มต้นที่ครอบครัว
การพูดจาดีก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องเริ่มจากในบ้าน
พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างของคนที่พูดจาดี ๆ ต่อกัน
ต้องเป็นผู้ชี้แนะคุณค่าของการพูดดี


*พูดดีในที่นี้หมายความว่าอะไร *


หมายความว่า


พูดเพราะ
พูดคำสุภาพ
มีน้ำเสียงที่สุภาพ
มีหางเสียงครับ ค่ะ จ๊ะ จ้ะ
เพื่อแสดงความมีมารยาท
มีไมตรีจิต
ไม่พูดคำหยาบ
ไม่ใส่ร้าย
ไม่ตะคอกตะเบ็งใส่กัน
ไม่ประชดประชัน
ไม่โกหกพกลม


*คนจะพูดดีเช่นนี้ได้จะคิดร้ายอยู่ในใจไม่ได้แน่นอน *


เพราะความร้ายกาจในใจจะเผยมาทางคำพูด น้ำเสียง แววตา หรือท่าทีขณะที่พูดได้
จึงจำเป็นต้องฝึกตนให้เป็นคนคิดดี


**
*2. พูดถูกกาลเทศะ
*
ไม่ใช่ตลอดเวลาหรอกค่ะ ที่คนเราจะพูดได้ ต้องมีบ้างบางขณะที่เราหยุดพูด
เพื่อเป็นผู้ฟังคนอื่นพูดบ้าง


*คนบางคนถูกตั้งข้อสังเกตว่า "ผีเจาะปากมาพูด" *


คือพูด ๆๆๆๆ ฟังไม่เป็น ไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นพูด
ทำตัวเป็นผู้รู้ไปหมดทุกเรื่อง จึงพูดอยู่ตลอดเวลาคนแบบนี้น่ารำคาญ จริงไหมคะ


*อย่าทำตัวน่ารำคาญ *


ด้วยการพูดจาไม่หยุดไม่หย่อน ไม่ดูวาระและโอกาส
คนพูดเป็นจะรู้ว่าโอกาสไหนควรพูด โอกาสไหนควรฟัง และโอกาสไหนควรวางเฉย
คนที่รู้จักพูดเขาจะดูสถานที่


*และเลือกวิธีพูดจาให้เหมาะสมกับผู้ฟังและสถานที่ *


ผู้ฟังที่อาวุโสกว่าเรา เราต้องพูดด้วยท่าทีและน้ำเสียงอย่างหนึ่ง
เป็นเพื่อนกันก็พูดอย่างหนึ่ง
เป็นน้องเป็นนุ่งเราก็ต้องพูดอีกแบบหนึ่ง
พูดในที่ประชุมจะเหมือนพูดในกลุ่มเพื่อนไม่ได้
พูดคุยกับเพื่อนก็อย่าทำตัวน่าเบื่อเหมือนบรรยายวิชาการ


การปรับตัวหรือพลิกแพลงตามสถานการณ์ที่ต่างกันไปเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเรียนรู้


*หลักการพูดให้ถูกกาลเทศะทำได้ง่าย ๆ คือ *


ดูว่าเราต้องพูดในหัวข้อไหน
เรื่องอะไร
พูดที่ไหน
ใครฟัง
ผู้ฟังกี่คน
ฟังกันในที่เปิดเผยหรือในห้องจำกัด
พูดสั้นหรือพูดยาว
จริงจังหรือกันเอง
ใครอ่านสถานการณ์ออก
เตรียมตัวพร้อม ก็สามารถพูดจาได้น่าจดจำตามวาระและโอกาสนั้น ๆ ได้เสมอ
*3. พูดมีเนื้อหาสาระ
*
ห้ามพูดเรื่อยเปื่อย ไม่ว่าจะคุยกันกับเพื่อน ผู้ร่วมงานพ่อแม่
หรือพูดในที่ประชุมหรือที่สาธารณะ


*ก็ต้องมีเป้าหมายในการพูด *พูดอย่างมีสาระ
มีขอบเขตชัดเจนว่าต้องการสื่อสารเรื่องอะไร หรือต้องการจะบอกกับผู้ฟังว่าอะไร
*4. พูดจาให้น่าฟัง
*
น้ำเสียงที่กังวานแจ่มใส ดังพอประมาณ พูดจาฉะฉานชัดเจน
จะดึงดูดความสนใจจากผู้ฟังได้มาก การพูดในบ้างครั้งต้องพูดปากเปล่า
แต่บ่อยครั้งก็ต้องพูดผ่านไมโครโฟน


*หากมีโอกาสฝึกฝนเรื่องการใช้เสียงอย่างเหมาะสมทั้งแบบปากเปล่าและผ่านไมโครโฟนได้
*


ก็ควรทำ เพราะการพูดผ่านไมโครโฟนนั้น
ต้องมีระยะใกล้ไกลระหว่างปากกับไมโครโฟนที่พอเหมาะ เสียงจึงจะชัดเจน
ไม่มีเสียงเสียดแทรกจนผู้ฟังรู้สึกไม่สบายหู หรือรำคาญ


**
*5. พูดให้เกิดความรู้สึกร่วม
*
*วิธีการง่าย ๆ คือ *


สบตากับผู้ฟังอย่างทั่วถึง ตั้งคำถามในขณะพูดแล้วค่อย ๆ
อธิบายเพื่อนำไปสู่คำตอบ สอบถามผู้ฟังบ้างในบางหัวข้อที่ง่าย ๆ
หรือเป็นเรื่องของประสบการณ์
เป็นเรื่องของความคิดเห็นที่ไม่ใช่เรื่องซึ่งเมื่อตอบแล้วอาจถูกหรือผิด


*ผู้พูดจำเป็นต้องรู้พื้นภูมิของผู้ฟังบ้าง *


เพื่อพูดในภาษาที่เขาเข้าใจง่าย
บางครั้งการพูดด้วยสำเนียงท้องถิ่นก็ทำให้ผู้ฟังรู้สึกดี รู้สึกเป็นกันเอง
อย่าพูดไทยผสมกับภาษาต่างประเทศโดยไม่อธิบาย
เลือกใช้ภาษาต่างประเทศเท่าที่จำเป็นเท่านั้น


และยกตัวอย่างที่คาดว่าผู้ฟังน่าจะมีประสบการณ์ร่วม อย่ายกตัวอย่างไกลตัว


*การพูดเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของคนเรา *


เป็นภาพฟ้องอุปนิสัยใจคอ จึงไม่อาจพูดจาเรื่อยเปื่อย ไร้จุดหมาย
ไร้การระมัดระวังได้


การพูดนำมาซึ่งมิตรและศัตรู แต่ก็นั่นแหละ
เราเลือกได้นี่คะว่าจะพูดให้ได้เพื่อน หรือพูดให้ได้ศัตรู


การพูดทำให้คนเราดูดีหรือดูแย่ได้ทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเราเลือกอะไร


ที่มา: FWD Email




 

Create Date : 20 มีนาคม 2552    
Last Update : 27 มีนาคม 2552 19:48:31 น.
Counter : 186 Pageviews.  

ตำราสร้างบ้าน

ตำราสร้างบ้าน




::: ขึ้นบ้านใหม่ :::





การขึ้นบ้านใหม่ครั้งแรก ตามตำราท่านให้ขึ้นวันพุธ วันพฤหัสบดี และศุกร์



ขึ้นทางทิศตะวันออก จะเป็นความ หรือถูกใส่ร้าย
ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จะมีเคราะห์ทุกข์โศกคนในบ้านจะตาย
ขึ้นทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะมีโชคลาภจากผู้ใหญ่
ขึ้นทางทิศตะวันตก คนในบ้านจะเจ็บไข้ได้ป่วย
ขึ้นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะมีแต่ความสุขสบาย เย็นใจ มีโชคลาภ
ขึ้นทางทิศเหนือ จะมีลูกหลานบริวารและญาติพี่น้องมาก
ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีเครื่องใช้อุปโภคบริโภคมาก






::: ตำราปลูกเรือน สร้างบ้านที่อยู่อาศัย :::





๑. ถ้าปลูกเรือนใน ปีชวด ให้เอาไม้ราชพฤกษ์ปักเสา จึงยกเสา
๒. ถ้าปลูกเรือนใน ปีฉลู ให้เอาต้นกล้วยและผ้าขาวพันที่ปลายเสาเอก จากนั้นเอาไม้มะตูมปักต้นเสา ๓ กิ่งแล้วจึงยกเสา
๓. ถ้าปลูกเรือนใน ปีขาล ให้เอาข้าว ๓ กระทง น้ำ ๓ ขัน รดต้นเสาแล้วจึงยกเสาขึ้น
๔. ถ้าปลูกเรือนใน ปีเถาะ ให้เอาใบตะเคียน ใบเฉียงพร้าหอมและต้นกล้วยห่อที่ปลายเสาแล้วค่อยยกเสาขึ้น
๕. ถ้าปลูกเรือนใน ปีมะโรง ให้เอาใบมะกรูดพันรอบปลายเสา จึงค่อยยกเสา
๖. ถ้าปลูกเรือนใน ปีมะเส็ง ให้เอาใบทอง ๒ กิ่งผูกที่ปลายเสา จากนั้นเอาข้าว ๓ กระทง ธูปเทียนบูชา ค่อยยกเสา
๗. ถ้าปลูกเรือนในปีมะเมีย ให้เอาใบขี้เหล็กมากวาดตั้งแต่ปลายเสาลงมาจนถึงต้นเสา ๓ ครั้ง และเอาน้ำสะอาดรดปลายเสา
ครั้นไก่ขันแล้วจึงยกเสา
๘. ถ้าปลูกเรือนใน ปีมะแม ให้เอาใบเงิน ๓ ใบ ใบหมากผู้ ๓ ใบ ใบหมากเมีย ๓ ใบ ต้นกล้วย ต้นอ้อยใส่ในหลุม แล้วจึงยกเสา

๙. , ๑๐. ถ้าปลูกเรือนใน ปีวอกหรือ ปีระกา ให้เอาเทียน ๓ เล่ม เอาไปผูกข้างเสาหัวนอนแล้วจึงยกเสา
๑๑., ๑๒. ถ้าปลูกเรือนใน ปีจอหรือ ปีกุน ให้เอาข้าวตอกและใบบัวบกรองต้นเสา แล้วจึงยกเสา
ตำรายกเสาเรือน

หากคุณจะสร้างบ้านเรือน และยกเสาเอก ควรกระทำให้ถูกตามตำราดังนี้
ยกเสาเรือนเดือน ๔ , ๕ , ๖ ให้ยกเสาเอกทางทิศอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้) จะเกิดโชคลาภ เป็นสิริมงคลแก่ผู้อยู่อาศัย
ยกเสาเรือนเดือน ๗ , ๘, ๙ ให้ยกเสาเอกทางทิสหรดี (ตะวันตกเฉียงใต้) ผู้อยู่อาศัยในเรือน ปลอยภัยไร้โรคภัย มีโชคลาภดีนักแล
ยกเสาเรือนเดือน ๑๐ , ๑๑ , ๑๒ ให้ยกเสาเอกทางทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ) จะเกิดสิริมงคล พ้นเคราะห์ภัย ไม่อับจน
ยกเสาเรือนเดือน ๑, ๒, ๓ ให้ยกเสาเอกทางทิศอีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) จะอยู่ดีกินดี เป็นมหาสิริมงคลแก่ผู้อยู่อาศัยเรือนนั้น

หมายเหตุ:
โบราณาจารย์ทั้งหลายท่านว่า ไม่ควรปลูกเรือน สร้างบ้านที่อยู่อาศัย ในเดือน ๑ , ๓ , ๕ , ๗ , ๘ , ๑๐ , ๑๑
เดือนที่ควรปลูกเรือนคือเดือน ๒, ๔, ๖, ๙ , ๑๒




หลังจากทำบุญทุกครั้ง ควรแผ่เมตตาหรือกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญให้เจ้ากรรมนายเวรและสรรพสัตว์ด้วย


ที่มา: FWD Email




 

Create Date : 06 มีนาคม 2552    
Last Update : 8 มีนาคม 2552 13:09:21 น.
Counter : 347 Pageviews.  

ภาษาไทย - ภาษาลาว (บ้านพี่เมืองน้องเด้อ!)

ที่มา: Fwd email .... ไม่ทราบผู้เขียน ขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อนะครับ


ภาษาไทย ---> ภาษาลาว

ห้องคลอด ---> ห้องประสูติ
ห้องไอซียู ---> ห็องมรสุม
ปั้มเชลล์ ---> ปั้มหอย
ไฟแดง ---> ไฟอำนาจ
ไฟเขียว ---> ไฟอิสระ
ร้านถ่ายรูป ---> ร้านแหกตา
ผ้าเย็น ---> ผ้าอนามัย
Johnny Walker ---> บักจอนย่าง

ภาพยนต์

Superman ---> บักอึดถลาลม
Face off ---> หน้าข่อยอยู่ปู้น หน้าเปิ้นอยู่นี่
Speed ---> เบรก บ่ อยู่
รักจริงๆให้ดิ้นตาย ---> ฮักคักคัก ชักแงกแงก
โลกทั้งใบให้นายคนเดียว ---> โลกโม้ดหน่วยให้โต๋ผู้เดียว
หนูน้อยพเนจร ---> บักหำน่อยตุรัดตุเหร่




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2552 13:17:01 น.
Counter : 333 Pageviews.  


byonya
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




I am not a perfect, but simple!

 
 
Custom Search



 
 

Website น่าสนใจ  
 
หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท

เว็บการศึกษา Eduzones.com

Business Web Directory .biz - Business Directory
 


Word of the Day

This Day in History

Quote of the Day

Hangman




Friends' blogs
[Add byonya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.