Business, Management, Skill, Experiences--แลกเปลี่ยน เรียนรู้ แบ่งปัน ประสบการณ์ บริหาร และอื่น ๆ
Group Blog
 
All blogs
 

ขุมทองจากกองขยะ


ขุมทองจากกองขยะ




ที่มา: จดหมายข่าวรายเดือน
สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ

โดย
พอฤทัย ปราดเปรียว
porruthai@ftpi.or.th


ปีที่ 9 ฉบับที่ 109 เมษายน 2552






ผู้เขียนมีโอกาสไปเยี่ยมชมบริษัท เอ็น โอเค พรีซิชั่น คอมโพเนนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่หลายครั้งหลายครา และก็พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกครั้งที่ไปเยือน ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่มีมุมมองการบริหารแบบใหม่ และสนุกกับการสร้างความเปลี่ยนแปลงในองค์กร ไม่ว่าจะเป็น “Knowledge Center” โรงเรียนในโรงงาน หรือ “NOK shop” ร้านค้าสวัสดิการเพื่อพนักงาน แม้กระทั่งการบริหารขยะ ที่ทุกองค์กรปฏิบัติ แต่จะมีสักกี่องค์กรที่ประสบความสำเร็จ
วันนี้จึงขอหยิบยกข้อเขียนของ คุณอรณิชา พิทักษ์เศรษฐการ คณะกรรมการการจัดการความรู้ ของบริษัท NOK ที่เล่าเรื่อง “ขุมทองจากกองขยะ” มาถ่ายทอดต่อยังสมาชิกจดหมายข่าว ดังนี้ค่ะ
NOK เป็นบริษัทที่อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม การกำจัดขยะจะถูกดำเนินการโดยนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นั่นหมายความว่า หากขยะยิ่งมากจะยิ่งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามไปด้วย NOK จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการจัดการขยะขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนพนักงานจากแผนกต่าง ๆ ทำหน้าที่ในการเสนอความคิดเห็นและร่วมกันวางแนวทางในการจัดการกับขยะขององค์กร
คณะกรรมการเริ่มจัดการกับขยะในเบื้องต้น ด้วยการจัดหาถังขยะสำหรับทิ้งขยะแยกตามประเภท รวมถึงถังสำหรับเทน้ำที่ค้างอยู่ในขยะชนิดที่รีไซเคิลได้ เนื่องจากบริษัทรับซื้อของเก่าจะรับซื้อเฉพาะขยะที่แห้งแล้วเท่านั้น ในส่วนสำนักงาน คณะกรรมการได้รณรงค์ให้ใช้กระดาษ 2 หน้าก่อนทิ้ง และจัดหากล่องสำหรับทิ้งกระดาษ แจกจ่ายไปยังแผนกต่าง ๆ ภายใต้ชื่อโครงการ “กาด-แยก-กระ-ด่อง” ซึ่งหมายถึง กล่องแยกกระดาษนั่นเอง กล่องนี้จะมีช่องสำหรับทิ้งกระดาษ 2 ประเภท ได้แก่ กระดาษที่พิมพ์ด้วยหมึกดำ และกระดาษที่พิมพ์ด้วยหมึกสี เพราะเวลานำไปขายราคาจะแตกต่างกัน
กระบวนการดังกล่าว ถือเป็นต้นทางในการคัดแยกขยะจากพนักงาน เมื่อขยะถูกเก็บรวบรวมจากจุดต่าง ๆ ทั่วโรงงานแล้ว แม่บ้านจะนำขยะไปรวมไว้ที่โรงขยะ ที่มีการแบ่งพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยแยกเป็นโรงเก็บขยะทั่วไป และโรงเก็บขยะรีไซเคิล
สำหรับโรงเก็บขยะทั่วไปนั้น ใช้สำหรับพักขยะที่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ เพื่อรอส่งให้การนิคมฯ กำจัด นอกจากการจัดระบบบริหารพื้นที่แล้ว แม่บ้านจะต้องชั่งน้ำหนักของขยะแต่ละถุงและบันทึกลงสมุดไว้ เพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้การนิคมฯ และเก็บเป็นสถิติเพื่อติดตามผลการรณรงค์การลดขยะขององค์กร
ขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ แม่บ้านจะนำมาล้างทำความสะอาดในเบื้องต้น เพื่อป้องกันกลิ่นเหม็น ก่อนส่งขายให้กับบริษัทรับซื้อของเก่าต่อไป ส่วนขยะสด จะถูกนำมาเป็นวัตถุดิบในการทำน้ำจุลินทรีย์ชีวภาพและปุ๋ยหมัก เพื่อใช้ใส่ต้นไม้รอบ ๆ บริเวณโรงงาน นอกจากนี้น้ำจุลินทรีย์ยังใช้ล้างพื้นและท่อ เพื่อกำจัดกลิ่นเหม็นได้อีกด้วย

การบริหารกระบวนการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ช่วยให้องค์กรสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการส่งขยะให้การนิคมฯ กำจัด รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต้นไม้บริเวณโรงงาน นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการขายขยะรีไซเคิลอีกด้วย
รายได้จากการขายขยะรีไซเคิล จะถูกแปรเป็นเงินทุนสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์กร เช่น ซื้ออุปกรณ์สำหรับห้องซ้อมดนตรีให้กับพนักงาน เป็นเงินทุนก้อนแรกในการเปิดร้านค้าสวัสดิการ และใช้สำหรับซื้อต้นไม้มาปลูกเพื่อเพิ่มความร่มรื่นให้กับโรงงาน
จะเห็นได้ว่า “ขยะ” ไม่ใช่สิ่งไร้ค่าที่ใคร ๆ ไม่ต้องการอีกต่อไป หากรู้จักจัดการอย่างเป็นระบบ ก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าและแปรสภาพเป็นสินทรัพย์อื่น ๆ ได้ นอกจากช่วยองค์กรและตัวพนักงานเองแล้ว ยังช่วยรักษาโลกใบนี้ให้น่าอยู่อีกด้วย อย่างนี้จึงจะเรียกว่า “ขุมทองจากกองขยะ”
“เปลี่ยน ขยะ เป็น ทรัพยากร...ง่ายๆ ด้วยมือเรา”
ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ

คุณสราวุธ พันธุชง
Information Technology Manager
บริษัท เอ็น โอเค พรีซิชั่น คอมโพเนนท์ (ประเทศไทย) จำกัด





 

Create Date : 21 เมษายน 2552    
Last Update : 23 เมษายน 2552 9:50:17 น.
Counter : 383 Pageviews.  

การอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปตามกฎของธรรมชาติ (Charles Robert Darwin 's law)

การอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปตามกฎของธรรมชาติ (Charles Robert Darwin's law)



“It is not the strongest of the species that survives,
nor the most intelligent; it is the one that is most adaptable to change.”
Charles Robert Darwin (1809-82)



แปลสรุปได้ว่า ....

สายพันธุ์สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ไม่ใช่สายพันธุ์ที่ แข็งแรงที่สุด และไม่ใช่สายพันธุ์ที่ ฉลาดมากที่สุด
ที่จะสามารถดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ได้ แต่สายพันธุ์ที่จะดำรงอยู่ได้ คือ สายพันธุ์ที่
สามารถปรับตัวได้ดีที่สุด

โดย...ชาร์ล โรเบิร์ต ดาร์วิน




ตอนนี้เศรษฐกิจแบบนี้ ทุกคนต้องปรับตัวให้มากที่สุด เพื่อดำรงตนให้รอดไปได้!!!


รวบรวม: Byonya (21-04-2552)




 

Create Date : 21 เมษายน 2552    
Last Update : 21 เมษายน 2552 17:34:44 น.
Counter : 736 Pageviews.  

สร้างกำลังใจ...ให้ตัวเองกันไหม

สร้างกำลังใจ...ให้ตัวเองกันไหม




ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป และต้องดำเนินต่ออย่างดีด้วย

นางสิริลักษณ์ ตันสิริ นักพูดที่สร้างกำลังใจหญิงคนแรกของเมืองไทย ได้แนะนำวิธีการสร้างกำลังใจที่จะทำให้รู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาในการดำเนินชีวิตอย่างเปี่ยมสุข ด้วยการปฏิบัติง่ายๆ ว่าด้วยเรื่อง "5 อ." ที่ต้องให้ความสำคัญคือ 1.อากาศ 2.อาหาร 3.อารมณ์ 4.อุจจาระ และ 5.ออกกำลังกาย

แต่... "อ." ที่สำคัญมากๆ และไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง คือ "อารมณ์" โดยนางสิริลักษณ์เน้นย้ำความสำคัญของเรื่องนี้ว่า คุณภาพชีวิตของเรา คือ คุณภาพของอารมณ์ที่มีในแต่ละวัน ส่วนวิธีปฏิบัติให้มีอารมณ์และมีกำลังใจที่ดีทำได้ง่ายๆ ดังนี้



1.คิดถึงแต่เรื่องที่ดีๆ มองทุกอย่างในแง่บวก เวลาที่ได้รับสิ่งที่ไม่ชอบใจ ให้นึกถึงว่ายังมีคนได้รับอะไรที่แย่กว่าเราอีก หรือคิดว่าสิ่งที่เราได้รับอยู่นี้อาจจะโชคดีอยู่แล้วก็ได้ ลองคิดดูว่าถ้าได้รับอะไรที่แย่กว่านี้ เราจะเลือกเอาแบบไหน?

สิริลักษณ์ ตันสิริ


2.พูดคำว่า "โชคดี" บ่อยๆ ถึงแม้จะมีบางอย่างในชีวิตไม่ดีบ้าง แต่ก็ให้พยายามคิดในแง่ดีเสมอ


3.พูดคำว่า "ขอบคุณ" บ่อยๆ เช่นกัน ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาให้พูดว่า "ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ต่อวีซ่าให้ฉันอีก 1 วัน เย้!" "ขอบคุณหัวใจของฉันที่ไม่เคยหยุดเต้นแม้แต่สักวินาทีเดียว!" ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่เราระลึกถึงได้

4.ยอมรับในทุกสิ่ง ทำใจให้สบาย อย่าไปคาดหวังว่าอะไรจะต้องเป็นอะไร ถ้าเราไม่คาดหวังใจของเราก็จะไม่เป็นทุกข์


5.ทำสมาธิให้จิตใจผ่องใส เบิกบาน สงบเย็น ความสุขสงบในใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ทุกๆ วันขอให้จัดเวลาที่จะนั่งเงียบๆ ทำสมาธิ หรือฟังเพลงเบาๆ ผ่อนคลายให้มากที่สุด นึกถึงแต่เรื่องดีๆ เรียกความทรงจำดีๆกลับมาสัมผัสอีกครั้ง แต่ระวังอย่าให้เกิดความอาลัยอาวรณ์แล้วเป็นทุกข์เด็ดขาด


รู้เช่นนี้แล้วมาเริ่มสร้างกำลังใจให้ตัวเองกันดีกว่า




ที่มา: http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01lad01210452§ionid=0115&day=2009-04-21




 

Create Date : 21 เมษายน 2552    
Last Update : 21 เมษายน 2552 11:07:31 น.
Counter : 374 Pageviews.  

'ธนบัตร' รู้ใช้เพิ่มค่า ขาด-ชำรุดอย่าทิ้ง !?!


'ธนบัตร' รู้ใช้เพิ่มค่า ขาด-ชำรุดอย่าทิ้ง !?!





แม้ปัจจุบันจะมีเครื่องมือชำระเงินประเภท ต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทสำคัญ แต่ภาคธุรกิจและประชาชนยังคงใช้ ธนบัตร เป็นสื่อกลางการชำระเงินอย่างต่อเนื่อง และเมื่อธนบัตรถูกใช้เปลี่ยนมือหลายครั้งย่อมมีสภาพเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทั้งอาจเปรอะเปื้อนเปื่อยขาด ฯลฯ หรือบางครั้งเก็บรักษาธนบัตรไม่เหมาะสมอาจถูกแมลงกัดแทะ จนธนบัตรเสียหายกลายเป็นธนบัตรชำรุดไม่สามารถนำมาใช้ได้ตามปกติ

จากหน้าที่ผลิตธนบัตร บริหารจัดการธนบัตรหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจให้มีปริมาณเพียงพอ มีคุณภาพดีเป็นที่พึงพอใจของประชาชนและประชาชนมีความมั่นใจในธนบัตรไทย สาย ออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้รับหน้าที่ดังกล่าวตลอดมาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจการ เงิน ในปี พ.ศ. 2547 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับเปลี่ยนนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการธนบัตรมาเป็นระบบการจัดการตามบทบาทหน้าที่ของธนาคารกลางที่เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ในระบบการบริหารจัดการธนบัตรทุกกลุ่ม ภายใต้ระบบบริหารจัดการธนบัตรแนวใหม่นี้ สถาบันการเงินจึงมีส่วนร่วมและมีบทบาทในการดำเนินธุรกรรมด้านธนบัตรร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยมากขึ้น

ในการดำเนินงานด้าน การบริหารจัดการธนบัตร สถาบันการเงินจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนกระจายธนบัตรสู่ประชาชน จ่ายธนบัตรใหม่และรับแลกธนบัตรชำรุดจากประชาชน รวมทั้งมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการธนบัตรที่หมุนเวียนในระบบให้มีคุณภาพดี โดยศูนย์เงินสดกลางของธนาคารพาณิชย์จะเป็นผู้นับคัดธนบัตร เพื่อนำธนบัตรที่ยังคงมีสภาพดีออกใช้หมุนเวียนใหม่และนำธนบัตรที่คุณภาพ ต่ำส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทำลาย

จากที่ผ่านมาเพื่อสนับสนุนการดำเนินการบริหารจัดการธนบัตร สร้างแรงจูงใจให้สถาบันการเงินได้พัฒนางานด้านธนบัตร ให้มีประสิทธิภาพขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดประเมิน คุณภาพการบริหารจัดการธนบัตรของสถาบันการเงินพร้อมมอบรางวัลเป็นครั้งแรก จิตติมา ดุริยะประพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดการธนบัตร สาย ออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความรู้บอกเล่าถึง การบริหารจัดการธนบัตรซึ่งไม่เพียงส่งผลให้ประชาชนมีธนบัตรสภาพดี หมุนเวียนใช้ตลอดแล้วยังช่วยลดปัญหาธนบัตรปลอม ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศว่า การบริหารจัดการธนบัตรแนวใหม่ที่ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีส่วนร่วมบริหารจัดการธนบัตรทำให้เกิดการกระจายธนบัตรอย่างทั่วถึงผ่านสาขาธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจส่งผลให้ภาคธุรกิจเอกชนและประชาชนมีความคล่องตัวในการใช้เงินสด

อีกทั้งยังทำให้ระบบเศรษฐกิจมีธนบัตรสภาพดีหมุนเวียนเพียงพอมีการพัฒนาและ นำเทคโนโลยีเกี่ยวกับการบริหารจัดการธนบัตรที่ทันสมัยมาใช้ ในการจัดการให้ธนบัตรมีประสิทธิภาพพร้อมบริการแก่ประชาชน ซึ่งธนาคารพาณิชย์ ก็ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์มาตรฐานของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

“จากที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีทั้งในเรื่องการกระจายธนบัตรนับคัดธนบัตรเป็นตัวแทนแบงก์ชาติในการจ่ายธนบัตรใหม่ แลกธนบัตรชำรุด แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องมีการพัฒนามาตรฐานการทำงานให้เป็นมาตรฐานสากล ให้ประชาชนได้รับความ สะดวกมากขึ้น การมอบรางวัลจึงเป็นการให้กำลังใจสร้างแรงจูงใจ

ช่วงที่ผ่านมาสิ่งที่ได้รับร้องเรียนจากประชาชนคือ ความไม่สะดวกในการรับแลกธนบัตรชำรุด อย่างไรก็ตามเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่กำหนดช่วงเวลาให้บริการด้านธนบัตรแก่ประชาชนในวันพุธ ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกขึ้น แบงก์ชาติได้ทำความตกลงกับธนาคารออมสินให้บริการรับแลกธนบัตรชำรุด ธนบัตรใหม่เสริมจากที่ธนาคารพาณิชย์ดำเนินการอยู่ ธนาคารออมสินจะรับแลก ธนบัตรใหม่และชำรุดทุกวันทำการ ประชาชนก็จะได้รับบริการที่สะดวกมากขึ้น”

ในผลที่เกิดขึ้นมีประชาชนมาแลกธนบัตรชำรุดเพิ่มขึ้น ได้รับความสะดวกมากขึ้น 9 พันกว่าราย ธนบัตรทุกชนิดหากเป็นธนบัตรจริงนั้นมีค่า ธนบัตรชำรุดตามหลักเกณฑ์หากเป็นธนบัตรจริงมีพื้นที่เหลืออยู่ 3 ใน 5 ของตัวธนบัตรสามารถนำมา แลกได้

“ธนบัตรชำรุดไม่ว่าจะฉีกขาดไปเสี้ยวหนึ่ง ไฟไหม้ มอดปลวกแทะ ฯลฯ หากมีพื้นที่เหลืออยู่ดังกล่าว เป็นธนบัตรจริงสามารถนำมาแลกได้ทั้งที่ ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารออมสินซึ่งจะได้ธนบัตรใบใหม่ตามราคาจริง

แต่หากเหลืออยู่ไม่ถึง 3 ใน 5 หรือมีประเด็นสงสัยทางธนาคารจะขอให้ลูกค้า เขียนใบคำร้องขอแลกธนบัตรยื่นไว้โดยธนาคารจะรวบรวมส่งแบงก์ชาติเพื่อตรวจพิสูจน์ว่าใช่ธนบัตรจริงหรือไม่ อย่างในกรณีไฟไหม้ธนบัตรสามารถนำมาแลกเปลี่ยนได้เช่นกัน แต่ต้องนำสิ่งที่ไหม้มาทั้งหมดหรือถ้าธนบัตรทั้งมัดถูกไหม้ก็ต้องนำมาทั้งหมด ต้องไม่พยายามให้มัดธนบัตรนั้นกระทบกระเทือน เป็นต้น”

นอกจากธนบัตรชำรุด ธนบัตรที่มีคุณภาพไม่เหมาะสม อย่างธนบัตรเปื่อยยุ่ย มีเชื้อรา รอยขีดเขียน รอยเจาะ ฯลฯ ในการบริหารจัดการนี้ต้องจ่ายธนบัตรใหม่และรับธนบัตรเก่ามาทำลาย ทางแบงก์ชาติจะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ ทั้งนี้ก็เพื่อนำธนบัตรที่มีคุณภาพดีออกมาหมุนเวียนใช้

การจัดการธนบัตรจะดูแลปริมาณธนบัตรให้มีปริมาณเพียงพอ มีคุณภาพอยู่ในสภาพ ดีให้ประชาชนได้พึงพอใจมี ความเชื่อมั่นในธนบัตรไทย นอกจากการดำเนินการภาครัฐ ประชาชนมีส่วนช่วยดูแลรักษาธนบัตรได้ด้วยโดยใช้อย่างถูก วิธี

“ธนบัตรแต่ละชนิดมีอายุการใช้งานต่างกันทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับคุณภาพกระดาษ การใช้อย่างถูกวิธีไม่ว่าจะเป็นการไม่พับ ไม่ขยำซึ่งก่อเกิดรอยยับย่น ไม่ขีดเขียนธนบัตร ฯลฯ ซึ่งไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งานแล้วยังเป็นการลดค่าใช้จ่าย การพิมพ์ช่วยประหยัดเงินของประเทศชาติได้อีกด้วย”

ทั้งนี้เพราะการผลิตธนบัตรแต่ละชนิดมีต้นทุน กระดาษที่ใช้ผลิตธนบัตรเป็น กระดาษเฉพาะ การใช้อย่างรู้ค่า ใช้ถูกวิธีนอกจากจะทำให้ธนบัตรมีอายุใช้งานนานขึ้นแล้วยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ธนบัตรใหม่ลดค่าใช้จ่ายในการทำลายธนบัตร ประหยัดงบประมาณอีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกันธนบัตรที่ขาดคุณภาพยับย่นมีกลิ่นเป็นเชื้อรา ธนบัตรลักษณะนี้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้ใช้ การบริหารจัดการธนบัตรอย่างมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญ

ได้ชื่อว่าธนบัตรไม่ว่าจะเป็นธนบัตรใหม่ ธนบัตรเก่า ขาด ชำรุดอย่างไรยังคงมีค่า แต่หากให้ดีการรู้ใช้รักษาธนบัตรอยู่ในสภาพสมบูรณ์ นอกจากช่วยประหยัดงบประมาณการผลิตธนบัตรแล้วยังสร้างความน่าเชื่อถือ น่าใช้จ่ายหรือไม่ก็อยากเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์นาน ๆ.

5 วิธีใช้ธนบัตร...ยืดอายุใช้งาน

ธนบัตรแม้จะผลิตจากกระดาษชนิดพิเศษที่ทนทานต่อการใช้งาน แต่จากสภาพอากาศร้อนชื้น ของประเทศไทย ประกอบกับความเคยชินในการใช้ธนบัตรของประชาชนส่งผลให้ธนบัตรเสื่อมสภาพ เร็วกว่าที่ควรจะเป็น ในการถนอมรักษา ยืดอายุการใช้งานธนบัตรให้ยาวนาน จากเว็บไซต์ http://www.bot.or.th ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยแพร่ความรู้การใช้ การเก็บรักษาธนบัตรที่ถูกต้อง 5 วิธี ได้แก่

1. เก็บธนบัตรในลักษณะเหยียดตรง หลีกเลี่ยงการพับ กรีดจนเป็นรอย

2. หลีกเลี่ยงการขีดเขียน ประทับตราลงบนธนบัตรเพราะจะทำให้ธนบัตรเปื้อนไม่เหมาะกับการใช้งาน

3. หลีกเลี่ยงการเย็บธนบัตรด้วยลวดเย็บกระดาษ เพราะทำให้ธนบัตรชำรุดฉีกขาดง่ายขึ้น

4. หลีกเลี่ยงการนำธนบัตรไปใช้ในงานประดิษฐ์ เคลือบพลาสติก

5. เก็บธนบัตรห่างจากความเปียกชื้น ความร้อนและสารเคมี.






พงษ์พรรณ บุญเลิศ



ที่มา: http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=196710&NewsType=1&Template=1




 

Create Date : 20 เมษายน 2552    
Last Update : 20 เมษายน 2552 17:01:06 น.
Counter : 577 Pageviews.  

หยุดความเลวที่ไล่ล่าคุณ!


หยุดความเลวที่ไล่ล่าคุณ!



ที่มา: FWD Email


คำเตือน !
ผมเชื่อว่า หนังสือเล่มนี้ ดีที่สุดในโลก
คุณจะอ่านหรือไม่ มันเรื่องของคุณ
... ขออนุญาตนำบทความบางท่อนจาก
หนังสือ “หยุดความเลวที่ไล่ล่าคุณ”
ของ พ.อ.(พิเศษ) ทองคำ ศรีโยธิน, สมคิด ลวางกูร


...ตัดเงินเดือน...

...ตัดเงินเดือน...
พอกราบคุณย่าเสร็จ
ผมก็หันมาคุยกับอาจารย์
ถามว่า….อาจารย์กำลังทำอะไรครับ


ให้แม่อีกเดือนละ 300 บาท
อาจารย์ตอบว่าผมกำลังตัดรายจ่ายอยู่...คุณทองคำ
ผมต้องจ่าย..ค่าแม่ครัว..คนขับรถ คนสวน
ค่าใช้จ่ายในบ้านและให้แม่อีกเดือนละ 300 บาท ตอนนี้
รายได้กับรายจ่ายมันไม่ค่อยสัมพันธ์กันต้องตัดรายจ่ายลงบ้าง
เพราะฉะนั้น เงินเดือน 300 นี่ ตัดได้ครับ


ผมก็ทำหน้าที่เป็น Advisor บอกว่า
เงินเดือนที่ให้แม่ 300 นี่ตัดได้นี่ครับ
อาจารย์หันหน้ามามองผม ...แล้วยิ้ม...
ทำไมล่ะ?
ผมบอกว่า อาหาร 3 มื้อ ..อาจารย์ก็จัดให้..เรียบร้อย
เสื้อผ้า..อาจารย์ก็ซื้อให้ใหม่..ปีละ 3 ชุด ..เรียบร้อย
เจ็บป่วย ไม่สบาย ..อาจารย์ก็พาหมอมาฉีดยาให้ เรียบร้อย
เพราะฉะนั้น เงินเดือน 300 นี่ ตัดได้ครับ
ท่านบอกว่า
“ตัดไม่ได้เด็ดขาด”
“ตัดไม่ได้เด็ดขาด”...คุณทองคำ
300 บาทนี่ สำคัญที่สุด
สำคัญยังไง?
เงิน 300 บาทนี่ เป็นเงินสำหรับ
เลี้ยงหัวใจแม่…

โอ...นี่เป็นเงินเลี้ยงหัวใจแม่
ผมฟังแล้ว...สะอึก
โอ...นี่เป็นเงินเลี้ยงหัวใจแม่
พวกเรา เคยได้ยินไหมครับ?
ผมนึกว่า ให้อาหาร...เสื้อผ้า.. เจ็บป่วยก็เอาหมอมารักษา
น่าจะพอแล้ว
เป็นอาหารเลี้ยงหัวใจแม่

ท่านบอกว่า อาหารกินแล้วก็ไปส้วม
เสื้อผ้าเก่าแล้ว ก็เป็นผ้าขี้ริ้ว
หมอรักษา ก็รักษาอาการทางกาย
สิ่งต่างๆที่เราจัดให้ทั้งหมดนี้เป็นอาหารกาย
แต่ 300 บาทนี่
เป็นอาหารเลี้ยงหัวใจแม่
“หัวใจมันแฟบ”


หัวใจต้องการอาหารที่มาหล่อเลี้ยงให้..เอิบอิ่ม...เบิกบาน...เป็นสุข
คุณทองคำ ลองนึกดู
คนที่ไม่มีเงินอยู่ในตัวเลยนี่ เป็นยังไง?
“หัวใจมันแฟบ”
หัวใจมันเหี่ยวเฉา ...เหมือนดอกไม้ยามเย็น
มันเหี่ยวไปจนถึงสิ้นเดือน
ใครที่เป็นข้าราชการจะรู้
พอเลยวันที่ 25 ไปแล้วนี่ มันเหี่ยว ๆ ยังไงชอบกล
ไม่มีเงินค่ารถไม่มีเงินค่าอาหาร ไม่มีเงินซื้อข้าวสาร
มันเหี่ยวไปจนถึงสิ้นเดือน
หัวใจท่านเหี่ยว...


แม่อยู่กับเรา ก็จริง
แต่ถ้าแม่ ไม่มีเงินอยู่ในมือนี่
หัวใจท่านเหี่ยว...
จิตใจสดชื่น...เบิกบาน...มีความสุข

พอถึงวันเงินเดือนออก
ทุกคนหน้าบาน..เหมือนดอกไม้ยามเช้า
จิตใจสดชื่น...เบิกบาน...มีความสุข
รับเงินเดือนมาใหม่ๆ หน้าสดใส
สั่งกาแฟยังเสียงดังฟังชัด
ทุกสิ้นเดือน พอเงินเดือนออก
ผมเข้าไปกราบแม่
ผมนำเงินมาบูชาพระคุณแม่ 300 บาทครับ

บอกแม่ว่า วันนี้เงินเดือนออกครับ
ผมนำเงินมาบูชาพระคุณแม่ 300 บาทครับ
เอาเงิน 300 บาทใส่มือแม่
แม่ก็ให้ศีล ให้พร
ยกหมอนขึ้น เอาเงินวาง แล้ววางหมอนทับ
มีความสุข
เดือนละ 300


เดือนละ 300
สามสี่เดือน ก็เป็นพันใช่ไหมครับ
แล้วเงินนี่สำคัญยังไง
เลี้ยงหัวใจแม่อย่างไร?
... คุณย่าให้...


... คุณย่าให้ ...
ท่านเล่าต่อว่าตอนนั้น
ท่านมีลูก 2 คน
เป็นผู้หญิงทั้งคู่กำลังท้องคนที่ 3
วันหนึ่ง ก็พาเมียไปโรงพยาบาล
แม่ถามว่า คลอดหรือยัง?
ยังครับแม่
ผู้ชายครับ

วันต่อมาถามอีก คลอดหรือยัง
คลอดแล้วครับแม่
ผู้หญิงหรือผู้ชาย?
ผู้ชายครับ
โอ๊ย...แม่ดีใจจังเลย
ได้หลานไว้สืบสกุล
แต่ก่อนทองคำบาทละ 400


คนที่ใหญ่ที่สุดในบ้านคือคุณย่า


ย่ากอดหลานชาย...
สวมสายสร้อยให้เป่าหัวให้เสร็จ
พอเด็กคนนี้โต พูดได้
มีคนถามว่าสายสร้อยนี้ใครซื้อให้
คุณย่าซื้อให้
ชี้มือไปที่คนตาบอด
คนที่ใหญ่ที่สุดในบ้านคือคุณย่า


ไม่ใช่พ่อแม่
เพราะเงิน 300 บาทนี่
เสกให้คนตาบอดขลัง
ถ้าคุณย่าไม่มีเงิน
จะรับขวัญหลานได้อย่างไร ?
เห็นไหมครับ ?
คนนี้เป็นใคร
ไม่ใช่ว่า.. พอโตขึ้น..
มีคนถามว่า..
คนนี้เป็นใคร..บอกว่า ...
ยายแก่ตาบอดนี่.. มาอาศัยพ่อแม่ฉันอยู่..
ทำให้คนแก่ตาบอด กลายเป็นเทพเจ้า

เห็นหรือยังคุณทองคำ
เงินเดือนๆ ละ 300 บาทนี่
ทำให้คนแก่ตาบอด กลายเป็นเทพเจ้า
..สร้อยนี่ คุณย่าให้...

...เงินเดือนมีฤทธิ์...
วันดีคืนดีนะ คุณทองคำ
แม่ครัว ล้างชามเสร็จ
คุณย่าก็บอกให้มานวดขาให้
แม่ครัวหน้ามุ่ย ทำงานเหนื่อยจะตายยังต้องมานวดให้อีก นั่งขยำ ๆ หน้าคว่ำ
พอนวดเสร็จคุณย่าหยิบเงินให้ 30 บาท
แม่ครัวยิ้มหน้าบาน
ยกมือไหว้ขอบคุณค่ะ
วันนี้นวด...อีกไหมคะ..คุณย่า


วันรุ่งขึ้นพอล้างจานเสร็จรีบวิ่งมานั่งใกล้ๆ
วันนี้นวด...อีกไหมคะ..คุณย่า
เห็นไหมเงินเดือน300 บาท
ที่เราให้แม่เรานี่ มันมีฤทธิ์
มีคน.. มายกมือไหว้
มีคน มาปรนนิบัติ
มีคน มานวดให้

ถ้าไม่มีเงินเดือนๆ ละ300 บาทนี้
แม่เราจะมีฤทธิ์ได้อย่างไร
พระมาเรี่ยไร จะสร้างโบสถ์


...บันไดไปสวรรค์...
วันหนึ่ง พระมาเรี่ยไร จะสร้างโบสถ์
อาจารย์นิมนต์พระเข้ามาแล้วชี้มือ ...
บอกมรรคทายก..ว่า..
โน่นไปเรี่ยไรกับคุณย่าโน่น
นิพพานปัจโยโหตุ


มรรคทายกบรรยายว่าจะสร้างโบสถ์...กว้างเท่านั้น..ยาวเท่านี้ สูงเท่าไร...สวยงามยัง...ราคาเท่าไร...
คุณย่ายกหมอนขึ้น นับเงินมา 500 พนมมือ
อธิษฐานขอให้ศาสนาของพระองค์ยืนยงไปอีก 5 พันปี นิพพานปัจโยโหตุ
ทำบุญ...สร้างโบสถ์ไว้เป็นมิ่งขวัญในพระศาสนา
เป็นบันไดพาแม่ไปสวรรค์

ตกลงเงินเดือน ๆละ 300 ที่เราให้
เป็นบันไดพาแม่ไปสวรรค์
“นี่ถ้าแม่ไม่มีเงินในมือ แม่จะได้ทำบุญไหม”

...คุณยายตากผ้า...
พอพระให้พรเสร็จก็เดินผ่านไปบ้านถัดไป
ยายแก่บ้านโน้น กำลังเก็บผ้าอยู่หลังบ้าน
มรรคทกยก ตะโกนข้ามรั้ว
ทำบุญสร้างโบสถ์ไหม คุณยาย
สร้างที่วัดนครนายก
เดี๋ยวอีกสักครู่ วกกลับมาใหม่ได้ไหมล่ะ


นี่...หลวงพ่อมาด้วย มาบอกบุญเองเลย
เดี๋ยวอีกสักครู่ วกกลับมาใหม่ได้ไหมล่ะ
ยายไม่มีเงินหรอก
ยายอาศัยลูกสาวเขาอยู่
เดี๋ยวเผื่อลูกสาวเขากลับมาทัน
จะขอเงินเขาทำบุญ
เอาไว้คอยเก็บผ้า
ยายแก่คนนี้ ไม่มีเงิน
เพราะลูก เอามาเลี้ยงแปะๆ แมะๆ ไว้ข้างรั้วบ้าน
เอาไว้คอยเก็บผ้า


**************************************

ต้องขออนุญาตนำมาแบ่งปันและขอขอบคุณเจ้าของหนังสือด้วยนะครับ

สาธุ......................




 

Create Date : 07 เมษายน 2552    
Last Update : 7 เมษายน 2552 8:37:31 น.
Counter : 1004 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  

byonya
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




I am not a perfect, but simple!

 
 
Custom Search



 
 

Website น่าสนใจ  
 
หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท

เว็บการศึกษา Eduzones.com

Business Web Directory .biz - Business Directory
 


Word of the Day

This Day in History

Quote of the Day

Hangman




Friends' blogs
[Add byonya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.