Business, Management, Skill, Experiences--แลกเปลี่ยน เรียนรู้ แบ่งปัน ประสบการณ์ บริหาร และอื่น ๆ
Group Blog
 
All blogs
 
อย่ากลัวๆ กล้าๆ แต่ต้องกล้าเปลี่ยนแปลง

สมนึก โอวุฒิธรรม อย่ากลัวๆ กล้าๆ แต่ต้องกล้าเปลี่ยนแปลง


((( มาเรียนรู้การดำเนินธุรกิจ ... ของสมนึก โอวุฒิธรรมดีกว่า )))


---------------------------------------------------------------------

รายงานโดย :วรธาร ทัดแก้ว: วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ต้องยอมรับว่า ผู้บริหารหนุ่มคนนี้ สมนึก โอวุฒิธรรม เป็นผู้ที่มากความสามารถคนหนึ่ง

เพราะปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทถึง 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท ลี้กิจเจริญแสง และบริษัทในเครือของลี้กิจเจริญแสงอีก 3 บริษัท คือ บริษัท แอลเคเอส อิเล็คทริคอล โปรดักส์ (ประเทศไทย) บริษัท ลี้ไฟเบอร์บอร์ด และบริษัท วุทธิวงษ์ เทรดดิ้ง

เขาเป็นบุตรชายคนโตของ “อุดม โอวุฒิธรรม” ผู้ก่อตั้งลี้กิจเจริญแสง ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตและการจัดจำหน่ายหลอดไฟและอุปกรณ์ส่องสว่างอื่นๆ เป็นผู้ผลิตหลอดไฟเบอร์ 5 ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนั้นบริษัทยังเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการพัฒนาสินค้าเพื่อลดภาวะโลกร้อน และการประหยัดพลังงานคือหลอดผอมใหม่ T5 และแบรนด์ของบริษัทที่กำลังคุ้นหูผู้คนมากๆ ในขณะนี้ก็คือ “เลคิเซ่” (LeKise)

ใช้ความอดทนสู้ความลำบาก

ผู้บริหารหนุ่มคนนี้เป็นผู้ที่มีความอดทนและสู้ความลำบากมาตั้งแต่เด็ก ทำงานช่วยครอบครัวตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ในโรงงานเล็กๆ ผลิตหลอดไฟ ในชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด ล.กิจเจริญแสง ที่คุณพ่อก่อตั้งขึ้นที่ถนนสุขสวัสดิ์ เป็นทั้งลูกมือช่างอยู่แผนกซ่อมบำรุงเครื่อง ล้างเครื่อง กวาดโรงงาน ผสมเชลแล็ก (ที่ใช้ยึดขั้วกับตัวหลอด) ซึ่งเป็นสูตรลับในสมัยนั้นห้ามพนักงานผสม กระทั่งห้างหุ้นส่วนจำกัด เปลี่ยนชื่อมาเป็นบริษัท ลี้กิจเจริญแสง จนเรียนจบมหาวิทยาลัยจึงได้ย้ายโรงงานมาตั้งที่ จ.สมุทรสาคร ในปัจจุบัน

สมนึก กล่าวว่า ทำงานทุกอย่างตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ซ่อมเครื่อง ทำความสะอาด ผสมเชลแล็ก หรือแม้แต่การไปซื้อโอเลี้ยงให้พนักงาน ซึ่งประสบการณ์ตรงนี้เมื่อไปเรียนที่ช่างกลสยามก็ทำให้เป็นคนเรียนเร็ว ได้เปรียบคนอื่นๆ ทั้งในเรื่องของทฤษฎีและการปฏิบัติ และเมื่อได้มาเป็นผู้บริหารก็ทำให้รู้จักวัฒนธรรม ท่าที ความคิด ความอ่าน ของพนักงานเป็นอย่างดี

แต่สิ่งหนึ่งที่สมนึกย้ำเสมอ ก็คือเป็นคนที่ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ และชอบการเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นคนที่ค่อนข้างเบื่อความจำเจเดิมๆ อย่างเรื่องการเรียน ก็จะเห็นว่าตอนอยู่ปวช. จะเรียนแผนกช่างยนต์ พอปวส. ก็เรียนเทคนิคอุตสาหกรรม และมาจบวิศวกรรมอุตสาหการในที่สุด

กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง

สมนึก กล่าวว่า ช่วงที่เรียนจบวิศวกรรมอุตสาหการมาได้แค่ 2 วัน คุณพ่อคิดจะลงทุนนำเครื่องจักรจากญี่ปุ่นมาใช้ในการผลิต จึงได้ส่งเขากับทีมงานชุดหนึ่งไปอบรมเรียนรู้เครื่องที่ญี่ปุ่นเป็นเวลา 2 เดือน หลังจากกลับมาก็มาทำงานเป็นช่างเครื่องคิวซี จากนั้นก็ค่อยเติบโตมาเรื่อยๆ จนเป็นผู้จัดการโรงงาน เรียกได้ว่ารู้หมดทุกอย่างเพราะเคยผ่านงานมาเกือบทุกแผนก ทำให้ลูกน้องหลอกไม่ค่อยได้

อย่างไรก็ตาม สมนึกยอมรับว่าตัวเองสอบตกในเรื่องของการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการบริหารงานบุคคล ความรับผิดชอบแต่ละตำแหน่งยังไม่ลงตัว ระบบต่างๆ ยังไม่ดี ปัญหาก็เป็นการแก้ไขไปวันๆ ไม่มีระบบเอกสาร ตำแหน่งต่างๆ ก็มีเจ้าพ่อเจ้าแม่คุม คนเก่าแก่ไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง รับวิศวกรมาก็ถูกเด้งออก ซึ่งวัฒนธรรมนี้เป็นมาเกือบ 30 ปี

ใช้กลยุทธ์ถ่ายเลือด (ใหม่)

เมื่อเป็นอย่างนั้น สมนึกจึงไปเรียนการบริหารแบบญี่ปุ่น 2 อาทิตย์ กลับมาก็ตัดสินใจรับวิศวกรรวดเดียว 10 คน ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของหลายฝ่าย ทำการเทรนคนเหล่านี้ทุกวันแล้วส่งเข้าไปอยู่ในฝ่ายต่างๆ เพื่อเรียนรู้ปัญหา และให้พนักงานในฝ่ายนั้นๆ ได้เรียนรู้และซึมซับวิธีการทำงานของเขา และเมื่อเลิกงานก็ให้วิศวกรเหล่านั้นเข้าประชุมเพื่อชี้แจงถึงภารกิจในแต่ละวัน และวิธีการแก้ไขจากการที่เข้าไปทำงานร่วมกับพนักงาน ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องทำอย่างนี้ สมนึก บอกว่า เพราะที่ผ่านมาเมื่อมีการรับวิศวกรเข้ามา ก็มักจะถูกแอนตี้จากคนเก่าอยู่เสมอจนอยู่ไม่ได้

สมนึก กล่าวว่า การใช้วิธีนี้ไปสักระยะหนึ่งทำให้เห็นจุดเปลี่ยน กล่าวคือ บริษัทมีระบบมากขึ้น คนเก่ามีความคิดที่อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ตอนหลังก็ใช้ระบบใครทำดีต้องได้รับการโปรโมต ค่าของคนวัดที่ผลของงาน และการปรับเงินเดือนแบบก้าวกระโดด เช่น บางตำแหน่งที่ปกติปรับ 1,000 บาท ก็ปรับเป็น 1 หมื่นบาท ก็ยิ่งเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เวลาปรับเงินเดือนพวกชอบคุย แต่ไม่ทำก็มาให้นายเห็นหน้าบ่อยๆ ส่วนพวกที่ไม่ชอบเข้าหานาย แต่ทำงานดี เวลาปรับเงินเดือนต้องลาออกไปทั้งที่เป็นคนเก่งซึ่งเป็นที่น่าเสียดาย สรุปว่า 3 ปีเปลี่ยนได้เป็นบางส่วน แต่ภายใน 5 ปี ก็เปลี่ยนไปได้หมด

“ผมเป็นคนที่ไม่ชอบเปลี่ยนอะไรแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แต่ชอบอะไรที่ใหม่ๆ แปลกแหวกแนว และต้องทำอะไรที่เป็นการพลิกหน้าประวัติศาสตร์ไปเลย ลุยก็ต้องลุย ให้เห็นว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เพราะถ้ากล้าๆ กลัวๆ ค่อยๆ เปลี่ยน ก็จะเห็นว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่อยากให้เปลี่ยน ก็จะพยายามดึงกลับไปอย่างเดิม ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย ต้องทำอยู่ภายใต้พื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้องเท่านั้น”

T5 คือจุดเริ่มต้นของเลคิเซ่

เกี่ยวกับแบรนด์เคอิเซ่ของบริษัทนั้น สมนึก กล่าวว่า เลคิเซ่คือผู้นำด้านแสงสว่างที่ประหยัดพลังงาน โดยเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ T5 ที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดในเมืองไทย สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของการลดภาวะโลกร้อน โดยบริษัทได้มีการค้นคว้ามาเป็นเวลา 3 ปี ไม่ได้ซื้อโนว์ฮาวจากใคร ดีไซน์หลอด T5 เอง และเครื่องจักรที่ผลิตก็ประกอบขึ้นมาเอง

สมนึก กล่าวว่า T5 ของบริษัทจะให้แสงสว่างสูงกว่า T5 ของต่างประเทศ 10% คือ ต่างประเทศสว่างประมาณ 2,600 รูเมน (ค่าสว่างของตัวหลอด) แต่ของบริษัทประมาณ 2,850 รูเมน อีกทั้งอุปกรณ์ที่เลคิเซ่ทำนั้นประหยัดพลังงานมากกว่า 40% อย่างไรก็ตาม T5 มิใช่คำตอบของเลคิเซ่แต่เป็นจุดเริ่มเท่านั้น อายุของเลคิเซ่ตอนนี้แค่ 3 เดือน ถ้าเปรียบก็เป็นเด็กแบเบาะแต่ว่าภายใน 3 เดือนได้ออกสินค้ามามากมาย

“เราไม่อยากนำใครและไม่อยากตามใคร และจะไม่ยอมให้คู่แข่งตามทัน เพราะเราจะออกโปรดักต์ใหม่ๆ ให้ได้ทุกเดือน ต่อไปในอนาคตอันใกล้เลคิเซ่จะออกนวัตกรรมใหม่ๆ มา เหมือนโทรศัพท์ในปัจจุบันบางรุ่นสามารถดูโทรทัศน์ได้ เลคิเซ่ก็เหมือนกัน กล่าวคือเมื่อซื้อหลอดไฟ ต่อไปก็จะได้อะไรที่มากกว่าแสงสว่าง” สมนึก กล่าว

บริหารชีวิตแบบเรียบง่าย

แม้จะเป็นผู้บริหารที่มีคาแรกเตอร์เป็นคนชอบการเปลี่ยนแปลงแต่สมนึกก็เป็นคนที่ไม่ค่อยซีเรียสกับชีวิตและงาน โดยเขามีหลักในการบริหารและการดำเนินชีวิตว่า ทำอะไรก็ได้ที่มันง่ายๆ ไม่วุ่นวาย ทำแล้วมีความสุข สนุกกับมัน ถ้ารู้สึกว่างานที่ทำไม่สนุก จะไม่มีทางทำงานนั้นได้ดี และถ้างานที่ทำวุ่นวาย ยุ่งยาก สับสนก็ไม่ดี ทุกอย่างต้องอีซีและซิมเปิล ส่วนกับพนักงานก็ต้องวินวินทั้งสองฝ่าย

“ถ้าต้องการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ หากจะมีการต้องเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง คนที่เป็นผู้บริหารจะต้องกล้าตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่กล้าๆ กลัวๆ เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะถูกคนที่ไม่อยากเปลี่ยนแปลงต่อต้านขัดขวางได้” สมนึก กล่าวทิ้งท้าย


ที่มา: http://www.posttoday.com/lifestyle.php?id=49243


Create Date : 26 พฤษภาคม 2552
Last Update : 26 พฤษภาคม 2552 16:36:38 น. 0 comments
Counter : 692 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

byonya
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




I am not a perfect, but simple!

 
 
Custom Search



 
 

Website น่าสนใจ  
 
หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท

เว็บการศึกษา Eduzones.com

Business Web Directory .biz - Business Directory
 


Word of the Day

This Day in History

Quote of the Day

Hangman




Friends' blogs
[Add byonya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.