Business, Management, Skill, Experiences--แลกเปลี่ยน เรียนรู้ แบ่งปัน ประสบการณ์ บริหาร และอื่น ๆ
Group Blog
 
All blogs
 
โตโยต้าเปิดเวทีไฮบริด รุกยานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม


โตโยต้าเปิดเวทีไฮบริด รุกยานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


โตโยต้าเปิดเกมรุกธุรกิจคู่สิ่งแวดล้อม จับมือ"กรุงเทพธุรกิจ" จุดพลุโครงการพลังงานสะอาด เดินสายโร้ดโชว์ 5 ภาค นักการตลาดชี้ของจริง ไม่ใช่กระแ


บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ จัดงานเวทีสัมมนา 5 ภาคทั่วประเทศในโครงการ Thailand Green Move Green Energy เพื่อรณรงค์ให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชนและประชาชนทั่วไป ให้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า โดยเฉพาะเรื่องพลังงานสะอาด

โดยวานนี้ (22พ.ค.) ประเดิมเวทีแรกในชื่อ “พลังงานสะอาด...โอกาสประเทศไทย” ที่โรงแรมพูลแมนขอนแก่น ราชา ออคิด จ.ขอนแก่น โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมปาฐกถาพิเศษ และเป็นประธานเปิดงานร่วมกับผู้บริหารของ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) คณะผู้บริหารโตโยต้า และผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดขอนแก่น

ทั้งนี้ เวทีสัมมนา 5 ภาค หลังจากจบเวทีขอนแก่น จะเวียนจัดไปยังเชียงใหม่ ชลบุรี สงขลา และกลับมาที่กรุงเทพฯ โดยแต่ละงานจะมีการนำเสนอที่แตกต่างกันไป แต่พูดในเรื่องพลังงานสะอาด เทคโนโลยียานยนต์เพื่ออนาคต กระตุ้นให้ผู้บริโภค มีจิตสำนึกในการเลือกใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีผู้บริหารนโยบายประเทศ หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาร่วมปาฐกถาพิเศษเปิดงาน

งานสัมมนาดังกล่าว มีวิทยากรในแวดวงธุรกิจและวิชาการ ร่วมแบ่งปันความรู้ให้ประชาชนกว่า 300 คนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ประกอบด้วย นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ผู้ช่วยกรรมกการ ผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์เอเชียแปซิฟิก เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟกเจอริ่ง จำกัด นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์

นายรณพงศ์ คำนวณทิพย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค (ประเทศไทย) จำกัด นักการตลาดผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Marketing) ผ.ศ.ดร.ปฏิพัทธ์ ทวนทอง หัวหน้าภาควิชา ครุศาสตร์ไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ นางนิรมล เมธีสุวกุล ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีดร.วิทย์ สิทธิเวคิน เป็นผู้ดำเนินรายการ

จี้คนเมืองสำนึกรักสิ่งแวดล้อม
นางนิรมล กล่าวบนเวทีสัมมนาว่า มนุษย์จำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติบนโลก เช่น อากาศ น้ำ ต้นไม้ อาหาร แสงแดด ฯลฯ คนในต่างจังหวัดและชุมชนการเกษตรนั้นตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมมาระยะหนึ่งแล้ว หลังจากต้องประสบปัญหาภัยธรรมชาติ และความคลาดเคลื่อนของฤดูกาล ทำให้พืชผลการเกษตรเสียหาย คนเมืองก็ทำได้เช่นกัน ด้วยการคิดก่อนใช้ว่าได้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากเพียงใด โดยเฉพาะการใช้รถยนต์เพื่อการเดินทางขนส่ง

ในสถานการณ์ปัจจุบัน อยากให้ผู้บริโภคที่สนใจซื้อรถเลือกซื้อด้วยเหตุผลหลัก 2 ข้อ ได้แก่ 1.ประหยัดเงิน 2.เพื่อโลกเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งนักการตลาดทุกวันนี้ทราบดี การพัฒนาและนำเสนอสินค้าหากอรรถประโยชน์เท่ากัน แต่สินค้าอีกตัวเพิ่มเรื่องใส่ใจสิ่งแวดล้อมลงไปก็อยากให้ผู้บริโภคเลือกใช้สินค้าชิ้นนั้น

รัฐบาลต้องชี้นำเทคโนโลยี
นายวัลลภ กล่าวว่า รถยนต์ปล่อยไอเสียออกมาใน 2 ส่วน คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่เป็นสาเหตุของสภาวะโลกร้อน และส่วนของก๊าซพิษ ได้แก่ คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ฯลฯ ซึ่งมีมาตรฐานไอเสียควบคุมดูแลอยู่ โดยประเทศไทยใช้อยู่ระดับ 7 เทียบเท่ามาตรฐานยูโร3 แต่ในอนาคต แนวโน้มของมาตรฐานไอเสียและเทคโนโลยียานยนต์ จะมุ่งไปที่การควบคุมก๊าซในส่วนที่ไม่มีพิษ แต่มีผลต่อสภาวะอากาศโลก คือคาร์บอนไดออกไซด์

นายวัลลภ กล่าวว่า รัฐบาลต้องเป็นผู้ชี้นำว่า เทคโนโลยียานยนต์ประเภทใดเหมาะสมกับประเทศไทย และกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมพัฒนารถยนต์ให้ออกมาเหมาะสมกับตลาดและความต้องการ การที่รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ประหยัดพลังงานในหมวดยานยนต์พิเศษ ได้แก่ ยานยนต์ไฮบริด รถไฟฟ้า (EV) และยานยนต์เซลส์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) เครื่องยนต์ไม่เกิน 3,000 ซีซี ลงมาอยู่ที่ 10% ตั้งแต่ปี 2547 จนมีค่ายรถหลายรายนำรถเข้ามาวิ่งทดสอบ จนวันนี้ มีการลงทุนประกอบรถยนต์ไฮบริดจากทางค่ายโตโยต้านับว่ามาถูกทางแล้ว

“ทิศทางของยานยนต์โลกในระยะสั้นคือการนำเครื่องยนต์มาผสมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นช่วยเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า หรือเซลส์เชื้อเพลิงอย่างแท้จริงในอีก 20 ปีข้างหน้า และการที่ไทยมีโนวฮาว ไฮบริดอยู่ในมือ การจะกระโดดไปเทคโนโลยีดังกล่าว จะทำได้ง่ายและเร็วกว่าคู่แข่ง และตอนนี้ค่ายอื่นๆ ก็กำลังซุ่มศึกษาตลาดอยู่เช่นกัน” นายวัลลภ กล่าว

ตลาดยอมรับ“กรีน มาร์เก็ตติ้ง”
นายรณพงศ์ กล่าวว่า มีการตื่นตัวเรื่องกระแสโลกร้อนอย่างมากในช่วง 2-3 ปีมานี้ จนเป็นที่มาของการพัฒนาสินค้าและบริการ หรือกิจกรรมการตลาดที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมออกมามากมายหรือ Green Maketing จากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติธรรมชาติ และราคาน้ำมันที่ผันผวนและเคยพุ่งสูงจนเป็นวิกฤต แค่คำถามที่ว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเพียงแฟชั่นหรือไม่ สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับความจริงของวิกฤตที่เกิดขึ้น หากเป็นความจริงที่ว่า มนุษย์ไม่สามารถอยู่ได้ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่วันนี้ คนไทยตระหนักว่าการลด ละ เลิกใช้ถุงพลาสติก หันมาใช้ถุงผ้าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และให้ความรู้สึกดี หรือยอมซื้อสินค้าโดยไม่สนใจหีบห่อที่ฟุ่มเฟือย ซึ่งหมายถึงผู้บริโภคยอมรับกรีน มาร์เก็ตติ้ง
โตโยต้าหั่นกำไรแจ้งเกิด"ไฮบริด"

นายศุภรัตน์ กล่าวว่า โตโยต้า เตรียมเปิดตัวคัมรี่ ไฮบริดใหม่ โดยต้องการให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงรถยนต์ไฮบริดได้ง่ายขึ้น และมีความตั้งใจทำราคารถให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งจะทำให้ราคารถยนต์อยู่ในระดับ 1.8 -2 ล้านบาท แม้ว่าจะมีการลงทุนประกอบในโรงงานในประเทศ แต่เทคโนโลยีที่ใส่เข้าไปมีต้นทุนสูง ทำให้กำไรต่อคันลดลง แต่โตโยต้า ก็ยอมเพราะมองว่าเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ

นายศุภรัตน์ กล่าวว่า การนำเข้าชิ้นส่วนไฮบริดบางตัว ยังมีอัตราภาษีศุลกากรสูงถึง 30% หากรัฐบาลเข้ามาดูแล และชะลอการเก็บภาษีนี้ เชื่อว่าจะสามารถทำราคาลงมาได้อีก อย่างไรก็ตาม โตโยต้าได้ทำเรื่องขอให้กระทรวงการคลังงดเว้นการเก็บภาษีนำเข้าชิ้นส่วนไฮบริดชชั่วคราว 3-5 ปี ในชิ้นส่วนหลัก ได้แก่ แบตเตอรี่ มอเตอร์และคอนเวอร์เตอร์ เพื่อกระตุ้นดีมานด์และจูงใจให้เกิดการลงทุน โดยเรื่องนี้ยังอยู่ที่กระทรวงการคลังมากว่า 1 ปีแล้ว

“การแนะนำรถยนต์ไฮบริด เป็นประโยชน์ต่อสภาวะอากาศโลก และลดการจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ความเป็นจริงจะให้ถูกต้องรถคัมรี่ ไฮบริดควรจะขายราคาเท่ากับคัมรี่รุ่นเครื่องยนต์เบนซินเดิม หากไม่มีภาษีนำเข้าชิ้นส่วนไฮบริด โตโยต้าก็จะคืนกำไรทั้งหมดให้กับผู้บริโภค” นายศุภรัตน์ กล่าว

"ไฮบริด"เชื่อมเทคโนโลยีอนาคต
นายปฏิพัทธ์ กล่าวว่า จากการเก็บสถิติแนวโน้มการใช้น้ำมันปิโตรเลียม นับตั้งแต่มีการขุดเจาะขึ้นมา คาดว่าน้ำมันใต้ดินจะหมดลงประมาณปี 2583 การมองหาเทคโนโลยีใหม่มาแทนเครื่องยนต์แบบเก่า จึงมีความสำคัญและต้องการเวลาในการพัฒนา เทคโนโลยีไฮบริดถือเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพราะนอกจากจะสามารถลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงได้มา กแต่สมรรถนะในการขับขี่ยังดีกว่าเดิมด้วย เพราะการส่งผ่านกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้านั้นนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพมากกว่า อย่างไรก็ตาม ทิศทางในอนาคตก็จะมุ่งไปยังรถไฟฟ้า ที่ตอนนี้ยังมีปัญหาเรื่องน้ำหนักแบตเตอรี่และอายุการใช้งานที่สั้น

นายขวัญชัย กล่าวว่า ในใจของผู้ซื้อรถนั้น แฝงได้ด้วยส่วนดีและส่วนร้าย ส่วนดีใส่ใจว่ารถยนต์คันนั้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหน มีอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ แต่ส่วนร้ายคือต้องการรถที่แรง ความเร็วสูง อัตราเร่งดี ความรู้สึกในการขับขี่ที่สนุกซึ่งส่วนทางกับส่วนแรก

ดังนั้น "ไฮบริด" จึงเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเครื่องยนต์แบบเดิม และเทคโนโลยียานยนต์อนาคต จากเดิมที่แบตเตอรี่ยังใช้งานได้เพียงสั้นๆ คือไฟฟ้าในแบตเตอรี่ลดลง 15% คอมพิวเตอร์ก็สั่งงานให้ต้องชาร์จไฟฟ้ากลับเข้าไป และสั่งให้เครื่องยนต์ทำงาน แต่รถยนต์ไฮบริดในปัจจุบัน ใช้ไฟฟ้าในแบตเตอรี่ได้สูงถึง 65% จึงมีการชาร์จไฟกลับเข้ามา ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้มาก ที่ผ่านมารถยนต์ไฮบริดราคาสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป 5 แสนบาทต่อคัน แต่วันนี้ ราคาสูงขึ้น 1 แสนบาทต่อคัน เชื่อว่าผู้บริโภคจะให้การตอบรับที่ดีมาก



ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/auto-mobile/auto-mobile/20090522/44645/โตโยต้าเปิดเวทีไฮบริด-รุกยานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม.html


Create Date : 22 พฤษภาคม 2552
Last Update : 22 พฤษภาคม 2552 19:20:52 น. 0 comments
Counter : 430 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

byonya
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




I am not a perfect, but simple!

 
 
Custom Search



 
 

Website น่าสนใจ  
 
หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท

เว็บการศึกษา Eduzones.com

Business Web Directory .biz - Business Directory
 


Word of the Day

This Day in History

Quote of the Day

Hangman




Friends' blogs
[Add byonya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.