Business, Management, Skill, Experiences--แลกเปลี่ยน เรียนรู้ แบ่งปัน ประสบการณ์ บริหาร และอื่น ๆ
Group Blog
 
All blogs
 
รับมือกับความผันผวน จากตลาดหุ้น...

รับมือกับความผันผวน จากตลาดหุ้น

------------------------------------------------------------
คงเป็นประโยชน์กับหลายคน (รวมทั้งตัวผมด้วย)
------------------------------------------------------------




รายงานโดย :สุริพล เข็มจินดา: วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552


คำถามยอดฮิตสำหรับนักลงทุนหลายๆ ท่านในช่วงนี้คงจะเป็นว่า หุ้นจะขึ้นต่อถึงไหน จะซื้อหุ้นได้หรือยัง หรือควรจะขายหุ้นออกไหม หุ้นจะลงเมื่อไร ควรจะขายออกแล้วถือเงินสดทั้งหมดหรือไม่

ความผันผวนของหุ้นในรอบ 2-3 เดือนที่ผ่านมามีความรวดเร็วและรุนแรง โดยในวันที่ 19 พ.ค. 2552 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปิดที่ระดับ 556.47 จุด และปิดต่ำสุดในวันที่ 9 มี.ค. 2552 ที่ระดับ 411.27 จุด ซึ่งมีความแตกต่างกันถึง 35% ภายในเวลาไม่กี่เดือน และความผันผวนนี้ก็เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นทั่วโลกเช่นกัน

สำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวในตลาดหุ้นมาเป็นเวลานาน ก็จะพบว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านมา หุ้นมีความผันผวนมาตลอด มีทั้งปีที่ตลาดหุ้นบวกมากกว่า 100% และมีปีที่ติดลบเกือบ 50% และเป็นที่แน่นอนว่าตลาดหุ้นจะยังคงผันผวนขึ้นและลงอย่างนี้ต่อไปในอนาคต สำหรับผลตอบแทนการลงทุนระยะยาว ข้อมูลจาก SET Research พบว่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยประมาณ 12% ต่อปี แน่นอนครับว่าการลงทุนในตลาดหุ้น มีโอกาสให้ผลตอบแทนที่ดึงดูดใจมากกว่าการฝากเงินหรือการลงทุน ในตราสารหนี้ โดยเงินฝากให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 3% ส่วน ตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 5% (ข้อมูลย้อนหลัง 9 ปี พ.ศ. 2542-2550 โดยการศึกษาของ บลจ.วรรณ) แต่การลงทุนในหุ้นก็มีความเสี่ยงสูงเช่นเดียวกัน

ความเสี่ยงหมายถึงความผันผวนของผลตอบแทน หากความเสี่ยงสูงผลตอบแทนก็มีโอกาสคลาดเคลื่อนไปจากค่าเฉลี่ยมากขึ้น การกระจายความเสี่ยง หรือการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการลงทุนได้ สำหรับการลงทุนในปัจจุบัน ในภาวะที่มีตัวแปรต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อผลตอบแทนที่ คาดหวัง หลายๆ ตัวแปรเกิดขึ้นอย่างที่ไม่ได้คาดคิดไว้มาก่อน ดังนั้นการปรับเลือกกลยุทธ์การลงทุนนั้นก็มีความสำคัญสำหรับสถานการณ์ในปัจจุบัน

ในโลกของการลงทุนนั้น จะมีนักลงทุนที่เชี่ยวชาญอยู่จำนวนหนึ่งที่สามารถจะเลือกหุ้นได้ดี มีจังหวะการซื้อขายที่ยอดเยี่ยม สามารถเอาชนะตลาดได้ด้วยประสบการณ์ การวิเคราะห์ที่ลึกซึ้ง และการคาดการณ์ที่แม่นยำ แต่คนเก่งแบบนี้มีอยู่จำกัด และคนส่วนใหญ่มิได้เก่งอย่างนั้น บ่อยครั้งที่เราเลือกหุ้นผิดตัว ซื้อหุ้นในเวลาที่ไม่เหมาะสม ซ้ำยังขายในจังหวะที่ไม่ถูกต้อง นักลงทุนจำนวนมากจึงได้ผลตอบแทนที่ไม่ดี สู้ตลาดไม่ได้ หลายคนถึงกับขาดทุน ทั้งๆ ที่ตลาดโดยรวมให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่เป็นบวก บ่อยครั้งที่เรารู้สึกกลัวเวลาหุ้นตกมากๆ ไม่กล้าเข้าลงทุน บางคนที่ถือหุ้นอยู่แล้วตกใจขายไปในราคาต่ำๆ ก็มี ขณะเดียวกันพอเห็นหุ้นขึ้นใหม่ๆ ยังไม่กล้าซื้อ แต่รอจนหุ้นขึ้นไประยะหนึ่งแล้วจึงมั่นใจเข้าซื้อ กลายเป็นภาพซ้ำๆ ของการซื้อแพงขายถูกอย่างน่าเสียดาย

สำหรับนักลงทุนหลายๆ ท่านที่มีประสบการณ์ของการซื้อแพงขายถูกตามข้างต้นนั้น กลยุทธ์การลงทุนแบบ Dollar Cost Averaging (DCA) เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่นักลงทุนสามารถนำมาประยุกต์ใช้สำหรับการลงทุนระยะปานกลาง ถึงระยะยาวในตลาดหุ้นได้ หลักการไม่มีอะไรยุ่งยาก ใช้เพียงความมีวินัยในการลงทุนเข้าไปลงทุนหุ้นด้วยจำนวนเท่าๆ กันอย่างสม่ำเสมอทุกๆ เดือน การลงทุนแบบสม่ำเสมออย่างนี้ได้ประโยชน์จากการมีต้นทุนเฉลี่ยที่ต่ำกว่าต้นทุนของตลาด เนื่องจากธรรมชาติของหลักทรัพย์โดยเฉพาะหุ้นนั้นมีความผันผวนขึ้นลงอยู่เสมอ ดังนั้นหากเราลงทุนด้วยเงินที่เท่าๆ กันทุกเดือน เวลาที่หลักทรัพย์มีราคาต่ำเราซื้อได้มากหุ้น (เงิน X บาท หารด้วยราคาต่ำย่อมได้มากหุ้น) เวลาที่หลักทรัพย์มีราคาสูงเราซื้อได้น้อยหุ้น (เงิน X บาท หารด้วยราคาสูงย่อมได้น้อยหุ้น) ทำให้เราได้ของต้นทุนถูกในจำนวนที่มากกว่าของที่ต้นทุนแพง เมื่อทำการเฉลี่ยต้นทุนจึงย่อมได้ราคาเฉลี่ยใกล้ไปทางราคาที่ถูกมากกว่าทางราคาที่แพง ส่งผลให้ ผลตอบแทนของการลงทุนก็ย่อมดีกว่าไปด้วยเป็นธรรมดา

การเริ่มลงทุนระยะยาวแบบ DCA นั้นผู้ลงทุนสามารถเริ่มได้เลยโดยไม่ต้องรอจังหวะการลงทุน เพราะการลงทุนแบบ DCA จะช่วยเฉลี่ยต้นทุนของการลงทุนอยู่ตลอดเวลาทุกครั้งที่มีการลงทุน และเมื่อลงทุนแบบระยะยาวแล้ว ค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับจะใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนของตลาดหุ้นในระยะยาว โดยท่านที่ลงทุนโดยตรงในตลาดหลักทรัพย์ก็สามารถเลือกใช้ ThaiDEX SET50 ETF (TDEX) มาเป็นตัวแทนของตลาดหลักทรัพย์โดยรวมเพื่อการกระจายความเสี่ยงครับ

อย่างไรก็ตาม วิธีการลงทุนแบบ DCA ไม่สามารถป้องกันการขาดทุนจากการลงทุน ในภาวะที่หลักทรัพย์นั้นๆ ตกต่ำลงอย่างมากได้ ดังนั้นผู้ลงทุนควรเลือกประเภทหลักทรัพย์ของการลงทุนให้สอดคล้องกับความสามารถในการรับความเสี่ยง เป้าหมายของการลงทุน และระยะเวลาในการลงทุนด้วยครับ หรือสามารถขอคำปรึกษาการลงทุนได้จากสถาบันการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ท่านสะดวกครับ




ที่มา: http://www.posttoday.com/stockmarket.php?id=51403


Create Date : 09 มิถุนายน 2552
Last Update : 9 มิถุนายน 2552 18:37:11 น. 2 comments
Counter : 275 Pageviews.

 


ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ไปอวยพรวันเกิด และก็ขอให้จขบ.มีความสุขมาก ๆ สดใสทุกวันเลยค่ะ


โดย: I_sabai วันที่: 10 มิถุนายน 2552 เวลา:9:52:29 น.  

 
ขอบคุณ คุณ I_sabai ที่แวะมาเยี่ยมนะครับ


โดย: byonya วันที่: 13 มิถุนายน 2552 เวลา:9:59:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

byonya
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




I am not a perfect, but simple!

 
 
Custom Search



 
 

Website น่าสนใจ  
 
หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท

เว็บการศึกษา Eduzones.com

Business Web Directory .biz - Business Directory
 


Word of the Day

This Day in History

Quote of the Day

Hangman




Friends' blogs
[Add byonya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.