แม่บ้านมือใหม่ >>เติมเต็มความรักในครอบครัว <<<< nong_1425

ความสุข มีอยู่ใกล้ตัวเสมอ

Group Blog
 
All blogs
 

16 week ลูกแม่ดิ้นแล้ว!!!! (นี่แหล่ะวันที่แม่เฝ้ารอ)

15 week 5 day
จากข้อมูลในเน็ตที่ศึกษามา เค้าบอกว่าแม่จะรู้สึกว่าลูกดิ้น
ก็ประมาณสัปดาห์ที่ 18-23 แต่บางคนก็ดินก่อนหน้านั้นก็มีนะ

หลังจากหายแพ้ท้องมาได้หลายสัปดาห์ แม่ก็เริ่มรู้สึกกังวล
เวลาที่แพ้ท้อง ถึงจะทรมาณแต่แม่ก็ยังรู้สึกว่ามีอะไรเชื่อมถึงกันระหว่างเรา
แต่พอหายแพ้ท้อง แม้จะกินเก่ง น้ำหนักเพิ่มขึ่น
แม่ก็ยังเฝ้านับวันรอให้หนูดิ้น

แต่ก็เงียบกริบ....
เย็นวันพุธที่ 12 มกราคม 54 หนูอยู่ในท้องแม่ได้ 15สัปดาห์กับ 5 วัน
ตอนแม่นั่งอยู่บนรถรับ-ส่ง เพื่อรอกลับบ้านตอน 4 โมงกว่าๆ
รถยังไม่ออก จอดรอพนักงานอีกหลายคน
แม่ก็รู้สึกถึงการดิ้นหนู มันต่างจากที่แม่เคยรู้สึกตอน 12week
ตอนนั้นแม่รู้สึกเหมือนมีปลาหางนกยูงสัก 3-4 ตัวดินอยู่ในท้อง
ไม่ชัดเจนนัก แต่ก็เป็นแบบนั้นอีก 2-3 ครั้งในหลายวันต่อจากนั้น

แต่ครั้งนี้ มันเหมือนกับปลาทองนะ เหมือนปลาทองกำลังดิ้นในท้องแม่
แล้วก็เป็นอยู่ทุกวัน จนวันนี้เป็นวันที่ 3 แล้ว ประมาณ 2 ครั้งได้มั้งวันนี้นะ

หลายคืนก่อนแม่ฝันว่าแม่ต้องเสียหนูไป
พอสะดุ้งตื่นขึ้นมา แม่ก็ร้องไห้โฮ จนพ่อต้องลุกขึ้นมาปลอบ
พ่อกอดปลอบแม่ แล้วเอามือมาลูกที่ท้องแม่เบาๆ
"ลูกอยู่ในนี้นะ ลูกยังอยู่ในนี้ จับดูสิ"
พ่อบอกแม่แบบนี้ แต่แม่ก็อดคิดไม่ได้ ถ้าต้องเสียหนูไป แม่จะทำอย่างไง

ปู่กับย่าของหนู โทรมาหาพ่อบ่อยมาก บอกว่าให้คอยดูแลแม่ให้ดี
ภายในเดือนหน้านี้ ปู่กับย่า แล้วก็ลุงของหนู กะว่าจะขึ้นมาหาเรา
จะขนนมมาให้แม่ไว้กิน 10 กว่าลังได้มั้ง

ส่วนป้าหนึ่ง ป้าของหนูเป็นพี่สาวฝาแฝดของแม่
ก็กำลังท้อง ได้สัก 11 week ได้มั้ง ห่างกัน 5 week
คราวนี้ พี่น้ำปิง(ลูกสาวคนโตของป้าหนึ่ง)
ก็จะมีน้องทีเดียว 2 คนเลยนะ
ป้าหนึ่งยังไม่ได้ตั้งใจจะมีน้องอีกคน แต่เค้าก็มาจนได้
เค้าคงอิจฉาหนูมั้ง เลยอยากมาเกิดบ้าง หรือบางที
เค้าอาจจะอยากมาเกิดพร้อมกับหนู
แต่กลัวว่าพ่อกับแม่จะเหนื่อย เลยหนีไปเกิดกับป้าซะคนนึง

บุ่งบุ๊ง แม่ดีใจนะ ที่รู้ว่าหนูแข็งแรง
ทุกวันเวลาแม่ปวดฉี่ตอนกลางคืน แม่จะคลำหาหนูก่อน คลำเบาๆ
ก็จะเจออะไรปูดๆ ขึ้นมาใต้สะดือแม่ แล้วแม่ก็ปลุกให้พ่อจับด้วย
สักพักหนูก็ขยับหนีแม่

แม้จะเพลียที่ต้องตื่นมาฉี่บ่อยๆ ก็ยังดีที่ได้ทักทายกันนะ

แม่รักหนูนะ อยากให้หนูโตกว่านี้จะได้ดิ้นแรงๆโชว์พ่อบ้าง




 

Create Date : 14 มกราคม 2554    
Last Update : 17 มกราคม 2554 8:18:18 น.
Counter : 3387 Pageviews.  

15 week ในที่สุดย่าก็รู้แล้วว่าแม่มีหนูอยู่ในท้อง

หลังจากอดทนปิดบังเป็นความลับอยู่นานเกือบ 2 เดือน
ในที่สุดก็ถึงวันที่จะต้องเปิดเผยความลับกันเสียที

อาจเป็นเพราะข้อความแปลกๆใน face book เลยทำให้คุณลุงของหนู
เกิดความสงสัยและโทรมาถามพ่อว่า แม่กำลังท้องอยู่ใช่ไหม
พ่อก็ดันเผลอหลุดปากไปซะนี่ แต่ลุงก็รับปากนะว่าจะไม่บอกให้ย่ารู้
จะรอให้พ่อกับแม่กลับไปบ้านย่าที่โคราชแล้วบอกเอง

พ่อกับแม่จะกลับโคราชคืนวันที่ 29 ธันวาคม แต่ก็เกิดเหตุอีกละ
วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม แม่ปวดหัวมากๆ จนต้องทานยาแก้ปวดเข้าไป
พอถึงวันจันทร์ ก็ต้องลาป่วย

วันอังคาร แม่ไปทำงานได้แค่ครึ่งวันก็ทนปวดหัวไม่ไหว
ต้องให้ลุงคนขับรถขับมาส่งที่โรงพยาบาล
แต่พอพบคุณหมอแล้วคุณหมอก็ไม่ทราบสาเหตุอีก

พ่อกับแม่เลยศึกษาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ต
เค้าบอกว่า อาจจะเนื่องมาจากฮอร์โมน หรือเส้นเลือดทำงานหนัก
พบได้ในหญิงตั้งครรภ์ 1 ใน 3 คน

โชคดีนะ วันที่เรานั่งรถไปโคราชกันแม่ไม่มีอาการใดๆ
พอถึงโคราช
แม่สวมชุดคลุมท้องแล้วสวมเสื้อแขนยาวทับไว้
ย่ายืนอยู่หน้าบ้านตอนเราไปถึง มองแม่แบบงงๆ

"แม่นึกว่าเราใส่ชุดคลุมท้อง" ย่าทักแม่
แม่ได้แต่ยิ้มๆ ไม่พูดอะไร พ่อหยิบฟิล์มอัลตร้าซาวด์มาให้ย่าดู

"ดูนี่สิ" พ่อบอก
"ดูอะไร แม่ดูไม่เป็น" ย่ามองฟิล์มแบบงงๆ
"นี่ไงล่ะ หลานแม่ นอนอยู่นี่ เห็นไหมล่ะ 3เดือนแล้วนะ"

แล้วย่าก็ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นบ้าน ย่าหัวเราะร่วนอยู่นาน
ช่วงวันหยุด 4 วันที่เราอยู่กับย่า ไม่ว่าใครจะมาซื้อของ
หรือโทรมาคุย หรือแวะมาทักทายที่บ้าน ย่าก็จะเที่ยวประกาศ

บอกใครต่อใครว่า "ฉันจะได้เป็นย่าแล้วนะ ลูกสะใภ้ท้องได้ 3 เดือนแล้ว"

4 วัน ที่อยู่บ้านย่า แม่ทำงานหนักมาก ต้องช่วยปู่กับย่า
ถึงย่าจะไม่อยากให้ทำ แต่แม่ก็อดจะนิ่งดูดายไม่ได้
ช่วงปีใหม่ เป็นช่วงที่สามารถเก็บเกี่ยวรายได้ ได้มากที่สุด

กินก็แทบจะไม่ได้กิน นอนแทบไม่ได้นอน แม่เองก็สงสารหนูมาก
ได้แต่ลูบท้องแล้วบอกหนูว่า

"อดทนนะลูก เป็นลูกของพ่อกับแม่ หนูต้องอดทนนะ"

ตอนนี้ เกิดความเปลี่ยนแปลงกับแม่หลายอย่าง
อาการแพ้ท้องแทบจะไม่มีเหลืออยู่เลย แต่แม่ยังปวดหัวอยู่ทุกวัน
พยายามอดทนไม่ทานยาแก้ปวด เว้นเสียแต่ว่าจะไม่ไหวจริงๆ

แม่ปัสสาวะบ่อยมาก ทั้งกลางวัน กลางคืน ประมาณ 20 ครั้งต่อวันได้
แล้วก็อั้นไม่ค่อยอยู่ แถมยังปวดก้นมากๆเวลาต้องนั่งทำงานนานๆ
แค่นั่งได้ชั่วโมงเดียว แม่ก็ปวดก้นแทบแย่

ตอนนี้ก็เพิ่งจะ 14 week กว่าๆเองนะ ไม่รู้จะมีอาการแปลกๆอะไรอีก
น้ำหนักตอนนี้ก็ เกือบ 49 กิโลกรัมแล้วล่ะนะ ค่อยยังชั่วหน่อย
หลังจากที่คงที่มา 2 เดือน ตอนนี้โดยรวมแล้วก็ขึ้นมาประมาณ
2.5 กิโลกรัมแล้วล่ะ แล้วก็เริ่มจะดื่มนมได้บ้างแล้ว

อีกไม่เกิน 25 week ค่อยเจอกันนะ "บุ่งบุ๊ง" ของแม่




 

Create Date : 05 มกราคม 2554    
Last Update : 5 มกราคม 2554 9:58:47 น.
Counter : 3533 Pageviews.  

10 week แม่แอบไปดูหนูมาแล้วล่ะ

ตลอดช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่พ่อแทบจะไม่ได้อยู่บ้านเลย
พ่อต้องทำงานอยู่ที่เชียงใหม่ตลอด จนกระทั่งวันที่ 2 ธันวาคม
พ่อก็บอกกับแม่ว่างานเสร็จแล้ว จะรีบกลับบ้านเพื่อพาแม่ไปหาหมอ
อัลตร้าซาวด์ดูกำหนดคลอดของหนู

แต่พอตกเย็น พ่อก็โทรมาอีกว่าคงไปไม่ทัน เพราะต้องแวะอีกหลายที่
แม่นะ.....น้ำตาตกเลย ถึงจะเข้าใจพ่อ แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้
แม่อุตสาห์เฝ้านับวันรอที่จะได้เจอกับหนู แต่ก็กลายเป็นว่าพ่อไม่ว่าง
พ่อขอให้แม่เลื่อนวันออกไป แม่บอกว่าแม่ติดงาน
ต้องเป็นตามกำหนดเดิมเท่านั้นนะ

แต่ในที่สุดพ่อก็ต้องยอมให้แม่ไปโรงพยาบาลคนเดียว
แม่ขับรถไปโรงพยาบาลเอง ทั้งๆที่ยังขับรถได้ไม่เก่งเท่าไหร่
แถมยังต้องขับวนขึ้นไปจอดบนตึกสูงหลายชั้น ซึ่งแม่ไม่เคยทำมาก่อน

ที่โรงพยาบาลมีคนป่วยเยอะมากๆ แต่ดีนะที่แม่พกผ้าปิดจมูกมาด้วย
คุณหมอใช้เวลาซาวด์แค่ 2 นาที
(ก็อย่างว่าแหล่ะ โรงพยาบาลของรัฐก็เป็นแบบนี้)
แถมยังไม่พูด ไม่อธิบายอะไรให้แม่ฟังซักอย่าง

แม่เห็นหนูตัวเล็กๆ ยาว 3.25 cm กระดอนไปมา อยู่ในถุงของหนู
เวลาที่คุณหมอกดที่ซาวด์ลงไปบนท้องแม่แรงๆ

แม่เห็นมือเล็กๆ ขยับนิดๆ สายสะดือเคลื่อนไหวไปมา
หัวใจของหนู กระพริบๆเป็นจังหวะ
เห็นแล้วก็น้ำตาจะไหลที่เดียว ดีนะ... ที่คุณหมอใช้เวลาไม่นาน
ไม่งั้น แม่คงต้องร้องไห้ต่อหน้าคุณหมอแน่ๆ

ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา เป็นเพราะศึกษาข้อมูลไว้มาก
แม่เลยคอยแต่กังวล
กลัวหนูจะไม่โตแล้วบ้างละ....
กลัวจะไม่เห็นหนูอยู่ในถุงบ้างละ.....
กลัวจะเป็นท้องลมบ้างละ....

หลังจากได้รับฟิลม์จากคุณหมอ แม่ก็อ่านจากฟิลม์เอาว่า
หนูยาว 3.25 cm แล้ว
อืมมม...จากที่ศึกษามาก็ปกติดีนะ

หนูอยู่ในท้องแม่ได้ 10week แล้ว
อ๊า....ตามที่แม่คิดไว้เป๊ะๆ เลยล่ะ

หนูจะครบ 40week วันที่ 1 กรกฎาคม 2554
เป็นอันว่าแม่จะได้เห็นหน้าหนู
ก็ประมาณปลายเดือนมิถุนายน ถึงต้นเดือนกรกฎาคม 2554 นะ
(เพราะคุณหมอที่แม่ฝากท้องบอกว่า 4 กรกฎาคม 2554)

วันพ่อที่ผ่านมาเราไปเที่ยวหายายกัน ครอบครัวของป้าหนึ่งก็ไปด้วย
ยายเห็นแม่แล้ว บอกว่าสงสารแม่มาก
เพราะแม่เป็นคนจัดเตรียมอาหารเอง แต่กลับทานอะไรแทบไม่ได้
อาเจียรออกมาตลอดเลย

เมื่อวานนี้ (8 ธันวาคม 2553) แม่ก็ไปพบคุณหมอมาตามนัด
น้ำหนักของแม่ยังคงเท่าเดิมจากเดือนที่แล้ว
คุณหมอบอกว่า "ไม่เป็นไร"
"ถ้ายังทานได้ ถึงจะอาเจียรออกมา ก็ยังคงมีลงท้องไปบ้าง"

แม่ถูกฉีกวัคซีนมา 1 เข็ม กันบาดทะยัก
เมื่อคืนนี้แม่นอนปวดแขนทั้งคืน ข้างที่ถูกฉีดวัคซีน
ส่วนพ่อก็ไม่สบาย มีไข้นิดหน่อย แม่ให้ทานยาไป 2 เม็ด
เช้านี้พ่อก็ดีขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ
เมื่อเช้านี้แม่ก็เลยต้องลุกมาเตรียมอาหารเอง
เพราะช่วงหลังนี้ แม่จะทำกับข้าวไว้ตอนเย็นแล้วให้พ่อลุกขึ้นมาอุ่น
เฮ้อ...คนท้องนี่ขี้เกียจจังเลยนะ




 

Create Date : 09 ธันวาคม 2553    
Last Update : 9 ธันวาคม 2553 13:54:50 น.
Counter : 826 Pageviews.  

ยิ่งแพ้ท้อง ก็ยิ่งเครียดหนักค่ะ (มีแต่ผลเสียนะ แบบนี้น่ะ)

นี่ก็ ครบ 3 สัปดาห์พอดี นับแต่สัปดาห์แรกที่แม่เพิ่งรู้ตัวว่ามีหนูอยู่ในท้อง
แม่นับๆเอาเองนะ ว่าตอนนี้หนูคงจะอยู่ในท้องแม่มาได้สัก 7 สัปดาห์แล้ว
เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนตอนที่พ่อพาแม่ไปฝากท้อง ตอนกำลังรอหมอ
ย่าก็โทรมาพอดี

ด้วยความอยากได้หลานมาก ย่าถามเหมือนทุกครั้งว่าประจำเดือนแม่มาหรือยัง

พ่อก็บอกกับย่าไปว่า "มานิดๆแล้วมั้ง"
ย่าก็ทำเสียงเศร้าๆว่า "ถ้างั้นคงไม่ติดแล้วมั้ง"

พ่อกับแม่ สงสารย่าจับใจ แต่ก็ตัดสินใจว่าจะยังไม่บอกย่า
รอให้พ้น 3 เดือนไปก่อน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้เสมอ

พ่อกับแม่กลัวว่าระหว่างนี้หากต้องเสียหนูไป ย่าคงจะเสียใจมาก
เลยปรึกษากันว่า ตอนปีใหม่ ที่พ่อกับแม่จะไปหาปู่กับย่า
ซึ่งน่าจะเป็นช่วงที่เลย 3 เดือนไปแล้ว ตอนนั้นเราค่อยบอกให้ย่ารู้

ย่าเคยบอกว่า รู้สึกริษยาทุกครั้งที่เห็นใครๆอุ้มหลานเดินผ่านหน้าบ้าน
พ่อกับแม่ ก็แต่งกันมาเกือบ 3 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมมีหลานให้อุ้มสักที
แต่ความเห็นที่ขัดกันอยู่ คือ ย่าอยากได้หลานสาวมาก
ในขณะที่แม่อยากให้ลูกคนโตเป็นลูกชาย แต่ถ้าหนูออกมาเป็นลูกสาว
หนูก็คือลูกของพ่อและแม่อยู่ดี ของให้ครบถ้วนและสมบูรณ์แข็งแรงนะลูก

2-3 วันนี้แม่เริ่มแพ้ท้องหนักมาก กินอะไรเข้าไป ก็กลับออกมาหมด
แม่หิวโซ แต่กินอะไรไม่ได้เลย ทั้งหิว และเหนื่อยอ่อนที่ต้องอาเจียรแทบทั้งวัน
พ่อก็ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนมอง งงๆ แล้วก็ถามว่าอยากกินโน้นไหม กินนี่ไหม

แม่ออกจะงอนพ่อสักหน่อย แม่คิดว่าพ่อยังไม่ดูแลแม่ได้เท่าที่ควร
ก็คนกำลังท้องนี่นะ อยากจะให้คนมาเอาใจมากๆ อยากให้มีคนมาช่วยทำโน้นทำนี่

แต่พอแม่เข้าห้องไปดูทีวี พ่อก็ตามเข้าไป พอแม่เดินออกมาทำงานในสวน
พ่อถึงจะเดินออกมาทำบ้าง ก็เป็นซะอย่างงี้ ไม่บอกให้ทำก็ไม่ทำ
ไม่เห็นเราหยิบจับอะไร ก็ไม่คิดจะหยิบจะจับ เฮ้อ

ตอนนี้แม่กำลังตั้งหน้าตั้งตารอ กำหนดที่จะไปซาวด์
เพื่อดูว่าตอนนี้หนูอยู่ในท้องของแม่มานานแค่ไหนแน่
แล้วเมื่อไหร่ ที่แม่จะได้เห็นหนู ออกมาอยู่ข้างนอกเสียที

ไม่ว่าอาการแพ้ท้อง จะหนักหนาแค่ไหน แม่ก็จะอดทนนะลูก
แม่จะอดทนเพื่อหนู รอวันที่จะได้เจอกับหนู




 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2553 10:24:52 น.
Counter : 531 Pageviews.  

รักของสองเรา-เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์

หลังจากจัดการเรื่องบ้านเสร็จเรียบร้อย แล้วย้ายเข้าอยู่เมื่อ 12 ส.ค.53

ทั้งเราและแฟนก็รู้สึกเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก และยังไม่อยากจะวางแผนทำอะไรต่อ

ที่สำคัญก็คือ เราเองก็ต้องเตรียมตัวเพื่อสอบในปลายเดือน ต.ค.53 นี้

ตอนนี้เราต้องเรียนต่อเพื่อปริญญาอีกใบเอามาใช้ปรับวุฒิในการทำงาน

เทอมนี้ก็เป็เทอมที่ 3 แล้ว จากทั้งหมด 4 เทอม

ดังนั้นเวลาที่แม่สามีโทรมาทวงยิกๆ ว่าเมื่อไหร่จะมีหลานให้อุ้ม

เราจึงมักบ่ายเบี่ยงเสมอ เหตุผลเพราะอยากเรียนให้จบก่อน อีกทั้ง

เป็นเพราะรู้สึกเหนื่อยกับการต้องรับภาระค่าใช้จ่ายหลายๆอย่าง จึงอยากรอให้เบาบางลงกว่านี้

แต่ใจจริงๆของเราก็อยากมีลูกมาก เพราะเรากับแฟนก็แต่งงานกันมาเกือบ 3 ปีแล้ว

อายุ ก็ใกล้เลย 3 เข้าทุกที ถึงแม้จะยังคงคุมกำเนิดไว้ แต่ทุกครั้งที่ประจำเดือนคลาดเคลื่อน

ก็อดไม่ได้ที่ต้องจะต้องซื้อ Pregnancy test มาลองทอดสอบดูทุกครั้ง

เหตุเพราะเราและสามีคุมกำเนิดด้วยวิธีธรรมชาติ จึงคิดว่าอาจจะพลาดพลั้งบ้างก็ได้

เผื่อฟลุ๊ค แต่ก็ยังไม่กล้าพอที่จะหยุดคุมกำเนิดเพื่อที่จะมีลูก เพราะกลัวจะรับภาระไม่ไหว

ประจำเดือนครั้งล่าสุดที่มาเท่าที่จำได้น่าจะเป็น 25 สิงหาคม 53

แล้วมันก็คลาดเคลื่อนอีกตามเคย เพราะปกติก็ไม่ค่อยจะมาตรงตามกำหนด

14 ตุลาคม ตัดสินใจลองเทสดูเป็นครั้งแรก ปรากฎว่ามีแค่ขีดเดียว

เราก็คิดว่ามันก็คงเหมือนกับทุกๆครั้งที่เราหลงตื่นเต้น สุดท้ายก็ตรวจไม่เจอ

และคิดว่า อีกซัก 2-3 วันเมนส์ก็คงจะมาตามปกติ แต่มันก็ล่วงเลยไปจนอีก 2สัปดาห์ต่อมา

29 ตุลาคม เราลางานเพื่ออ่านหนังสือเตรียมสอบ ส่วนสามีไปประชุมที่กรุงเทพ 10 วัน

อ่านหนังสือก็เครียด ท้องน้อยก็เจ็บจี๊ดๆมาหลายวัน หัวนมดมคล้ำผิดปกติ

จึงตัดสินใจขับรถออกไปซื้ Pregnancy test มาลองทดสอบดูอีกครั้ง

ผลก็คือ







2 ขีด เข้มๆเลยด้วย แทบจะกรี๊ด อยู่ในห้องน้ำ ท้องหรอเนี๊ยะ

พอออกจากห้องน้ำก็รีบจิ้มโทรศัพท์ไปหาสามี แต่ปรากฎว่าไม่มีใครรับ

อาจเป็นเพราะกำลังประชุมอยู่ ด้วยความตื่นเต้นเลยตัดสินใจส่งเมสเสจไปให้

"จะได้เป็นพ่อแล้วนะคับ ^-^"

เงียบหายไป 3 ชั่วโมง สงสัยปิดเสียงไว้เลยไม่ได้ยินเมสเสจเข้า

พอ 4 โมงเย็นก็โทรกลับมา

"ฮัลโหล" สามีพูด

'อืม....'

"รู้ได้ไงอะ" สามีถาม

'ไปซื้อมาตรวจ ซื้อแบบอย่างดีเลยล่ะ'

"มันขึ้น 2 ขีดหรอ" ถามอีก

'อืม...'

"เค้าเห็นเมสเสจแล้วตกใจเลย....ฮืออออ" (ร้องไห้ใหญ่เลย คุณสามี)

'ดีใจ หรือว่าเสียใจ'

"ดีใจ ฮือออออ เค้าพูดไม่ออกเลย ฮือออออ"

ปล่อยให้ร้องไปสักพัก

"ดูแลตัวเองด้วยนะ อย่าอ่านหนังสือจนเครียดล่ะ ถ้าทำไม่ได้ก็ปล่อยๆไปมั้ง"

หลังจากนั้นสามีก็กลับมาตอนวันพุธเราถึงได้ไปฝากท้อง

แต่ก่อนฝากก็ไปตรวจที่แลป เพื่อความมั่นใจอีกรอบนึงด้วยการตรวจเลือด

ผลออกมาก็คือท้องจริงๆแฮะ เราตัดสินใจยังไม่บอกแม่สามี

แม้จะสงสารที่ต้องคอยโทรมาถามเรื่องมีหลานอยู่ทุกเดือนๆ

แต่เราก็อยากได้พ้น 12 สัปดาห์ไปก่อน เพื่อความมั่นใจมากกว่านี้

ถึงตอนนี้แล้ว ไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ก็ต้องช่วยกันฝ่าฟันไปเพื่อลูก



เดือนนี้เกือบทั้งเดือน (พ.ย. 53) สามีก็ต้องออกต่างจังหวัดตลอด

แทบไม่ค่อยได้อยู่บ้าน เราต้องทำหลายอย่างอย่างเอง แต่ก็ต้องคอยดูแล

และระมัดระวังตัวอยู่ตลอด เพื่อลูกแล้ว แม่ทำได้จ้า




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 16 ธันวาคม 2553 10:44:40 น.
Counter : 1683 Pageviews.  

1  2  3  

nongmalee
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add nongmalee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.