อยากให้บอลไทยไปบอลโลก
Group Blog
 
All Blogs
 

ถ้าเราไม่อบอุ่นอุ่นร่างกายก่อนเล่นฟุตบอลผลคือ...

Warm up
การวอร์มอัพไม่ใชเป็นแค่เกิจกรรมที่เอาไว้ทำเล่นๆก่อนแข่งเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นการเล่นในระดับใดๆก็ตาม คุณจะต้องรับผิดชอบต่อตัวเอง และ เพื่อนร่วมทีม ที่จะต้องเตรียมพร้อมร่างกายให้เหมาะสมสำหรับการใช้แรงอย่างหนักที่จะตามมาในการแข่งขัน

ข้อดีของการอบอุ่น ร่างกาย
จงอย่าประเมินประโยชน์ของ การวอร์มก่อนแข่งต่ำไปเป็นอันขาด การวอร์มอัพที่ดี จะทำให้เราได้รับผลดีทวีคูณกับ ฟอร์มการเล่นเป็นสองเท่าคือ
1.คุณมีโอกาสที่จะเล่นได้ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของคุณตั้งแต่เริ่มต้นเกมส์
2.อันนี้ทุกคนคงรู้แน่นอนอยู่แล้วคือคุณจะลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ

อีกทั้งการอบอุ่นร่างกายจะส่งผลดีทางด้านจิตวิทยาของผู้เล่นบางประการคือ จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกถึงการเตรียมตัวที่เหมาะสมซึ่งจะทำให้ผู้เล่นรู้สึก “มั่นใจ” ตั้งแต่นาทีแรกของเกมส์ เวลาที่ใช้ไปในการอบอุ่นร่างกายจะช่วยให้ผู้เล่น พุ่งสมาธิไปที่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ทำให้เกิดความสงบ ซึ่งมันจะเป็นสิ่งที่มีค่าในการเริ่มต้นการแข่งขัน (ไม่น่าเชื่อเลยนะครับตำราฝรั่งพูดเรื่อง สมาธิคล้ายกับศาสนาพุทธของเราเลย)
การวอร์มจะทำให้ผู้เล่นรู้สึก ผ่อนคลาย และ ลดการตื่นสนามได้ การวอร์มร่างกายเป็นเวลา 15 นาทีจะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าร่างกายได้ถูกเตรียมพร้อมอย่างเพียงพอ
ถ้าคุณให้เวลากับการอบอุ่นร่างกายไม่เพียงพอ ผลที่ได้อาจเป็น หายนะก็ได้(ในหนังสือใช้คำนี้จริงๆครับ)
เพราะถึงแม้ว่าคุณจะโชคดีรอดจากการบาดเจ็บตลอดทั้งเกมส์ แต่คุณก็จะไม่สามารถเร่งฟอร์มการเล่นได้เต็มที่ในช่วง10-15นาทีแรกของเกมส์อยู่ดี ซึ่งเวลาแค่นี้ก็เพียงพอให้คุณอาจถูกยิงประตูนำไปก่อนตั้งแต่เริ่มเกมส์ ซึ่งเป็นฝันร้ายทั้งกับโค้ช และ ทีมทั้งทีมอย่างแน่นอน เพราะแทคติคต่างๆที่เตรียมกันมาอาจต้องปรับเปลี่ยนกันใหม่หมดทีเดียว

การยืดกล้ามเนื้อ
การอบอุ่นร่างกายที่ดีจะค่อยๆเพิ่มการไหลเวียนโลหิตในร่างกายค่อยๆเพิ่มอุณหภูมิของกล้ามเนื้อ และ เพิ่มความยืดหยุ่นซึ่งกล้ามเนื้อจะมีอุณหภูมิที่เหมะสมกับการเล่นกีฬา จะกินเวลาประมาณ10นาที นั่นคือเหตุผลที่เราแนะนำให้ช่วงการวอร์มควรอยู่ที่ 10-15นาที และ ไม่ควรนานเกิน 20 นาที
ซึ่งผลที่ได้จากการอบอุ่นร่างกายคือจะทำให้ร่างกายของคุณเข้าสู่สภาวะ Aerobic state ซึ่งร่างกายจะสามารถทนทานต่อการใช้งานหนักของกล้ามเนื้อได้
แต่ถ้าหากคุณ “วอร์มไม่ถึง” ในช่วง15นาทีแรกของเกม คุณอาจจะต้องถูกเปลี่ยนออกตั้งแต่ต้นเกมก็ได้ เพราะ กล้ามเนื้อที่ยัง “เย็น”อยู่นั้นจะไม่สามารถตอบสนองกับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเพียงพอทำให้เสี่ยงต่อการฉีกขาดได้ ในทางตรงกันข้าม ถ้าเรา “วอร์มถึง” ร่างกายจะสามารถยืดหยุ่นในมุมที่มากกว่าเดิมถึง 20 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว

การอบอุ่นหัวใจ
ไม่จำเป็นต้องอินเลิฟเท่านั้นนะครับ แต่ สำหรับนักบอลอย่างเรานั้นเกิดจากการอบอุ่นร่างกายซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจซึ่งควรจะอยู่ที่ 120ครั้ง/นาที และเมื่อหัวใจปั๊มเลือดไปทั่วร่างกายของคุณ จะทำให้กล้ามเนื้อของคุณ ผลิต ความร้อนขึ้นซึ่ง ความร้อนบางส่วนก็จะย้อนกลับไปสู่กระแสเลือดอีกทีหนึ่ง และจะเพิ่มอุณหภูมิไหลเวียนไปทั่วร่างกาย

“การอบอุ่นร่างกายที่สูญเปล่า”
จงจำไว้ว่าเมื่อคุณอบอุ่นร่างกายเสร็จ จงอย่างกลับไปนั่งเฉยๆไม่ทำอะไร หรือ ไปนั่งพักนิ่งๆซะงั้น มิฉะนั้นการอบอุ่นร่างกายที่ผ่านมาก็คือ ความสูญเปล่า ก่อนจะเขี่ยบอลของหาอะไรทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ เพราะถ้าเรากลับไปอยู่นิ่งๆ ก็จะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจลดลง กล้ามเนื้อเย็นลง แน่นอนว่าทำให้ยืดหยุ่นได้น้อยลง แทนที่จะคงอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม การวิ่งเหยาะๆ และ ยืดกล้ามเนื้อเป็นระยะๆเป็นสิ่งที่ดีเพราะจะทำให้ร่างกายยังคงเคลื่อนไหวอยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าหนาวการอบอุ่นร่างกายยิ่งจำเป็นมากขึ้น

การอบอุ่นร่างกายในหน้าหนาว
เนื่องจากเป็นการแปลมาจากหนังสือต่างประเทศนะครับเค้าเลยเน้นเรื่องหน้าหนาวเป็นพิเศษเพราะอุณหภูมิมันจะต่างกันมากจริงๆ เอาเป็นสรุปย่อๆว่าในหน้าหนาวการ อบอุ่นร่างกายก็ต้องเน้นเป็นพิเศษละเลยไม่ได้ แต่ทั้งนี้ทังนั้นถึงจะหนาวยังไงก็ยังคงต้องซ้อมต่อไป จะเอาข้ออ้างเรื่องไม่อยากซ้อมหน้าหนาวเพราะกลัวบาดเจ็บไม่ได้(ไม่เหมือนกับเมืองไทยนะครับ เวลาหน้าหนาวนี่เป็นบรรยากาศที่น่าเตะบอลมาก แต่หน้าร้อนนี่ แทบคลานเลยทีเดียว)

การอบอุ่นร่างกายบนม้านั่งสำรอง
แม้คุณจะอยู่บนม้านี่งสำรองแต่คุณก็ควรจะ อบอุ่นร่างกายไปเรื่อยๆให้เหมือนกับที่คุณทำตอนต้นเกมส์เพราะคุณไม่มีทางรู้เลยว่า คุณอาจจะต้องลงสนามเมื่อไหร่ ดังนั้นในระหว่างที่คุณอยู่ข้างสนาม คุณก็ควรวิ่งเหยาะๆ และ ยืดกล้ามเนื้อทุกๆ10นาที จนถึงเวลาที่คุณอาจจะได้รับโอกาสในการลงสนาม ซึ่งจะทำให้คุณอาจจะเป็นซุปเปอร์ซับโดยที่ไม่รู้ตัวก็ได้
ทีมที่มีการจัดการที่ดีจะทำทุกอย่างให้แน่ใจว่าทุกคนในทีมีการเตรียมตัวพร้อมสำหรับการเริ่มต้นแมทซ์ ซึ่งนอกจากประโยชน์ดัวที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังเป็นการข่มขวัญคู่แข่งได้ด้วย...



1.ยกเข่าแตะมือเหมือนดังรูป
2.ยกส้นแตะมือ
3.บิดร่างกายส่วนบนไปมา วิ่งทางตรงและสลับทางข้างทั้งซ้ายขวา


จบในเรื่องส่วนของความฟิตแล้วนะครับสำหรับเรื่องการอบอุ่นร่างกายพี่ๆท่านไหน กรุณาช่วยเสริมเคล็ดลับให้ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูงเลยนะครับ




 

Create Date : 22 มิถุนายน 2553    
Last Update : 22 มิถุนายน 2553 20:23:04 น.
Counter : 3931 Pageviews.  

ใครอยากเล่นบอลวันพุธ 2 ทุ่มทุกสัปดาห์บ้างครับ

ตอนนี้มีทีมอยู่1ทีมครับ (6คน)
หาคนอยากเล่นบอลวันพุธ ประมาณ2-4ทุ่มครับ
สนามเดี๋ยวแจ้งให้ทราบอีกทีนะครับ




 

Create Date : 16 มิถุนายน 2553    
Last Update : 16 มิถุนายน 2553 15:23:23 น.
Counter : 1291 Pageviews.  

Moderate And Low intensity Training การซ้อมบอลแบบ เบาๆ และซ้อมแบบ กลางๆ

Moderate And Low intensity Training
(การซ้อมแบบ เบาๆ และ การซ้อมแบบเข้มข้นปานกลาง)
สำหรับตารางการฝึกหลังจากแข่งเสร็จ หรือ หลังจากการฝึกแบบเข้มข้น การฝึกซ้อมเบาๆ และ ปานกลางจะเป็นการซ้อมที่จะตามมา
เพราะร่างกายของนักฟุตบอลของเรา ต้องการเวลาสำหรับการพักฟื้น หลังจากเพิ่งทำงานหนักมา ดังนั้นการมีช่วงฝึกหนักติดๆกันจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งเพราะจะทำให้ร่างกายล้าเกินไป และ เสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บได้
Moderate Session หรือช่วงการฝึกเข้มข้นปานกลางเป็นชื่อที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิดในการฝึกซ้อมที่สมเหตุสมผล คือจะไม่ผลักดันร่งกายให้ถึงขีดจำกัดเหมือนการฝึกแบบเข้มข้นสูง
การฝึกแบบนี้ให้นึกคล้ายๆกับการเต้นแอโรบิคตามสวนสาธารณะ คือ เป็นการออกกำลังกายแบบ “เอาเหงื่อ” แต่ไม่ต้องถึงกับหัวใจเต้นแรงเกินไป
การฝึกแบบปานกลาง จะเริ่มจากการ วอร์มร่างกาย และ ยืดกล้ามเนื้อ แต่ไม่ต้องวอร์มเต็มรูปแบบ เหมือนกับวอร์มก่อนแข่งจริง หรือ วอร์มก่อนฝึกหนัก
หลังจากวอร์มเสร็จ ให้ผู้เล่นแบ่งทีมแบบบอลโต๊ะเล็ก ซึ่งการฝึกแบบนี้จะมีวิธีฝึกซ้อมมากมาย แต่ทั้งหมดต้องอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน คือจะต้อง “จำกัด” การเคลื่อนที่ของผู้เล่น และ ความรวดเร็วของเกมส์ไม่ให้เร็วเกินไป
ซึ่งวิธีการก็คือต้องแบบโซนในสนาม เป็น 3 โซน และ แบ่งทีมเป็น2ทีม(ในที่นี้คือ Aและ B)
โซนแรกคือโซนหน้าประตูของทีมเอ เราก็อาจแบ่ง ผู้เล่นกองหน้าของทีม บี และ ผู้เล่นกองหลังของทีม เอ มาอยู่โซนนี้ และที่สำคัญคือ ทุกคนต้องไม่ออกจากโซน
โซนที่2 (กลางสนาม) ก็จะมีกองกลางจากทั้งสองทีม อยู่ในโซนนี้ และ ห้ามออกจากโซนเช่นเดียวกัน
โซนสุดท้าย หน้าประตูของทีมบีก็กลับกันกับโซนแรก คือ ต้องมีกองหน้าจากทีม เอ และกองหลังจากทีมบียืนในโซนนี้ ห้ามออกจากโซนเช่นกัน เพื่อให้เข้าใจง่ายดูรูปประกอบ



TIP
การฝึกแบบนี้ อาจมีกติกาเพิ่มเช่นห้ามเสียบสกัด แต่อาจจะส่งบอลข้ามโซนกันได้เหมือนแข่งจริง ลูกบอลสำรองเตรียมไว้ข้างสนามเพื่อให้เกมต่อเนื่อง
อาจมีข้อจำกัดอื่นๆเพิ่มเข้าไปเช่น อนุญาตให้ แตะบอลได้ไม่เกิน2-3ก่อนส่งต่อ เพื่อไม่ให้ต้องมีการปะทะกันมากเหมือนแข่งจริง
การฝึกซ้อมให้ฝึกต่อเนื่องไปสัก 45 นาทีก็พอเพื่อไม่ให้นักเตะเหนื่อยเกินไป
การฝึกแบบอื่นที่ง่ายๆก็อาจจะเล่นลิงชิงบอล โดยมีลิง หนึ่งคน สองคน หรือ สามคน ก็แล้วแต่ (วงไม่ต้องใหญ่มาก) หรือ เตะตะกร้อวง(โดยใช้ลูกฟุตบอล) ก็เป็นการฝึกสกิลที่ดี
Low intensity (การฝึกเบาๆ ขำๆ)
โดยทั่วไปเป็นการฝึกที่เน้นการซ้อมตำแหน่งยืนในสนามมากกว่า คือให้ผู้เล่นยืนตามตำแหน่ง (ไม่ต้องเคลื่อนไหวไปไหน) ถ้ามีการส่งบอลก็เน้นให้บอลที่ตัว ถ้าต้องวิ่งก็วิ่งเหยาะๆ
การฝึกแบบนี้จะช่วยในกระบวนการพักฟื้นของร่างกาย อีกทั้งประโยชน์ที่ดีมากไปกว่านั้นก็คือ เป็นการซ้อมแผนการเล่นให้เข้าใจ และ ให้นักเตะเรียนรู้แทคติคที่โค้ชต้องการสอน ซึ่งการซ้อมแบบนี้จะช่วยให้นักบอลเข้าใจง่ายกว่า อธิบายบนกระดาน เชิญกุนซือจอมแทคติคทุกคนนำไปปรับใช้กับการซ้อมนักฟุตบอลของคุณได้เลยนะครับ


เรื่องโดยมานนท์ ชัยสาลี บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2541 ด้วยนะเอ้อ...




 

Create Date : 05 มิถุนายน 2553    
Last Update : 5 มิถุนายน 2553 16:12:22 น.
Counter : 1199 Pageviews.  

การฝึกซ้อม ฟุตบอล แบบ เข้มข้นสูง (High intensity Training)

การซ้อม ฟุตบอล แบบเข้มข้นสูง (high intensity training)

การฝึกแบบเข้มข้นสูง แปลเป็นภาษาคนได้ว่า ฝึกหนักโคตร!!! จุดประสงค์ของการฝึกแบบเข้มข้นสูงคือ การรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้สูงไว้ และ ให้ระดับการทำงานของร่างกายอยู่ในสถานการณ์คล้ายๆกับแมทแข่งขันจริง
ผู้เล่นจะออกแรงเกินกว่า 75 เปอร์เซนของความสามารถสูงสุดที่เขาทำได้ การฝึกเข้มข้นสูงควรจะให้ผลแบบนี้ แต่ ในระยะเวลาฝึกซ้อมที่น้อยกว่า เวลาในการแข่งขันจริง
ในบางกรณี การฝึกแบบเข้มข้นสูงจะฝึกให้เข้มข้นกว่าการแข่งจริงด้วยซ้ำ ซึ่งผู้เล่นจะต้องออกแรงให้มากกว่า 95 เปอร์เซนต์ ของแรงที่มี (แปลง่ายๆว่ามีเท่าไหร่ใส่ให้หมด) โดยสร้างสถานการณ์ ให้หนักกว่าที่พวกเขาจะเจอในเกมการแข่งจริง ซึ่งการฝึกแบบนี้จะทำให้ ร่างกายสามารถทนทานต่ออาการหมดแรง แม้จะเป็นในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของการแข่ง หากคุณมีการฝึกแบบนี้ให้นักบอลของคุณบ้าง ก็จะทำให้ฟอร์มการเล่นช่วง15 นาทีสุดท้ายของทีมคุณ ไม่แย่จนเกินไปนัก ( ทีมที่ซ้อม “ไม่ถึง” มักจะเสียประตูบ่อยๆ ในช่วง 15 นาทีสุดท้าย) ช่วงใกล้หมดเวลาเป็นช่วงที่ต่อให้นักเตะของคุณ มีทักษะขั้นเทพแค่ไหน แต่ถ้าหมดแรงก็เสร็จเอาได้ง่ายๆ... ดังนั้นการซ้อมแบบนี้จึงยังสำคัญอยู่เสมอ.....

การอบอุ่นร่างกายก่อนฝึกแบบเข้มข้นสูง

ไม่ว่าจะเป็นการฝึกแบบไหน การอบอุ่นร่างกายก็สำคัญที่สุดเสมอ โดยเฉพาะการฝึกแบบเข้มข้นสูงด้วยแล้ว....
การอบอุ่นร่างกายในแบบนี้ต้องเตรียมกล้ามเนื้อ และ อัตตราการเต้นของหัวใจให้พร้อมสำหรับกิจกรรมหนักๆที่จะตามมา การฝึกช่วงเข้มข้น จะเป็นการฝึกซ้ำๆ ให้เหมือนกับที่ใช้แรงในการแข่งขัน ดังนั้นการวอร์มก่อนฝึกจึงต้อง อบอุ่นร่างกายในระดับเดียวกับการแข่งจริงเลยทีเดียว....

ทำความเข้าใจก่อนว่า แม้จะฝึกหนัก แต่ อย่าฝึกหนักจนเกินไป!!!

การฝึกแบบเข้มข้นสูงส่วนใหญ่จะนำรูปแบบของบอลโต๊ะเล็กมาใช้ แต่ก็ไม่ได้นำมาใช้ทั้งหมด เพราะบางครั้งอาจซ้อมโดยไม่มีลูกบอลก็ได้ แนวคิดของการซ้อมเป็นไปในลักษณะเพื่อรักษาการทำงานของร่างกายให้อยู่ในระดับสูง แต่ไม่ใช่ฝึกหนักมากจนกระทั้งสลบ ดังนั้น การวิ่งจนกระทั้งเป็นลม ไม่ใช่การฝึกที่ถูกต้อง อย่างที่ตำราต้นฉบับกล่าวไว้คือ Put your self but not kill your self หรือ จงผลักดันตัวเอง ไม่ใช่ฆ่าตัวเอง!!!

TIP

เคล็ดลับการฝึก บอลโต๊ะเล็กเป็นวิธีที่ดี และ สนุกในรูปแบบการฝึกหนัก พยายามทำให้แน่ใจว่า ระหว่างการฝึกร่างกาย (รวมถึงลูกบอล) ต้องเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว และหากบอลออกนอกพื้นที่บอลใหม่ต้องถูกใส่เข้ามาให้เร็วที่สุดเพื่อให้ร่างกายพักน้อย อันเป็นกุญแจสำคัญของการฝึกแบบนี้

ช่วงการฝึก แบบเข้มข้น
อาจประกอบด้วย การฝึก สปรินท์ระยะสั้นในช่วงแรก ( วิ่งเร่งไปกลับ หกรอบ) แต่ส่วนที่สำคัญของการฝึกนี้คือ บอลโต๊ะเล็ก อาจแบ่งเป็น 4 ต่อ 4 แต่ผู้เล่นอื่นๆอาจอยู่รอบพื้นที่การเล่น คอยกันไม่ให้บอลออกนอกพื้นที่ ในการเล่นทุกคนจะต้องขยันไล่บอลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โค้ชต้องจับเวลาให้อยู่ใน4-8นาที จากนั้นก็สลับผู้เล่นในสนาม กับ ผู้เล่นที่อยู่รอบพื้นที่การเล่นที่กันไม่ให้บอลออก พูดง่ายๆคือ เปลี่ยนหน้าที่กัน จำไว้ว่าการฝึกแบบนี้ไม่ควรนานเกิน 45 นาที!!!

ช่วงพัก ในการฝึก
เป็นสิ่งจำเป็นมากที่ต้องให้ร่างกายได้พักบ้างในช่วงการฝึกหนัก ในกรณีที่คุณฝึกแบบไม่มีบอล คุณควรฝึก 8-12 นาที และ ให้มีช่วงพัก 2-3 นาทีก่อนฝึกยกต่อไป
ระยะเวลาในการฝึกแบบนี้จะกินเวลา 1 ชั่วโมง และ ไม่ควรนานเกินกว่านั้น!!!
การฝึกแบบเข้มข้นเป็นวิธีที่ดีสำหรับผู้เล่นอายุมาก (ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมครับ) ที่จะรักษาความฟิตเอาไว้ อย่างไรก็ตามให้ดูเวลาพักให้เหมาะสมด้วย (อย่าทรมานคนแก่จนเกินเลยนะครับ )
จงจำไว้ว่ามันจำเป็นมาก ที่การฝึกแบบเข้มข้นสูงจะต้องมีช่วงพักที่เพียงพอ มิฉะนั้น ความฟิตจะโรยราแทนที่จะพัฒนาเพิ่มขึ้น
โดยทั่วไป ที่เค้าซ้อมๆกันมักจะฝึก 10 นาทีพัก 3 นาที ราวๆนี้ก็น่าจะ โอเคแล้วล่ะครับ ^_^….

เรื่องโดยมานนท์ ชัยสาลี บทความนี้สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2541 ด้วยนะเอ้อ...

ขออภัยที่หายไปนานครับ ช่วงที่ผ่านมา ติดตามข่าวสถานการณ์บ้านเมือง จนกินเวลาว่างของผมไปหมดเลย ต่อไปคาดว่าน่าจะแปลบทความการฝึกซ้อมใหม่ๆจากตำราฟุตบอลต่างประเทศได้บ่อยกว่าเดิมแล้วล่ะครับ ขออภัยคนที่ติดตามเป็นประจำด้วยเน้อ...





 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2553 20:21:12 น.
Counter : 2341 Pageviews.  

การฝึกผู้รักษาประตู ตอนที่2

การอบอุ่นร่างกาย
การวอร์มของผู้รักษาประตูจะต่างกันเล็กน้อยกับผู้เล่นในสนาม ...
เริ่มจากการยืดกล้ามเนื้อจะเน้นไปที่แขน และ ร่างกายส่วนเป็น..
มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี้ยงไม่ได้ที่จะต้องอบอุ่นร่างกายอย่างเหมาะสมเสมอ ยิ่งเป็นหน้าหนาวด้วย เพราะความตึงเครียดของกล้ามเนื้อสามารถเกิดขึ้นได้ถ้าเราไม่เตรียมตัวมาอย่างเหมาะสม
ในแมทซ์ ที่โกล์ ต้องนั่งตบยุงเพราะทีมตรงข้ามไม่ค่อยได้บุก ผู้รักษาประตูที่ดีก็จะต้อง ยืดกล้ามเนื้อด้วยตัวเองไปพลางๆ ตลอดทั้งเกมส์ (ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดู สถานการณ์ในสนามด้วย)



คำบรรยายรูป ปฏิกิริยาตอบสนอง และ ทักษะการรับบอล (รวมถึงกล้ามท้องด้วย) สามารถฝึกได้โดยนอนหงาย หันหัวตรงข้ามกับกำแพง ขว้างบอลให้เด้งกำแพง แล้วพยายามรับให้ได้ พยามเร่งความเร็วให้มากขึ้น และ ขว้างบอลให้แรงขึ้นในแต่ละครั้ง นอกจากขว้างทางตรงแล้วให้พยายามปรับมุมขว้างทั้งซ้าย และ ขวาด้วย...

สภาพจิตใจของนายทวาร!!!!!!
ในระดับอาชีพ โกลจะฝึกกับโค้ชผู้รักษาประตูเป็นการเฉพาะ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ โค้ชผู้รักษาประตูไม่เพียงแต่ฝึกทักษะในการป้องกันประตูเท่านั้น ยังต้องช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้ โกล์ด้วย
ถ้าผู้รักษาประตูสูญเสียความมั่นใจ (ยกตัวอย่างเช่นเดวิดเจมส์ในตอนที่ทำให้ลิเวอร์พูล สมัย รอย อีแวนส์ ซึ่งชวดแชมป์ ให้แมนยู โดยทำความผิดพลาดให้ทีมเสียคะแนนไปประมาณ 10 แต้ม)
เมื่อผู้รักษาประตูสุญเสียความมั่นใจ ทั้งทีมจะเกิดปัญหาแน่ๆ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ ในการฝึกเราจะไม่ทำอะไรที่เป็นการทำลายขวัญกำลังใจของผู้รักษาประตู...
บทบาทของผู้รักษาประตูในการแข่งขันจะมีหลายสถานการณ์ ดังนั้นวิธีฝึกที่ดีที่สุดคือเราต้องสร้าง “ความเก๋า” ให้ กับ โกล์ของเรา
วิธีฝึกที่ดีที่สุดคือให้ผู้รักษาประตู ลงแข่งในแมทซ์ฝึกซ้อม ซ้อมทีม หรือ กระชับมิตร ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้(สลับกันทั้งตัวจริงและตัวสำรอง)

Tip
กิจวัตรที่เป็นที่นิยมของการฝึกผู้รักษาประตูชั้นยอดคือ การฝึกโดยให้โกล์ยืนในวงกลม และที่เส้นรอบวงจะมีเครื่องหมาย เรียงตามหมายเลข เมื่อ โค้ชตะโกนหมายเลขใด ให้ผู้รักษาประตูฟุ่งไปที่หมายเลยนั้น แล้ววิ่งกลับมาที่จุดศูนย์กลางของวงกลม และ ก็พุ่งไปตามหมายเลขที่โค้ชบอกอีกครั้งหนึ่ง...



คำบรรยายรูป ศิลปะของผู้รักษาประตูไม่ใช่แค่ พุ่งเอามือไปให้ถึงบอล แต่ต้องมีพลังพอที่จะป้องกันความแรงของบอล ได้ด้วย การฝึกดังรูปจะเป็นการฝึกให้ผู้รักษาประตูมีสปริงข้อเท้าที่ดี และ เสริมแรงในการผลักบอลออกไปโค้ชจะต้องโยนบอลจากคนละฝั่งของเชือก ให้ ผู้รักษาประตูของเราพุ่งข้ามเชือกมาเซฟ และ ช่วงเวลา ก่อนที่ผู้รักษาประตูจะ ลุกขึ้นมา และพร้อมป้องกันประตูสักนิด ให้โค้ชโยนบอลไปอีกข้างของเชือกให้โกล์พุ่งเซฟอีกครั้งวิธีนี้จะเป็นการฝึก ความไวของ ปฏิกิริยาตอบสนองของผู้รักษาประตูของเรา
(ข้อควรระวัง) เชือกไม่ต้องดังให้ตึงมาก ไม่งั้นอาจเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ

บทความนี้สงวนลิขสิทธ์ตาม พรบ ลิขสิทธิ์ 2541 เน้อ...




 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 1 พฤษภาคม 2553 14:37:52 น.
Counter : 2562 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

ช่างประชันพันธุ์ประชด
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นักเขียน / คอลัมนิสต์
Friends' blogs
[Add ช่างประชันพันธุ์ประชด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.