อยากให้บอลไทยไปบอลโลก
Group Blog
 
All Blogs
 

การใช้เงินของดารา

ดาราน่าเอาเงินไปทำอะไร
เคยสงสัยไหมครับทำไม ดาราบ้านเราเวลาเงินเหลือ เอะอะมักจะเปิดร้านอาหาร มักใหญ่ใฝ่สูงหน่อยเปิดผับ ที่เปิดแล้วเจริญรุ่งเรืองไปได้ดีก็มีบ้าง แต่ส่วนใหญ่เปิดไปเปิดมาไม่ถึงปีก็มักแอบเจ๊ง พอถามดาราเหล่านั้นว่ามีความเชี่ยวชาญด้านร้านอาหารหรือเปล่า เจ๊ก็มักจะบอกว่าเปล่า แต่ เป็นคนชอบชิมอาหาร แต่เนื่องจากความตะกละไม่น่าจะเป็นคุณสมบัติที่ดีของนักธุรกิจ เธอจึงเจ๊งไป ดาราเปิดผับยิ่งแล้วใหญ่ พอถามว่าทำไมเปิดผับคำตอบก็มักจะมาในแนวเดียวกัน คือ “เออคือว่า....เป็นคนชอบเที่ยวกลางคืนอยู่แล้ว เลยคิดว่าน่าจะเปิดผับเที่ยวเองซะเลย จะได้ช่วยประหยัดตังค์พ่อแม่ นะครับ” คำถามก็คือ ดารายอดกตัญญูอย่างนี้ .....ทำไมถึงไม่ได้ดี .....น่าจะเกิดเพราะไม่เคยดูรายการรักแม่ให้ถูกทาง เพราะไปเที่ยวผับของคนอื่นเราน่าจะเสียไม่เกินคืนละ สี่ พัน ยิ่งเนียนๆขอกลับก่อนตอนเจ้าภาพเมาด้วยแล้วยิ่งไม่เสียตังค์ แต่ เปิดผับตัวเอง คืนๆหนึ่งอย่างน้อย ต้องจ่ายคืนละไม่ต่ำกว่า สี่หมื่นแน่ๆ...
สรุปคือ ดาราที่ทำธุรกิจไม่รุ่งน่าที่จะเกิดขึ้นเพราะ ไม่ชำนาญในสิ่งที่ตัวเองทำ ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอ บก.ของเราทำคอลัมป์ ฮิฮิ สู้แล้วรวย (จะขำก่อนสู้ทำไมเนี่ย) รวบรวมช่องทางลงทุนของดาราที่น่าจะทำแล้วรุ่ง เพราะใช้คุณสมบัติของความเป็นดารา มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ดังนั้นเราจึงเสนอไอเดียเหล่านี้ ซึ่งดาราท่านใดจะนำไปต่อยอดก็ไม่ว่า แต่ถ้ารุ่งแล้วอย่าลืมกันนะ
1. โปรเจค แปลง สินทรัพย์ เป็น นม........ ซีซั่นนี้แฟชั่นอกบึ้ม กำลังมาแรง เราจะเห็นได้ว่า ดาราปัจจุบัน บางครั้งช่วงเข้าวงการใหม่ๆ ก็ดูจะธรรมดาไม่ดังอะไร แต่พอเดินผ่าน ยันฮี เท่านั้นเอง งานไหลมาเทมา บางคน โกอินเตอร์แทบไม่ทัน ดังนั้นจะเห็นได้ว่ารายได้ของดารา มักมีความสัมพันธ์ กับรอบ อกเสมอ อีกทั้งนอกจากรายได้ที่มากขึ้นแล้ว ยังทำให้เธอเหล่านั้นมีความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น เพราะมี แอร์แบค ส่วนตัว ไม่ต้องกลัวอุบัติเหตุ ดังนั้นสำหรับดาราที่มีเงินเก็บในแบงค์ กินดอกเบี้ย อยู่บ้าง จึงน่าที่จะเอาเงินไปลงทุนตรงส่วนนี้จะดีมาก สำหรับดาราที่ไม่ค่อยมีเงินเก็บ อาจค่อยๆกระเบียดกระเสียรทำทีละข้าง หรือ อาจจะรอภาครัฐสนับสนุน “สินเชื่อเพื่อการทำนม” ซึ่งหากมีโครงการดังกล่าวจริงเราเชื่อว่า น่าจะมีประโยชน์กับ ดารา และ หนุ่มกลัดมันบ้างไม่มากก็น้อย
2. ทำหนังสือ พิมพ์บันเทิงขาย ผลการสำรวจจากสวนสัตว์ดุสิตโพลพบว่า ปัจจุบันหนังสือพิมพ์ดารา มีมูลค่าตลาดเติบโตขึ้น ถึง 12 % (สำรวจจาก ถุงกล้วยแขกใกล้กรงชะนี) เนื่องจากสังคมไทยเริ่มปรับตัวเข้าสู่ สังคมฐานความรู้(เรื่องชาวบ้าน) คนไทยจึงนิยมอ่านหนังสือพิมพ์ดารามากขึ้น แต่ ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมไม่มี ดาราทำหนังสือพิมพ์เอง แทนที่ต้องรอให้คนอื่นมาเต้าข่าว สู้ดารามาเขียนข่าวเองก็ไม่ได้ วันไหนทะเลาะกะแฟน ก็พาดหัวไปเลย ว่า ดาราสาว อ.ความรักมีปัญหา วันไหนเห็นแฟนตัวเองรับสายผู้หญิง ก็เขียนลงรายละเอียดไปเลยว่า “สาเหตุน่าจะมาจากมือที่สาม” ช่วงไหนยอดขายหนังสือพิมพ์ตกต่ำ ก็อาจปล่อย คลิปของตัวเอง ให้หลุดไปลงพาดหัวบ้าง เชื่อแน่ว่านอกจากจะเป็นการล้างแค้นพวกปาปาราซี่ ให้ ต้องตกงานเป็นแถวๆแล้ว ยังมีโอกาสประสบความสำเร็จเป็นเจ้าพ่อสื่อได้ไม่ยาก
3. “ปั๊มแผ่นผีขาย” โปรเจคนี้ เหมาะสำหรับ นักร้อง และคนทำหนัง ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ปัจจุบันแผ่นแท้ แพ้ แผ่นผีกระจุย ทางเราจึงเห็นควรให้ปั๊มแผ่นผี ขายอีกต่อเสียเลย แต่ เอ.....ถ้านักร้องมาก๊อบแผ่นเอง มันก็ไม่ใช่ แผ่นปลอมสินะ..... มันจะกลายเป็น แผ่น ปลอม....ปลอม หรือ เป็นแผ่น ผีปลอม (เอ..หรือเรียกว่าแผ่นจริงหว่า งง วุ้ย!!!) เนื่องจากปัจจุบันแผ่นผีบางค่ายมีคำเตือนไว้ที่ซีดีเลยว่า “โปรดระวังแผ่นจริง” นี่จึงเป็นกลยุทธ์หนามยอกเอาหนามบ่ง ทางเราเชื่อว่า น่าจะเป็นการต่อสู้กัน ระหว่างแผ่น ผีปลอม กับแผ่น ผีจริง ทางเราเชื่อลึกๆว่าดาราจะเป็น ผู้ชนะ ในบั้นปลายเพราะธรรมมะย่อมชนะ อธรรม ดังนั้นอีกหน่อยเราอาจจะได้เห็นพ่อค้า แม่ ค้า แผ่นปลอม จัดชุมนุมประท้วง ต่อต้าน ผู้ละเมิด ผู้ละเมิด ลิขสิทธิ์ (อีกทีหนึ่ง) เทปผีผี ซีดีเถื่อนเถื่อน หรือ จัดคอนเสริต รณรงค์ซื้อแผ่นผีจริง เรียกว่า กรรมตามสนองในชาตินี้
4. เล่นการเมือง ช่วงที่ผ่านมาทั้งก่อนปฏิวัติ และ หลังปฏิวัติ เราจะเห็นว่าดาราเริ่มมีบทบาททางการเมืองมากขึ้น ทั้งน้องแบม คุณแซม พี่บรู๊ค ปู่แอ้ด แต่ทั้งนี้มีข้อสังเกตอยู่อย่างหนึ่งว่า ดาราที่ควรจะเข้าสู่แวดวงการเมืองควรจะ รับบทอยู่ฝ่าย พระเอก หรือ นางเอก จะเป็น พ่อ นางเอก แม่ พระเอก หรือ อย่างน้อยๆ เป็นเพื่อนพระเอก ก็ยังดี ถ้าไม่ได้จริงๆ ในละคร ก็ควรจะพูดดีๆกับพระเอกเข้าไว้ มิฉะนั้นโอกาสจะมืดมน เนื่องจากผู้เขียนมีประสบการณ์จริง เพราะแถวบ้านมีดาราคนหนึ่ง ซึ่งละครเรื่องล่าสุดรับบทตัวร้ายพอดี ก่อน เลือกตั้ง ผมเลยถามเพื่อนว่า “เห้ยจะเลือกพี่เค้าหรือเปล่าวะ น่าเลือกนะเว้ย จบนอกด้วย โพรไฟล์ก็ดี” ก่อนที่เพื่อนของผมจะบอกว่า “ไม่เลือกหรอก น่ากลัวจะตาย ทั้งฆ่าพ่อ พระเอก ทั้ง พยามข่มขืนนางเอก กูจะไม่เลือกคนไม่ดีเข้าสภา” ดังนั้น หากท่านเป็นตัวร้ายยิ่ง เล่นสมบทบาทเท่าไหร่ พี่น้องประชาชนก็จะยิ่งไม่ไว้วางใจเท่านั้น ควรหันไปทำอย่างอื่นเช่น เปิดสถาบันฝึกอบรมนักโทษจะรุ่งกว่า

ทั้งหมดนี้ เป็นไอเดียที่เราเค้นสมอง คิดขึ้นมาเพื่อเหล่าดาราตาดำๆจะได้มีลู่ทางในการลงทุนในสิ่งที่ถนัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขอแนะนำว่า ให้เชื่อมั่นในตัวเองจึงจะดีที่สุด เพราะลำพังคนแนะนำเอง ช่วงนี้ ก็ หมุนเดือนชน เดือนอยู่แล้ว ดังนั้นคำแนะนำสุดท้ายของเราคือ
“หากไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรให้ ทำบุญทำทานเข้าไว้ ไม่มีเสียเรทติ้งแน่นอน”

ตีพิมในนิตยสารฮิฮิแมกกาซีนเล่มที่2เดือนกพ.2550






 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2550 20:42:26 น.
Counter : 539 Pageviews.  

ถ้าเปรียบนิตยสารที่คุณอ่านเป็นคนมันจะเป็นคนแบบไหน

เพื่อนๆว่า หากเปรียบนิตยสารที่เราอ่านประจำเป็นคนสักคนหนึ่ง นิตยสารแต่ละเล่มจะเป็นคนแบบไหนกันบ้างครับ ลองคิดกันเล่นๆนะครับ อยากแชร์กันดู สำหรับความเห็นส่วนตัวของผมคิดอย่างนี้ครับ

คลีโอ หากเปรียบเป็นคน คงเป็นพี่สาวสุดเจ๋ง ที่อินเทรนด์ทันสมัย แต่ มักจะเลิกกับแฟนบ่อยๆ ( ก็แน่ล่ะครับผู้ชายที่ไหน จะทนผู้หญิงที่สามารถแจกแจงประเภทข้อเสีย ของคุณทั้ง ยี่สิบประการ และ วิธีจับโกหกคุณ 36 ประการได้ล่ะ)
คอสโมโพลิแทน เป็น คุณป้าสุดเจ๋ง ที่อยากให้เราเรียกเธอว่า พี่ สิ่งที่น่ารักที่สุดของเธอคือ จริงๆแล้วเธอคือเป็นผู้หญิงลามก
FHM หนุ่มเพลย์บอย วัยทำงาน ที่มีฐานะ รักกีฬา และ ไม่ชอบคบกับคนจน (เสื้อผ้าราคาประหยัดที่เขาแนะนำให้กับเรา คือ เสื้อ ตัวละสองพัน)
เซเว่นทีน นักเรียนไฮสคูลจากเมืองนอก ที่เพิ่งกลับจาก การไปล้างจานที่อเมริกา (และ แน่นอน เธอก็อยากเป็นพี่สาวสุดเจ๋งด้วยเหมือนกัน)
Maxim หนุ่มเพลย์บอย วัยทำงาน มีฐานะ และ ทำงานอยู่ที่ตึกแกรมมี่
Arena หนุ่มเพลย์บอย ไฮโซ ที่ คบแต่กับเพื่อนไฮโซด้วยกันเอง แฟนของหนุ่มคนนี้แอบกระซิบบอกเราว่า ไปเที่ยวกับหนุ่มคนนี้น่าเบื่อมาก
Wow fitness เซลที่ฟิตเน็ต ที่ชอบโทรมาขายคอร์สออกกำลังกายให้เราในเวลาทำงาน
In magazine พีอาร์สวยสวย ที่ทำงานที่เดียวกับ Maxim
Slimming สาวสวยที่เคยอ้วนมาก่อน
A Day เพื่อนร่วมชั้นของเรา ที่แนว มีสเน่ห์ หญิงเยอะ แต่หลังๆชักทำตัวน่าหมั่นไส้
แฮมเบอร์เกอร์ น้องชายของคนเมื่อกี้ ที่ชอบบอกเราว่า มันซี้กับคนในวงการ
สารกระตุ้น เพื่อนของ พี่ชายของคนเมื่อตะกี้ ที่เห็นเพื่อนชักจะไปได้ดี ก็ขอเดินตาม แต่ พยายามทำตัวให้แนวกว่า (จริงๆแล้วเขาเป็นลูกคนมีตังค์ แต่ไม่อยากบอกใครๆเพราะมันไม่เท่)
ฮิฮิ แมกกาซีน ชายวัยสามสิบที่ กำลังทำตัววัยรุ่น เป็นพี่ชายที่ตลกมากๆๆๆๆๆๆ แต่……..จน
เรย์ แมกกาซีน เป็นคนญี่ปุ่นที่กำลังเรียนภาษาไทย
คาวาอิ เป็นคนไทยที่กำลังเรียนภาษาญี่ปุ่น
DDT คนที่วันๆ เอาแต่นอนอยู่บ้าน เพื่อฟังแฟตเรดิโอ
LIP สาวไฮโซ เลอโฉม ที่ผ่านการแปลงเพศมาแล้ว
Mens’Health หนุ่มเมโทรเซ็กชวลรักสุขภาพ ที่กำลังไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นเกย์หรือเปล่า
ขวัญเรือน คุณยายผู้ใจดีของเรา
มติชนสุดสัปดาห์ คุณลุงที่ถ้าสักวันที่เราอายุเท่าท่าน เราอยากเป็นอย่างท่าน
เนชั่นสุดสัปดาห์ เด็กเรียน เก่งมาก จบนอก เสียนิดหนึ่งคือขี้อิจฉา
MBA คนที่เรียนปริญญาโทเอ็มบีเอ
Maketeer คนที่เรียนเอ็มบีเอ สาขาการตลาด
Positionning คนที่กำลังเรียนโทโฆษณา นักศึกษาปโททั้งสามคนนี้กำลังอ่านหนังสือสอบแข่งกันในวิชาเดียวกันอยู่
นิตยสารนวลนาง ครูที่เด็กวัยรุ่นชายเมื่อสักสิบห้าปีที่แล้วต้องเคย “ขึ้น”เธอเสียชีวิตเนื่องจากถูกทางการกวดขันทำมาหากินไม่สะดวก และเกิดใหม่ไม่ได้เพราะถูกแย่งงานจากสาวไซด์ไลน์ทางอินเตอร์เนต
หนังสือซุบซิบดารา ถ้าเปรียบเป็นคนก็คือ อดีตนักศึกษาสื่อสารมวลชนที่ลืมคำว่าจรรยาบรรณไปหมดแล้ว
ทั้งหมดนี้คือ “ความเห็นส่วนตัว”ของคนที่วันนี้เจ้านายไม่อยู่ อารมณ์ครึ้มๆ และ กำลังอู้งาน




 

Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2550 13:57:12 น.
Counter : 453 Pageviews.  

ประกวดเรียงความเรื่องครอบครัวของฉัน สำหรับเยาวชนวัย 30ปีขึ้นไป

เรียงความเรื่องครอบครัวของฉัน
ครอบครัวของฉันมี 4 คน มี พ่อ มี แม่ มี ฉัน และ ก้น้องของฉัน ฉันรักพ่อ แม่ และ น้องของฉันมาก ตอนเด็กๆ สมัยฉันเรียนอนุบาล พ่อ ของฉันไปรับฉันทุกวัน ตอนอนุบาลฉันชอบวาดรูป พอ วาดรูปเสร็จคุณครูก็จะให้คะแนนฉันเป็นดาว ถ้าวาดสวยก็ได้ห้าดาว เมื่อพ่อไปรับฉันมักจะเอารูปวาดไปให้พ่อดู บางวันได้สามดาว พ่อก็บอกให้ไปหาคุณครูขอดาวเพิ่ม ฉันก็งง ว่าขอเพิ่มได้ด้วยเหรอ แต่พ่อก็ คะยั้นคะยอ โดยพาฉันไปหาคุณครูเพื่อขอดาวเพิ่ม ฉันก็พาพ่อไป เพิ่งมารู้ตอนโตว่า นั้นเป็นแผนหาเรื่องเคลมคุณครู เพราะคุณครูของฉันสวยมาก ตอนเด็กๆพ่อของฉันชอบกอดฉัน แต่พ่อมีหนวดแข็งๆ พ่อชอบเอาหนวดแข็งๆมาตำหลังของฉัน ฉันจักกะจี๊มาก ยิ่งเห็นฉันจักกะจี๋ พ่อยิ่งแกล้งฉัน นับแต่บัดนั้น ฉันกลัวอ้อมกอดของผู้ชายมาก ถ้าตอนนี้ใครมากอดฉันฉันจะต่อยมัน.... ฉันเก็บความแค้นไว้จนถึงวัยที่ฉันมีหนวดบ้าง ฉันตั้งใจไว้หนวดเพื่อจะเอาหนวดไปตำหลังพ่อบ้าง แต่ นับแต่ฉันเริ่มมีหนวด พ่อก็ไม่กอดฉันอีกเลย จะว่าไป จะว่าไปนับแต่ไว้หนวดพ่อไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้ฉันด้วยซ้ำฉันอาจจะคิดมากไป พอโตขึ้น พ่อฉันเชียร์แมนยู แต่ ฉันเชียร์ หงส์แดง พ่อมักจะเยาะเย้ยฉันเสมอเวลาลิเวอร์พูลแพ้ ยิ่งเพื่อนๆ มาดูบอลที่บ้าน พ่อของฉันมักจะ มาทำให้ฉันเป็นตัวตลกต่อหน้าเพื่อนเสมอ แต่ฉันจะรอวันที่ลิเวอร์พูลกลับมายิ่งใหญ่ วันนั้น ฉันจะเยาะเย้ย พ่อ ต่อหน้าเพื่อนพ่อบ้าง...
ส่วนแม่ของฉันนั้นตอนนี้เป็นแม่บ้าน ตอนเด็กๆแม่ฉันมีวิธีเลี้ยงลูกให้เกิดความมั่นใจ ฉันเพิ่งมารู้ว่าตัวเองไม่หล่อ เมื่อไม่นานมานี้เอง เพราะตอนเด็กๆแม่ฉันมักจะชมว่าฉันหล่อเสมอ ใครจะคิดว่าแม่ชอบโกหกลูก ตอนเด็กๆแม่ฉันชอบพาฉันไปกิน อาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง ร้านนั้นจะมีการจับฉลากของขวัญ แต่ฉันไม่เคยจับได้เลย ฉันมักจะรบเร้าให้แม่พาไปกินร้านนั้นเพราะอยากจะจับฉลากได้ จนแม่ จัดการล็อบบี้เด็กในร้าน โดยซื้อของซึ่งเป็นตุ๊กตาหมีไปเอง แล้ว ล็อกรางวัลนี้ให้โต๊ะฉันเท่านั้น แม่สอนให้ฉันรู้จักโลกของการเมืองตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ตอนนี้ดึกๆแม่ชอบดูทีวีกับฉัน ความสุขของฉันคือ การนั่งด่าคนในทีวี ความสุขของแม่คือการได้นั่งด่าฉันเรื่องทำไมต้องไปด่าคนในทีวี แม่ไม่ชอบให้ฉันด่าใคร ฉันเห็นด้วยกะแม่ เราจึงมักด่ากันเรื่องฉันด่าคนอื่นเสมอ แม่มักจะชอบจัดแจงแต่งบ้าน เสมอ โดยใช้หลักฮวงจุ้ย ใครมาบ้านฉันจะเข้าบ้านตรงประตูหน้าไม่ได้ เพราะถูกปิดตาย กลัวเงินไหลออกบ้านไม่ร่มเย็น นับแต่นั้นฉันต้องเข้าบ้านทางประตูหลังเสมอ แล้วมักจะบ่นแม่เสมอ เพราะแม่ชอบล็อกประตูหลังทำให้ฉันเข้าบ้านไม่ได้เป็นประจำ นับแต่นั้น บ้านเราก็มักจะทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้อย่างร่มเย็น ตลอดมา
สวนน้องของฉัน เป็นเด็กผู้หญิงที่เฟอร์เฟค ตอนเด็กๆน้องของฉันชอบหยิก ข่วนฉันจนเลือดซิบๆ แล้วร้องไห้เองเสมอ พ่อ กับ แม่ ก็มักจะตีฉันซ้ำหาว่าฉันชอบรังแกน้อง ฉันผิดเองที่ทำเลือดเปื้อนมือมัน ตอนนี้น้องสาวของฉัน กลายมาเป็นเพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง และ เจ้านาย เราช่วยกันทำธุรกิจในครอบครัวต่อ ฉันชอบทำงานกับน้องมากเพราะมัน ทำให้ฉันมีเวลานอนกลางวัน น้องของฉันชอบหาร้านอร่อยๆกินเท่านั้น ต่างกับฉันที่ขอเพียงอาหารไม่เน่าฉันก็กินได้ เวลาไปกินกับฉันมันจะสั่งกับข้าวหลายอย่าง กินอย่างละนิด อย่างละหน่อย ส่วนที่เหลือ ก็ กวาดทิ้งลงท้องฉันไป ตอนนี้มันบ้าการรักษาสุขภาพมาก มัน รู้สูตรมือ อาหารของ จัสตินทิมเบอร์เลค บียอนเซ่ และ ดาราฮอลีวู้ดชั้นนำทุกคน มันมักจะพาฉันไปช็อบปิ้งอาหารสุขภาพ มาทำกินเองเสมอ บ่อยครั้งที่เรามักจะทำอาหารอินเตอร์ เช่น โอลีฟออย ขวดละ 500 เอามาผัดไข่ไชโป๊ว เป็นประจำ แต่ เรามักจะทานกันได้ไม่เกินสองมื้อ ก็กลับไปกิน ไก่ทอด พิซซ่า ขาหมูเหมือนเดิม
นี่แหละคือครอบครัวของฉัน ซึ่งมีประโยชน์คือเอาไว้เขียนเรียงความ ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กๆต้องเขียนเรียงความ ฉันไม่เคยเห็นผู้ใหญ่เขียนเรียงความ ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ไม่เห็นประโยชน์ของเรียงความ จริงๆแล้วเรียงความมีประโยชน์ตั้งหลายอย่าง เช่น เอาไว้ให้นักเรียนทำ เวลาคุณครูต้องไปเปียแชร์ บางครั้งเขียนดีๆได้ทุนการศึกษาด้วย แต่ฉันว่า คงเป็นเพราะเรียงความเป็นสิ่งที่สะท้อนความคิดของเราอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีจริตจะก้าน ไม่ต้องอ้างงานวิชาการใดๆ ไม่ต้องห่วงภาพพจน์ คิดยังไงก็เขียนอย่างนั้น ไม่ต้องกลัวถูกผิด เหมือนครั้งหนึ่งที่เราเคยเป็นเด็ก เรียงความชิ้นนี้ฉันไม่รู้จะเอาไปส่งใคร ฉันไม่รู้จะได้กี่ดาว ป่านนี้คุณครูอนุบาลของฉันคง ไม่ได้ให้ดาวใครมานานแล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะนั่งเป็นคุณยายใจดีเลี้ยงหลานอยู่ก็ได้ งั้นฉันจะเอาเรียงความชิ้นนี้ไปส่งใครดีละ อาจจะเป็นครูสวยๆสักคน แต่ไม่ต้องให้เราแค่ห้าดาวหรอก ขอแค่ให้สักหนึ่งหัวใจก็พอ........ตอนนี้ฉันว่าฉันเริ่มเข้าใจพ่อมากขึ้นแล้วล่ะ




 

Create Date : 21 ธันวาคม 2549    
Last Update : 21 ธันวาคม 2549 18:13:04 น.
Counter : 51066 Pageviews.  

ทำไมไม่ได้อัพบล็อคเลยแหะ

นั้นนะสิครับทำไมไม่ได้อัพเลยนะ
หลายครั้งที่เข้ามานั่งหน้าคอม แล้วว่าจะอัพบล็อค
แต่ไม่รู้จะอัพเรื่องอะไร
เหมือนหมดเรื่องเขียนไปซะดื้อๆ
มีความเปลี่ยนแปลงในชีวิตช่วงสามเดือนที่ผ่านมาน่ะคับ
แต่ก็คงไม่ใช่เป็นสาเหตุที่ไม่ค่อยได้อัพบล็อคซะทีเดียว
เหมือนต่อม สร้างสรรค์ เอ....หรือ ต่อมเลอะเทอะหว่า
ฟ่อไปซะดื้อๆ...
แต่จริงๆก็ไม่ได้หยุดเขียนไปซะทีเดียวหรอกนะครับ
ยังมีงานเขียนคอลัมป์ อยู่บ้างประมาณ 2 ฉบับ
ที่เพิ่งเปิดตัวไปก็ ฮิฮิ แมกกาซีน....
แต่ไม่รู้ทำไมแหะ เวลาเขียนอะไรที่ต้องรับผิดชอบนี่มันสนุกสู้เขียนบล็อกไม่ได้.......
การเขียนบล็อกผมรู้สึกว่ามันไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเรยอิอิ
จริงๆปกติเกลียดความรับผิดชอบอยู่แล้ว
นี่ก็ใกล้สิ้นปีแล้วขอให้เพื่อนๆชาวบล็อกแกงค์มีความสุขมากๆนะครับ หวังว่าว่างๆคงได้นัดกินข้าวกันเสียทีไหนๆก็ไหนๆ แร้ว ขอให้โชคดีทุกคนคับ
ปอนด์เอง




 

Create Date : 20 ธันวาคม 2549    
Last Update : 20 ธันวาคม 2549 13:33:51 น.
Counter : 241 Pageviews.  

อยากทราบประสบการณ์ ความรักที่แย่ที่สุดของคุณ

ไม่รู้นะครับ หลังๆ เรื่องราวความรักที่ผมได้ยินมา
ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆที่มาปรึกษา....
รู้สึกว่าเดี่ยวนี้ ความรักดูจะโหดร้ายมากขึ้น
ไม่รู้ว่าเพราะโลกมันเปลี่ยนไป
หรือ ว่าจริงๆ แล้ว ความรักมันเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว
ตั้งแต่โลกประดิษ คำว่า กิ๊ก ขึ้นมา...
ผมรู้สึกว่ามันทำให้คนเรารู้สึกผิดน้อยลงกับการ มีคนที่ 3
ซึ่งบางครั้งอาจตามด้วยคนที่ 4,5หรือ 6 บางกรณีอาจจะถึง12...
อาจจะเพราะด้วยเทคโนโลยีเปลี่ยนไป เช่นมือถือ ทำให้คนเข้าถึงตัวกันง่ายขึ้น อินเตอร์เนต ทำให้คนที่ไม่รู้จัก รู้จักกันได้ง่ายขึ้น......
โลกมันโหดร้ายขึ้นหรือเปล่าวะเนี่ย.......
เคสหลายๆเคสไม่น่าเชื่อว่าคนรักกันจะทำกันได้
ผมเห็นเพื่อนหลายๆคนที่เป็นคนที่ดี...
โดนทำร้ายอย่างแสนสาหัส
อย่างที่โกว เล้งเคยเขียนไว้ในนิยายของเขา
คนที่สามารถทำร้ายท่านได้อย่างแสนสาหัสที่สุด
ไม่ใช่ศัตรู .... แต่เป็นคนที่ท่านรัก...
และคนที่โดนทำร้ายมา ถ้าไม่เป็นคนที่กลัวความรักไปเลย
ก็มักจะกลายเป็น คนที่ทำร้ายคนอื่น เหมือนที่เขาเคยโดนมา... ไม่รู้นะครับที่ผมเห็นมามักจะเป็นอย่างนี้...
ผมเคยมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง เขามีแฟน และผมก็รู้จักแฟนเขาดี...
ไม่รู้มีอะไรทำให้แฟนเขาไม่ชอบหน้าผม
และผมก็ไม่ค่อยชอบหน้าเธอ...
เลยทำให้เพื่อนผมไม่ค่อยชอบหน้าผมด้วย...
วันหนึ่งผมเห็นเธอเดินกับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนผม
ตอนนั้น ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะบอกเพื่อนไปดีหรือเปล่า
เพราะกลัวจะโดนหาว่า เป็นคนช่างยุแยง...
หลังจากนั้นเมื่อเรื่องแดงขึ้น มันบอกว่ามันเสียใจทำไมผมไม่บอกเรื่องนี้กับมัน...
ความผิดหวังครั้งนั้นทำให้มัน มีชีวิตเหมือนปกติไม่ได้ไปพักใหญ่...
ผมไม่แน่ใจว่าผมผิดหรือเปล่าที่ไม่บอกเรื่องนี้กับมัน
10ปีหลังจากนั้น ทุกวันนี้มันคบผู้หญิงเป็นแฟนทีเดียวสี่คน
ทุกคนไม่รู้ว่ามันคบคนพร้อมกัน 4 คน...
ผมไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไร เหมือนเหตุการนั้นทำให้ปีศาจเกิดขึ้นมาอีกหนึ่งตัว....
ผมไม่รู้ว่ามันคิดว่าเป็นเกมส์ที่สนุกหรือเปล่านะ...
ทั้งๆที่มันเองก็เคยเจ็บแทบตาย แต่วันนี้มันไปทำกับคนอื่นอีก 4... โลกมันโหดร้ายไปหรือเปล่าวะ
หรือโลกมันเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว..
ผิดที่ผมเองแค่เป็นคนซีเรียสไป...

อีกเคสหนึ่ง...
ผมมีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งหน้าตาดี(ผมจะให้รหัสมันว่าB1) วันหนึ่งเขาอกหักเลิกกับแฟน
แล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งมาทำให้ชีวิตเขารู้สึกดีขึ้นมา
ทั้งคู่เปิดร้านเล็กๆด้วยกัน
วันหนึ่ง เขาก็เจอคนใหม่ ผมเห็นกระบวนการนี้ตลอด...
แม้จะพยามสกัดดาวรุ่งว่าเพื่อนผมมันมีแฟนแร้วนะ..
แต่ผู้หญิงคนใหม่(ซึ่งผมจะเรียกเธอว่าA1) ก็ไม่ใส่ใจ....
วันหนึ่งเพื่อนผมก็ทิ้งคนที่เคยช่วยเขาให้กลับมามีชีวิตเหมือนเดิม เพื่อก้าวต่อไปกับคนใหม่...(B1 ไปกับ A1)
มันเป็นเรื่องของคนสามคนมั้ง....จริงๆคนนอกอย่างผมก็ไม่เกี่ยวอยู่แล้วละ สิ่งที่ดีที่สุดก็คงทำได้แค่ดู กับ แซว...
วันหนึ่งผู้หญิงคนใหม่(A1)ของเพื่อนผม
ก็พาเพื่อนรักของเธอ(ผมจะให้รหัสคือA2)มารู้จัก ไอ้เพื่อนชายตัวแสบของผม.....
เธอ(A1)วางใจเพราะเพื่อนรักของเธอ(A2)ก็มีแฟนแล้ว
แต่แล้วกรณีเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดก็เกิดขึ้น...

B1 เลิกกับ A1 ไปหาเพื่อนรักของ A1 ซึ่งก็คือ A2
โดย A1 ยังไม่รู้ว่าแฟนของเธอเสร็จ A2 ไปแล้ว

A1 รับกรรมของตัวเองที่เคยไปแย่งแฟนคนอื่นมาโดยยังไม่รู้ว่าโดนเพื่อนหักหลัง

A2 ผมไม่เข้าใจว่าเธอทำกับเพื่อนตัวเองอย่างนี้ได้ยังไง รวมถึงทำกับแฟนตัวเองซึ่งผมไม่เคยรู้จักเขา แต่ก็สงสารเป็นอันมาก

ส่วนไอ้ B1 เห้อ ทำไมเพื่อนผมมันเหี้ยขนาดนี้วะ...ไม่รู้วันหนึ่งมันจะได้รับกรรมของมันไหม...

เรื่องนี้คุณว่าใครผิดที่สุด
B1 ผู้ชายเจ้าชู้ที่คิดว่าการกระทำของตัวเองเป็นเรื่องสนุก
A1 เธอสมัครใจเข้ามาเล่นเกมส์นี้เอง วันนี้เธอก็รับกรรมของเธอเอง
A2 คนที่ทำกับเพื่อนได้ และ แฟนตัวเองได้
หรือ ผมเองที่ไม่รู้เรื่อง และ ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา แต่มานั่งกลุ้มใจแทนพวกมัน ทำไงได้เกิดมาชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านแต่เด็กแล้วนี่หว่า.....

ความรักมันโหดร้ายนะ...
ทำไมมันโหดร้ายขึ้นได้เรื่อยๆ....
หรืออย่างที่ย้ำเป็นรอบที่สาม...
ความรักไม่เคยเปลี่ยน
...........
คนไม่เคยเปลี่ยน...
.....สิ่งที่เปลี่ยนอาจเป็นแค่....ผม...
ช่วงนี้ซีเรียสไปหรือเปล่าวะ...




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2549    
Last Update : 29 ตุลาคม 2549 10:53:26 น.
Counter : 367 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  

ช่างประชันพันธุ์ประชด
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นักเขียน / คอลัมนิสต์
Friends' blogs
[Add ช่างประชันพันธุ์ประชด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.