beyond ordinary understanding
Group Blog
 
All blogs
 

วัฒนธรรมโต๊ะกลม


ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่วัยรุ่นส่วนใหญ่เที่ยวกลางคืนแบบเต้นรำกันรอบโต๊ะ ไปเที่ยวกลางคืนติดต่อกันมา 6 เดือนรู้จักกันแค่ 4 คน ดื่มแต่วิสกี้รสชาติเดิมๆ และความต้องเท่ห์และไม่เสี่ยวนั้นมีอิทธิพลกับการใช้ชีวิตอย่างหาที่สิ้นสุด(ยัง)ไม่ได้


แตกต่างในความหมายของวัยรุ่นไทย
ทุกยุคทุกสมัย วัยรุ่นนั้นให้ความสำคัญกับความแตกต่างเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแนวเพลงที่ฟัง เสื้อผ้าที่ใส่ มือถือทีใช้ ทุกๆอย่างก็เพื่อการบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของตนเองที่ต่างไปจากประชากรคนอื่นๆในโลก

ถึงแม้ความแตกต่างในที่นี้จะมีความใกล้เคียงกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกันก็ตาม แต่สำหรับพวกเค้าแล้ว”ความรู้สึก”ว่าตัวเองนั้นแตกต่างนั้นมีความสำคัญกว่าความเป็นจริงเสมอ

“ความรู้สึก”ที่ว่าแตกต่างแล้วมันเท่ห์ดี ถามว่าพวกเค้าชอบที่จะเป็นแบบนี้จริงๆหรือไม่ มันเป็นสิ่งที่เค้าเองอาจจะยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้

ความรู้สึกคนอื่นสำคัญกว่าความรู้สึกตัวเอง?
อาจเป็นเพราะว่าการดูคนโดยภายนอกนั้นเป็นสิ่งที่เราสั่งสมกันมานานหลายยุคสมัย การรักษาหน้า การสร้างภาพพจน์ การวางตัว การมีมารยาท การรู้จักกาลเทศะ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่คนไทยนั้นคุ้นเคยทั้งในด้านทฤษฎีและปฏิบัติ

ด้วยค่านิยมแบบนี้ เราจึงเป็นสังคมที่ผู้คนรู้ว่าคนอื่นชอบอะไรแต่มักไม่รู้ว่าเค้าไม่ชอบอะไร ด้วยว่าการแสดงออกทางด้านอารมภ์ที่เกินพอดีหรือความแตกต่างหรือไม่เค้าพวกนั้นมักไม่ค่อยจะได้รับการตอบรับในทางบวกซะเท่าไหร่นัก

จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นว่าวัยรุ่นไทยไม่ได้ซื้ออะไรเพราะตัวเองชอบแต่ซื้อเพราะเพื่อนชอบหรือเพราะใช้แล้วเท่ห์ดี จะบอกใครว่าชอบฟังเพลงอะไรก็ยังต้องระแวงว่ามันจะดูเสี่ยวหรือเปล่า หรือแม้กระทั่งทรงผมที่จะตัดก็ยังอิงแนวของกลุ่มอย่างเห็นได้ชัด

อายธรรมเต้นรอบโต๊ะ
สมัยก่อนหน้านี้การไปเที่ยวกลางคืนนั้นมักเป็นในรูปแบบฟลอร์เต้นรำ แต่งตัวสวยงาม สถานที่ค่อนข้างมีระดับ พูดถึงการเต้นรอบโต๊ะ-เปิดเหล้าแชร์กัน-ฟังเพลงไทยอกหักหรือเพลงป๊อบเต้นรำนั้นคงเป็นสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในสังคมไทยสมัยอาร์ซีเอเริ่มบูมขึ้น ตามมาด้วยร้านแนวเดียวกันมากมายแถบทองหล่อ เอกมัย และย่านใกล้มหาวิทยาลัยต่างๆ

การเต้นรอบโต๊ะนั้นฟังๆดูแล้วออกจะลำบากและไม่น่าจะเวิร์คสักเท่าไหร่แต่กลับเป็นที่ได้รับความนิยมมาอย่างแพร่หลายเป็นกระแสหลักจนถึงปัจจุบัน ถ้าถามวัยรุ่นแล้วพวกเค้าจะบอกประมาณว่า มันเป็นสิ่งที่พวกเค้าชินแล้ว ไม่เคยไปแบบอื่น เต้นได้ไม่เขิน คุยกับเพื่อนชนแก้วกันได้ ไลฟ์แบนด์เพลงไทยฟังแล้วอิน แถมมีเพลงฮิปฮอปด้วยบีทมันเต้นง่ายดี

ต้องทองหล่อเอกมัย
การไปเที่ยวกลางคืนของวัยรุ่นนั้นเหมือนเป็นการได้ไปเจอสังคมอื่นนอกรั้วมหาวิทยาลัย พวกเค้าให้ความสำคัญกับคนที่ไปมากเป็นอันดับหนึ่งก็ว่าได้ เพราะแนวเพลงหรือบรรยากาศอื่นๆนั้นค่อนข้างจะมีความใกล้เคียงกันสูง ความเป็นทองหล่อเอกมัย แปลเป็นนัยได้ว่า ไม่มีพวกเสี่ยว ไม่มีพวกเรื้อน(เมาแล้วละลาน) ไม่มีเด็กแว๊น ไม่มีป้าแก่ป๋าเสี่ย เอาเป็นว่าไปแล้วรู้สึกแตกต่าง อยู่ในกลุ่มสังคมที่ดี ดูดีมีระดับ มีชาติตระกูล

จะว่าไปแล้วสถานที่เที่ยวกลางคืนนั้นถูกแบ่งทางด้านชนชั้นทางสังคมอย่างเห็นได้ชัด ในเรื่องของการเงินและสถานะนั้นได้ขีดเส้นแบ่งกลุ่มวัยรุ่นในแง่ไลฟ์สไตล์ไว้แล้ว ในที่นี้คือวัยรุ่นที่พ่อแม่หาเช้ากินค่ำนั้นคงจะให้มากินแบล็กอยู่แถวเอกมัยนั้นคงจะเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ นอกเหนือจากในแง่ราคาแล้วความไม่ฟิตอินก็เป็นเรื่องที่สำคัญเหมือนกัน คือไปแล้วรู้สึกไม่ได้การตอบรับที่ดี

ทั้งนี้วัยรุ่นมักจะแบ่งภาพพจน์สถานที่เที่ยวกลางคืนจากที่ตั้ง ถ้านับจากติดดินไปไฮโซก็คงจะเป็น อตก รัชดา อาร์ซีเอ ทองหล่อเอกมัย แต่ที่สำคัญไม่ว่าจะชนชั้นไหนคือการรู้สึกได้อยู่กับคนแบบเดียวกัน

ทำไม่ต้องวิสกี้เป็นหลัก
อย่างแรกคงต้องบอกว่าเป็นเรื่องของความเคยชิน คือ เริ่มกินครั้งแรกก็กินวิสกี้และกินต่อมาเรื่อยๆ สถานที่เที่ยวหลักๆก็ขายแต่วิสกี้ ในแง่ราคาถ้าไปกันเป็นกลุ่มแล้วถือว่ายิ่งสมเหตสมผลคือหารมาแล้วราคาพอรับไหว เบียร์นั้นถือเป็นอันดับสอง ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเวลาไม่มีโต๊ะ หรือ ต้องการเดินไปรอบๆเรื่อยๆ หรือ รอเพื่อนที่ยังไม่มา หรือ ไปกันไม่เยอะแค่ 2-3 คน

เลือกเหล้ายี่ห้ออะไรถือเป็นเรื่องของความเป็นหน้าเป็นตา ในที่นี้คือถ้าไปที่ไฮโซก็ต้องแบล็กหรือเรดเป็นอย่างต่ำ แต่ถ้าไปชิลๆไม่มีคนมากก็อะไรก็ได้ที่กินแล้วเมาเหมือนกัน โดยเฉพาะวัยรุ่นผู้ชายมักจะบอกว่า ถ้าสาวโต๊ะข้างๆสั่งแบลกแล้วตัวเองสั่งเรดนั้นจะดูไม่เท่ห์เอาซะเลย หรือบางที่ถ้าสั่งอะไรไม่เข้าพวกกับที่โต๊ะรอบๆเค้าสั่งกันก็จะให้ความรู้สึกไม่เซลฟ์ซะเท่าไหร่ เช่น วัยรุ่นผู้หญิงบางคนจะบอกว่ากินว้อดก้าแล้วดูแรงหรือกินเบียร์แล้วดูถึก เป็นต้น

เด็กรุ่นใหม่มองหาทางเลือกใหม่ๆ
เราจะเริ่มเห็นว่า นอกจากการไปเที่ยวกลางคืนแบบเต้นรอบโต๊ะนั้น วัยรุ่นสมัยนี้มีทางเลือกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร้านนั่งชิลที่เปิดดึกเกือบเท่าผับ ผับใหม่ๆที่เปิดเพลงแนวใหม่ไม่ตามกระแสหลักแต่ตามกระแสโลกด้วยความเชื่อทีว่าคนไทยรุ่นใหม่อยากฟังเพลงแนวอื่นนอกจากฮิปฮอป ร้านเที่ยวกลางคืนที่มีที่นั่งให้นั่งคุยกับเพื่อนได้เสียงไม่ดังมาก ร้านกาแฟพร้อมอินเตอร์เนทไร้สายสำหรับนั่งทำโปรเจครายงานต่างๆ ปาร์ตี้ที่บ้านเพื่อนทำอะไรกินกันดื่มไวน์หรือค็อกเทลล์อื่นๆ การไปดูคอนเสิร์ทศิลปินต่างประเทศต่างๆพร้อมดื่มเบียร์เต้นรำไปด้วย

การสร้างวัฒนธรรมใหม่ในการเที่ยวคืน
วัยรุ่นนั้นเป็นวัยที่มองหาสิ่งที่แปลกใหม่อยู่เสมอ พวกเค้ามีทางเลือกมากขึ้น พวกเค้าเปิดรับมากขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นความสนใจที่หลากหลายมากขึ้นในการใช้ชีวิตของเค้า

ดนตรีก็เช่นกัน ถ้าดูกระแสโลกแล้วเราจะเห็นแนวเพลงใหม่ๆได้ก่อตัวขึ้นมาเรื่อยๆ หรือแม้แต่เพลงไทยก็ตามเราก็ยังเห็นแนวเพลงไทยอินดี้ใหม่ๆเช่นกัน ในอนาคตดนตรีแนวใหม่ๆเหล่านี้อาจมีอิทธิพลในการก่อตัวรูปแบบใหม่ๆของการเที่ยวกลางคืนที่มีความหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม

แฟชั่นก็ด้วย ถ้าดูจากสื่อต่างประเทศ เราจะเห็นได้ว่าการไปเที่ยวกลางคืนนั้นเป็นเวลาของการแต่งตัวที่เต็มที่และแตกต่าง ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นแฟชั่นการแต่งตัวไปเที่ยวกลางคืนของวัยรุ่นไทยที่มีสไตล์มากขึ้นไม่ใช่โป๊อย่างเดียว

คุณลักษณะของวัยรุ่นไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลกก็ตรงใจที่เปิดรับสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ การให้ความรู้เปรียบเสมือนการให้ทางเลือกใหม่สำหรับเค้า นั่นคือถ้ามีทางเลือกใหม่ที่ตรงกับทัศนคติและไลฟ์สไตล์ของเค้าการเข้าถึงพวกเค้านั้นอาจต้องใช้เวลา แต่ไม่ใช่เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้

แมนนิคิน




 

Create Date : 09 ตุลาคม 2550    
Last Update : 9 ตุลาคม 2550 0:22:15 น.
Counter : 140 Pageviews.  

มุมมองวัยรุ่นไทยในปี 2550


ถ้าพูดถึงวัยรุ่นไทยในเวลานี้ เราคงจะไม่นึกถึงแต่เรื่องเสื้อผ้าหน้าผมอีกต่อไป เพราะสิ่งที่เริ่มมีบทบาทสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันก็คือเรื่องของการแสดงออกในรูปแบบออนไลน์


ไทย เจนเนอร์เรชั่น ซี
หลายปีที่ผ่านมาเราคงจะคุ้นเคยไม่มากก็น้อยกับการแบ่งคนตามยุคสมัย เช่น เจนเนอร์เรชั้น เอ็กส์ วาย หรือแม้กระทั่ง มิลเลนเนีย โดยแบ่งไปตามปีเกิดบ้าง บ้างก็ตามสื่อที่มีอิทธิพลในยุคนั้นๆเช่น เอ็มทีวี บ้างก็แบ่งตามการแนะนำเทคโนโลยีใหม่ๆในยุคนั้นๆเช่นอินเตอร์เนท

แต่เมื่อพูดถึงวัยรุ่นปัจจุบันนี้ เราเริ่มแบ่งตามหลักของสิ่งที่มีอิทธิพลในการใช้ชีวิตของเด็กมากขึ้น

ในที่นี้คือเราเรียกพวกเค้าว่า เจนเนอร์เรชั่น ซี โดยที่ ซี ในที่นี้แทนคำว่า คอนเท้นต์

ค-อ-น-เ-ท้-น-ต์
คอนเท้นต์ในที่นี้หมายถึง ข้อมูลต่างๆที่ก่อตัวขึ้นจากการพัฒนาในรูปแบบต่างๆของเทคโนโลยีในการสื่อสารของชีวิตของวัยรุ่นในสมัยปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น การดีไซน์ออนไลน์ไดอารี่หรือที่เรามักเรียกกันว่าบล็อก เพลงยอดฮิตที่เป็นเสียงเรียกเข้าในมือถือ การแชร์คลิปไฟล์เกมส์โชว์ของเกาหลี ชื่อและรูปดิสเพลย์ในเอ็มเอสเอน หรือแม้กระทั่งเพลงในไอพอดหรือปลอกใส่สีสันต่างๆ

ความหลากหลายของคอนเท้นต์นั้นก็จะมีการพัฒนาไปเรื่อยๆเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาอยู่เสมอ

ว่าถึงเรื่องของการแสดงออก
เมื่อเราพูดถึงวัยรุ่นแล้ว สิ่งที่สำคัญในชีวิตเค้าก็คงจะหนีไม่พ้นกับการ หาตัวเองให้เจอและแสดงออกในสิ่งที่ตัวเป็น

ซึ่งในสมัยนี้นั้นการแสดงออกนั้นมักจะผ่านทาง คอนเท้นต์ อยู่เสมอ

แต่เดิมเมื่อเราพูดถึงการแสดงออกของวัยรุ่น เราอาจจะนึกถึงเรื่องของ การแต่งตัวในแฟชั่นรูปแบบต่างๆ การแต่งหน้า การทำผม ฯลฯ

ถึงแม้ว่าเรื่องภายนอกเหล่านี้จะยังมีอิทธิพลในชีวิตของวัยรุ่นอยู่ การแสดงออกทางออนไลน์นั้นก็มีบทบาทไม่น้อยไปกว่ากัน และเริ่มมีความสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ใครบอกว่าโลกออนไลน์นั้นไม่จริง
เราอาจจะแปลกใจว่าทำไมวัยรุ่นสมัยนี้ถึงอินกับโลกออนไลน์นัก เมื่อฟังจากเด็กพวกเค้ามักบอกอยู่เสมอว่าสำหรับเค้าแล้วโลกออนไลน์นั้นเป็นโลกแห่งความจริง เป็นโลกที่ไม่แบ่งคนตามภาพลักษณ์ภายนอก เป็นโลกที่ทำให้เค้าได้เห็นด้านในของคนมากขึ้น ด้านในในที่นี้คือ ความรู้สึกนึกคิดและทัศนคติในเรื่องต่างๆ

เพราะฉะนั้นสำหรับวัยรุ่นแล้วโลกออนไลน์นั้นมีความเป็นจริงมากกว่าโลกในชีวิตจริงเสียอีก

ในชีวิตจริงนั้นมีขีดจำกัดในด้านต่างๆมากมายนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้อบังคับ กติกา มารยาท ในครอบครัว ในสังคมต่างๆ หรือ แม้กระทั่งว่าเพื่อนจะมองว่ายังไงถ้าเค้าทำอะไรบางอย่าง สิ่งเหล่านี้มักเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเค้าขาดความมั่นใจอยู่เสมอๆ บวกกับว่าวัยนี้มักเป็นวัยที่ภายนอกดูมั่นใจแต่ลึกๆแล้วกลับอ่อนไหวและมีความไม่มั่นใจในตัวเองอยู่เป็นทุนเดิม จึงทำให้เกิดอาการสับสนยิ่งขึ้นไปอีกว่าจะทำตัวอย่างไรดี

โลกออนไลน์จึงเป็นโลกที่ให้ความรู้สึกใหม่ๆกับเค้า โลกที่ไม่มีกฏเกณฑ์สื่อถึงความอิสระ โลกที่เค้าสามารถเข้าถึงความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นได้โดยไม่รู้สึกสอดรู้สอดเห็น โลกที่การคอมเม้นต์หมายถึงการแสดงความผูกพัน โลกที่การแสดงความเห็นในเวปบอร์ดหมายถึงการให้

พูดง่ายๆก็คือการพิมพ์ข้อความความรู้สึกนึกคิดต่างๆนั้นบางทีกลับง่ายกว่าการพูดคำๆนั้นออกมาในชีวิตจริงสะอีก

อีกระดับของการแสดงออกอย่างเป็นจริงและเปิดเผย
การเปิดรับสิ่งใหม่ๆนั้นไม่ใช่เรื่องของทัศนคติของคนใดคนหนึ่งอีกต่อไป มันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมของเด็กสมัยนี้ไปแล้ว

ก่อนหน้านี้ถ้ามีคนโพสต์รูปพวกสวีทกับแฟน หรือ รูปน่าเกลียดสุดๆบนอินเตอร์เนทนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่น่าประหลาด แต่การคิดที่ยึดติดกับค่านิยมสมัยโบราณแบบนี้นั้นแทบจะไม่อยู่ในหัวของเด็กวัยรุ่นอีกแล้ว

เวลาเราดูบล็อกของเด็กๆสมัยนี้ เรามักจะเห็นว่า รูปแฟนจุ๊บกัน การพรรณนาถึงการอกหักความหลังอันสุดเศร้า หรือแม้แต่การเล่าว่าในแต่ละวันได้ไปเที่ยวที่ไหนมาพร้อมโพสต์รูปอย่างละเอียด เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

ดูๆไปแล้วเหมือนว่าเรื่องของความเป็นชีวิตส่วนตัวนั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่เด็กกังวลอีกต่อไป ในโลกออนไลน์เด็กมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เด็กกล้าแสดงออกมากขึ้น แทบจะเรียกได้ว่าคำว่าความลับนั้นไม่อยู่ในพจนานุกรมของพวกเค้าอีกต่อไป

วัฒนธรรมโลกที่แท้จริง
วัฒนธรรมของวัยรุ่นในแต่ละมุมโลกนั้นมีความเหมือนกันมากขึ้น แทบที่จะเรียกได้ว่าพวกเค้าแชร์วัฒนธรรมเดียวกันก็ว่าได้

สื่ออินเตอร์เนทนั้นเป็นตัวการในการเปลี่ยนอย่างแท้จริง สมัยนี้วัยรุ่นไทยสามารถฟังเพลงเอ็มพี3จากคนละซีกโลกโดยไม่ซื้อซีดีอีกต่อไป พวกเค้าดูวีดีโอคลิปเกมส์โชว์โดยไม่ต้องผ่านเคเบิ้ลทีวีในขณะที่ทีวีจริงๆนั้นเป็นเหมือนตัวประกอบเท่านั้น พวกเค้ามีดีวีดีเถื่อนหนังซีรี่แบบออริจินัลซาวน์แทรกพร้อมซับไตเติ้ลภาษาไทยแล้วก็ได้แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ต้องตีโพยตีพายเรื่องลิขสิทธิ์ทั้งที่พวกเค้าก็แค่ไรท์ให้เพื่อนสนิทก็แค่นั้น พวกเค้าอ่านแมกกาซีนต่างประเทศดูแฟชั่นอินเทรนด์แล้วมาหาซื้อแบบคล้ายๆกันแต่ถูกที่จตุจักร พวกเค้าเห็นปารีส ฮิลตันเลี้ยงชิวาว่าและนิโคล ริชชี่เลี้ยงปอมเมอเรเนียน แล้วก็ร้องขอให้พ่อแม่ซื้อให้เลี้ยงบ้าง พวกเค้าดูโฆษณามือถือจากต่างประเทศโดยไม่รู้สึกถึงความแตกต่างในด้านเชื้อชาติอีกต่อไป

เราเกือบจะพูดได้เลยว่า คอนเซพท์ของวัฒนธรรมโลกนั้นได้เป็นจริงขึ้นแล้ว

สุดท้าย
ในการที่จะเข้าถึงวัยรุ่นสมัยนี้นั้น คงจะไม่ใช่เป็นเรื่องของการเข้าใจในด้านอายุ เพศ สถานะทางครอบครัว หรือ สิ่งต่างๆอื่นๆที่มองเห็นได้เท่านั้น ในยุคดิจิตอลแบบนี้เราคงจะต้องเข้าใจเค้าทั้งในโลกชีวิตจริงและในโลกออนไลน์ไปพร้อมๆกัน

ในขณะที่โลกออนไลน์นั้นเริ่มกลายเป็นสื่อตัวเลือกแรกของเด็กวัยรุ่นแทนที่ทีวี การมีส่วนร่วมในบทสนทนาของเค้านั้นหมายถึงการมีส่วนร่วมในชีวิตออนไลน์ของพวกเค้า

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเราที่จะต้องกลมกลืนไปกับวัฒนธรรมของพวกเค้า เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเค้า ไม่ว่าจะผ่านทางดนตรี แฟชั่น เทคโนโลยี ความสนใจในด้านต่างๆ นิสัยใจคอเค้า หรือ แม้แต่กระแสนิยมในเรื่องต่างๆ

ที่สำคัญที่สุดคือความเข้าใจกระแสที่มีอิทธิพลต่อเด็ก และรู้จักที่จะสร้างมัน

ในที่นี้หมายถึงการทำอะไรก็ตามเพื่อสร้างความดึงดูดใจให้กับวัยรุ่นกลุ่มผู้นำด้านต่างๆ โดยวัยรุ่นกลุ่มนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้วัยรุ่นกลุ่มผู้ทันกระแสใหม่ๆ และสู่วัยรุ่นกลุ่มแมสต่อไป

อธิบายง่ายๆเช่น ในเมืองไทยนั้น เราจะเห็นได้ว่าเด็กวัยรุ่นตามบ้านนอกนั้นก็อยากจะมีอะไรคล้ายๆกันกับวัยรุ่นในตัวเมือง วัยรุ่นในตัวเมืองก็รู้สึกอยากจะเป็นเหมือนวัยรุ่นตามเมืองอุตสาหกรรมต่างๆหรือในกรุงเทพ วัยรุ่นในกรุงเทพก็อยากจะมีชีวิตเหมือนวัยรุ่นในญี่ปุ่นหรือเกาหลี เป็นต้น

ถ้าต้องการจะมีส่วนร่วมอยู่ในชีวิตของวัยรุ่นสมัยนี้แล้วล่ะก็ เราก็ต้องทำอะไรก็แล้วแต่ให้อยู่ในสิ่งที่มีอิทธิพลต่อเค้า

แมนนิคิน




 

Create Date : 25 กันยายน 2550    
Last Update : 9 ตุลาคม 2550 0:22:30 น.
Counter : 274 Pageviews.  


mannequin
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีต้อนรับนะคะ เพิ่งเริ่มเขียนบล็อกใน bloggang ยังงงๆกับ script อยู่ค่ะ จริงๆแล้วก็อยากจะให้บล็อกนี้เป็นที่แชร์ความคิดเกี่ยวกับผู้คน สื่อต่างๆที่มีอิทธิพลในชีวิต รวมไปถึงเทรนด์ต่างๆที่น่าสนใจ ถ้าสนใจเพิ่มเติมเข้ามาชมที่เวป http://www.mystericious.com ค่ะ ขอบคุณและยินดีกับทุกคอมเม้นต์นะคะ

เพิ่มเติมค่ะ ที่ผ่านมาอ่านรีวิวเกี่ยวกับโรงแรมของเพิ่อนๆมาเยอะ เห็นว่ามีประโยชน์ในการตัดสินใจ เลยอยากลองทำรีวิวดูค่ะ รูปถ่ายจริงๆอยากให้สวยหรือน่าเกลียดตามจริงนะคะ ไม่อยากให้ไปแล้วผิดหวัง อารมภ์กล้องดีเกินจริง ยังไงคอมเม้นต์มาได้เลยนะคะ

อีกส่วนที่กำลังเริ่มรีวิวคือร้านอาหารค่ะ ไม่ได้เน้นรายละเอียดเรื่องรสชาดโดยเฉพาะนะคะ แต่จะดูบรรยากาศแล้วก็ภาพรวมว่าน่าไปรึเปล่า ชอบไม่ชอบยังไงแนะนำมาได้ ขอบคุณค่ะ

Copyright © 2009
http://mannequin.bloggang.com
All rights reserved.

Friends' blogs
[Add mannequin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.