แม่จะเข็มแข็งเพื่อหนู/ที่หนึ่งในหัวใจ
Group Blog
 
All blogs
 

ใช่เลยนี่ล่ะ...ปันปัน

วันนี้แม่พาปันปันไปบ้านครูที่เป็นศูนย์ฝึกพัฒนาการเด็กย่อมๆ ไปถึงมีเด็กเรียนอยู่แล้ว 3 คน เป็นเด็กผู้หญิง 2 คน และเด็กผู้ชาย 1 คน พอปันปันไปถึงก็เข้ากลุ่มกับเค้าเลย โดยครูผู้หญิงเป็นคนสอน สักพักครูผู้ชายก็มาช่วยสอนอีกหนึ่งคน (อันนี้แม่ทราบทีหลังว่า เป็นครูเรียนจบปริญญาโทเกี่ยวกับเรื่องเด็กพิเศษโดยเฉพาะ)


กิจกรรมที่ทำมีทั้งร้องเพลง เต้นรำ จับคู่เล่นเกมส์ ฟังนิทาน เล่นแป้งโดว์ ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง ครูผู้ชายก็เรียกแม่ไปคุย บอกว่าปัญหาของปันปันจากที่สังเกตมาหนึ่งชั่วโมงคือ


เรื่องภาษา มีบางคำพูดที่พูดไม่ชัด แต่ด้วยความที่พูดเป็นประโยคแล้วคนที่ฟังเข้าใจ ทำให้เรามองข้ามในคำพูดที่ไม่ชัดไป อันนี้ไม่ได้น่าเป็นห่วงอะไร เพียงแต่ถ้าฟังแล้วคำไหนพูดไม่ชัด ก็ให้พูดคำที่ถูกต้องให้หนูฟัง โดยไม่ต้องไปย้ำว่าหนูพูดผิด เพราะอาจจะทำให้หนูชะงักและปิดกั้นการพูดไป


เรื่องต่อมาคือ การเรียงลำดับความคิดของสมองทั้ง 2 ข้าง ครูบอกว่าน่าจะมีบางพัฒนาการของหนูที่ข้ามขั้นตอนไป เช่น สมัยเด็กๆ ต้องมีการ คืบ คลาน ยืน เดิน ทำให้ตอนเวลาครูสอนให้ปรบมือที่พื้นพร้อมกันที่ทั้งสองข้าง หนูไม่สามารถทำได้ ที่หนูทำได้คือทำสลับทีละข้าง และตอนครูให้ยกมือ ซึ่งหนูจะต้องยกมือคนละข้างกับครูเพราะยืนอยู่ตรงข้ามกัน หนูไม่เข้าใจจะยกมือข้างเดียวกับครูเสมอ เช่น ครูยกมือซ้าย หนูก็ต้องยกมือซ้าย แต่หนูกลับยกมือขวา ครูบอกว่ามีผลมาจากตอนเด็กที่มีการข้ามพัฒนาการบางอย่างไป ทำให้สมองที่ 2 ซีกไม่พัฒนาไปพร้อมกันๆ อันนี้คงต้องอาศัยการปรับพฤติกรรมไป เพื่อให้สมองทั้ง 2 ซีกพัฒนาไปพร้อมๆ กัน ซึ่งพอแม่มาคิดดู สมัยหนูยังเล็ก หนูจะไม่พลิกคว่ำหงาย และไม่คืบ แต่จะคลาน เกาะยืน แล้วเดินเลย แม่ไม่รู้มาก่อนเลยว่ามันมีผลกับหนูให้วันนี้


เรื่องต่อมากล้ามเนื้อนิ้วมือหนูยังมีพัฒนาการที่ไม่ดี หนูจะไม่ชอบหยิบหรือจับอะไรที่เละๆ หรือแหยงมือ ทำให้หนูใช้นิ้วหยิบจับอะไรไม่ถนัด และแน่นอนว่าจะต้องไม่ชอบเขียนหนังสือ วิธีแก้คือฝึกให้หยิบจับอะไรที่เล็กๆ จะช่วยได้


เรื่องสุดท้ายด้วยความที่หนูแวดล้อมด้วยผู้ใหญ่ ทำให้หนูไม่รู้จักการเล่นกับเพื่อน ไม่รู้ว่าจะเข้าหาอย่างไร หรือต้องทำตัวอย่างไรเมื่ออยู่กับเพื่อน แต่หนูจะทำตัวเหมือนผู้ใหญ่คือเป็นผู้นำ และพูดแบบผู้ใหญ่ ซึ่งทำให้ยากที่จะเข้ากับเพื่อนได้ อันนี้แก้โดยการอาศัยการเข้ากลุ่มเล็กๆ กับเด็กวัยเดียวกันก็จะช่วยได้


พอแม่เล่าให้ครูฟังเรื่องพฤติกรรมของหนูเมื่ออยู่โรงเรียน ครูบอกว่า หนูเป็นแค่เด็กซน และยังชอบเล่น เป็นเด็กที่จับจุดความสำคัญต่างๆ ได้ไว นั่นคือเหตุผลว่าทำไมหนูถึงไม่สนใจที่จะเรียน เพราะพอหนูรู้ว่าครูสอนอะไรแล้ว มันก็เหมือนหมดสนุก ถามมาหนูก็ตอบได้ เลยทำให้หนูไปสนใจสิ่งอื่นแทน ครูแนะนำว่า ควรจะคุยกับครูว่า ควรให้ความสำคัญกับหนู โดยการเรียกชื่อบ่อยๆ มากกว่าที่จะปล่อยให้หนูเดินไปมาอยู่ในห้อง และไม่ควรให้หนูซ้ำชั้น เพราะจะยิ่งทำให้หนูเบื่อการเรียนมากขึ้นไปอีก เนื่องจากรู้เรื่องแล้ว เท่ากับเป็นการหยุดพัฒนาการของหนู


แม่กลับบ้านด้วยความรู้สึกมากมาย หนึ่งสบายใจที่รู้ปัญหาของหนูที่แท้จริง สองสงสัยว่าถ้าแม่บอกพ่อไปว่าจะให้หนูมาเข้ากลุ่มที่ศูนย์นี้พ่อจะเห็นด้วยหรือไม่ สามข้องใจว่าสำหรับครูอนุบาลแล้วน่าจะเปิดใจสำหรับเด็กพิเศษบ้าง นอกเสียจากการกันไปให้พ้นตัว
สุดท้ายแม่รู้สึกว่าอยากเรียนเกี่ยวกับจิตวิทยาสำหรับเด็กเพิ่มจัง เพราะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นับแต่ที่ครูบอกว่า หนูเป็นสมาธิสั้น มันทำให้แม่ไม่สบายใจเป็นอย่างมาก จนถึงวันนี้ที่ครูมาบอกให้รู้ว่าแท้จริงแล้ว หนูเป็นอย่างไร มันเหมือนแม่เจอแสงสว่าง และทำให้แม่คิดว่า ตอนนี้มีเด็กพิเศษมากมายแต่กลับมีคนคอยแนะนำสิ่งที่ถูกต้องให้กับพ่อแม่ของเด็กเหล่านี้น้อยมาก บางแห่งที่โทรไปต้องรอกันเป็นเดือนๆ ค่าชั่วโมงก็แพงแสนแพง


ขอบคุณหนูมากเลยที่ช่วยเปิดโลกของแม่ให้กว้างขึ้นกว่าเดิม



ปอลอ

คุณ Love Forget Me Not ไปตามอ่านและเม้นท์ไว้ในได แล้วนะค่ะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะที่ช่วยเล่าให้ฟัง

ขอบคุณ คุณเสลาสีม่วง ที่รับปันปันไว้เป็นเพื่อนนะค่ะ

ขอบคุณ คุณ Star Alone ที่มาเยี่ยมค่ะ







 

Create Date : 28 มกราคม 2550    
Last Update : 18 กันยายน 2550 20:20:28 น.
Counter : 251 Pageviews.  

ครูนักพัฒนาการ VS ปันปัน

วันนี้แม่นัดนักพัฒนาการเด็กที่โรงพยาบาลไว้ หลังจากลังเลอยู่นานว่าจะพาหนูไปหาดีไหม (เพราะใจคิดว่าคำตอบคงเหมือนครั้งก่อนที่ไปหา คือไม่ได้เป็นสมาธิสั้น จบ แล้วก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไร) แต่หลังจากคุยกับเพื่อนคนหนึ่งแล้ว เค้าก็แนะนำว่าลองไปหานักพัฒนาการเด็กดูเลยดีกว่า จะได้ให้รู้ๆ กันไปว่าที่หนูมีพฤติกรรมไม่อยู่นิ่ง ซนๆ แบบนี้ ตกลงแล้วมันเป็นเพราะสมาธิสั้นหรือป่าว เอาแบบย้ำให้ชัดๆ กันไปเลย



และเหมือนเดิมพ่อของหนูไม่เห็นด้วยอีกแล้ว (สงสัยเค้าจะรู้ใจกันดี เลยเชื่อมั่นในตัวหนูว่าไม่เป็นแน่นอน) แต่แม่ก็แย้งไปว่า ถ้าครั้งนี้บอกว่าหนูไม่เป็นอีก แม่ก็ต้องถามว่า หนทางในการแก้ไขควรทำอย่างไร ในเมื่อหนูไม่มีสมาธิเรียนที่โรงเรียนเลย แต่ถ้าอยู่บ้านกับแม่แล้วหนูจะทำตามที่สั่งแทบทุกครั้ง อะไรที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหนูแล้ว แม่บอกกับพ่อไว้เลยว่าขอให้แม่เป็นคนตัดสินใจเอง แต่แม่จะบอกให้พ่อรู้ก่อนทุกครั้ง อันนี้เพื่อไม่ให้หนูสับสนและเป็นความเข้าใจระหว่างพ่อกับแม่



พอแม่กับหนูไปพบนักพัฒนาการเด็ก (ครู) แล้ว แม่ก็ส่งตัวหนูให้อยู่กับครูลำพังแค่สองคน เวลาที่ใช้ในการทดสอบประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นครูก็เรียกแม่เข้าไปพบ แล้วบอกว่าหนูปกติดี ไม่มีเป็นสมาธิสั้น แต่หนูน่าจะมีปัญหาเรื่องการเข้าสังคมมากกว่า เนื่องจากหนูเป็นลูกคนเดียว ไม่มีเพื่อนเล่น และอยู่กับผู้ใหญ่เป็นส่วนมาก ทำให้บางครั้งพูดจาด้วยคำพูดแบบที่ผู้ใหญ่ใช้พูดกัน ไม่รู้จักการสื่อสารหรือการปฏิบัติตัวเมื่ออยู่กับคนหมู่มาก ทำให้เวลาอยู่ที่โรงเรียนหนูไม่สนใจใคร วิ่งและเล่นอยู่คนเดียว ดังนั้นหนูต้องฝึกเรื่องการเข้าสังคม โดยให้เริ่มจากกลุ่มเล็กๆ ก่อน ให้เรียนรู้การมีสังคมกับเพื่อน การแบ่งปัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ กฎและกติกา



นอกจากนี้ยังมีบางคำที่ยังพูดไม่ชัด และกล้ามเนื้อนิ้วมือยังไม่ค่อยแข็งแรง ซึ่งน่าจะเป็นเหตุให้หนูไม่ชอบเขียนหนังสือ เพราะการจับดินสอเขียนจะต้องใช้การเกร็งนิ้วมือ ทำให้หนูรำคาญเลยพาลไม่อยากเขียน ครูบอกให้ฝึกโดยการเล่นนวดแป้งโดว์หรือดินน้ำมัน ฝึกการนับเมล็ดถั่ว ฝึกการร้อยลูกปัด


ก่อนกลับครูบอกว่า เริ่มฝึกหนูไปตั้งแต่ตอนนี้ก่อนถึงวัย 5 ขวบ ปัญหาที่มีจะค่อยๆ หายไป แม่ไม่ต้องกังวลไป หนูสามารถเรียนรู้เรื่องต่างๆ ได้ดี แม่ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย แล้วรู้ว่าจะต้องช่วยหนูยังไง ขอบคุณค่ะ ครูนักพัฒนาการ


ปอลอ

ไปเยี่ยมเพื่อนบ้าน Star Alone มาแล้วค่ะ

ขอบคุณคุณ Love Forget Me Not ที่มาช่วยเล่าเรื่องของน้องให้ฟังนะค่ะ




 

Create Date : 27 มกราคม 2550    
Last Update : 18 กันยายน 2550 20:32:33 น.
Counter : 272 Pageviews.  

...T T... ซ้ำชั้น ... T T ...

วันนี้แม่ลางานครึ่งวันเพื่อไปพบครูของหนูที่โรงเรียน ครูบอกกับแม่ว่า อยากจะให้หนูซ้ำชั้น เพราะหนูยังซนและไม่มีสมาธิเหมือนเดิม ครูว่าอาจจะด้วยวัยและวุฒิภาวะของหนูยังไม่พร้อม ทำให้หนูยังไม่สามารถจะมีสมาธิ หรือควบคุมตัวเองให้อยู่ในกฎเกณฑ์ของห้องได้ ซึ่งหากหนูขึ้นไปเรียน อ.2 แล้วยังเป็นแบบนี้อยู่ หนูก็จะต้องซ้ำชั้น อ.2 อยู่ดี แถมยังเป็นการเพิ่มความเครียดให้หนูมากขึ้นไปอีก ดังนั้นทั้งพ่อกับแม่จึงตกลงใจจะให้หนูซ้ำชั้นอีก 1 ปี ปัญหาตอนนี้คือ หนูจะเรียนอยู่ห้องเดิมหรือย้ายห้องดี ตอนนี้แม่บอกตรงๆ ว่ายังคิดไม่ออกเลย


หลังจากลาครูกลับบ้าน แม่บอกให้พ่อไปส่งแม่และหนูที่ โรงเรียนสอนดนตรีแห่งหนึ่งแถวบ้าน แม่คิดอยากจะให้หนูเรียนดนตรีมานานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสสักที วันนี้แม่รู้สึกว่าตัวเองเคว้งๆ สมองตื้อๆ หลังจากคุยกับครู ไม่อยากกลับบ้าน แต่ไม่รู้ว่าอยากจะทำอะไร เลยคิดพาหนูไปลองดูที่เรียนดนตรีดีกว่า หลังจากสอบถามเรื่องหลักสูตรที่หนูจะเรียนแล้ว ก็นัดว่าจะมาทดลองเรียนตอนหนึ่งทุ่ม


ด้านล่างของโรงเรียนดนตรี มีร้านไอศกรีมกับซุปเปอร์เล็กๆ แม่เลยพาหนูไปทานไอศกรีม แล้วก็ไปเดินซื้อของไว้ทำอาหารตอนเย็น พอกลับทำบ้าน ก็จัดการเอาของที่ซื้อไว้มาทำ เหมือนว่าอยากทำตัวให้ยุ่งๆ เพื่อที่จะได้ไม่คิดเรื่องที่หนูต้องซ้ำชั้น ใจหนึ่งก็รู้สึกท้อแท้ อยากจะร้องไห้ออกมาเพราะสงสารลูก (ทั้งๆที่หนูไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย การซ้ำชั้นไม่ได้มีผลอะไรกับหนู เพราะหนูก็ยังหัวเราะร่า วิ่งเล่นได้เหมือนเดิม) และรู้สึกว่าตัวเองเป็นแม่ที่ไม่ดี ดูแลหนูไม่ดีพอทำให้หนูต้องมาเรียนซ้ำชั้น (จิตตกเป็นปกติ) แต่อีกใจหนึ่งก็บอกว่าหากเราอ่อนแอ ท้อแท้ตั้งแต่ตอนนี้แล้วหนูจะเป็นอย่างไร หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล กว่าหนูจะโตเป็นผู้ใหญ่หรือพึ่งพาตัวเองได้ แม่ต้องเข้มแข็ง ต้องเริ่มต้นใหม่ ไม่มีอะไรสายเกินไป พอคิดได้แบบนั้นค่อยสบายใจขึ้นหน่อย


พอใกล้ถึงเวลาที่จะไปทดลองเรียน แม่ก็บอกให้พ่อไปส่งแล้วก็ไปดูที่เรียนด้วยกัน พ่อไม่เห็นด้วยบอกว่าหนูยังเล็กเกินไป จะสามารถจดจำอะไรได้มากมาย เรียนไปก็ไม่น่าจะประสบความสำเร็จ แม่บอกไปว่า ที่แม่ให้หนูเรียนดนตรี แม่ไม่ได้ต้องการหนูเก่งหรือประสบความสำเร็จอะไร แม่แค่ต้องการให้ดนตรีช่วยในการฝึกสมาธิให้หนู และวิธีการที่จะใช้กับหนูให้ได้ผลคือ ต้องเรียนแบบตัวต่อตัว หนูเป็นเด็กที่ต้องการให้เอาใจใส่ตลอดเวลา หากเรียนแบบกลุ่มหนูจะต้องเดินไปมาและไม่สนใจที่ครูสอนแน่นอน แม่บอกว่าบางทีเราต้องยอมรับว่า หนูเป็นเด็กพิเศษกว่าคนอื่น อาจจะต้องดูแลและเอาใจใส่มากกว่าปกติ และแม่จะเป็นคนตัดสินใจในเรื่องการเรียนเสริมอื่นๆ เอง


ตอนพาหนูไปทดลองเรียน ครูส้มเป็นคนสอนหนู ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีทีเดียว เพราะหลักสูตรที่สอนไม่ใช่การใส่เนื้อหาอะไรมากมายให้ แต่เป็นการเอาตุ๊กตาตัวเล็กๆ และหนังสือที่มีสีสันสดใสมาช่วยดึงความสนใจให้หนูสามารถเรียนจนจบ โดยไม่สนใจสิ่งอื่น และการเรียนในแต่ละครั้งใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง เทียบกับความสามารถในเด็กวัยหนูแล้วก็น่าจะกำลังดี แม่ตกลงให้หนูเรียนที่นี่ ตอนหนึ่งทุ่มถึงหนึ่งทุ่มครึ่งวันอังคารและวันพฤหัส หนูจะได้มีช่วงเวลาพักจากที่โรงเรียน และทานข้าวก่อนมาเรียนด้วย


ช่วงนี้คงต้องหาข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมอีก เผื่อจะพาหนูไปทำกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างอื่น จากที่แม่คุยกับเพื่อนๆ ก็คิดว่าอาจจะพาหนูไปเจอกับลูกๆ ของเพื่อนแม่ให้มากขึ้น เพื่อให้หนูมีเพื่อน รู้จักการเข้าสังคมบ้าง แม่ไม่รู้ว่าอะไรๆ มันจะดีขึ้นมากแค่ไหน แต่สำหรับแม่ แม่จะพยายามและเข้มแข็งเพื่อหนูครับ


ปอลอ
ขอบคุณคุณ อิ๋ง คุณ icebridy และคุณมัชชารที่เข้ามาเยี่ยมค่ะ




 

Create Date : 24 มกราคม 2550    
Last Update : 24 มกราคม 2550 22:40:47 น.
Counter : 224 Pageviews.  

ทามมาย...ไม่ชอบใส่กุงเกงและฮีโร่คนใหม่

ไม่รู้ว่าเด็กคนอื่นในวัย 3 ขวบกว่านี้จะเป็นกันหรือป่าว โรคไม่ชอบใส่กุงเกง ไม่ว่าจะกุงเกงในหรือกุงเกงนอก ใส่ปั๊บสักเด๋วพอเผลอก็ถอดปุ๊บ แม่ต้องพร่ำพูดอยู่ตลอดเวลาจนเบื่อตัวเอง ดูเหมือนว่าหนูไม่ค่อยเข้าใจความหมายที่แม่พูดสักเท่าไหร่ ยังไม่รู้จักความอาย หรือรู้ว่าอวัยวะบางอย่างบนร่างกายไม่ควรจะให้คนอื่นเห็น แม่ได้แต่คิดว่าโตขึ้นอีกหน่อยก็คงจะดีขึ้นเอง ช่วงนี้แม่คงได้แต่พูด พูด พูด ว่า อย่าถอด ได้อย่างเดียว


เรื่องเรียนของหนูกับที่โรงเรียนยังคงเป็นปัญหาเหมือนเดิม แต่สำหรับที่บ้านแม่พยายามฝึกให้หนูหัดเขียนหนังสือพวก ก-ฮ A-Z 1-10 และก็เล่นเกมส์ลากเส้นโยงเส้นต่างๆ หนูไม่ค่อยจะยอมทำโยเยโยกโย้ มากเรื่อง ถึงขนาดบอกว่าหนูไม่ชอบเรียน หนูอยากกะเล่น เฮ้อ สงสัยต้องจับไปอยู่กับมังกรไฟ (ผู้ไม่ชอบเรียนหนังสือ) เสียแล้ว


ฮีโร่คนใหม่ของหนูไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นตัวการ์ตูนในซีดีเรื่องใหม่ ชื่อ kiddo ยอดรถมหัศจรรย์ เป็นรถที่สามารถแปลงร่างเป็นยานพาหนะอย่างอื่นได้ เช่น เรือ เครื่องบิน รถไฟ แม่คิดว่าที่หนูชอบคงเพราะ kiddo ต้องเจอเหตุการณ์ต่างๆ หลายรูปแบบ แต่ก็สามารถแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี มีผจญภัยเล็กๆ แถม kiddo ยังเป็นรถเด็กอีกด้วย อารมณ์คงต่อเนื่องมาจากเรื่อง cars ที่หนูก็ชอบเหมือนกัน แต่พอเจอ kiddo แล้ว หนังเรื่องอื่นๆหนูก็ไม่สนใจอีกเลย ถึงตอนนี้หนูดูไปหลายสิบรอบแล้วก็ตาม แต่แม่ก็ยังไม่เคยดูจบเรื่องเลยสักที 555
























 

Create Date : 19 มกราคม 2550    
Last Update : 18 กันยายน 2550 20:22:27 น.
Counter : 218 Pageviews.  

*-* ... ปีใหม่ และ วันเด็ก ... *-*

ตอนนี้ทั้งแม่และลูกไม่สบายไปตามๆกัน แม่ไม่สบายเพราะตาอักเสบ แม่ไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร แต่สันนิษฐานว่าเพราะนอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ และอีกโรคที่แม่มักป่วยเป็นประจำคือ ต่อมทอนซิลอักเสบ บางครั้งแค่อากาศเปลี่ยนและนอนไม่เต็มอิ่ม แม่ก็จะเป็น 2 โรคนี้ประจำ จนรู้สึกรำคาญตัวเอง ก่อนหน้าที่จะมีลูกแม่ต้องป่วยเข้าโรงพยาบาลด้วยต่อมทอนซิลอักเสบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่พอหลังจากคลอดลูกแล้ว แม่ก็ยังมีป่วยเหมือนเดิมแต่จะไม่ยอมให้เป็นหนักถึงขนาดต้องเข้าโรงพยาบาล ด้วยห่วงว่าจะไม่ใครดูลูก ตอนนี้แม่เริ่มสบายดีขึ้นแล้ว แต่กลายเป็นว่าหนูไม่สบายแทน
คืนวันที่ 2 มค หนูอ้วกและท้องเสีย ลองจับตัวดูเห็นตัวรุมๆ เลยให้ทานยาลดไข้ไป ตอนเช้ารีบให้พ่อพาหนูไปหาหมอ พ่อบอกว่าอยากให้หนูนอนโรงพยาบาล ทั้งๆที่เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน หนูเพิ่งออกมาจากโรงพยาบาลด้วยโรคทางเดินอาหารเป็นพิษ ซึ่งเป็นโรคที่เด็กในวัยหนูเป็นกันบ่อยมากๆ ปีที่ผ่านมาหนูเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคนี้ 2 ครั้งแล้ว พอมาครั้งนี้แม่ดูจากอาการแล้วยังไม่ถึงขั้นต้องให้นอน แม่กำชับพ่อว่าขอแต่ยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อมาทานก็พอ แล้วอีก 2-3 วันค่อยดูว่าดีขึ้นหรือป่าว ก็จริงดังคาดหนูไม่ได้เป็นอะไรมาก พอทานยา 2-3 วันก็หายเป็นปกติ


เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มค พอแม่ขึ้นรถแล้วหนูก็พูดเจื้อยแจ้วว่า
“ มีคุณธรรม น้ำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง เลี่ยง..บาย ..ยา.มุ๊” (มีบางคนฟังเป็นว่าหนูอยากกินละมุด) …. แม่ให้หนูท่องอยู่ประมาณ 10 รอบก็ยังไม่เข้าใจท่อนสุดท้ายอยู่ดี เลยต้องถามพ่อว่าตกลงมันคืออะไร พอพ่อเฉลยค่อยถึงบางอ้อ รู้สึกชอบคำขวัญวันเด็กปีนี้จัง
ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ เราก็พากันไปพัทยา แถมบังเอิญลูกค้าของพ่อก็สั่งของมาพอดี ได้โอกาสพ่วงกันไปด้วยเลย ไปถึงก็เกือบบ่ายสามหล่ะ พ่อลูกลงเล่นน้ำเล่นทรายกันหนุกหนาน ส่วนแม่ขอนอนพุงกลมอยู่บนห้องดีกว่า ราวๆ 6 โมงก็ถึงเวลาหม่ำ ร้านประจำ…เจ้จุก (ตอนนี้ราคาแพงขึ้นและเราก็เริ่มเบื่อหล่ะ) กินเสร็จ อีกแห่งที่พลาดไม่ได้คือ Foodland จะต้องไปซื้อของที่นี่ประจำ ของก็ไม่ได้ถูกกว่าที่อื่นๆ แต่รู้สึกว่าสะดวกดีซื้อแป๊บเดียวเสร็จ หมดไปอีกวัน เช้าวันอาทิตย์ พ่อลูกตื่นกันแต่เช้าไปเล่นทรายกัน จนเก้าโมงกว่าก็รีบไปทานข้าว ต่อด้วยเล่นน้ำ จนสิบเอ็ดโมง รีบพากันขึ้นไปนอนพัก จนบ่ายกว่าพากัน check out ว่าจะพาหนูไปนั่งเรือดำน้ำดูปลา แต่พอเช็คเวลาแล้วปรากฎว่าหมดรอบ เค้ามีตอน เก้าโมง , สิบเอ็ดโมง และ บ่ายโมง หนูเลยอดดู พาลทำแม่เซ็งไปด้วย บอกพ่อกลับบ้านเราดีกว่า ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพตอนห้าโมงเย็น รู้สึก 2 วันแห่งความสุขช่างหมดไปอย่างรวดเร็วเสียจริงๆ ไว้คราวหน้าจะพาหนูไปนอนค้างสัก 2 คืนดีกว่า แม่มีที่พักใหม่เตรียมไว้ให้หนูแล้วหล่ะจ้า





 

Create Date : 15 มกราคม 2550    
Last Update : 15 มกราคม 2550 11:32:37 น.
Counter : 225 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

แม่เจ้าปัน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ขอรหัสผ่านหลังไมค์นะค่ะ
Free Counters
Friends' blogs
[Add แม่เจ้าปัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.