แม่จะเข็มแข็งเพื่อหนู/ที่หนึ่งในหัวใจ
Group Blog
 
All blogs
 
เครียดจัง...ย้ายโรงเรียนให้ลูก(5)

แม่ปรึกษากับพ่อว่าจะให้หนูเข้าเรียนโรงเรียนอะไรดีในปีการศึกษาหน้าเมื่อหนูขึ้น อนุบาล 1 ซึ่งไม่ใช่แค่คิดว่าจะเรียนแนวไหนดี แต่ต้องคิดไปถึงเรื่องที่จะต้องเรียนในชั้น ป 1 ด้วย แม่บอกตรงๆว่า ยิ่งแม่อ่านหนังสือเยอะ ศึกษาหาข้อมูลมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้แม่สับสนและรู้สึกไม่มั่นใจในระบบการเรียนการสอนในแต่ละโรงเรียนที่แม่เลือกเลย และเมื่อแม่มาตั้งสติ คิดโดยรวบรวมเอาตัวหนูเป็นที่ตั้ง โดยเริ่มจากบุคลิกของหนู ความชอบ แล้วค่อยๆแตกไปยังแนวทาง หลักสูตรของโรงเรียนต่างๆที่แม่เลือกไว้

โรงเรียนแรกเป็นโรงเรียน ที่เคยสร้างความสำเร็จให้กับลูกพี่ลูกน้องหนูมาถึง 2 คน เป็นโรงเรียนที่เน้นแนววิชาการมากๆ มีแค่ชั้น อนุบาล 1-3 เมื่อเรียนจบแล้ว ก็ไปสอบต่อยังโรงเรียนในเครือคาทอลิกเสียเป็นส่วนใหญ่ และในจำนวนนั้นลูกพี่ลูกน้องหนูก็สามารถฝ่าฟัน เข้าเรียนโรงเรียนคอทอลิกชื่อดังได้เป็นผลสำเร็จ เมื่อได้เข้าไปเรียนแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าการเรียนการสอนของที่โรงเรียนนี้ไม่ธรรมดาเพราะเด็กๆที่จบมาแทบไม่ต้องปรับตัวเพื่อรับวิชาการที่เพิ่มขึ้นในชั้น ป 1 เลย ข้อดีของโรงเรียนนี้ คือ ค่าเทอมไม่แพงมากนัก เมื่อเทียบกับโรงเรียนในละแวกเดียวกัน ใกล้บ้าน จำนวนเด็กในห้องน้อย ทำให้ครูสามารถดูแลได้ทั่วถึง ครูเอาใจใส่เป็นอย่างดี หากเด็กไม่ทำการบ้าน ครูจะโทรแจ้งผู้ปกครองทันที ส่วนข้อเสีย คือ โรงเรียนเล็กมากๆ ทำให้ไม่ค่อยมีพื้นที่สำหรับวิ่งเล่น ครูออกจะมีแนวการสอนแบบสมัยเก่า ไม่ค่อยมีจิตวิทยากับเด็กๆเท่าไหร่(ซึ่งข้อนี้สำหรับแม่ถือว่าสำคัญสำหรับหนู เพราะหนูไม่ค่อยเหมือนเด็กคนอื่นเท่าไหร่นัก) และเข้มงวดมากๆ

โรงเรียนที่สอง เป็นโรงเรียนแนวเตรียมความพร้อม เด็กๆส่วนใหญ่สอบเข้าโรงเรียนเครือสาธิต เน้นการเข้าสังคม การเรียนรู้ด้วยตัวเอง และมีไหวพริบปฎิภาณรอบด้าน ข้อดี เป็นโรงเรียนที่ใครๆก็อยากจะให้มาเรียน แสดงให้เห็นว่าคุณภาพของโรงเรียนดีในระดับหนึ่ง ใกล้บ้าน มีกิจกรรมให้เลือกทำหลายอย่าง ข้อเสีย ค่าเทอมค่อนข้างแพง ซึ่งแพงกว่าโรงเรียนแรกถึงสองเท่า รถติดมาก บรรยายกาศในโรงเรียนแออัดไม่ค่อยมีพื้นที่ให้ได้วิ่งเล่น

โรงเรียนที่สามโรงเรียนแนววิถีพุทธ อันนี้เป็นเรื่องใหม่สำหรับแม่ แม่ไม่เคยรู้จักหรือเคยได้ยินมาก่อน จนเมื่อเราได้ย้ายบ้านใหม่แล้วบังเอิญอยู่ใกล้กับโรงเรียนนี้ แบบชนิดที่ว่ารั้วติดกัน แม่เลยลองไปหาข้อมูลดู แม่บอกตรงๆว่าแม่ชอบแนวคิดและวิธีการเรียนการสอน ชอบสิ่งแวดล้อม บรรยากาศ ชอบที่เด็กๆไม่ต้องใส่ชุดนักเรียนไปโรงเรียน ชอบที่โรงเรียนสอนให้เด็กรู้จักคุณค่าของสิ่งของต่างๆ ชอบที่สอนให้เด็กคิดริเริ่มค้นหาข้อมูลจากความอยากรู้ของตัวเองไปจนกระทั่งเจอคำตอบ แต่ปัญหาคือพ่อหนูคัดค้านไม่เห็นด้วย เพราะแนวคิดการเรียนแบบนี้ ออกจะแตกต่างจากระบบการเรียนการสอนของบ้านเราโดยทั่วไป หลายคนว่าหากเรียนที่นี่เมื่อจบแล้วต้องไปเรียนต่อเมืองนอก หรือหากเรียนต่อที่เมืองไทย บางวิชาจะตามเพื่อนๆไม่ค่อยทัน ซึ่งอันนี้แม่ก็ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจากแม่ยังไม่เคยคิดว่าจะส่งหนูไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา โรงเรียนนี้เลยต้องตัดออกไปโดยปริยาย

ส่วนโรงเรียนสุดท้ายที่แม่เลือก เป็นโรงเรียนสองภาษา ซึ่งตอนแรกแม่ไม่ได้สนใจโรงเรียนแนวนี้เลย เพราะคิดว่าถึงให้หนูเรียนไปแล้วไม่ได้ต่อจนจบ มัธยม 6 แม่ก็คิดว่ามันคงไม่มีประโยชน์อะไรแล้วก็จะเสียค่าเทอมแพงๆไปเสียป่าว แต่แม่ก็ต้องกลับมาคิดใหม่ โรงเรียนนี้เป็นเครือโรงเรียนเดียวกับที่แม่เคยเรียนสมัยประถม สมัยก่อนยังไม่มีโรงเรียนสองภาษา เป็นโรงเรียนเอกชนธรรมดา ในสมัยนั้นโรงเรียนนี้ถือว่าใช้ได้ทีเดียวทั้งวิชาการและกิจกรรมต่างๆ แม่ต้องกลับไปหาข้อมูลใหม่ เมื่อมีคนรู้จักใกล้ชิดมาช่วยยืนยันว่าโรงเรียนสองภาษานี้ดีมากในละแวกนั้น และลูกของคนรู้จักก็จบมาจากที่โรงเรียนนี้ ถึงแม้น้องเค้าจะเอ็นทรานซ์ไม่ได้ในคณะที่ชอบแต่ก็ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยเอกชนภาคภาษาอังกฤษได้อย่างสบายๆ และแนวทางการเรียนของโรงเรียนนี้จะเป็นแนวผสมระหว่างวิชาการกับแนวเตรียมความพร้อมเสียมากกว่า อาจจะเป้นเพราะต้องมีการสื่อสารกันสองภาษาเลยทำให้เร่งเรียนมากไม่ได้ ข้อเสียของโรงเรียนนี้คือ เด็กต่อห้องค่อนข้างเยอะทีเดียว รถติด และค่าเทอมก็แพงกว่าโรงเรียนธรรมดาเสียด้วยสิ

เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกแม่พาพ่อและหนูตระเวนไปตามโรงเรียนที่แม่ได้เลือกไว้ เพื่อพูดคุยกับครูอีกครั้ง ดูระยะทาง ระยะเวลาไปกลับระหว่างบ้านกับโรงเรียน บรรยากาศโดยรวมๆ ดูปฏิกิริยาของหนู เสร็จแล้วเราก็กลับมาพูดคุยกันที่บ้านอีกครั้ง....



Create Date : 23 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2549 22:57:37 น. 1 comments
Counter : 348 Pageviews.

 
นี่คือความรักของแม่ที่มีต่อลูกมันยิ่งใหญ่เกินที่จะเทียบได้ ยังไม่มีลูกเลยค่ะ แต่เห็นความรักของแม่ที่มีต่อเรา แล้วเปรียบเทียบไม่ได้เลยค่ะ ท่านเป็นผู้ให้ตลอดเวลาค่ะ ตอบ แทนบุญคุณไม่เคยหมดค่ะ


โดย: Hawaii_Havaii วันที่: 24 พฤศจิกายน 2549 เวลา:3:00:38 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

แม่เจ้าปัน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ขอรหัสผ่านหลังไมค์นะค่ะ
Free Counters
Friends' blogs
[Add แม่เจ้าปัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.