แม่จะเข็มแข็งเพื่อหนู/ที่หนึ่งในหัวใจ
Group Blog
 
All blogs
 
เครียดจัง...ย้ายโรงเรียนให้ลูก (1)

ลูกจ๋า....หนูจะรู้ไหมว่า
ตอนที่แม่พาหนูไปเข้าโรงเรียนแบบเนอสเซอรี่
แม่จำได้ว่าไม่ได้รู้สึกเครียดเหมือนวันนี้เลย
ทั้งๆที่ตอนนั้นหนูเพิ่งจะอายุได้ ขวบกับแปดเดือนเอง
พูดยังไม่ค่อยได้ด้วยซ้ำ
แต่แม่คิดว่าคงเพราะแม่ไม่ได้คาดหวังอะไรจากโรงเรียนนี้มากนัก
ความต้องการของแม่ตอนนั้น ต้องการโรงเรียนที่บรรยากาศดีดี
มีที่ให้หนูได้วิ่งเล่นออกกำลังกายเยอะๆ
แล้วก็จำนวนของเพื่อนหนูๆกับคุณครูในห้องไม่มายมากนัก
ที่สำคัญโรงเรียนนี้ไม่ใช้แอร์
จากที่แม่ได้ศึกษามา( อิอิ พูดเหมือนผู้เชี่ยวชาญเชียว)
เค้าว่ากันว่า เด็กเล็กๆเวลาไปโรงเรียนจะไม่สบายได้ง่ายๆ
ยิ่งถ้าอยู่กันให้ห้องแอร์ด้วยแล้ว จะยิ่งติดกันได้ง่ายมากขึ้น
เพราะอากาศมันไม่ได้หมุนเวียน
ดังนั้นโดยรวมๆแล้ว แม่ก็ชอบโรงเรียนนี้มากเลยหล่ะ
แถมไม่ได้ไกลจากบ้านมากนั้น บางครั้งแม่เองก็แว๊บไปรับหนูได้ด้วย
แต่ก่อนที่แม่จะเลือกโรงเรียนนี้ แม่ก็มีพาพ่อไปดูอีกโรงเรียนนึง
อยู่ไม่ไกลบ้านเหมือนกัน แต่ตอนนั้นบังเอิญว่า
บริเวณข้างๆโรงเรียนกำลังมีการก่อสร้างอาคารสูงอยู่
ทำให้มีทั้งฝุ่นและเสียงดังรบกวน พ่อก็เลยคิดว่าที่นี่ไม่ดีแน่ 5555
ทั้งที่ยังไม่ไดู้พูดคุยอะไรกับคุณครูมากมายเลย
ตอนที่แม่ตัดสินใจเลือกโรงเรียนนี้ให้หนู แม่ไม่ได้ปรึกษาพ่อเลยด้วยซ้ำ
พอแม่บอกพ่อว่าจะให้หนูเข้าเรียนนี้ พ่อก็ถามว่าดีแล้วเหรอ
แม่ก็ต้องชักแม่น้ำทั้งห้า (หมายความว่าต้องพูดจาโดยนำข้อดีต่างๆมาเพื่อให้เราได้ในสิ่งที่เราต้องการจ๊ะ)
มาเพื่อไม่ให้พ่อขัดขว้างการเข้าโรงเรียนของหนูในตอนนั้น
เพราะถ้าพ่อติดใจหรือสงสัยอะไรเพียงแค่นิดเดียว
ความสงสัยของพ่อนั้นจะนำพาเหตุผลที่สามารถทำให้ชนะแม่ได้ทุกทีเลย
(ไว้แม่จะเล่าในบันทึกให้หนูฟังถึงความสามารถในการพูดของพ่อหนูในครั้งต่อๆไปนะ)

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ กับโรงเรียนที่หนูเรียน
ไม่ใช่แค่หนูนะที่ผูกพัน แม่เองก็ูผูกพันกับโรงเรียนของหนูไปด้วย
เพราะหนูจะเป็นเด็กในจำนวนไม่กี่คนที่เข้าเรียนตั้งแต่ยังเล็ก
ทำให้คุณครูต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ และด้วยบุคลิกที่ปรับตัวง่ายของหนู
(แม่คิดว่าอย่างนั้น เพราะไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ไหนๆ หนูแทบไม่เคยตื่นตกใจ หรือกลัวอะไรเลย แต่นั่นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียเหมื่อนกัน)
ทำให้คุณครูได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเีวียนมาช่วยกันดูแล
จนถึงตอนนี้หนูเปลี่ยนห้องเรียนมาแล้ว 3 ครั้ง
คุณครูประจำชั้นก็เปลี่ยนตามไปด้วย

ปัญหาของหนูเริ่มตั้งเค้ามาเมื่อตอนเดือนเมษายนปีนี้
ตอนนั้นหนูอายุได้ 2 ขวบ 9 เดือน
วันหนึ่งตอนที่พุ่อหนูไปส่งหนูที่โรงเรียน แล้วคุณครูใหญ่เชิญไปพบ
คุณครูใหญ่แจ้งว่า หนูอาจจะเป็นเด็กสมาธิสั้น
เพราะเป็นเด็กไม่อยู่นิ่ง ไม่ค่อยเดินชอบวิ่ง เล่นอะไรก็ไม่ได้นาน
พร้อมทั้งให้เบอร์สถาบันที่ช่วยในการพัฒนาการสำหรับเด็กที่มีปัญหามาให้ด้วย ตอนนั้นพ่อหนูคงจะยังตั้งตัวไม่ติด และยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ดีนัก
เลยเอ่อ ออ ไปกับคุณครู พอออกมาจากห้อง ก็โทรศัพท์มาบอกแม่
พอแม่รู้เรื่องทั้งหมด แม่บอกตรงๆนะจ๊ะว่าแม่โกรธมากเลย
โกรธที่คุณครูมาว่าหนู แม่คิดว่าคุณครูเอาอะไรมาวัดว่าหนูเป็นหรือไม่เป็น
ทั้งๆที่ตอนนั้นแม่ก็ไม่ได้มีความรู้มากมายในเรื่องของเด็กสมาธิสั้นเท่าไหร่นัก
แต่ในความรู้สึกของคนเป็นแม่ แม่ที่เลี้ยงหนูมากับมือ
แม่มั่นใจว่าหนูปกติดี แต่แม่ยอมรับว่าหนูเป็นเด็กที่ซนกว่าเด็กปกติทั่วไป
ตอนแรกแม่ก็คิดว่าเด็กๆในวัยหนูเค้าก็ซนกันอย่างนี้
แม่เพิ่งมารู้ก็ตอนที่แม่พาหนูไปพบกลุ่มเพื่อนๆแม่ที่มีลูกวัยเดียวกันกับหนู

ในขณะที่เด็กคนอื่นๆค่อนข้างติดพ่อแม่หรือไม่ก็พี่เลี้ยง
เด็กๆจะยังไม่ค่อยกล้าเล่นกันมากนัก แต่หลังจากผ่านไปสักครึ่งชั่วโมง
เด็กก็จะเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่กับคนแปลกหน้าแล้วถึงจะยอมออกจากอ้อมกอดพ่อแม่มานั่งเล่นกัน
แต่สำหรับลูก หนูไม่เคยเป็นเช่นนั้น ไม่เคยอิดออด
หนูจะรู้สึกตื่นเต้น ดีใจ ทุกครั้งที่ได้ไปนอกบ้าน เหมือนกับทุกที่ที่หนูไป
มันช่างน่าสนุก น่าค้นหา ตื่นตาตื่นใจตลอด

หลังจากวันนั้นแม่ก็กังวลใจมาก
พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเด็กสมาธิสั้นมาอ่าน
สังเกตพฤติกรรมของหนูมากขึ้น
พ่อหนูก็มีโทรติดต่อไปสถาบันพัฒนาการ 2-3 แห่ง
เพื่อจะพาหนูไปทดสอบพฤติกรรม
แต่ละที่จะต้องนัดหมายและรอคิวนานประมาณ 2 อาทิตย์ขึ้นไป
ทำให้แม่รู้ว่ามีเด็กที่เป็นสมาธิสั้นเยอะเชียวหล่ะ
นอกจากนี้สมาธิสั้นยังแบ่งออกไปได้อีกหลายกลุ่ม



Create Date : 02 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 20 มีนาคม 2551 21:53:01 น. 1 comments
Counter : 223 Pageviews.

 
เป็นคุณแม่ที่อารมณ์ดีจังเลยนะครับ แต่ท่าทางจะเถียงสู้คุณพ่อไม่ค่อยได้สินะครับ

ผมยังไม่ได้เป็นพ่อคน ก็เลยไม่รู้ว่ามีลูกแล้วมันเป็นยังไง แต่ก็พอจะจำได้เลา ๆ ว่าตอนเด็ก ๆ เปลี่ยนโรงเรียนเป็นว่าเล่น ท่าทางคุณพ่อกับคุณแม่ตอนนั้นคงเหนื่อยน่าดู ก็โรงเรียนดี ๆ มันหายากนี่นะ



โดย: Mr.Learning (Mr.Learning ) วันที่: 2 พฤศจิกายน 2549 เวลา:22:17:57 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

แม่เจ้าปัน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ขอรหัสผ่านหลังไมค์นะค่ะ
Free Counters
Friends' blogs
[Add แม่เจ้าปัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.