MAMA beauty
Group Blog
 
All Blogs
 

สาวขี้ลืมมาทางนี้ เรามีวิธีดีๆ ให้ฝึกจำง่ายๆ แบบ 3 ช่วงวัยเลย


หันไปทางไหนก็เจอแต่สาวขี้ลืม บ้างก็บ่นว่าลืมบ่อย ลืมง่าย ทั้งที่แต่ก่อนไม่เป็นมากขนาดนี้ ขอบอกว่าอาการนี้เป็นไปได้ในทุกๆ ช่วงวัย กับสาเหตุพื้นๆ อย่างการพักผ่อนน้อย ความเหนื่อยล้า การกินอาหารไม่เหมาะสม หรือการทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกัน เป็นต้น

นั่นแปลว่าถ้าเราดูแลตัวเองให้เป็นปกติ ก็สามารถกลับมามีความคิดแจ่มๆ ได้เหมือนเดิม และจะยิ่งเฉียบคมมากขึ้น ถ้าเราได้ดูเทคนิคลับสมองเพิ่มขึ้น กับวิถีแบบธรรมชาติๆ ที่ทำได้ในชีวิตประจำวันนี่ล่ะ ซึ่งมี 3 ไอเดียดีๆ สำหรับสาวๆ 3 ช่วงวัยที่แตกต่างกันไปด้วย

เคล็ดฝึกจำสำหรับสาววัย 20 – 30 ปี
Idea 1: แปรงฟันสะอาด + ใช้ไหมขัดฟัน
คราบแบคทีเรียตามช่องฟันนี่ล่ะ สัมพันธ์กับสมองได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเป็นสาเหตุเกิดปฏิกิริยากับภูมิต้านทานที่อาจทำลายการส่งเลือดไปยังสมองอย่างมีประสิทธิภาพได้ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ส่งสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์สมองนั่นเอง

Idea 2: ออกกำลังให้หลากหลาย
ออกกำลังดีแน่ แต่ดียิ่งกว่าหากมีความหลากหลาย ทั้งเน้นอัตราการเต้นของหัวใจ ความยืดหยุ่น และเน้นความทนทาน การได้สูบฉีดเลือดลมและฝึกสมาธิไปด้วยในตัวนี้จะพัฒนาการทำงานของสมองได้อย่างยอดเยี่ยม (และยังได้หุ่นสวยๆ อีกด้วย)

Idea 3: กินปลาทะเล
เพราะมีกรดโอเมก้า-3 สูง (หรือในอาหารอย่างโยเกิร์ตก็ได้) ที่ดีอย่างมากต่อการเสริมความจำ และยังช่วยซ่อมแซมระบบประสาทอีกด้วย คนที่เป็นอัลไซเมอร์ และโรคซึมเศร้าจึงถูกแนะนำให้ทานด้วย

เคล็ดฝึกจำสำหรับสาววัย 30 - 40 ปี
Idea 1: เล่นเกมฝึกสมอง
แค่ได้ฝึกลับสมองอย่างรูบิก ซูโดกุ เกมต่อคำ ฯลฯ บ่อยๆ สมองของเราจะได้ฝึกการแก้ปัญหา และมีเพิ่มความเฉียบคมได้ การเล่นนี่ล่ะ เป็นวิธีฝึกความจำที่มักถูกนำมาใช้เสมอๆ ....

อ่านข้อมูลที่เหลืออีกมากมาย คลิกที่นี่เลย




 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2552 17:29:34 น.
Counter : 71 Pageviews.  

ใกล้สิ้นปีแล้ว ไปตรวจสุขภาพกันยางงง...มาเตรียมตัวกับเคล็ดลับดีๆ ที่นี่เลย


ใกล้สิ้นปีแล้วนะ ว่าแต่ไปตรวจสุขภาพกันหรือยัง?
ได้เวลาแล้วนะ ที่เราอย่าได้ประมาท และพาร่างกายที่มีแต่จะสะสมโรคไปหาหมอกันบ้าง ไม่ได้ไปรักษาหรอกนะ แต่เป็นการเช็คการทำงานของร่างกายเพื่อที่จะได้ป้องกันภัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทัน

แต่ก่อนไปแบบเจ๋งๆ mama เอาเคล็ดสำคัญมาฝาก ว่าการตรวจสุขภาพนั้น ควรรู้อะไรกันก่อนบ้าง

เราควรตรวจสุขภาพตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
ความจริงแล้ว เราควรตรวจและสำรวจร่างกายมาตั้งแต่เด็กๆ เลยก็ว่าได้ อย่างการที่เราได้ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงนั่นไง บางครั้งก็ไปฉีดยากันโรคต่างๆ แต่เมื่อเราโตขึ้น ร่างกายสมบูรณ์มากขึ้น ก็ควรที่จะตรวจร่างกายอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี อาจเริ่มต้นที่อายุ 20 ปี ที่เป็นการตรวจสุขภาพโยรวม และค่อยๆ เพิ่มรายละเอียดมากขึ้น

ตรวจอะไรกันบ้าง?
สำคัญที่ว่า ครอบครัวเรามีประวัติทางสุขภาพอย่างไรด้วย ถ้าบรรพบุรุษของเราเป็นโรคที่น่าเป็นห่วง อย่าง เบาหวาน มะเร็ง โรคเกี่ยวกับเลือดและหัวใจ โรคไต ฯลฯ ก็ควรตรวจการทำงานของอวัยวะนั้นๆ ประกอบกับการตรวจสุขภาพโดยรวม อย่างการตรวจความดัน ตรวจอัตราการเต้นหัวใจ ตรวจเลือด ตรวจมะเร็ง ตรวจปริมาณไขมัน เป็นต้น

เตรียมตัวยังไงดี?
ตามปกติแล้วเราไม่ควรระมัดระวังหรือเตรียมตัวเป็นพิเศษ เว้นเสียแต่งดชา กาแฟ หรือแอลกอฮอล ที่จะทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่หากเราต้องการเจาะเลือด ควรอย่างยิ่ง...

อ่านกันต่อเลย คลิกที่นี่




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2552    
Last Update : 29 ตุลาคม 2552 17:43:55 น.
Counter : 58 Pageviews.  

4 ท่าโยคะลดปวดเมื่อยในที่ทำงาน ทำได้เลย ง่ายมาก

ฝึกโยคะนี่ดีจริงๆ mama เองยังหายป่วยแบบกระเสาะกระแสะได้เลย แถมยังหลับง่าย บุคลิกก็ดีขึ้น เพราะฉะนั้นแล้ว การเอาโยคะมาดัดแปลงใช้ในที่ทำงาน จึงทำได้ไม่ยากเลย ก็การยืดเส้นยืดเส้นแบบถูกวิธี และถูกกับอาการนี่ล่ะ ช่วยให้เราผ่อนคลาย หายปวด และทำให้กล้ามเนื้อไม่ตึงเกร็งจนเกินไป

เอาเป็นว่ามาเช็คกันเลยว่าเรามีปัญหาอะไร จะได้ฝึกแบบถูกจุด ง่ายมากจริงๆ

ถ้าปวดหลัง + เครียดบ่อย
ผ่อนคลายหายเมื่อด้วย:
- นั่งในท่าสบายๆ จากนั้นหายใจเข้า เมื่อจังหวะหายออกให้ค่อยๆ ก้มตัวลงให้หน้าผากแตะหัวเข่า ทิ้งแขนเบาๆ ลงไปที่ข้อเท้า ค้างไว้ประมาณ 5 ลมหายใจเข้าออก
- หายใจเข้าแล้วค่อยๆ ยกตัวขึ้น นั่งหลังตรงอีกครั้ง
- หายใจเข้าแล้วค่อยๆ ยกแขนทั้งสองขึ้น ค้างไว้สักครู่แล้วเอาลงเมื่อจังหวะหายใจออก

ถ้าปวดช่วงไหล่- นั่งหรือยืนสบายๆ จากนั้นนำมือทั้งสองมาแตะหัวไหล่ โดยปลายข้อศอกยังขนานกับลำตัว
- ดันหัวไหล่ทั้งสองไปข้างหลัง โดยที่แผ่นยังตั้งตรง ค้างไว้ประมาณ 5 ลมหายใจเข้าออก

ถ้าปวดต้นคอและไหล่
...

อ่านท่าโยคะสำหรับแก้ปวดอื่นๆ กันต่อ คลิกเลยที่นี่




 

Create Date : 27 ตุลาคม 2552    
Last Update : 27 ตุลาคม 2552 11:07:06 น.
Counter : 62 Pageviews.  

ขี้เกียจทำงานวันจันทร์ใช่ม้า...อ่านนี่เลย 6 เคล็ดลับให้รู้สึกสดใสตอนเช้าๆ เวิร์กอยู่

เป็นอีกคนหรือเปล่า ที่เป็นพนักงานออศฟิศตอกบัตรตัวแม่ แล้วก็่ขอยอมแพ้กับเช้าวัันจันทร์ หลังจากที่นอนดึกวันอาทิตย์ (บางทีก็นอนไม่ค่อยหลับเอาเฉยๆ้ เป็นกันหรือเปล่า) สุดท้ายก็ทำให้วันทำงานวันแรก เกิดสภาพแบบหมดแรง เบื่อหน่าย ไม่อยากทำงานเอาซะเฉยๆ

เพราะฉะนั้นแล้ว การเติมอารมณ์ให้สดใสในเช้าวันจันทร์ และในช่วงเช้าของทุกๆ วัน เลยสำคัญสุดๆ ที่จะทำให้เราทำงานสดชื่นไปทั้งวัน mama เลยเอาเคล็ดลับมาฝากให้อ่าน เผื่อว่าเปลี่ยนตัวเองคราวนี้ จะทำให้เรามีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับตัวเองได้อีกเรื่อง นั่นก็คือ...

1. เรื่องของแสง
ตามปกติแล้ว ร่างกายคนเราจะมีกลไกตามธรรมชาติ นั่นคือตื่นตามแสงตะวัน เพราะฉะนั้นลองหาวิธีที่จะทำให้ห้องนอนได้รับแสงยามเช้า และเมื่อตื่นแล้ว ก็ควรเปิดหน้าต่างให้แสงสว่างเข้ามา ให้ร่างกายเราค่อยตื่นตามไปด้วย

2. ออกกำลังเบาๆ
แน่นอนเลยเชียว ว่าการขยับตัวนิดๆ หน่อยๆ หลังตื่นสักพัก จะช่วยให้เรากระฉับกระเฉงขึ้นมาได้ทันที ไม่ต้องเป็นการออกกำลังที่มากมายอะไรเลย แค่ขยับแขนขา ขยับศีรษะ (หรือทำโยคะเบาๆ) สัก 5 - 10 นาที ก่อนอาบน้ำ ก็ช่วยยืดกล้ามเนื้อได้ดีมากแล้ว

3.อาบน้ำพร้อมกลิ่นสดชื่น
กลิ่นบำบัดมีต่ออารมณ์อย่างมาก ลองเอากลิ่นที่เราสูดดมแล้วรู้สึกสดชื่นมาเป็นเคล็ดลับในการปลุกพลังดูสิ อาทิ กลิ่น ขิง ส้ม มะนาว ที่ว่ากันว่าช่วยได้ดีสำหรับการกระตุ้น และเปลี่ยนความเซื่องซึมเป็นความตื่นตัว อาจใช้ในรูปแบบของเจลอาบน้ำ สบู่ ครีมทาผิว หรือสเปรย์น้ำหอมต่างๆ


อ่านเคล็ดลับที่เหลือกันต่อ คลิกที่นี่เลย




 

Create Date : 22 ตุลาคม 2552    
Last Update : 22 ตุลาคม 2552 10:35:17 น.
Counter : 35 Pageviews.  

เป็นภูมิแพ้อีกคนชะมะ งั้นลองรักษาตัวเองง่ายๆ ที่นี่ เคล็ดลับแบบคาดไม่ถึงเลยล่ะ


เข้าใจเลยล่ะ ว่าเป็นภูมิแพ้แล้วทรมานขนาดไหน แถมพอกินยาเข้าไปก็ยิ่งง่วง ไม่มีแรงทำงานอีก

จริงๆ แล้วคนที่กินยาเยอะๆ นั้นจะเสี่ยงทีเดียวที่ยาจะไปสะสมที่ตับ ทางที่ดีควรเลี่ยงการใช้ยาให้มากที่สุด แล้วมองหาทางออกในแนวทางธรรมชาติเท่าที่เราจะทำได้ดีกว่า เชื่อไหมล่ะว่า mama เคยลองมาแล้วจนหายดี (แต่โรคนี้ไม่หายปกติอ่ะนะ) นั้นก็คือการเปลี่ยนเรื่องพื้นๆ อย่างการพักผ่อนให้ดี ออกกำลังกายบ้าง กินอาหารดีๆ และรักษาความสะอาดสักหน่อย ก็มั่นใจได้เลยว่าอาการนี้จะดีขึ้นชัวร์ๆ

เอาเป็นไปลองแวะไปอ่านเว็บที่ mama ปฏิบัติการอยู่ นั่นก็คือ 'สบายอารมณ์' ที่เอาข้อแนะนำน่าสนจาก ‘กองการแพทย์ทางเลือก’ ไปลองดูแลสุขภาพ เพราะแค่ได้ทำนะ เชื่อเลยว่ายังไงๆ ร่างกายเราจะดีขึ้นแน่นอน นั่นก็คือ ...

1. หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ ถ้าเราทราบดีว่าแพ้อะไร ให้เราหลีกเลี่ยง รวมทั้งสังเกตอาหารบางชนิดให้มากขึ้นว่ามีสิ่งที่แพ้ซ่อนตัวอยู่หรือไม่ อาทิ คนที่แพ้นมวัวและผลิตภัณฑ์จากวัวซึ่งอาจผสมอยู่ในขนม เป็นต้น

2. ปรับการทานอาหาร หันมาทานอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เช่น อาหารที่มี ‘วิตามินซี’ ในอาหารประเภทเปรี้ยว ฝาด ทาน ‘เบต้าแคโรทีน’ ซึ่งมีอยู่ในผักผลไม้ที่มีสีเขียวจัด สีเหลือง สีแดง และสีม่วง ‘ทานวิตามินอี’ ซึ่งมีอยู่ในเมล็ดธัญพืช เช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง จมูกข้าว และน้ำผลไม้สดวันละ 2 แก้ว

3. ...

ชาวภูมิแพ้แวะไปอ่านแบบเต็มๆ กันต่อเลยนะจ้ะ คลิกที่นี่




 

Create Date : 14 ตุลาคม 2552    
Last Update : 14 ตุลาคม 2552 9:58:02 น.
Counter : 52 Pageviews.  

1  2  3  

mama beauty
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add mama beauty's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.