สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่บล็อคทุกเรื่องครับ

ชุดขุนนางประดับยศสมัยหมิงและชิง

ผม ตัดสินใจเขียนเรื่องนี้ไว้เป็นคู่มือในการดูหนังจีนของผม และได้โอกาสในการแชร์ข้อมูลกับคนอื่นด้วยซะเลย ชุดขุนนางจีนสมัยหมิงและชิงจะมีรูปสี่เหลี่ยมอยู่บนชุด และมีภาพต่างๆอยู่ภายในสี่เหลี่ยมนั้น (ภาษาจีนเรียกว่า 补子 ปู่จือ bŭzi) ซึ่งแต่ละรูปสัญลักษ์จะบอกถึงตำแหน่งทางการเมืองและการทหารของผู้ที่สวมใส่




ขุนนางชั้นหนึ่งฝ่ายการทหารสมัยหมิง




เครื่อง หมายประดับยศนี้ปรากฎใช้อย่างเป็นทางการสมัยราชวงศ์หมิง ปี คศ.1391 จนถึงสมัยชิงล่มสลายในปี คศ.1912 เลยทีเดียว เครื่องหมายนี้ จะแยกประเภทข้าราชการออกเป็นสองประเภทคือ ข้าราชการการเมืองและข้าราชการฝ่ายกลาโหม(ทหาร) โดยข้าราชการการเมืองจะประดับด้วยสัญลักษณ์รูปนกเป็นหลัก และฝ่ายทหารจะใช้สัตว์อื่นๆเช่น สิงห์หรือเสือ เป็นต้น



ขุนนางฝ่ายบุ๋น(ฝ่ายการเมือง)ขั้นสูงสุดในสมัยหมิง


ตั้ง แต่สมัยหมิงมาจนถึงสมัยชิง สัญลักษณ์เหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก แต่มีข้อสังเกตุอย่างหนึ่งคือพื้นที่สี่เหลี่ยมในสมัยชิงจะมีน้อยกว่าสมัย หมิง เพราะในสมัยชิงมีการแต่งลวดลายบนกรอบสี่เหลี่ยมทำให้กินพื้นที่โดยรวมของ เครื่องหมายไปครับ
รูปสัญลักษณ์สัตว์ต่างๆมีการเปลี่ยนไปเล็กน้อยตามยุคและความนิยม ผมทำเป็นตารางได้ดังนี้ครับ





ภาพนกกระเรียน ขุนนางขั้นสูงสุดฝ่ายบุ๋น (การเมือง)




กิเลนหรือฉีหลิน ขุนนางขั้นสูงสุดฝ่ายบู๊ (การทหาร)

อ้างอิง

Wikipedia - http://zh.wikipedia.org/wiki/%E8%A1%A5%E5%AD%90
Wikipedia - http://en.wikipedia.org/wiki/Mandarin_square
China History Forum - http://www.chinahistoryforum.com/
Pacific Asia Museum - http://www.pacificasiamuseum.org
Show China 看中国-中国服饰-清代的服饰 - http://www.showchina.org/

รูปที่น่าสนใจอื่นๆ สามารถคลิ๊กดูรูปใหญ่ได้ครับ






6rank qing mili.jpg
  




3rank qing mili.jpg
  




W020080630564432413176.jpg
  




cat-22-pag-20.jpg
  




jiang-shunfu.jpg
  




The Lion in the Ming Dynasty.jpg
  




minggeneralfn2.jpg
  




2009-03-01_214730.jpg
  




2009-03-01_214709.jpg
  




1rank qing civil.jpg
  




1rank qing mili.jpg
  




2rank qing.jpg
  




1rank qing.jpg
  




2007123161443926.jpg
  




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2552   
Last Update : 9 สิงหาคม 2552 23:52:23 น.  

ชิมยาด้วยตัวเอง - ชินฉางทางเย่า - 亲尝汤药

ชิมยาด้วยตัวเอง - ชินฉางทางเย่า - 亲尝汤药




ชินฉางทางเย่า
เป็นนิทานโบราณเรื่องหนึ่ง ในจำนวนหลายเรื่องของจีนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการ "กตัญญู" ที่ถ่ายทอดกันมา นิทานเรื่องนี้เล่ากันว่า

หลิวเหิง (刘恒) หรือ ฮ่องเต้ฮั่นเหวินตี้ (汉文帝) เป็นผู้ที่มีความกตัญญูเป็นเลิศ ขณะที่พระมารดาทรงประชวรอยู่บนเตียงเป็นระยะเวลาสามปีนั้น พระองค์อยู่เฝ้าพระอาการประชวรโดยพระองค์เอง โดยส่วนใหญ่จะไม่บรรทมเลยทั้งคืน พระโอสถ(ยา) ที่จะนำมาถวายพระมารดานั้น ฮั่นเหวินตี้จะต้องชิมด้วยพระองค์เองก่อนทุกครั้ง จึงจะวางพระทัยให้พระมารดาเสวย

ในช่วงครองราชย์ยี่สิบสี่ปีนั้น ทรงยึดหลักคุณธรรมในการปกครอง ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณี ให้ความสำคัญในการพัฒนาการเกษตร ทำให้ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (西汉) มีความมั่นคง จำนวนประชากรเพิ่มขึ้น ในสมัการปกครองของพระองค์สภาพเศษฐกิจได้รับการฟื้นฟู และพัฒนาเป็นอย่างมาก สมัยฮ่องเต้ฮั่นเหวินตี้และฮ่องเต้ฮั่นจิ่งตี้ (汉景帝) จึงได้รับการยกย่องว่า "เหวินจิ่งจือจิ้ง" (文景之治) หรือการปกครองระบอบฮ่องเต้ฮั่นเหวินตี้และฮ่องเต้ฮั่นจิ่งตี้ นั้นเอง


งานหินแกะสลักในประเทศจีน แสดงถึงความกตัญญูของฮั่นเหวินตี้


ความกตัญญูต่อมารดาของฮั่นเหวินตี้ ทำให้ผู้คนยกย่องท่านเป็นหนึ่งใน ยี่สิบสี่สุดยอดกตัญญูตลอดกาลของจีน (二十四孝) และมีคำกลอนที่แต่งเกี่ยวกับความกตัญญูของท่านไว้ดังนี้


仁孝闻天下,巍巍冠百王;

母後三载病,汤药必先尝。


พวก นิทานพื้นบ้านเหล่านี้ แม้นจะมีการเติมเสริมแต่งไปบ้าง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงคุณธรรมความกตัญญูของคนจีนนั้น ถือว่าเป็นคุณธรรมอันดับหนึ่งที่ต้องมี และสำคัญเป็นอันดับแรก และเราจะเห็นจากตัวอย่างของฮั่นเหวินตี้ว่า คนกตัญญูต่อบิดามารดานั้น ชีวิตก็จะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองแน่นอนครับ
อ้างอิง

中国文化常识 - The Oversea Chinese Affairs Office of the Stage Council
http://baike.baidu.com/view/249402.htm

http://you.video.sina.com.cn/





wendi01.jpg
  




wendi02.jpg
  




wendi03.jpg
  




wendi04.jpg
  




wendi05.jpg




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2552   
Last Update : 9 สิงหาคม 2552 23:50:38 น.  

维吾尔 - อุยกูร์แก้วที่แตกไปแล้วของเมืองจีน

ช่วงนี้จะเห็นข่าวเหตุการณ์ความไม่สงบในมณฑลซินเจียง ประเทศจีน กันบ่อยหน่อยนะครับ และอาจจะได้ยินคำว่า "อุยกูร์" กันบ่อย แล้วมันเกิดอะไรขึ้นละ?

อุยกูร์เป็นชนกลุ่มน้อยของจีนที่อาศัยอยู่ใน มณฑลซินเจียงซึ่ง มณฑลนี้กินพื้นที่ หนึ่งในหกของประเทศเข้าไปแล้ว เรียกว่าใหญ่โตมากๆ และจีนเองก็หวงพื้นที่นี้มาก เพราะ... เป็นแหล่งพลังงานงัยละครับ พื้นที่นี้อุดมไปด้วยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมากครับ มากจนจีนต้องขนทหารมาเฝ้า และทำทุกรูปแบบ รวมไปถึงความรุนแรงด้วย ในการที่จะพื้นที่นี้สงบ และมีข่าวออกไปให้ชาวโลกรู้น้อยที่สุด

ชาว อุยกูร์นั้น อาศัยอยู่พื้นที่นี้นานแล้วครับ รวมไปถึงส่วนอื่นๆในเอเชียกลาง เช่น คาซัคสถาน เตอกีซสถาน และอุซเบกิสถานเป็นต้น แต่ที่อาศัยอยู่ในซินเจียงเองนั้น เป็นจำนวนถึง ๔๕เปอร์เซนต์ ซึ่งตกประมาณ แปดล้านกว่าคน และมากกว่าชนชาติอื่นๆที่อาศัยอยู่ในมณฑลเดียวกัน อันดับสองและที่มีเรื่อวมีราวกันอยู่คือ ชาวจีนฮั่นครับ ซึ่งมิได้เป็นคนพื้นที่เดิม เพราะดินแดนแถบนี้นั้น สมัยโบราณแทบจะเรียกได้เลยว่า ปราศจากฮั่น เพราะคนกลุ่มน้อยพวกนี้ยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่หมด

ชาวอุยกูร์เป็นชาว มุสลิม มีภาษาพูดเขียนเป็นของตัวเอง มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเป็นของตนเอง เชื่อกันว่ามีบรรบุรษเป็นเผ่าซวงหนู (ใครดูหนังจีนสมัยฮั่นบ่อยๆ คงจะคุ้น เพราะซวงหนูเป็นไม้เบื่อไม่เมากับอาณาจักรจีนตลอด จนต้องทำกำแพงเมืองจีนป้องกัน) อันนี้สำคัญครับ เพราะทำให้ชาวอุยกูร์นั้นคิดว่าตนเองเป็นชนชาติอิสระครับ แต่โดนกดไว้อยู่โดยรัฐบาลจีน พี่จีนเองนั้นพยายามรณรงค์ให้อยู่อย่างสันติ พยายามคิดแคมเปญทุกรูปแบบ ให้อยู่ร่วมกัน ยิ่งตอนแข่งโอลิมปิคงี๊ป้ายประชาสัมพันธ์สมานฉันท์นี่เต็มไปหมด แต่... แก้วที่แตกไปแล้วอย่างไรก็ไม่เหมือนเก่าครับ เพราะความรุนแรงระหว่างคนจีนฮั่นและชาวอุยกูร์นั้น ก็มีมาเรื่อยๆ และตายกันเพียบ (เท่าที่ข่าวออกมานะ ที่ไม่รู้นะ ไม่รู่ตั้งเท่าไหร่) พี่จีนก็เหลือร้าย โยนข้อหาก่อการร้ายให้ชาวอุยกูร์ไปเมื่อปีที่แล้ว และเหตุการณ์ไม่วงบในซินเจียงก็มีตลอด ระเบิดรถเมล์บ้าง พยายามจะระเบิดเครื่องบินบ้าง ลองหาข่าวเก่าๆดูครับ

เหตุการณ์มาแตก หักเมื่อมีชาวอุยกูร์โดนทำร้ายตายไปสองคนที่โรงงานผลิตของเล่นที่กวางตุ้ง ที่นี้ก็ลามมาที่ซินเจียง (ทั้งๆที่อยู่ไกลกันมากเลยนะนั้น) ชาวอุยกูร์ก็เริ่มตีคืนบ้าง ทีนี้แหละ ชาวฮั่นก็ตีกันกลับ เลยวุ่นวาย และหนักขึ้นไปอีกเมื่อทางการจีนเอาทหารเข้ามาควบคุม ที่นี้กลายเป็นสามฝ่าย ชาวอุยกูร์ก็โวยวายว่าทหารเข้าข้างชาวฮั่นบ้าง วุนวายกันใหญ่โต จนนายกจีนต้องยกเลิกประชุมจีแปดกลับมาเคลียร์เรื่องนี้

เกริ่นมาให้ตามข่าวเรื่องนี้อย่างเข้าใจครับ ผมว่าหนังเรื่องนี้อีกยาวนัก

ปิด ท้ายกับเพลงของชาวอุยกูร์ โดยนักร้องสามสาวของอุยกูร์ที่มีชื่อเสียง เพลงนี้มีชื่อว่า Shirinjan เป็นภาษาอุยกูร์แปลว่า ที่ร๊ากกก ซึ่งเป็นเรื่องราวความรักของคนท้องถิ่นอุยกูร์ครับ ดูกันเอาเองสาวอุยกูร์สวยคมมาก แต่หนุ่มๆชาติอื่นหมดสิทธิ์ครับ ฮ่าๆ เขาสงวนไว้ให้ชาวอุยกูร์เท่านั้นครับ


ชมวีดีโอได้ที่ http://cyberjoob.multiply.com/video/item/106




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2552   
Last Update : 9 สิงหาคม 2552 23:46:46 น.  

เปลื้องกี่เพ้า 旗袍

หลังจากที่ยุ่งกับศีรษะขอวงสาวๆแมนจูแล้ว ขอลงมาเรื่องข้างล่างนิดหนึ่ง คือชุดกี่เพ้าครับ
เอาเป็นว่ามาเปลื้อง (ข้อมูล) กี่เพ้ากันดีกว่า



เพราะชุดกี่เพ้า (ภาษาจีนกลางเรียก ฉีเผา qí páo) อันแสนจะเซ็กซี่นี่ คือชุดของสตรีแมนจูในสมัยราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1644-1911) ชิง ซึ่งปกครองแบบ 8 แว่นแคว้นหรือปาฉี โดยผู้ปกครองชาวแมนจู คำว่า ‘ฉี’ ในปาฉีและคำว่า ‘เผา’ ซึ่งหมายถึงเสื้อผ้าชุดยาวตลอดลำตัว จึงเป็นที่มาของ ‘ฉีเผา’นั่นเอง



เติ้งลี่จวินนักร้องขวัญใจตลอดกาลของผม ก็นิยมใส่กี่เพ้าขึ้นร้องเพลงเหมือนกัน


ชุดกี่เพ้านี้ เมื่อสวมใส่แล้วจะทำให้ดูรูปร่างเพรียวสูงสะโอดสะองขึ้นมาทันที ดังนั้นกี่เพ้าก็เลยยังคงเป็นชุดยอดนิยมของสาวๆชาวจีนมาเป็นเวลานาน และคิดว่าจะยังไม่เสื่อมความฮิทไปง่ายๆครับ



ใกล้วันตรุษจีนแล้ว ถือโอกาสเอาภาพสาวๆกี่เพ้ามาอวยพรซะเลย


ว่ากันว่า สุดยอดของการดีไซน์ชุดกี่เพ้านั้น มีสองแหล่งที่มีชื่อเสียงกินกันไม่ลงอยู่ คือ นครเซี่ยงไฮ้กับกรุงปักกิ่ง โดยกี่เพ้าของเซี่ยงไฮ้จะได้รับอิทธิพลเสื้อผ้าแบบตะวันตกมากกว่า มีรูปแบบที่หลากหลาย ดูทันสมัยและคล่องแคล่ว ส่วนสไตล์ปักกิ่งนั้น จะดูเป็นทางการ และสุภาพเรียบร้อย



แนวเรียบๆ แบบหนังย้อนยุค


ทุกวันนี้ชาวจีนส่วนใหญ่ยอมรับกันว่า ช่างตัดเย็บชุดกี่เพ้าฝีมือเยี่ยมนั้นอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ขณะที่มีหลายเสียงลงความเห็นว่า (รวมทั้งผมด้วย) หุ่นเนื้อนมไข่แบบสาวฝรั่ง ใส่ชุดกี่เพ้ายังไงก็ไม่มีเสน่ห์เท่าสาวจีนและสาวเอเชีย!



ภาพนี้ตัดสินกันเอาเองว่า ถ้าฝรั่งใส่กี่เพ้า ยังเซ็กซี่อยู่หรือเปล่า ฮ่าๆ


ภาพแสดง "กี่เพ้าคอสูง" ของคณะนักแสดงจากเซี่ยงไฮ้ ในปี 1930 ซึ่งยังคงมีให้เห็นเป็นเอกลักษณ์ "ความเป็นเสื้อผ้าจีน" แม้นในปัจจุบันก็ตาม



เอกลักษณ์ "คอจีน" นี้ได้นำมาใช้กับชุดแอร์ฯ ของไชน่าแอร์ไลน์ ในปี 1990



คณะนักร้องจากเซี่ยงไฮ้ในปี 1930



พัฒนาการชุดกี่เผ้า ตั้งแต่ปี 1914-1949 สามสิบปี





ภาพจาก http://depts.washington.edu/chinaciv/clothing/

อันนี้เป็น video แฟชั่นโชว์ กีเพ้าแบบเซี่ยงไฮ้ครับ




 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2552   
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2552 23:13:12 น.  

หมวกและทรงผมของสาวๆในวังแมนจู

ใครที่เคยดูหนังสมัยราชวงศ์ชิง ซึ่งฮิทๆ ก็จะเป็นสมัย คังซี เฉียนหลง
หย่งเจิ้น จะเห็นสาวๆแมนจูในวังใส่หมวกแปลก แบนๆ กว้างๆ มีดอกไม้ใหญ่ๆ
อยู่ตรงกลาง แล้วมีพู่ประดับสองข้าง แต่ถ้าไม่ได้ใส่หมวกแบบนี้
สาวๆเหล่านั้น ก็จะเกล้าผมเป็นหมวยคล้ายๆ
สาวๆในวังสมัยฮั่นเหมือนกันนะครับ ด้วยความอยากรู้เรื่องหัวคนอื่น
ผมเลยไปค้นคว้าได้ความมาดังนี้ว่า

หมวกแบบดังกล่าวจะสวมใส่เฉพาะสาวๆในวังแมนจูครับ เรียกว่า "旗头─大拉翅" ("Qi Tou -Da La Ci")

การประดับประดาหมวกปีกกว้าง (ปัจจุบันนางแบบ คงกลับชาติมาเกิดสองรอบแล้ว)


ดูความอลังการ ผมไม่ทราบน้ำหนักของหมวกเหมือนกัน แต่น่าจะหนักเอาการอยู่


ดูการเกล้ามวยผมแบบแมนจูครับ


ดูกันชัดๆ ด้านหน้า


มุมด้านข้าง


สาวแมนจู(เทียม เพราะเธอเป็นนางแบบ)


ถ้าเกิดยุคนั้น แล้วบังเอิญไปอยู่ในวัง (แต่ไม่เป็นขันทีนะ ฮ่าๆ) คงเห็นแบบน้องคนนี้เดินกับควั่กๆ ในวัง อิอิ


ชูสีไทเฮา and the gangs



ผมคิดว่าทรงผมแบบสาวแมนจูนี่ คนส่วนใหญ่จะรู้จักจากเธอคนนี้ครับ ชูสีไทเฮา






Free TextEditor




 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2552   
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2552 19:32:10 น.  

1  2  
JooB SurfDude
Location :
ภูเก็ต Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีครับ ว่างๆชอบเขียนบล็อคครับ
ฝึกทักษะการถ่ายทอด และฝึกสมาธิดีนะครับ
[Add JooB SurfDude's blog to your web]