ความลับของว่านหางจรเข้
๑. แก้ปวดศีรษะ ใช้ว่านหางจรเข้ตัดตามบวางให้เป็นแว่นบางๆ เอาปูน แดงทาที่วุ้น แล้วปิดที่ขมับ จะทำให้เย็นหายปวด
๒. แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ใช้น้ำเมือกจากว่านหางจรเข้รักษา แผลไฟลวก ขนาดรุนแรงที่สุด โดยทาน้ำเมือกที่แผลให้เปียกอยุ่เสมอ แผลจะหายรวดเร็วมาก อาการปวดแผลหรือการเกิดแผลเป็นจะมีน้อย มาก หรือไม่มีเลย
๓. ผิวไหม้เพราะถูกแดดเผา ใช้วุ้นหางจระข้ทาบ่อยๆ ช่วยลด อาการปวดแสบปวดร้อน ผิวตึง และลดจำนวนผิวที่ลอก
๔. แผลจากของมีคมและแผลอื่นๆ ทำความสะอาดแผลเสียก่อน แล้วเอาวุ้นปิดลงที่่แผลให้สนิท เอาผ้าปิดไว้ แล้วหยอดน้ำเมือกลงไปให้ ผ้าตรงบริเวณที่แผลเปียกอยุ่เสมอ ช่วยให้แผลหายเร็ว และลดรอยแผล เป็น
๕. กระเพาะลำไส้อักเสบ รับประทานวุ้นหางจรเข้ ๑-๒ ช้อนโต๊ะ วันละหลายๆครั้ง ใช้ได้ผลในรายที่ลำไส้ใหญ่อักเสบ หรืออวัยวะอื่น ในทางเดินอาหารเกิดการอักเสบ
๖. บำรุงผมและหนังศีรษะ ใช้วุ้นว่างหางจรเข้ ชโลมผมให้ทั่วทิ้ง ไว้ให้แห้ง รุ่งเช้าจึงใช้น้ำล้างออก ทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม หวีง่ายขึ้น และรักษาแผลบนหนังศีรษะ ( ก่อนใช้ควรทดลองก่อนว่า แพ้ว่าน หรือไม่ และควรใช้แต่น้อยดูก่อน ที่สำคัญอย่าให้ยางถูกผมเพระายางจะ กัดหนังหัว)
๗. ป้องกันการติดเชื้อ ใช้วุ้นหางจรเข้ ทาแผลรักษาแผลติดเชื้อได้ ทำให้แผลดีขึ้น ภายใน ๑๒ ชั่วโมง
๘. ผื่นคันที่เกิดจากการแพ้สารต่างๆ เนื่องจากวุ้นหางจระข้ จะมี ฤทธิ์ระงับปวด จึงช่วยลดอาการคันด้วย และยังช่วยให้ผื่นคันหายเร็ว
๙. ขี้เรือนกวาง และผื่นปวดแสบปวดร้อน ใช้วุ้นหางจรเข้ กินวันละ ๑-๒ ครั้งๆละ ๑-๒ ช้อนโต๊ะ แลทาควบคู่กันไป ว่านหางจรเข้ เป็นยาฝาดสมาน อาจทำให้ผิวแห้งได้ จึงควรผสมน้ำมันทาผิว หรือ น้ำมันอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย
๑๐. ลบรอยแผลเป็น ใช้วุ้นว่านหางจรเข้ทา เช้า-เย็น จะลดรอย แผลเป็น
๑๑. ลบท้้องลายหลังคลอด ใช้วุ้นว่านหางจรเข้ทาผิวท้อง ขณะตั้ง ครรภ์ แม้หลังคลอดแล้วก็ควรใช้ทาต่อเพื่อช่วยให้ผิวหน้าท้องกลับคืนสู่ สภาพปกติ คนที่เคยใช้ยืนยันว่าได้ผลดี
๑๒. เส้นเลือดดำขอดที่ขา ใช้วุ้นว่านหางจรเข้ ทาที่บริเวณเส้นเลือด ดำขอด และมีบางคนใช้ได้ผลดีมาก
๑๓. มะเ็ร็งที่ผิวหนัง ใช้วุ้นว่านหางจรเข้ ทาวันละ ๒-๔ ครั้ง เป็นเวลา หลายเดือน
๑๔. แผลครูดและแผลถลอก ใช้วุ้นว่านหางจรเข้ ทาเบาๆ ให้ทั่ว ใน ๒๔ ชั่วโมงแรก ทาบ่อยๆ แผลจะไม่ค่อยเจ็บและหายเร็วมาก
๑๕. โรคปวดตามข้อ รับประทานวุ้น ว่านหางจรเข้ เป็นประจำ จะหาย ปวดได้
รักษาผิว ดูแลให้ เปล่งปลั่ง
นำส่วนใบของว่านหางจระเข้ที่แก่จัด อายุมากกว่า 1 ปี มาล้างให้สะอาด ตัดเอาวุ้นให้ได้ 1/2 แก้ว ใส่ไว้ในชามเล็กๆ ใช้ส้อมยีให้เละ และวใช้ปลายนิ้วแตะวุ้นทาให้ทั่วใบหน้า เว้นบริเวณรอบตาและริมฝีปาก ระหว่างที่ทาคววรใช้ปลายนิ้วค่อยกดนวดไปด้วยทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นจนสะอาด ผิวหน้าจะสดชื่น เปล่งปลั่งหมั่นทำทุกๆ 2 - 3 วัน สูตรนี้ยังใช้รักษาผิวหน้าที่ไหม้เกรียมและถูกแดดเผาอย่างๆได้ผลด้วย
ถนอมผิวส่วนที่หยาบกร้าน
ถนอมผิวส่วนที่หยาบกร้าน เช่น มือ เท้า ข้อศอก หัวเข่า นำสับปะรดมาหั่นพอดีคำใช้ประมาณ 4 - 5 ชิ้น ยีด้วยส้อมให้เละแล้วผสมน้ำผึ้งแท้ คลเคล้าให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่กับน้ำอุ่น ซับด้วยผ้าขนหนูพอหมาดๆ แล้วชโลมด้วยครีมสับปะรด ลูบไล้ให้ทั่วมือทั้งสองข้าง ทาที่ข้อศอก หัวเข่าและเท้า ทิ้งไว้ 10 - 15 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นเปล่าให้สะอาด ซับให้แห้ง ทาผิวด้วยโลชั่น ทำประจำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ผิวบริเวณที่หยาบกร้านจะนุ่มละมุน
บำรุงผมให้นุ่มหนา
บำรุงผมให้นุ่มหนา เงางามและแข็งแรง นำส่วนใบของว่านหางจระเข้มาทำวิธีเดียวกับสูตรที่ 1 แต่ใช้เพิ่มเป็น 1 ถ้วยข้าวต้ม เสร็จแล้วเอาน้ำราดผมให้เปียกชุ่ม แล้วใช้ปลายนิ้วแตะครีมวุ้นว่านหางจระเข้ ชโลมผมให้ทั่วศรีษะ ขยี้เบาๆ ไปด้วยเพื่อให้เนื้อวุ้นกระจายไปทั่วเส้นผมอย่างทั่งถึง นำผ้านขนหนูผืนเล็กมาห่อคลุมไว้ให้มิดชิด หมักทิ้งไว้นานประมาณ 30 นาที จึงค่อยๆ ล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาดแล้วสระผมตามปกติ สูตรนี้ควรทำทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง ติดต่อกัน 1 - 2 เดือน เส้นผมจะมีน้ำหนักเป็นเงางาม และ
*เห็นไหมหล่ะคะ ว่าว่านหางจรเข้มีประโยชน์เหลือล้นจริง ๆ ^___^
ปล.เวลาจะนำว่านหางจรเข้มารักษา ต้องปลอกเปลือกและล้างน้ำให้หมดยางของเปลือกก่อนนะคะ มิฉะนั้นยางมันจะกัดค่ะทำให้เราคัน จากคุณอาจเปลี่ยนเป็นโทษได้ค่ะ