สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว…สิ่งนั้นดีเสมอ...
Group Blog
 
All blogs
 

ช่างฝีมืออาหารไทย: ได้จับตะหลิวแล้ว 4

ช่างฝีมืออาหารไทยสวนดุสิต รุ่น 73 สัปดาห์ที่ 9 เรียนปฏิบัติครั้งที่ 4

ครั้งนี้อาจารย์ผู้สอนคืออ.ดา กฤษณา อุกฤษฏ์รัตน์ อ.เพิ่งกลับมาจากไปset ร้านอาหารที่อเมริกามา 4 เดือน อ.มีร้านอาหารชื่อ บ้านวิชาดา แถวๆมีนบุรี...น่าไปชิมนะ

ด้วยความที่มีประสบการณ์เป็นผู้ประกอบการด้วยกระมังอาจารย์ดูคล่องแคล่วว่องไว เกร็ดความรู้เรื่องการเก็บรักษาอาหารได้นานวันรวมถึงเน้นความสวยงามในการตัดหันแต่งและจัดจานมากเป็นพิเศษ...ดีใจดีใจ

สัปดาห์นี้ได้คู่กับพี่พู่ พี่พู่น่ารักมาก เป็นสัปดาห์แรกที่อาจารย์ชมว่าอาหารอร่อย รสชาติดีเกือบทุกรายการ ปลื้มจริงๆ พี่พู่เป็นเทพีแห่งความสำเร็จเลยนะนี่ อิอิ

เช่นเคยวันนี้เริ่มจากการอธิบายรายละเอียดและขั้นตอนการทำอาหาร ดูอาจารย์สาธิตอาจารย์บอกว่าช่วงเช้าให้ทำ 4 อย่าง มีข้าวตังหน้าตั้ง แกงเขียวหวานไก่ ผัดเปรี้ยวหวานปลากระพง ยำหมูย่าง ช่วงบ่ายให้ดูอาจารย์สาธิตแล้วก็เย็บกระทงใบเตยทำตะโก้

ช่วงพักกลางวันหลังทำอาหารช่วงเช้าเสร็จก็แทบจะไม่อยากกินอาหารที่ทำไปเพราะหิวแต่น้ำเลยได้ห่อกลับบ้านกัน พวกเราทำกันได้รวดเร็วว่องไวสี่โมงเย็นก้ได้กลับบ้านแล้ว พร้อมอาหารให้ที่บ้านชิม

อาจารย์สาธิต



อาหารที่เราทำกันสัปดาห์นี้



~ข้าวตังหน้าตั้ง: เวลาทอดข้าวต้องน้ำมันร้อนจัดและไม่ให้เหลืองจนเกินไป ตัวหน้าข้าวตังสีต้องออกแดงเรื่อๆ รสชาติเค็ม หวานละมุน รสไม่จัด ถ้าต้องการให้เป็นมังสวิรัต ไม่ใส่หมู่หรือจะใส่ข้าวโพดแทนก็ได้
~แกงเขียวหวานไก่: สีต้องออกเขียว กะทิแตกมันไม่มาก เวลาผัดพริกแกงต้องให้หอมจัดเสียก่อน รสชาติ เค็มกับหวานพอๆกันให้กลมกล่อม
~ปลากระพงผัดเปรี้ยวหวาน: เนื้อปลากระพงต้องหมาดและเวลาชุปแป้งไม่ต้องกดมาก ทอดในน้ำมันร้อนจัด ผักที่ผัดออกมาต้องไม่สุกมากเกินไปจนสีเปลี่ยน รสชาติ เค็ม เปรี้ยว หวาน หากไม่เปรี้ยวบีบมะนาวลงไปได้
~ยำหมูย่าง:ใช้เนื้อสัน ย่างไฟแรงกลับหลายๆรอบ เนื้อจะต้องไม่แห้งเกินไป รสชาติเปรี้ยว เค็ม หวานนิดเดียว
~ตะโก้แห้ว : ตัวขนมกับหน้าต้องไม่แยกจากกัน หากไม่มีเวลาเย็บกระทง หยอดใส่ถ้วยวุ้นพลาสติกก็ได้ เวลาหยอดให้หยอดไปในทางเดียวกันหน้าจะเรียบ รสชาติ หวานอ่อนๆ เค็มอ่อนๆ กลมกล่อม หอมใบเตยและน้ำลอยดอกมะลิ

บรรยากาศตอนพัก...ท่าทางไม่ค่อยจะเหนื่อยเลย -_-'



~MagicApple~




 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 11 พฤษภาคม 2552 19:25:42 น.
Counter : 721 Pageviews.  

ช่างฝีมืออาหารไทย: ได้จับตะหลิวแล้ว 3

เรียนทำอาหารที่โรงเรียนการอาหารนานาชาติสวนดุสิตสัปดาห์ที่ 8 เรียนปฏิบัติครั้งที่สาม

เห็นจะชินกับอาการขี้เกียจไปเรียนเพราะมันจะเกิดอาการนี้ทุกวันศุกร์ แต่ก็ชินแล้วล่ะ ..ขี้เกียจจนชิน ;P

เสาร์นี้ออกจากสระบุรีด้วยความลิงโลดพราะมีแผนกะจะแวะแม็คตรงเซียร์รังสิต แล้วก็สมอารมณ์หมายได้มื้อเช้าอร่อยๆหลังจากอดๆอยากๆมาหลายเพลา

อาจารย์ที่สอนวันนี้ คือ อ.นวลเพ็ญ ธรรมษา อาจารย์เป็นกันเองมากๆ เธอน่ารักดี ชอบทำขนมเหมือนกัน แถมได้สูตรวอฟเฟิลมาให้ลองทำดูด้วย เดี๋ยวเอาไปลองทำดูก่อนแล้วค่อยเอามาลงบล๊อก

เหมือนเช่นกันกับทุกครั้ง อาจารย์มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรื่องการทำอาหารมาเล่ามาบอก ดีใจที่ได้เรียนที่นี่จริงๆ เริ่มด้วยการอธิบายการทำแต่ละเมนูอย่างละเอียดและดูอาจารย์สาธิต บรรยากาศการเรียนก็ดีขึ้นๆทุกครั้งเนื่องจากมีการสนิทสนมกันมากขึ้น มีแซวมีขอชิมข้ามกลุ่ม แถมเมื่ออาจารย์สาธิตเสร็จแต่ละจานเริ่มไม่ค่อยตั้งใจดูกันละแยกมาชิมก่อน ฉันเลยไม่ได้มีรูปอาหารของอาจารย์มาโชว์..ไม่ทันแร้งลงจริงๆ >_<

ช่วงเช้าอาจารย์ให้ทำไล่จากห่อหมก แกงกะหรี่ ทับทิมกรอบและส้มตำ จากนั้นพักกลางวันชิมฝีมือตัวเอง ซึ่งกว่าจะได้ทำก็ปาเข้าไป 11โมงครึ่งแล้วนี่ล่ะเป็นสาเหตุที่อาหารที่อาจารย์สาธิตหายเข้าท้องแต่ละคนในพริบตา พอทำเสร็จบ่ายสองก็กินกลางวันได้ไม่มากนักเพราะอิ่มเหลือเกินไม่รู้อิ่มอะไร

ช่วงบ่ายได้ทำกระทงทองสนุกมากแล้วก็อร่อยมากด้วยคนที่บ้านชอบกันมาก คราวนี้ได้คู่กับคุณหมอ น่ารักดีเราสองคนเหมือนค่อยๆทำ นองนอยกันอยู่สองคน อาจารย์บอกว่ารสชาติอาหารชาววังมาก ขอรสจัดอีกนิดนะจ้ะ hahaha

วันนี้ทำเร็วดี สี่โมงครึ่งก็ได้กลับกันแล้วแถมมีกับข้าวให้ที่บ้านได้ชิมอีกเช่นเคย


อาจารย์กำลังสาธิต



อาหารที่พวกเราทำคราวนี้



ลืมถ่ายรูปทับทิมกรอบตอนทำที่โรงเรียนเสียดายมาก เลยแก้มือด้วยการทำวันนี้ อร่อยดี สีสวย น่ารัก



~ห่อหมก:ต้องคนเนื้อปลากับพริกแกงให้เนียวได้ที่ ถ้าใช้ปลากรายแท้ๆ เวลานึ่งตัวห่อหมกจะไม่เหี่ยว เนื้อปลากรายแท้ๆจะชมพูอ่อนใสๆ ผักที่รองควรบีบน้ำออกให้หมดก่อน ใบตองสำหรับทำกระทงต้องเอาไปย่างไฟหรือตากแดดก่อนจะได้ไม่แตกเวลาเย็บ
~แกงกะหรี่:ต้องใจเย็นในผัดพริกแกงกับกะทิให้มีกลิ่นหอม น้ำต้องข้นและน้ำอาจาดต้องเป็นยางมะตูม
~ทับทิมกรอบ:แช่แห้วในน้ำหวานานๆจะทำให้สีสวยมากขึ้น ทับทิมกรอบแป้งต้องไม่ร่อนออกทำได้โดยไม่แช่น้ำนาน ต้มนานเกินไป น้ำเชื่อมต้องเป็นยางมะตูม
~ส้มตำไทย:ผสมน้ำมะขามเปียกลงไปทำให้ความเปรี้ยวไม่แหลมเกินไป เส้นมะละกอจะต้องไม่เละจนเกินไป
~กระทงทอง:ผัดไส้ให้แห้งจะทำให้กระทงไม่แฉะก่อนเวลาอันควร แป้งกระทงที่ดีต้องตั้งได้ ใส่ไส้เป็นลาบหรือยำทูน่าจะอร่อยไปอีกแบบ

MagicApple




 

Create Date : 26 เมษายน 2552    
Last Update : 26 เมษายน 2552 22:28:31 น.
Counter : 772 Pageviews.  

ช่างฝีมืออาหารไทย: ได้จับตะหลิวแล้ว 2

เรียนทำอาหารสัปดาห์ที่ 7 เรียนปฏิบัติครั้งที่สอง

หยุดเรียนไปสองสัปดาห์เนื่องจากติดสงกรานต์ ก่อนถึงวันเรียนทางโรงเรียนโทรเตือนว่าเปิดเรียนตามปกตินะคะ ^^ สัปดาห์นี้ไปเรียนแบบขี้เกียจสุดๆ แต่พอลงมือทำมันก็สนุกไปหมดเหมือนเดิม

อาจารย์ที่เจอแต่ละสัปดาห์ในภาพปฏิบัติจะไม่ซ้ำคน อาจารย์แต่ละคนล้วนมีความรู้ความสามารถและสอนสนุกมาก คราวนี้คืออาจารย์ อมราภรณ์ วงษ์ฟัก อาจารย์เป็นผู้รู้ ผู้ชำนาญในด้านอาหารไทย มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาสอนมากมาย

อาจารย์เป็นคนเขียนหนังสือ"แกงไทย" ของสำนักพิมพ์แม่บ้าน ซึ่งลองอ่านดูแล้วสิ่งที่อยู่ในหนังสือก็คล้ายกับสิ่งที่สอนแตกต่างแค่รายละเอียดบางอย่างเท่านั้น ฉันคิดว่าน่าจะมีเล่มอื่นด้วยแต่เจอที่ร้านหนังสือเพียงเท่านี้ และมีเว็บไซท์เกี่ยวกับอาหารคือ http://www.kow-krua.com/

เช่นเคย เริ่มจากการอ่านสูตรและอธิบายสูตร พร้อมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย จากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเข้าครัวดูอาจารย์สาธิต ในภาคเช้าทำ สาคูเปียกลำใย ถุงทอง และต้มยำกุ้ง ดูสาธิตเสร็จก็ลงมือทำแล้วก็ทานกลางวันด้วยสิ่งที่เราทำนั่นแล ภาคบ่ายให้ทำแกงเผ็ดเป็ดย่างและหมี่กรอบ ได้เอามาฝากคนที่บ้านอีกด้วยเช่นเคย เหมือนเป็นธรรมเนียมคือมื้อเย็นวันเสาร์ที่บ้านจะได้กินทานอาหารที่ฉันทำจากโรงเรียน

อ้อลืมไป ทุกครั้งที่ทำอาหารแต่ละจานเสร็จก็นำไปส่งให้อาจารย์ชิมและประเมินผลเป็นเหมือนการสอบไปในตัว

ลงมือทำเองคราวนี้ไม่เหนื่อย เพราะอาจารย์ไม่เร่งให้เราร้อนใจเหมือนคราวที่แล้วแต่ก็น่าขอบคุณอาจารย์ที่สอนคราวที่แล้วทำให้พวกเราทำงานเร็วดี ตอนเช้าเริ่มทำตอน11โมง อาจารย์ให้เวลาถึงบ่ายสองแต่พวกเราทำเสร็จกันประมาณเที่ยงครึ่ง ..พอใช้ได้นะนี่

ช่วงบ่ายทำกันได้เร็วมากเพราะแอบเตรียมของ ช่าง ตวง หั่น ระหว่าพักเที่ยง ดูอาจารย์สาธิตเสร็จก็เริ่มทำประมาณบ่ายสองครึ่ง บ่ายสามโมงครึ่งพวกเราก็เสร็จ มีเวลาเหลวไหลก่อนกลับบ้านด้วย >__<




อาจารย์สาธิต



อาหารฝีมืออาจารย์



อาหารฝีมือกลุ่มเรา



ทุกคนกำลังง่วน



~ ต้มยำกุ้ง: รสชาติเค็มเปรี้ยว ไม่ใส่น้ำตาล แยกมันกุ้งออกมาผัดไม่ใช้น้ำมันให้แตกมันแล้วนำไปโรยใส่ในหม้อจะทำให้มีสีสวยงามมีมันลอย
~ แกงเผ็ดเป็ดย่าง: รสชาติเค็มนำหวานนิดเดียว สามารถใช้ลิ้นจี่มาแกงได้ และผลไม้เปรี้ยวๆอื่นๆก็สามารถใช้ได้ เป็ดต้องชิ้นโตหน่อยเพราะต้องเคี่ยวจะได้ไม่เละ
~ หมี่กรอบ: รสเค็ม หวาน เปรี้ยวแฝงๆ อย่าทอดหมี่ให้เหลืองมากเพราะเวลาคุลกสีจะออกมาดำ หากจะเก็บให้นานๆก็ไม่ต้องใส่เนื้อสัตว์ปล่อยให้เย็นปิดฝาเก็บได้ 15วัน
~ ถุงทอง: ทำได้ทั้งแบบคลุกไส้แล้วห่อกับแบบผัดไส้ซึ่งแบบหลังจะเก็ยแช่เย็นเอาไว้ใช้ได้นานกว่า หากจะเก็บได้นานห่อแล้วปิดฝาไม่ให้ไอน้ำเข้าแช่งช่องฟรีซเก็บได้หลายวัน
~ สาคูเปียกลำใย: สามารถใส่ตาลอ่อนหรือมะพร้าวอ่อนลงไปได้ รสชาติหวานเค็มด้วยกะทิ

~MagicApple~




 

Create Date : 19 เมษายน 2552    
Last Update : 19 เมษายน 2552 23:58:06 น.
Counter : 727 Pageviews.  

ขอเรียกว่า"ความสุขร้อนๆ"

เหมือนเขียนเรื่องเดิมซ้ำๆ ...แต่ก็จะเขียน..มีไรมั๊ย
..ว่าแต่...พักนี้เขียนเป็นไดอารี่เสียมากกว่าเป็น blogแฮะ ..

หยุดยาวครั้งนี้ ด้วยความที่ไม่รู้จะทำอะไร บอกตรงๆว่าเซ็งๆเหตุการ์บ้านเมืองอยู่มากเชียวแต่ก็นั่นล่ะอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ไม่ได้วางแผนหาอะไรเอาไว้ทำ เลยได้มาอ่านหนังสือ secret ที่มีๆอยู่ทำให้นึกอะไรได้ว่า เราเองก็มัวไปกังวลวุ่นวายกับอนาคต หรือเรื่องที่ยังไม่ได้เกิดมากเกินไป ร้อนรน รีบเร่งกับทุกๆก้าวที่ทำงาน จนหลงลืมประโยคทอง "โลกสวยขึ้นเมื่อเราเดินช้าลง" รู้สึกได้เลยขณะอ่านนิตยสาร Secretอารมณ์เริ่มผ่อนคลาย คิดถึงเรื่องที่เคยทำแล้ววางลืมไปอย่างน่าเสียดาย เช่นการวาดรูป ถักตุ๊กตา เพลงแจ๊ส หนังสือดีๆ นั่งปลอยอารมณ์กับกาแฟหอมๆ (รีบเร่งขนาดกินกาแฟร้อนต้องเติมน้ำเย็นนั่นเลย)

ในนิยามที่บอกไม่ถูก

บ้าบอหรือหงุดหงิดก็ไม่แน่ใจ เพราะไม่ว่าจะหยิบจับนังสือเล่มไหนก็อ่านติดต่อไม่จบสักเล่ม ตอนนี้อ่านหนังสือครึ่งๆกลางๆทิ้งไว้เยอะเชียว



- ระยะทางอันห่างไกล ของนิ้วกลมกับพิมปาย..อ่านแล้วหมั่นไส้นิ้วกลมนิดๆ
- จากอาสำถึงหยำฉ่า ของคุณยุวดี ต้นสกุลรุ่งเรือง
- เส้นแสงสูยหายและเราร้องไห้เงียบงัน ของ haruki murakami งานลุงหมูนี่เห็นทีจะต้องบิ๊วอารมณ์นิดนึง
- ปรัชญามดแดง ของ ปิยโสภณ ได้รับมาเมื่องานศพพ่อพระท่านเห็นเรานั่งเฉยๆเลยเอามาให้อ่าน
- ข้างครัวสุขภาพ ของคุณลุงพิชัย วาศนาส่ง
- ครัวดอกไม้ ของคุณพูลทรัพย์ เจตลีลา
เยอะเหมือนกันนะ เหลวไหลจริงๆเลย...มันเป็นงึกๆงักๆ

นิตยสาร Secret
(ขอไม่เอาไปเขียนไว้ใน กลุ่มหนังสือจะดีกว่าเพราะไม่ได้ รีวิวแต่อย่างใด )



พูดถึงนิตยสาร Secret ฉันไปได้รู้จักนิตยสารเล่มนี้เข้าเมื่อไปอ่านเจอในบล๊อกของคุณคนขับช้า (ขอบคุณมากค่ะ) ตั้งแต่นั้นก็ตามอ่านมาตลอด และก็มีบ้างที่ซื้อเอาไว้ให้คนที่บ้านอ่านแต่เราไม่ได้อ่านสักหน้า เป็นนิตยสารที่เกี่ยวกับเรื่องใจ เรื่องธรรมะ ที่ไม่น่าเบื่อ อ่านง่ายจริงๆ มีคำแนะนำมากมายในการจัดการกับจิตกับใจ

ที่จริงฉันอยู่ใกล้กับธรรมะกับพุทธศาสนามาตลอด ทั้งการไปทำบุญที่วัดกับยายและอยู่ในสังคมชนบทที่พุทธศาสนามีบทบาทมากกับชีวิตประจำวันเมื่อสมัยเด็กๆ และได้เข้าเรียนวัดซึ่งปลูกฝังสิ่งดีๆให้พวกเราทุกคนตอนประถม
แล้วก็ทิ้งไว้ข้างหลังจนพ่อนั่นเองที่เป็นคนทำให้ฉันกลับมาหาธรรมะอีกครั้ง คือตอนพ่อไม่สบายไม่รู้เพราะอะไร พอได้อ่านได้รู้ ดูเหมือนว่าผู้คนรอบตัวล้วนกำลังสัมผัสธรรมะกันไม่น้อย แน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นเหมือนฉันคือไม่ทุกข์ก็ไม่เห็นธรรมะนั่นแล..แหะแหะ

ฉันเองก็ไม่ใช่คนที่เคร่งครัดกับธรรมะมากมายถึงแม้จะสัมผัสบ้างห่างออกมาบ้างแต่ก็ตั้งใจกับตัวเองไว้ว่าจะไม่ทิ้งธรรมะ อย่างน้อยก็จะพยายามถือศีล 5ล่ะนะ

การได้อ่านได้สัมผัสทุกๆครั้งบอกได้เลยว่า มันสงบ และมองอะไรได้ลึกซึ้งมากขึ้นแต่ดูเหมือนว่าเพียงแค่ห่างออกมาฉันก็มักจะลืมความสงบ เย็นสบายพวกนี้ทุกครั้งไป..ยังต้องฝึกอีกมากเชียว

ออกกำลังกายไปอ่านหนังสือไป

เมื่อจิตใจเย็นลงท่ามกลางอากาศร้อนแน่นอนว่าเริ่มหาความสุขได้กับสิ่งใหม่ๆ ช่วงหยุดยาวมีเวลาเพิ่มมาให้ออกกำลังกาย ฉันเลือกปั่นจักรยานอยู่กับที่(ไม่รู้ว่าจะอะไรกับจักรยานนักหนานะเรา) และในขณะปั่นจักรยามฉันยังมีเวลาได้อ่านหนังสือไปด้วยแก้เบื่อ...แล้วมันสุขดีเชียวแหละ

กาแฟ

ฉันติดกาแฟและชื่นชอบความหอม และขมของกาแฟ น่าเสียดายที่ช่วงที่ผ่านมาเร่งรีบเสียจนลืมจะมีความสุขกับการละเลียดกาแฟหอมๆยามเช้า
ฉันชอบการนั่งปล่อยอารมณ์กับกาแฟหอมกรุ่ง เก้าอี้นุ่มๆ อากาศสบายๆ จริงๆ เมื่อสองวันก่อนได้กลับไปนั่งปล่อยอารมณ์ที่ร้านกาแฟร้านโปรด Cafe Mezzo ที่ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต
กาแฟแบรนด์โปรดมีที่ Cafe Mezzo D'Oro และ Coffee World
- Cafe Mezzo ชอบเพราะคนไม่มากสามารถนั่งเงียบได้อย่างมีความสุข และที่สำคัญกาแฟถูกกว่า Coffee World
- D'oro ชอบเพราะมีขายแถวสระบุรี อร่อยบ้างไม่อร่อยบ้างขึ้นอยู่กับคนชง ราคาพอสู้ไหว มีร้านประจำที่ปั๊มเชลล์สระบุรี แต่พักหลังไม่ไปเพราะหาความสงบที่ร้านไม่ได้
- Coffee World ชอบรสชาติ แต่ราคาเริ่มแพงขึ้น..จนพักหลังซื้อเมล็ดกาแฟมาชงเองถุงละ 200บาท ชงได้เป็นสิบแก้วเชียว กาแฟแก้วโปรดที่ชงเองที่บ้านบ่อยๆก็ถ้าขยันๆ จะทำคาปูชิโน่ร้อน แต่ถ้าขี้เกียจะชงลาเต้ร้อน
แต่หาได้ชงกินบ่อยไม่เพราะเสียดายตังอยู่เหมือนกัน สัปดาห์นึงเพียงเสาร์อาทิตย์เท่านั้น วันธรรมดา กาแฟสำเร็จรูปก็อร่อยได้..อร่อยแบบรีบๆผสมน้ำเย็นนั่นแล ^^


ร้านโปรด & กาแฟแก้วอร่อยที่บ้าน


อาหารขนม ปนๆกันไป

เอาละเริ่มขี้เกียจ เขียนปนกันมันทีเดียวหมดเป็นไร
พักนี้ทำอาหารออกจะบ่อยส่วนหนึ่งเป็นเพราะคิดถึงเรื่องอนาคตนั่นเอง แถมด้วยเตรียมอาหารกลางวันไปกินที่ทำงานด้วยเลยได้ทำอาหารเกือบทุกวัน ..มันก็สุขนะ สุขแบบเหนื่อยๆ เครียดๆแต่ก็สุข



เตรียมอาหารไปกินที่ทำงาน ..ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ถ่ายไว้แต่ที่สวยๆ :P



ลองวิชาส้มตำไทย กับผัดไท..รสชาติพอใช้



ลองครกใหม่...ส้มตำเละๆแนมด้วยไก่ทอดกับลาบหมู


ขนมก็พยายามจะทำให้มากขึ้นแต่กินไม่ได้น่ะสินั่นคือปัญหา ดีอยู่ที่ว่ามีคนสั่งขนมอยู่บ้างเลยได้ทำแบบไม่ต้องกินเอง บอกได้เลยว่าทุกครั้งที่ทำขนมมันคือความสุขอย่างแท้จริง



เค้กบัตเตอร์ลูกครึ่ง เค้กช๊อค และเค้กฟักทอง


16 เมษา 52

~MagicApple~




 

Create Date : 16 เมษายน 2552    
Last Update : 17 เมษายน 2552 8:51:01 น.
Counter : 513 Pageviews.  

100 วันที่พ่อจากพวกเราไป



วันเสาร์ที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา ครบรอบ 100 วันที่พ่อจากพวกเราไป ...คิดถึงพ่อจัง พ่อจะรู้ไหม ว่าพวกเราทำบุญให้พ่อ ก่อนหน้าวันทำบุญ 100 วัน คิดถึงพ่อถี่ขึ้น... และก่อนหน้านี้ฉันฝันถึงพ่อเพียงครั้งเดียวไม่ว่าจะเป็นด้วยคิดไปเองหรือพ่อมาจริงๆ ...ฉันก็ดีใจ

การจากไปของพ่อสอนอะไรให้ฉันหลายๆอย่าง

- สิ่งที่เราคิดว่าทำได้เต็มที่แล้ว..จริงๆพอมันผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้วก็ยังคงคิดว่ามันไม่ดีพออยู่ดี
- สุดท้ายคนเราก็เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง
- สุดท้ายกระดูกของเราก็ต้องคืนสู่ผืนดิน ..ลอยน้ำ และใช้ที่เก็บเพียงแค่พอแมวดิ้นตาย
- รักกันให้มากๆ ทำดีให้มากๆ และตั้งใจทำทุกวันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
- เลิกกลัวการจากลา เพราะไม่ว่าอย่างๆไร มีพบก็ต้องมีจาก ไม่จากเป็นก็ต้องจากตาย

ภาพพ่อนั่งถอดเสื้ออ่านหนังสือพิมพ์พร้อมกินผลไม้หน้าทีวีเป็นภาพที่ชัดเจนมากที่สุดในความทรงจำ แปลกดีแทนที่จะช่วงที่ชัดเจนที่สุดน่าจะเป็นช่วงเวลาที่พ่อนอนบนเตียงที่บ้านในช่วงสี่ปีหลัง..อาจจะเป็นเพราะมันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขกระมัง

จะว่าชินกับการไม่มีพ่อแล้วก็ไม่ใช่ จะว่ายังไม่ชินก็ไม่เชิง แต่ว่าทั้งหลายทั้งปวงไม่อยากให้พ่อห่วงอะไรขอให้พ่อได้ไปอยู่ในที่ๆสุขสงบและสวยงาม

เข้าเรื่องดีกว่า ทำบุญ100 วัน เราไม่ได้เชิญใครมากมาย นอกจากญาติพี่น้องที่ใกล้และสนิทกันจริงๆเนื่องมาจากเกรงใจในความไม่สะดวกของแต่ละคนเพราะเป็นช่วงสงกรานต์

เราทำบุญกันแบบง่ายๆ นิมนต์พระมาจูงกระดูกของพ่อจากบ้านแล้วทำบุญเลี้ยงเพลที่วัดก่อนจะเอากระดูพ่อไปบรรจุในเจดีย์สีฟ้า รวมกับย่าและปู่..หวังลึกๆว่าพ่อจะชอบบ้านใหม่

รวมของที่ต้องเตรียมและค่าใช้จ่ายเผื่อเอาไว้ดูวันหน้า

พระที่วัดศาลาแดงท่านเตรียมสถานที่ไว้ให้คือศาลาการเปรียญ และถ้วยชาม พร้อมแม่บ้านมาเก็บกวาดหยิบจับของให้ พระท่านเตรียมให้หมดทั้งเทียนน้ำมนต์ แม้กระทั่งสายสิญจน์

ที่เราต้องเตรียมไปก็มีดอกไม้สดทั้งหมด 18 กำ ได้แก่ พระพุทธ 2กำ หน้าเจดีย์ 2กำ ถวายพระหลังเลี้ยงเพล 10กำ และสำหรับพระที่มาทำพิธีเอากระดูกพ่อเข้าเจดีย์ 4กำ และพวงมาลัยสำหรับคล้องเจดีย์ 1พวง ทั้งหมดรวม 130 บาท

แน่นอนว่าต้องใช้ซองปัจจัยทั้งหมด 14ซอง และทำบุญให้วัดอีก 1ซองรวมเป็นเงิน 3,400 บาท

อาหาร มีข้าว ต้มยำซี่โครงหมู ลาบหมู น้ำพริกปลาทู+ผัก+ไข่ต้ม ไก่ทอด และขนมหวานลอดช่องแตงไทย อาหารทั้งหมด สำหรับ 30 คน ค่าอาหาร 2000 บาท น้ำแข็ง 10 บาท



ซาแซ(หมูสามชั้นต้ม ไก่ต้ม ไข่เป็ดไม่ทาสีแดงต้ม)+ผลไม้+กระดาษเงินกระดาษทอง+เทียนแดง+ธูป+สาคูต้มสีแดง +ขนมจันอับสำหรับไหว้เจ้าที่ ทั้งหมดเป็นเงิน 500 บาท

~ รวมเป็นเงินทั้งหมด 6,040บาท ~


พิธีการ

- 9.30น. พระไปจูงกระดูกพ่อจากบ้านมาที่วัด

- 10.30น. พระขึ้นศาลาสวด



- 11.00น. เลี้ยงเพล พระทั้งวัด...10 รูป ^^

- ร่วมกันทานอาหาร



คนกันเองทั้งนั้นเลยพร้อมใจยืนกินตามสะดวก


- บรรจุกระดูกเข้าในเจดีย์สีฟ้า



พระ 4 รูปทำพิธีบรรจุกระดูกเข้าเจดีย์




เจดีย์สีฟ้า


- ไหว้ซาแซตามประเพณีจีน ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำครึ่งกลางๆแต่เพื่อความสบายใจและคิดว่าไม่เสียหายอะไรจึงไม่คิดจะถาม



เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ไหนๆญาติผู้ใหญ่ผู้น้อยก็มาพร้อมหน้าพร้อมตาเราจึงได้รดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ตามประเพณี..งานนี้อิ่มบุญอิ่มพรไปตามๆกัน




~MagicApple~




 

Create Date : 15 เมษายน 2552    
Last Update : 15 เมษายน 2552 20:24:54 น.
Counter : 15087 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

MagicApple
Location :
สระบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]







Blog Updated

...
Friends' blogs
[Add MagicApple's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.