Group Blog
 
All Blogs
 

เตรียมงานแต่งงาน


ในที่สุด.....ก็มีวันนี้กับเค้าสักที ดีใจจัง
การแต่งงาน ถือได้ว่าเป็นความฝันของสาวๆ หลายคนเลยก็ว่าได้ ฝันที่จะได้สวมชุดสีขาว ฟูฟ่องเหมือนเจ้าหญิง มีผ้าคลุมหน้า เดินถือช่อดอกไม้ เข้าทำพิธีในโบสถ์ แหม...มันช่างโรแมนติกจริงๆ




แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาจไม่เป็นอย่างนั้น เพราะการเตรียมงานแต่งมันมีมากมายหลายสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการหาฤกษ์ สถานที่จัดเลี้ยง การ์ด ของชำร่วย รายชื่อแขก ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว ถ่ายภาพ pre-wedding ช่างแต่งหน้าทำผม นู่นนี่นั่น บลา บลา บลา บลา ถ้าถามความรู้สึกในตอนนี้ จูนทั้งตื่นเต้น ดีใจ ทั้งเครียดและนอยส์ไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ ใครที่เคยแต่งมาแล้วก็คงจะเข้าใจกันดีใช่ไหมคะ ว่าการเตรียมงานนี่มันยุ่งยากมากมายขนาดไหน มาเริ่มกันเลยดีกว่า รู้สึกว่าจะเกริ่นเรื่องยาวเกินไปแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า

การที่จะตกลงปลงใจตกร่องปล่องชิ้นแต่งงานกับใครนั้น ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็ควรที่จะได้คุยรายละเอียดกันบ้างแล้ว เพราะฉะนั้นจูนขอข้ามขั้นตอนการคุยระหว่างผู้ใหญ่ไปเลยนะคะ ยังไงก็เป็นเรื่องที่ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว

ขั้นตอนที่ 1 :: กำหนดฤกษ์
สำหรับการจัดงานไม่ว่าจะเป็นฤกษ์วันหมั้น เวลาสวมแหวน ฤกษ์สำหรับการจัดงานเลี้ยง จะว่าเป็นเรื่องสำคัญไหม จูนก็ว่าสำคัญนะคะ เพราะคนไทยส่วนใหญ่แล้วมักจะถือฤกษ์ดี วันดีในการที่จะประกอบงานมงคลทั้งหลาย เพื่อความเจริญก้าวหน้าในชีวิต เราสามารถปรึกษาหาฤกษ์ได้จากพระ ซินแส หมอดู ที่ครอบครัวเราให้ความเคารพนับถือ แต่บางคนก็จะอาศัยฤกษ์สะดวกมากกว่า อันนี้ก็แล้วบุคคลนะคะ ไม่ได้มีข้อห้ามใดๆ ทั้งสิ้น

ขั้นตอนที่ 2 :: เลือกสถานที่ในการจัดงานเลี้ยง
เมื่อเราได้ฤกษ์ดีวันดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ไปลุยเรื่องการหาสถานที่กันเลยค่ะ สถานที่ในการจัดงานไม่จำเป็นต้องเป็นโรงแรมเสมอไป บางคนอาจเลือกใช้บ้าน ร้านอาหาร หรือสโมสรต่างๆ แทน แต่ที่คนส่วนมากนิยมจัดงานที่โรงแรมนั้น เพราะว่าโรงแรมสามารถอำนวยความสะดวกได้มากกว่า ทั้งเรื่องการจัดเลี้ยง การบริการ ห้องพัก ห้องแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม เพราะในวันสำคัญวันนั้นเวลาเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าต้องเสียเวลาเพื่อเดินทางไปโน่นมานี่ก็คงจะลำบากน่าดู คงจะไม่เป็นการดีแน่ถ้าเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาช้ากว่าแขก (อ่อ...แล้วถ้าใครที่เป็นคาทอลิค ต้องติดต่อจองโบสถ์ไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 3-6 เดือนนะคะ เพราะเราต้องเตรียมเอกสาร ทั้งใบรับรอง ใบศีลล้างบาป และอื่นๆ แล้วไหนยังต้องติดต่อเข้ารับการอบรมอีกด้วย)

สำหรับจูนแล้วเลือกจัดที่โรงแรมค่ะ จูนและแฟนเราไปดูห้องจัดเลี้ยงมาประมาณ 15 โรงแรมได้ (รายละเอียดแต่ละโรงแรมจะกล่าวถึงในคราวต่อไปนะคะ) ทั้งแบบนัดล่วงหน้าและวอร์คอินเข้าไปเอง การเลือกสถานที่ต้องใช้เวลาและความอดทนหน่อยนะคะ เพราะเราจะได้เลือกในสิ่งที่เราชอบที่สุด แล้วจะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลังว่า รู้งี้เลือกจัดที่นั่นที่นี่ดีกว่า เพราะบางโรงแรมสถานที่+ห้องจัดเลี้ยงสวย แต่ที่จอดรถไม่ค่อยสะดวก หรือบางที่ห้องเล็กไป ใหญ่ไป เพดานต่ำบ้าง เสาเยอะบ้าง เซลล์ไม่โอเคบ้าง เยอะแยะไปหมด เพราะใครๆ ก็อยากให้งานออกมาสมบูรณ์แบบใช่ไหมละคะ เพราะฉะนั้นต้องเลือกที่ๆ เราชอบและถูกใจมากที่สุดค่ะ

ขั้นตอนที่ 3 :: เลือกอาหารสำหรับการจัดเลี้ยง
หลักๆ แล้วจะมีอยู่ 3 แบบค่ะ คือจัดเลี้ยงแบบโต๊ะจีน ค็อกเทล และบุฟเฟ่ ราคาก็จะแตกต่างกันออกไป สำหรับโต๊ะจีนจะเป็นราคาเหมาแบบโต๊ะ ค็อกเทล และบุฟเฟ่จะเป็นราคาต่อหัวค่ะ หลักการง่ายๆ คือ ถ้าสมมติเราเลือกจัดเลี้ยงแบบค็อกเทล แขก 300 คน ราคาหัวละ 850 บาท ค่าใช้จ่าย ณ ตอนนี้จะเท่ากับ 850x300 = 255,000 บาท ราคานี้จะรวมซอฟดริ้ง (น้ำเปล่า น้ำอัดลม โซดา) แล้วนะคะ ส่วนเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล เราต้องนำเข้ามาเองค่ะ แต่ข้อจำกัดของจัดเลี้ยงแบบค็อกเทลคือ อาหารแต่ละชนิด จะเป็นเบาๆ ชิ้นเล็กๆ แบบพอดีคำ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเพิ่มซุ้มอาหาร (Food stall) เข้าไปค่ะ จะเลือกกี่ประเภทอาหารก็แล้วแต่จำนวนแขก ราคาของ Food stall แต่ละชนิดก็จะแตกต่างกันออกไป ส่วนมากแล้ว Food stall 1 ชนิดจะเตรียมไว้ 100 portion (100 ที่) โดยปกติแล้วแขก 1 คนจะทานกันละประมาณ 3 portionค่ะ เราควรที่จะคำนวณเอาไว้คร่าวๆ นะคะ

ส่วนมากแต่ละโรงแรมจะจัดเป็นแพ็คเกจเอาไว้เลยค่ะ ว่าขั้นต่ำราคาการจัดงานเท่านี้ๆ เราจะได้ของแถมอะไรบ้าง หลักๆ ที่จะมีในแพ็คเกจคือ เค้ก 5 ชั้น 7 ชั้น 9 ชั้นก็ว่าไป, พวงมาลัยบ่าวสาว, ดอกไม้ติดหน้าอกผู้ใหญ่, LCD Projector, น้ำแข็งแกะสลัก, ห้องพัก 1 คืน, ช่อดอกไม้, ป้ายชื่อบนเวที, ดอกไม้ประดับงานบางจุด, บางโรงแรมอาจรวม Backdrop ถ่ายภาพหน้างานไว้ด้วยนะคะ ส่วนบางโรงแรมอาจมีการเสียค่านำเข้าดอกไม้, Organizer สำหรับจัดสถานที่ด้วยค่ะ ราคามากน้อยเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับโรงแรมนั้นๆ หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองระหว่างเรากับเซลล์ค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าเซลล์โอเค คุยกันเข้าใจ ตามงานตามรายละเอียดต่างๆ การดำเนินงานมันก็จะง่ายขึ้นค่ะ นี่ยังเป็นแค่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นนะ เห็นไหมบอกแล้วว่ามันวุ่นวาย อิอิ

ขั้นตอนที่ 4 :: รายชื่อแขก+การ์ด+ของชำร่วย
อาจดูเหมือนเรื่องเล็กๆ แต่มันก็ไม่เล็กนะคะ รายชื่อแขกนี่ค่อนข้างวุ่นวายเลยทีเดียว ทางที่ดีเราควรที่จะทำการเก็บข้อมูลรายชื่อ+ที่อยู่่ของแขก (ในกรณีที่เชิญทางแขกหรือญาติผู้ใหญ่ทางไปรษณีย์) เอาไว้ล่วงหน้า รวมถึงตัวสะกด ยศ ตำแหน่งที่ถูกต้องด้วยนะคะ

ส่วนการ์ดถือได้ว่าเป็นตัวสำคัญที่จะบอกถึงรายละเอียดตำแหน่งของสถานที่จัดงานเลยนะคะ เพราะฉะนั้นเราต้องละเอียดกันหน่อย แล้วอย่าลืมแนบแผนที่+เบอร์ติดต่อของโรงแรมไปในการ์ดด้วยนะคะ เผื่อแขกบางคนที่ไม่คุ้นเคยกับสถานที่จะได้ติดต่อสอบถามกับพนักงานโรงแรมเกี่ยวกับการเดินทางได้ง่ายขึ้น อีกอย่างนะคะรูปแบบของการ์ดจะบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของเราทั้งสองคนได้ บางคนอาจใช้การ์ดที่มีลักษณะสวยงาม หรูหรา บางคนก็ใช้แบบลายการ์ตูนน่ารักๆ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของเรานะคะ แต่ขอบอกไว้นิดนึงว่าไม่จำเป็นต้องทำการ์ดที่มีราคาแพงมากจนเกินไป เพราะแขกส่วนมากพอจบงานก็ไม่สนใจการ์ดกันแล้ว

ของชำร่วย โดยส่วนตัวจูนแล้ว จูนชอบของที่สามารถนำมาใช้ต่อได้ค่ะ อย่างเช่นสมุดโน็ต แก้วน้ำ ที่รองแก้ว ถุงผ้า ฯลฯ อะไรประมาณนี้หละค่ะ จากที่เคยดูตามนิตยสารเวดดิ้งต่างๆ เท่าที่เห็นก็จะมี เทียนหอม กระปุกใส่เกลือ พริกไทย พวงกุญแจ ซองใส่นามบัตร ปากกา ซีดีเพลง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณของเราด้วยนะคะ

ขั้นตอนที่ 5 :: แพ็คเกจชุดหมั้น+ชุดแต่งงาน+ภาพถ่าพ Pre-wedding+VDO Presentation
ส่วนมากพวกนี้เราสามารถหาได้จากตามเวดดิ้งสตูดิโอทั้งหลายค่ะ เค้าจะมีแพ็คเกจรวมไว้ให้แล้ว อย่างที่จูนเคยสอบถามมาในแพ็คเกจจะมีชุดวันงานบ่าวสาวให้คนละ 2 ชุด (เช้า-เย็น) อัลบั้มภาพถ่าย ชุดสำหรับถ่ายภาพพรีเวดดิ้งคนละ 4 ชุด ภาพถ่ายพร้อมกรอบโชว์หน้างาน วีดิโอพรีเซนเทชั่น อะไรประมาณนี้ค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันขึ้นอยู่กับการเจรจาของเราด้วย ส่วนมากพบเจอได้ตามงานเวดดิ้งแฟร์ค่ะ ถ้าหากจะเ้ข้าไปติดต่อสอบถามเราต้องทำใจหน่อยนะคะ เพราะเซลล์เค้าจะเน้นเจรจาโน้มน้าวปิดการขายให้ได้ภายในวันนั้น เรียกได้ว่ามากันทั้งหัวหน้า หุ้นส่วนมาช่วยกันโน้มน้าวเราให้เราซื้อแพ็คเกจให้ได้ เราควรเตรียมหาข้อมูลสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เราควรได้ล่วงหน้าจากสื่ออื่นๆ หรือจากผู้ที่มีประสบการณ์ไว้ด้วยนะคะ บางทีราคาแพ็คเกจจะถูกมากกกกก แต่มันจะมาแพงตอนเราขอเพิ่มรูปนี่หละค่ะ เพิ่มทีรูปละเป็นพัน เพราะไหนๆ ก็รูปของเรา รูปนี้ก็สวย รูปนั้นก็สวย สรุปแล้วหมดไปหลายหมื่น อย่างนี้ต้องทำใจแข็งหน่อยนะคะ แล้วจะหาว่าไม่เตือน หุหุ

ชุดแต่งงาน เจ้าสาวบางคนจะนิยมตัดชุดสำหรับใส่ในงานเลี้ยง ข้อดีก็คือได้ชุดที่พอดีกับตัวเรา และได้ตรงกับความต้องการ ราคาจะค่อนข้างสูงหลายหมื่นจนถึงหลักแสน ส่วนมากมักจะขึ้นอยู่กับดีเทลของชุดนั้นๆ ข้อจำกัดก็คือชุดนี้เราใช้แค่ครั้งเดียว บางทีดูเหมือนกันจะเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ แต่ถ้าให้จูนแนะนำนะคะ จูนว่าชุดเช่าเป็นคำตอบที่ดี แต่ถ้าหากเราไม่ถูกใจ และชุดเช่านั้นๆ ไม่พอดีกับตัวเรา เช่าตัดก็เป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ อย่างไรก็ลองคำนวณงบประมาณดูนะคะ

อีกอย่างคือ วิดีโอพรีเซนเทชั่นค่ะ ส่วนมากที่จูนเคยเห็น จะเป็นการใช้ภาพเล่าเรื่องผ่านเพลง หรือไม่ก็จะเป็นภาพการ์ตูน animation น่ารักๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวของบ่าวสาวตั้งแต่แรกเจอจนถึงปัจจุบัน แต่ตอนนี้พรีเซนเทชั่นที่เป็นคล้ายมิวสิควิดีโอกำลังเป็นที่นิยมค่ะ จูนได้เห็นจากงานของเพื่อนแล้วชอบมากกกกก เป็นการเก็บถ่ายภาพเคลื่อนไหวตอนที่เราถ่ายภาพนิ่งพรีเวดดิ้ง แล้วนำมาตัดต่อใส่เพลงสุดอลังการ ดูคล้ายๆ ไตเติ้ลในซีรีย์เกาหลียังไงยังงั้น แต่ราคาก็ค่อนข้างแพงพอสมควรค่ะ ประมาณ 2 หมื่นบาท เรื่องราคาจูนอาจจะไม่แม่น แต่ถ้าหากใครสนใจลองหารายละเอียดจาก http://www.weddingsquare.com ดูนะคะ

ขั้นตอนที่ 6 :: การตกแต่งสถานที่จัดเลี้ยง
เราควรคิดการตกแต่งสถานที่เอาไว้คร่าวๆ นะคะ ว่าอยากได้แบบไหน อยากเล่นเป็นธีมสีสันสดใส ธีมเจ้าหญิงในเทพนิยายสไตล์แฟรี่เทล ธีมสวนสไตล์อังกฤษ ธีมอบอุ่นน่ารัก ธีมดอกไม้อลังการ แบบนี้ wedding organizer ช่วยท่านได้ค่ะ แต่ราคาก็จะค่อนข้างสูงถึงสูงมากนะคะ เพราะส่วนมากเค้าจะคิดเหมาค่ะ ทั้งตกแต่งสถานที่ รันคิวงาน ช่างภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ไฟฟอลโลตามเวลาเปิดตัวบ่าวสาวเดินเข้างาน แสงสีเสียงต่างๆ อีกมากมาย แต่ถ้าใครไม่อยากเสียงบประมาณมากเกินไป บางเจ้าก็จะมีพร๊อพประกอบฉากน่ารักๆ ให้เช่าในราคาย่อมเยาว์ค่ะ และบางโรงแรมไฟในห้องจัดเลี้ยงก็สามารถปรับสีได้นะคะ ขึ้นอยู่กับธีมงาน ธีมสีที่เราต้องการ หรือถ้าไม่อยากเปลืองเงินมากเกินไป เพื่อน คือ ตัวเลือกที่ดีค่ะ ใช้เพื่อนให้เป็นประโยชน์นะคะ

ขั้นตอนที่ 7 :: ช่างภาพนิ่ง+ช่างภาพวิดีโอ
จูนว่าช่างภาพก็มีส่วนสำคัญนะคะ เพราะภาพถ่ายพวกนี้จะอยู่กับเราไปอีกนาน เรียกได้ว่าเก็บไว้อวดลูกอวดหลานได้เลยหล่ะค่ะ ถ้าในกรณีที่เราไม่ได้จ้าง wedding organizer ลองหาข้อมูลช่างภาพจากเวบเกี่ยวกับเวดดิ้งดูนะคะ เพราะส่วนมากเค้าจะมีการนำ refference ผลงานที่เคยถ่ายมาโชว์ไว้ค่ะ ลองเปรียบเทียบหลายๆ ที่นะคะ บางทีราคาอาจจะแพงแต่ถ้าเีทียบกับฝีมือแล้ว มันก็คุ้มที่น่าจะเลือกใช้นะคะ

ข้อมูลบางส่วนนี้เป็นความเห็นโดยส่วนตัวของจูนนะคะ อาจจะตรงใจหรือไม่ตรงใจก็ได้ แต่ถ้าหากใครมีรายละเอียดอื่นๆ ก็เข้ามาแนะนำกันได้นะคะ เพราะจูนก็ถือว่าเป็นว่าที่เจ้าสาวมือใหม่ ยังต้องเรียนรู้รายละเอียดอะไรอีกเยอะ ไว้คราวหน้าจูนจะมาเล่ารายละเอียดโรงแรมต่างๆ ที่ได้เข้าไปดูมาให้อ่านนะคะ แล้วเจอกันค่ะ




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2553 9:15:37 น.
Counter : 734 Pageviews.  


Rita_parita
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ


Color Codes ป้ามด

...Welcome to The Story of Wednesday Gal...เรื่องเล่าของสาววันพุธ...
Friends' blogs
[Add Rita_parita's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.