“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

~สวรรค์ลิขิตรัก : ชีวิตจริงทียิ่งกว่านิยาย โดย "สรัสวดี" ~





สวรรค์ลิขิตรัก
ผู้เขียน :"สรัสวดี"
สนพ.อรุณ/พิมพ์ (ธ.ค. ๒๕๕๘)
๓๐๐ หน้า ราคา ๒๕๐ บาท


โปรยปก :


ชีวิตที่เคยมั่นคงกลับสั่นคลอน เพราะ "ความรัก"

ชะตาชีวิตคนเราพลิกผันอยู่เสมอ
เล็ก จำต้องพลัดพรากจากอ้อมอกมารดาตั้งแต่วัยห้าขวบเพื่อมาอยู่พระนคร
ได้ใช้ชีวิตแสนสุขเยี่ยงนางอัปสรบนสรวงสวรรค์จนใครๆ ต่างอิจฉา

ทว่าช่วงชีวิตแสนสุขของเล็กต้องจบลงเมื่อสิ้นบุญเจ้าคุณตาและมารดา
ในความพลัดพรากแสนสาหัส เล็กเหมือนถูกฉุดให้ตกอยู่ในนรกอันมืดมิด
หาก "เขา" กลับเป็นดั่งแสงสว่างที่จุดประกายให้กับชีวิตของนางอีกครั้ง

สวรรค์ได้ลิขิตให้นางได้รักเขา แต่เส้นทางชีวิตรักจะดำเนินไปในทิศทางใดต่อไป
นางมิอาจทราบได้






หลังอ่าน...

เล่าเรื่องย่อเพิ่มเติมอีกนิดนะคะ

เรื่องนี้เป็นนิยายย้อนยุคค่ะ ย้อนไปไกลถึงยุคสมัยปลายรัชกาลที่ 5 นู่นทีเดียว
บอกเล่าเรื่องราวในชีวิตของหญิงสาวผู้หนึ่ง ตั้งแต่แรกเกิด...
พ่อของเธอก็ทอดทิ้งแม่ไปพร้อมกับทรัพย์สมบัติที่ฉ้อโกงไปจากแม่
ทำให้แม่ตรอมใจจนล้มป่วย และต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านของบิดา
เพราะบ้านที่อยู่ในตอนนั้นก็ถูกพ่อยักย้ายถ่ายเท แอบโอนให้เป็นชื่อของภรรยาเก่าแล้ว

ในวัยเพียงห้าขวบก็ต้องพลัดพรากจากอกแม่เข้าไปใช้ชีวิตใต้ร่มบารมีของคุณตาที่เป็นขุนนางผู้ใหญ่
โชคดีได้รับความเอื้อเอ็นดูจากผู้ใหญ่ เลี้ยงดูและกล่อมเกลาในด้านงานฝีมือ
และศิลปะการแสดงดนตรีและละคร จนได้มีโอกาสเข้าเฝ้าและรับพระราชทานของรางวัลจากพระหัตถ์

จนเติบโตเข้าสู่วัยสาว ก็พบรักกับเจ้าชายหนุ่มแห่งรัฐไทรบุรี
โดยที่เธอยังไม่รู้จักฐานะตัวตนของเขา เพราะเขาหลอกเธอว่า
เขาเป็นเพียงพ่อค้าที่เข้ามาค้าขายในเมืองหลวงเท่านัน

หลังจากเล็กเรียนจบชั้นมัธยมปลาย เธอก็ต้องสูญเสียตาและแม่ในเวลาไล่เลี่ยกัน
ความที่เธออายุยังไม่ลุนิติภาวะ ทำให้พ่อของเธอซึ่งเป็นทนายความกลับมาอ้างสิทธิ์ในตัวเธอ
และเอาตัวเธอไปกักขังไว้ที่สำนักงานเก่าของตัวเองที่เคยปิดร้างไว้...
เธอต้องถูกโขกสับ บังคับบัญชาโดยพี่ชายต่างแม่ และพ่อผู้เย็นชา

จนกระทั่งวันหนึ่ง เจ้าชายแห่งรัฐไทรบุรีที่เดินทางมาติดต่องาน
ด้านกฏหมายกับพ่อของเธอก็พบเธอเข้าโดยบังเอิญ...เขาตื่นเต้นดีใจมาก
เพราะติดตามถามข่าวของเธอมานาน
จึงขอร้องยามที่ทำหน้าที่เฝ้าสำนักงานให้ช่วยนัดแนะให้ได้พบกัน...







เรื่องราวมันคงจะจบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง เมื่อพระเอกตามหานางเอกจนเจอและช่วยเธอให้พ้นจากการกดขี่ของพ่อและแม่เลี้ยง
แต่นิยายเรื่องนี้ผู้เขียนเขาก็ได้บอกกล่าวไว้ในหน้าคำนำแล้วว่ามีเค้าโครงเรื่องมาจากชีวิตจริง...

ชีวิตจริงมีหรือที่อะไรๆ จะราบรื่นดั่งนิยาย...

เมื่อหลังจากที่เล็กได้พบกับเจ้าชาย ทั้งคู่ก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันโดยที่เจ้าชายเพิ่งจะมาเปิดเผยภายหลังว่า...เขามีภรรยาแล้วสามคน...และกำลังจะต้องเข้าพิธีแต่งงานกับภรรยาคนที่สี่...ที่ผู้เป็นบิดาจัดหาให้เพื่อกีดกันไม่ให้เขารับหญิงสาวชาวไทยไปร่วมวงศ์สกุล

หรือชะตาชีวิตของเล็กกำลังจะซ้ำรอยผู้เป็นแม่...?
ชวนติดตามค่ะ





เป็นนิยายชีวิตที่อิงเค้าโครงเรื่องจริงที่อ่านแล้วก็อินได้ในระดับหนึ่ง
ด้วยการเล่าเรื่องที่กระชับฉับไวรวบรัดรวดเร็ว ไม่เยิ่นเย้อยืดยาด
สำนวนภาษาอาจจะอ่านสะดุดนิด ๆ ในช่วงแรก ๆ เพราะไม่คุ้นกับสำนวนแบบโบราณหน่อย ๆ
แต่พออ่านผ่านไประยะหนึ่ง เริ่มคุ้นกับภาษา ถ้อยคำ ประเภท มิรู้ มิใช่ มิได้ มิมี มิเป็น...ฯลฯ (คือคนเขียนเขาใช้คำว่า"มิ" แทนคำว่า "ไม่" ในแทบทุกประโยค ทั้งในบทพูดและบทบรรยาย) เริ่มทำใจยอมรับได้ ช่วงหลัง ๆ ก็ไม่รู้สึกติดขัดแล้ว ประกอบกับเรื่องราวเริ่มเข้มข้นขึ้น น่าลุ้น น่าติดตามมากขึ้น ทำให้อ่านได้ลื่นไหล ผ่านตลอดจนจบ

นอกจากเรื่องราวดราม่าของชีวิตนางเอกแล้ว ในเรื่องยังมีแทรกเกร็ดสาระทางประวัติศาสตร์
ตั้งแต่ฉากของเรื่องที่ผู้เขียนบอกเล่าบรรยายได้ละเอียดลออ จนเราสามารถนึกภาพตามได้
ไม่ว่าจะเป็นการบรรยายสถานที่ การเดินทาง...ฯลฯ

มีการพาดพิงถึงตัวละครที่เป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ ซึ่งเธอก็ทำได้น่าสนใจ
ข้อมูลสาระประกอบที่พอดี ๆ ไม่มากไม่น้อย อ่านแล้วให้ความรู้สึกสมจริง และสมเหตุสมผล

สรุปเลยแล้วกันค่ะว่าเป็นนิยายพีเรียดที่อ่านได้และอ่านดีเล่มหนึ่ง
ในแง่ของนิยายก็มีอารมณ์ มีบรรยากาศของความเศร้าซึ้งสะเทือนใจ
ในแง่ของเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์ก็มีเกร็ดสาระทางวัฒนธรรมให้ได้เก็บเกี่ยวพอประมาณ
ในด้านรสชาติทางวรรณศิลป์ก็กลมกล่อมกำลังดี
โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงว่าเป็นนิยายเล่มแรกของนักเขียนก็ถือว่าเป็นเล่มเปิดตัวที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

อ่านจบแล้ว หยิบมาบอกเล่า ชวนอ่านค่ะ










 

Create Date : 03 มกราคม 2559    
Last Update : 3 มกราคม 2559 14:42:40 น.
Counter : 1153 Pageviews.  

~ รักในสายหมอก : นิยายรักสะท้อนปัญหาสังคม โดย โสภาค สุวรรณ ~





รักในสายหมอก
ผู้เขียน : โสภาค สุวรรณ
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ครังที่ ๔/ส.ค.๕๘)
๖๘๐ หน้า ราคา ๕๖๕ บาท


โปรยปก


สาวน้อยผู้อาภัพ...กับความรักแสนเลือนรางของผู้คนรอบข้าง...
ดังอยู่ในสายหมอกหนา

"ผมต้องขอบคุณแม่... หาไม่ ผมจะไม่สามารถเติบโต เข้มแข็ง และมั่นคง
จนสามารถปกป้องคนที่อ่อนแอกว่าได้เป็นอันขาด...
ลูกของผมทั้งสามคนจะเติบโตบนรากฐานเดียวกัน
ได้รับความรักจากพ่อและแม่ของแกอย่างสมบูรณ์แบบ

ไม่ใช่ความรักแบบที่แม่ของแกเคยสัมผัสมาแล้วอย่างทุกข์ทรมานใจแสนสาหัส...
ความรักที่สัมผัสไม่ได้ เยียบเย็นและถูกบดบังด้วยปัญหานานาประการ
ความรักที่เหมือนจะลอยอยู่ในสายหมอก ปราศจากความอบอุ่น อ้างว้าง หนาวเย็น...
ความรักแบบนั้นจะไม่มีวันอุบัติขึ้นในครอบครัวของผม..."

...................






เป็นนิยายชีวิตที่เข้มข้น ดราม่าน้ำตาซึม หากก็อิ่มเอม อบอุ่นในหัวใจเมื่ออ่านจบ
ขออนุญาตเล่าเรื่องแบบยาว ๆ ไปเลยนะคะ

เรื่องราวส่วนใหญ่...(แทบจะตลอดทั้งเล่มนั่นแหละค่ะ)บอกเล่าผ่านมุมมองความรู้สึกของคุณมณี
หญิงม่ายสูงวัยที่เข้ามารับหน้าที่ดูแลเด็กหญิงนฎา หรือปูเป้ หลานสาวของคุณประภากับท่านรัฐมนตรีอุดม
ด้วยสำนึกสองประการ อันแรกคือเพื่อตอบแทนบุญคุณเจ้านายเก่าของแม่ที่เคยเกื้อกูลกันมา
อีกอย่างคือเธอต้องการรายได้ที่เพียงพอเพื่อส่งเสียลูกชายคนเดียว -
ปฤณ ที่มุ่งมั่นจะสอบเข้าเรียนแพทย์ให้ได้

นฎาในวัยสิบสาม เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ
เธองดงาม บริบูรณ์ด้วยรูปสมบัติและทรัพย์ศฤงคาร
ทว่าเธอเป็นบุตรสาวที่เกิดจากความผิดพลาดของผู้เป็นแม่ กลายเป็นปมด่างพร้อยในชีวิตของเธอ
ด้วยผู้เป็นยายเกิดความผิดหวังในตัวแม่ของเธอจนรับเธอมาดูแลด้วยตัวเอง
วางกฏและกรอบอันครัดเคร่ง ก่อเป็นกำแพงหนา เพื่อป้องกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
นฎาจึงต้องเติบโตมาภายใต้ความกดดัน บีบรัด กับความรักอันห่างเหินเย็นชาจากพ่อและแม่
และแบกรับความคาดหวังของผู้เป็นยาย...

เมื่อคุณมณีเข้ามาดูแลใกล้ชิด ปลอบโยนเธอยามเธอเหงาและว้าเหว่
เธอจึงยืดเอาหญิงสูงวัยเป็นเครื่องทดแทนความรักความอบอุ่นที่เธอโหยหา
แต่คุณมณีก็ต้องอยู่ภายใต้อำนาจการจัดการโดยคุณประภา - ยายของเด็กสาวอีกที
เธอไม่มีสิทธิ์มีเสียงในเรื่องของการอบรมเลี้ยงดูนฎาทั้งนั้น
แม้จะรับรู้และแลเห็นอยู่เต็มตาเต็มใจถึงผลพวงแห่งแรงกดดันที่เด็กหญิงรองรับอยู่





เมื่อย่างเข้าสู่รุ่นสาว นฎาก็ต้องหมั้นหมายกับอาทิตย์
ลูกชายคนเดียวของเพื่อนสนิทของคุณประภา
ที่พยายามตอกย้ำกับเธอว่า...จากประวัติอันไม่งามนักของแม่ของเธอ
นฎาควรจะถือเป็นบุญอย่างยิ่งที่อาทิตย์ ชายหนุ่มผู้แสนจะเพอร์เฝ็กต์รัก
และยอมรับที่จะเป็นผู้ดูแลเธอต่อจากคุณยาย...
พ้นจากอาทิตย์แล้วคงไม่มีผู้ชายดี ๆ ที่ไหนจะมาแต่งงานกับเธอแล้ว

ปฤณมีโอกาสได้พบและรู้จักกับนฎาเมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่นครั้งหนึ่ง
เพราะแม่ให้เขาเข้ามาช่วยงานในบ้าน...
เพียงได้สบตา...กระแสความรู้สึกบางอย่างก็ดึงดูดให้เด็กหนุ่ม-สาวเกิดประทับใจในกันและกันโดยไม่รู้ตัว
แต่คุณมณีได้แลเห็นและต้องการตัดไฟแต่ต้นลมโดยการสั่งห้ามปฤณ ไม่ให้มาที่บ้านนี้อีก...
ทางชีวิตของทั้งคู่จึงต้องแยกห่างโดยปริยาย...ปฤณสอบเรียนแพทย์ได้สำเร็จ และคร่ำเคร่งอยู่กับการเรียน
ส่วนนฎาหลังจากเรียนจบมัธยมปลายแล้ว ก็เตรียมตัวแต่งงานกับอาทิตย์
จากนั้นก็จะติดตามชายหนุ่มไปใช้ชีวิตที่เมืองนอก...ตามทีคุณยายได้วางแผนชีวิตให้

แต่แล้วก็เกิดเหตุให้ทั้งคู่ต้องมาเจอกัน เมื่อคุณมณีเกิดล้มป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลและต้องผ่าตัด
นฎารับอาสามานอนเป็นเพื่อนคุณมณีเพราะเป็นช่วงที่ตาและยายของเธอไปต่างประเทศพอดี
ปฤณมาดูแลแม่ แล้วเลยพลอยต้องดูแลนฎาเรื่องอาหารการกินไปด้วย
ก่อให้เกิดความสนิทสนมขึ้นในช่วงระยะเวลาอันสั้น ทว่าลึกซึ้งมั่นคง
นฎารู้สึกเป็นตัวของตัวเองขณะที่อยู่กับปฤณ แต่เธอก็รู้ดีว่าตัวเองต้องทำตามที่ผู้ใหญ่คาดหวัง
ในขณะที่ปฤณเองก็สำนึกตนดีว่าเรื่องระหว่างเขากับนฎาเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะเป็นไปได้
แต่เขาก็มั่นใจในความจริงใจของตนเองและพร้อมจะส่งเสริมให้นฎามีชีวิตที่มีความสุข

ทว่าผู้ใหญ่ของนฎาไม่คิดเช่นนั้น ปฤณถูกกีดกันอย่างหนัก
รวมทั้งคุณมณีก็พลอยถูกมองว่าพยายามจะผูกมัดนฎาเพราะเห็นแก่ทรัพย์สมบัติของเธอ





เมื่อถึงกำหนดเวลา นฎาก็เข้าพิธีหมั้นกับอาทิตย์อย่างเอิกเกริก
แต่หลังวันหมั้นเพียงคืนเดียว เธอก็เกิดอาการป่วยอย่างกระทันหัน
โลกของเธอมืดสนิทไปชั่วขณะ เธอกลายเป็นหญิงตาบอดโดยไม่มีใครรู้สาเหตุ
แม้ตาและยายของเธอจะเพียรพาเธอไปรักษายังที่ต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศ
เมื่อปฤณมีโอกาสได้ตรวจอาการของเธอ เขาได้ให้คำแนะนำว่าเธอควรจะได้รับการรักษาทางจิตเวช
แต่คุณยายของเธอไม่ยอมรับ กลับโกรธเกรี้ยวจนออกปากไล่เขาและแม่ให้ออกจากบ้าน

อาทิตย์ถอนหมั้นนฎาและไปแต่งงานกับผู้หญิงที่แม่เขาหาให้อีกคน...
ในขณะที่ปฤณได้รับทุนไปเรียนต่อเฉพาะทางในต่างประเทศ
คุณตาของนฎาตัดสินใจอนุญาตให้เธอเข้ารับการรักษาแบบจิตเวชบำบัด
ตามคำแนะนำของหมอ ซึ่งปรากฏว่าได้ผลดี นฎาสามารถกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง
ทำให้คุณประภาเริ่มสำนึกถึงความผิดพลาดของตนเอง
และต้องยอมปล่อยมือจากนฎา
เมื่อเธอขออิสรภาพในการใช้ชีวิตของตนเอง หลังจากหายดี...

..............





โอ้...ยาวจริงยาวจังกับนิยายชีวิตสะท้อนปัญหาสังคมสมัยใหม่
ที่ให้ข้อคิดว่าด้วยเรื่องการเลี้ยงดูบุตรหลานที่ต้องอาศัยทั้งความรักความเข้าใจ
(หากก็ยั้ง...ไม่เล่าต่อจนถึงตอนจบก็เพื่อให้ผู้ทีสนใจ
ติดตามอ่านตอนจบอันแสนจะอบอุ่นได้ในนิยายค่ะ)

มีหลายบทหลายตอนที่อ่านแล้วประทับใจ
ขออนุญาตยกมาเป็นตัวอย่างเพียงบางเสี้ยวบางส่วน...

ความคิดคำนึงของคุณมณีเมื่อภัสรา แม่ของนฎาพยายามจะพาลูกสาวเข้าสู่วงสังคมของเธอ

"...ความเสมอภาคไม่ได้วัดกันด้วยความสามารถในการทำชั่วที่ทัดเทียม
อยากจะบอกว่าผู้หญิงมีหน้าที่เป็นแม่ของคนทั้งโลก
มีหน้าที่สรรค์สร้างความดีงามแก่จิตใจของคนที่จะเติบโตต่อไป
เป็นอะไรหลายอย่างที่ผู้ชายไม่มีวันจะเป็นได้อย่างน่าอิจฉาที่สุด
สมควรหรือที่จะลดค่าซึ่งเหนือกว่าลงมาคลุกคลีกับความชั่ว
อันผู้มีสติทั้งหลายประจักษ์แก่ใจว่าผิดทั้งคุณธรรมและศีลธรรมเป็นบ่อเกิดแห่งปัญหาของสังคม..."






เมื่อนึกถึงวิธีเลี้ยงหลานของคุณประภา...

"...คุณหญิงกำลังวางเข็มชีวิตของคุณนฎา
ตามความรู้สึกของตัวเอง สร้างคนจากอดีตของคนอีกคนหนึ่ง...
ลืมความจริงแท้ไปอย่างน่าเสียดาย มนุษย์มีกรรมเป็นของตนเอง
ไม่มีมือใดจะวิเศษจนผันแปรชีวิตคนตามใจปรารถนาได้...
คุณหญิงลืมเสียสนิททีเดียว"



ความคิดคำนึงของปฤณ ถึงคำสอนของแม่

"...จงเข้มแข็งต่อความชั่วทั้งหลาย จงอ่อนโยนต่อเด็กและสตรี
จงมีเมตตาต่อศตรู แล้วปฤณจะรู้ว่าความสุขที่แท้จริงของคนคืออะไร....."


...................

"...เด็กคนนั้นมีบุญที่เกิดมาสวย หมดจดอย่างที่จะหาได้ยากนัก
แล้วยังมีวัตถุรองรับพร้อมสรรพ ทั้งเกียรติยศเงินทอง...
แต่ก็มักมีกรรมนัก กรรมที่ไม่มีวันจะรู้จักว่าความรักของพ่อแม่นั้นเป็นอย่างไร
ว้าเหว่ อ้างว้าง หนาวเย็น ปราศจากความอบอุ่นควารักที่ทุกคนหยิบยื่นให้...
มันเลือนรางเหมือนลอยอยู่ในสายหมอก...ชนิดที่คนรับเอื้อมคว้าไม่ถึง..."



ที่สะท้อนสะเทือนอารมณ์สุด ๆ ก็คำพูดสั้น ๆ ของนฎา...
ที่พูดอย่างปลงปล่อยกับชีวิตของตนเอง

"ฉันเป็นเครื่องจักรค่ะ แล้วแต่คนจะกดปุ่ม"


อ่านงานของนักประพันธ์ชั้นครูทีไร ให้รู้สึกอิ่มเอม เต็มตื้นทุกครั้งทุกครา...
จนต้องหยิบมาบอกเล่ากันแบบยาว ๆ เช่นนี้...
ชวนอ่านค่ะ












 

Create Date : 26 ธันวาคม 2558    
Last Update : 26 ธันวาคม 2558 13:28:42 น.
Counter : 1574 Pageviews.  

~ ซ่อนรักรอยแค้น :ดราม่าเข้มข้นตามสไตล์ "ช่อมณี" ~





ซ่อนรักรอยแค้น
ผู้เขียน :ช่อมณี
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (ก.ค.2558)
423 หน้า ราคา 365 บาท


เรื่องย่อ ๆ (จากปกหลัง) :

คำสัญญา หนี้แค้น ความรัก สามสิ่งที่จะตัดสินชะตาหัวใจ


เขมทิน สหัสรังสี เจ้าของสวนหนุ่มต้องหาทางกอบกู้ห้างพันแสง
กิจการของครอบครัวที่เริ่มตกต่ำหลังจาก บัลลพ ผู้เป็นพี่ชายเสียชีวิต
จึงตัดสินใจทวงสัญญากับนักบริหารสาว อดีตคนรักของพี่ชาย
ภัสสริน ดุลยพร ซึ่งโด่งดังจากการฟื้นชีพธุรกิจใกล้ล้มละลาย
และหวังให้เธอสร้างปาฎิหาริย์อีกครั้ง

แม้ความรักครั้งก่อนจะจบลงด้วยความขมขื่น
แต่ภัสสรินก็รับปากจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้แก่บัลลพ
ด้วยการดูแลครอบครัวของเขาและกอบกู้ห้างพันแสงสุดความสามารถ
แม้ต้องเผชิญอุปสรรคนานารวมถึงจาก พลิน นักบริหารหนุ่มบริษัทคู่แข่ง
ที่บ้านสหัสรังสีได้ฝากรอยแค้นไว้เช่นเดียวกัน






หลังอ่าน...
ดราม่าเข้มข้น ปนโรแมนติกเพียงเล็กน้อย...น้อยมาก ๆ จนแทบจะหาไม่เจอ

ชื่อเรื่อง"ซ่อนรักรอยแค้น" สร้างมโนภาพให้คนอ่านล่วงหน้าว่าจะต้องเป็นเรื่องราว
ของความรักในรอยแค้นที่หนักหน่วง...ประมาณแค้นฝังหุ่น...ขนาดนั้น
แต่พออ่านเข้าจริง ไม่ยักกะเป็นเช่นนั้นค่ะ
เรื่องนี้นำเสนอปมดราม่าสะท้อนสังคมที่หลากหลายแง่มุมมาก...
ซึ่งก็เป็นไปตามสไตล์ ตามแนวถนัดของนักเขียนนามนี้แหละค่ะ

นางเอกเป็นเด็กกำพร้า ที่ได้รับการอุปถัมภ์ ส่งเสียให้ร่ำเรียนหนังสือจนประสบความสำเร็จ
กลายเป็นนักธุรกิจระดับผู้บริหารสาวที่มีชื่อเสียง...
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...การบริหารฟื้นฟูกิจการที่กำลังอยู่ในภาวะล้มละลาย

ส่วนพระเอกเขมทิน เป็นลูกชายบุญธรรมของนางพรมนัส
ประธานใหญ่ของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่กำลังซวดเซ
ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ รวมทั้งการฉ้อฉลคดโกงภายใน
หลังจากที่ลูกชายคนโตเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ
และตัวนางเองก็เส้นเลือดในสมองตีบตันกระทันหันจนหกล้มและเป็นอัมพาตต้องนั่งรถเข็น
เขมทินไม่ถนัดทางด้านธุรกิจ เขาจึงไปทำสวนทำไร่อยู่ทางภาคเหนือ
เมื่อมารดาผู้มีพระคุณเรียกตัวให้มาช่วยงาน เขาจึงนึกถึงภัสสริน
ซึ่งเป็นอดีตคนรักของพี่ชาย และเคยมีคำมั่นสัญญาต่อกันไว้ว่าต่างฝ่ายต่างจะช่วยกันหากได้รับการร้องขอ

ภัสสรินตัดสินใจรับงานฟื้นฟูกิจการของตระกูลสหัสรังสี ตามคำสัญญานั้น
แต่ก็ด้วยค่าจ้างที่แพงลิบ และภายใต้เงื่อนไขหลายประการที่เธอกำหนดขึ้น
สร้างความไม่พอใจให้กับนายสุนัยและชลัทสองพ่อลูก
ซึ่งเป็นน้องและหลานชายของนางพรมนัสที่หวังว่าตัวเองจะสืบทอดกิจการนี้





เรื่องค่อนข้างชูบทบาทที่โดดเด่นของนางเอก ที่เฉลียวฉลาด เก่งกาจเกินหญิง
ปัญหาร้อยแปดพันประการที่เกิดขึ้นในเรื่อง จะเล็กจะใหญ่ต้องผ่านมือภัสสรินทั้งหมด
ถึงจะได้รับการคลี่คลาย...
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเด็กวัยรุ่นใจแตกอย่างจริม น้องสาวต่างแม่ของนิตา ภรรยาหม้ายของบัลลพ
ปัญหาของเด็กน้อยอย่างจุน ที่เข้ากับเพื่อน ๆ ในโรงเรียนไม่ได้ เพราะถูกล้อเลียนว่าเป็นเด็กไม่มีพ่อ
ที่น่าขำก็คือ...กระทั่งปัญหาในไร่ของพระเอกที่เกิดขึ้นในต่างจังหวัด
ก็ยังต้องร้อนถึงภัสสรินต้องตามไปแก้ไขให้
ฯลฯ
ทำให้พระเอกกลายเป็นตัวประกอบที่แทบจะไม่มีบทบาทอะไรเลย





นอกจากนี้ ในเรื่องยังเป็นแหล่งรวมเด็กกำพร้า
และคนจากครอบครัวแตกแยก...รวมทั้ง...คนพิการ(มีคนนั่งรถเข็นถึงสามคน)
มันอาจจะสะท้อนภาพสังคมอันบิดเบี้ยวในสมัยนี้ได้ดีอยู่หรอก
แต่หากมันเยอะไป...มันก็ดูเฝือและเฟ้อไปหน่อยนะ

อ่านนิยายของนามปากกานี้อย่าได้คาดหวังฉากรักหวานไหวค่ะ...
เพราะมันไม่มีให้ฟินเลย แหะ ๆ










 

Create Date : 20 ธันวาคม 2558    
Last Update : 20 ธันวาคม 2558 15:11:35 น.
Counter : 571 Pageviews.  

~รักหลงฤดู : นิยายรักจากแดนอาทิตย์อุทัย โดย 'ฮายาชิ คิซาระ' ~





รักหลงฤดู
ผู้เขียน : ฮายาชิ คิซาระ
ผู้พิมพ์ : สนพ.พิมพ์คำ (ก.ค. 54)
543 หน้า ราคา 300 บาท


จากปกหลัง :


จะรู้สึกยังไง ถ้าวันหนึ่งมีใครสักคนบอกว่าชอบเราที่หน้าตา
แถมใครคนนั้นยังเป็นหนุ่มหล่อ รวย มาดดี ครบเครื่อง...
ชนิดที่ชวนให้สาวหลง

"ฮารุเนะ" สาวแว่นรักสันโดษ ผู้มีใจมุ่งมั่นกับความฝันที่จะเป็นนักวาดการ์ตูน
ถึงกับอึ้งไป เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ดังว่า
ชีวิตสงบราบเรียบที่ดำเนินมานานปีมีอันต้องสั่นไหว
ความฝันที่วาดไว้สั่นคลอน... เมื่อ "เขา" ก้าวเข้ามาใกล้
อยากจะเชื่อแล้วกระโจนเข้าใส่ หากก็ยังลังเลใจ...ว่ามันจะจริงหรือ
และถึงมันจริง...แต่ยิ่งใกล้เขา...ฝันของเธอก็ยิ่งไกลออกไปทุกที

หญิงสาวจะทำเช่นไร...
เลือกเดินตามฝัน มุ่งมั่นต่อไป แล้วปล่อยให้ใครต่อใครมา 'โฉบ' เขาไปต่อหน้า
หรือจะเอื้อมมือคว้าไว้...ทั้งๆ ที่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นแค่ 'ภาพลวงตา' หรือเปล่า






หลังอ่าน...
อ่านจบด้วยความเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อย ฮ่า ๆ
เหนื่อยกับการกระชากวัย ย้อนไปไกลลิบ...
ถึงแม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของหนุ่มสาววัยทำงาน
แต่โทนของเรื่องมันออกแนวกุ๊กกิ๊กจุ๊กจิ๊กอยู่ตลอดเวลา...
เริ่มตั้งแต่สาว ๆ ร่วมบ้านเช่าของนางเอกที่วัน ๆ หมกมุ่นอยู่แต่การหาแฟน
กับการประกวดประชันกันเรื่องขนาดของหน้าอก...บลา ๆ ๆ
คนอ่านวัยป้าเลยออกอาการ...เหนื่อย
แต่ที่อ่านได้อ่านดี อ่านได้ตลอดรอดฝั่งก็ด้วย"พระ"เอกของเรื่องนั่นเลยค่ะ

นิยายเรื่องนี้มีความน่าสนใจอยางยิ่งตรงที่...พระเอกมีอาชีพเป็น"พระ"ค่ะ
แถมเป็นพระในระดับรองเจ้าอาวาสอีกต่างหาก...!!!

แต่...อยางเพิ่งตกใจไปค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นทั้งหมด
ทั้งฉาก ทั้งตัวละครก็เป็นญี่ปุ่นทั้งสิ้น ไม่มีคนไทยปะปนเลย...
ดังนั้น...พระที่ว่าก็เป็นพระในพุทธศาสนานิกายหนึ่งของญี่ปุ่นทีอนุญาตให้แตงงาน
มีทายาทสืบสกุลได้...

ตามที่พระเอกได้อธิบายให้แม่นางเอกฟังง่าย ๆ ว่า...

"ผู้ก่อตั้งนิกายโจโดชินชู
เป็นพระรูปแรกที่เริมการทานเนื้อสัตว์หรือดื่มพวกเหล้าสาเก รวมถึงแต่งงานมีบุตร...
ต้องการแสดงออกว่าคนธรรมดาก็สามารถที่จะนับถือศาสนาพุทธได้น่ะครับ
นักบวชเองก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่แตกต่างจากคนทัวไป
เพียงแตเราเชื่อมั่นในคำสอน ทำตัวให้อยู่ในศีลในธรรม
ใคร ๆ ก็สามารถที่จะนับถือศาสนาพุทธได้น่ะครับ..."
(หน้า 388)





ส่วนนางเอกเป็นอดีตเชฟสาวที่มีเสน่ห์ปลายจวักเป็นเลิศ แต่ก็ต้องผันตัวมาทำตามความฝัน
ของน้องสาวทีรักมากที่เสียชีวิตไป นั่นคือการเป็นนักวาดการ์ตูนที่มีผลงานเป็นรูปเล่ม...
ทำให้เธอต้องทุ่มเทความพยายามมากกว่าธรรมดาเป็นเท่าตัว...
เมื่อมี"พระ"ระดับรองเจ้าอาวาส(ที่เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าอาวาสในอนาคต)
เข้ามารุกเร้าตามจีบ เธอจึงเกิดอาการลังเล...
ปิ๊งเขาก็ปิ๊งหรอก เพราะจะว่าไปเขาก็ออกจะเพียบพร้อม
ทั้งดูดีมีศีลธรรม ทั้งรูปหล่อโรแมนติค...
แต่ความฝันของเธอก็สำคัญ หากจะให้เธอรับปากยอมคบกับเขา
ก็ต้องอยู่ภายใต้เงือนไขบางอย่างที่เธอกำหนดขึ้น...
แตเอาเข้าจริง...กลับกลายเป็นเธอเสียเองที่ทำท่าว่าอยากจะละเมิดข้อกำหนดของตัวเอง...

เรื่องนี้นางเอกรั่วมาก...รั่วพอ ๆ กับพระเอกหื่นเลยทีเดียว ฮ่า ๆ
(อยาได้คิดเชียวว่าคนเป็น"พระ"(เอก)จะต้องชาเย็น ชวนนางเอกศึกษาพระธรรมนั่งสมาธิอย่างเดียว
เหอ ๆ... "พระ"(เอก)เรื่องนี้เค้าทวนกระแสค่ะ
จ้องแต่จะชวนนางเอกผลิตทายาทไว้สืบทอดกิจการวัดอยู่นั่นแล้ว

ก็...อ่านสนุกดี(ในระดับหนึ่ง)นะคะ
แต่สาเหตุอีกประการหนึงที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยในขณะอ่านก็คือเรื่องของสำนวนภาษาคนเขียนน่ะค่ะ
บอกตามตรงว่าเวียนหัวมากกับสำนวนประเภท...คนผมดำ คนผมดัด คนผมหยิก คนผมยาว ฯลฯ
แถมด้วยคนตัวเล็ก คนใส่แว่น...บลา ๆ ๆ ๆ มันมึนอ่ะ ไม่รู้ใครเป็นใคร ทำไมไม่เรียกชื่อไปตรง ๆ ก็ไม่รู้
หรืออาจจะเป็นเพราะเราไม่คุ้นกับวิธีเขียนแบบนี้
เพราะไม่ค่อยได้อ่านนิยาย(หรือการ์ตูน)แนวๆ ญีปุ่นเท่าไหร่












 

Create Date : 20 ธันวาคม 2558    
Last Update : 20 ธันวาคม 2558 14:49:44 น.
Counter : 674 Pageviews.  

~ นิมิตลิขิตรัก : ดราม่าหวานแอบเศร้า โดย "ริญจน์ธร"~





นิมิตลิขิตรัก
ผู้เขียน : ริญจน์ธร
ผู้พิมพ์ : พิมพ์คำ (มี.ค. 54)
370 หน้า ราคา 240 บาท


จากปกหลัง


การมีอำนาจพิเศษเหนือคนอื่นถือว่าเป็น 'เรื่องดี'
แต่นั่นไม่ใช่สำหรับทิพรดา!

ด้วยความเป็นห่วง เพื่อนรุ่นพี่จึงชักชวนให้เธอ...
หญิงสาวโชคร้ายที่จำต้องผจญและทนทุกข์กับพลังจิตด้านนิมิตที่ครอบครองอยู่
เข้ามาสมัครเป็นเลขาฯ ของประธานสุดหล่อ
และเธอก็เผลอตกหลุมรักเขาเข้าเต็มเปาตั้งแต่แรกพบ

จากรักข้างเดียวขยับฐานะขึ้นมาเป็นแฟน แม้จะเป็นเพียง 'แฟนหลอกๆ'
แต่เธอก็ตัดสินใจวางหัวใจเป็นเดิมพัน
ในขณะที่ภาพนิมิตก็ยังคงคอยหลอกหลอนเธออยู่เสมอ
และคราวนี้เธอจะไม่ยอมสูญเสียคนที่เธอรักไปเฉยๆ อีกแล้ว...!






หลังอ่าน...

โรแมนติกดราม่าแสนหวาน ผสมผสานด้วยแนวเหนือธรรมชาตินิด ๆ
อันน่าจะเป็นแนวถนัดของนักเขียนนามนี้อยู่แล้วล่ะ

นางเอก ทิพรดา หรือทอฟฟี่ หญิงสาววัยทำงาน เป็นคนมีจิตสัมผัสพิเศษ
เธอสามารถสัมผัสและรับรู้ได้ถึงเรื่องราวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่เธอรักและผูกพัน
เช่นตอนที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นกับพ่อและแม่จนเธอต้องสูญเสียท่านทั้งสองไปในอุบัติเหตุครั้งนั้น
เธอก็รับรู้เหตุการณ์นั้นผ่านนิมิตของเธอ
นอกจากเธอจะมองเห็นความเป็นไปโดยที่เธอไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว
ที่ร้ายไปกว่านั้น เธอยังต้องรับร่วมในอารมณ์ ความรู้สึกของผู้ที่กำลังประสบเหตุนั้น ๆ ด้วย

เธอเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ จะมีก็แต่วัตต์ ชายหนุ่มรุ่นพี่ที่รักใคร่ผูกพันกันฉันพี่น้อง
ที่รู้ความลับอันนี้ของเธอ เขาจึงมีท่าทีห่วงใยเธอเป็นพิเศษ จนใคร ๆ ต่างก็เข้าใจผิด
รวมทั้งเพื่อนร่วมงานของคนทั้งคู่ ก่อให้เกิดเป็นข้อครหาและเสียงเล่าลือในบริษัท
ถึงความไมเหมาะสม... เพราะวัตต์มีแฟนแล้วเป็นตัวเป็นตน

ทำให้ภรภัทร(พระเอก) เจ้านายหนุ่มของทอฟฟี่ที่เธอแอบปิ๊งเขาตั้งแต่แรกเห็น
ได้โอกาสยื่นข้อเสนอทางออกของปัญหานี้แก่เธอ
นันคือเธอต้องมีแฟนเป็นตัวเป็นตน...
แล้วก็เนียนเสนอตัวเองเป็นแฟนเธอเสียเลย โดยอ้างว่าเขาเองก็กำลังมีปัญหาเหมือนกัน
เพราะถูกผู้ใหญ่จับคลุมถุงชน...บลา ๆ ๆ (มุกมาตรฐานสำหรับนิยายแนวนี้ ฮาา...)
จากเริ่มต้นแค่เป็นแฟนหลอก ๆ...แต่จากความใกล้ชิดผูกพันที่เพิมมากขึ้น
นิมิตของทอฟฟี่ก็สามารถทำให้เธอสัมผัสได้ถึงเหตุร้ายที่กำลังเกิดขึ้นกับภรภัทรด้วย...
เธอจะปกป้องเขาจากเหตุร้ายนั้นได้หรือไม่
และเธอจะต้องสูญเสียคนที่เธอรักคนไหนไปอีก...
ต้องตามไปลุ้นในนิยายกันแล้วค่ะ





อีกเล่มของนักเขียนนามนี้ที่อ่านได้เพลิน ๆ
ด้วยสำนวนภาษาที่นุ่มนวลชวนเคลิ้มคล้อย

โดยเฉพาะบทรักที่หวานจับจิตจับใจ
เจือด้วยบทเศร้าสะเทือนอารมณ์
เนื้อหาเรื่องราวที่แม้จะไม่ถึงกับแปลกและแตกต่างมากมายนัก
หากก็มีมุกมีมุมที่น่าสนใจ
ชวนให้ลุ้นชวนให้ติดตามไม่น้อยค่ะ










 

Create Date : 18 ธันวาคม 2558    
Last Update : 18 ธันวาคม 2558 12:41:38 น.
Counter : 597 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 168 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ เดเปอโร รักยิ่งใหญ่จากใจดวงเล็ก/เคท ดิคามิลโล/เขียน งามพรรณ เวชชาชีวะ/แปล ~

~สูญมนุษย์วันสิ้นโลก/Z for Zachariah/Robert C. O'Brien/เขียน วิลาส วศินสังวร/แปล ~

~ บ้านใหม่บนดิน The People of Sparks/ฌานน์ ดูโปร เขียน/แสงตะวัน แปล~

~ บ้านริมทะลสาบ/เข็มพลอย~

~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.