“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

~ แรงเงา : นันทนา วีระชน (อ่านนิยายตามกระแสละครออนทีวี )~





แรงเงา
ผู้เขียน: นันทนา วีระชน
ผู้พิมพ์ :สนพ.น้ำฝน
318 หน้า ราคา 150 บาท


เรื่องย่อ :


มุนินทร์กับมุตตาเป็นพี่น้องฝาแฝดที่หน้าตาเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว
แต่อุปนิสัยใจคอต่างกันสุดขั้ว
ในขณะที่มุตตาอ่อนแอ อ่อนหวาน ช่างออดอ้อนออเซาะ
แต่เรียนหนังสือแค่พอปานกลาง
มุนินทร์กลับเข้มแข็ง (จนกลายเป็นแข็งกระด้างเกินไปในสายตาใครหลายคน)
ฉลาด และเรียนหนังสือเก่งมาก

เมื่อเติบโตขึ้น ทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการ...
โดยเยื่อใยที่มีต่อกันมีน้อยมาก
มุนินทร์ได้ทุนไปเรียนต่อระดับปริญญาโทที่เมืองนอก
แต่มุตตาจบแค่ชั้นมัธยมปลายและเข้าทำงานเป็นข้าราชการระดับเสมียนพิมพ์เล็ก ๆ
ในกรมกองแห่งหนึ่ง

ในวันที่มุนินทร์กลับมาถึงบ้านที่เพชรบูรณ์
เธอเป็นคนแรกที่ไปพบมุตตากำลังแขวนคอตาย...
ซ้ำร้าย...มุตตากำลังตั้งครรภ์ได้สามเดือน...

หลังบรรจุศพมุตตา มุนินทร์ตัดสินใจเข้ากรุงเทพ
และสวมรอยเป็นมุตตากลับไปที่ทำงานของเธอ
เพื่อสืบค้นหาสาเหตุการตัดสินใจจบชีวิตของมุตตา...

ที่นั่นเธอได้พบกับวีกิจ...นิติกรหนุ่ม ที่เข้ามาถามไถ่ แสดงน้ำใจไมตรีอันอบอุ่นให้เธอ
ท่ามกลางสายตากึ่งเดียดฉันท์ กึ่งใคร่รู้ของคนอื่น ๆ

แล้วเธอก็ได้พบกับตัวต้นเหตุการตายของมุตตา...
ซึ่งก็คือเจนภพ หัวหน้ากองหนุ่มใหญ่ อาของวีกิจนั่นเอง...

เขาแอบมีสัมพันธ์กับมุตตาอย่างลับ ๆ
จนนพนภา ภรรยาของเจนภพตามมาด่าทอและตบหน้ามุตตากลางที่ทำงาน...
ทำให้มุตตาอับอายจนเตลิดกลับบ้านและตัดสินใจฆ่าตัวตาย...

มุนินทร์เริ่มวางแผนแก้แค้นให้มุตตา...
เธอยั่วยวนเจนภพจนเขาคลั่งใคล้ ทำให้นพนภา แทบเป็นบ้าด้วยความหึงหวง...

ในขณะเดียวกัน มุนินทร์ก็เริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับวีกิจ
ที่คอยปลุกปลอบให้กำลังใจเธอ เพราะเข้าใจว่าเธอเป็นมุตตา...

แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่เธอจำเป็นต้องใช้เขาเป็นหมากตัวหนึ่ง
เพื่อล่อให้เจนภพมาติดกับความแค้นของเธอ...

สุดท้าย แผนการของเธอก็ลุล่วง...
เมื่อวันหนึ่งนพนภาถึงกับช็อค กลายเป็นอัมพาต...ครอบครัวของเจนภพระส่ำระสาย...
แต่เธอกลับไม่ได้รู้สึกปลื้มเปรมกับชัยชนะที่ได้เลย...

เพราะถึงแม้วีกิจ...ที่รู้ความจริงภายหลังจะหวนมาหาเธอ...และขอเริ่มต้นใหม่
แต่เธอก็รู้สึกว่า...มันคงเป็นไปได้ยาก เพราะ"แรงเงา"ของมุตตาในตัวเธอนั้น
อาจจะตามหลอกหลอนเขาอยู่ไม่มีสิ้นสุด...








หยิบนิยายเรื่องนี้ลงมาอ่านดักกระแสละครก่อนออนแอร์

จริง ๆ แล้ว อ่านไปรอบหนึ่งแล้วเนื่อปีก่อนเพื่อใช้ตอบโจทย์
เล่นเกมอ่านหนังสือในห้องสมุดพันทิพ
เห็นช่วงนี้คนพูดถึงกันเหลือเกิน เลยเอาอ่านทวนอีกรอบ

เพราะนิยายธีม(น้ำเน่า)คลาสสิคแบบนี้ ก็เหมือนละครนั่นแหละค่ะ
อ่านซ้ำได้ ดูซ้ำได้ ไม่เบื่อหรอก
และดูเหมือนว่ากาลเวลาที่ล่วงเลยไป สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
แต่กิเลสในใจมนุษย์ ตามที่ถูกเปิดเปลือยออกมาผ่านนิยายเรื่องนี้
ไม่ได้เปลี่ยนไปตามยุคสมัยหรือสภาพสังคมเลยแม้แต่น้อย

มีแต่จะเพิ่มพูน รุนแรงขึ้นเสียด้วยซ้ำ

คุณนันทนา วีระชนเป็นนักเขียนรุ่นเก่าที่มีฝีมือจัดจ้านคนหนึ่ง
งานเขียนของเธอมักจะได้รับเลือกให้ทำเป็นละครทีวีหลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน
อาจจะเป็นด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น สมจริง
เรื่องราวก็จะวนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนระดับกลาง ๆ
บ้าน ๆ ว่างั้นเถอะ

ภาคนิยายก็เป็นนิยายชีวิตแนวสมจริงที่อ่านสนุกทีเดียว
ด้วยสำนวนภาษาที่คมคาย อ่านได้ลื่นไหล

การดำเนินเรื่องค่อนข้างกระชับฉับไวไม่เยิ่นเย้อ
ตัวละครก็เป็นมนุษย์มนาดี มีมิติจับต้องได้ ไม่ดีจนเกินคน
หากก็ไม่ร้ายเสียจนหาดีไม่ได้เสียเลย

อ่านจบในรอบนี้ เลยหยิบมาอัพบล็อกบอกเล่าเสียหน่อย
ส่วนตัวไม่เคยดูละครเวอร์ชั่นแอน-เคน...
มาฉบับรีเมคนี่ ก็ไม่คิดว่าจะอยากดูแฮะ...แต่ก็คงต้องดูแหละ
เพราะทุกวันนี้มีหน้าที่ดูละครเป็นเพื่อนแม่น่ะ...
ก็หวังว่าเขาคงทำออกมาได้น่าดูนะ
จะได้ไม่รู้สีกเสียเวลาที่รอดู แหะ ๆ











 

Create Date : 01 ตุลาคม 2555    
Last Update : 1 ตุลาคม 2555 21:49:16 น.
Counter : 5963 Pageviews.  

~ แด่ดวงดาวในดวงใจ โดย ปิยะพร ศักดิ์เกษม ~






แด่ดวงดาวในดวงใจ
ผู้เขียน : ปิยะพร ศักดิ์เกษม
ผู้พิมพ์ : สำนักพิมพ์อรุณ
(พิมพ์ครั้งที่ ๓ ส.ค. ๒๕๕๕)
๖๓๑ หน้า ราคา ๔๒๕ บาท

จากเว็บสนพ.


เรื่องราวความรัก ความฝัน ความศรัทธาของหญิงสาวคนหนึ่ง
ที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่ต้องพบเจอในชีวิต
และด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่ ทำให้เธอได้พบกับ “คน”
ที่เป็นเสมือน “ดาวในดวงใจ” ของเธอ



โปรยปกหลัง :


ชีวิตของคนเราก็คล้ายกับการเดินทาง
เป็นการเดินทางที่ต้องผ่านทั้งหญ้านุ่มและขวากหนาม
ผ่านกระแสธารที่ฉ่ำเย็น และความเวิ้งว้างน่าหวาดหวั่นของผืนน้ำในมหาสมุทร

เราต้องเรียนรู้และค้นคว้า หาวิธีพลิกแง่งามของทุกเรื่องให้ได้
ในระหว่างการเดินทางของชีวิต
เพื่อที่เราจะได้พบว่า...ความสุขนั้นมีอยู่มากมายถ้ารู้จักหยิบ
...อยู่ให้หยิบ...ทั้งบนหญ้านุ่มและกรวดหนาม






เรื่องย่อ :(ย่อเอง)


สาวน้อยทิมทองเคยประสบอุบัติเหตุร้ายแรงจนเกือบพิการในวัยสิบสาม

เธอคิดว่าชีวิตของเธอคงจบสิ้นแล้ว...
แต่แล้วจู่ ๆ เธอก็ได้พบดวงดาวนำทางให้เธอก้าวออกจากภาวะจิตตกและท้อถอยในครั้งนั้น...
ดวงดาวที่มาในรูปของ'นิกโก้'...
นักฟุตบอลหนุ่มชาวอิตาเลี่ยนผู้เก่งฉกาจและเป็นขวัญใจของแฟนบอลทั่วโลก

จากประวัติชีวิตของเขา กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เธอลุกขึ้นมาสู้...
รักษาตัวจนสามารถกลับมาเดินได้อย่างคนปกติอีกครั้ง

เธอเฝ้าติดตามความเป็นไปในชีวิคของเขาทุกแง่ทุกมุมมานับแต่นั้น
ถือเขาเป็นประหนึ่ง"ดาว"นำทางชีวิตของเธอ

เมื่อนิกโก้ประกาศเลิกเล่นบอลเธอก็ตัดสินใจว่าเธอต้องเดินทางไปดูการเล่นของเขา
ด้วยตาตัวเองให้ได้ แทนที่จะดูผ่านจอทีวีเช่นทุกครั้ง

เธอโชคดีที่มีญาติสนิทเป็นลูกครึ่งอิตาเลี่ยน-ไทย...
ที่จัดการหาตั๋วดูฟุตบอลแมทช์พิเศษให้เธอได้
เธอจึงชวนเพื่อนสนิทให้เดินทางไปกับเธออีกสามคน ตามเงื่อนไขที่ผู้เป็นพ่อกำหนด

จากการเดินทาง...เธอก็ได้พบทั้งแง่มุมที่งดงาม และความพลิกผัน...
การทรยศหักหลังที่เธอคาดไม่ถึง
ว่ามันจะมาจากคนที่เธอรักสนิทและไว้ใจ...







หลังอ่าน...
นิยายเรื่องนี้ของคุณปิยะพรออกมาระยะหนึ่งแล้ว
แต่พิมพ์โดยอีกสนพ.หนึ่ง...
ส่วนตัวยังไม่มีโอกาสได้อ่าน เพราะคิวนิยายรออ่านเยอะแยะไปหมด
จนเมื่อมาเห็นฉบับเปลี่ยนปกใหม่นี่แหละ สวยจนอดใจไม่ไหวอีกต่อไป

ยอมรับว่าอ่านด้วยความคาดหวังค่อนข้างสูง ด้วยนามของผู้เขียนกับชื่อเรื่องอันอ่อนหวาน
จึงเมื่ออ่านจบแล้ว...ต้องบอกว่า ผิดหวังนิด ๆ

นิด ๆ จริง ๆ ค่ะ ไม่มากไม่มาย...

ความที่อ่านนิยายชองคุณปิยะพรมาเยอะเล่ม เลยทำให้รู้สึกว่าโครงเรื่องหลัก ๆ
มันเหมือน ๆ กันไปหมด
ตัวละครก็มีปมชีวิตคล้าย ๆ กัน...จะแตกต่างก็ในรายละเอียด
เราอาจจะคาดหวังความเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาการในด้านการดำเนินเรื่อง
จากผู้เขียนมากไปหน่อย
พอมาอ่านแล้ว คาดเดาเหตุการณ์ได้ มันเลยทำให้อรรถรสในการอ่านกร่อยลงนิด ๆ

แต่...นั่นก็ไม่ได้ทำให้หยุดชื่นชอบและติดตามเธอหรอกนะคะ...
เพราะยังไง ๆ เสีย เราก็รู้สึกว่าในนิยายแต่ละเรื่องของเธอ
เธอได้ตั้งใจแฝงแง่คิดมุมมองในการดำเนินชีวิตไว้ในนิยายไว้อย่างนุ่มนวล ละมุนละม่อม
ไม่ทำให้คนอ่านรู้สึกว่าถูกสอน ยัดเยียดหรือชี้นำ...


อีกทั้งเรื่องราวสาระที่เธอบอกเล่าผ่านนิยายก็เป็นสาระน่ารู้
ที่อ่านแล้วรู้สึกว่าคนเขียนได้กลั่นกรองข้อมูล ทำการบ้านมาแล้วเป็นอย่างดี
เมื่อบอกเล่าผ่านสำนวนภาษาที่ลื่นไหล ละเมียดละไม มันก็ทำให้สาระความรู้นั้นเป็นเรื่องรื่นรมย์
อ่านแล้วเพลิดเพลิน สบายใจ

อย่างในเรื่องนี้...
ส่วนตัวชอบมากช่วงที่นางเอกกับเพื่อน ๆ เดินทางตามรอย"นิกโก้"ในอิตาลี
เรียกได้ว่าเป็นไพรัชนิยายได้เลย...

ชอบการบรรยายภาพสถานที่ที่ละเอียดลออ
อ่านแล้วสามารถนึกภาพตามได้ แม้เราจะไม่เคยเดินทางไปยังที่นั้น ๆ มาก่อน
และการเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยทางประวัติศาสตร์ที่เราอาจจะไม่เคยรู้
ทำให้นิยายเล่มนี้มีคุณค่า(และคุ้มค่า)มากมายในความรู้สึก

แม้ในแง่ของนิยาย...ในช่วงนี้อาจจะเอื่อยเฉื่อยไปสักนิด...
ซ้ำ ๆ ย้ำๆ อยู่สักหน่อยก็ตามที

เรื่องราวมาเข้มข้นขึ้น มีความเป็นดราม่ามากขึ้นในตอนท้าย ๆ
แล้วก็มีการหักมุม...เปิดเผยตัวตนของตัวละครที่แต่ละตัวจะมีปม มีปูมหลังแตกต่างกัน

แต่ก็เป็นไป ชนิดที่คนที่อ่านนิยายมาเยอะ
ต้องคาดเดาเหตุการณ์และตัวคนร้ายล่วงหน้าได้สบาย ๆ
แล้วก็ต้องมีบทแง่งอนกุ๊กกิ๊กของพระ-นางบ้างให้คงความเป็นนิยายรักโรแมนติก...

อ้อ...ชอบความรักในรูปแบบ"คู่กัด"ของคู่รองด้วย...
น่ารักน่าลุ้น ชวนจิ้นกว่าคู่เอกซะอีก

โดยรวม ๆ ก็ชอบนะคะ...
อย่างที่บอกข้างบน คือชอบแง่คิดต่อชีวิตของเขา
อย่างในเล่มนี้เขาจะเน้นย้ำในเรื่องของการเปิดใจและการปล่อยวาง
ดังในประโยคที่ว่า...
'สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ'

สำหรับคนชอบอ่านนิยาย ต้องบอกว่า...
นิยายเรื่องใดที่อ่านจบแล้ว นิยายเรื่องนั้นดีเสมอ
(เพราะหากไม่ดีก็คงอ่านไม่จบ) แหะ ๆ

อ่านจบแล้วหยิบมาชวนอ่านค่า...





*ขอบคุณภาพปกและคำนำสั้น ๆ จากเว็บอมรินทร์ค่ะ






 

Create Date : 24 กันยายน 2555    
Last Update : 28 กันยายน 2555 21:27:30 น.
Counter : 4055 Pageviews.  

~ รุ้งพรายรัก : นิยาย 3 in 1 โดย "นับดาว" ~






รุ้งพรายรัก
ผ้เขียน : นับดาว
ผู้พิมพ์ : สนพ.ไฟน์บุ้ค (ครั้งแรก/เม.ย. 2552)
592 หน้า ราคา 320 บาท


โปรยปก :



เธอ...อยู่ตรงโค้งรุ้งที่ปลายขอบฟ้า
เขา...อยู่ใต้เงาของเมฆฝน
ความรักครั้งนี้จะลงเอยเช่นไร
เมื่อคนหนึ่งไม่กล้ารัก และอีกคนไม่กล้าฝัน




เรื่องย่อ(จากปกหลัง):


มุกตาภา ผู้ช่วยโปรดิวเซอร์สาวผู้ทรงภูมิ
และมีมันสมองที่เต็มไปด้วยข้อมูลจนน่าขนหัวลุก
เจ้าของนิยาม... ที่ใดมีคำถาม ที่นั่น(ไข่มุก)มีคำตอบ

กัมปนาท ผู้ประกาศข่าวหมายเลขหนึ่งของคนทั้งประเทศ
เจ้าของฉายา...มนุษย์หน้ากาก

นิสัยแปลกประหลาดไม่ซ้ำใครและไม่มีใครอยากซ้ำของเธอ
เรียกรอยยิ้มจากเขาได้เสมอ
มันค่อยๆละลายหน้ากากความเย็นชาลงทีละน้อย...
ค่อยๆ เพิ่มรอยยิ้มมุมปากขึ้นทีละหน่อย
จนกลายเป็นรอยยิ้มกว้างขวางตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

รู้ตัวอีกที...เขาก็ไม่สามารถถอนสายตาและหัวใจจากเธอได้
เขาอยากสานสัมพันธ์กับเธอ ผู้หญิงที่ดื้อเหมือนแรด
อึดเหมือนแมงสาบ และปากแข็งยิ่งกว่านกเงือก !

ทว่า'อดีต' ทำให้เขาไม่กล้าเริ่มต้น...

"...คุณมีสิทธ์ตัดสินใจใหม่เสมอ
หากที่สุดแล้วคุณเห็นผมเป็นเพียงสัตว์เร่ร่อนที่อยากให้อาหาร
ให้ร่มเงาคุ้มแดดคุ้มฝน แต่ไม่ให้หัวใจ"






ก่อนอ่าน...

นิยายเล่มนี้เห็นอยู่บนชั้นบ้านน้องสาวมาสักระยะหนึ่งแล้ว
แต่ด้วยภาพปก ขนาดรูปเล่ม(ความหนา) กับนามปากกาที่ใหม่หมาดและไม่คุ้นเคย
จึงรีรออยู่นาน กว่าจะตัดสินใจหยิบลงมาอ่าน...

อ้อ...อาจจะเพราะเพิ่งรู้ทีหลังว่านามปากกา"นับดาว"นี้
เป็นนามเดียวกับนามปากกา"จันทร์เจ้าขา"
คนเขียนนิยายที่เราได้อ่านไปสองเล่มแล้วติดใจในสำนวนนั่นเอง

และล่าสุดก็เพิ่งได้อ่านนิยายเล่มใหม่ในนามปากกา"นับดาว"ไปแล้ว
ถือว่าอ่านสนุก ใช้ได้เลยทีเดียว

เลยมองข้ามภาพปกกับความหนาไปเสีย...
หยิบมาอ่านในวันฝนตกพรมพรำ...แล้ววาดหวังว่า...
ด้วยชื่อหนังสืออันพร่างพราย จะช่วยทำให้บรรยากาศทึบ ๆ ทึม ๆ รอบตัว
สว่างไสวเปล่งประกายวิบวับด้วยสีสันอันระยับระยิบของสายรุ้งขึ้นมาบ้าง...







หลังอ่าน...

แล้วก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ ค่ะ เป็นนิยายรักที่อ่านได้รื่นรมย์สมใจอยากมาก...

ไม่เล่าเรื่องย่อล่ะนะคะ (มันยาวอ่ะ...)
คร่าว ๆ ตามข้างบนนั่นเลยค่ะ

หนังสือหนามากแต่อ่านได้จนจบด้วยเวลาอันสั้น
เพราะคนเขียนเขาเขียนได้ลื่นไหล แทรกด้วยมุกขำมุกฮาตลอด

ส่วนที่เป็นเรื่องราว สาระข้อมูลก็แน่นปึ้ก อ่านแล้วรู้สึกสมจริง...
เหมือนได้อ่านเรื่องราวของคนที่มีตัวตนอยู่จริงในแวดวงสื่อสารมวลชน...
ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เรามักจะให้ความสนใจกัน

ได้เห็นและรับรู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของคนทำข่าว ทั้งหน้าจอและหลังจอ
ทั้งกระบวนการผลิตสื่อ ว่า...
กว่าจะมาเป็นรายการให้คนดูดูสักรายการหนึ่งว่ามันยุ่งยากซับซ้อนแค่ไหน

รวมถึงการแก่งแย่งแข่งขัน ชิงดีชิงเด่น ขัดแข้งขัดขา อิจฉาริษยากันในวงการ...

คาดว่าคนเขียนคงเป็นคนวงในคนหนึ่ง...
แล้วเก็บเล็กผสมน้อยบุคลิกนิสัยของคนใกล้ตัวนั่นแหละมายำรวม ๆ กัน
เลยได้ออกมาเป็นตัวละครที่มีชีวิตชีวา เหมือนมีตัวมีตนให้จับต้องได้จริง ๆ

คนอ่านอ่านไปพลอยอินตาม...ดูทีวีแล้วก็นึกจินตนาการว่าคนนั้นคือคนนี้ คนนี้คือคนนั้น...ฯลฯ

(แอบเห็นบางเสี้ยวของเฮียส. อยู่ในตัวพระเอกด้วยล่ะ...
รวมทั้งบางส่วนของรายการเล่าข่าว...
เมาธ์ชาวบ้าน ทั้งเบื้องลึกเบื้องหลังแบบจัดเต็มมาก...)

ก็สนุกไปสิ...เรื่องใกล้ตัวนี่ เห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
เป็นเรื่องที่สนองความอยากรู้อยากเห็น(เผือก...?)ของคนอ่านได้เป็นอย่างดี







แต่...แต่...แต่...อยากจะบอกคนเขียนว่า...
ความที่หนังสือหนาจัด และเรื่องราวมันเยอะแยะไปหมด
อ่านแล้วเหมือนอ่านนิยาย 3 เรื่องในเล่มเดียวอ่ะ

ทำไมต้องวางพล็อตหลักพล็อตรองปะปนกันให้มั่ว...
แต่อ่านแล้วเหมือนได้อ่านคนละเรื่องเดียวกันยังไงยังงั้น

เรื่องแรก...ช่วงต้น ๆ เรื่อง เป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัว
ระหว่างพี่สาวจอมจุ้นกับน้องชายจอมเกรียน
เรื่องนี้ให้พชรกับขวัญข้าวป็นคู่เอก มีมุกตาภาเป็นนางมารร้ายคอยขัดขวางความรักของทั้งคู่
(เรื่องนี้อ่านแล้วแปร่ง ๆ ทะแม่ง ๆ อ่ะ แต่ก็ชอบนะ ออกแนวกินเด็ก อิอิ)

เรื่องที่สอง...ช่วงกลาง ๆ เรื่อง ก็เป็นเรื่องรักสามเส้าสี่เส้า
ยุ่งเหยิงวุ่นวายของโปรดิวเซอร์ ผู้ช่วยฯ ผู้ประกาศข่าวชาย-หญิงคู่ขวัญ
เรื่องนี้ตัวละครเยอะแยะไปหมด จำชื่อไม่หวาดไม่ไหว

ตอนนี้มีประเด็นสืบสวนสอบสวนแทรกเข้ามา เพิ่มปมให้นิยายซับซ้อน(ชวนสับสน)ยิ่งขึ้น...

แต่เรื่องนี้เด่นตรงบทสนทนาที่จิกกัด เชือดเฉือน
เกทับบลั๊ฟแหลกตามประสาคนในแวดวงสื่อสารมวลชน
ทำให้อ่านสนุก มองข้ามความ"เยอะ"ทั้งของจำนวนตัวละคร
และความ"เยอะ"ในตัวละครแต่ละตัว...
โดยเฉพาะนางเอก...เยอะแบบเว่อร์ ๆ อ่านแล้วรำคาญแทนพระเอกนะ ไม่รู้รักเข้าไปได้ไง...
พระเอกเองก็"เยอะ"ตรงท่าทีลีลานี่แหละ ไม่ชัดเจน ทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา มีปมอดีต...
ฯลฯ

มาเรื่องที่สาม-สุดท้าย...
ตอนท้าย ๆ เรื่องกลับกลายเป็นนิยายรักหวานแหววแนวเกาหลีไปซะงั้น

แถมตัวร้ายจากช่วงกลาง ๆ เรื่องก็โดนกรรมสนองทันใจมาก...
แต่...ง่ายไป โหดไปไหมอ่า ?

ตัวละครบางตัวโผล่มาแว่บ ๆ แล้วก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย...
บางตัวก็...จนเขาจะจบเรื่องอยู่แล้วเพิ่งจะโผล่มาเหมือนขอมดำดิน

แต่...โดยรวมแล้วเรียกว่าอ่านสนุก จบแฮปปี้...

ทว่า...คนอ่านคนนี้กลับไม่ปลื้มตอนจบแบบนี้แฮะ
มัน"เยอะ"ไปอ่ะ หุหุ

อ่านจบสด ๆ ร้อน ๆ ต้องรีบมาเล่าค่ะ เดี๋ยวลืมอารมณ์...
(ยิ่งช่วงหลัง ๆ นี่ความจำสั้นอยู่ด้วย...แก่แล้ว ว่างั้นเหอะ)

แต่ยังไงก็ชวนอ่านนะคะ
ใครกำลังมองหานิยายรักเบา ๆ (แต่ไม่หวิว ไม่โหวงเหวง)
เล่มนี้อ่านได้ไม่ผิดหวังค่ะ













 

Create Date : 19 กันยายน 2555    
Last Update : 21 กันยายน 2555 14:56:15 น.
Counter : 3007 Pageviews.  

~ ล่าหัวใจสุดปลายฟ้า โดย "มารีอา" ~





ล่าหัวใจสุดปลายฟ้า
ผู้เขียน : มารีอา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (ครั้งแรก ก.ค.๒๕๕๕)
๒๖๓ หน้า ราคา ๑๙๕ บาท


เรื่องย่อ(จากสำนักพิมพ์)



ภายใต้อำนาจการสืบสวนของหัวใจ เธออาจถูกเอฟบีไอจับจองไว้เพียงผู้เดียว

พรทิวา นักเขียนสาวที่มีหัวใจรักมั่นคงดั่งหินผา
เธอรอคอยคนรักที่ให้คำมั่นสัญญากันไว้ตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย
และรักเขาไม่เปลี่ยนแปลง แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานสักเพียงใด
แล้วการรอคอยก็สิ้นสุด เมื่อเขากลับมา...
เก้าปีเต็มๆที่เธอรอคอยเขา อนาวิล!

ทว่าชีวิตที่สงบสุขและราบเรียบของเธอกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเจอเขา...
ก็จะไม่ให้เปลี่ยนได้อย่างไร เมื่ออนาวิลคนนี้ต่างจากคนเดิมมากเหลือเกิน
โดยเฉพาะจุมพิตที่ร้อนแรงและทำให้เธอแทบละลาย
แถมยังรูปร่างที่สูงล่ำจนทำให้เธอตัวเล็กไปถนัดใจ
รวมทั้งริมฝีปากอันแสนเซ็กซี่นั้นด้วย

เรื่องมันน่าจะลงตัวแล้วนี่นา แต่ทำไมล่ะ
เธอกลับรู้สึกแปลกๆ เมื่อพบกับหนุ่มลูกครึ่งคนหนึ่ง
เพราะเขาคือชายที่อยู่ในฝันยามเธอนอนกับอนาวิลน่ะสิ

แถมยังตามเธอแจและทำให้ใจเธอหวั่นไหวสุดๆ
โอ๊ย-ย-ย หัวใจดวงน้อยช่างสับสนปนเปกันไปหมด

เพราะอนาวิลกับเอเดรียนมีบางอย่างที่คล้ายกันเกินไป
รวมทั้งจูบที่ร้อนแรงจนเธอไม่อาจต้านทาน
แล้วสาวน้อยอ่อนต่อโลกเช่นเธอจะทำอย่างไรกับความรู้สึกที่ไม่แน่ใจนี้ดีน้า....








หลังอ่าน...
นิยายรักจากนักเขียนหน้าใหม่อีกแล้วค่ะ

เป็นนิยายรักโรแมนติกปนสืบสวนสอบสวน เจือคอเมดี้ประปราย
ด้วยนางเอกเป็นนักเขียนที่มีจินตนาการสูง
เรื่องราวรัก ๆ ใคร่ ๆ ของเธอจึงออกแนวเวอร์ ๆ อยู่สักหน่อย

พล็อตแปลกและซับซ้อนใช้ได้ทีเดียวค่ะ
ตรงนี้ขอเล่าเรื่องราวเพิ่มเติมจากข้างบนนิดนึง...

นางเอกมีคนรักในวัยเด็กเป็นหนุ่มข้างบ้าน...อนาวิล...

จู่ ๆ ก็เกิดเหตุสลดขึ้น เมื่อพ่อแม่และน้องชายคนเดียวของอนาวิลเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต
แต่ชาวบ้านเล่าลือกันว่าเป็นการฆาตกรรมโดยมีอนาวิลเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง
แล้วเขาก็หายตัวไป...
โดยที่นางเอกรู้เพียงว่าเขาถูกส่งตัวไปดำเนินคดีในต่างประเทศ
...เป็นเวลาเก้าปีเต็ม ๆ

เธอยังคงเฝ้ารอคอยการกลับมาของเขาและเข้าไปดูแลบ้านร้างข้าง ๆ นั้นอย่างสม่ำเสมอ...

...............

จนเรียนจบ เธอก็หันไปเอาดีทางด้านงานเขียน...
นางเอกเป็นนักเขียนที่บังเอิญมีสำนวนเขียนใกล้เคียงกับนักเขียนรุ่นพี่(รุ่นแม่?)ท่านหนึ่ง
จึงได้รับการติดต่อให้เป็นนักเขียนเงาให้นักเขียนท่านนั้น
โดยอ้างเหตุผลทางสุขภาพ...
ด้วยนักเขียนรายนั้นมีผู้อ่านติดตามเยอะ แม้จะป่วย เธอก็หยุดเขียนไม่ได้

นางเอกจึงเป็นนักเขียนเงาให้เธอมานานนับปี

.............

และแล้ว...วันหนึ่งคนที่เธอรอคอยก็กลับมาจริง ๆ

จากนั้นก็ตามเรื่องย่อ ๆ ข้างบนนั่นเลยค่ะ...
ถึงได้บอกไงคะว่าพล็อตเขาซับซ้อนใช้ได้...ตอนท้ายมีการหักมุมที่คนอ่านคาดไม่ถึงอีกต่างหาก
เล่าไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวสปอยล์

แต่จุดนี้ต้องขอชมคนแต่งล่ะค่ะว่า...เข้าใจคิด
เข้าใจวางพล็อต สร้างปมแล้วคลี่คลายได้ครบถ้วน
มีจุดที่เร้าความสนใจใคร่รู้ให้คนอ่านต้องตามอ่านจนจบได้


แต่อีกด้านหนึ่ง...
ส่วนตัวยังรู้สึกว่า การดำเนินเรื่องบวกกับสำนวนภาษาค่อนข้างเวิ่นเว้อไปหน่อย
เหมือนกับพยายามจะให้หวานแต่มันหวานเลี่ยน ๆ
พยายามจะตลกแต่เป็นตลกคาเฟ่อ่ะ คือออกแนวเวอร์ ๆ โฉ่งฉ่าง ๆ

นิยายแบบนี้อาจจะเหมาะกับนักอ่านรุ่นเด็ก ๆ หน่อย
อ้อ...แต่เขาก็มีฉากเรทนิด ๆ อยู่นา...ให้เรท 15+ เอ้า...
บังเอิญคนอ่านคนนี้เกินวัยเด็กไปเยอะเลยอ่านไม่ค่อยอินเท่าไหร่ แหะ ๆ

อ่านจบแล้วเอามาเล่าต่อกันค่ะ
ก็ต้องเป็นกำลังใจให้นักเขียนหน้าใหม่ ๆ ให้พยายามต่อไปนะคะ

*ขอบคุณภาพปกและเรื่องย่อจากเว็บอมรินทร์ค่ะ













 

Create Date : 17 กันยายน 2555    
Last Update : 18 กันยายน 2555 10:43:19 น.
Counter : 2121 Pageviews.  

~ นิราศดวงเดือน โดย "รวิปรียา" ~





นิราศดวงเดือน
ผู้เขียน : รวิปรียา
ผู้พิมพ์ : สนพ.ดับเบิ้ลนายน์(พิมพ์ครั้งแรก ธ.ค. ๒๕๔๓)
๓๐๖ หน้า ราคา ๑๗๐ บาท


สั้น ๆ จากหน้าคำนำ:


นิราศดวงเดือน คือบทบันทึกการตามหาความฝันของเด็กสาว
ที่ยังอยู่ในวัยแสวงหา การเดินทางไปสู่หมู่บ้านกันดารในชนบท
เพื่อเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง
และค้นพบคำตอบของชีวิตที่ตนเองต้องการ



โปรยปกหลัง:

ความฝันของเธอ...
เป็นเหมือนแสงจันทร์ส่องสว่างอยู่กลางใจ
เพราะแสงจันทร์อันอบอุ่นละมุนตา...
ทำให้เธอมีแรงใจที่จะติดตามค้นหา
คำตอบในชีวิตที่ตัวเองต้องการ

แต่ใครจะคิดนะว่า...
การเดินทางที่มีแสงจันทร์ส่องนำทางครั้งนี้
จะทำให้เธอได้พบทั้งความรัก...และความฝัน
ที่กลายเป็นแสงสว่างให้หัวใจเธอตลอดไป

นิราศดวงเดือน...
บันทึกการเดินทางของหัวใจ
เพื่อค้นหาสิ่งที่ขาดหายไปของชีวิต






หลังอ่าน...

นิยายรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ ของนักเขียนนามไม่คุ้น
ด้วยออกผลงานมาแค่ ๑-๒ เล่ม แล้วก็หายเงียบไป

เรื่องย่อค่อนข้างยาก เพราะเป็นเรื่องเล่าของหนุ่มสาวในยุคแสวงหา
ที่ผู้เขียนจะเน้นนำเสนอธีมเป็นหลัก
และเป็นเรื่องเล่าผ่านมุมมองของนางเอก โดยใช้สรรพนามบุรุษที่ ๑
จึงเป็นเหมือนบทบันทึกส่วนตัวมากกว่า

แต่ก็จะพยายามย่นย่อพอเข้าใจนะคะ

นางเอกเป็นนักศึกษาสาขาพัฒนาชุมชนที่ต้องเดินทางไปฝึกงานในหมู่บ้านชนบทแถบอีสาน
เธอจับฉลากได้หมู่บ้านโนนอีเกิ้ง(อันเป็นที่มาแห่งชื่อนิยายทีเหมือนจะโรแมนติกเล่มนี้นี่เอง...
คำว่าอีเกิ้งเป็นภาษาอีสาน หมายถึงพระจันทร์)

เธอรู้สึกว่าเธอโชคดี เพราะช่วงที่ต้องมาเก็บข้อมูลเมื่อปิดภาคเรียนก่อน เธอก็ได้มาที่หมู่บ้านนี้
ได้รู้จักคุ้นเคยกับชาวบ้านเป็นอันดีอยู่แล้ว...

เมื่อกลับมาครั้งนี้ เธอจะต้องพักอยู่ที่นี่ถึงสองเดือนเต็ม ๆ
ด้วยพลังกายพลังใจที่มุ่งมั่น
เธอคาดหวังว่าเธอจะสามารถทำงานเพื่อ"พัฒนา"ชุมชนได้อย่างเต็มที่
สมกับที่ได้ร่ำเรียนมา

แต่เพียงวันแรกที่กลับมาที่นี่...แม้จะยังได้รับการต้อนรับอย่างเป็นมิตรและอบอุ่นเช่นเดิม...
แต่เธอก็ได้พบว่า...หมู่บ้านโนนอีเกิ้งได้เปลี่ยนแปลงไปมากมายเหลือเกิน...

เพราะค่านิยมทางวัตถุและการพนันรุกคืบเจ้ามาในหมู่บ้าน

เธอได้พบกับนายดิน ผู้ที่บอกกับเธอว่าเขาเป็นนักศึกษาแพทย์ที่เข้ามาเซอร์เวย์ค่าย
ด้วยท่าทียียวนกวนประสาทกับความสนิทสนมที่เขามีต่อเด็ก ๆ
ทำให้เธอรู้สึกหมั่นไส้ แต่อะไรบางอย่างในท่าทางของเขาก็ทำให้เธอรู้สึกไว้ใจเขาง่าย ๆ

เขาเข้ามาใกล้ชิดพัวพัน และให้ความช่วยเหลือเธอทุกอย่าง
คอยปลุกปลอบให้กำลังใจยามที่เห็นเธอทดท้อต่อปัญหาและอุปสรรค
ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนจึงค่อย ๆ พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดูเหมือนว่าการมาฝึกงานของเธอครั้งนี้ จะทำให้เธอได้พบกับผลพลอยได้เป็นความรักที่อ่อนหวาน อบอุ่น...
ถ้าไม่เพียงแต่...ในภาวะที่สิ้นหวังจากความล้มเหลวของโครงการที่เธอตั้งใจทำ...
เธอกลับได้รับรู้ถึงเบื้องหลังที่คาดไม่ถึงของเขา...

เธอจะจัดการอย่างไรกับความรู้สึกเหมือนถูกหลอกครั้งนี้...?





นิยายน้ำดีอีกเล่มที่อยากนำเสนอมาก
มีประเด็นทางสังคมให้ขบคิด มีสาระแห่งชีวิตให้ติดตาม
และมีกลิ่นอายที่บริสุทธิ์ของธรรมชาติในชนบทที่แสงสีและเทคโนโลยียังเข้าไม่ถึง
ทั้งด้วยสำนวนภาษาที่ลื่นไหลและการดำเนินเรื่องที่น่าสนใจ
กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของคนอ่านให้ต้องอ่านไปเรื่อย ๆ
ไม่จบก็ไม่อยากวาง...

เรื่องราวที่ดูเหมือนจะหนักและชวนเครียด...
แต่ผู้เขียนเขาก็แทรกบทกุ๊กกิ๊ก แง่งอนของพระ-นางไว้อย่างน่ารัก ถูกจังหวะจะโคน
ทำให้เรื่องราวนุ่มนวลลง มีความอ่อนหวาน
และรสชาติของนิยายรักเข้ามาเจือให้ชุ่มชื่นหัวใจบ้าง

นอกจากคู่พระ-นางที่เป็นเด็กหนุ่มสาวในวัยแสวงหากับความหวังความฝัน
และความรักที่สดใสแล้ว
ยังมีเรื่องราวความรักแบบนุ่ม ๆ เย็น ๆ ของคู่รองอย่างพี่หลิน-พัฒนากรสาว
กับน้าจอม-ผู้นำหมู่บ้านหัวก้าวหน้า
ผู้ทีนางเอกเรียกว่า"สุภาพบุรุษแห่งโนนอีเกิ้ง"(ซึ่งคู่นี้น่าจะป็นคู่เอกเสียด้วยซ้ำ)
ท่ามกลางปัญหาและความขัดแย้งแบบบ้าน ๆ ในหมู่บ้านห่างไกล...

ที่คนอ่านบ้านนอกอย่างจขบ.อ่านแล้วค่อนข้างอินทีเดียว

จุดที่ชอบมาก ๆ อีกจุดหนึ่งในนิยายเรื่องนี้ก็คือการใช้ภาษา
การใช้สัญลักษณ์เปรียบเปรย

เช่นบทสนทนาตอนหนึ่งระหว่างพระเอกกับนางเอก...

"ชีวิตคนเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับอะไรเพียงอย่างเดียวหรอก...
ความสำเร็จมันไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเมื่อเราทำงานครั้งแรก...
ก้าวแรกใคร ๆ ก็พลาดได้ ล้มได้ ..."

"ความฝันของฉันมันก็เหมือนกับพระจันทร์นั่นแหละ มันเคยยิ่งใหญ่เต็มฟ้า
แล้วก็ค่อย ๆ เลือนรางไปเรื่อย ๆ จนเหลือแค่เศษเสี้ยวเล็ก ๆ
และในที่สุดก็จะหายไปจากท้องฟ้าอย่างคืนนี้"

........

"แล้วบุ้งไม่คิดจะแหงนหน้ามองพระจันทร์ในคืนพรุ่งนี้และคืนต่อ ๆ ไปบ้างหรือครับ
ไม่คิดจะมองวันที่พระจันทร์ค่อย ๆ เกิดขึ้นใหม่ทีละเสี้ยวเล็ก ๆ
จนกระทั่งกลับมาสว่าง สุกใสเต็มฟ้าอีกครั้งบ้างเลยหรือ....
ทำไมบุ้งไม่ให้โอกาสตัวเองเริ่มใหม่อีกสักครั้ง..."



อ่านแล้วรู้สึกดีนะ...มันให้ความหวังและกำลังใจ
พร้อม ๆ กับการสะกิดเตือนให้ยอมรับความเป็นจริงของสรรพสิ่งว่า...
ใช่จะมีเพียงด้านเดียว

อ่านจบไปสด ๆ ร้อน ๆ เลยรีบมาชวนอ่านต่อค่ะ
ไม่งั้นเดี๋ยวลืมอารมณ์ที่อยากเล่าไปเสียก่อน












 

Create Date : 12 กันยายน 2555    
Last Update : 13 กันยายน 2555 12:51:02 น.
Counter : 1666 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 166 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~

~ตะวันไม่มีวันตกดิน/อาสดา~

~มณีแห่งนิรันดร์/อสิตา~

~มงกุฏอัคคี/อสิตา~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.