“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

~ 'ซุ้มสะบันงา' : นิยายชีวิตที่ให้แง่คิดสมจริง โดย "โบตั๋น" ~





ซุ้มสะบันงา
ผู้เขียน : โบตั๋น
ผู้พิมพ์ : สุวีริยาสาส์น(พิมพ์ครั้งแรก/๒๕๔๐)
๕๘๑ หน้า,ราคา ๒๐๐ บาท


เรื่องราวโดยย่อ :


แก้วกุดั่น ผู้อำนวยการโรงเรียนประจำจังหวัดเล็กๆ แห่งหนึ่ง เลิกรากับพลตรีคชา
เพราะเบื่อหน่ายในความเจ้าชู้ของเขา
เธอต้องดูแลลูกหญิงชายวัยรุ่นสองคน และมารดาชราที่ป่วยเป็นมะเร็ง

รวมถึงครอบครัวสามแม่ลูก ที่มารดาของเธอรับอุปการะไว้
แม้ว่าคนแม่นั้นจะเคยแอบมีสัมพันธ์กับสามีเธอมาก่อน
แถมลูกชายวัยรุ่นของเจ้าหล่อนก็เกกมะเหรกเกเรเหลือร้าย

ต่อมา พี่ชายและพี่สะใภ้ของเธอก็ประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตทั้งคู่
ทิ้งลูกชายหญิงวัยรุ่นไว้ในความดูแลของเธออีกสามคน...

ดูเหมือนว่าปัญหาต่าง ๆ จะถาโถมเข้าหาเธอในช่วงเวลาเดียวกัน
เธอต้องทำตัวเป็นซุ้มไม้ให้ผู้คนในความปกครองพักพิงอาศัย...

แต่ในฐานะแม่ม่าย...อย่างดีที่สุดเธอก็คงเป็นได้เพียง"ซุ้มสะบันงา"






หลังอ่าน...
นิยายชีวิตหนักแต่สมจริงค่ะ
หยิบลงมาอ่านเพราะส่วนตัวกำลังมีปัญหาชีวิตบางประการ
คาดหวังว่าการได้รับรู้ปัญหาชีวิตของผู้อื่นที่อาจจะหนักหนากว่า
คงจะทำให้ความรู้สึกหน่วง ๆ ในใจคลี่คลายลงบ้าง...
(ประมาณว่าหาเพื่อนร่วมทุกข์...ว่างั้นเถอะ)

ได้ผลค่ะ...
แม้ปัญหาจะยังคงมีอยู่ แต่ความรู้สึกอึดอัด ๆ มันผ่อนปรนลงได้จริง ๆ
ได้เห็นแง่มุมที่แตกต่างของปัญหา การตั้งรับและการแก้ไข

เหตุผลอีกอย่างคือ...
เล่มนี้อ่านตามแม่ค่ะ แม่เค้าอ่านแล้วบอกว่าสนุกดี ก็เลยอ่านมั่ง

................

คำว่า"สะบันงา"เป็นภาษาเหนือค่ะ หมายถึงดอกกระดังงานั่นเอง
ผู้เขียนตั้งชื่อนิยายได้งดงามและความหมายลึกซึ้ง ตรงตามคอนเซ็ปต์ของเรื่องมาก

นางเอกเป็นแม่ม่ายที่มีความมั่นคงทั้งภายนอกภายในค่อนข้างสูง
กระนั้น...เมื่อปัญหาประดามีประเดประดังเข้ามาในคราเดียว
ก็ทำให้เธออ่อนล้าโรยแรงไปได้เหมือนกัน

ตัวละครค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะบรรดาวัยแรกรุ่นทั้งหลาย...
ซึ่งก็เฉลี่ยบทบาทในเรื่องเกือบจะพอ ๆ กัน
ตัวละครแต่ละตัวจะมีบุคลิกลักษณะจำเพาะของตัวเองที่ชัดเจน...
ซึ่งก็เป็นไปตามสภาวะแวดล้อม และการอบรมเลี้ยงดูของแต่ละคน
ทำให้คนอ่านอ่านไป ทำความรู้จักไปทีละตัวได้อย่างไม่สับสนนัก

อีกทั้งการดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างกระชับฉับไว
ตัดฉากสลับไปมาเหมือนบทละคร แต่ก็มีการเชื่อมโยงได้ต่อเนื่อง และแนบเนียนดี
ทำให้อ่านได้ไหลลื่น
มีจุดให้ตื่นเต้น เร้าความสนใจใคร่รู้เป็นพัก ๆ
มีมุมของความซาบซึ้ง กับความสัมพันธ์ฉันเครือญาติ ฉันมิตรสหาย
ฉันพี่น้องของตัวละครให้รู้สึกดื่มด่ำอยู่หลายตอน
มีมุกดราม่าน้ำเน่าอยู่พอเป็นกระสาย...
ผ่านการใช้ชีวิตของตัวละครที่เป็นธรรมชาติ
มีความเป็นปุถุชนคนธรรมดาที่เราสามารถจับต้องได้
พบพานได้ในส่วนต่าง ๆ ของสังคมรอบตัวเรา

นิยายของ"โบตั๋น" ทุกเรื่องเป็นที่คาดหวังได้ถึงแง่คิดมุมมอง
ต่อการดำเนินชีวิตที่สมจริงและเป็นรูปธรรม
ผู้อ่านสามารถคิด คล้อยตาม กระทั่งหยิบยกไปประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงของตัวเองได้อีกด้วย
และเหมาะสมกับคนทุกเพศทุกวัยอีกต่างหาก...

มีเรื่องราวของการต่อสู้ดิ้นรนในเหตุที่สมควร....
หลีกเลี่ยงกรรมอันเป็นอกุศล
และปลดปลงปล่อยวางในความเป็นไปของสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่อาจจะควบคุมหรือบังคับบัญชาได้
........

นั่นเองคือวิถีทางแห่งการดำเนินชีวิตที่เรียนรู้ได้ผ่านนิยายเรื่องนี้...

จึงหยิบมาเล่าขาน ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ





ขออนุญาตมาเพิ่มเติมบางประเด็นที่ติดใจ ฉุกใจและชอบใจ
ในนิยายเรื่องนี้ที่เมื่อวานลืมพูดถึงหน่อยค่ะ...(ซึ่งอาจจะสปอยล์)

คือ...ตัวละครสำคัญ ๆ ในเรื่องนี้จะเกี่ยวดองเป็นญาติกันเกือบจะทั้งหมด
อย่างโกเมนกับจันจลา ลูก ๆ ของแก้วกุดั่นก็จะเป็นลูกพี่ลูกน้องกับ เอก เอียด อ่อน ซึ่งเป็นลูก ๆ ของพี่ชายแก้วกุดั่น

แต่ผู้เขียนก็เขียนให้โกเมนหลงรักอ่อน...
ถึงขั้นที่แก้วกุดั่นเกิดความกังวลใจเมื่อรู้ว่าอ่อนมีอาการตกเลือด
เพราะแอบไปทำแท้งที่คลินิกทำแท้งเถื่อน
ที่ฉุกใจเพราะว่าความกังวลของแก้วกุดั่นนั้นไม่ใช่ประเด็นที่ว่าทั้งสองคนเป็นญาติสนิทกัน
คงไม่เหมาะนักหากจะมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว...
กลับไพล่ไปกังวลว่า...เธอคงทำใจลำบากหากจะต้องยอมรับอ่อนในฐานะสะใภ้
เพราะความประพฤติที่เหลวแหลกของเจ้าหล่อน

กับกรณีของจันจลา เด็กสาวหนอนหนังสือที่หลงรักเอก...พี่ชายคนโตของบ้านนั้นอีก...
(ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะไม่ได้ลงเอยกัน และให้พระเอกตัวจริงอนุมานเอาว่าความรู้สึกของจันจลานั้นเป็นเพียงความคิดเพ้อฝันของเด็กสาว ๆ เท่านั้น...บลา บลา บลา...)

แต่ตัวเองก็อ่านไปงงไปเล็กน้อยกับวิธีคิดของผู้เขียน
หรือคนทั่วไปเขาไม่ถือ...ที่ญาติสนิทที่น่าจะเป็นพี่เป็นนน้องกันจะมาหลงรักกันเอง..?

อีกประเด็นหนึ่งที่กะจะพูดถึงแล้วลืมเลือนไปก็คือเรื่องของวัฒนธรรมการกอด...
ขอยกคำพูดของแก้วกุดั่นมาทั้งกระบิเลยแล้วกัน...

(ตอนนี้เป็นตอนที่จันจลาโถมเข้ากอดเอกแล้วโดนแม่เรียกมาเตือน)

"แม่ไม่ได้คิดมาก แต่ขนบธรรมเนียมของไทยเราไม่ได้ใกล้ชิดถึงเนื้อถึงตัวกันแบบนี้ จันอาจจะดูโทรทัศน์ ดูละครสมัยใหม่ดูหนังฝรั่งถึงได้เห็นว่าพ่อ พี่ชายกอดน้องสาว ริง ๆ แล้วสำหรับคนเอเซีย คนเมืองร้อนเราไม่ถูกเนื้อต้องตัวกันแบบนี้ ความรักฉันญาติของคนเอเซียน่ะต้องการความเยือกเย็น ไม่ใช่ความอบอุ่นแบบฝรั่งเมืองหนาว...รักษาขนบธรรมเนียมไทยไว้หน่อยก็ไม่เสียหาย พบกันก็ยกมือไหว้..."
อ่านแล้วก็อือม์...นะ ค่อนข้างตรงใจ ชอบ...

แหะ ๆ มาต่อเสียยาวเฟื้อย เรียกว่าอ่านจบไปแล้วแต่ยังอินไม่เสร็จ...










 

Create Date : 26 มีนาคม 2556    
Last Update : 27 มีนาคม 2556 11:10:31 น.
Counter : 3266 Pageviews.  

~ตามกระแสละครออนทีวี อ่าน... 'แผนร้ายพ่ายรัก' โดย 'ปิ่นปินัทธ์' ~





'แผนร้ายพ่ายรัก'
ผู้เขียน : ปิ่นปินัทธ์
ผู้พิมพ์ : พิมพ์คำ(ครั้งแรก / ม.ค. ๒๕๕๔)
๔๔๐ หน้า ราคา ๒๕๐ บาท

...นิยายขำ ๆ ฮา ๆ แฝงสาระว่าด้วยศาสตร์ของการเลี้ยงหมู...!!!



เรื่องย่อ (จากปกหลัง):


"รัก" สำหรับใครหลายคนอาจเป็นเรื่องแสนหวาน โรแมนติก ชวนฝัน
เป็นชะตาฟ้าลิขิต ขีดให้คนสองคนมาคู่กัน

แต่สำหรับ "เขมมิก" แอร์โฮสเตสสาวสวยแสนซ่า ขาวีนตัวแม่
รักแท้...ไม่มีอยู่จริง! หากจะมี...ก็แค่ในนิยายเท่านั้น!

และผู้ชาย...ไม่ว่าจะหน้าไหน เรื่องคิดวางหัวใจให้...
ไม่โง่ บ้า ก็ตาบอด!

หลังจากรับจ๊อบกะเทาะเปลือกผู้ชาย พิสูจน์รักแท้ให้เพื่อนสาวมากหน้า
เรื่องแบบโชคชะตาฟ้าบันดาลก็ "เข้าตัว" จนได้
เมื่อ "นายใหญ่" มีใบสั่งให้เธอรับ "จ๊อบ" ครั้งสำคัญ
เขมมิกต้องทิ้งปีกนางฟ้า ลงมาคลุกดิน...ปนรำ
เพราะ "เป้าหมาย" ที่รอเธอไปพิสูจน์หัวใจ
เป็นหนุ่มล่ำหน้าเข้ม เจ้าของฟาร์มสุกร...บ้างาน มั่นคง ไม่วอกแวก

เรื่องกะเทาะหัวใจเขาไม่ใช่เรื่องเกินมือ
แต่เรื่องห้ามใจตัวเองนี่สิ...ที่ต้องคิดหนัก !






เรื่องย่อก็ตามข้างบนนั้นเลยค่ะ

(เพิ่มเติมอีกเล็กน้อยแล้วกัน)...

เขมมิกเข้าใจว่าเธอเคยสูญเสียความบริสุทธิ์แล้ว
ให้กับชายหนุ่มที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นคนหนึ่ง
เมื่อครั้งเธอยังเป็นนักศึกษาวัยรุ่นสาวเอ๊าะ
กำลังเรียนอยู่ต่างประเทศ... ห้าปีก่อน

ประกอบกับพ่อของเธอแยกทางกับมารดา
แล้วทิ้งภาระหนี้สินไว้ให้ก่อนตายจากไป...
ทำให้เขมมิกมีทัศนคติในด้านลบต่อผู้ชายกับความรัก...

เธอถูกภาคฑัณฑ์จากที่ทำงานด้วยความผิดที่เธอคิดว่าเธอไม่ผิด...
แต่เธอกำลังร้อนเงิน เพราะแม่ของเธอเครียดจนติดเหล้าและล้มป่วย…

เมื่อนายใหญ่คนหนึ่งเสนองานถนัดให้เธอทำ
พร้อมค่าจ้างสูงลิบเธอจึงตอบตกลงในทันใด...

งานนั้น ๆ ก็คือ เธอต้องไปป่วน สร้างความแตกแยกให้กับลูกชายของนายกับคนรัก...
และต้องพยายามดึงตัวเขาให้กลับมาสนใจธุรกิจการบินของครอบครัวให้ได้...

งานนี้คงไม่ยากสำหรับเขมมิก...
ถ้าบังเอิญเธอจะไม่จำได้ว่า..
เป้าหมายของเธองานนี้เป็นคนคนเดียวกับที่(เธอเข้าใจว่า)
ได้พรากพรหมจรรย์ของเธอไปเมื่อห้าปีก่อน...


....................


ความรู้สึกหลังอ่าน...

สนุกค่ะ เรื่องราวทันสมัย มีมุกมีเกร็ดให้ขำและคิดอยู่ตลอด…

สำหรับนักเขียนคนนี้ เคยอ่านเล่มแรกของเธอ รักฤา...(อะไรสักอย่างจำไม่ได้)
เล่มนั้นหนามาก แถมบทเข้าพระเข้านางบรรยายซะเห็นภาพ...เลยอ่านไม่จบ
เล่มนี้กะจะไม่อ่านแล้ว...
แต่เห็นเรื่องย่อแล้วกำลังหานิยายให้มาแมทช์กับอีกสองเล่มอยู่เลยโป๊ะเชะ...

(เล่มนี้อ่านตอบโจทย์เล่นเกมเมื่อปีก่อน ใช้ตอบโจทย์ผูกธีมค่ะ
ตัวเองเลือกธีม"นางนกต่อ" โดยอ่านร่วมกับอีกสองเล่ม
คือเรื่อง'รักทรยศ'ของอิสย่าห์กับ'แผนรักลวงใจ'ของพิมพิสุทธ์ค่ะ)


อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อ่านเล่มก่อนนั้นไม่จบเพราะว่า...
อ่านไปได้สักครึ่งเล่มแล้วก็ต้องทำหมายเหตุว่านิยายเล่มนั้น
เป็นนิยายไทยที่มีเชิงอรรถเยอะมากกกกก.......มากจนรำคาญ

แหะ ๆ ก็เข้าใจนะคะว่าผู้เขียนตั้งใจสอดแทรกสาระลงในนิยาย...
แต่เราอ่านหนังสืออ่านเล่นนะคะไม่ได้กำลังอ่านหนังสือวิชาการว่าด้วยการผลิตหมากฝรั่ง

ในเล่มนี้ก็มีเชิงอรรถเยอะเหมือนกัน(ส่วนใหญ่ว่าด้วยศาสตร์การเลี้ยงหมู)
แต่เมื่อเทียบกับเล่มแรกแล้วน้อยลงไป
และบทโรแมนซ์โจ๋งครึ่มก็ลดดีกรีลงประมาณหนึ่ง
ไม่ยัดเยียดเปิดเปลือยจนเกินไป...

จะติดอยู่นิดเดียวก็เรื่องความสมเหตุสมผลของเรื่องราวนั่นแหละค่ะ...
ก็อ่ะนะ นิยายอะ จะเอาอะไรมากมาย...

ไม่ชอบพระเอกกั๊ก ๆ ด้วยแหละ...กับยายน้ำหวานน่ะ
ทำตัวไม่ชัดเจนเอง เขาก็มีความหวังสิ...
ไม่ชอบผู้ชายแบบนี้ค่ะ


สำนวนภาษาคนเขียนเรียกว่าใช้ได้ทีเดียวค่ะ อ่านได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด

แต่ที่ชวนให้รำคาญกลับเป็นเสียงในฟิล์มตอนตัวละครแหลงใต้น่ะค่ะ...
อ่านยากมากพานให้อ่านข้าม ๆ ไปเสียมั่ง

แต่โดยรวมก็โอเคในระดับหนึ่งค่ะ

เห็นว่านิยายเรื่องนี้กำลังถูกสร้างเป็นละครทีวี
มาถึงวันนี้ก็กำลังจะออนแอร์อยู่รอมร่อ...
บอกตามตรงว่าฟิล์มไม่ใช่พิแสงในความรู้สึกของเราเลย แม้จะชื่นชอบน้องแมทท์อยู่บ้าง
เลยกะว่าคงไม่ดูละ...
หยิบหนังสือมามาอ่านรีรันอีกรอบแล้วบอกต่อนี่แหละค่ะ










 

Create Date : 18 มีนาคม 2556    
Last Update : 18 มีนาคม 2556 15:34:51 น.
Counter : 1966 Pageviews.  

~ หวานรักในลมร้อน : นิยายรักเบา ๆ พลิ้ว ๆ อ่านชิล ๆ เพลิน ๆ โดย "แสนดี" ~





หวานรักในลมร้อน
ผู้เขียน : แสนดี
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(อุ่นไอรัก)
๓๑๑ หน้า ราคา ๒๒๕ บาท



โปรยปก:


เมื่อลมร้อนกลายเป็นลมรัก หัวใจสองดวงจึงทอถักเป็นรักหวาน

ถ้าเปรียบชีวิตเป็นหนังรัก แสนดีมั่นใจว่าเขาเป็นพระเอก
แต่จู่ๆ ตัวประกอบนิสัยแปลก กลับขโมยซีนไปเสียนี่

แสนดี ลูกชายคนเล็กของค่ายหนังยักษ์ใหญ่ ทำตัวเป็นลูกคนมีเงินครบสูตร
เจ้าชู้ เอาแต่ใจ ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ใช้เงินซื้อทุกอย่าง
ขณะเดียวกันก็เปี่ยมด้วยเสน่ห์และน่าหมั่นไส้

กลางเมษา หญิงสาวเจ้าของดวงตาพูดได้ รักอิสระ เป็นตัวของตัวเองสูง
ติดดิน มีมุมมองชีวิตไม่ซ้ำใคร ตรงไปตรงมา
ใครอยู่ด้วยก็สบายใจ ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งหลงรัก


เมื่อคนสองคนที่ต่างกันสุดขั้ว มีเหตุให้ต้องมาใช้ชีวิตด้วยกัน
ภายใต้แสงแดดอันแผดกล้าและความแห้งแล้งบนแผ่นดินอีสาน
พวกเขาจะรับมือกันอย่างไร หัวใจใครจะตกเป็นของใครก่อน
และหน้าร้อนปีนี้ จะเป็น 'ร้อนร้าย' หรือ 'ร้อนรัก'







อีกเล่มจากนักเขียนนามปากกาไม่คุ้นเคยที่อ่านสนุกและเพลิดเพลินเกินคาด!

เล่าเรื่องย่อ ๆ (ต่อจากปกหลัง)นิดหน่อย...

แสนดีพยายามที่จะเขียนบทหนังให้กับบริษัทของพ่อตัวเอง
แต่เขียนยังไง ๆ ก็ไม่เคยเข้าตาพ่อกับพี่ชาย
ความเป็นคนเอาแต่ใจ ทำให้เขาคิดว่าพ่อกับพี่อคติและไม่ยอมรับในตัวเขา

เพื่อนจึงแนะนำให้เขามีคนรัก
เผื่อจะได้เข้าใจความรักที่นอกเหนือจากเรื่องบนเตียงเพียงอย่างเดียว

แล้วเขาก็ได้พบกับคนที่เป็นสเป็กของเขา...ปิยมน...
เขาจีบเธอได้สำเร็จจนตกลงคบหากัน...
แต่กระนั้น เขาก็ยังรู้สึกว่า มันเป็นเพียงความเหมาะสมคู่ควร...
บางสิ่งบางอย่างมันขาดหายไป...
ที่สำคัญ ปิยมนไม่สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเขียนบทหนังรักดี ๆ ได้

จู่ ๆ วันหนึ่ง เขาก็ได้พบกับเพื่อนเก่าสมัยม.ปลายที่เขาเกือบจะลืมเลือนไปแล้วอย่างกลางเมษา
หญิงสาวที่มีชื่อเล่นแปลก ๆ ว่า"เก้" ซ้ำยังมีทัศนคติและวิธีคิดที่ออกจะเพี้ยน ๆ ในความรู้สึกของเขา...
แต่ความเพี้ยนของเธอนี่เองที่จับใจเขาอย่างประหลาด
จนต้องสืบเสาะหาเบื้องหลังและความเป็นไปในชีวิตของเธอ
ในช่วงเวลาที่ไม่ได้พบปะเจอะเจอกันร่วมสิบปี...

และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดึงดูดให้เขาเฝ้าแต่วนเวียนไปคลุกคลีใกล้ชิด
กลายเป็นเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อในเวลาต่อมา...

แต่เขาจะจัดการอย่างไรกับความสัมพันธ์อันคาราคาซังกับคนรักอย่างปิยมนล่ะ...?







ข้างบนนี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของเรื่องราวเองค่ะ...
อยากจะเล่าเยอะ ๆ อยู่เพราะอ่านแล้วค่อนข้างชอบทีเดียว

แต่ก็เกรงว่าจะเผลอไปสปอยล์เนื้อหาเขาหมด...

ที่ชื่นชอบและชื่นชมก็คือวิธีเล่าเรื่องกับการสร้างสรรค์ตัวละครได้มีเสน่ห์ เท่และเก๋ไก๋มาก
โดยเรื่องนี้ค่อนข้างสลับบทบาทกันระหว่างพระเอก - นางเอก

โดยให้พระเอกอย่างแสนดีเป็นลูกคนรวยที่งี่เง่า ๆ เอาแต่ใจ
เหลาะแหละโลเล เจ้าสำราญ ติดหรูรักสบาย...
บางอารมณ์ เหมือนเด็กไม่รู้จักโต

ในขณะที่นางเอกอย่างกลางเมษากลับเป็นคนตรงไปตรงมา
เก่ง ฉลาดและทันคน แถมมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่เต็มเปี่ยม...

แล้วให้การดำเนินเรื่องเป็นไปโดยผ่านมุมมองของฝั่งพระเอกเสียเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งส่วนตัวคิดว่าค่อนข้างแปลก(แต่เท่อะ)สำหรับนักเขียนหญิง...
โดยเฉพาะนักเขียนรุ่นใหม่...

ซึ่งเธอก็ทำได้ดีเสียด้วย ทำให้เรามองเห็นภาพพระเอกที่ห่าม ๆ กวน ๆ ชวนจิกกัด ปากร้าย...
แล้วก็ฟอร์มจัดอีกต่างหาก

ตัวละครที่ชอบที่สุดในเรื่องนี้เป็นนางเอกค่ะ...เธอเก่ง เก๋และเท่มากกกกก...
ตอนที่เจอกับพระเอกเธอเข้าไปทักเขาก่อน...
เขามีท่าทีเหมือนจะจำเธอไม่ได้ โดยโยงไปถึงเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย
ซึ่งเป็นคนละกลุ่ม
เมื่อเขาขอเบอร์โทรศัพท์เธอก็ปฏิเสธหน้าตาเฉย ด้วยประโยคง่าย ๆ ว่า...

"อย่าเลย เธอก็แค่ตื่นเต้นนิดๆ หน่อยๆ ที่เจอเรา
แต่คงจะไม่ได้เจอหรือติดต่ออะไรกันแล้วละ
อีกไม่นานก็ลืม ๆ กันไป เราเองก็เหมือนกัน"


เล่นเอาแสนดีตาค้าง...

หากเมื่อมาเจอกันอีกครั้งหลังจากนั้นไม่นาน
เขาทวงถามเรื่องเบอร์โทรศัพท์ แล้วต่อว่าเธอว่า...

"ทำไมเธอเสียมารยาท...เป็นคนไร้มนุษยสัมพันธ์แบบนี้ละ...
หรือโกรธที่เราจำเธอไม่ได้"


หญิงสาวตอบเสียงราบเรียบว่า

"เรายอมรับว่าเป็นคนไม่มีมารยาท และไม่มีมนุษยสัมพันธ์
แต่เราไม่ได้โกรธเธอ...เราสองคนเป็นแค่เพื่อนร่วมห้องที่คุยกันไม่ถึงห้าสิบคำ
ชีวิตอยู่คนละเส้นทาง มีหรือไม่มี มันก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นหรือแย่ลง
ขอโทษนะที่เราพูดตรง ๆ แต่เราคิดแบบนี้จริง ๆ "
.......
"......เราแค่ทำในสิ่งที่หลายคนคิด แต่ไม่กล้าทำก็เท่านั้นเอง
เมมชื่อลงไปก็เปลืองพื้นที่เปล่า ๆ เพราะมันจะไม่มีวันถูกใช้"


เอากะหล่อนสิ...

นางเอกเป็นนักออกแบบตกแต่งภายใน(เท่ได้อีก...)
แต่มีงานนอกเวลาเป็นอาสาสมัครดูแลหมาแมวจรจัด
รวมถึงสัตว์เลี้ยงสุดโปรดของเธออย่างช้าง...

ในเรื่องจึงมีฉากที่พระเอก(ที่คอยตามตอแยนางเอกโดยไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองติดใจความแปลกของเจ้าหล่อนเข้าแล้ว)
ต้องไปช่วยนางเอกเลี้ยงช้างที่สุรินทร์ด้วย
ซึ่งเรื่องราวก็ดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติและสมเหตุสมผล...
ทำให้เรื่องราวมีน้ำหนักและสมจริง

เรื่องนี้ไม่มีตัวร้ายค่ะ มีแต่ปมขัดแย้งนิดๆ หน่อย ๆ
ชอบนิยายแบบนี้แฮะ ไม่ใช่โลกสวย แต่มันรู้สึกถึงความเป็นไปได้ในชีวิตจริง

ดังประโยคหนึ่งที่เขาโปรยไว้ต้นบทแรกว่า...

"โลกนี้ไม่มีใครเพอร์เฟ็กต์หรอก
ทุกคนต่างมีข้อเสียด้วยกันทั้งหมดนั่นแหละ"



อ่านแล้วก็...อือม์นะ

สำนวนภาษาก็ลื่นไหลทั้งบทบรรยายและบทสนทนา...
ยกตัวอย่างตอนที่ชอบ ๆ สักนิด ๆ หน่อย ๆ

"เอาละ เรามาคุยแบบผู้ใหญ่กันนะดี...
การที่ดีให้ความสำคัญกับเพื่อนผู้หญิงมากกว่าแฟน
นอกจากจะทำให้แฟนไม่สบายใจแล้ว
อาจทำให้เพื่อนกับแฟนผิดใจกันได้ เคยคิดเรื่องนี้หรือเปล่า"

"ไม่ผิดใจหรอกน่า พิงค์เขาเข้าใจ" เขายังมีท่าทีสบาย ๆ
มองออกไปยังท้องทุ่งหญ้าที่ต้นหญ้ากำลังเอนตัวล้อลมอยู่ไหว ๆ

"อย่าพูดเอาแต่ได้ อย่าคิดไปเอง การที่เขาไม่พูด
ไม่ได้หมายความว่าเขาเข้าใจแล้วก็ยอมรับได้นะ"

"แล้วจะให้ทำไงละ" คราวนี้เขาสบตาหล่อนตรง ๆ

"เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ยังไม่รู้อีกเหรอ" กลางเมษาครวญอย่างไม่อยากเชื่อ"เชื่อเขาเลย อะไรเนี่ย"

"เธอรู้ก็บอกมาสิ"

"ไม่ต้องมาหามาวุ่นวายกับเพื่อน แล้วให้เวลาให้ความใส่ใจแฟนมากกว่านี้ไง...
ง่าย ๆ แค่เนี้ย ทำได้มั้ย"หญิงสาวร้องถามเสียงสูง

"ทำได้ก็ทำไปนานแล้ว ไม่มายืนให้ไล่ปาว ๆ แบบนี้หรอก"

เขาโต้กลับเสียงเรียบ ทว่าแววตาแสนจะจริงจัง

"คิดว่าอยากมาหาเธอนักเหรอไง แต่มันห้ามใจไม่ได้
รู้ทั้งรู้ว่าทำแบบนี้อาจจะเสียเพื่อน แต่มัน...ก็อยากมาหา
มาเห็นหน้า มาเห็นยิ้มอะ เข้าใจปะ"



.............


ตอนแรกบอกตามตรงว่ามีจุดที่ลังเลเล็กน้อยที่จะหยิบชึ้นมาอ่าน
นั่นก็คือการที่คนเขียนใช้ชื่อตัวเอกชื่อเดียวกับนามปากกาที่ตัวเองใช้

เพราะส่วนตัวค่อนข้างมีอคติต่อการแต่งนิยายโดยเอาตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว

แต่เรื่องนี้กลายเป็นข้อยกเว้นค่ะ หลังจากได้อ่านพรีวิวจากหน้ารองปก
ก็รู้สึกว่า...อ๊ะ น่าสนใจ ๆ
เหมือนจะเป็นแนวเพื่อนรัก-รักเพื่อนอีกเล่มแล้ว เข้าทาง ๆ
กะจะอ่านเล่น ๆ แต่ปรากฏว่าพอเริ่มอ่านก็เพลินจนเผลออ่านรวดเดียวจบแบบชิล ๆ

ชวนอ่าน ชวนสนับสนุนนักเขียนใหม่ ๆ ฝีมือมีแววพัฒนากันค่ะ
พวกเขาจะได้มีกำลังใจรังสรรค์งานดี ๆ ให้กับพวกเราไงเนาะ














 

Create Date : 11 มีนาคม 2556    
Last Update : 11 มีนาคม 2556 15:49:07 น.
Counter : 2645 Pageviews.  

~ 'คลินิกหัวใจกลางสายหมอก' โดย ณ มน ~





คลินิกหัวใจกลางสายหมอก
ผู้เขียน : 'ณ มน'
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(พิมพ์ครั้งแรก / ม.ค. '๕๖)
๒๖๑ หน้า ราคา ๒๐๐ บาท


เรื่องย่อ ๆ (จากโปรยปก) :


จากคิดพาหัวใจมารักษาอาการอกหัก แต่เธอกลับพ่ายรักให้คนใส่แว่นยิ้มสวยเข้าจนได้

'มทินา' หอบเอาหัวใจช้ำๆ ที่ถูกความรักทำร้ายออกเดินทางไกลไปยังเมืองหมอกสามฤดู
หญิงสาวหวังว่าการได้เปลี่ยนบรรยากาศและได้พบเจอกับผู้คนใหม่ๆ
จะช่วยเยียวยาให้หัวใจของเธอหายดี

ทว่าออกเดินทางไม่ทันไร หัวใจก็เจอกับบททดสอบเข้าเสียแล้ว
เมื่อเธอเผลอไปซบไหล่ของคนข้างๆ มาตลอดทาง
ซ้ำยังต้องเดือดร้อนให้เขาช่วยเหลือเรื่องที่พักและอีกหลายๆ เรื่อง
ยามที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้

หญิงสาวบอกกับตนเองว่าแม้ 'อาศิส' คุณหมอหนุ่มคนดังประจำอำเภอ
ที่คอยช่วยเหลือเธอจะแสนดีเพียงใดก็ตาม แต่ความเจ็บปวดหัวใจจากรักครั้งเก่า
ก็เป็นเหมือนเงาที่ทำให้เธอต้องคอยย้ำกับตนเองว่า
อย่าได้เผลอไปรู้สึกดีกับเขาอย่างเด็ดขาด

ซ้ำยังมีคนในอดีตอย่าง 'พิมพิดา' และ 'กรภู' ที่เคยทำร้ายหัวใจเธอ
ตามมาตอกย้ำรอยแผลและสร้างปัญหาหัวใจครั้งใหม่ถึงที่นี่

เมื่อหัวใจเคยบอบช้ำเพราะความรักจนมทินาหวาดกลัวที่จะเริ่มต้นรักครั้งใหม่
แล้วความจริงใจของหมออาศิสกับบรรยากาศอันสวยงามของเมืองหมอกสามฤดู
ที่อยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาแห่งนี้
จะทำให้ความรักสามารถกลับมาผลิดอกงอกงามในหัวใจของเธอได้อีกครั้งหรือไม่








โห...เรื่องย่อสนพ.เขาเป๊ะ ๆ และยาวจุใจดีจริง ๆ
และเรื่องราวเป็นไปตามนั้นเลยค่ะ

จะเห็นได้ว่า...พล็อตแสนจะสามัญธรรมดา ทั้งเรียบง่าย ทั้งดาษดื่น...

แต่...ขอบอกว่า คนเขียนเค้าเขียนได้น่ารักมาก
อ่านลื่นไหล รื่นรมย์ ด้วยวิธีเล่าเรื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป
แต่มีเสน่ห์ น่าติดตาม...

ไม่ว่าจะเป็นการบรรยายสถานที่ บรรยากาศ ตลอดถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร
เธอก็ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
อ่านแล้วสามารถจินตนาการตามแล้วก็อินไปกับเรื่องราว...

พระเอกเรื่องนี้เป็นคุณหมอที่น่ารัก แสนดี อบอุ่นเหลือเกิน...
แล้วก็รักนางเอกจริง ๆ จัง ๆ

มีฉากกุ๊กกิ๊ก น่ารัก ๆ เยอะอยู่
แต่เป็นแบบใส ๆ หวาน ๆ อ่านแล้วแทบละลายแทนนางเอก หุหุ

มีบทของตัวร้ายที่ร้ายได้ไม่เต็มที่นัก เพราะเล่นมุกน้ำเน่า ๆ
เลยถูกย้อนรอยเสียสะใจคนอ่าน แหะ ๆ


ก็พระเอกนางเอกเรื่องนี้เค้าไม่ง๊องแง๊งงี่เง่า...
แถมยังมีทัพเสริมอย่างคู่รอง
(ระหว่างสาวแกร่งอย่างพี่สาวนางเอกกับหนุ่มรุ่นน้อง เพื่อนสนิทของนางเอก)
ที่มีบทบาทสำคัญไม่น้อย...ชวนจิ้นได้อีก
(น่าจะต่อยอดเป็นนิยายได้อีกหนึ่งเรื่อง...)





ช่วงหลัง ๆ อาจจะอ่านแล้วเล่านิยายน้อยลง เพราะมัวหมกมุ่นอยู่กับซีรียส์เกาหลี...
แต่ก็ใช่ว่าจะทิ้งนิยายไปเสียเลยทีเดียว
เพราะยังมีกองดองต้องสะสางอยู่กองใหญ่ ๆ เหมือนกัน
แต่หลายต่อหลายเล่มที่หยิบขึ้นมาอ่าน
มันช่างมีกลิ่นอายของการ์ตูนญี่ปุ่นบ้าง ซีรียส์เกาหลีบ้าง ละครทีวีหลังข่าวบ้าง...
เจือปนอยู่ในพล็อต ในแคแร็คเตอร์ของตัวละคร กระทั่งในบทสนทนา...
ทำเอาหยิบแล้ววาง หยิบแล้ววาง...

บางเล่มที่พอมีเรื่องมีราวให้จับต้องได้บ้างก็กล้อม ๆ แกล้ม ๆ
ถู ๆ ไถ ๆ อ่านให้จบไป(เพราะเสียดายต้นไม้!)
แต่บางเล่มที่ไม่ไหวจะเคลียร์จริง ๆ ก็ต้องวางไปครึ่ง ๆ กลาง ๆ ...

แต่เล่มนี้อ่านได้รวดเดียวจบค่ะ ไม่ได้กลิ่นวาซาบิหรือกลิ่นกิมจิเจือปนแม้แต่น้อย
มีแต่ละอองหมอกและไอหนาว กับบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติของเมืองสามหมอก
ที่อ่านจบแทบจะอยากเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า นั่งรถทัวร์ไปเมืองปาย ณ บัดดล
เผื่อจะเจอคนใจดีมีไหล่ให้เราซบ ขี่มอเตอร์ไซค์ให้เราซ้อนท้ายมั่ง...
เป็นเอามาก...

อ่านจากคำนำคนเขียน เธอเล่าว่าเธอได้ต้นแบบคู่พระ-นางจากคนใกล้ตัว...
ผสมผสานกับประสบการณ์ตรงในการเดินทางทองเที่ยวไปยังสถานที่ที่เป็นฉากของนิยายจริง ๆ
แล้วต่อเติมจินตนาการของตัวเองเข้าไป...
ซึ่งส่วนตัวคิดว่านี่เองที่ทำให้นิยายของเธออ่านสนุก ไหลลื่นเป็นธรรมชาติ ชอบค่ะชอบ

สรุปว่า...เป็นนิยายรักเบา ๆ ใส ๆ ไร้มลพิษ ชวนอ่านค่ะ
จดนามปากกานี้ลงในลิสต์นักเขียนที่จะติดตามผลงานไปอีกหนึ่งนาม











 

Create Date : 01 มีนาคม 2556    
Last Update : 1 มีนาคม 2556 11:03:15 น.
Counter : 1900 Pageviews.  

~ วิมานใจใต้ม่านดาว โดย "พันธุ์แตงกวา" ~





วิมานใจใต้ม่านดาว
ผู้เขียน : พันธุ์แตงกวา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (ธ.ค. '๕๕)
๒๗๔ หน้า ราคา ๒๑๕ บาท


โปรยปกหน้า-หลัง :


เพราะอดีต...คือความคิดถึงที่เจ็บปวดแต่ไม่อยากลบลืม
แล้ววันหนึ่งเขาก็ก้าวเข้ามาเปลี่ยนปัจจุบันของเธอให้งดงามได้อีกครั้ง

.............

เธอจะเลือกใคร ระหว่างสายหมอกชวนฝันในเดือนมกรา
ที่กว่าจะเวียนมาให้เชยชมสักหน...
กับภูผาที่แสนคงทน แต่ก็ยากที่ใครสักคนจะเจาะทะลุผ่านกำแพงหัวใจเข้าไปได้

เมื่อปารดา สาวซ่าหน้าหวาน ต้องพ่ายแพ้ต่อกลเกมหัวใจ
ให้กับศตรูตัวร้ายคนสำคัญด้วยคำว่า(เธอ)'มาทีหลัง'
จนต้องหอบหัวใจช้ำ ๆ ข้ามน้ำข้ามทะเล หนีหน้าไปไกลถึงสหรัฐอเมริกา

แต่แล้วโชคชะตาก็พัดพาให้เธอโคจรมาพบกับภูผา
ชายที่เคยช่วยเหลือเธอไว้ตอนอยู่เมืองไทย!
อัศวินรูปหล่อ ใจดี ผู้มีแววตาอบอุ่นจริงใจราวกับจะหยุดโลกทั้งใบ
จู่ ๆ ก็แทรกซึมเข้ามานั่งอยู่กลางหัวใจช้ำ ๆ ดวงนี้จนไม่อาจต้านทาน

เรื่องราวกำลังทำท่าว่าจะลงเอยด้วยดี แต่อดีตรักอันมั่นคงของเขาน่ะสิ
กลับทำให้เธอต้องเผชิญกับคำว่า'มาทีหลัง'อีกจนได้

งานนี้เป็นใครก็คงจะเฉยอยู่ไม่ไหว
กลเกมหัวใจครั้งใหม่จึงจำเป็นต้องอุบัติขึ้น ณ อีกฟากฝั่งหนึ่งของขอบฟ้า







หลังอ่าน...
นิยายรักเบา ๆ จากนักเขียนน้องใหม่ค่ายอรุณที่หยิบมาอ่านแบบไม่ได้คาดหวังเท่าไหร่นัก
แต่ก็ปรากฏว่าอ่านได้เพลินเกินคาด แป๊บเดียวจบ...

เรื่องย่อก็ตามโปรยปกนั่นเลยค่ะ
นางเอกอกหักจากเพื่อนหนุ่มที่ตัวเองแอบรักอยู่ แต่เขามีท่าทีที่ไม่ชัดเจนนัก
แถมไปคลอเคลียกับยายตัวร้ายให้เห็นเต็มตา เธอจึงตัดสินใจไปเผชิญโชคที่อเมริกา
เพราะมารดาแต่งงานใหม่อยู่ที่นั่น

อีกเป้าหมายหนึ่งก็คือ...เธอต้องการไปหาข้อมูลเพื่อเขียนนิยาย
ตามความฝันของตัวเอง

แล้วเธอก็ได้พบกับพระเอกที่นั่น...เขาเป็นอัศวินหนุ่มที่เคยช่วยเหลือเธอหลายครั้ง
เธอจึงรู้สึกประทับใจในตัวเขา
แต่เขาเป็นผู้ชายที่มีอดีต เป็นพ่อม่าย...ภรรยาที่เขารักมากเสียชีวิต

................

ขณะที่เธอกำลังเริ่มที่จะรู้สึกดี ๆ กับเขา...ก็เกิดมีอุปสรรคมาขัดขวาง
นั่นคือหญิงสาวอีกรายที่หมายปองพระเอกของเธออยู่
กับคนรักเก่าของเธอที่ติดตามมาง้องอน...

แต่อุปสรรคที่รบกวนใจเธอที่สุดกลับเกลายเป็นความรู้สึกละห้อยหาอาลัยคนรักเก่าของเขานั่นเอง...
เธอจะฝ่าฟัน ก้าวข้ามมันไปได้อย่างไร?






ก็นับได้ว่าเป็นนิยายรักจากนักเขียนรุ่นใหม่ที่มีน้ำมีเนื้อพอสมควรค่ะ
พล็อตก็ง่าย ๆ
เหมือนกับนิยายรักทั่ว ๆ ไป

ตัวละครก็สมเหตุสมผลดี
มีฉากของการทำการทำงานที่มีสาระสร้างสรรค์พอสมควรทีเดียว...

จุดนี้ให้ผ่านสำหรับนักเขียนหน้าใหม่ค่ะ

สำนวนภาษาก็โอเคในระดับหนึ่ง
มีการแทรกมุกดรามาติกนิดๆ คอเมดี้หน่อย ๆ เป็นระยะ ๆ
ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังอ่านการ์ตูนตาหวานยังไงยังงั้น...
ซึ่งนักอ่านรุ่นใหม่ ๆ อาจจะชอบนะคะ แต่เผอิญคนอ่านคนนี้อาจจะเกินวัยไปสักนิด
ก็เลยรู้สึกเฉย ๆ พยายามอ่านข้าม ๆ จุดสะดุด ๆ ไปเสีย

แต่เมื่อมานึกถึงว่านิยายเรื่องนี้เป็นผลงานชิ้นแรกของนักเขียนนามนี้
ก็มองเห็นได้ถึงความพยายามกับวี่แววของพัฒนาการทีอาจจะมีเพิ่มขึ้นในงานชิ้นต่อ ๆ ไป

ไว้ติดตามงานเขียนเรื่องใหม่กันค่ะ









 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2556 11:02:58 น.
Counter : 1817 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 166 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~

~ตะวันไม่มีวันตกดิน/อาสดา~

~มณีแห่งนิรันดร์/อสิตา~

~มงกุฏอัคคี/อสิตา~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.