“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

~รักเท่าร้าย : ความรู้สึกดี...ที่เรียกว่ารัก โดย "ปราณธร" ~





รักเท่าร้าย
ผู้เขียน : ปราณธร
ผู้พิมพ์ : สนพ.แจ่มใส
369 หน้า ราคา 239 บาท


โปรยปกหลัง:(เรื่องย่อ)


‘อนาวิล’ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า สมัยนี้จะยังมีเรื่องน้ำเน่าอย่างคำสัญญาแต่งงานเมื่อเกือบสิบปีก่อน
ที่ผู้ใหญ่เป็นฝ่ายจัดการให้เกิดขึ้นระหว่างเขากับ ‘หนูวี่’ ลูกสาวเจ้าของฟาร์มซึ่งอยู่ติดกัน

แน่นอนว่าคำตอบคือ ‘ไม่’ แต่เดี๋ยวก่อน อะไรนะ ...
ว่าที่เจ้าสาวคนนี้มาพร้อมกับประโยคที่ว่า ‘ของรับไหว้ในวันหมั้นคือฟาร์มทั้งฟาร์ม’
เข้ากันกับความต้องการทำฟาร์มเพาะพันธุ์ม้าของเขาพอดี
ถ้าไม่บังเอิญรู้ความจริงซะก่อนว่าครอบครัวนี้ยังติดหนี้บ้านเขาอีกห้าล้าน!
เฮ้ย! นี่มันแต่งล้างหนี้หรือไง น้ำเน่ายกกำลังสอง!!!

แต่นั่นก็ยังไม่สำคัญเท่ากับคำโฆษณาที่ว่า...
‘หนูวี่ของวิน...เรียบร้อยนุ่มนวล แม่ศรีเรือน บอบบาง ผิวขาว ผมยาวสวย
น่าทะนุถนอมที่สุดในโลกหล้าเลย...’
อืมมม ยิ่งฟังเขายิ่งรู้สึกเหมือนกำลังตกลงไปในหลุมอะไรบางอย่างที่ลึกขึ้น...
ลึกขึ้น... เรื่อยๆ

มี ‘เสียงลือเสียงเล่าอ้าง’ ซะขนาดนี้
ขอเขาปีนข้ามรั้วกั้นฟาร์มไปดูหน้า ‘ว่าที่เจ้าสาว’ หน่อยเฮอะ
แต่บอกไว้ก่อนนะว่าไอ้ที่หัวใจเต้นเป็นจังหวะแปลกๆ อยู่เนี่ย
ไม่ได้ตื่นเต้นหรือคาดหวัง... จริงจริ๊งงง






อีกเล่มของแจ่มใสที่เพิ่งได้อ่าน
เรื่องย่อ ๆ ก็ประมาณโปรยปกหลังเลยค่ะ

เห็นคนเขียนเขาเกริ่นไว้ในหน้าคำนำว่าเรื่องนี้เป็นภาคต่อของ"ร้ายเท่ารัก"
โดยสมมติให้ช่วงเวลาผ่านไปสิบปี...
(ซึ่งส่วนตัวยังไม่มีโอกาสได้อ่าน "ร้ายเท่ารัก"หรอกค่ะ
แต่คิดว่า ถึงแม้จะเป็นตัวละครชุดเดียวกัน แต่ก็เป็นเรื่องราวของคนอีกรุ่นหนึ่ง
จึงน่าจะสามารถอ่านได้แม้ไม่เคยอ่านเล่มก่อนหน้านั้นมาก่อน)

นิยายอาจจะดูเหมือนว่าจะอิงพล็อตน้ำเน่าโบราณ ๆ หน่อย...
เริ่มจากมุกคลุมถุงชนที่พ่อพระเอกลูกคุณหนูอย่างอนาวิลเกิดอาการต่อต้านขึ้นมาทันใด
แต่เมื่อได้ไปเจอหน้าสาวเจ้าเข้า...
ซ้ำได้เห็นว่าเจ้าหล่อนก็ไม่ได้ชื่นชมยินดีนักกับการจับคู่ครั้งนี้ ประกาศก้องว่าเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่เขา
ก็เกิดอารมณ์ฮึด...ประมาณหมาหวงก้างผสมหมาหยอกไก่ขึ้นมาซะงั้น
และบังเอิญต้องมีเหตุให้เขาต้องได้มาวอแว ตอแยกับเจ้าหล่อนอยู่ร่ำไป

............

เรื่องราวไม่ได้มีแค่เรื่องรักกุ๊กกิ๊ก ๆ ของพระนางหรอกค่ะ
มันมีเรื่องของการวางแผนแย่งชิงมรดกในฝั่งของนางเอก
อันเป็นสาเหตุให้แม่ของเธอต้องหาคนมาคุ้มครองลูกสาวเพราะตัวเองป่วย...
มีเรื่องของการชิงรักหักสวาทที่คาดไม่ถึงอีกมากมาย...
ตอนท้ายมีหักมุมให้ได้อึ้งกันเล็กน้อยอีกต่างหาก

ส่วนตัวเห็นว่าเรื่องของการใช้สำนวนภาษาอาจจะยังไม่ลื่นไหลนัก
แต่การดำเนินเรื่อง การผูกปมซ่อนปม เขาทำได้อย่างสนุกสนานชวนติดตามดีค่ะ
มีหยอดมุกฮามุกขำให้อมยิ้มระหว่างหน้าไว้ด้วย...

ที่ชอบมาก ๆ ในเรื่องนี้ก็คือตัวละครค่ะ...
ทั้งพระเอกที่ออกแนวร้าย ๆ กวน ๆ ห้าวและห่าม
แต่บทจะหวาน บทจะกุ๊กกิ๊กก็น่ารัก น่าหยิก มีพูดคะขากับนางเอกด้วย

ฝ่ายหนูวี่หรือปวิตรา - นางเอกก็...แม้จะเด็กไปหน่อยเพราะอายุแค่สิบเก้าปี...
แต่เธอก็เป็นเด็กสาวที่โตเกินวัย เข้มแข็ง มั่นใจ และมีความรับผิดชอบ
จากเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้นกับเธอทำให้เราได้เห็นถึงพัฒนาการ การเติบโตของเธอ
รวมทั้งพัฒนาการของความสัมพันธ์กับพระเอกที่ค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็หวานไหวชวนฟิน...
ฟินสุด ๆ ก็ฉากคุยกันทางสายตานั่นแหละค่ะ...อ่านแล้ววี๊ดวิ๊วดี หุหุ

นอกจากนี้ยังมีตัวละครเสริมอีกเพียบ แต่ก็เฉลี่ยบทบาทได้ทั่วถึง...
ไม่ว่าจะเป็นเอกราช แก้วตา พาหุง สามคนผัวเมียที่ความสัมพันธ์พัลวันพัลเก

นภิสา(น้องสาวอนาวิล)กับนายอาสาคู่กัดคู่กิ๊กที่...มีความเป็นมาของความสัมพันธ์ที่น่าสนใจไม่น้อย น่าจะแต่งเป็นนิยายได้อีกเรื่องหนึ่ง

สามกับภพ กึ่งเพื่อนกึ่งลูกน้องคนสนิทของอนาวิลที่มีมุกฮามาเพิ่มสีสันให้นิยาย
ทำให้อ่านไปอมยิ้มไป...บางมุกถึงขั้นขำกิ๊กก็มี

ไหนจะทีมพ่อแม่ ปู่ย่าพระเอกนั่นอีก ช่างเป็นครอบครัวที่น่ารัก อบอุ่นจนร้อนเลยแหละ
อ่านแล้วชักอยากจะหา'ร้ายเท่ารัก'มาอ่านมั่งแล้ว อยากจะเห็นลีลาของคนรุ่นพ่อมั่ง อิอิ

สรุปว่าอ่านแล้วค่อนไปข้างชอบค่ะ
เท่าที่อ่านของนักเขียนนามนี้ไปสองเล่ม
รู้สึกว่าคนเขียนเค้ามีสไตล์การเขียนที่ค่อนข้างเฉพาะตัว เป็นตัวของตัวเองดี
ไว้ติดตามงานต่อไปเรื่อย ๆ ค่ะ










 

Create Date : 18 กันยายน 2556    
Last Update : 18 กันยายน 2556 12:55:22 น.
Counter : 2992 Pageviews.  

~วาดรักลัดฟ้า & ลัดฟ้าวิวาห์ลวง / นภชล & อัญชรีย์ ~





วาดรักลัดฟ้า & ลัดฟ้าวิวาห์ลวง
ผู้เขียน : นภชล & อัญชรีย์
ผู้พิมพ์ : สนพ.แจ่มใส
239/338 หน้า, ราคา 169/219 บาท

จากเว็บสนพ.:


เมื่อความรักเข้ามาทักทายแบบไม่ได้ตั้งตัว
CEO หนุ่มทั้งสี่ของ'ลัดฟ้าแอร์ไลน์' จึงสลัดสโลแกน mind your miles ทิ้งไป
แล้วเริ่ม show you love ด้วยบริการที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความประทับใจ...
แบบไม่รู้ลืม






เกริ่นก่อน...
บล็อกนี้ขออนุญาตบอกเล่าถึงนิยายที่เพิ่งอ่านจบไปแบบรวบรัดสองเล่มเลยละกันค่ะ
เพราะเขามาเป็นชุดเดียวกัน...
เห็นมีเพื่อนบล็อกเขียนถึงไปหลายคนแล้ว ขอร่วมกระแสด้วยคน

นิยายชุดนี้มีด้วยกันทั้งหมดสี่เรื่อง เริ่มจากลิขิตรักลัดฟ้า โดย ภัสรสา,
วาดรักลัดฟ้า โดยนภชล, ลัดฟ้าวิวาห์ลวง โดยอัญชรีย์,
และ พรหมลัดฟ้า โดย ปัญญปรียา

แต่ตัวเองเพิ่งมีโอกาสได้อ่านแค่สองเล่มค่ะ อีกสองเล่มในชุดอาจจะได้หรือไม่ได้อ่าน
ขึ้นอยู่กับเจ้าของหนังสือ...
(ขอออกตัวก่อนว่าปกติไม่ใช่แฟนคลับแจ่มใส
แต่มีน้องสาวหลานสาวเค้าติดตามงานของค่ายนี้อย่างเหนียวแน่น...
ช่วงหนึ่งก็เคยมองเมิน ด้วยเห็นว่า...เป็นนิยายวัยรุ่น ออกแนวกุ๊กกิ๊ก
แหวว ๆ ใส ๆ หน่อมแน้มไปหน่อย...
แต่จำไม่ได้แล้วว่าเกิดไปคลิกเข้าตอนไหน เล่มไหน หรือเราวัยกลับเอง...?
ตอนหลัง ๆ เลยแอบไปรื้อชั้นนิยายแจ่มใสของเค้าใหญ่เลย
กลายเป็นทางเลือกได้อีกทาง...แหะ ๆ)

มาพูดถึงนิยายชุดนี้กันค่ะ...
นิยายทั้งสี่เรื่องของเขา มีธีมร่วมเฉพาะตัวพระเอกทั้งสี่ที่เป็นผู้บริหารระดับสูง
ของสายการบินภายในประเทศที่ตั้งชื่อได้เก๋ไก๋ว่า"ลัดฟ้าแอร์ไลน์" เท่านั้น
ส่วนพลอตและเนื้อหาเรื่องราวนั้นให้อิสระกับนักเขียนในการจัดวางสร้างสรรค์เอาเอง
ดังนั้นคิดว่า สามารถอ่านแยกเล่มได้ตามใจชอบค่ะ







เรื่องแรกที่ได้อ่านคือเรื่อง "วาดรักลัดฟ้า"ของคุณ"นภชล"ค่ะ

เป็นเรื่องของ CEO หนุ่มลูกครึ่งคีรินทร์ หรือคลินท์
(ลูกผู้น้องของกาย-นภัส พระเอกของเรื่อง"ลัดฟ้าวิวาห์ลวง" ของคุณอัญชรีย์)

กับวาดรุ้ง แอร์โฮสเตสสาวสวยที่มีปม...
ด้วยเห็นชีวิตรักที่ย่ำแย่ของคนรอบตัว...
แม่เป็นเมียน้อยเศรษฐี ถูกเมียหลวงรังแกจนต้องหอบลูกสามคนหนีตามผู้ชายอีกคนหนึ่งเข้ากรุง
ดิ้นรนทำงานหาเงินส่งเสียลูก...ซ้ำถูกพ่อเลี้ยงข่มเหง
พี่สาวคนโตมีสามีแล้วแต่ต้องหย่าร้างกลายเป็นซิงเกิลมัม...
น้องชายก็กลายเป็นเด็กมีปัญหา ติดเกมจนไม่ยอมทำงานทำการ...

ทำให้วาดรุ้งมีอคติต่อผู้ชายกับความรักจนค่อนข้างปิดกั้นตัวเอง

แต่เมื่อได้พบกับคีรินทร์ ที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอด้วยมาดพระเอ๊ก-พระเอก
ช่วยเหลือเธอให้รอดพ้นจากอันตรายหลายต่อหลายครั้ง
แถมยังแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าเขาสนใจเธอ...
และด้วยเสน่ห์อันร้ายกาจของเขา ผสมกับใจที่เริ่มเอนเอียงด้วยสำนึกในบุญคุณ
เธอจึงยอมให้เขาเข้ามาจับจองพื้นที่หัวใจอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

ด้วยความที่ยังไม่มั่นใจในความสัมพันธ์ครั้งนี้ เธอจึงลังเล ๆ ที่จะบอกเล่าให้แก่เพื่อนสนิท
ที่คบกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมแล้วมาเป็นแอร์โฮสเตสในบริษัทเดียวกันอย่าง นฐา...
ว่าตัวเองกำลังคบหาดูใจกับคีรินทร์...
นั่นจึงเท่ากับเปิดโอกาสให้'เพื่อนเรา'คิด'เผาเรือน'ได้ง่ายขึ้น...

เพราะเมื่อนฐาได้พบกับคีรินทร์ เธอก็ตกหลุมเสน่ห์เขาเข้าอย่างจัง
ถึงกับหาเหตุสลัดกัปตันหนุ่มแฟนคนปัจจุบันทิ้งอย่างไม่ใยดี
ยิ่งเมื่อได้รู้(จากเสียงลือเสียงเล่าอ้าง...)ว่าเขากำลังจีบวาดรุ้ง
เพื่อนรักที่เธอรู้สึกว่า"ด้อย"กว่าเธอมาตลอด
ต่อมริษยาก็ทำงานอย่างพลุ่งพล่านในทันที...

ความที่สนิทกันมากเธอจึงรู้ซึ้งถึงปมในใจและปูมชีวิตของวาดรุ้งเป็นอย่างดี
และนั่นก็กลายเป็นเครื่องมือสำคัญให้เธอใช้มันในการทำลายต้นรัก
ที่เพิ่งผลิบานของคีรินทร์กับวาดรุ้งได้โดยง่าย...

ไปตามลุ้นต่อในนิยายแล้วกันค่ะว่า...เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร...
สุดท้ายแล้ว ปมในใจของวาดรุ้งจะคลี่คลายหรือไม่...โดยผู้ใดค่ะ







อีกเรื่องทีได้อ่านก็คือ "ลัดฟ้าวิวาห์ลวง" ของคุณอัญชรีย์ค่ะ
เล่มนี้ออกแนวกุ๊กกิ๊กคิกขุกว่าเรื่องข้างบนเยอะ...

เป็นเรื่องราวของนภัส หรือกาย CEO หนุ่มหล่อร้ายแห่งลัดฟ้าแอร์ไลน์
นางเอกเรื่องนี้ไม่ใช่คนในองค์กร แต่มีเหตุให้ต้องเข้ามาพัวพันในเรื่องงาน
เพราะเธอเป็นแอนิเมเตอร์ของบริษัทลันตาแอนิเมชั่น
(แฟนนิยายของคุณอัญชรีย์น่าจะคุ้นกับบริษัทนี้ดี
เพราะมีปรากฏชื่อในนิยายหลายต่อหลายเรื่องของเธอมาแล้ว)

บุ้งหรือบูรณี หญิงสาวมาดทอมผู้ฝักใฝ่สนใจในเรื่องราวของเกม การ์ตูน
และของเล่นประเภทหุ่นยนต์จนถูกเรียกว่าเป็น "โอตาคุ"

เธอเป็นเจ้าของความคิดเกี่ยวกับภาพยนต์แอนิเมชั่นเรื่องหนึ่ง
ของบริษัทที่จะต้องไปนำเสนอกับลัดฟ้าแอร์ไลน์เพื่อของบสนับสนุน...
นั่นจึงทำให้เธอได้พบกับนภัสอีกครั้ง...
หลังจากที่เคยพบเขาครั้งหนึ่งเมื่อประมาณครึ่งปีก่อน
ในงานปาร์ตี้ที่พิมพ์ชนกลูกพี่ลูกน้องของเธอขอร้องกึ่งบังคับให้เธอไปเป็นเพื่อน
เพราะอารตี - น้องสาวคนเล็กของนภัสเกิดติดตาต้องใจในมาดทอมของบูรณี
จึงมาคาดคั้นให้พิมพ์ชนกเป็นสื่อให้...

ในการพบกันครั้งนั้น บูรณีแทบไม่อยู่ในสายตาของนภัสเลย
เพราะเขาสนใจแต่พิมพ์ชนก...ทั้งคู่คบและควงกันอยู่ประมาณสองเดือนก็เลิกรากันไป
ซึ่งสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้พิมพ์ชนกไม่น้อย

ในขณะที่บูรณีกับอารตียังคงเป็นเพื่อนกันอยู่เรื่อยมา
แม้บูรณีจะเพียรบอกอารตีว่าเธอไม่ใช่ทอมหรือเลสเบี้ยนแต่อารตีก็ไม่ฟังเสียง
ยังคงตื๊อให้บูรณีรับรักเธอให้ได้
ร้อนถึงแม่และพี่ชายอย่างนภัสที่เกรงว่าอารตีจะมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศถาวร
ต้องหาทางจับคนทั้งสองแยกกัน...

เมื่อพบกันครั้งที่บูรณีต้องไปเสนองานที่ลัดฟ้าแอร์ไลน์ นภัสจึงจับจ้องสนใจเธอเป็นพิเศษ...
เป็นเหตุให้เกิดช็อตท้าทายเล็ก ๆ ระหว่างกัน
ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานทั้งของนภัสและบูรณี
ตามมาด้วยวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ทั้งคู่ต้องจัดงานวิวาห์แบบลวง ๆ ขึ้น

นภัส...ซึ่งค่อนข้างเชื่อว่าบูรณีเป็นทอมจริง ๆ และรังเกียจผู้ชายจนถึงขั้นขยะแขยงนั้น
จะสามารถทลายกำแพงความเชื่อของตัวเอง และมองทะลุเนื้อในที่เป็นหญิงของบูรณีได้หรือไม่

ส่วนบูรณีที่เคยตั้งแง่รังเกียจความเจ้าชู้เอาแต่ใจของนภัส
จะป้องกันตัวเองไม่ให้ตกหลุมเสน่ห์อันเย้ายวนของเขาได้มากน้อยแค่ไหน และอย่างไร...
ต้องให้ไปตามลุ้นกันต่อในนิยายแล้วล่ะค่ะ








บอกเล่าเมาธ์มอยหลังอ่านทั้งสองเล่ม...
ส่วนตัวอาจจะแปลกกว่าคนหมู่มากที่เคยอ่านนิยายชุดนี้แล้วสักหน่อย...
ตรงที่ชอบเล่มข้างบนนั้นมากกว่าเล่มหลังนี่...นิดนึงค่ะ

ใน "วาดรักลัดฟ้า" แม้จะอิงพล็อตดราม่าออกแนวน้ำเน่าหน่อย ๆ แต่ก็ให้ฟีลของนิยายดี
ชอบในแง่ของเนื้อหาเรื่องราวที่พอเหมาะพอดี ไม่หวานแหววจนเวอร์ แต่ก็ไมขมจนชวนเครียด
สำนวนภาษาที่ลื่นไหล และวิธีการเล่าเรื่องที่มีการผูกปม คลายปมอย่างมีจังหวะจะโคน
ทั้งเรื่องรักซ้อนซ่อนรักของตัวเอก กับปมครอบครัวของนางเอก

กับการบอกเล่าถึงบุคลิกลักษณะของตัวละครแต่ละตัว...
เขาสามารถบอกให้เรารู้เป็นนัย ๆ ว่าใครมีนิสัยยังไง
ผ่านการกระทำและคำพูดเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยไม่ต้องบรรยายอะไรให้มากความ

ที่ชอบเป็นพิเศษก็เห็นจะเป็นพระเอก... คีรินทร์เป็นชายหนุ่มที่มีเสน่ห์ เปิดเผยจริงใจ
ฉลาด แสนดีและตรงไปตรงมา...ข้อสำคัญ รักนางเอกมาก
อ้อ...แถมมีความเป็นศิลปินโรแมนติกอีกต่างหาก


ในขณะที่เล่มหลัง "ลัดฟ้าวิวาห์ลวง" พระเอกแบบนภัสที่คนเขียนให้ภาพว่าเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์
มีสายตาและรอยยิ้มไว้เพื่อลวงหัวใจผู้หญิงโดยเฉพาะ...
ประมาณว่าเป็นเสือผู้หญิงว่างั้นเถอะ
แต่เรื่องราวที่ตามมามันขัดแย้งอ่ะ...เพลย์บอยจอมเจ้าชู้แบบปากว่ามือถึงอย่างนภัส
ทำไมแยกแยะไม่ออกว่าผู้หญิงจริง ๆ กับทอมหรือเลสเบี้ยนแตกต่างกันยังไง...

แต่พล็อตเค้าเก๋ดีนะคะ ค่อนข้างตามกระแสสาวหล่อที่เด็กสาว ๆ พากันคลั่งไคล้ในช่วงนี้
ชอบตรงที่ให้นางเอกเป็นโอตาคุนี่แหละ มาแนวแปลกและเท่ดี...
มีแถมเกร็ดสาระในเรื่องของการทำแอนิเมชั่น
กับเรื่องของของเล่นที่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย...
จุดนี้ชอบและให้ผ่านค่ะ

เพียงแต่เรื่องราวเนื้อหามันออกจะนอกเหตุเหนือผลไปนิดหนึ่ง...
ต่อให้คนเขียนพยายามชักแม่น้ำทั้งห้ามาโยงใยเพื่อให้พระเอกนางเอกตกลงแต่งงานกันก็ตามทีเถอะ
มันก็ยังไม่รู้สึกเมคเซนส์สักเท่าไหร่กับวิธีแก้ปัญหาแบบนี้

อีกจุดที่รู้สึกตงิด ๆ ก็คือในส่วนของการเล่าเรื่อง...
คนเขียนพยายามบรรยายความคิดความรู้สึกของทั้งฝั่งพระเอก-นางเอก
ออกแนวตอกย้ำซ้ำซากจนเวิ่นเว้อมากไปหน่อย...

ในขณะที่พระเอกกล่าวหาว่านางเอกเป็นพวกคิดเองเออเอง...
แต่ตัวเองก็คิดเองเออเองพอ ๆ กันนั่นแหละ

รู้สึกเฉย ๆ ชิน ๆ กับเลิฟซีนของนักเขียนท่านนี้แฮะ
อาจจะเป็นเพราะอ่านกันมาหลายเล่มแล้ว...

แต่ที่อ่านแล้วฟินสุด ๆ กลับเป็นมุกง้อนางเอกของเขาค่ะ...
ลงทุนเสิร์ชกูเกิ้ลเพื่อสั่งซื้อของเล่นที่เขาเคยเห็นว่าเป็นของไร้สาระมาง้อแฟนนี่
น่ารักซะไม่มีล่ะ

สรุปว่า...ก็อ่านสนุกดีทั้งสองเล่มค่ะ เพลิน ๆ ชิล ๆ
สมกับคอนเซ็ปต์'ความรู้สึกดีที่เรียกว่ารัก' ของสนพ.เค้านั่นแหละค่ะ










 

Create Date : 13 กันยายน 2556    
Last Update : 13 กันยายน 2556 11:18:51 น.
Counter : 2450 Pageviews.  

~กุหลาบพรางสี : นิยายสะท้อนปัญหาสังคมวัยรุ่น โดย "ช่อมณี" ~






กุหลาบพรางสี
ผู้เขียน : ช่อมณี
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ครั้งแรก/ส.ค.๒๕๕๖)
๓๘๕ หน้า, ราคา ๒๗๕ บาท



โปรยปกหลัง:


หญิงสาวผู้ก้าวเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่หัวใจเขา!

((Spoiler Alert!!!))

เมื่อต้องคลี่คลายคดีพี่ชายที่บาดเจ็บสาหัสจากฝีมือแก๊งวัยรุ่นซิ่งรถปล้นป่วนเมือง
'มัทวัน' สาวสวยลูกครึ่งว่าที่ตำรวจเยาวชนสหรัฐฯ
จึงปลอมตัวเข้าไปเป็นนักศึกษาในวิทยาลัยของ 'ดร.อายุธ'
อธิการบดีหนุ่มผู้เคร่งขรึมยึดติด เพื่อหาตัวคนร้าย
และจำเป็นต้องอาศัยร่วมบ้านในฐานะญาติสนิทของเขาโดยไม่ให้เป็นที่สงสัย

ท่ามกลางภารกิจที่ยากลำบาก ทุกวินาทีชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ทั้งยังต้องเข้าไปพัวพันกับสองหนุ่มอันตราย ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ตามหา
หญิงสาวได้รับความอบอุ่นจากดอกเตอร์หนุ่มที่เคยคิดว่าเย็นชา
โดยไม่รู้เลยว่าเขาเต็มใจให้เธอเข้าไปมีส่วนในพื้นที่หัวใจทีละน้อย
ความแตกต่างที่ลงตัวเติมเต็มกันและกัน ทำให้จากที่เฉยๆ กลายเป็นห่วงใย
จากไม่สนใจกลายเป็นห่วงหา
จนในที่สุดทั้งสองจึงได้ตระหนักว่า...
ตลอดมาต้องการใครสักคนอยู่เคียงข้าง แบ่งปันทุกข์สุข
และร่วมทางแห่งรักไปด้วยกันตลอดชีวิต






เพิ่มเติมเรื่องย่ออีกนิด ๆ ละกัน...
(ทำหยั่่งกับว่าเรื่องย่อจากสนพ.ยังสปอยล์ไม่พองั้นแหละ...)

มัทวัน- หญิงสาวลูกครึ่งวัยยี่สิบสามที่เพิ่งเรียนจบปริญญาโทจากสหรัฐฯ
และกำลังรอเข้าทำงานเป็นตำรวจเยาวชนของที่นั่น
เธอเลือกที่จะกลับเมืองไทยเพื่อพักผ่อนก่อนเริ่มงาน แต่เอาเข้าจริงเธอก็ไม่ได้พัก
เพราะเพียงก้าวลงจากเครื่องเธอก็ได้รับข่าวร้ายว่าพี่ชาย(ต่างบิดา)ที่เป็นตำรวจถูกทำร้ายอาการสาหัส
โดยกลุ่มวัยรุ่นแก๊งรถซิ่งที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มเลือดบี
ที่มีหัวโจกเป็นลูกของผู้มีอิทธิพล
ซึ่งกฏหมายไม่สามารถเอาผิดกับอันธพาลกลุ่มนี้ได้

เธอจึงตัดสินใจร่วมมือกับตำรวจ แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มนี้เพื่อเอาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้...

เธออาศัยวิชาป้องกันตัวที่เธอเคยฝึกปรือมาใช้ในการสร้างกระแสให้ตัวเอง
และให้เป็นที่ยอมรับของคนในกลุ่มก๊วนนั้น...
พร้อมกันก็สอนให้ผู้คนที่หวาดกลัวกล้าที่จะสู้เพื่อป้องกันตวเอง

ซึ่งเธอก็ทำได้สำเร็จ...เพราะในที่สุดหัวโจกของกลุ่มเลือดบีที่เคยเกลียดเธอนักหนา
ก็หันมาสนใจเธอและยอมรับเธอเข้ากลุ่ม...
แต่งานที่เขากำหนดให้เธอทำนี่สิ มันทั้งเสียงอันตรายและผิดกฏหมาย

มาเอาใจช่วยเธอกันค่ะว่า ท้ายที่สุดเธอจะสามารถคลี่คลายคดีทำร้ายร่างกายพี่ชายเธอ
และจับตัวคนผิดมาลงโทษได้หรือไม่...






หลังอ่าน...
เคยอ่านผลงานของ"ช่อมณี"แล้วหนึ่งเรื่อง
แต่เคยเห็นผลงานของเธอถูกนำไปสร้างเป็นละครทีวีแล้วมีกระแสตอบรับที่ดีมาก ๆ สองเรื่อง
เล่มนี้ก็ไม่แน่ว่าจะเข้าตาผู้จัดค่ายไหนบ้างหรือเปล่า...
เพราะอ่านจบแล้วรู้สึกได้อย่างหนึงว่าคนเขียนน่าจะได้รับอิทธิพล
หรือแรงบันดาลใจมาจากหนังหรือซีรียส์ต่างประเทศมาไม่มากก็น้อย
มีฉากของการต่อสู้ ไล่ล่า การใช้ไฮเทคโนโลยีในการหลบหลีก...

ตัวเดินเรื่องหลักคือนางเอก ที่มาแบบเก่งเหนือสุด ๆ
ทั้งในเรื่องของวิชาป้องกันตัว กับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย
(ออกแนวเวอร์ๆ เล็กน้อยแต่ก็บอกเล่าที่มาที่ไปได้สมเหตุสมผลดี)

พระเอกก็มาแนวเคร่งขรึม ติดจะเย็นชาสักหน่อย...(อาจจะเป็นด้วยวัยกับหน้าที่การงาน)
เขาต้องร่วมมือกับตำรวจ รับมัทวันให้เข้าเป็นนักศึกษาในวิทยาลัยที่เขาเป็นอธิการบดี
และอุปโลกน์ว่าเป็นญาติสนิท มาพักอยู่ด้วยที่บ้านของเขา
เพื่อรักษาวิทยาลัยที่พ่อกับแม่ก่อตั้งขึ้นมา...

กลุ่มวัยรุ่นอันธพาลนั่นก็ประมาณลูกใครหว่า...
พ่อแม่มีปัญญาทำให้เกิดแต่ไม่มีปัญญาสั่งสอน แก้ปัญหาโดยการเลี้ยงลูกด้วยเงิน...
แรกเริ่มจากการซิ่งป่วนเมือง เป็นมาเฟียรีดไถเพื่อนนักศึกษาในวิทยาลัย
ลามไปถึงการจี้ปล้นร้านค้า และเหิมเกริมหนักถึงขั้นพัวพันการค้ายา...


.........


หากพูดถึงเรื่องราวเนื้อหา พล็อตและการดำเนินเรื่องล่ะก็
ต้องยอมรับว่าเป็นนักเขียนหน้าใหม่ที่ค่อนข้างก้าวเร็วและแรงทีเดียว
นิยายของเธอสามารถแหวกกระแสนิยายรักหวือหวาเกลื่อนตลาด
โดยแทบจะไม่มีเรื่องราวของความรักหวานไหวเลย
แต่ก็มีการผูกปม คลายปมได้น่าสนใจไม่น้อย...

มีหลายปมมากที่อ่านแล้วชวนอึดอัด
ยกตัวอย่างเช่นปมของอาจารย์ฝ่ายปกครองที่เป็นน้องสาวอายุธนั่น
เธอพิการและต้องนั่งรถเข็น ซ้ำมีสาเหตุมาจากอดีตสามีที่เป็นพ่อของพิตติ...
แต่ทำไมเธอช่างวางตัวไม่สมกับเป็นครูบาอาจารย์เอาเสียเลย
แถมยังเอาอกเอาใจ ตามใจอดีตลูกเลี้ยงตะพึดตะพือ

มีการสะท้อนภาพสังคมสมัยใหม่ได้คมชัดลึกจริง ๆ
เห็นได้ว่าคนเขียนคงต้องทำการบ้านมาเป็นอย่างดี
มีการหยิบยกปัญหาของวัยรุ่นวัยวุ่นมาขยายความ บอกเล่าถึงที่มาที่ไปแห่งปมปัญหา

ซึ่งน่าจะสรุปได้ว่า...ครอบครัวถือเป็นเป็นเบ้าหลอมที่สำคัญที่สุดของเด็ก ๆ
เด็กวัยรุ่นที่มีปัญหาทั้งหลาย ส่วนใหญ่แล้วมาจากครอบครัวที่แตกแยก
หรือไม่ก็ครอบครัวที่ร่ำรวย และหมกมุ่นกับการทำงานจนไม่มีเวลาเอาใจใส่บุตรหลาน

จุดที่ชอบประการหนึ่งของนิยายเรื่องนี้ก็คือการดำเนินเรื่องค่ะ
เขาตัดบทฉับ ๆ กระชับฉับไวไม่ยืดยาด...
ได้อารมณ์เหมือนดูซีรียส์แนวสะท้อนสังคมวัยรุ่น ผสมด้วยแนวสืบสวนสอบสวนที่ลุ้นระทึก...


เสียแต่...เท่าที่อ่านผ่านไปสองเรื่อง...สัมผัสได้ว่า
เธอช่างรักษามาตรฐานความแข็ง(ทื่อ)และห้วน(สั้น)ของสำนวนภาษาไว้อย่างคงเส้นคงวาเสียจริง
โดยเฉพาะบทพูด...
ตัวละครแต่ละตัวพูดจาด้วยน้ำเสียงโทนเดียวกันหมด ห้วน ๆ ลุ่น ๆ ไม่มีหางเสียง
ไม่ว่าจะพูดกับผู้ใหญ่หรือผู้น้อย ทำให้อ่านสะดุด ๆ ไม่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติเท่าที่ควร

ยังไง ๆ ก็อ่านได้จนจบแหละค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าเรื่องราวเนื้อหาเขาน่าสนใจ
แต่ถ้าใครเน้นในเรื่องของวรรณศิลป์ล่ะก็...
ส่วนตัวเห็นว่าเล่มนี้แป้กค่ะ ขาดความหวาน ความนุ่มนวลอย่างแรง แหะ ๆ











 

Create Date : 06 กันยายน 2556    
Last Update : 8 กันยายน 2556 14:43:55 น.
Counter : 4628 Pageviews.  

~(อ่านตามแม่ # ๓) > > สามคม: นิยายแนวเชือดเฉือนอารมณ์โดย กฤษณา อโศกสิน ~





สามคม
ผู้เขียน : กฤษณา อโศกสิน
สนพ.โชคชัยเทเวศร์(พิมพ์ครั้งแรก ๒๕๓๔)
๒ เล่มจบ รวม ๗๗๖ หน้า(ราคาเล่มละ ๒๗๕ บาท)



คำนำผู้เขียน :

เมื่อพ่อแม่เป็นพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ที่รับผิดชอบต่อลูก
จำนวนพลเมืองดีจะเพิ่มขึ้นอีกมากต่อมาก






เรื่องย่อ :(ย่อเองแบบยาวววว....)

ปืนกับปลายเป็นพี่น้องสองชายที่นิสัยใจคอค่อนข้างแตกต่างกันลิบลับ
แม้สายการทำงานจะใกล้เคียงกัน ปืนเป็นนักหนังสือพิมพ์ ในขณะที่ปลายเป็นนักโฆษณา

ปืนเป็นเพลย์บอยหนุ่มใหญ่วัยใกล้สี่สิบที่มีเสน่ห์แพรวพราย
ส่วนปลายเป็นน้องชายต่างมารดาที่ปืนส่งเสียให้เรียนจนจบ
ซึ่งปลายก็สำนึกในบุญคุณข้อนี้จนต้องกลายเป็นลูกไล่กลาย ๆ ให้กับพี่ชาย
รวมทั้งต้องรับภาระดูแลหลานสาววัยห้าขวบ - เด็กหญิงปิ้ม ที่เกิดขึ้นโดยความพลาดพลั้งบังเอิญของปืน
จากน้ำเชื่อม เด็กสาววัย ๑๖ อดีตพนักงานรับโทรศัพท์ของบริษัท

ปืนให้เด็กสาวออกจากงาน ซื้อบ้านให้อยู่และให้ค่าเลี้ยงดูลูกเป็นรายเดือน
โดยเขามอบหมายภาระหน้าที่การนำเงินไปให้ การไปดูแลลูกสาวให้กับปลายทั้งหมด
อ้างว่าเขาไม่อยากตกเป็นเบี้ยล่างของน้ำเชื่อมจนเกินไป

น้ำเชื่อมเป็นเด็กสาวอายุน้อยที่การศึกษาไม่สูงนัก แต่เธอมีความทะเยอทะยานสูง
เมื่อรู้สึกว่าปืนคงไม่ยกย่องเธอ รับเป็นภรรยาแบบออกหน้าออกตาแน่ ๆ
เธอก็พยายามหาทางของตัวเอง โดยการไปสมัครงานกับเพรียว
ซึ่งเป็นเพื่อนหญิงคนสนิทคนหนึ่งของปืน...

เพรียวเป็นสาวใหญ่ไฮโซที่ไต่เต้ามาจากเลขานุการจนกลายมาเป็นภรรยาของเรืองนาม
นักธุรกิจม่ายสูงวัยผู้ร่ำรวย
เรืองนามเคร่งเครียดกับธุรกิจและเคยประสบอุบัติเหตุจนเสื่อมสมรรถภาพ...
นั่นทำให้เพรียว หญิงสาววัยสามสิบรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจ
เธอคบหาสนิทกับปืน เพราะหลงในเสน่ห์ของเขาและปืนเองก็ดูเหมือนจะรู้อกรู้ใจเธอดีกว่าใคร

แต่่ทันทีที่ปืนได้รู้จักกับลินิน...ลูกสาวคนสวยของนายจเร เพื่อนนักธุรกิจของเรืองนาม
ดูเหมือนว่าทั้งสายตาสายใจของปืนจะจับจ้องแต่ลินินเท่านั้น
ก่อให้เกิดความริษยาขึ้นในใจเพรียวอย่างมิดเม้น
ทำให้เธอยอมรับน้ำเชื่อมไว้ให้ทำงานด้วย เพื่อใช้หล่อนเป็นหมากในการกีดกันความรักของปืนต่อผู้หญิงคนอื่น





ลินิน เป็นลูกสาวคนเดียวของนายจเร เธอจึงเป็นความหวังทั้งหมดของเขา
เขาจะต้องคัดเลือกคู่ครองที่ดีที่เหมาะสมที่สุดให้กับเธอ...
ในขณะที่เขาพยายามจะพาลูกสาวเข้าสังคมเพื่อได้พบปะผู้คนในแวดวงไฮโซ
ลินินกลับชอบใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย
เธอมักจะไปช่วยเพื่อนที่ทำงานในมูลนิธิเด็กกำพร้าใกล้บ้าน

เมื่อเธอได้พบกับปืน เธอก็รู้สึกหวั่นไหวไปกับเสน่ห์อันแพรวพราวของเขา
จนจเรต้องพยายามกีดกัน เพราะเขารู้สึกว่าปืน'คล่อง'เกินไปสำหรับลูกสาวเขา
ยิ่งเมื่อเพรียวบอกกับเขาว่าปืนแอบมีลูกและเมียเก็บซุกซ่อนไว้
เขาจึงขอตัวน้ำเชื่อมกับลูกให้มาอยู่่บ้าน เพื่อให้ลูกสาวได้เห็นความเลวของปืนหนึ่ง,
...และเพื่อความสะใจที่ได้"สั่งสอน"ปืนเสียบ้าง...อีกหนึ่ง ซึ่งก็สมดังความตั้งใจของเพรียว

ลินินเจ็บลึก ๆ อยู่ในใจเมื่อรู้เรื่อง แต่เธอก็มีสติดีพอที่จะไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมา
เธอต้อนรับน้ำเชื่อมกับลูกอย่างดี จนเด็กหญิงปิ้มเริ่มติดเธอ....

ในขณะเดียวกัน ปลายก็กำลังตามหาตัวสองแม่ลูกให้ควั่กด้วยความเป็นห่วงหลานสาว
ส่วนปีนก็เอาแต่ก่นด่าน้ำเชื่อม ที่ทำเหมือนจะใช้ลูกเป็นเครื่องมือเรียกร้องความสนใจจากเขา

แต่ในที่สุด ลินินก็ตัดสินใจบอกปลายเรื่องที่น้ำเชื่อมกับลูกมาอยู่ที่บ้านเธอ
ทั้ง ๆ ที่พ่อของเธอไม่เห็นด้วย และไม่อยากให้เธอไปเกี่ยวข้องกับสองพี่น้องนั้น
ปลายดีใจมาก เขารับปากที่จะยังไม่บอกปืน แต่ขอโอกาสไปเยี่ยมหลาน...
จากจุดนั้นทำให้ปลายมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับลินิน แล้วเขาก็ตกหลุมรักเธอ
แม้ว่าพี่ชายเขาจะเคยพูดในเชิงกันเขาไว้แล้ว...





ลินินเองก็สังเกตเห็นความแตกต่างของสองพี่น้อง...
เธอรู้สึกสนิทและสบายใจมากกว่าเมื่ออยู่กับปลาย
แต่เธอก็ไม่รู้สึกวาบหวิวหวั่นไหวเหมือนตอนที่อยู่ใกล้ปืน

อีกเหตุผลหนึ่งที่ลินินตัดสินใจบอกปลายเรื่องน้ำเชื่อมก็คือท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปของพ่อเธอ...
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่พ่อกับเธอคิดไม่เหมือนกัน และพ่อไม่เข้าใจเธอ
ที่สำคัญ...เธอเริ่มจับสังเกตว่านายจเรแอบมีความสัมพันธ์กับน้ำเชื่อม
ลินินคิดถึงการแยกบ้านกับพ่อเพราะสงสารแม่...
เธอจึงขอให้ปลายช่วยดูเรื่องบ้านจัดสรรชานเมือง ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

ฝ่ายปืนที่เริ่มมองเห็นท่าทีเมินหมางของลินิน
กับการกีดกันอย่างออกนอกหน้าของพ่อของเธอ ก็ทำให้เขาถึงกับตรอมใจ
ท่าทางเขาเคร่งเครียด ปลายจึงตัดสินใจบอกเขาเรื่องน้ำเชื่อมกับลูกว่าอาศัยอยู่กับลินิน
เมื่อปืนไปหาลูก ลินินก็ได้เห็นอีกมุมหนึ่งของเขา
ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับเธออีกครั้ง...

เมื่อปืนได้รู้ว่าปลายเองก็แอบรักลินิน และคอยเทียวมาใกล้ชิดเธออยู่เสมอ
เขาก็โกรธมากจนทะเลาะกันใหญ่โต และลำเลิกบุญคุณกับปลาย
ทำให้ปลายตัดสินใจออกจากบ้าน แยกไปอยู่ตามลำพัง...
เพราะเขาตัดสินใจแล้วว่า เขายินดีตอบแทนบุญคุณพี่ชายทุกอย่าง
แต่ในเรื่องของความรัก...เขาขอยกเว้น...

มาตามลุ้นกันค่ะว่าท้ายที่สุดแล้วเรื่องรักสามเส้าระหว่างพี่น้องสองชาย
กับหนึ่งสาวจะลงเอยอย่างไร...






หลังอ่าน...
เล่าเรื่องย่อเสียยาวเหยียด แต่ถึงกระนั้นก็ดูเหมือนจะยังไม่จุใจคนอ่านคนเล่าต่อเลยค่ะ
นิยายเรื่องนี้สำหรับตัวเองถือว่าเป็นม้านอกสายตา...ด้วยเห็นมันวางอยู่บนชั้นนานนับสิบปีเห็นจะได้
อาจจะด้วยชื่อเรื่อง ชื่อผู้ประพันธ์(ที่รับประกันความหนักหน่วง),
ภาพปก(ที่หลังจากอ่านจบแล้วก็ยังไม่เข้าใจว่าภาพปกมันเกี่ยวกับเนื้อหานิยายยังไงเนี่ย...
ต้องขออภัยที่ถ่ายภาพปกได้ห่วยมาก ๆ แหะ ๆ หาในเน็ตไม่มีเลย).
ความหนาของหนังสือ...,และ ฯลฯ ที่ทำให้มองข้ามนิยายเรื่องนี้ไปเสียนาน...

พอเห็นแม่เขาก้มหน้าก้มตาอ่านอย่างเพลิดเพลิน จนเกินเวลาที่ควรจะลุกไปทำกิจวัตรประจำวันอื่น ๆ
ก็เลยคว้ามาอ่านตาม...ได้ผลค่ะ อ่านแล้วติดหนึบจนวาง(แทบ)ไม่ลง ถ้าไม่จบบท...
เห็นได้จากเรื่องย่อนั่นละ
ถ้าเล่ายาว ๆ แบบนี้แสดงว่าคนอ่านอินและฟินสุด ๆ
ประมาณว่าอยากให้คนอื่นได้ร่วมฟินด้วยยังไงยังงั้น

เรื่องราวก็ตามที่เล่าไปแล้ว...
เรื่องของโครงเรื่อง การดำเนินเรื่อง ตลอดถึงสำนวนภาษาที่ใช้...
สำหรับผลงานของนักเขียนชั้นครูแล้วล่ะก็ มิพักต้องพูดถึงเลยค่ะ...
เฉียบและคมสมชื่อนิยายจริง ๆ

ขอหยิบยกตอนที่ชอบ ๆ มาให้อ่านแล้วอินร่วมกันดีกว่าค่ะ ...

เปิดเรื่องมาด้วยความคิดคำนึงของเพรียว...หลังงานเลี้ยงของผู้คนระดับไฮโซ
'...แม้ตัวหล่อนซึ่งมักจะมีเปลวเพลิงเรืองระยับในอารมณ์...
ก็ยังให้นึกหน่ายขึ้นมาอย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ'


ส่วนสามีหล่อน เรืองนามนั่นเล่า...

'หล่อนสังเกตเห็นว่าลึก ๆ แล้ว...เขาเหนื่อย...
มิได้เป็นเหล็กเพชรแกร่งกร้าวกระไรนักหนาดอก...ก็มนุษย์นั่นแล้ว
ขณะดื่มความสุขความเจริญ ก็จิบความทุกข์ความกังวลไปพร้อมกัน'


และเมื่อเขาพูดถึงปืน...นักหนังสือพิมพ์หนุ่ม...

'คนเรา....มีปากกาในมือเสียอย่างจะพลิกให้มันคว่ำมันหงายก็ได้นี่...วันนี้ว่าดี พรุ่งนี้ว่าชั่วก็ได้...'

เพรียวประทับใจในตัวปืน...หล่อนชอบ 'ผู้ชายเก๋แบบโก๋ๆ'

............

ลินินเพิ่งจบการศึกษากลับมาจากฝรั่งเศส...หล่อนรู้ตัวว่ายังซื่อนัก...
พ่อจึงเห็นว่าเบื้องต้นเขาต้องเป็นผู้ควบคุมและฝึกปรือหล่อน...

"พ่ออยากให้ลูก'สู้'กับคนสมัยใหม่ได้...เพราะงั้น พ่อเลยต้องพยายามหาภูมิคุ้มกันให้ลูกไงล่ะ"
"ได้แก่ผู้ชายชื่อปืน"
"เราเป็นปลอกคอให้กันและกันมานาน เขาอาศัยพ่อ พ่ออาศัยเขา
ปากกา...มันบิดได้นี่ลูก คนใช้ปากกาเป็นจะรู้วิธีบิด...
ปากกานี่ถ้าบิดเป็น มันลื่นยิ่งกว่าลูกปืนประตูเลื่อนอีกนา รู้ไว้เถอะ"


.............

ตอนที่ปืนกับปลายคุยกันเรื่องของเด็กหญิงปิ้ม...ลูกสาวที่เกิดจากความพลาดพลั้งของปืน...
ปลายชวนพี่ชายให้พาลูกสาวไปเที่ยวบ้าง...

"...พี่ไม่ต้องการเป็นเหยื่อให้อีนั่นมันบีบ ถ้าเราแสดงว่ารักเด็ก ต้องการเด็กเท่าไหร่ มันก็สาแก่ใจเท่านั้น"
"แล้วพี่จะเอาความรักนั้นไปซ่อนไว้ไหน หรือฝากใครไว้ ...
เด็กมันต้องการของสิ่งนี้ด่วนขึ้นมาแล้วนะพี่ ไม่ควรกักไว้อีกแล้ว"


ปืนอึ้ง...แต่ท้ายที่สุดก็ส่ายหน้า

...........

ความคิดคำนึงของปลายตอนที่พาเด็ก ๆ จากมูลนิธิเด็กกำพร้าไปเที่ยวทะเล...
'...อาหารกายของมนุษย์ บางทีก็ยังสำคัญน้อยกว่าอาหารใจด้วยซ้ำ เขาคิดแล้วสลดวูบขึ้นมา...
ด้วยใจนี้คือธงชัยประจำตัว จำเป็นต้องชักขึ้นสู่ยอดเสา ให้ได้โบกสะบัดอย่างงดงามสง่าในกระแสลม
ใจใครก็ตามหากถูกพับเก็บไว้ในลิ้นชัก สาบสางด้วยกลิ่นอับ เพราะไม่เคยได้รับการซักรีดให้สะอาด
มิเคยมีการชักขึ้นเชิดชู ธงนั้นย่อมหมดสิ้นซึ่งโชคและชัย'


...........

กับห้วงคำนึงของจิตรา...(แม่ของลินิน) กับภาพเดียวกันที่มองเห็น...

'เห็นเด็ก ๆ แล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า แท้จริงแล้ว เธอเหมือนต้นไม้แก่ ๆ ใกล้ถูกตัดโค่นแปรรูปมากกว่า
วัฎจักรนี้ไม่มีผู้เลี่ยงได้ เช่นเดียวกับทุกสังขารในโลก
แต่ตาดำ ๆ ตรงหน้าเธอนี่สิ...ที่ยังต้องรับปุ๋ย รับการพรวนดินรดน้ำ
หากปุ๋ยดี ดินดี น้ำดี เขาก็จะเติบใหญ่ขึ้น เป็นต้นไม้แข็งแรง ประกอบด้วยกิ่งก้าน ดอกใบสวยงาม....'


............

จริง ๆ แล้วยังมีอีกเยอะค่ะ...เพราะนิยายเขาเฉียบคมจนบาดใจ...และเจ็บปวด

ช่วงท้าย ๆ มีบทสะเทือนใจที่ค่อนข้างบีบคั้นอารมณ์ เรียกน้ำตาให้ร่วงเผาะ ๆ ได้เลยทีเดียว
อ่านแล้วรู้สึกทั้งโกรธทั้งหดหู่ ทั้งสงสารทั้งสะใจกับผลกรรมที่ตัวละครแต่ละตัวได้รับ...

เป็นนิยายดราม่าครบรสที่คลาสสิคมาก...
หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๓๔...
แต่เนื้อหาเรื่องราวในเรื่องยังคงร่วมสมัย ไม่ตกยุคตกขอบ
หลากหลายเรื่องราวเรายังคงพบเห็นได้ในสังคมปัจจุบัน...

แม้วันเวลาจะล่วงเลยมากว่ายี่สิบปี เทคโนโลยีจะก้าวล้ำนำโลกไปถึงไหน ๆ
แต่เรื่องของ"ใจ"มนุษย์...ยังต้องอาศัยการฝึกและฝนให้"คม"อยู่เสมอ
เพื่อจะได้แทงทะลุเปือกตมแห่งกิเลสที่ห่อหุ้มจิตใจของตนออกมา

ชวนอ่านอย่างแรงค่ะ!












 

Create Date : 30 สิงหาคม 2556    
Last Update : 30 สิงหาคม 2556 11:48:04 น.
Counter : 2311 Pageviews.  

~(อ่านตามแม่ # ๒) > > ความฝันที่ถูกทำลาย : ดราม่าจัดหนัก โดย ม.มธุการี ~





ความฝันที่ถูกทำลาย
ผู้เขียน: ม.มธุการี
สนพ.ศิลปาบรรณาคาร
(พิมพ์ครั้งแรก มี.ค.๒๕๓๔/
ปกแข็ง ๒ เล่มจบ)


เรื่องย่อ (ย่อเอง) :



ตินทรีย์ หญิงสาววัยยี่สิบเศษ เพิ่งสำเร็จการศึกษาด้านวารสารศาสตร์
เธอใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียน แต่แม่ของเธอไม่สนับสนุน...
และเธอก็เชื่อฟังตามใจแม่มาโดยตลอด

แม่ของเธอ-ยุพรา เป็นม่ายสาวใหญ่วัยสี่สิบต้น
เธอเลี้ยงดูตินทรีย์มาอย่างดีชนิดริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม
ตินทรีย์เป็นเสมือนตุ๊กตาตัวหนึ่งสำหรับเธอ ที่ถูกเธอปั้นแต่งให้ได้อย่างใจ
ยุพราทำธุรกิจด้านแฟชั่น และเธอก็ต้องการให้ลูกสาวมาช่วยเธอดำเนินงานด้านนี้
มากกว่าจะไปเป็นนักเขียนไส้แห้ง

แล้ววันหนึ่ง ทรัชก็เดินเข้ามาในชีวิตของสองแม่ลูก...
ทรัชเป็นพ่อม่ายหนุ่มใหญ่ เขามีอดีตที่เจ็บปวด ทำให้เขาไม่คิดจะแต่งงานใหม่
แต่เขาก็รู้สึกสะดุดตาในความสวย ใสบริสุทธิ์ของตินทรีย์
ในขณะที่ยุพราก็เกิดพึงใจในตัวทรัชทันทีที่ได้พบหน้า
..........

เมื่อยุพราเห็นว่าทรัชสนใจในตัวตินทรีย์ เธอก็เกิดความหึงหวงและริษยาในตัวลูกสาว...
เธอจึงตัดสินใจยกตินทรีย์ให้นายเผด็จ... ชายแก่คราวพ่อที่เคยมีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของทรัช
(ที่หลังจากแม่ของทรัชเสียชีวิต พวกเขาต้องถึงขั้นเป็นคดีความกันเรื่องมรดก)

ตินทรีย์เกือบจะพลาดท่าเสียทีนายเผด็จ...แต่โชคดีที่ทรัชกับกังสดาล เพื่อนรุ่น้องของแม่ไปช่วยเธอไว้ทัน

กังสดาลนั้น รู้จักนายเผด็จดี และรู้อีกว่ายุพรารับเงินมาจากนายเผด็จแล้ว...
เธอตัดสินใจบอกตินทรีย์เรื่องนี้ เพื่อให้ระวังตัวไม่ต้องตกเป็นสินค้าให้แม่"ขาย"ได้อีก...
ตินทรีย์เสียใจมาก เมื่อพบหน้ายุพราจึงประชดให้ว่าเธอไปนอนที่บ้านทรัชมา...
เพราะเธอรู้ว่าแม่กำลังหลงรักทรัชอยู่

ยุพราโกรธมาก จึงบอกความจริงกับตินทรีย์ว่า...เธอไม่ใช่แม่ผู้ให้กำเนิด...
การที่เธอเลี้ยงดูตินทรีย์มาอย่างดี เธอย่อมมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้...
แม้กระทั่ง"ขาย"หล่อนให้คนที่เธอเห็นว่าดี...
นั่นทำให้ตินทรีย์รู้สึกเคว้งคว้าง เพราะนึกไม่ถึงกับความจริงข้อนี้

เธอตัดสินใจออกจากบ้านไปอาศัยอยู่กับยาย มารดาของยุพราซึ่งรักเธออย่างจริงใจ
และไปทำงานในโรงพิมพ์เล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่สนับสนุนงานเขียนของเธอ...

กัลป์เป็นรุ่นพี่ที่เรียนด้านวารสารฯ เช่นเดียวกับตินทรีย์เป็นบรรณาธิการของสำนักพิมพ์แห่งนั้น
เขาแสดงความสนใจตินทรีย์อย่างจริงจัง จนทรัชรู้สึกหึงหวง

เขาจึงขอตินทรีย์แต่งงานด้วยความเห็นชอบจากยาย...
เมื่อตินทรีย์ตกลงใจแต่งงานกับทรัช...
สายสัมพันธ์ฉันแม่ลูกระหว่างเธอกับยุพราก็ขาดสะบั้นลงโดยปริยาย

หลังแต่งงานตินทรีย์มีความสุขที่อบอุ่นอีกครั้งจากการดูแลของทรัช...
แต่ความสุขของเธอช่างแสนสั้น เมื่อธุรกิจของทรัชเริ่มซวดเซ
โดยที่เธอไม่ได้มีส่วนร่วมรับรู้ปัญหาต่าง ๆ ของเขาเลยในตอนต้น

...ต่อเมื่อผลร้ายของมันตกกระทบเธอเข้าเต็ม ๆ นั่นแหละ...
เธอถึงได้รับรู้ถึงคำว่า...ความฝันที่ถูกทำลาย...มีความหมายเช่นไร...
(เช่นเดียวกับความฝันของยุพรา ทรัช และอีกหลายคนในเรื่อง...
ที่ต่างแตกสลาย ยับเยินไปพร้อมกัน...)








เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่อ่านตามแม่ค่ะ
หลังอ่าน...
เรื่องย่อยาวเหยียดข้างบนนั่นเป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวของนิยายชีวิต ดราม่าหนักหน่วงเล่มนี้
ซึ่งก็เป็นไปตามสไตล์ของนักเขียนท่านนี้ที่แฟน ๆ ต่างรู้จักกันดี

ตามเรื่องย่อคงเห็นแล้วว่าเรื่องราวชวนเครียดขนาดไหน...
ถ้าได้อ่านเนื้อเรื่องเต็ม ๆ รับประกันความเครียดหนักกว่านี้อีก...หลายเท่าค่ะ

นิยายเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นภาพผู้คนในสังคมยุคสมัยหนึ่ง
ที่ต่างโหยหาความสุข ความสบายให้กับชีวิต
โดยแยกไม่ออกระหว่างความสุขที่ได้มาจากความรักความผูกพัน...
กับความสุขฉาบฉวยที่ได้จากการครอบครองวัตถุและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลาย

ซึ่ง...ถึงแม้วันเวลาจะล่วงเลยมากว่ายี่สิบปี แต่ดูเหมือนว่าสภาพสังคม วิถีชีวิต วิธีคิด
กับค่านิยมของผู้คนจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่เลย...
กลับจะเพิ่มความบิดเบี้ยวมากขึ้น ๆ เสียด้วยซ้ำ

ในนิยายเรื่องนี้จะมีพ่อม่าย แม่ม่ายเต็มไปหมด

นับตั้งแต่ยุพรา...แม่ม่ายสาวใหญ่ที่เมื่อรักใคร่สิ่งใดหรือคนไหนก็ไขว่คว้า
เพื่อจะครอบครองให้ได้ แม้จะต้องยื้อแย่ง หรือกระทั่งเหยียบย่ำชีวิตอื่นเธอก็จะทำ...
(คนนี้ออกแนวจิตหน่อย ๆ )

ทรัช(พระเอก)...พ่อม่ายหนุ่มผู้ชมชอบการเอาชนะ และมักใช้สมองมากกว่าหัวใจ
หากเขาคิดจะแต่งงานกับใครสักคน เขาต้องคิดคำนวณผลได้ผลเสียจนถี่ถ้วนแล้วจึงตัดสินใจ...

กังสดาล...นักเขียนหมดไฟ แม่ม่ายสาวผู้เข็ดหลาบกับความสัมพันธ์
จนละเลยตัวเองและลูกสาวคนเดียว...

นายเผด็จ...อดีตสามีของกังสดาลและอดีตพ่อเลี้ยงของทรัช...
ในพจนานุกรมชีวิตของเขาไม่เคยบรรจุคำว่า"มนุษยธรรม"...
เขามีลูกสาวกับกังสดาลหนึ่งคน แต่กังสดาลให้คำจำกัดความเขาไว้ว่า...
เขาเป็น... "หนึ่งในสัตว์ตัวผู้หลาย ๆ ประเภทที่ไม่เคยดูแลและจำลูกตัวเองได้"

ฯลฯ

บอกได้เลยว่านิยายเรื่องนี้อาจจะไม่ได้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง...
แต่เราคนอ่านจะเอาใจช่วยนางเอก และรู้สึกยินดี ดีใจไปกับทางที่เธอเลือก...
อย่างที่แม่ของจขบ.กับตัวจขบ.เองรู้สึกพ้องกันค่ะ









 

Create Date : 20 สิงหาคม 2556    
Last Update : 20 สิงหาคม 2556 10:48:54 น.
Counter : 1696 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 168 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ เดเปอโร รักยิ่งใหญ่จากใจดวงเล็ก/เคท ดิคามิลโล/เขียน งามพรรณ เวชชาชีวะ/แปล ~

~สูญมนุษย์วันสิ้นโลก/Z for Zachariah/Robert C. O'Brien/เขียน วิลาส วศินสังวร/แปล ~

~ บ้านใหม่บนดิน The People of Sparks/ฌานน์ ดูโปร เขียน/แสงตะวัน แปล~

~ บ้านริมทะลสาบ/เข็มพลอย~

~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.