“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

~ มัศยาข้างสระ : นิยายวัยรุ่นสร้างสรรค์สังคม โดย"ช่อมณี" ~





มัศยาข้างสระ
ผู้เขียน : ช่อมณี
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ม.ค. ๕๗)
๔๕๗ หน้า ราคา ๓๑๕ บาท

โปรยปก :


สายน้ำเย็นฉ่ำคือสิ่งที่เธอโหยหา
และเขาซึ่งหลงใหลในการว่ายน้ำของเธอ
ก็ไม่ต่างจากเจ้าชายเฝ้ารอเงือกสาวแสนสวยขึ้นจากน้ำมาหาสักครั้ง

โลกของเธอคือสายน้ำใส
แต่หัวใจที่เขามีให้เธอนั้นกว้างใหญ่และฉ่ำเย็นกว่านั้น

มัศยา เด็กสาวมัธยมปลายโรงเรียนวาริชมาศผู้รักการว่ายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ
และใฝ่ฝันจะก้าวเข้าสู่การแข่งขันระดับชาติให้ได้ในสักวัน
แต่ด้วยปมเกี่ยวกับการได้ยินที่ด้อยกว่าคนทั่วไป
ทำให้บิดาเกรงว่าลูกสาวจะเสียใจถ้าต้องไปแข่งในโลกของนักกีฬาปกติแล้วถูกรังเกียจ
จึงผลักดันให้เธอเรียนอย่างเดียว

สรวิศ ผู้บริหารโรงเรียนวาริชมาศคนใหม่
และเป็นทายาทบริษัทผลิตชุดว่ายน้ำและชุดกีฬาหลายชนิด
เขามีแผนสร้างไอดอลนักว่ายน้ำสาวเพื่อโปรโมตบริษัท
และเขาเลือกมัศยา โดยไม่รู้ตัวว่าวินาทีนั้นก็ได้เลือกเด็กสาวตากลมโต
เข้ามาไว้ในหัวใจแล้วเช่นกัน

เธอต่อสู้กับอุปสรรคเพื่อให้พ่อและสังคมยอมรับในความเป็นนักว่ายน้ำ
ที่สามารถแข่งขันด้วยกติกาสากล โดยรับรู้ถึงความอบอุ่นใต้ปีกของเขา
ที่โอบอุ้มและพร้อมจะประคองพาเดินบนเส้นทางสู่ความสำเร็จ
และความรักที่พร้อมจะบรรจบพบกันในสักวัน






หลังอ่าน...
เท่าที่ได้อ่านงานของนักเขียนนามปากกานี้มาสามสี่เล่ม
บอกได้เลยค่ะว่าค่อนข้างชอบเล่มนี้มากที่สุด

เรื่องราวโดยย่อก็ประมาณคำโปรยปกหลังด้านบนนั่นเลย
จริง ๆ แล้ว นิยายเรื่องนี้ก็ไม่เชิงว่าเป็นนิยายแนวแปลกใหม่อะไรนัก
เพียงแต่มันออกจะแหวกกระแสนิยมของตลาดนิยายในยุคนี้อยู่พอสมควร
โดยเฉพาะเมื่อมันเป็นเรื่องของเด็ก ๆ วัยรุ่น

นิยายแนว ๆ นี้หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับธีมเรื่อง กับพล็อตที่คล้าย ๆ ซีรีส์หรือการ์ตูนญี่ปุ่นเกาหลีอะไรโน่น
เป็นการบอกเล่าถึงการต่อสู้ ฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อที่จะได้ทำในสิ่งที่ตนรักของตัวเอก
ซึ่งในเรื่องนี้ก็ได้แก่มัศยา สาวน้อยม.ปลายผู้รักการว่ายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ
เธอมีความบกพร่องทางการได้ยิน คือเป็นเด็กหูตึงนั่นเอง
แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคที่ทำให้เธอไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้
ความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อมที่จะป็นนักกีฬาว่ายน้ำระดับทีมชาติของเธอไม่ใช่เป็นแค่
ความต้องการเอาชนะสภาวะที่เหมือนจะพิการของตัวเองเท่านั้น
หากเธอมีความใฝ่ฝันที่จะได้พบกับนักว่ายน้ำเก่ง ๆ ทั่วโลก
เพื่อจะได้พบปะและรู้จักกับผู้คนที่รักในสิ่งเดียวกันกับเธอ

มัศยาเป็นเด็กสาวที่มีความคิดความอ่าน มีวุฒิภาวะโตเป็นผู้ใหญ่เกินตัวมาก
อ่าน ๆ ไปต้องคอยพลิกดูเป็นระยะ ๆ ว่าเธอยังเรียนหนังสือแค่มอปลายจริง ๆ หรือ
เพราะเมื่อเทียบกับพระเอก...ที่เป็นเจ้าของโรงเรียนที่เธอเรียนอยู่
และเป็นนักธุรกิจเจ้าของบริษัทผลิตชุดกีฬาขนาดใหญ่ อายุอานามก็น่าจะมากกว่าเธอไม่ต่ำกว่า ๑๐ ปี
ไม่ว่าจะเป็นลักษณะความสัมพันธ์หรือจากบทสนทนาพูดคุย ดูเหมือนพวกเขาจะเท่าเทียมกันไปหมด
ทั้งความคิดความอ่านและการวางตัว การมอง การตั้งรับและการแก้ปัญหา...
เป็นไปแบบ...เปี่ยมด้วยวุฒิภาวะทางอารมณ์และการมองโลกมองคนในแง่ดีสุด ๆ

และยังมีตัวละครเด่น ๆ ตัวอื่นที่ช่วยสร้างสีสันให้นิยายและเพิ่มความโดดเด่นให้กับมัศยา
อย่าง...ยุพยง เด็กสาวผู้หลงใหลในชัยชนะ เพราะถูกเลี้ยงดูมาโดยป้าที่เกลียดความพ่ายแพ้

พอลล่า...เด็กลูกครึ่งสาวผิวสี ผู้มีปัญหาเนื่องจากพ่อแม่หย่าร้าง
เมื่อพ่อเสียชีวิต เธอต้องมาอยู่กับแม่ที่แต่งงานใหม่...

ปองสิทธิ์...เด็กหนุ่มจอมเกเร ลูกชายนายตำรวจใหญ่ที่พ่อแม่ไม่มีเวลาอบรมดูแล
เมื่อเข้าไปร่วมกับกลุ่มก๊วนอันธพาลจึงพลอยมีพฤติกรรมป่วนเมืองไปด้วย
ทั้งที่เนือแท้แล้ว เขาก็เป็นเด็กที่มีจิตสำนึกฝ่ายดีอยู่ไม่น้อยทีเดียว

และเป็นมัศยาที่เล็งเห็นในแง่มุมนี้...
และเธอก็ใช้ความเป็นคนคิดบวกและเจตนาอันบริสุทธิ์ของตัวเอง
พยายามดึงเด็กมีปัญหาทั้งหลายเหล่านี้ให้มาเป็นเพื่อน และใช้พลังอันเหลือเฟือของวัยรุ่นไปในทางสร้างสรรค์






จุดที่ชื่นชอบที่สุดในนิยายเรื่องนี้ก็คือเรื่องราวของครูแทนค่ะ
ครูแทนเป็นอดีตนักว่ายน้ำทีมชาติที่เคยได้เหรียญทองมาแล้ว
หลังจากประสบอุบัติเหตุจนพิการต้องใช้รถเข็น
เขาจึงหันมาเปิดบ้านรับดูแลเด็กพิการ และเขาก็เป็นผู้ฝึกสอนการว่ายน้ำให้กับมัศยา
เขาเข้าอกเข้าใจ ช่วยปลุกปลอบให้กำลังใจ และคอยชี้ให้เธอเห็นทางออกเวลาท้อถอยและมีปัญหาเสมอ ๆ
เป็นคนพิการที่ทรงคุณค่า ทั้งต่อตนเองและต่อสังคมโดยรวมอย่างแท้จริง

การดำเนินเรื่องก็ค่อนข้างเรียบเรื่อยค่ะ เป็นไปตามขนบของนิยายแนว ๆ นี้ แบบว่า...
ตัวละครมีอุปสรรคให้ต้องต่อสู้ มีปัญหาให้ต้องแก้ไข
มีตัวร้ายมาคอยก่อกวนหนทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งก็ต้องแก้กันไปเป็นเปลาะ ๆ
พระเอก-นางเอกก็อาศัยอุปสรรคและปัญหาเหล่านี้เป็นตัวเชื่อมประสาน
ความสัมพันธ์ ให้ได้ร่วมกันแก้ปัญหาฟันฝ่าไป

แต่ถ้าใครจะคาดหวังบทรักที่ดึ่มด่ำ หวามหวานจากทั้งคู่แล้วล่ะก็...เห็นทีจะต้องผิดหวังค่ะ
คุณ"ช่อมณี"ยังคงคอนเซ็ปต์ 'รักอย่างสุขุมคัมภีรภาพ' ของเธอไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลายค่ะ หุหุ

แต่ในเรื่องสำนวนภาษา...ในเล่มนี้เธอซอฟท์ลงกว่าเล่มก่อน ๆ เยอะเลยค่ะ
แม้จะยังสัมผัสถึงความห้วน กระด้างของบทเจรจาอยู่บ้าง แต่ก็น้อยลงมาก
มีความกลมกลืนลื่นไหลระหว่างบทพูดและบทบรรยายที่นุ่มนวลขึ้น
เด็ก ๆ พูดกับผู้ใหญ่รู้จักมีหางเสียง'คะ-ค่ะ'เยอะแล้ว...
ในส่วนนี้ถือว่าให้ผ่านค่ะ

สรุปเลยละกันค่ะว่าเป็นนิยายวัยรุ่นแนวสร้างสรรค์สังคมที่น่าสนใจอีกเล่มหนึ่ง
ท่ามกลางนิยายรัก ๆ ใคร่ ๆ เกลื่อนแผงหนังสืออยู่อย่างปัจจุบันนี้
อยากให้มีนิยายสะท้อนสังคมแนว ๆ นี้ออกมาเยอะ ๆ จังเลยค่ะ

อ่านจบแล้วหยิบมาเล่าต่อ ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ









 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2557 15:56:20 น.
Counter : 1509 Pageviews.  

~ มัศยาเร้นรัก : ๑ ในชุด รัก...ร้ายจากค่ายแจ่มใส โดย "อัญชรีย์" ~





มัศยาเร้นรัก
ผู้เขียน : อัญชรีย์
ผู้พิมพ์ : สนพ.แจ่มใส
448 หน้า ราคา 279 บาท



เรื่องย่อ ๆ (ย่อเอง)


(นิยายเรื่องนี้มีเพื่อนบล็อกรีวิวไว้เยอะมาก
ขออนุญาตที่จะไม่ก๊อปคำโปรยปกหลังมาวางนะคะ ขอเล่าเรื่องย่อเองละกัน)


เดือน-นิศากร รู้จักสนิทสนมกับธีร์ปริย(อ่านว่า ที-ปะ-ริ-ยะ)หรือนายปลามาตั้งแต่วัยเด็ก
ในฐานะลูกของเจ้านายพ่อ (เธอจึงเหมือนกับเป็นลูกไล่ของเขากลาย ๆ ในตอนนั้น)
แต่หลังจากที่แม่ของเธอเสียชีวิต พ่อของเธอก็ลาออกจากงานเดิม
ด้วยปมในใจที่ว่าธุรกิจของเจ้านายเดิมเป็นธุรกิจบาปที่อาจจะเป็นต้นเหตุการตายของภรรยา

ทั้งคู่จึงเหมือนจะห่างเหินกันไปโดยปริยาย แต่ก็ยังพบปะกันบ้างนาน ๆ ครั้ง
เมื่อนายปลากลับมาเมืองไทย พร้อมด้วยคู่ควงไม่ซ้ำหน้า
และทุกครั้งที่พบหน้า เดือนจะต้องเป็นฝ่ายรองรับการจิกกัด โขกสับ กระแนะกระแหนจากนายปลาเป็นประจำ
เชยมั่ง แก่มั่ง ขี้เหร่มั่ง...แถมบางครั้งก็เรียกใช้เธอราวกับเบ๊ประจำตัว ซึ่งเธอก็ยอมให้เขาเสมอมา
จนล่าสุดเมื่อนายปลาทำท่าว่าจะกลับมาอยู่เมืองไทยอย่างถาวรและคิดจะลงหลักปักฐาน
แต่งงานกับสาวสวยผู้เพียบพร้อมและเหมาะสมอย่างกนกนัดดา
เดือนจึงเริ่มปฏิวัติตัวเอง ไม่ยอมลงให้เขาอีกต่อไป
แต่ดูเหมือนว่า...ยิ่งเธอพยายามทำตัวออกห่าง มันก็ช่างมีเหตุที่่ทำให้เธอต้องได้เข้าใกล้เขาอยู่ร่ำไป
อย่างนี้แล้ว เธอจะสามารถเก็บงำความรักลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ในใจเธอไว้ได้นานเพียงไหน...

และการได้เข้าใกล้เขา...
เธอจะสามารถสัมผัสได้ถึงความลับบางอย่างที่เขาแอบเร้นไว้ในใจของเขาได้หรือไม่ อย่างไร...?






เมาธ์มอยหลังอ่าน...
อีกเล่มกับนิยายรัก...(ร้าย) โดยนักเขียนที่มีลีลาการเล่าเรื่องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวค่อนข้างสูงอย่าง'อัญชรีย์'
เรื่องเล่าของเธออ่านสนุกจนไม่ค่อยรู้สึกถึงความช้ำและซ้ำของพล็อตน่ะค่ะ
ทั้ง ๆ ที่ช่วงนี้อ่านนิยายแนว ๆ นี้หลายเล่มเหลือเกิน...
(แนว ๆ พระเอก-นางเอกคลุกคลีผูกพัน ต่างฝ่ายต่างแอบรักกันแต่แสร้งทำตรงกันข้าม
ปากไม่ตรงกับใจอะไรทำนองเนี๊ยะ)

ในเรื่องนี้ผู้เขียนเดินเรื่อง...ส่วนใหญ่ ผ่านความรู้สึกนึกคิดของนางเอก
ซึ่งเป็นหญิงสาวโตเต็มวัยที่มีจินตนาการบรรเจิดมาก เพราะเธอเป็นนักเขียน
เจ้าของผลงานนิยายแนวรักโรแมนติกและอีโรติก(18+)ที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูง
ทั้ง ๆ ที่เธอยังเป็นสาวบริสุทธิ์...(ดูเหมือนคนเขียนจะเอาตัวเองใส่เข้าไปในบทได้เต็มที่เลยนะคะนั่น)

เธอบอกเล่าถึงความสัมพันธ์อันลักลั่นของตัวเองกับพระเอก นับตั้งแต่วัยเด็กเป็นต้นมา
คนอ่านจะรู้จักพระเอกผ่านมุมมองของเธอในฐานะหนุ่มน้อย
(ก็เรื่องนี้พระเอกเขาอายุน้อยกว่านางเอกตั้งสองปี)จอมเกเร
ที่เอาแต่ใจสุด ๆ โดยเฉพาะกับเธอเอง และทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขาแกล้งเขากวน เธอก็เกลียดเขาไม่ลง
อาจจะมีหมั่นไส้ น้อยใจและโกรธเคืองบ้าง แต่ความรักที่กลบฝังไว้ในใจมันมีมากกว่า

จะมีเพียงส่วนน้อยที่เราจะได้สัมผัสความรู้สึกนึกคิดของพระเอกโดยตรง
ซึ่งก็เป็นไปแบบลับ ๆ ลวง ๆ เพราะพระเอกเขาเป็นหนุ่มเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ
แล้วก็ช่างหาเหตุหาผลมารองรับการกระทำของตัวเองไว้อย่างเหมาะเจาะ เป็นขั้นเป็นตอน

และหลังจากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เขากำหนด
เราก็จะได้เห็นถึงความฉลาด ความมุ่งมั่น และความมีวุฒิภาวะที่เต็มเปี่ยม
ที่สำคัญที่สุด ความรักอันมากมายและมั่นคงที่เขามีต่อนางเอก
...โอย...อ่านแล้วฟินนะ อิจฉานางเอกสุด ๆ

ก็อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นนั่นแหละค่ะว่า...
นิยายเรื่องนี้มีเพื่อนบล็อกบอกเล่าไปแล้วหลายต่อหลายบล็อกแล้ว
ตัวเองจึงจะไม่ขอเวิ่นเว้อให้วุ่นวายไป ขอสรุปเลยแล้วกันว่า...
อ่านจบแล้วก็...ชอบค่ะ อ่านเพลิน ๆ คลายเครียดได้ดี
หยิบมาเล่าต่อ ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ

ปอลอ. ตอนแรกเห็นภาพปกแล้วแอบหลอนนะคะ ว่าจะมาแนวจิต ๆ
ตามถนัดของผู้เขียนอีกหรือเปล่า...แต่พอได้อ่านจนจบแล้วก็พบว่า...
ภาพปกกับเนื้อหาแทบจะไม่มีความสัมพันธ์อันใดต่อกันเลยค่ะ
สมแล้วที่เคยมีคนกล่าวไว้ว่า..."อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก"...แฮ่ม...
(หรือเค้าจะมีความหมาย...แต่เราไม่เก็ทหว่า...?)










 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 27 พฤษภาคม 2557 12:12:34 น.
Counter : 1337 Pageviews.  

~ ปลาหลงฟ้า : นิยายรักอ่านสนุก สุขนิยม โดย "อิสย่าห์" ~





ปลาหลงฟ้า
ผู้เขียน : อิสย่าห์
ผู้พิมพ์ : พิมพ์คำ สนพ.(มี.ค. ๒๕๕๗)
๔๔๘ หน้า ราคา ๒๗๐ บาท


จากปกหลัง :


เพราะความจงรักภักดีต่อบริษัทที่ฝังอยู่ในสายเลือดและทุกอณูเซลล์ของ 'มัศยา'
เธอเลยต้องยอมรับหน้าที่ผู้ช่วยของ 'น่านฟ้า' ประธานหนุ่มของบริษัทข้าวเกรียบมีโชค
ที่สุดแสนจะเหลวไหลและไม่เอาถ่าน
เพื่อช่วยเขากอบกู้ยอดขายของบริษัทให้ได้ภายในสามเดือน
ไม่เช่นนั้นตำแหน่งประธานของเขาอาจจะหลุดลอยไปตกอยู่ในมือของคนอื่น

แค่ภารกิจทวงคืนตำแหน่งประธานก็ยากเย็นแสนเข็ญเต็มทน
แต่นี่เธอต้องคอยทำหน้าที่พี่เลี้ยงกึ่งแม่นมเพื่อควบคุมความประพฤติของเขาอีกด้วย
เมื่อเขาพร้อมจะออกนอกลู่นอกทางจนเสียงานเสียการทุกที ถ้ามีสาวสวยหุ่นนางแบบมาเฉียดใกล้
เพราะเขาเป็นหนุ่มขี้เหงา ขาดกิ๊กเมื่อไรเป็นขาดใจเมื่อนั้น

เอาละ งั้นเธอจะยอมลงทุนเป็นกิ๊กกำมะลอให้เขาเสียเลย เขาจะได้อยู่ในสายตาเธอตลอดเวลา
แต่พ่อเจ้าประคุณก็ขยันหยอดมุกหวานและเล่นหมาหยอกไก่เสียจริง
แม้รู้ทั้งรู้ว่าขืนไปหลงเสน่ห์หนุ่มรักสนุก สุขนิยม มีหวังได้น้ำตาเช็ดหัวเข่า
แต่สุดท้ายหัวใจของเธอก็สั่นหวั่นไหวไม่เป็นท่า

มาร่วมลุ้นกับอนาคตของบริษัทมีโชคและหัวใจของเธอที่ดูจะลุ่มๆ ดอนๆ ไม่แพ้กัน
เพราะล้วนตกอยู่ในกำมือของประธานหนุ่มแสนขี้เล่นไปเสียทุกเรื่องคนนี้






หลังอ่าน...
เรื่องราวก็ตามปกหลังนั่นเป๊ะ ๆ แหละค่ะ อ่านดูก็รู้ว่าเป็นนิยายแนวโรแมนติกคอเมดี้
ที่น่าจะคาดหวังรอยยิ้มอารมณ์ดีได้จากการอ่าน

ซึ่งก็เป็นไปตามคาด...
เป็นนิยายรักร่วมสมัย พล็อตง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน...

พระเอกเป็นคุณชาย ที่ทำตัวเหลวไหล ไม่เอาถ่าน
แต่จำต้องมารับตำแหน่งท่านประธานบริษัทใหญ่ที่พ่อได้บุกเบิกสร้างมา
เดิมทีเขาก็ไม่ได้คิดจะเข้ามารับหน้าที่นี้หรอก
ถ้าผู้เป็นพ่อกับพี่ชาย(ซึ่งเป็นลูกแม่ใหญ่)จะไม่ด่วนเสียชีวิตไปพร้อมกันในอุบัติเหตุ
ตัวเขา ซึ่งมีปมเล็ก ๆ อยู่ในใจ เพราะตัวเองเป็นลูกเมียรองของพ่อ
จึงมีท่าทีเหมือนไม่อยากรับตำแหน่งในทีแรก...
ร้อนถึงแม่ใหญ่ ผู้ยึดมั่นในคำสัญญาที่ให้ไว้กับสามี ว่าจะรักษาบริษัทนี้ให้กับสายเลือดของเขาเท่านั้น
ต้องสรรหาคนมากำกับดูแลเจ้าเด็กไม่เอาไหนคนนี้...
แล้วเธอก็เลือกหยี หรือมัศยาให้ทำหน้าที่ที่แสนจะยากเย็นนี้
ด้วยเธอเล็งเห็นแล้ว่ามัศยานั้น ทั้งอึดทั้งถึก ทนได้ทุกสถานการณ์
รวมทั้งจงรักภักดีต่อบริษัทมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่มาทีเดียว...

นอกจากจะต้องรับมือกับปัญหาการแย่งชิงตำแหน่งท่านประธาน
รวมถึงปัญหายอดขายตกต่ำเพราะการรุกล้ำของสินค้าประเภทเดียวกันที่ทันสมัยกว่าแล้ว
มัศยายังต้องรับมือกับเล่ห์กลและความกวน...อันร้ายกาจของเจ้านายหนุ่ม
ผู้ทำตัวเป็นเด็กโค่งรักสนุกสุขนิยม เจ้าชู้ตัวพ่อ...ให้เธอต้องคันไม้คันมืออยู่ตลอดเวลา
ซ้ำทำไปทำมา...ไหงเธอกลับเห็นว่าท่าทีกวนโอ๊ยของเขากลายเป็นเสน่ห์เร้ารึงใจ
พาให้เธอต้องหวั่นไหวไปซะงั้น...





ก็...อ่านเพลิน ๆ ชิล ๆ สนุกดีค่ะ
เพียงแต่ว่า ตัวเองดันเลือกอ่านเล่มนี้หลังจากที่เพิ่งอ่านผลงานอีกเล่มของนักเขียนคนเดียวกันจบไป
คือเรื่อง "หนึ่งคำรัก" ซึ่งผู้เขียนเข็นออกมาในช่วงเวลาเดียวกัน เพียงแต่จัดพิมพ์คนละเจ้าเท่านั้น...
ความรู้สึกที่ได้มันจึงค่อนข้างซ้ำ ๆ เพราะทั้งแนวเรื่อง ทั้งพล็อต ตลอดถึงบุคลิกตัวละครเอก
มันคุ้น ๆ ซ้ำ ๆ เหมือน ๆ กันทั้งสองเรื่อง ...

พระเอกกับนางเอกเป็นนายจ้างลูกจ้าง...พระเอกออกแนวแบดบอย เป็นคุณหนูเอาแต่ใจ
ส่วนนางเอกก็ประมาณ...ศรีทนด้ายยย...อึด ถึก ทน เหมือนกันเด๊ะ ๆ
ทั้งคู่ต้องทำงานร่วมกัน ใกล้ชิดกัน
เห็นไส้เห็นพุงกันชนิดที่ว่าต่างฝ่ายต่างมั่นใจว่าไม่ใช่สเปกของกันและกัน
แต่ทว่า...ในที่สุดก็ด้วยความใกล้ชิดกันนั่นแหละที่ดึงดูดให้ทั้งคู่หันมามองกันและรักกัน...

จะต่างกันก็แต่ส่วนรายละเอียดปลีกย่อย
ซึ่งก็ต้องชื่นชมคนเขียนนะคะว่าเธอช่างสรรหามุกมาต่อยอดให้เป็นเรื่องเป็นราว...

ในเรื่องนี้มีจุดที่รู้สึกชื่นชอบอยู่สองจุด...
จุดแรกคือความจงรักภักดี และกตัญญูรู้คุณต่อองค์กรของครอบครัวนางเอก
กับความยึดมั่นในคำสัญญาของแม่ใหญ่ที่ให้ไว้กับสามี
แม้จะไม่ได้รักใคร่เอ็นดูอีตาพระเอกที่เป็นลูกเลี้ยงนี่ซักเท่าไหร่เล้ย
แต่เธอก็ทำทุกอย่างเพื่อรักษาตำแหน่งประธานบริษัทไว้ให้เขา...

ชอบอะ...ชอบนิยายที่เน้นคุณธรรมในข้อนี้ค่ะ

จุดทีสองที่ชอบก็คือ...ว่าด้วยการตั้งชื่อนิยายกับชื่อตัวละครที่ออกแนวอุปมาอุปไมยนิด ๆ
นิยายชื่อ"ปลาหลงฟ้า"...
เห็นชื่อก็ชวนให้ฉงนสนเท่ห์แล้วว่าปลาอะไรจะไปแหวกว่ายหลงวนอยู่บนฟ้า
พอเริ่มอ่านก็...อ๋อ...ฟ้าก็คือพระเอก...น่านฟ้านั่นเอง
ส่วนปลา...ก็คือนางเอกมัศยา หรือหยี(ที่แปลว่า'ปลา'ในภาษาจีน)
มัศยามีคนรักที่คบหากันมานาน ถึงขั้นวางแผนแต่งงานกัน ชื่อสินธุ...
ซึงก็น่าจะเหมาะสมกันดีอยู่แล้ว เพราะปลาก็น่าจะคู่กับน้ำ
แต่เมื่อเธอต้องมาพัวพันอยู่กับน่านฟ้า
คนรักของเธอก็ทำตัวเป็นประหนึ่งสายน้ำที่ลื่นไหลลดเลี้ยว แปรเปลี่ยนไปซะงั้น...
ชอบนิยายที่เล่นกับภาษา กับสัญลักษณ์อะไรแนว ๆ นี้ค่ะ

ก็...นับว่าเป็นนิยายรักอารมณ์ดีที่อ่านไปยิ้มไปอีกเล่มหนึ่ง
ที่อ่านจบแล้วหยิบมาบอกเล่าชวนอ่านกันค่ะ

*ปอลอ. หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือยืมอ่าน เลยต้องแซงคิวกองดองทั้งหลายค่ะ









 

Create Date : 21 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 21 พฤษภาคม 2557 15:43:18 น.
Counter : 4623 Pageviews.  

~ เพลิงดอกรัก : นิยายรักอ่านเพลินโดย "วิรัตต์ยา" ~






เพลิงดอกรัก
ผู้เขียน : วิรัตต์ยา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ม.ค. ๒๕๕๗)
๓๑๙ หน้า ราคา ๒๔๕ บาท



โปรยปก :


ภารกิจตามหาน้องสาวที่หายตัว
พาเธอไปพันพัวกับโลกของมาเฟียเสน่ห์ร้าย
สุดท้ายเลยต้องแก้ไขปัญหาหัวใจไปพร้อมๆกัน

..........

กลับจากถือศีลภาวนา'นรีกานต์' ก็ทราบว่าน้องสาววัยสิบแปด
ถูกเจ้าพ่ออาบอบนวด ฉายา'อสูรแห่งราตรี' บังคับพาตัวไปอยู่ด้วย

ไม่ง่ายเลยที่จะเข้าถึงเจ้าพ่อระดับนั้น
เธอจึงใช้ทางลัด แจ้งความจับเขาในข้อหาพรากผู้เยาว์

คดีนี้ยังตกลงกันไม่ได้ ก็มีอีกคดีให้ปวดหัว
เมื่อเธอบังเอิญอยู่ในเหตุการณ์ลอบฆ่าเขา
และเป็นคนเดียวที่เห็นหน้าคนร้าย
เธอจึงถูกพาไปอยู่ที่อาณาจักรส่วนตัวเขา เพื่อความปลอดภัย
พร้อมกันนั้น ภารกิจตามหาตัวน้องสาวก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

แต่ยิ่งตาม เธอก็ยิ่งพบความลับบางอย่างที่ทำให้มองเขาต่างไปจากเดิม
พบเงื่อนงำบางอย่างที่ทำให้ชีวิตตกอยู่ในอันตราย

สุดท้าย แม้จะรอดชีวิตมาได้ เธอก็ไม่แน่ใจจริงๆว่าจะเอาหัวใจรอด
จากเสน่ห์ร้อนแรงของเขาได้หรือเปล่า!






หลังอ่าน...
เป็นนิยายรัก โรแมนติก ดราม่า แอ็กชั่น...แล้วแต่จะเรียกล่ะค่ะ
จะว่าไปก็ค่อนข้างครบรสนั่นล่ะ...
เพราะอ่านแล้วรู้สึกเหมือนกำลังดูละครหลังข่าวยังไงยังงั้น 55

เรื่องย่อก็ตามคำโปรยปกข้างบนนั่นแหละค่ะ ไม่อาจเล่าอะไรมากไปกว่านี้แล้วล่ะ

(แต่ถ้าใครอยากถูกสปอยล์ก็เชิญจิ้มที่เว็บสนพ.เขาโลด...(เราเตือนคุณแล้ว!)
แอบเจ็บใจนิด ๆ ที่ตัวเองเผลอคลิกเข้าไปอ่านก่อน บอกได้เลยว่า...
เสียอรรถรสไปไม่น้อยเลยทีเดียว...!!!)


เรื่องนี้ผู้เขียนเขาปรารภไว้ที่หน้าคำนำว่า มีจุดเริ่มต้นมาจากแนวคิดที่ว่า
หากจะให้คนสองคนที่มีเบื้องหลังชีวิตตลอดถึงบุคลิกลักษณะที่แตกต่างกันชนิดสุดขั้ว
ต้องมาพัวพันใกล้ชิดกัน มันจะเป็นไปได้ไหมว่าเขาจะเกิดรักกันขึ้นมาได้

แล้วเธอก็เลยสร้างพระเอกในเรื่องนี้ให้เป็น 'เจ้าพ่ออ่างทองคำ'...
เป็นเจ้าของธุรกิจอาบอบนวดที่มีฉายาน่ากลั๊วว่า 'อสูรแห่งราตรี'
ทั้งโหด ทั้งเหี้ยม ทั้งเจ้าชู้...เรียกว่าครบสูตรมาเฟียนั่นล่ะ

ในขณะที่นางเอกเป็นพยาบาลสาวแสนดีมีเมตตาจิต ผู้มีชีวิตเรียบง่าย
ที่กำลังอกหักจนหันหน้าเข้าหาพระธรรมเพื่อกล่อมเกลาจิตใจ
จากการแต่งเนื้อแต่งตัวและท่าทางอันเรียบร้อย
เมื่อพบกันครั้งแรก พระเอกก็ให้ฉายาเธอว่า "แม่ชีน้อย"

เส้นทางชีวิตของคนสองคนไม่น่าจะโคจรมาเจอกันได้
แต่คนเขียนเขาก็สามารถจัดการให้ทั้งคู่ได้มาเจอกัน...
ในที่ที่เรียกว่า'อโคจร'(สำหรับนางเอก)นั่นแหละ อย่างสมเหตุสมผลอีกต่างหาก
เมื่อน้องสาววัยรุ่นของเธอเกิดหนีออกจากบ้านที่อยู่กับแม่ต่างจังหวัด
และมีแนวโน้มว่าจะมาทำงานในสถานอาบอบนวดของพระเอก
เธอจึงต้องมาตามหาน้องที่นั่น...
(แล้วเรื่องราวก็ดำเนินต่อไปตามเรื่องย่อ ๆ ข้างบนนั่นเอง...)





พล็อตเรื่องโอเคเลยค่ะ ค่อนข้างแหวกแนว ไม่ซ้ำใคร
การดำเนินเรื่องก็กระชับฉับไว ไม่เวิ่นเว้อวกวน...
มีมุกมีปมให้ได้จิ้นให้ได้ลุ้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้ไม่น่าเบื่อ
การสร้างสรรค์ตัวละครก็สมเหตุสมผล ทั้งตัวดีตัวร้าย แต่ละคนมีเบื้องลึกเบื้องหลังรองรับการกระทำของตัวเอง

จะมีสะดุดนิด ๆ ก็...ตอนต้น ๆ เรื่องมีตัวละครจากนิยายเรื่องอื่นของผู้เขียนโผล่มาแบบดื้อ ๆ
และแทบจะไม่มีบทบาทที่ส่งผลต่อเนือหาเรื่องราวของนิยายเรื่องนี้เลย
ซึ่งถ้าคนเขียนจะไม่ทำเชิงอรรถระบุว่าสองคนนี้เป็นตัวละครในนิยายอีกเล่มหนึ่งของเธอก็คงไม่กระไร
เพราะเดี๋ยวนี้ก็เห็นนักเขียนหลายคนนิยมทำกันออกเกลื่อนไป
ประมาณว่าให้ตัวละคร(โดยเฉพาะตัวเอก)จากนิยายต่างเรื่องมีความสัมพันธ์กัน ในแง่ใดแง่หนึ่ง อาจจะเป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง ฯลฯ
เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นตัวเอกของเรื่อง อีกฝ่ายก็สามารถโผล่หน้ามาแจมในเรื่อง มีบทบาทเป็นคนในแวดวงชีวิตของตัวเอกได้

แต่ในกรณีนี่ให้มาแจมเป็นตัวประกอบฉากนิด ๆ
แล้วแนะนำตัวเสียดิบดีว่ามาจากนิยายเรื่องนั้นเรื่องนี้...มันส่อเจตนามากไปนี๊ดนึง
รู้สึกเหมือนถูกยัดเยียดโฆษณาแฝงอะค่ะ ... แหะ ๆ

(เป็นความรู้สึกส่วนตั๊ว-ส่วนตัวนะคะ คนอื่นอาจจะไม่รู้สึกก็ได้ มันนิดเดียวจริง ๆ
ส่วนตัวเคยอ่านนิยายเรื่องนั้นแล้ว ก็ชื่นชอบอยู่
แต่จำไม่ได้แล้วว่าในเรื่องมีการพูดถึงตัวละครจากเรื่องนี้หรือเปล่า)

แต่โดยรวมแล้วก็ถือเป็นนิยายรัก โรแมนติกที่อ่านสนุก อ่านเพลินได้อีกเล่มหนึ่ง
ที่หยิบมาอ่านแล้วบอกต่อ ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ










 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2557 12:21:24 น.
Counter : 1520 Pageviews.  

~ บุหงาแต่งงาน : นิยายพล็อตโบราณแต่ลีลาทันสมัย โดย "มีนามาลิน" ~





บุหงาแต่งงาน
ผู้เขียน : มีนามาลิน
ผู้พิมพ์ :สนพ.อรุณ(ม.ค. ๒๕๕๗)
๓๔๗ หน้า ราคา ๒๖๕ บาท


โปรยปกหลัง


เพราะดอกบุหงาแต่งงาน หรือเพราะอะไรหนอ
ที่ทำให้ จันทร์กระจ่างฟ้า อดีตสาวออฟฟิศที่ผันตัวไปเป็นนักศึกษาทำวิจัยเรื่องกริช
ที่จังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคใต้ มีชีวิตพลิกผัน จนได้พบกับสิงขร
นายหัวหนุ่มนักธุรกิจ โสด หล่อ รวย และทรงอิทธิพล
ที่สำคัญ...มีข้อมูลเกี่ยวกับกริชแสนล่อตาล่อใจให้หญิงสาวต้องเข้าไปพัวพันชิดใกล้
จนแอบเผลอใจไปกับเขา แต่เป็นไปไม่ได้หรอก
ในเมื่อหญิงสาวอดหวาดหวั่นลึกๆ กับความลึกลับของนายหัวหนุ่มไม่ได้
ซ้ำร้ายชายหนุ่มยังถูกลอบปองร้าย จนสาวเจ้าพลอยถูกหางเลขไปด้วย
แถมยังมีเสียงร่ำลือกันว่านายหัวหนุ่มอยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมเจ้าสาว
ในคืนแต่งงานของตัวเองเมื่อหลายปีก่อนอีก
และที่สำคัญ...จันทร์กระจ่างฟ้าก็มีคู่หมายเสียแล้ว!






หลังอ่าน...
เคยติดใจนามปากกานี้จากนิยายคอเมดี้ฮา ๆ แบบ"รักวุ่น ๆ สาววุ่นวาย"ที่อ่านไปเมื่อปีกลาย
พอมาเจอเล่มนี้เลยคว้าหมับโดยไม่ลังเล...ยอมรับว่าคาดหวังประมาณหนึ่งทีเดียว

เพียงเริ่มต้นบทแรก ๆ ก็ให้เกิดอาการเงิบเล็ก ๆ
จะว่าผิดหวังก็ไม่เชิง เรียกว่าผิดคาดมากกว่า เพราะการดำเนินเรื่องในช่วงต้น ๆ
เป็นไปตามขนบนิยายพาฝันยุคเก่า...เก๋ามาเชียว...เจือกลิ่นน้ำเน่าอวลอาย

เล่าเรื่องเพิ่มเติมละกัน...

นางเอก - จันทร์กระจ่างฟ้าเดินทางลงใต้เพื่อหาข้อมูลทำวิจัยเรื่องกริช
ได้รับคำแนะนำให้ไปขอข้อมูลจากพระเอก - นายหัวสิงขร
เพราะที่บ้านเขามีห้องสมุดขนาดใหญ่ที่เก็บรวบรวมหนังสือเกี่ยวกับกริชไว้มากมาย
แน่นอนว่าเมื่อไปที่บ้านเขาก็ต้องเจอตัวเขาสินะ...แต่นิยายนิ...เจอดี ๆ ก็ไม่สนุกหลาว
นางเอกมีเหตุต้องโชว์โก๊ะ ปล่อยไก่ตัวโต หน้าแตกเล็กน้อย
เพราะดันไปติดภาพว่านายหัวจะต้องแก่ ๆ ดุ ๆ ตัวดำ ไว้หนวดเฟิ้ม...ทำนองนั้น
แถมก่อนหน้านี้ก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างกระเซ็นกระสายมาเข้าหูว่านายหัวสิงขรเนี่ย
เคยแต่งงานมาแล้ว แต่เจ้าสาวหนีไปในคืนแต่งงาน...
ยิ่งตอกย้ำความน่ากลัวของคนเป็นนายหัวให้จันทร์กระจ่างฟ้านึกกริ่งเกรง...

ใครจะไปนึกว่านายหัวสิงขรจะโผล่มาในรูปลักษณ์หล่อเหลา
อายุอานามก็น่าจะแค่สามสิบต้น ๆ นัยน์ตาคมกริบ หากทอประกายพราวระยับ
เล่นเอานางเอกของเราถึงกับหวั่นไหว...ต้องวิ่งแจ้นกลับไปหาแฟนหนุ่มที่กรุงเทพ
เพื่อที่จะได้พบว่าอรรณพหรืออั๋น - คนรักนิสัยดี๊-ดี เหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ ขยันทำงานเก็บเงินอย่างเอาเป็นเอาตาย
แถมทั้งคู่มีแปลนที่จะแต่งงานกันหลังจันทร์กระจ่างฟ้าเรียนจบ - ได้จัดการซื้อคอนโด
(ที่เดิมตกลงว่าซื้อร่วมกัน โดยจันทร์กระจ่างฟ้าได้มอบบัญชีธนาคารไว้ให้เขาดำเนินการแทน)
ในนามของตัวเองคนเดียว แล้วถ่ายโอนเงินในบัญชีของหญิงสาวเข้าบัญชีตัวเองจนเกลี้ยง
ซ้ำยึดรถของเธอที่เธอซื้อด้วยเงินของตัวเองไปใช้แล้วไม่ยอมคืน...

เมื่อจันทร์กระจ่างฟ้าโวยวาย เขาก็อ้างง่าย ๆ ว่าไหน ๆ ทั้งคู่ก็กำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้ว
หญิงสาวเป็นคนไม่รอบคอบพอ ดังนั้นเขาจึงจัดการทุกอย่างแทน...บลา บลา บลา...

จันทร์ฯ (นางเอกชื่อยาวจัด ต่อไปนี้ขออนุญาตเรียกสั้น ๆ แบบนี้ละกัน แหะ ๆ
อ้อ...ชื่อของเธอมีที่มาที่น่ารักมาก แถมเธอมีน้องสาวชื่อ"นภาประดับดาว"ด้วยแหละ)

ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ เมื่อมีปากเสียงกันใหญ่โตเธอก็เลยตัดสินใจขอเลิก
แต่แฟนหนุ่มก็ไม่ยอมคืนเงินคืนรถให้ง่าย ๆ...เกิดเรื่องเกิดราวถึงขั้นขึ้นโรงพัก...

เธอแบกความช้ำใจกลับลงใต้ เพื่อทำงานวิจัยต่อ...
ภายใต้การช่วยเหลือเป็นอย่างดีจากนายหัวสิงขรเช่นเคย
เพื่อนสนิทของเธอยุให้เธอเปิดใจให้กับนายหัว เพราะรู้สึกได้ว่าเขาชอบเธอ
แต่จันทร์ฯ ยังคงเข็ดขยาดผู้ชายจากกรณีของแฟนเก่า
ประกอบกับตัวนายหัวเองยังคงมีชนักเรื่องของเจ้าสาวที่หายตัวไปในคืนแต่งงานปักหลังอยู่
แถมเงื่อนงำหลายอย่างก็พุ่งไปที่เขาคนเดียว...
เธอจึงยังกล้า ๆ กลัว ๆ ...
ถ้าเกิดเขาเป็นฆาตกรที่ฆ่าเจ้าสาวของตัวเองจริง ๆ ล่ะ เธอจะทำอย่างไร?

มาช่วยกันลุ้นกับสาวจันทร์ฯ กันค่ะ ว่าสุดท้ายแล้วเมื่อความจริงเปิดเผย
ใครกันจะเป็นผู้พบเจ้าสาวที่หายตัวไป และใครกันแน่ที่เป็นคนร้ายตัวจริง...







โห...เล่าซะยาววววว...

(ถ้าใครอ่านบล็อกแม่ไก่เป็นประจำก็คงพอจะรู้ ๆ แนวการเขียนบล็อกของอิชั้นนะคะว่า...
ถ้าเรื่องไหนชื่นชอบหน่อยก็จะเล่าเรื่องย่อค่อนข้างยาวเป็นพิเศษ แหะ ๆ)


อย่างที่บอกไว้ตอนต้นน่ะค่ะว่านิยายเรื่องนี้อิงพล็อตน้ำเน่า พาฝันแบบโบราณ ๆ
อ่านตอนแรก ๆ ถึงกับผิดคาดกันเลยทีเดียว แต่สำหรับเรื่องนี้ ต้องบอกว่าคนเขียนเค้ามือถึงค่ะ
เธอมีลีลาการเล่าเรื่อง การดำเนินเรื่องที่มีเสน่ห์ ลื่นไหลเป็นธรรมชาติแต่มีความเฉพาะตัว(ยูนีค)ค่อนข้างสูง
เรื่องเล่าของเธอไม่ได้ถึงกับชวนกรี๊ด จี๊ดจ๊าด ถึงขนาดอ่านแล้วปลื้มหรือปิ๊งในทันใด
หากแต่เธอจะค่อย ๆ แนะนำตัวละครแล้วค่อย ๆ เล่าถึงความเป็นไปเป็นมาของเรื่องราว

ที่ชื่นชอบเป็นพิเศษเห็นจะเป็นเนื้อเรื่องและตัวละครทุกตัวของเธอมีความสมจริงและเป็นเรียลลิตี้มาก
สามารถจับต้อง เข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย ๆ ทุกคนมีความเป็นธรรมชาติอยู่ในตัว ทั้งอุปนิสัยใจคอและการกระทำ

อย่างกรณีนางเอกกับแฟนเก่า อ่านแล้วก็เชื่อได้ว่าคนแบบอรรณพมีอยู่จริง ๆ ในสังคมทุกวันนี้
คืองกและถี่ถ้วน อยากมีอยากรวยโดยไม่สนใจถึงวิธีที่จะได้มาซึ่งความมีความรวยนั้น
ว่าจะไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นหรือไม่ อย่างไร

พระเอกก็เป็นชายหนุ่มที่เท่ จริงใจจริงจังและชัดเจนมาก
เมื่อเขาปิ๊งสาวจันทร์ฯ เข้า เขาก็ไม่รีรอ รุกจีบทันใด ทำเอาสาวเจ้าถึงกับหวั่นไหว
แต่เมื่อจันทร์ฯหนีกลับไปหาคนรัก เขาก็ไม่คิดยื้อแย่งแต่อย่างใด
และเมื่อเธออกหักกลับมา พร้อมเรื่องราวชวนให้ช้ำใจเขาก็ไม่รอช้า
ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ประคับประคองเธอทันทีไม่มีเกี่ยงงอน
ชอบนะผู้ชายแบบนี้ มั่นคงดี

รวมถึงตัวละครประกอบตัวอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอารี(เพื่อนรักของจันทร์ฯ)กับแฟน
ศรีวง พี่สาวของอารี กับชุมพลคนสนิทของนายหัว...
ทุกคนมีบทบาทน่าสนใจและรับ-ส่งมุกกันได้สอดคล้องลื่นไหลมาก
ทำให้นิยายมีสีสัน อ่านสนุกอะ

การดำเนินเรื่องก็กระชับ ฉับไว แถมแทรกแซมด้วยมุกขำ ๆ ฮา ๆ
อัน(น่าจะ)เป็นแนวถนัดของคนเขียนอยู่เป็นระยะ ๆ
เสริมด้วยปัญหาภัยสังคมที่กำลังเป็นกระแสข่าวอยู่เรื่อย ๆ ให้คนอ่านได้ระแวดระวังตัวเอง
ไปพร้อม ๆ กับรู้สึกสะสาใจในชะตากรรมของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ(ในนิยาย)

เรื่องสำนวนภาษานั้นแทบจะไม่ต้องพูดถึงเลย
ไม่ว่าจะป็นบทสนทนา หรือบทบรรยาย ทั้งฉากรักฉากบู๊...
กลมกลืนลื่นไหลอ่านไม่มีสะดุดค่ะ
อ่านแล้วได้กลิ่นอายของบรรยากาศอันเป็นธรรมชาติๆ แบบทางใต้คละคลุ้ง


นอกเหนือจากทั้งหมดที่พูดไป นิยายเรื่องนี้ผู้เขียนเขายังได้สอดแทรกสารัตถะว่าด้วยคติชนวิทยา
อันได้แก่วิถีชีวิต ความคิดความเชื่อ ตลอดถึงวัฒนธรรมประเพณีของภาคใต้ไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวเกี่ยวกับกริช อันเป็นหัวข้องานวิจัยของนางเอก
กับความเชื่อในเรื่องดอกบุหงาแต่งงาน ที่เป็นชื่อเรื่อง
เขาก็สามารถนำมาสอดร้อยให้เข้ากับเนื้อเรื่องในนิยายได้อย่างมีจังหวะจะโคนและสมเหตุสมผล

ส่วนตัวเกิดมายังไม่เคยรู้จักดอกบุหงาแต่งงานเลย
มาอ่านคำบรรยายภาพในหนังสือก็เกิดอยากเห็นขึ้นมาเลยไปเสิร์ชจากอากู๋
ได้ภาพดอกบุหงาแต่งงานมาดังนี้ค่ะ



เครดิตภาพจากอิยเทอร์เน็ต

บางตำราบอกว่าดอกบุหงาแต่งงานมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าบุหงาเซิง แต่บางข้อมูลแจ้งว่า บุหงาแต่งงานกับบุหงาเซิงเป็นดอกไม้คนละชนิด หากแต่อยู่ในตระกูลเดียวกัน

ส่วนนี่คือกริชโบราณที่มีบทบาทสำคัญมากในเรื่อง ก็มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ
โดยเฉพาะลวดลายที่สลักเสลาไว้ที่หัวกริช มีคติตำนานแฝงฝังอยู่ไม่น้อย


เครดิตภาพจากอิยเทอร์เน็ต


สรุป...ใครจะว่าแม่ไก่เป็นหน้าม้าก็ยอมล่ะค่ะ จะว่าอวยเวอร์ก็ไม่เป็นไร...
แต่ชอบนิยายแบบนี้มาก อ่านจบไปสด ๆ ร้อน ๆ ต้องรีบมาเล่าต่อในทันใด
แนะนำและชวนอ่านอย่างแรงค่ะ






 

Create Date : 23 เมษายน 2557    
Last Update : 23 เมษายน 2557 12:53:05 น.
Counter : 2535 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 166 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~

~ตะวันไม่มีวันตกดิน/อาสดา~

~มณีแห่งนิรันดร์/อสิตา~

~มงกุฏอัคคี/อสิตา~

~วงกตกุหลาบ/อุธิยา~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.