“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

~รอยรักราชันย์ : นิยายในชุดธิโมส์ # 14 โดย "ดวงตะวัน" ~





รอยรักราชันย์
ผู้เขียน: ดวงตะวัน
ผู้พิมพ์ : สนพ.ดวงตะวัน
497 หน้า ราคา 340 บาท


เรื่องย่อ ๆ (จากเว็บสำนักพิมพ์)



ชีวิตเต็มไปด้วยบททดสอบ

แมมี...ธีลาสาวแห่งคาเรนา ก็ไม่ใช่คนที่ได้รับการยกเว้น
ความรักกับชายหนุ่มสูงศักดิ์อย่างอินทัต ครีราโมส์
ที่เคยคิดเคยเชื่อว่างดงามและมั่นคง กลับโยกคลอนหวั่นไหว
เมื่อมีใครอีกคนก้าวเข้ามาในชีวิต
ในช่วงที่หญิงสาวทำโพรเจกต์ก่อนเรียนจบว่าด้วยเรื่องเทพปกรณัมธิโมส์

สายลมแห่งรักที่ทำให้หัวใจไหวโยนยังไม่ทันสงบ
คนบนฟ้าก็ส่งพายุใหญ่โหมสู่ชีวิตแมมีอีกครั้ง
ฟ้าฝนลมแรงกระหน่ำหนักมากขึ้นทุกขณะ กระทั่ง...แทบเอาชีวิตไม่รอด

ตลอดเวลาอันหม่นมืดนั้น ชายหนุ่มสองคนหยัดยืนอยู่เคียงข้างแมมี
เกาะกุมมือหล่อนไว้...ไม่ปล่อย
ไม่ต่างจากเรื่องราวของของเทพเจ้าสูงสุดทั้งสามของธิโมส์...
เฮกัล เธมส์ และกูตูร์ ซึ่งแมมีกำลังศึกษาอยู่เลย

ความรักของหนึ่งหญิงสองชายที่ดูราวกับจะซ้อนทาบ
และ“ล้อ”ไปกับเรื่องราวแห่งรักของเทพเจ้าสูงสุดทั้งสามองค์นี้
สุดท้ายแล้วจะลงเอยเช่นไร

เธมส์รักใคร ระหว่างเฮกัลผู้เปี่ยมเมตตา กับกูตูร์ ผู้ดุดันโหดร้าย
ขาวกับดำ ดีกับชั่ว สงบงามกับสุ่มเสี่ยงท้าทาย?






สีลาสิราค่ะเพื่อน ๆ ชาวแผ่นดินแสงดาว...
เหินห่างจากเรื่องราวของชาวธิโมส์ไปนานนับปี
จำได้ว่าเรื่องสุดท้ายที่อ่านไปคือ "เอลันตรา"
ซึ่งส่วนตัวค่อนข้างชอบและรู้สึก...อิ่ม พีคสุด ๆ แล้ว เลยพักเรื่องราวของธิโมส์ไว้เพียงแค่นั้น

เผอิ๊ญ... ได้มาอ่านนิยายนอกธิโมส์ของคุณดวงตะวันอีกสองสามเรื่อง
เกิดสะดุดอะไรบางอย่าง(ในบางเรื่อง)เข้าจนพานให้ชะงักงันกับงานเขียนของ"ดวงตะวัน"ไปพักใหญ่ ๆ เลยทีเดียว...
(มาถึงตอนนี้ตัวเองก็จำไม่ได้แล้วล่ะค่ะว่าเล่มไหนที่ทำให้เกิดอาการสะดุดอย่างที่ว่า...แหะ ๆ )

เล่ม"รอยรักราชันย์"นี้ เห็นน้องสาวถือมาอ่าน เลยพลิก ๆ ดู เห็นว่าพระเอกคืออินทัต ครีราโมส์
(พระเอกจาก"วันดี ๆ " ที่มีฉากส่วนใหญ่อยู่ในเมืองไทย และนางเอกก็เป็นสาวไทยด้วย
แต่คู่นั้นเขาคลาดกันไป...) ก็ให้เกิดสนใจขึ้นมา เลยขอยืมน้องมาอ่านก่อน...

เรื่องย่อ ๆ ก็ประมาณข้างบนนั่นเลยค่ะ เป๊ะ ๆ ...
ผู้เขียนต้องการนำเสนอประเด็นว่าด้วยความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใดหรือชนชาติไหน
ล้วนมีมิติมากกว่าหนึ่งในตัวเอง ทุกคนมีด้านดีด้านร้าย มีดำมีขาว...
เช่นเดียวกับตัวละครหนึ่งหญิงสองชายในเรื่องนี้

เล่มนี้เป็นธิโมส์ยุคปัจจุบันค่ะ หากแต่มีเรื่องราวในยุคโบราณมาเกี่ยวข้องบ้าง
เพราะนางเอกกำลังทำโพรเจ็กต์จบว่าด้วยเรื่องของเทพปกรณัมของธิโมส์...
จุดนี้ออกจะชื่นชมคนเขียนเลยค่ะ
เธอใช้จินตนาการซ้อนจินตนาการได้แนบเนียนเสมือนจริงมาก

นางเอกเรื่องนี้...แมมีเป็นธีลาสาวแห่งชุมชนเล็ก ๆ อย่างคาเรนา...
ตำแหน่ง"ธีลา"เป็นตำแหน่งที่เป็นประหนึ่งผู้นำทางจิตวิญญาณของผู้คน
เป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมานับแต่โบราณกาล
ยามผู้คนมีความทุกข์ หากได้รับการ"กอด"จากธีลา
พวกเขาก็เหมือนกับได้รับพรอันศักดิ์สิทธิ์ ปัดเป่าความทุกข์ให้หายไป
มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อ...
(อ่านถึงจุดนี้ แว่บหนึ่งนึกถึง"กอดวิเศษ"ของครูปอใน"ปีกปรารถนา"เลยนะคะ...แฮ่ม)

แมมีคบหาดูใจอยู่กับอินทัต ครีราโมส์...ความรักของทั้งคู่ดูเหมือนจะราบรื่นมั่นคงดี
แม้ว่าจะยังไม่เป็นที่เปิดเผยในวงสังคมชั้นสูงของสกุลครีราโมส์สักเท่าไหร่ก็ตาม
แต่เมื่อมีชีตาห์...นายแบบหนุ่มเจ้าเสน่ห์โผล่เข้ามาใชีวิต
แมมีก็เกิดอาการหวั่นไหวขึ้นเลยเชียว

ในการทำโพรเจ็กต์เรื่องเทพปกรณัมธิโมส์ ดูเหมือนว่าแมมีจำเป็นต้องอาศัยชีตาห์อยู่หลายเรื่อง
เพราะเขามีเชื้อสายกูตูร์ และเป็นชาวคนัฆเช่นเดียวกับเธอ
คลุกคลีอยู่กับคนในชุมชนที่ยังยึดมั่นในขนบธรรมเนียมโบราณอยู่มาก

นั่นจึงเป็นโอกาสให้ชีตาห์"รุก"เข้ามาใกล้ชิดแมมีได้ง่ายและเนียน...
จนสามารถทำให้หัวใจสาวน้อยสั่นไหวไปชั่วขณะ...

จนกระทั่ง เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้แมมีต้องตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตนั่นแหละ
เธอถึงได้รู้สึกตัวว่า...แท้จริงแล้วในใจของเธอนั้นไม่มีพื้นที่สำหรับผู้อื่นอีกต่อไป







ก็อ่านได้รวดเดียวจบค่ะ สนุกดีตามมาตรฐาน(เดิม ๆ )ของ "ดวงตะวัน"
เรื่องราวน่าลุ้น อ่านได้เรื่อย ๆ แต่ก็ไม่ถึงกับซาบซึ้งตรึงใจเท่าธิโมส์รุ่น 7 - 8 เล่มแรก ๆ

อาจจะเป็นเพราะตอนที่เริ่มอ่าน รู้ว่าอินทัตเป็นพระเอก เราก็ออกจะคาดหวังค่อนข้างสูงอยู่สักหน่อย
แต่ปรากฏว่าเรื่องนี้...พระเอกบทค่อนข้างเรียบแฮะ...
เขาให้บทพระรองเด่นมาก พระรองออกเยอะ มีบทบาทโดดเด่นกว่าพระเอก
แถมตอกย้ำซ้ำ ๆ ซาก ๆ อยู่นั่นแล้วถึงเสน่ห์อันร้ายกาจของฮี...
คนอื่นคลั่งไคล้ฮียังพอทำเนา...
แต่การที่คอยเน้นย้ำอยู่เรื่อย ๆ ถึงอาการหวั่นไหวของนางเอกเวลาเข้าใกล้
มันทำให้เราพานไม่ชอบนางเอกแฮะ

รู้สึกว่านางออกจะ...งี่เง่า แสนงอน งอดแงด ๆ ไปหน่อยอะ...
ถึงจะบอกว่าเป็นธีลาแล้วไง...ก็ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่งแถมยังเด็กอีกต่างหาก...
แต่การที่หึงพระเอกแบบไร้สติ แล้ววิ่งไปซบอกพระรองนี่...รับไม่ได้อะ

กับปมเรื่องแม่นางเอกนั่นอีก...บอกตามตรงว่ามุกมันซ้ำนะ
ออกจะเดาง่ายไปนิดนึง...

แต่โดยรวมแล้วก็ชื่นชอบในจินตนาการอันเกี่ยวกับเทพปกรณัมธิโมส์นะคะ
ชอบการสร้างสัญลักษณ์ต่าง ๆ และเรื่องราวของขนบธรรมเนียมประเพณีโบราณทั้งหลาย
ที่แอบอิงวิถีชีวิตความคิดความเชื่อเก่าแก่ และมีความหมายต่อชีวิตนับแต่เกิดจนตาย

รวมถึงการบรรยายฉากที่เป็นดินแดนสมมติที่เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของประวัติศาสตร์ที่ย้อนอดีตไปถึงสามพันปี...สภาพทางภูมิศาสตร์
เรื่องของภาษา วัฒนธรรม สภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ฯลฯ

ผู้เขียนเขาสามารถมาก...ไม่ว่ากีเรื่อง ๆ ที่เคยอ่านผ่านมาเธอยังไม่หลุดคอนเซ็ปต์...
ไม่มีรอยรั่วหรือจุดพร่องให้เห็นเลย
เป๊ะมาก...เรียกได้ว่าอ่านแล้วอิน...และ"เชื่อ"ค่ะว่า...แผ่นดินแสงดาวมีจริง!

มัยยาอาลาค่ะทุกท่าน!










 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2557    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2557 21:51:39 น.
Counter : 2325 Pageviews.  

~ เจ้าอัคนี : นิยายรักระหว่างรบ โดย "ปาฏลี" ~





เจ้าอัคนี
ผู้เขียน : ปาฏลี
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ก.ค. ๕๗)
๒๘๐ หน้า ราคา ๒๓๕ บาท



โปรยปก...


ชีวิตนี้ยอมพลีเพื่อเเผ่นดิน เเต่ดวงใจนี้มีไว้เพื่อเธอ

คำสัญญาลมปากอาจลอยหาย
คำสัญญาจากใจประทับติดแน่นตรึงในหัวใจตลอดกาล


"อคิราห์" นักข่าวสาวขาลุยของสำนักข่าวซีเอ็น ได้ลักลอบมากับคณะเเพทย์อาสา
ขององค์การอนามัยสากล เพื่อตีเเผ่สภาพเหุตการณ์จริงภายในรัฐกันทรา
ประเทศที่ยังล้าหลังเเละปกครองโดยระบอบเผด็จการทหาร
หลังจากการข่าวของรัฐกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในการนำเสนอข่าวมากว่าหกปี
เเต่เมื่อไปถึงเธอกลับพบว่า ข้อมูลทางการข่าวที่เคยได้รับมาตลอดระยะเวลาหลายปี
บิดเบือนไปจากความจริงมากเเค่ไหน
หลังจากจับพลัดจับผลูเข้าไปอยู่ในกองกำลังปาลิน
ซึ่งนานาประเทศเข้าใจว่าเป็นกองโจรที่ก่อความไม่สงบเเก่รัฐกันทรา
เเละได้พบกับ "อัคนี" หัวหน้ากองกำลังดังกล่าวที่ช่วยชีวิตเธอไว้
เธอก็พบว่า เเท้จริงเเล้ว กองกำลังปาลินกำลังต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย
ให้ชาวกันทราทั้งประเทศต่างหาก
ท่ามกลางหมอกควันเเห่งสงครามในเเละถูกไล่ล่าเอาชีวิต
อคิราห์ก็ได้ใกล้ชิดเเละเห็นน้ำใจของอัคนี ผู้ชายหน้าดุที่เเสนอ่อนโยน
ที่ค่อยๆ ก้าวเข้ามานั่งในหัวใจเธอทีละนิด

เเม้จะเตรียมใจมาเเล้วว่าการมาทำงานครั้งนี้อาจมีอันตรายถึงเเก่ชีวิต
เเต่อคิราห์ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า มันจะเปลี่ยนเเปลงหัวใจของเธอไปตลอดชีวิตเช่นกัน







หลังอ่าน...
อ่านจบแล้วต้องทำหมายเหตุไว้ว่า...
นิยายเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนิยายจากนักเขียนรุ่นใหม่ไม่กี่เล่ม...
ที่อ่านแล้ว...สะท้อนสะเทือนอารมณ์จนน้ำตาเล็ดน้ำตาริน

ประทับใจมาก ๆ เพราะนานมาก ๆ แล้วที่ไม่ได้สัมผัสความรู้สึก(ที่ได้จากการอ่านนิยาย)อย่างนี้

แม้ว่าเค้าโครงเรื่อง พล็อตหรือประเด็นทีนำเสนอไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่
เป็นประมาณจินตนิยายร่วมสมัยที่อาศัยดินแดนสมมติเป็นฉาก

นางเอกเป็นนักข่าวสาวที่ลักลอบเข้าไปทำข่าวความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลทหาร
กับกองกำลังปาลินที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นโจรป่าในรัฐกันทรา
แล้วเธอก็จับพลัดจับผลูเข้าไปอยู่ท่ามกลางการสู้รบ
และสูญเสียเพื่อนคู่หูไปในแทบจะทันทีด้วยน้ำมือของฝ่ายที่มีอำนาจรัฐ
เธอรอดไปได้เพราะได้รับการช่วยเหลือจาก'เจ้าอัคนี' ผู้นำแห่งกองกำลังปาลิน
เมื่อได้เข้าไปใช้ชีวิต คลุกคลีกับชาวบ้านและเหล่านักรบในกองกำลังนั้น
เธอก็พบว่าสิ่งที่ผู้คนภายนอกได้รับรู้ผ่านสื่อของรัฐบาลมันบิดเบือนไปจากความเป็นจริงที่เธอได้พบเห็นนี้อย่างสิ้นเชิง

เธอบอกกับตัวเองว่าเธอต้องรอด เพื่อนำข่าวกับความจริงไปบอกคนทั้งโลก
เพื่อช่วยชาวปาลินให้ได้มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
ตามเจตนารมณ์ของผู้นำแห่งกองกำลัง...เจ้าอัคนีผู้เป็นที่รักของเธอ


.............

ก็อย่างที่บอกแหละค่ะว่า...พล็อตรักระหว่างรบ หรือเรื่องราวความขัดแย้งทางการเมือง
การกดขี่ข่มเหง การคอร์รัปชั่น ฯลฯ ไม่ใช่อะไรแปลกใหม่
เป็นพล็อตที่คุ้นเคยสำหรับคอนิยายทั้งหลายอยู่แล้ว
ในระหว่างที่อ่านจึงอาจจะได้กลิ่นอายของนิยายรุ่นเก่า ๆ ของนักเขียนรุ่นใหญ่ ๆ หลายเรื่องอยู่บ้าง
(อย่างจินตนิยายหลาย ๆ เรื่องของ"ทมยันตี"ภายใต้นามปากกา"ลักษณวดี" เป็นต้น)

แต่นั่นไม่ใช่ข้อเสียนะคะ ส่วนตัวรู้สึกดีด้วยซ้ำ
เหมือนได้อารมณ์และบรรยากาศการอ่านนิยายยุคเก่า ๆ คืนมา โดยไม่ต้องอ่านเรื่องเดิมซ้ำ ๆ

และที่ชื่นชอบและอ่านได้อินก็เป็นสำนวนภาษาคนเขียนที่นุ่ม ๆ ละมุนละไม ลื่นไหล...
อย่างบทพรรณนาธรรมชาติ โดยเฉพาะสภาพทางภูมิศาสตร์ของเมืองสมมติที่คนเขียนสร้างขึ้น...
อ่านแล้วสามารถวาด(มโน)ภาพตามได้เลย
การบรรยายฉากสู้รบ กลยุทธ์ในการหลบหนีและไล่ล่า ก็เป็นไปแบบสมจริงสมจัง ชวนตื่นเต้นเร้าใจดี
ฉากการสูญเสีย พลัดพรากก็ทำเอาสะเทือนใจจนน้ำตาปริ่ม...

บทรักหรือก็หวานพอดิบพอดี ความรักของคู่พระ-นางเกิดจากความใกล้ชิด ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
ความรักจึงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวาวาบหวาม แต่ก็กลมกล่อม นุ่มนวลชวนให้เคลิบเคลิ้ม
ไม่มีตัวร้ายตัวอิจฉามาก่อกวนให้รำคาญใจ...
ตัวละครเด่น ๆ ก็ไม่เยอะมาก ตัวประกอบทุกตัวช่วยเสริมให้พระเอกดูโดดเด่นเป็นผู้นำอย่างแท้จริง

สรุปเลยแล้วกันค่ะว่านิยายเล่มไม่หนาไม่บาง
หยิบมาอ่านแบบไม่ได้คาดหวังด้วยเป็นนามปากกาไม่คุ้น
แต่อ่าน ๆ ไปแล้วก็อินจนต้องอ่านรวดเดียวจบ จบแล้วต้องรีบบอกต่อ...
ชวนและเชียร์ให้อ่านกันวันนี้ค่ะ









 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2557    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2557 12:31:59 น.
Counter : 1465 Pageviews.  

~ รักภักดิ์ใจ / ปริญญ์ & เพรงพรางใจ / พราวพิรุณ : นิยายรักต่างแนวจากค่ายแจ่มใส ~





รักภักดิ์ใจ
ผู้เขียน : ปริญญ์
ผู้พิมพ์ : แจ่มใส LOVE
286 หน้า ราคา 199 บาท


ปกหลัง :


เพราะความปรี๊ดแบบจิตหลุดที่โดนมือดีกรีดรถคู่ใจเป็นทางยาว
ทำให้ ‘แก้วกันตา’ ไม่รู้ว่าเธอกำลังแผลงฤทธิ์เดชต่อหน้า ‘หริทัศว์’
กรรมการผู้จัดการของบริษัทลูกค้าที่เธอดูแลอยู่ซะแล้ว
ในสายตาเธอ... เขาเหมือน ‘พ่อพระ’ มาโปรดที่ทำให้เธอจับคนมือบอนได้
แต่ในสายตาเขา... เธอไม่ดูเป็นนางร้ายขี้วีนเหวี่ยงไปแล้วหรือ
งานนี้เธอก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าได้เจอกันอีกเลย

แต่ดูเหมือนฟ้าจะไม่ฟังคำขอ เมื่อเธอบังเอิญได้พบกับเขาอีกครั้ง
ที่ ‘บ้านให้ธรรม’ สถานปฏิบัติธรรมที่ครอบครัวของเขาเป็นผู้ก่อตั้ง
ทำให้หลังจากนั้นเธอได้รู้จักตัวตนของเขาในอีกแง่มุมหนึ่งที่ไม่ใช่ชายหนุ่มมาดนักธุรกิจ
หากแต่เป็นชายหนุ่มที่จิตใจดีงามอุทิศตัวทำงานเพื่อสังคมอย่างแท้จริง

แก้วกันตารู้ดีว่าผู้ชายที่แสนดีเพอร์เฟ็กต์ขนาดนี้คงไม่แลหญิงสาวที่ต่างจากเขาสุดขั้วอย่างเธอ
แต่!... ใครจะอธิบายได้บ้างว่าท่าทีของเขาตอนนี้นี่มันคืออะไร...
บังคับให้เธอเรียกเขาว่า ‘เฮียเฮี้ยบ’แถมแทนตัวเองว่า ‘เฮีย’ กับเธอได้อย่างสนิทสนมหน้าตาเฉย
และยังพยายามพาตัวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเธอทีละนิดอีก!






หลังอ่าน...
โปรยปกหลังจัดซะเต็มขนาดนี้ คงไม่ต้องร่ายเรื่องย่อแล้วกระมัง
เป็นนิยายรักร่วมสมัยที่น่ารักน่าอ่านตามสไตล์ของนิยายแจ่มใสนั่นแหละค่ะ

เล่มนี้เป็นหนึ่งในนิยายชุด 'Hot Guys, Hot Mind หล่อนี้...ที่หัวใจ'
ซึ่งดูจากชื่อชุดก็คงเห็นแล้วว่านิยายชุดนี้เน้นขายตัวพระเอก...
ซึ่งพระเอกของเรื่องนี้เขาก็ขายได้จริง ๆ แหละค่ะ เป็นนักธุรกิจใหญ่ ผู้บริหารระดับสูง
หล่อ รวย ใจดี ใจเย็น แถมยังธรรมะธัมโมถึงขั้นตั้งสถานปฏิบัติธรรม จัดตั้งมูลนิธิที่ไม่แสวงหากำไรอีก...
ว๊าว...อะไรจะเลิศเลอเพอร์เฝ็กต์ขนาดน้าน...

แต่จากคำโปรยปกหลังดูเหมือนจะให้ร้ายนางเอกเวอร์ไปหน่อยนะ
เจ้าหล่อนไม่ได้ร้ายวีนเหวี่ยงโดยไม่มีเหตุมีผลซักหน่อย...

แก้วกันตาเป็นหญิงสาววัยทำงานที่ต้องมาติดต่องานที่บริษัทของหริทัศว์
บังเอิญเกิดเหตุให้เธอต้องจิตหลุดเมื่อรถของเธอถูกพนักงานระดับล่างของบริษัทนั้นขูดจนเป็นรอย
พระเอกลงมาจัดการกับคนมือร้ายด้วยตัวเองจนกลายเป็นจุดสนใจของผู้คน

หลังจากวันนั้นก็ดูเหมือนว่าเธอต้องให้บังเอิญได้เจอเขาอีกเรื่อย ๆ
และยิ่งบังเอิญเวอร์ไปใหญ่เมื่อ"เพื่อนไปวัด"ของพ่อเธอก็เกิดจะเป็นมหาเศรษฐีระดับประเทศอย่างพ่อของเขาอีก

ทั้งคู่ก็เลยได้มีโอกาสทำบุญร่วมชาติ กินข้าวก้นบาตรร่วมขัน
กระชับความสัมพันธ์กันอย่างรวดเร็ว...เร็วมากเสียด้วย

แต่ก็อย่างที่บอกตอนแรกว่าคอนเซ็ปต์ของนิยายชุดนี้เน้นความ"หล่อที่หัวใจ"ของพระเอก
ดังนั้นเรื่องราวจึงไม่ได้เน้นในเรื่องราวรัก ๆ ใคร่ ๆ ของคู่พระ-นางเท่าไหร่
(แต่ก็มีอยู่มั่งหรอกน่ะ ก็เป็นนิยายรักอะ ไม่ใช่นิยายธรรมะ! ฮ่า...)
หากแต่มุ่งเน้นที่ปมปัญหาเกี่ยวกับกิจการของสถานปฏิบัติธรรมที่พระเอกดูแลอยู่
ผู้เขียนได้สอดแทรกเรื่องของเล่ห์เหลี่ยมกลโกงของผู้ที่หากินกับความใจดี หวังบุญของคนอื่น
อย่างที่เราอาจจะเคยพบเห็นอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะในยุคที่โซเชี่ยลเน็ตเวิร์กกำลังบูมได้ที่อย่างทุกวันนี้
แล้วเราก็จะได้เห็นวิธีตั้งรับและแก้ปัญหาของคุณพระเอกแบบ...ธรรมะ ๆ

เรื่องนี้ไม่ได้มีตัวร้ายแบบชิงรักหักสวาทอะไรทำนองนั้นก็จริง...
(ความรักของพระเอกนางเอกราบรื่นมากกกก...)
หากแต่มีตัวอิจฉาโผล่มาประมาณพวกหน้าไหว้หลังหลอก ต่อหน้ามะพลับลับหลังตะโกมากกว่า
ซึ่งก็ถือว่าเป็นการให้บทเรียนในเรื่องของการมองคน การคบคนให้กับนางเอกที่แสนจะมองโลกในแง่ดี...

ชอบค่ะ อ่านแล้วก็มีแฝงข้อคิดดี ๆ ให้ได้ฉุกใจ
สำนวนภาษาคนเขียนลื่นไหลอ่านได้รื่นรมย์ดีค่ะ
การดำเนินเรื่องให้โทนสดใสร่าเริงตามบุคลิกของนางเอก กับพระเอกที่ใจดี ใจเย็น
แต่ก็มีมุมกุ๊กกิ๊ก ๆ น่ารัก ๆ เวลาอยู่กับนางเอก

อ้อ...ตอนท้ายเล่มยังมีแถมตอนพิเศษอีกต่างหาก (อันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของนักเขียนแจ่มใสสินะ)
ซึงตอนพิเศษของเล่มนี้น่าจะเรียกว่าเป็นเรื่องสั้นได้อีกเรื่องหนึ่งเลยแหละ
เพราะเป็นเรื่องของปานชีวา พี่สาวของแก้วกันตา กับพสุธร เพื่อนของหริทัศว์
เป็นประมาณ...รักที่หวนคืน ที่ก็...น่ารักไปอีกแบบ นับว่าเป็นของแถมที่คุ้มค่าอยู่ค่ะ








เพรงพรางใจ
ผู้เขียน : พราวพิรุณ
ผู้พิมพ์ : แจ่มใส LOVE
374 หน้า ราคา 249 บาท

ปกหลัง :


‘กันย์ทิวา’ ตัดสินใจแล้วว่าเธอจะหนี!...
เพราะหากต้องทนอยู่ในบ้านที่ไร้ซึ่งความสุข ไร้อิสรภาพ
และรอวันถูกบิดาจับแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จัก
เธอขอเลือกหนีไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า

ทว่าหญิงสาวเหมือนกับหนี ‘เสือ’ ไปปะทะ ‘หมี’…
เปล่า!ไม่ใช่ว่า ‘ธาริน’ เจ้านายใหม่ของเธอ
จะดุร้ายหรือโหดเหี้ยมราวกับหมีหรอก
แต่รูปร่างสูงใหญ่ภายใต้หนวดเครารุงรังต่างหาก
ที่ทำให้ใครๆ ต่างคิดว่าเขาคือ...หมี

พอได้อยู่ร่วมบ้านกัน เอ่อ...สองต่อสอง
เธอก็ค้นพบว่าหมีนั้นซ่อนความเซ็กซี่เอาไว้มากมาย
แถมกลิ่นกายก็ยังหอมสะอาด...
จนไม่อาจจะหยุดลวนลามเขาทางสายตาได้แม้สักนาทีเดียว!

แต่ที่เธอไม่รู้เลยจริงๆ ก็คือเขาเป็น ‘หมีจำศีล’
เพราะมีความลับและอดีตอันเจ็บปวดซุกซ่อนเอาไว้มากมาย
จนต้องทิ้งชีวิต ทิ้งผู้คนมาอยู่ชนบทแบบนี้
และความลับของเขาก็คงจะเป็นความลับไปตลอดกาล
ถ้าเธอไม่จุ้นจ้านอยากรู้แล้วเผลอไปสะกิดแผลเก่าของเขาขึ้นมา!






หลังอ่าน...
(จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ออกจะคนละแนวกับเรื่องข้างบนนะคะ
ไม่ได้อยู่ในชุดเดียวกันด้วย แต่เผอิญได้อ่านในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
หนังสือจากค่ายเดียวกัน เลยหยิบมาบอกต่อในบล็อกเดียวกันซะเลย)


เรื่องนี้ออกแนวดราม่า-โรแมนติกค่ะ พระเอก นางเอกต่างมีปมชีวิต
เบื้องหลัง พื้นฐานทางครอบครัว ตลอดถึงลักษณะนิสัยของทั้งสองคนแตกต่างกันแทบจะคนละขั้ว...
เมื่อมาเจอกัน ก็ดูเหมือนว่าจะเติมเต็มซึ่งกันและกันได้พอดิบพอดี

เล่าเรื่องย่อ ๆ เพิ่มเติมอีกนิด ๆ เอ้า!

กันย์ทิวาหนีการถูกจับคลุมถุงชนโดยผู้เป็นพ่อ
ซึ่งเป็นเจ้าสัวใหญ่ที่เลี้ยงดูลูก ๆ อย่างเข้มงวดและกำหนดกรอบทางเดินให้เสร็จสรรพ

ในระหว่างการหลบหนี เธอถูกล้วงกระเป๋า ซ้ำบังเอิญไปเจอเข้ากับญาติสนิท
เธอจึงตัดสินใจแอบขึ้นกระบะหลังรถคันหนึ่ง แล้วก็พบในเวลาต่อมาว่า
เจ้าของรถคันที่เธอโดยสารมานั้นเป็นเกษตรกรมือใหม่
ที่ใจดีผิดกับรูปร่างหน้าตาที่ใหญ่โตราวกับหมี กับหนวดเครารุงรังรก ๆ นั้นมาก
เธอไว้ใจเขาถึงขั้นขอสมัครเป็นลูกจ้างชั่วคราว และไปพักอาศัยอยู่ในบ้านพักของเขา

แล้วเธอก็ได้ใช้ประสบการณ์จากการเป็นลูกสาวเจ้าสัวมาช่วยเรื่องงานด้านการตลาดให้กับธาริน..
.อย่างมีประสิทธิภาพราวกับมืออาชีพ
แถมเธอยังช่วยออกแบบการจัดการพื้นที่ในสวนของเขาได้อย่างงดงามลงตัว
จนเขารู้สึกทึ่งแกมชื่นชม และต่อมาก็เริ่มรู้สึกดีใจที่มีเธอโผล่เข้ามาในชีวิต
ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงค่อย ๆ พัฒนา(แบบเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ)

แต่รักแท้ย่อมมีอุปสรรค...
เมื่อวันหนึ่งเงาะ(หมี)เกิดถอดรูปให้สาว ๆ ได้ยลโฉม ตัวอิจฉาจึงเผยตัว...
เท่านั้นยังไม่พอ วันดีคืนดีอดีตภรรยาก็โผล่มาทำท่าทวงความสัมพันธ์ครั้งเก่าก่อน

...............

อย่างที่บอกตั้งแต่หัวบล็อกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างต่างแนวจากเรื่องข้างบน
เริ่มตั้งแต่ต้นเรื่องมาเลย...เปิดเรื่องได้เอื่อยเฉื่อยมาก ๆ (ขอสารภาพว่าเกือบอ่านไม่รอดบทแรก)
เริ่มเรื่องด้วยการแนะนำตัวพระเอกที่มีปูมอดีตอันขมขื่นแกมเศร้า
จนต้องพาตัวหลีกลี้หนีหน้าสังคมไปอยู่ยังดินแดนที่ตัวเองไม่คุ้นเคย
ซุกตัวอยู่เงียบ ๆ ปล่อยปละเนื้อตัว ผมเผ้า หนวดเครายาวรุงรัง
จนกลายเป็นที่หวั่นเกรงของผู้คนในชุมชนเล็ก ๆ แห่งนั้น
(สาว ๆ เห็นก็แทบเป็นลม...ตามคำบอกเล่าของผู้เขียน...ขนาดนั้น!)

เรื่องราวมากระเตื้องขึ้นนิดนึง ตอนที่ตัดมาเปิดตัวนางเอก...
แต่ก็นั่นแหละ นางเอกก็มีปมดราม่าออกแนวน้ำเน่า(เกือบจะ)พอ ๆ กัน
เห็นพี่ ๆ ถูกบังคับ จับคลุมถุงชนมาแล้ว ทางรอดเดียวของเธอคือต้องหนีออกจากบ้านเท่านั้น

และแน่นอน...นางเอกหนีออกจากบ้านต้องถูกล้วงกระเป๋า...เงินหมด
แล้วจังหวะก็ต้องพอดิบพอดี...พระเอกขับรถมาจอดแถว ๆ นั้น นางเอกก็แอบขึ้นรถมา
.... เป็นไปตามขนบนิยายไทยเป๊ะ ๆ

แต่ที่บอกว่าเรื่องราวมันเริ่มกระเตื้องขึ้นก็เพราะตัวตนของพระเอกที่เรารับรู้ผ่านนางเอกมันเริ่มเปลี่ยนแปลกไป
แม้จะยังทื่อมะลื่อ ซื่อ ๆ เงียบ ๆ เหมือนเดิม แต่ก็จะมีมุมอบอุ่นนิด ๆ เซ็กซี่หน่อย ๆ เพิ่มเข้ามา...

โดยเฉพาะบทบรรยายถึงกลิ่นกายที่หอมจนนางเอกรู้สึกวาบหวิวหวั่นไหวยามเข้าใกล้นั่น
จากความู้สึกรำคาญความทึ่มทื่อของพระเอกตงิด ๆ ก็เริ่มจะคลายไปล่ะ เปลี่ยนมุมมองใหม่
ได้เห็นความหล่อ ความสะอาดภายใต้รูปลักษณ์หมีป่าหน้าตารกหนวดขึ้นมามั่ง

แต่ก็นั่นแหละ...ก็ยังไม่วายรู้สึกว่านางเอกออกแนวเวิ่นเว้อมากไปหน่อยไหม...
คือติดแนวนิยายสมัยใหม่มากไปตรงที่ให้นางเอกต้องแสดงอาการออกนอกหน้าซะดูเวอร์
รำพึงรำพันถึงความเซ็กซี่ของพระเอกซ้ำ ๆ ซาก ๆ อยู่นั่นแล้ว

..........

แต่นี่อาจจะเป็นความสมดุลของเรื่องราวที่ผู้เขียนตั้งใจก็เป็นได้
ด้วยเขาวางบุคลิกพระเอกให้เป็นคนทื่อ ๆ เงียบ ๆ เป็นสุภาพบุรุษ ยอมคน(จนเกือบจะกลายเป็นหงอ) แถมปากหนัก ไม่ช่างพูด
เขาจึงต้องสร้างนางเอกให้มาปกป้อง(ผลประโยชน์ของ)พระเอกด้วยบุคลิกลุย ๆ ฉลาดทันคนและไม่ยอมใคร
แล้วก็ช่างซักช่างถาม อยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกอย่าง

โดยรวมแล้วพล็อตเอย ปมและประเด็นของเรื่องเอย ...ดูน่าสนใจนะคะ โดยเฉพาะปมอดีตของพระเอกนั่น
เสียแต่การเล่าเรื่องมันค่อนข้างเรื่อยเปื่อยเอื่อยอืดไปนี๊ดดดดด...นึง
โดยเฉพาะตอนต้น ๆ เรื่อง กว่าจะมารู้สึกสนุกชวนตามติดก็ปาเข้าไปครึ่งค่อนเรื่อง

สำนวนภาษาคนเขียนก็โอเคเลยค่ะ อ่านได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด
เพียงแต่มันไม่มีจุดพีคให้ตื่นเต้นเร้าใจเท่าที่ควรเท่านั้นค่ะ
ส่วนตัวจึงรู้สึกเฉย ๆ หลังอ่านจบ ไม่ถึงกับชื่นชอบจนอยากเชียร์ให้อ่านตาม
แต่ก็ไม่ถึงกับเสียดายตังค์เสียดายเวลาที่ได้อ่าน...
ถือว่าเป็นการลองของใหม่ที่ไม่เสียหลายค่ะ











 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2557    
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2557 12:02:29 น.
Counter : 1396 Pageviews.  

~ หนึ่งรักเหนือรุ้ง โดย "ปลายสี" & หนาวหวาน โดย "มาภา" : สองนิยายรักหวานจากค่ายอรุณ~





หนึ่งรักเหนือรุ้ง
ผู้เขียน : ปลายสี
ผู้พิมพ์ : สำนักพิมพ์อรุณ(ส.ค. ๕๗)
339 หน้า ราคา 265 บาท


โปรยปกหลัง :

“ถ้ารุ้งอยากไปจากพี่… เอาชนะพี่ให้ได้สิ”


เหนือฟ้าเออีสาวผู้มากด้วยความสามารถถึงกับตกตะลึง
เมื่อได้เห็นหน้าผู้บริหารบริษัทคนใหม่
เพราะเขาคือชายหนุ่มผู้เคยฝากรอยแผลลึกไว้ในหัวใจของเธอ
คุณชินชนะ หัวหน้าผู้มีลักยิ้มพราวเสน่ห์ของทุกคนในบริษัท
หรือ…พี่หนึ่ง…”พี่ชาย” ผู้ทรยศความไว้วางใจที่เธอพยายามลืม

ทว่าในขณะที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว ฝ่ายนั้นก็เปิดเกมรุกประชิดทำเอาเธอหัวปั่น
ยิ่งเธอพยายามถอยห่าง เขาก็ยิ่งตามติด
จนสุดท้าย ชินชนะได้หยิบยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นหนทางเดียวสู่อิสรภาพของเธอมาให้
คือ ต้องเอาชนะเขาให้ได้ในการเดิมพันงานโฆษณาที่มีเงื่อนไขไม่ธรรมดา

แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอควรเป็นห่วงที่สุดไม่ใช่เรื่องว่าเขาจะใช้กลยุทธ์ชนิดไหน
แต่เป็นใจของตัวเธอเองนี่แหละ!!






หลังอ่าน...
จะว่าไป...เล่มนี้อาจจะนับเนื่องเป็นภาคต่อ(กลาย ๆ)ของ"เพลงลิขิตบันดาลชักพา"
ที่เคยอ่านแล้วติดใจเมื่อปีก่อนได้เหมือนกัน แม้ว่าเรื่องราวไม่ได้มีอะไรต่อเนื่องกันเลย
แต่มีตัวละครที่ดึงมาจากเรื่องนั้น มาปรากฏตัว มีบทบาทอยู่ในเรื่องนี้หลายคนอยู่

เรื่องย่อ ๆ ก็ตามโปรยปกหลังนั่นเลยค่ะ...
นางเอก - รุ้ง หรือเหนือฟ้า เป็นลูกติดแม่เลี้ยงของพระเอก - หนึ่ง ชินชนะ
ผูกพันชิดใกล้เป็นพี่เป็นน้องกันมานาน แต่จู่ ๆ นางเอกก็แอบไปได้ยินความในใจบางอย่างของพระเอก
เลยเกิดอาการงอน ตัดเป็นตัดตายกับพี่ชายร่วมโลก
และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เขาต้องแยกไปเรียนต่อที่เมืองนอกพอดี
วันเวลาผ่านไป...จู่ ๆ พี่ชายก็กลับมาพยายามง้องอน โดยใช้งานเป็นตัวล่อ...
ทำให้เธอไม่อาจหนีไปจากเขาได้

ก็...อ่านเพลิน ๆ ชิล ๆ ค่ะ นิยายอิงพล็อตคลาสสิค...
ประมาณรอยรักในอดีต พี่ชายน้องสาว มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง...
แต่ถ้ามีแต่ปมนี้ปมเดียว นิยายคงโหรงเหรง ๆ น่าดู ในเรื่องเขาจึงมีพล็อตย่อยซ้อนอีกชั้น
(ที่...ทำไปทำมา ปมย่อยที่ซ้อนอยู่นั่นออกจะน่าสนใจกว่าเรื่องหลัก ๆ ของคู่พระ-นางเสียอีกแน่ะ)
นั่นคือเรื่องของอิงตะวัน เด็กสาวเจ้าปัญหาที่มีพฤติกรรมแปลกแยก
เนื่องจากเสียแม่ไปในวัยที่กำลังเติบโต เธอก้าวร้าว และแยกตัวเองออกจากผู้คน
จนพ่อของเธอต้องต่อรองให้ชินชนะกับเหนือฟ้าเข้าให้ถึงเด็กสาวและเปลี่ยนพฤติกรรมของเธอให้ได้
เขาถึงจะยอมรับงานจากบริษัทของทั้งคู่...

นั่นจึงเป็นที่มาของมุกปลอมตัว ตลอดถึงการทำงานเพื่อสังคมอย่างการออกค่ายอาสา การทำงานศิลปะ นู่นนี่นั่น...
ซึ่งกลายเป็นสาระสำคัญที่ช่วยให้นิยายมีแก่นสาร มีเนื้อมีน้ำขึ้นมา

สำนวนภาษาของคนเขียนก็ลื่นไหลอ่านไม่สะดุดค่ะ...
ชอบการตั้งชื่อตัวละครในเรื่องมากค่ะ ตั้งแต่ชื่อคู่พระ-นางนั่นทีเดียว... เหนือฟ้ากับชินชนะ
นางเอกมีเพื่อนรักชื่อขีโรชา ฉายฉันท์(ชื่อเล่น"คุณหนูขา")
รุ่นน้องที่ทำงานกับนางเอกคนหนึ่งชื่อทำนุทัพ เป็นน้องชายของมุกมาลา...ชื่อของแต่ละคน ช่างสรรตั้ง

แต่จะมาตงิด ๆ ใจเล็ก ๆ กับชื่อเรื่อง..."หนึ่งรักเหนือรุ้ง"...
ก็ไม่ทราบว่าผู้เขียนเขามีแอบแฝงนัยยะอะไรลึกเร้นหรือเปล่า
แต่ถ้าแค่จับเอาชื่อพระเอก(หนึ่ง)กับนางเอก(เหนือฟ้า ชื่อเล่ยรุ้ง)มาเรียงกันให้ฟังสวย ๆ แปลก ๆ
ส่วนตัวไม่ค่อยปลื้มอะค่ะ
มันดูไม่มีความหมาย ไม่มีรสนิยมและเชยเอาเสียมาก
ซึ่งต่างจากเรื่องก่อน...เพลงลิขิตบันดาลชักพา...ที่ผู้เขียนตั้งชื่อเรื่องได้เก๋ไก๋
น่าสนใจและมีความหมายบ่งบอกถึงธีมและแนวของเรื่องชัดเจน
แหะ ๆ นี่เป็นแค่ความเห็นส่วนตัวล้วน ๆ ค่ะ

แต่ในส่วนของเนื้อหา เรื่องราว ก็อย่างที่บอกในตอนต้น...อ่านเพลิน ๆ
อ่านแล้วชอบในระดับหนึ่งทีเดียวค่ะ








The Sweetest Winter/หนาวหวาน
ผู้เขียน : มาภา
ผู้พิมพ์ : สำนักพิมพ์อรุณ(ส.ค. ๕๗)
383 หน้า ราคา 250 บาท



โปรยปกหลัง :

ใครจะไปคิดว่าในโลกนี้ยังมีทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้านต้องปลอมตัว
มาเป็นเด็กล้างจานถึงเมืองนอกเมืองนา เพื่อตามหารักแท้ให้ได้ภายในครึ่งปี


เมื่อชานนท์ วงศ์สวัณณ์ วิศวกรหนุ่มพ่วงท้ายด้วยตำแหน่งเอ็มดีของ 'คริสตัล'
กิจการลูกในเครือ 'แชนเดอร์เลียร์' อันยิ่งใหญ่ของบิดา
รับพนันเพื่อนรักให้ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงเมืองผู้ดีอังกฤษ
เพื่อตามหาผู้หญิงสักคนที่จะรักและจริงใจกับเขาโดยไม่ต้องใช้เงินซื้อใจเลยแม้แต่บาทเดียว

และคงเป็นเพราะโชคชะตาเข้าข้าง เมื่อสาวไทยคนแรกที่เขาพบในสนามบิน
ได้นำทางเขาไปสู่ร้าน 'ดอกรัก' ร้านอาหารไทยใจกลางกรุงลอนดอน
สถานที่ที่ทำให้ดอกรักในหัวใจของเขาได้แบ่งบานขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ศิโรธร วานิชธนาเวทย์...พนักงานเสิร์ฟสาวที่หยิบยื่นตั๋วโดยสารรถไฟใต้ดิน
ให้กับชายหนุ่มแปลกหน้าเพราะมันหมดประโยชน์กับเธอ
โดยที่เธอเองก็ไม่คาดคิดว่า 'เพื่อนร่วมชายคา' อย่างเขา
จะกลายมาเป็น 'เพื่อนร่วมเส้นทางชีวิต'

แม้จะหนาวติดลบ แต่หัวใจของทั้งเขาและเธอกลับอบอุ่นเมื่อมีกันและกัน
ร่วมฝ่าฟันปัญหาทุกอย่าง แม้หิมะจะตกหนัก
แต่เขากลับเป็นไออุ่นของแสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องในหัวใจของเธอ






หลังอ่าน....
อีกเล่มจากค่ายเดียวกัน แถมแนวเรื่องใกล้เคียงกันกับเล่มข้างบน
เลยหยิบมาบอกเล่าพร้อม ๆ กันเสียเลย

เล่มนี้สะดุดใจกับชื่อเรื่องค่ะ ฟังดูอบอุ่น อ่อนโยน นุ่มนวลชวนฝัน
และเมื่ออ่าน ๆ ไป ก็เป็นไปตามนั้นเลยค่ะ
เรื่องย่อ ๆ ก็ตามปกหลังนั่นเลยค่ะ อิงพล็อตโบราณประมาณเล่มข้างบนเหมือนกัน
เพียงแต่มีการปรับเรื่องราวให้เข้ายุคเข้าสมัย ทำให้อ่านได้สนุกเหนือความคาดหมายค่ะ

เรื่องราวทั้งหมดดำเนินไปในประเทศอังกฤษทั้งหมดค่ะ
เพราะพระเอกต้องเดินทางไปตามหารักแท้ถึงที่นั่น
ด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้าอยู่เมืองไทย ไม่มีใครไม่รู้จักตระกูลรวยล้นฟ้าของเขาแน่
เขาต้องไปในฐานะนักเรียนธรรมดา และมีงบค่าใช้จ่ายที่จำกัด...
เพียงวันแรกที่เขาเหยียบแผ่นดินอังกฤษ เขาก็ได้พบสาวไทยใจดีที่มอบตั๋วรถไฟที่เธอไม่ได้ใช้แล้วให้กับเขา
ทั้งการพูดคุยกันของเธอกับเพื่อนก็ยังกลายเป็นลายแทงให้เขาสามารถเดินทาง
ไปสมัครงานเป็นเด็กล้างจานในร้านอาหารไทย...
ที่เดียวกับที่นางเอกทำงานพิเศษเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่นั่นเอง

เมื่อมาพบกันอีกครั้ง ทั้งยังกลายเป็นเพื่อนร่วมบ้านกันอีก
แรกเริ่มมิ้มหรือศิโรธรก็ตั้งแง่เล็ก ๆ กับนายหมอก หรือชานนท์
แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นาน จากการได้ช่วยเหลือกันเล็ก ๆ น้อย ๆ
กับน้ำใสใจจริงที่นายหมอกแสดงต่อเธอทำให้กำแพงที่ก่อไว้ค่อย ๆ ทลายลงทีละน้อย ๆ

...........

ชอบมากค่ะ เรื่องนี้ ทั้งอบอุ่น อ่อนหวาน ละมุนละม่อมกลมกล่อมไปทั้งเรื่องจริง ๆ
ไม่น่าเชื่อว่านี่เป็นงานเขียนชิ้นแรกของคนเขียน
ด้วยสำนวนภาษาที่...นุ่มนวล สละสลวยมาก ไม่ว่าจะเป็นการบรรยายฉาก
อารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร หรือบทสนทนาก็ลื่นไหล เป็นธรรมชาติ
ผู้อ่านอ่านแล้วสามารถจินตนาการตามได้เคลิ้มคล้อย

ชอบพระเอก นางเอกเรื่องนี้มาก
พระเอกดูดีมีเสน่ห์ ฉลาด รักมั่นคง
ส่วนนางเอกก็มุ่งมั่น แม้จะมีปมครอบครัวแต่ก็เข้มแข็ง
เป็นตัวของตัวเอง ไม่อ่อนแออ่อนไหวจนเกินเหตุ

และแม้จะอิงพล็อตเก่า ๆ ...อย่างที่บอกในตอนต้น
แต่เรื่องราวหลังจากนั้นก็ค่อนข้างพลิกผัน ผิดคาด แหวกขนบน้ำเน่าพอสมควรเลยค่ะ

เรียกได้ว่าเป็นนิยายแนวฟีลกู้ดที่อ่านสนุก อ่านเพลินทังสองเล่ม
อ่านแล้วรู้สึกดี จึงหยิบมาเล่าขาน ชวนอ่านกันค่ะ












 

Create Date : 29 ตุลาคม 2557    
Last Update : 29 ตุลาคม 2557 12:15:37 น.
Counter : 2603 Pageviews.  

~ คู่เรียงเคียงขวัญ : โดย "อัญชรีย์" ~






คู่เรียงเคียงขวัญ
ผู้แต่ง : อัญชรีย์
ผู้พิมพ์ : สนพ.แจ่มใส
352 หน้า ราคา 239 บาท


โปรยปกหลัง :


‘กตัญญู’ หรือ ‘หมอวิน’ ขึ้นชื่อในเรื่องปากหมะ...
เอ่อ ปากไม่ดี ห้าว ห่าม ดื้อรั้น และหวงความโสดเป็นที่หนึ่ง
แม้จะขี้อ่อยไปทั่วแต่ไม่มีทางคิดจริงจังกับใครง่ายๆ
เพื่อนๆ มักบอกว่าเขาคือ ‘แรดตัวพ่อ’

เมื่อวันหนึ่ง ‘แรดตัวพ่อ’ ถูกบังคับให้ต้องแต่งงานกับผู้หญิงเนี้ยบ เคร่ง เครียด เป๊ะทุกองศา
เขาจึงทั้งช็อคทั้งอึ้ง แต่ทุกอย่างบีบให้ปฏิเสธไม่ได้
เขาจึงได้แต่ดิ้นรนหาทางให้เธอเป็นฝ่ายยกเลิกการแต่งงานครั้งนี้
แต่...นอกจากเธอจะอดทนได้แม้ว่าเขาจะทำตัวให้ถ่อย...เอ่อ แย่สุดๆ แล้ว
เธอยังยืนยันอีกว่าพร้อมจะใช้ชีวิตคู่แบบจริงจัง ไม่ใช่แต่งงานกันแค่ในนาม
แถมยังบอกเขาอย่างมั่นใจว่า เชื่อว่าเขาจะต้องหลงรักเธออย่างแน่นอน
ฮะ!ผู้หญิงคนนี้จะประหลาด น่ากลัว ชวนหลอนไปไหน?!

ก่อนหน้านี้เขากับเธอไม่เคยพูดกันซักครั้งด้วยซ้ำ
ถ้าไม่นับที่เขาเอาริมฝีปากไปประกบริมฝีปากเธอมาก่อน...ก็แค่นั้นเอง!







เพิ่มเติมเรื่องย่อ ๆ จากข้างบนอีกนิด ๆ...

'หมอวิน' หรือกตัญญู เป็นเด็กในอุปการะของคิรากร (พระเอกจาก"เจ้าหญิงเม็ดทราย")
ที่ส่งเสียเขามาตั้งแต่เด็กจนเติบโต เรียนจบแพทย์ได้
บุญคุณคิรากรจึงท่วมหัวหมอวิน จนเมื่อเขาขอร้องเชิงบังคับให้รับหน้าที่เป็นเจ้าบ่าวแทนจิรพัส...
(น้องชายของคิรากร ตัวละครเด่นอีกตัวจากเจ้าหญิงเม็ดทรายเช่นกัน)
แต่งงานกับครองขวัญ หญิงสาวผู้ไม่เคยอยู่ในสายตา ไม่เคยเป็นสเป้กของเขามาก่อน...
หมอวินจึงยากจะปฏิเสธได้

คิรากรขอร้องเขาว่าให้แต่งงานแล้วคงสถานะสามีภรรยากับครองขวัญแค่ระยะหนึ่ง
หลังจากนั้น หากไปกันไม่ได้จริง ๆ ก็สามารถหย่ากันได้
ตอนนี้แค่ช่วยรักษาหน้าให้ครองขวัญ ไม่ต้องเป็นหม้ายขันหมากเท่านั้น

หลังจากแต่งงานแล้ว หมอวินต้องย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของครองขวัญที่เธออยู่ร่วมกับแม่เลี้ยงและน้องสาว
ที่นั่นเขาก็ได้สัมผัสตัวตนอีกมุมหนึ่งของครองขวัญ โดยเฉพาะปมเหตุที่ทำให้เธอเป็นคนเย็นชา...
และโหยหาความอบอุ่นจากครอบครัว
ทำให้ความรู้สึกของเขาที่มีต่อครองขวัญค่อย ๆ เปลี่ยนแปรไปทีละน้อย ๆ

และทั้ง ๆ ที่เขาเป็นฝ่ายเร่งเร้าการเลิกราในช่วงแรก ๆ ของการใช้ชีวิตคู่
ทว่าเมื่อครองขวัญยอมถอดใจจากเขาจริง ๆ ในวันหนึ่ง เขากลับใจหาย และเป็นฝ่ายยื้อซะงั้น...






หลังอ่าน...
ก็สนุกดีค่ะ อ่านเพลิน ๆ ง่าย ๆ ตามสไตล์ 'อัญชรีย์'
ที่จริง ๆ แล้ว ทั้งพล็อตทั้งปมก็วน ๆ เวียนๆ อยู่กับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ นั่นแหละ
โดยเฉพาะมุกแต่งงานหลอก ๆ ปลอม ๆ หรือตกกะไดพลอยกระโจนอะไรนี่
ดูเหมือนจะเป็นมุกถนัด เป็นเมนูประจำของนักเขียนนามนี้ไปเสียแล้ว
เห็นมาหลายเรื่องเหลือเกินนิ

แต่เล่มนี้อาจจะมีจุดแตกต่างเล็กน้อยตรงที่เหมือนจะมีการสลับบทบาทกันนิดหน่อย
เพราะเรื่องนี้ พระเอกเป็นฝ่ายถูกบังคับอ่ะ ฮ่า...เรื่องราวมันน่าสนใจตรงนี้เอง
กับบุคลิกของนางเอกอย่างครองขวัญ ที่ช่างมั่น ดันทุรัง และเอาแต่ใจตัวสุด ๆ
จนดูแข็งกระด้างและออกแนวเย็นชา...
(แต่ก็ไม่วายคิดเองเออเองเหมือนนางเอกคนอื่น ๆ อยู่บ้างเหมือนกัน)
จนอ่านช่วงต้น ๆ เรื่องรู้สึกไม่ค่อยชอบนางเอกคนนี้เลยแฮะ แล้วก็เห็นใจพระเอกมาก ๆ
เป็นใครก็คงหลอนแหละ จู่ ๆ ต้องมารับเซ้งเจ้าสาวต่อจากคนอื่นแบบเนี๊ยะ
ต่อให้สวย ให้เป๊ะขนาดไหนก็เหอะ

แต่อีกด้านหนึ่ง หากมองลึกลงไปในปูมหลังของชีวิตเธอ
เธอก็ดูจะน่าสงสาร น่าเห็นใจไม่น้อย

ปกติเราจะเห็นแต่พระเอกของอัญชรีย์ที่มีปมจิต ๆ หน่อย แต่เล่มนี้เปลี่ยนให้นางเอกเป็นฝ่ายมีปมมั่่งค่ะ
ก็...โอเคนะคะ มาถึงยุคนี้สมัยนี้ หญิง-ชายทัดเทียมกันแล้ว
ก็ไม่แปลกถ้าจะให้พระเอกเป็นฝ่ายถูกรุกมั่ง 55...

อ้อ...แม้ว่านางเอกเขาจะเอาแต่ใจและเย็นชาสุด ๆ อย่างที่บอก
ก็ไม่ต้องห่วงว่าเลิฟซีนจะด้อยน้อยหน้าเล่มอื่นนะคะ

ยังคงเพียบ...จัดเต็มเช่นเคยค่ะ...
ก็พระเอกเขาทั้งห้าวทั้งห่ามปานนั้น...
มีเพื่อนร่วมก๊วนแบบหมอภีมกับหมอปั๊ปเป็นการันตีค่ะ!

อ่านรวดเดียวจบไปเมื่อตะกี้...แซงคิวบอกเล่าเพราะเป็นหนังสือยืมอ่านค่ะ
เจ้าของเขา แฟนขับตัวจริงคุณอัญชรีย์เขายังไม่ได้อ่านเลย แหะ ๆ











 

Create Date : 22 ตุลาคม 2557    
Last Update : 22 ตุลาคม 2557 12:06:04 น.
Counter : 1246 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 168 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ เดเปอโร รักยิ่งใหญ่จากใจดวงเล็ก/เคท ดิคามิลโล/เขียน งามพรรณ เวชชาชีวะ/แปล ~

~สูญมนุษย์วันสิ้นโลก/Z for Zachariah/Robert C. O'Brien/เขียน วิลาส วศินสังวร/แปล ~

~ บ้านใหม่บนดิน The People of Sparks/ฌานน์ ดูโปร เขียน/แสงตะวัน แปล~

~ บ้านริมทะลสาบ/เข็มพลอย~

~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.