“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

~ อกเกือบหักแอบรักคุณสามี...My Husband in Law/คอเมดี้สุดฮา โดย "นาวาร้อยกวี" ~





อกเกือบหักแอบรักคุณสามี/My Husband in Law
ผู้เขียน : นาวาร้อยกวี
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ
๕๑๘ หน้า ราคา ๓๖๕ บาท


โปรยปกหลัง :



สักวาสามีที่น่ารัก......................เงยหน้าทักภรรยาบ้างได้ไหม
ยังขึ้งโกรธโทษชะตาหรือว่าไร.....ถึงยังไงเราก็ได้แต่งงานกัน
อย่าเสียอกเสียใจไปเลยเล่า........นั่นเพราะเราเป็นเนื้อคู่ตุนาหงัน
เด็ดดอกไม้ร่วมต้นแต่ปางบรรพ์....บนสวรรค์ท่านจึงให้ I love you
(ภรรยาผู้โชคดี)

สักวาด่าแล้วไม่ซึมซับ................ด่าจนยับแล้วก็ยังไม่เข้าหู
สีซอให้ควายฟังมันยังรู้...............นี่เข้าหูแล้วเลยผ่านปานสายลม
บอกไปแล้วรอบที่ร้อยใช่หรือไม่....ว่าไม่เคยคิดอะไรไม่เหมาะสม
ถ้ากล้าจีบก็เข้ามาจะด่าจม...........หมดอารมณ์จะคุยต่อขอลาตาย
(สามีผู้โชคร้าย)

'เธียรวัฒน์' สถาปนิกรักสันโดษที่สถานการณ์บังคับให้เขาต้องแต่งงานกับ ‘ยายเมย'
น้องสาวนอกไส้ สุดกะโหลกกะลา ที่เอาแต่เฮฮาเริงร่าไปวันๆ

แต่คนที่เขาจะเลือกมาเป็นภรรยานั้นจะต้องงามพร้อมทั้งกายและใจ
ยิ่งมารู้ทีหลังว่ายายเมยแอบชอบเขาอยู่ด้วย นั่นยิ่งทำให้ต้องรีบหย่า
เขาวางแผนไว้โดยที่ไม่มีวันรู้เลยว่า...

‘นี่จะเป็นการแต่งงานเพียงครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายในชีวิต’






เรื่องย่อ ๆ (เพิ่มเติมจากข้างบนอีกนิด ๆ )

นทีริน หรือยายเมย จับพลัดจับผลูเข้ามาเป็นลูกสาวคนเล็กของคุณนายศจี
มารดาของสองหนุ่มหล่ออย่างปริวัตถุ์กับเธียรวัฒน์
เพราะเป็นลูกสาวของเพื่อนรักที่คุณนายศจีถูกตาต้องใจอยากจะได้มาเป็นลูกสะใภ้นักหนา

เมื่อเธียรวัฒน์มีเหตุไปกิ๊กกั๊กกับเมียของผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง แล้วผู้หญิงเกิดติดอกติดใจ
ถึงขั้นจะหย่าขาดจากสามีมาจริงจังกับเขาเข้า
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เธียรวัฒน์จึงถูกจับคลุมถุงชน
แต่งงานกับยายเมย น้องสาวที่เขาไม่เคยคิดจะรักเลยมาแต่ต้น...
ติดจะหมั่นเขี้ยวแกมรำคาญความโก๊ะกังของเจ้าหล่อนด้วยซ้ำ

หลังจากแต่งงานแล้ว ทั้งคู่ก็ให้บังเอิญต้องมาทำงานร่วมกัน ในฐานะกึ่ง ๆ หัวหน้างานกับลูกน้อง
ทำให้เธียรวัฒน์ค่อย ๆ มองเห็นนทีรินในแง่มุมที่แตกต่างจากเดิม...

จากที่เคยคิดว่ายายเมยก็แค่ลูกไก่ในกำมือ เขาจะบีบก็ตาย เขาคลายจึงจะรอด
ทำไปทำมา ไหงมันกลับกลายเป็นว่า ตัวเขาต่างหากที่ต้องกลายมาเป็นลูกไล่ให้ยายเมยต้องตามป่วนกวนใจ
แถมยังมีท่าทีว่าถือไพ่เหนือกว่าเขาอยู่ตลอดเวลาเสียอีกแน่ะ...

หนำซ้ำ เมื่อเหลียวมองรอบตัว ยิ่งเห็นได้ชัดว่ามีแต่คนชูป้ายไฟเชียร์ยายเมยเสียทั้งนั้น
อย่างนี้แล้ว เขาจะยังมีทางเลือกอื่นอีกเรอะ...






หลังอ่าน...
จริง ๆ แล้วหนังสือเล่มนี้อ่านจบไปหลายวันแล้ว
ยอมรับว่าที่หยิบมาอ่านในตอนแรกนั่นเป็นการอ่านตามกระแส...
ที่ดูเหมือนว่าจะแรงเอาการอยู่
เช่นนั้น...แน่นอนล่ะว่าต้องมีความคาดหวังเจือปนอยู่ด้วย อย่างน้อยก็...ประมาณหนึ่ง

เรื่องนี้เป็นประหนึ่งภาคต่อของ "จนกว่ารักบันดาลใจ" ที่เคยอ่านไปเมื่อปีก่อนนู้น
(ซึ่งก็ชื่นชอบในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ถึงกับติดตราตรึงใจอะไรมากมาย)
...มีเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกันเฉพาะความสัมพันธ์ของตัวละคร

เรื่องแรกนั้นเป็นเรื่องราวของคู่พี่ชาย ส่วนเรื่องนี้เป็นเรื่องของคู่น้อง
สามารถอ่านแยกเล่มใดเล่มหนึ่งได้
หรือถ้าจะอ่านทั้งสองเล่ม จะอ่านเล่มใดก่อน-หลังก็ได้ทั้งนั้นค่ะ

ก็อย่างที่บอกตอนแรกว่า...อ่านตามกระแสที่ปนด้วยความคาดหวัง...
ความรู้สึกหลังอ่านจึงมีอาการเงิบเล็ก ๆ

ไม่ใช่นิยายเค้าไม่สนุก...สนุกค่ะ สนุกมากกกก...ฮามากกกก
พล็อตง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ออกแนวคุ้นเคยเสียด้วยซ้ำ
กับพล็อตแต่งงานกำมะลอ มุกคลุมถุงชนอะไรพวกเนี๊ยะ

สำนวนภาษาคนเขียนลื่นไหล โอเคมาก
โดยเฉพาะมุกโต้ตอบกันระหว่างพระ-นางด้วยบทกวี...กลอนมั่ง โคลงมั่ง
ส่วนตัวชอบมากด้วยค่ะ เพราะปกติชอบอ่านอะไรที่มีบทกวีแทรกอยู่อย่างนี้อยู่แล้ว
และบทกลอนในเรื่องนี้คนเขียนเค้าก็...ช่างรังสรรค์ออกมาได้พราวแพรวเชียว
(ซึ่งถือได้ว่าเป็นมุกเด็ด เป็นจุดขายของนิยายเรื่องนี้เลยทีเดียว- -
ดูตัวอย่างได้จากโปรยปกหลังนั่นเลยค่ะ)

แต่...มันดูเหมือนคนเขียนจะเน้นสนุก เน้นฮามากเกินไปหรือเปล่า
นิยายจึงออกจะขาดความสมจริงและความน่าจะเป็นไปได้ ในหลายจุดหลายมุม

มันเห็นได้ถึงความพยายามที่จะเน้นเรื่องของการสลับบทบาทระหว่างชาย-หญิงมากไปหน่อย
โดยการให้ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายรุกไล่ ตามจีบฝ่ายชายอย่างเปิดเผย...
ให้ฝ่ายชายเป็นประหนึ่งผู้ที่อ่อนแอกว่าจนฝ่ายหญิงต้องเข้าปกป้องภยันตราย...

*Spoiled! (ถึงขั้นให้นางเอกเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยพระเอก...แบบเหลือเชื่อเหนือจริงสุด ๆ )

หรือการเล่นมุกให้ผู้ชายกลายเป็นวัตถุทางเพศให้ผู้หญิงลวนลามหรือยื้อแย่งกัน
ฯลฯ

คือถ้ามีนิด ๆ หน่อย ๆ ก็พอรับได้นะคะ...
ตั้งแต่ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปอย่างนี้ นิยายที่ให้ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายจีบผู้ชายก่อนก็มีให้เกลื่อนแผงไปหมด
ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเสียหายแต่ประการใด อยู่ที่บริบทของเรื่องราว
ว่าผู้เขียนจะทำให้สมเหตุสมผลมากน้อยเพียงใด

แต่ในเรื่องนี้ ดูเหมือนว่าผู้เขียนจะเน้นจุดนี้ "เยอะ" ไปหน่อย จนกลายเป็นฝืนธรรมชาติ
หลายมุกเข้าก็ฝืดจนเฝือ...และเฝื่อน อ่านแล้วมันไม่อิน ไม่ฟินอะไรทั้งนั้น แหะ ๆ
(ต้องขอย้ำว่า นี่เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วน ๆ ค่า )

จุดที่ชื่นชอบสุด ๆ ในเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องของบรรยากาศในการทำงาน
สาระข้อมูลว่าด้วยสายงานของพระเอกนางเอกนี่แน่นเปรี๊ยะ
ตัวละครทุกตัวเค้าทำงานกันเอาจริงเอาจัง...
อ่านแล้วนึกภาพตามได้เป็นฉาก ๆ
ชอบค่ะชอบ





สุดท้าย...
นิยายเล่มหนา ๆ แถมเนื้อหาเน้นฮาเป็นส่วนใหญ่
นั่นจึงอาจจะเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ฝ่ายพิสูจน์อักษรทำงานผิดพลาดนะคะ
หนังสือเล่มนี้คำผิดเยอะมาก น่าจะมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านงานของสนพ.นี้มา
ตอนที่อ่านรอบแรก ก็ต้องใช้กระดาษจดโน้ตแนบไว้กับหนังสือ เจอคำผิดก็ติ๊กไว้ ๆ
พออ่านจบ พบว่าคำผิดเต็มหน้ากระดาษแผ่นนั้นเลยทีเดียว
ก็กะว่าจะหยิบมาบันทึกลงบล็อกไว้ด้วย (เผื่อหนังสือเค้าขายดี มีการพิมพ์ครั้งที่สองที่สาม...จะได้แก้ไข)
แต่ทีนี้...หนังสือมันถูกเปลี่ยนมือคนอ่านหลายคน กว่าจะวนกลับมาหาเจ้าของอีกครั้ง
กระดาษโน้ตแผ่ั้นนั้นก็อันตรธานไปแล้วเรียบร้อย

จึงต้องหยิบมาอ่านอีกรอบก่อนอัพบล็อกนี้
แต่ต้องยอมรับว่า นิยายแนว ๆ นี้ไม่ใช่นิยายแบบดูดดื่มซึมลึก
ที่เราจะสามารถละเลียดอ่านรอบสองรอบสามแล้วยังรู้สึกสนุกได้
จึงอ่านทวนได้ไม่ถึงครึ่งเล่ม แล้วก็ได้คำผิดมาฝากผู้เขียนและสนพ.เพียงคร่าว ๆ

อ้อ...คำผิดนี่ไม่ได้หมายรวมถึงคำผิดโดยเจตนาอย่างมุก ขอบคุณ-ชอบคุณ
หรือ ผ่านมา - ผ่านม อะไรนั่นหรอกนะคะ
อันนั้นอ่านแล้วยังนึกขำแกมชื่นชมคนเขียนด้วยว่าเข้าใจเล่นแฮะ


เริ่มตั้งแต่หน้าคำนำสำนักพิมพ์เป็นต้นไป...

คำว่า...เอ็นดูแกมหมั่นไส้ - - ตกไม้เอกตรงคำว่า "หมั่นไส้" ค่ะ

ในเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของคนในแวดวงสถาปนิกและวิศวกร
ก็เลยจะมีวิศวกรขวักไขว่เต็มไปหมด
เท่าที่พบ คำว่า"วิศวกร"มีพิมพ์ผิด (ตกว.แหวนมั่ง ร.เรือมั่ง...) ประมาณ 5-6 จุดแน่ะค่ะ

คำว่าน่ารักน่าชัง น่ารักน่าเอ็นดู ในหนังสือพิมพ์เป็น น่ารักหน้าชัง น่ารักหน้าเอ็นดู ประมาณสามจุด
คำว่าระมัดระวัง พิมพ์เป็น ระวัดระวัง
คำว่าโชคลาง พิมพ์เป็น โชคราง(ไม่ใช่เครื่องรางนะเออ)
วิปัสสนา - วิปัสนา
โปรแกรม - โปรมแกรม
สวีท - สวี
เหนื่อย - หนื่อย
ได้รับคำตอบ - ได้รับการคำตอบ
ฯลฯ

(ไม่ได้ระบุหน้าที่พิมพ์ผิด ให้แผนกพิสูจน์อักษรของสำนักพิมพ์ได้ทำงานมั่งนะคะ)


และยังมีจุดที่อ่านแล้วสะดุด ๆ (คาดว่าน่าจะเกิดจากความผิดพลาดในการปรู้ฟ)
เช่นในหน้า 123 นางเอกกำลังอ่านนิยายไป แอบเหล่พระเอกไป...

...จากนั้นก็เปิดหนังสือย้อนกลับอ่านตอนที่ชอบใหม่รอบ...

น่าจะเป็น...

จากนั้นก็เปิดหนังสือย้อนกลับไปอ่านตอนที่ชอบใหม่อีกรอบ...
หรือเปล่า

เนี่ยค่ะ จะมีจุดพลาดแบบนี้เต็มไปหมด เหมือนจะเป็นอะไรเล็ก ๆ น้อยๆ
แต่ก็ทำให้คนอ่านสะดุดได้
แล้วก็พลอยนึกเสียดายแทนนักเขียนน่ะค่ะ
ว่าฝ่ายผลิตน่าจะเอาใจใส่ในรายละเอียดได้มากกว่านี้

ติเพื่อก่อนะคะ หวังว่าในการพิมพ์ครั้งต่อ ๆ ไป จุดผิดพลาดเหล่านี้จะได้รับการแก้ไข
ถึงยังไงก็จะยังคงติดตามนักเขียนนาม "นาวาร้อยกวี" อยู่เรื่อย ๆ ค่ะเพราะติดใจในฝีมือซะแล้ว









 

Create Date : 20 มีนาคม 2558    
Last Update : 20 มีนาคม 2558 16:25:19 น.
Counter : 7882 Pageviews.  

~ เก็บรัก...Hopelessly in Love : แล้วความรักจะเยียวยาหัวใจทุกดวง โดย"มาภา" ~






Hopelessly in Love...เก็บรัก
ผู้เขียน : มาภา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(พิมพ์ครั้งแรก ต.ค. ๒๕๕๗)
๕๘๓ หน้า ราคา ๓๖๕ บาท


โปรยปกหลัง :


หนึ่งชีวิตของคนอาจผ่านความรักมาไม่รู้กี่ครั้ง
แต่ความรักครั้งใดกัน ที่จะได้อยู่กับเรา
ตราบจนนาทีสุดท้ายของลมหายใจ


รพี มัทนภิรมย์ วิศวกรหนุ่มผู้มีชีวิตเรียบง่าย มั่นคง
เพิ่งจะขอ ดุจฤทัย แต่งงานหลังจากคบกันมาสิบสามปี
แต่แล้วโชคชะตากลับมาพลิกผัน เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเข้ามา
ในค่ำคืนแห่งความฝัน อันลึกซึ้ง รพีไม่รู้ว่าเธอคือใคร
รู้เพียงศรัทธาที่เขาเคยมีต่อหัวใจกำลังสั่นคลอน

ขวัญชนก หญิงสาวผู้เคยเป็นอิสระ มองโลกในแง่ดี
ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะเปลี่ยนวิถีของเธออย่างไม่อาจย้อนคืน
เขาทำให้เธอได้รู้จักกับความรัก ได้สัมผัสความอ่อนโยน
และได้รู้ซึ้งถึงการเสียสละ เมื่อวันที่เธอ...ไม่ได้มี หัวใจ แค่เพียงหนึ่งดวง

แล้วเธอจะรักษา หัวใจอีกดวงนี้ ไว้ได้หรือไม่
หรือเธอจะทำให้ความรักของใครต้องจบลง

เก็บรัก คือหนึ่งคำตอบสำหรับทุกหัวใจที่เคยต้องเลือก
ระหว่างเหตุผลกับความรัก หรือเคยต้องอ้างว้างอยู่บนเส้นขนาน
ที่ไม่มีวันมาบรรจบกัน แต่ไม่ว่าปลายทางจะเป็นเช่นไร
ความรักจะดูแลทุกหัวใจที่สัมผัสถึงความอบอุ่นเมื่อครั้งวันวาน






หลังอ่าน...
อิ่มค่ะ...บอกได้คำเดียวว่า 'อิ่ม'จริง ๆ สำหรับนิยายแนวที่ชอบ ที่ใช่สำหรับตัวเองเรื่องนี้
กับความหนาเกือบ ๆ 600 หน้า แต่หนังสือเล่มนี้ก็สามารถดึงดูดให้เราจ่อมจมอยู่กับมันได้
จนกาลเวลาล่วงเลยผ่านไปโดยแทบไม่รู้ตัว ด้วยไม่อยากพลาดแม้เพียงตัวอักษรเดียว
ทั้ง ๆ ที่...จะว่าไปก็เป็นนิยายรักธรรมดา ๆ เหมือนกับนิยายรักอีกร้อยแปดพันเก้าเรื่องที่เคยอ่านผ่านมาในอดีต

เป็นเรื่องเล่าของความรักที่ซ้อนซ่อนอยู่ภายใต้ความสัมพันธ์อันวูบไหว ทว่าลึกซึ้ง...
เป็นความรักที่ต้องถูกกดเก็บไว้ด้วยคำว่า สามัญสำนึก...หน้าที่ และความรับผิดชอบ

หากอ่านจากโปรยปก คนอ่านอาจจะคาดหวังเรื่องรักดราม่าน้ำตาริน
หรือไม่ก็สะท้อนสะเทือนซางอย่างเจ็บปวด แถมด้วยปมอิจฉาริษยา ชิงรักหักสวาทอะไรไปโน่น...

ตอนแรก ๆ ส่วนตัวก็คิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น...อุตส่าห์เงื้อง่ารอตบยุงที่อาจจะบินมาหึ่ง ๆ ข้างหูแล้วเชียว
(แต่ที่เลือกหยิบมาอ่านก็เพราะยังติดใจในฝีไม้ลายมือของนักเขียนใหม่นามนี้
จากนิยายเล่มก่อนของเธอ..."หนาวหวาน" ที่อ่านแล้วอบอุ่นละมุนอารมณ์ดีเหลือเกิน)

ด้วยนิยายเปิดตัวมาด้วยฉากการขอแต่งงานของพระเอก...
กับคนรักของเขา...ดุจฤทัยสถาปนิกสาวช่างฝัน ที่รักกันมั่นคงมาเนิ่นนานกว่าสิบปี
ผู้เขียนเล่าเรื่องด้วยโทนเสียงที่เรียบเรื่อย
ทว่าตอกย้ำให้ผู้อ่านได้มองเห็นภาพความสัมพันธ์อันหยั่งรากลึก
ที่ไม่น่าจะมีสิ่งใดมาโยกไหวสั่นคลอนได้ของคู่รักทั้งสอง

แต่จากเรื่องย่อที่ปกหลังระบุชัดว่าดุจฤทัยไม่ใช่นางเอก...
แม้เธอจะแสนดี แสนเก่งและรักพระเอกมากมาย (และพระเอกก็รักเธอมากเช่นกัน)...
แต่เธอก็ไม่ใช่นางเอก

แล้วนางเอกของเราจะเข้าไปแทรกกลางระหว่างเขาสองคนได้ตอนไหน อย่างไร...?
คนที่โผล่เข้ามาเป็นมือที่สาม ทำให้ความสัมพันธ์อันมั่นคงของคู่รักคู่หนึ่ง
ต้องสิ้นสุดลงยังจะคู่ควรเป็นนางเอกอยู่หรือ...?

ประเด็นนี้อ่อนไหวค่ะ ถ้าผู้เขียนมือไม่ถึงอาจต้องมีอันต้องตกม้าตายได้ง่าย ๆ
แต่ผู้เขียนเรื่องนี้เธอเอาอยู่ค่ะ...
เรียกได้ว่าเก่งเลยทีเดียวที่สามารถทำให้เราเข้าอกเข้าใจ เห็นใจในทางที่ต้องเลือก
และการตัดสินใจของตัวละครทุกตัว...





ไม่ว่าจะเป็น...

รพี ชายหนุ่มแสนดีที่แม้จะได้ชื่อว่าเป็นลูกคนกลาง
แต่ไม่ยักกะมีปมเวนสฺเดย์ไชล์ดอย่างคนอื่น รักพี่รักน้อง รักครอบครัว
อดทนเสียสละกระทั่งยอมเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของตนเองเพื่อผู้อื่น

กับคนรักเขาก็เป็นสุภาพบุรุษที่แสนจะอบอุ่น อ่อนโยน เอาอกเอาใจ ตามใจเสียทุกอย่าง
ทั้งยังทะนุถนอม ให้เกียรติเธอเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ชิงสุกก่อนห่าม ไม่ฉวยโอกาส...
เช่นนี้แล้ว เขาคงต้องเจ็บปวดมากมายหากท้ายที่สุดแล้ว
เขาจะต้องเป็นผู้สะบั้นสายใยความผูกพันนั้นด้วยมือของเขาเอง...
เมื่อพบว่าผู้หญิงที่เขาเผลอไผลไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งในค่ำคืนหนึ่ง
ในสภาวะกึ่งจริงกึ่งฝันนั้น เป็นเพียงผู้บริสุทธิ์คนหนึ่ง หาใช่คนรักดังที่เขาเข้าใจขณะอยู่ในภวังค์

จิตใต้สำนึกและความรู้สึกผิด...
รวมทั้งความรู้สึกวูบไหวในอกเมื่อย้อนรำลึกถึงความสัมพันธ์ครั้งนั้นทำให้เขาต้องเลือก...

..........

ขวัญชนก...หญิงสาวผู้เติบโตขึ้นมาภายใต้การเลี้ยงดูอย่างรักถนอมของพ่อเลี้ยงเดี่ยว
ผู้เป็นศิลปินอิสระที่เข้าใจโลกและชีวิตมากพอที่จะกล่อมเกลาให้เธอเป็นหญิงสาวที่รักอิสระ
เข้มแข็งมั่นคง และมองโลกในแง่ดี
แม้เมื่อต้องเผชิญปัญหาที่นับว่าร้ายแรงสุด ๆ ของลูกผู้หญิงคนหนึ่ง เธอก็หาทางออกอย่างมีสติ
ไม่กลัวจนลนลาน ไม่โวยวายเรียกร้องหาความรับผิดชอบจากใคร...
แม้ในใจลึก ๆ จะแอบ"เก็บรัก"เขาไว้อย่างมิดเม้นก็ตามที
ในเมื่อเขามีเจ้าของที่ครองรักกันมาเนิ่นนาน
ต่อให้รักแสนรักเธอก็ไม่อาจทำตัวเป็นมือที่สามของใครโดยเด็ดขาด

............

ดุจฤทัย...หญิงสาวที่น่าเห็นใจที่สุดในเรื่อง เธอมีคนรักเป็นชายหนุ่มที่แสนดี
เธอกับเขากำลังวางแผนจะสร้างครอบครัวร่วมกัน หลังจากคบหากันมานานถึงสิบสามปี
ความฝันอันแสนหวานนั้นกำลังอยู่แค่เอื้อมแท้ ๆ ...
แต่จู่ ๆ ผู้ชายของเธอก็เดินเข้ามาบอกเธอว่าเขาไม่สามารถแต่งงานกับเธอได้แล้ว
เพราะเขาต้องรับผิดชอบผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เขาพลั้งเผลอไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย...
สำหรับเธอ มันยิ่งกว่าฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ โดยไร้เมฆฝน
และยิ่งกว่าแผ่นดินไหวสะเทือนที่ทำให้เรือนหอในฝันของเธอพังทลายลงในพริบตา






โอ้ววว...พล็อตยากนะคะนั่น
แต่ก็อย่างที่บอก คนเขียนเธอสามารถค่ะ

เธอสร้างสรรค์ตัวละครได้อย่างมีที่มาที่ไป สมเหตุสมผล
ตัวละครแม้จะเยอะ แต่ทุกตัวก็มีความสัมพันธ์โยงใยกัน
มีบทบาทที่จำเป็นต่อการดำเนินเรื่องมากน้อยเฉลี่ย ๆ กันไป

ส่วนตัวชอบที่สุดก็มีอยู่สองคนค่ะ

คนแรก เพื่อนชายใจหญิง(งาม)อย่างปฏิพัทธ์ หรือแพตตี้ เพื่อนรักเพื่อนซี้ของขวัญชนก
ผู้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อนสาวมาตั้งแต่ต้น
เขาร่วมทุกข์ร่วมปลุกปลอบให้กำลังใจในยามที่เธอพลาดพลั้ง
ช่วยเก็บงำความลับและเคารพการตัดสินใจของเพื่อนโดยไม่ชี้นำ ไม่ล้ำเส้น...
ชอบค่ะ ในชีวิตหนึ่งมีเพื่อนดี ๆ แบบนี้แค่คนเดียวก็เกินพอ

ตัวละครสำคัญอีกตัวที่ชื่นชอบก็คือศิลปินหนุ่มใหญ่ พ่อต้อม-คะนึงของนางเอกค่ะ
คุณพ่อช่างเป็นพ่อในฝันของใครต่อใครหลายคนเลยนะคะเนี่ย...

เมื่อลูกสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจเดินมาบอกว่า...เธอท้อง !

ปฏิกิริยาของคนเป็นพ่อคือ...

มีเพียงรอยยิ้มที่แย้มออกมาอย่างอ่อนจาง...
"อืม...ตั้งใจมีหรือว่าพลาด"


และเมื่อเขาได้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและการตัดสินใจของลูกสาว...

"พ่อไม่ว่าขวัญใช่ไหมที่ขวัญตัดสินใจแบบนี้ พ่อโกรธขวัญรึเปล่า"

"ขวัญชนก" ผู้เป็นพ่อเอ่ยเสียงขรึม "ชื่อของขวัญเป็นคำตอบของทุกคำถามแล้วนะ"
.........





การผูกปมของเรื่องเธอก็ทำได้อย่างแนบเนียน ละเอียดลออ ถี่ถ้วน
และทีสำคัญ...อย่างระมัดระวัง...
โดยเฉพาะปมความสัมพันธ์อันผิดพลาดอันเป็นต้นเหตุแห่งความพลิกผันทั้งหมด
เธอสามารถทำให้คนอ่านอ่านแล้วเชื่อได้ อินได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันมีความเป็นไปได้
และไม่อาจโทษใครได้เลย ไม่ว่าจะเป็นรพีหรือขวัญชนก...
(ฉากนี้ต้องอ่านเองค่ะ สปอยล์ไม่ได้เลย!)


เสน่ห์ของนิยายเรื่องนี้ ส่วนตัวคิดว่าอยู่ที่เรื่องราวความรัก...
ความสัมพันธ์และทัศนคติในการมองโลกมองชีวิตของตัวละครทุกตัวในเรื่องค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นความรักที่สั่งสมเนิ่นนานจนกลายเป็นความผูกพัน ความปรารถนาดีต่อกัน
ระหว่างอดีตคู่รักอย่างพ่อและแม่(หรือกระทั่งอย่างรพีกับดุจฤทัย)
ความรักที่ค่อย ๆ ก่อเกิด ค่อย ๆ เรียนรู้ปรับตัวเข้าหากันและกันระหว่างรพีกับขวัญชนก
ความรักของคนในครอบครัว...
ความรักของคู่รักเพศเดียวกัน ความรักระหว่างเพื่อน ฯลฯ
ผู้เขียนเธอช่างร้อยเรียง เล่าเรื่องราวได้ลื่นไหล ด้วยสำนวนภาษาที่ละเมียดละไม
อ่านแล้วให้ความรู้สึกอุ่นอวลในอารมณ์

ขออนุญาตโควตถ้อยคำของพ่อที่พูดถึงแม่ให้ขวัญชนกฟัง...

'ดวงจันทร์มันงดงามอยู่บนฟ้า ไม่ใช่ในถังน้ำผุๆ พังๆ
พ่อทำใจให้มีความสุขไม่ได้ ถ้าต้องเป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงในชีวิตแม่
พ่อเคยมองพระจันทร์ดวงเดิมที่มุมไหน ก็จะขอมองมันอย่างนั้นเรื่อยไป
แค่ได้เป็นคนครอบครองหัวใจของแม่ทั้งดวง เหมือนที่แม่ได้ไปจากพ่อทั้งดวง...ก็พอแล้ว
เรามีความสุขแบบนี้มากกว่า มันไม่ใช่เพราะ'เรากลับมาอยู่ด้วยกันไม่ได้'
แต่เรา'ไม่ได้อยากกลับมาอยู่ด้วยกัน' เราคุยกันแล้ว'


ความรักของพ่อช่างงดงาม...
.
.
.

ประเดี๋ยวจะมีคนหาว่าอวยเว่อร์...
ขอแถมท้ายด้วยข้อติงนิด ๆ ละกันค่ะ

ถึงแม้จะบอกว่าผู้เขียนใช้สำนวนภาษาที่ลื่นไหล ละเมียดละไม แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดสะดุดเอาเสียเลย
นิยายเล่มหนาขนาดนี้ อ่าน ๆ ไปมันก็ต้องมีบ้างแหละค่ะ
นั่นก็คือเการเลือกใช้สรรพนามเรียกตัวละคร
กับคำว่า ร่างเล็ก ร่างบาง อะไรพวกนี้ส่วนตัวทำใจแล้วค่ะว่าต้องเจอบ่อย ๆ
แต่ในเรื่องนี้ คำที่เจอบ่อยมาก บ่อยจนเกินควรก็คือคำว่า"ว่าที่คุณแม่ - ว่าที่คุณพ่อ"
มันเยอะมากอะ

กับอีกจุดหนึ่ง...คือมุก"บังเอิญ"แบบละครหลังข่าวก็มีให้เห็นอยู่ประปราย
เช่นตอนที่พระเอกเก็บภาพอัลตร้าซาวนด์ของนางเอกได้...
ฉากการคุยกันของพี่น้องและนางเอกมาได้ยินเข้า...
ข้อความใน sms ที่ดุจฤทัยส่งถึงพระเอก...
บลา...บลา...บลา...

ก็เป็นเพียงจุดสะดุดเพียงเล็กน้อยที่อาจจะถูกกลบเกลื่อนลบเลือนไปได้
ด้วยความดีงามส่วนใหญ่ของนิยายเล่มนี้
ที่อ่านจบแล้วอิ่มเอมในอารมณ์จนต้องรีบมาเขียนบล็อก
ชวนและเชียร์ให้อ่านกันวันนี้ค่า...


แล้วความรักจะเยียวยาหัวใจทุกดวง













 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2558 14:29:07 น.
Counter : 3246 Pageviews.  

~ตราบสิ้นอสงไขย : สายสัมพันธ์ยาวนานข้ามชาติภพ โดย "น้ำฟ้า" ~






ตราบสิ้นอสงไขย
ผู้เขียน : น้ำฟ้า
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (ครั้งแรก ต.ค. ๒๕๕๗)
๔๓๕ หน้า ราคา ๓๔๕ บาท


โปรยปกหลัง (เรื่องย่อ) :


"เอื้องลดา" นางเอกสาวสวยเดินทางไปถ่ายทำละครยังจังหวัดเชียงใหม่
แต่กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อพลังลึกลับนำพาดวงจิตของเธอ
ให้ย้อนกลับไปยังปีพ.ศ.๒๐๑๕
อันเป็นรัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช มหาราชแห่งล้านนา

ณ ที่แห่งนั้นเธอได้พบกับ "เจ้าศรีหิรัญ" ชายหนุ่มรูปงาม
ซึ่งทำให้เธอนึกถึง "นทีดล" เจ้าของรีสอร์ตที่เธอพำนัก ณ เชียงใหม่

ในขณะที่เอื้องลดาเฝ้าตามหาเหตุผลที่ทำให้เธอต้องหลุดมาอยู่ในอดีตกาลแต่เพียงลำพัง
เจ้าศรีหิรัญผู้ซึ่งเฝ้ารอเธอมานานหลายร้อยปีก็ยังคอยปกป้อง และอยู่เคียงข้างเธอไม่ห่าง
ทำให้หัวใจของเธอมาหยุดอยู่ที่เขาผู้เป็นรักแรกและรักเดียวตลอดกาล
แม้เนิ่นนานนับอสงไขย...ก็ไม่มีวันลืมเลือน






เรื่องราวโดยย่อก็ประมาณคำโปรยปกด้านบนนั่นเลยค่ะ
เพิ่มเติมอีกนิด ๆ ละกัน...

ก่อนที่เอื้องลดาจะเดินทางไปถ่ายละครที่เชียงใหม่
เธอก็ได้รับแหวนนากวงหนึ่งจากคุณปู่สุนทรที่เธอให้ความเคารพนับถือเสมอญาติผู้ใหญ่
คุณปู่ย้ำกับเธอว่าให้ใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลา เพราะแหวนจะช่วยปกป้องเธอจากเภทภัยต่าง ๆ

ที่เชียงใหม่เธอได้พักที่พิงครัตน์รีสอร์ตที่มี 'นทีดล' ชายหนุ่มรูปงามเป็นเจ้าของ
ทันทีที่ได้พบหน้าและสบสายตา ทั้งคู่ก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด...

วันหนึ่ง หลังการถ่ายทำ เอื้องลดาถูกทำร้ายที่สถานที่โบราณใกล้ที่พักจนหมดสติไป
ช่วงนั้นเองที่ดวงจิตของเธอหลุดลอยข้ามมิติย้อนเวลาไปยังยุคสมัยกว่าห้าร้อยปีผ่าน...
ที่นั่น...เธอกลายเป็นเจ้าเอื้องนวลธิดาสาวคนเดียวของเจ้าสัมฤทธิ์กับเจ้าเกดวดีผู้มีตำแหน่งสำคัญแห่งเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่
เจ้าเอื้องนวลมีคู่หมายแล้วคือเจ้าสะหลีไชย หลานชายของพระเจ้าติโลกราช มหากษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย

ท่ามกลางความสับสน เอื้องลดาอาศัยความเป็นดาราเจ้าบทบาท แสดงตัวเป็นเจ้าเอื้องนวล
ผู้ซึ่งในช่วงเวลานั้นก็เพิ่งจะถูกทำร้ายโดยเจ้าจอมหอมุกได้อย่างแนบเนียนพอสมควร
โดยที่ใคร ๆ ต่างเข้าใจว่าเจ้าเอื้องนวลความจำเสื่อมเนื่องมาจากการถูกทำร้าย

และทีนั่นเอง เธอก็ได้พบกับเจ้าศรีหิรัญ ดวงวิญญาณที่ทำหน้าที่เป็นองค์อารักษ์แห่งเวียงเชียงใหม่
พร้อมทั้งเด็กน้อยฝาแฝดชาย-หญิง หมากแก้วและหมากคำ ที่คอยตามติดคอยให้การช่วยเหลือเธอ

เจ้าศรีหิรัญได้นำพาเธอย้อนเวลาไปอีกภพชาติหนึ่งซึ่งล่วงเลยไปกว่าพันปี...
เพื่อบอกเล่าถึงความเป็นมาและความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาในอดีตกาล
ครั้งนั้น เธอเกิดเป็นเอื้องฟ้า ธิดาบุญธรรมของพ่อครูอินถา
ครูสอนดาบของเจ้าศรีหิรัญ เจ้าราชบุตรแห่งเมืองอนันตกาล
และกำลังจะได้ขึ้นครองเมืองเป็นพ่อพญาในครานั้น
เจ้าศรีหิรัญมีคู่หมายแล้ว และต้องสมรสกับนางเพื่อความเป็นปึกแผ่นของบ้านเมือง
แต่เขามีใจรักในเอื้องฟ้าจึงพาเข้าเวียงด้วย พร้อมแต่งตั้งให้เป็นชายาอีกหนึ่งคน
สร้างความไม่พอใจให้เจ้าสร้อยสุรีย์ ชายาเอกเป็นอย่างยิ่ง จึงหาเรื่องกลั่นแกล้งเอื้องฟ้าต่าง ๆ นานา

...............

แม้จะได้รับรู้ถึงอดีตชาติของตัวเอง เมื่อครั้งที่เกิดเป็นเอื้องฟ้าแล้ว
แต่เอื้องลดาก็ยังไม่วายสับสนว่าการที่เธอต้องย้อนเวลามาอยู่ในร่างของเจ้าเอื้องนวลนี้เป็นไปด้วยเหตุใด
และทำอย่างไรเธอถึงจะได้กลับไปยังยุคสมัยที่เธอจากมา...
ในช่วงเวลานั้น เธอก็ได้รับรู้ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จนมาถึงจุดคับขันเมื่อเจ้าพ่อเจ้าแม่ของเจ้าเอื้องนวลจะให้เธอเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าสะหลีไชยเสียที...
ในตอนนั้นเอง เธอก็ถูกปองร้ายโดยคนที่เธอคาดไม่ถึงมาก่อน

มาร่วมลุ้นและเอาใจช่วยเอื้องลดากันค่ะ ว่าในที่สุดแล้วเธอจะสามารถเอาตัวรอด
ข้ามผ่านกาลเวลากลับมายังโลกที่เธอคุ้นเคยได้หรือไม่...






เมาท์มอยหลังอ่าน...
(สาบานนะว่าข้างบนนั่นคือ..."เรื่องย่อเพิ่มเติมอีกนิด ๆ"ที่หล่อนบอกตอนต้น...? แหะ ๆ )

อย่างไรก็ดี เรื่องย่อ(ยาว ๆ )ที่เล่าไปนั่นเป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวของเรื่องราวทั้งหมดจริง ๆ ค่ะ
เพราะนอกจากปมย้อนภพข้ามมิติของนางเอกแล้ว
ยังมีเหตุการณ์ต่าง ๆ อีกมากมายที่ไม่สามารถเล่าได้จนจบสิ้น

นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักโรแมนติกแบบ...พารานอร์มอล
มีเรื่องราวของการข้ามภพข้ามชาติที่แอบอิงตำนานเรื่องเล่า
ของชาวล้านนาย้อนไปไกลถึงกว่าพันปีนู่น

เรื่องราวส่วนใหญ่จะเดินเรื่องผ่านนางเอก-เอื้องลดา
อาจจะแบ่งช่วงเวลาเป็นสามช่วง คือเอื้องลดาในยุคปัจจุบันที่มีบทบาทเป็นนางเอกสาว
แม้จะเกิดและเติบโตในกรุงเทพ แต่เธอก็มีคุณยายเป็นชาวเชียงใหม่
และมีความสนใจศึกษาในเรื่องของโบราณคดี และชอบของเก่าตั้งแต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย

ช่วงที่สองคือช่วงที่ดวงจิตของเอื้องลดาพลัดเข้าไปอยู่ในร่างของเจ้าเอื้องนวล...
ซึ่งเป็นอดีตชาติของเธอเอง และมีชีวิตอยู่ในพ.ศ.๒๐๑๕
ทำให้เธอได้พบและผูกพันกับเจ้าศรีหิรัญ

และเจ้าศรีหิรัญนี่เองที่นำเธอย้อนเวลาไปอีกช่วงหนึ่ง...ปีพ.ศ.๑๕๐๐ นู่น...
อันเป็นชาติภพที่เธอเกิดเป็นเอื้องฟ้า - ชายาของเขา...เจ้าราชบุตรแห่งเมืองอนันตกาล

ว่าโดยพล็อต การเล่าเรื่องและสำนวนภาษาของผู้เขียนแล้ว ส่วนตัวชื่นชอบในระดับหนึ่งค่ะ
อ่านได้ลื่นไหล ชวนลุ้น น่าติดตามดี มีบอกเล่าข้อมูลในเชิงประวัติศาสตร์ล้านนา
แถมด้วยตำนาน คติความเชื่อต่าง ๆ ที่น่าสนใจของคนโบราณทางเหนืออยู่มากมาย
คิดว่าผู้เขียนคงต้องทำการบ้านมาแล้วเป็นอย่างดี...
สำนวนภาษาก็อ่านง่าย แม้คนที่ไม่คุ้นกับภาษาเหนือหรือคำเมืองเลยก็ไม่น่าจะสะดุดอะไร...

จะมีก็แต่คนอ่านที่เป็นคนเหนือ หรือคนเมียงแต๊ๆ นี่แหละค่ะ
ที่บางช่วงบางตอนอ่านแล้วมันเกิด"อิกขะหลิกใจ๋ "(ตงิด ๆ ใจ)นิด ๆ
อย่างเรื่องของการย้อนชาติข้ามภพของนางเอก ส่วนตัวรู้สึกว่า...มันยังไม่เนียนพอ
จู่ ๆ ก็ย้อนอดีตไปถึง ๕๐๐ กว่าปี จากนั้นก็ยังมีการย้อนไปอีก ๕๐๐ กว่าปีเช่นกัน
แล้วช่วงเวลาระหว่างกลางสองช่วงนั้นหายไปไหน...

ในแต่ละช่วงของการพบกันของคู่พระ-นาง บางครั้งคนเขียนมีการแซมด้วยบทค่าว...
ปกติตัวเองจะชอบนะคะ นิยายที่มีบทกวี ไม่ว่าจะประเภทไหน...
และความที่ตัวเองเคยคลุกคลีกับ'คนบ่าเก่า' พอสมควร
อ่านคำค่าวคำเครือมาก็ไม่น้อย เคยถึงขั้นหัดแต่งค่าวมาแล้วด้วย...
ขอบอกตรง ๆ ว่าบทค่าวในนิยายเรื่องนี้มันยังไม่ใช่อะค่ะ(เฉพาะสำหรับตัวเองนะคะ)
มันยังอ่านสะดุด ๆ ไม่เป็นธรรมชาติเท่าที่ควร ถ้อยคำที่ใช้มันไม่"เก่า"พอทีจะเชื่อได้ว่าเป็นสำนวนของคนในยุคโบราณจริง ๆ
อย่าว่าแต่ย้อนไปถึงห้าร้อยหรือพันปีเลย
แค่ย้อนไปถึงยุคที่บทกวีประเภทค่าวเฟื่องฟูเมื่อสองร้อยกว่าปีมานี้ก็ไม่ใช่แล้วล่ะค่ะ
(พญาพรหมโวหาร กวีเอกแห่งล้านนามีชีวิตอยู่ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์)
บทกลอนที่แทรกมาตอนที่เอื้องลดาจะต้องพรากจากเจ้าศรีหิรัญนั่นเสียอีกที่ยังจะให้ความรู้สึกตรึงใจกว่า...
อ่านแล้วสะท้อนสะเทือนอารมณ์ได้ลึกซึ้งกว่า

ก็แค่ความรู้สึกส่วนตัวนิด ๆ ของคนอ่านคนหนึ่งเท่านั้นแหละค่ะ
โดยรวมแล้ว ถือว่าเป็นนิยายที่น่าอ่านเล่มหนึง จะอ่านเอาเพลินก็ได้
อ่านเอาสาระก็มีให้เก็บเกี่ยวไม่น้อย...
แถมยังมีข้อคิดว่าด้วยเรื่องของกฏแห่งกรรมให้ฉุกคิดและตระหนักรู้อยู่พอประมาณเลยทีเดียว

อ่านจบแล้วหยิบมาเล่าขาน ชวนอ่านเป็นการเปิดศักราชบล็อกนิยายของปีนี้ค่ะ

ป.ล.นิยายเล่มนี้เป็นหนึ่งในซีรีส์ชุด"ร้อยรักข้ามเวลา" ซึ่งมีอยู่สองเล่ม
อีกเล่มหนึ่งคือเรื่อง"หนึ่งใจนิรันดร์" ร้อยเรียงโดย"ทักษิณา" ซึ่งขออนุญาตแปะโป้งไว้ก่อนนะคะ
ได้อ่านเมื่อไหร่จะหยิบมาเล่าต่อกันค่ะ











 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2558 12:06:44 น.
Counter : 2180 Pageviews.  

~ใยกัลยา สายใยรักหรือพันธนาการ...โดย"ชมบุหลัน" ~





ใยกัลยา
ผู้เขียน : ชมบุหลัน
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(พิมพ์ครั้งแรก พ.ค. ๕๕)
๓๗๕ หน้า ราคา ๒๖๕ บาท


โปรยปก :

หอมน้ำ
ผู้หญิงที่ทำให้กราฟชีวิตของศวัสพุ่งขึ้นพุ่งลงจนเขาไม่สามารถควบคุมได้

“เมื่อความรักกลายเป็นพันธนาการผูกมัดใครบางคนจนไม่อาจถอนตัว”

ถ้าเป็นสามสิบปีก่อน คงไม่มีใครไม่รู้จักพุธกันยา ปานรัมภา นางเอกดาวรุ่งที่เสียชีวิต
ด้วยการกินยาฆ่าตัวตาย
ทว่าพอกาลเวลาผ่านไป จู่ๆ ชื่อที่ผู้คนลืมเลือนกลับถูกกล่าวขวัญอีกครั้ง
หลังมีกองถ่ายละครมาถ่ายทำยังบ้านอดีตดาราดัง

หอมน้ำ หญิงสาวหน้าคม ขี้เล่น และร่าเริงสดใส
เพราะความซุ่มซ่ามของตนแท้ๆ ทำให้เธอพบกับวิญญาณนางเอกหัวดื้อ
ซึ่งคอยตามตื๊อให้ช่วยเป็นสื่อกลาง บอกสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง
แก่สามีผู้อ่อนโยน และบุตรชายขี้เก๊กฟอร์มจัด ที่เธอเข้าใกล้แล้วให้ความรู้สึก
คล้ายอยู่กับแวมไพร์ ไม่ยอมพูดยอมจา เอาแต่นั่งทำหน้าเป็นก้อนหิน
ราวกับตั้งโปรแกรมเย็นชาไว้

ศวัส ทันตแพทย์หนุ่มหน้าดุ เสือยิ้มยากบุตรชายคนเดียวของพุธกันยา
เขาเกลียดสื่อเข้าไส้และไม่ไว้ใจหอมน้ำอย่างที่สุด
เพราะหญิงสาวขยันก่อเรื่องวุ่นวายแล้วยังเที่ยวป่าวประกาศบอกใครๆ อีกว่าเห็นผีแม่ของเขา
................
เรื่องชุลมุนของนักศึกษาฝึกงานในกองถ่ายกับทันตแพทย์หนุ่มจึงเริ่มต้นขึ้น
เมื่อหอมน้ำต้องงัดสารพัดวิธีมาตีซี้คุณหมอหน้าเคร่งตามคำขอร้องของมารดาเจ้าตัว...
โดยไม่รู้เลยว่าระหว่างทำตัวเป็นสื่อกลางอยู่นั้น ความรักและความลับในอดีตของพุธกันยา
กลับกำลังค่อยๆ คืบคลานมาทำร้ายเธออย่างเงียบเชียบ






หลังอ่าน...
โอ้ว...คำโปรยเค้าเล่าเรื่องย่อได้ละเอียดลออดีแท้ ...
มิน่าล่ะ...ตอนที่ได้หนังสือเล่มนี้มาตอนนู้นนน...(ตอนที่หนังสือออกใหม่ๆ)
หลังจากอ่านเฉพาะคำโปรยปกหลังไป ส่วนตัวจึงเลือกที่จะมองผ่าน...
ดองหนังสือเล่มนี้ไว้ข้ามภพข้ามชาติกันเลยทีเดียว แหะ ๆ

เผอิญวันก่อนได้เห็นทีเซอร์ละครเรื่องนี้แว่บ ๆ ท่าทางน่าสนใจไม่น้อย
โดยเฉพาะผู้ที่รับบท"พุธกันยา"เป็นดาราเก่ามากฝีมือที่ตัวเองชื่นชอบ
เลยได้ฤกษ์หยิบนิยายเรื่องนี้มาอ่านก่อนละครจะออนแอร์...
คาดหวังเพียงให้รู้เรื่องคร่าว ๆ เป็นพอ...

ปรากฏว่า...เอ๋...อ่านสนุกแฮะ อ่านได้เพลิดเพลินเกินคาดอ่ะ...

เล่าเรื่องย่อเพิ่มเติมจากข้างบนอีกนิด ๆ...

หลังจากฝึกงานอยู่ในกองถ่ายที่ยกกองมาถ่ายทำกันที่บ้านของพุธกันยามาสักระยะหนึ่ง
หอมน้ำก็จับพลัดจับผลูได้ร่วมแสดงแทนดาราสาวอีกคนที่ถูกปลดกลางอากาศ
หอมน้ำไม่มีทักษะในการแสดงเลย พุธกันยาจึงถือเป็นโอกาส
รื้อฟื้นการแสดงที่เธอห่างหายไปนาน ขอใช้ร่างหอมน้ำเพื่อแสดงแทน
แต่หอมน้ำต้องยอมเป็นสื่อกลางให้เธอได้พูดคุยกับสามีและลูกชาย
เบื้องแรกหอมน้ำไม่ยินยอม แต่หลังจากถูกท้าทายจากนักแสดงอีกคน
เธอจึงเกิดอารมณ์อยากเอาชนะ ยอมให้พุธกันยาเข้าสิง...แต่ต้องมีเงื่อนไข
โดยให้สินีนุช-เพื่อนสนิทของเธอคอยดูเวลา ถ้าแสดงเสร็จแล้วพุธกันยาต้องออกจากร่างของหอมน้ำทันที
ไม่เช่นนันเธอจะเอาสร้อยพระมาสวมให้เพื่อน
และพุธกันยาก็ต้องห้ามแสดงตัวตนว่าเป็นตัวเองขณะที่อยู่ในร่างของหอมน้ำเด็ดขาด

สมเจตน์-ผู้กำกับเคยหลงรักพุธกันยาเมื่อครั้งเธอยังมีชีวิตอยู่
จึงจับได้ว่าพุธกันยาเข้าสิงร่างหอมน้ำ เมื่อพุธกันยารู้ว่าสมเจตน์รู้แล้ว...
เธอจึงขอร้องให้เขาช่วยกันสินีนุชออกไปเพื่อที่เธอจะได้อาศัยร่างของหอมน้ำให้นานขึ้น
ด้วยความรักและหวังว่าเธอจะรับรักเขา สมเจตน์จึงยอมช่วยพุธกันยา...

และหากพุธกันยาเกิดติดใจในการได้ครอบครองร่างของหอมน้ำตลอดไป ไม่ยอมออกล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น...
ตามไปลุ้น ไปเอาใจช่วยหอมน้ำกันต่อในนิยายหรือในละครกันเถอะค่ะ...






อย่างที่บอกตอนต้นนั่นแหละค่ะว่าอ่านสนุกดีเกินคาด...
(ที่ว่าคาด ๆ นั้นก็คาดการจากคำโปรยปกนั่นเอง)
ด้วยพล็อตที่ไม่ได้แปลกแหวกแนวหรือซับซ้อนอะไรมากมายนัก...
เป็นรื่องราวของวิญญาณที่ยังมีความผูกพันกับผู้ที่อยู่เบื้องหลัง
จึงเฝ้าตามติดไม่ยอมจากไปไหน...ซึ่งสำหรับคอนิยายแล้วเป็นพล็อตที่ดาดดื่นมาก

แต่ผู้เขียนเขาเข้าใจหยิบเอาเรื่องราวของคนในแวดวงบันเทิง
มาแต่งเติมเสริมต่อทำให้เรื่องดูสมจริงสมจัง น่าตื่นเต้น น่าติดตาม

โดยเฉพาะปมสาเหตุการตายของนางเอกสาวพุธกันยา...ซึ่งเกิดจากการถูกสื่อกดดัน
มันดูเป็นไปได้ และสมเหตุสมผลนะ เพราะวงการบันเทิงในยุคยี่สิบสามสิบปีที่แล้ว
(หรือรวมทั้งในยุคนี้ด้วยแหละ...)
พวกดาราเขาต้องปิดบังเรื่องส่วนตัวอย่างมิดเม้น
เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ส่วนตัวของดารากลายเป็นเหยื่ออันโอชะของสื่อ

อาจจะไม่มีซีนรักหวาน ๆ ระหว่างคู่พระ-นางสักเท่าไหร่ เพราะเรื่องนี้เค้าเน้นที่ตัวพุธกันยามากกว่า
ซ้ำพระเอกก็เป็นชายหนุ่มที่ค่อนข้างเก๊กและฟอร์มจัดอยู่สักหน่อย...

ตอนแรกอ่านเฉพาะเรื่องย่อก็รู้สึกตงิด ๆ ใจว่า
พระ-นางจะสวีทกันยังไงถ้าผีที่อาศัยร่างนางเอกนั้นเป็นแม่ของพระเอก
แต่คนเขียนเขาก็สามารถอะ ทำได้เนียน ๆ เป็นธรรมชาติอีกต่างหาก ณ จุดนี้ให้ผ่านค่ะ

ชอบพระเอกเรื่องนี้ค่ะ แรก ๆ อาจจะดูวางฟอร์มหน่อยแต่ช่วงหลัง ๆ
หลังจากที่จับตาดูหอมน้ำอย่างระแวงระวังแล้ว
ก็ดูเหมือนว่าความอารมณ์ดีของเธอจะสามารถทำให้เขาฟอร์มหลุดได้เหมือนกัน
(ชอบมุกที่นางเอกเอาอมยิ้มมาฝากพระเอกบ่อย ๆ เพราะเห็นว่าเขาเป็นหมอฟันแต่ไม่ค่อยยิ้ม...น่ารักดีค่ะ)

ส่วนที่ชอบอีกจุดก็เรื่องของละครซ้อนนิยายน่ะค่ะ...คือเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับนักแสดงกับกองถ่าย
ก็ต้องมีฉากการถ่ายทำละครเรื่อง"เพลิงนารี"(ที่อ่านจากบทคร่าว ๆ แล้วนึกถึงทรายสีเพลิงเลยแฮะ)
คนเขียนเขาบอกเล่าเรื่องราวในกองถ่ายได้สมจริง เป็นธรรมชาติดีอ่ะ

ตัวละครอาจจะเยอะหน่อย แต่ก็มีเด่น ๆ อยู่ไม่กี่คน
แถมตอนท้ายมีหักมุมเรื่องผีปลอม กับเฉลยปมที่ว่า...
เหตุใดหอมน้ำจึงเป็นผู้ที่สามารถมองเห็นพุธกันยาและสื่อสารกับเธอได้คนเดียวอีกด้วย
อ๊ะ...คนอ่านเองลืมไปแล้วนะนั่น นึกว่านางเอกมีซิกส์เซนส์อยู่ตั้งนาน ฮ่าฮ่า
(คนอ่านลืมแต่คนเขียนเค้าแม่นค่ะ...)

สรุปเลยละกันว่าเป็นนิยายรักเบา ๆ (แต่มีเนื้อมีน้ำ ไม่ว่างโหวงโหรงเหรงนะคะ)อ่านสนุกอีกเล่มหนึ่ง
ที่อ่านจแล้วหยิบมาเล่าต่อ ชวนอ่านชวนจิ้นก่อนอินตามละครค่า









 

Create Date : 10 ธันวาคม 2557    
Last Update : 10 ธันวาคม 2557 11:19:16 น.
Counter : 2954 Pageviews.  

~รอยทัณฑ์นางฟ้า : เล่มที่ ๒ ในชุด"รอยนิรันดร์" โดย 'ริญจน์ธร' ~





รอยทัณฑ์นางฟ้า
ผู้เขียน : ริญจน์ธร
ผู้พิมพ์ : สำนักพิมพ์อรุณ(สิงหาคม 2557)
341 หน้า ราคา 250 บาท


คำโปรย...


เพียงหนึ่งจุมพิตแนบชิดทรวงใน
เพียงหนึ่งดวงใจคือเธอ...นิจนิรันดร์


เพราะความเข้าใจผิดของ 'ฮิปนอส' จากดินแดนอันไกลโพ้น
ทำให้เทพธิดา 'เฟย์โดรา' จึงต้องตกสวรรค์มาเกิดใหม่บนโลกมนุษย์
ในชื่อใหม่ว่า 'กานต์ฤทัย' นั่นเป็นเหตุให้เทพบุตรอย่างเขา
ต้องขึ้นจากโลกันต์เพื่อตามดูแลเทพธิดาองค์น้อยและรอคอยเวลาส่งเธอกลับคืนสู่สวรรค์

ยี่สิบปีผ่านพ้นกับโทษทัณฑ์ที่เธอได้รับ ในที่สุดโอลิมปัสก็ต้อนรับเธออีกครั้ง
ทว่าการกลับสู่สรวงสวรรค์ของเธอกลับไม่ใช่เรื่องง่าย
เมื่อยังมีผู้ปองร้ายหมายชีวิตเทพธิดาองค์น้อยอยู่
ฮิปนอสควรทำเช่นไร เมื่อหัวใจเจ้ากรรมยังคะนึงหาเธออยู่เป็นนิจ
แต่รอยอดีตยังคอยตอกย้ำว่าเขาคือผู้ทำให้เธอเสียใจ!

.....................

หลังจากที่แฝดผู้พี่อย่าง 'ธานาทอส' เทพแห่งความตาย
ผู้เย็นชาแต่อ่อนโยนได้ออกมาเติมความหวานให้กับนักอ่านไปแล้วใน "รอยรักยมทูต"
คราวนี้ก็ถึงตาแฝดผู้น้องอย่าง 'ฮิปนอส' เทพแห่งการหลับใหล
ออกโรงมาเอาใจนักอ่านกันบ้าง






หลังอ่าน...
เรื่องนี้เป็นประหนึ่งภาคต่อของ"รอยรักยมทูต" ที่ได้อ่านไปเมื่อปีกลาย แล้วค่อนข้างชื่นชอบ
พอมาถึงเล่มนี้จึงไม่พลาดที่จะติดตามอ่าน...อย่างคาดหวังนิด ๆ

สิ่งที่รับประกันได้ว่านี่คือนิยายที่เขียนโดย'ริญจน์ธร'อย่างจริงแท้แน่นอนก็คือความหวานนนน...
แบบไม่บันยะบันยังกันเลยเชียว!

แต่นอกเหนือจากความหวานชนิดไม่แคร์ระดับน้ำตาลในเลือดของคนอ่านแล้ว
เขาก็มีเรื่องราวชวนลุ้น มีปมปริศนาชวนค้นหา มีประเด็น มีสาระแอบแฝงอยู่ไม่น้อยนะคะ

เรื่องราวในตอนนี้เป็นเรื่องราวชีวิตของนางฟ้าน้อยเฟย์โดรา ธิดาบุญธรรมของเทพไดโอนีซัส-เทพแห่งเมรัยผู้หลงใหลในโลกมนุษย์จนแอบหนีลงมาเที่ยวอยู่บ่อย ๆ
จนพบกับเด็กหญิงเฟย์โดราจึงพากลับสวรรค์และรับเป็นธิดาบุญธรรม ท่ามกลางความไม่พอใจของชายาเดสพีน่า

เฟย์โดราได้พบกับฮิปนอส-เทพแห่งการหลับใหล ผู้พาเธอท่องเที่ยวไปทั่ว...ในที่ที่เธอไม่เคยไปมาก่อน
ก่อเกิดเป็นความผูกพันในช่วงระยะเวลาอันสั้น...
ทว่า...เมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้นกับเธอ...เธอถูกใส่ความว่าเป็นผู้สังหารเทพเฮอร์เมส
ฮิปนอสกลับกล่าวปฏิเสธว่าไม่เคยรู้จักเธอ ทำให้เธอต้องถูกจองจำในคุกมืดจนตรอมใจตาย
กลายเป็นนางฟ้าตกสวรรค์มาเกิดเป็นมนุษย์...ลืมเลือนความทรงจำเดิมเสียสิ้น
จนกว่าเธอจะมีอายุครบยี่สิบปีนั่นแหละ จึงจะพ้นโทษกลับสู่สรวงสวรรค์ได้

แต่ผู้ที่ปองร้ายนางฟ้าน้อยไม่หยุดเพียงแค่นั้น...
ยังตามติดมาคุกคามครอบครัวใหม่ของเธอจนต้องสูญเสียพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดไปตั้งแต่เธอยังเล็กมาก
ร้อนถึงฮิปนอสต้องตามติดมาปกป้องดูแล...เป็น"อานอส"ที่กานต์ฤทัยทั้งรักทั้งผูกพันมานานนับเท่าอายุของเธอ

จนเมื่อกานต์ฤทัยมีอายุครบยี่สิบนั่นแหละ อานอสจึงเปิดเผยตัวตนและพาเธอกลับสู่โอลิมปัส...
เขาได้มอบผลไม้สีทองให้แก่เธอลูกหนึ่ง ซึ่งเป็นผลไม้ที่จะช่วยในการฟื้นความทรงจำ
นั่นหมายความว่า...เธอจะได้รู้ความจริงในอดีตที่ผ่านมา...






นั่นเป็นเรื่องราวเพียงเศษเสี้ยวของนิยายแฟนตาซีที่แอบอิงพล็อตจากเทพปกรณัมตะวันตก
แล้วเสริมเติมต่อด้วยจินตนาการของผู้เขียนเล่มนี้ค่ะ...

นอกจากที่เล่า ๆ ไปข้างบนนั่น...
เขายังมีเรื่องราวอันซับซ้อนโยงใยให้ผู้อ่านตามลุ้น ตามรอย...
ร่วมค้นหาเบื้องหลังโทษทัณฑ์ที่นางเอกได้รับว่ามีความเป็นมายังไง
แล้วผู้ใดกันที่จงเกลียดจงชังนางเอกถึงขั้นลอบปองร้ายหลายครั้งหลายครา

และนอกจากคู่หวานแนวกินเด็กอย่างอานอสกับนางฟ้าน้อยเฟย์โดราแล้ว
เขายังมีแถมคู่รองมาให้จิ้นเพิ่มอีก...เป็นหวานคูณสองไปเลยทีเดียว

........


ก็...อ่านได้เพลิน ๆ หวาน ๆ ดีค่ะ แต่...เริ่มที่จะไม่อิน ไม่ฟินแล้วแฮะ

แรก ๆ ที่อ่านชุดเทพ ๆ ของผู้เขียนคนนี้...นับตั้งแต่ดุจดั่งดวงใจ...หทัยสุริยัน...
ตราบนิรันดร์คือเธอ...
เรื่อยมาจนมาถึงรอยรักยมทูต...
ก็ยังรู้สึกโอเคอยู่...คิดว่านั่นน่ะเป็นแนวของเขา
ที่เราตามอ่านก็เพราะชื่นชอบในสำนวนภาษา กับความหวานชวนเคลิ้ม
ที่ช่วยพาเราหลีกหนีจากโลกมนุษย์อันยุ่งเหยิงอย่างทุกวันนี้ไปชั่วครู่ชั่วคราวได้

แต่หลังจากที่เพิ่งได้อ่านแนวอื่นของเธอไป (อย่างมนตรามุกจันทรา กับมรกตสนธยาเป็นต้น)
รู้สึกว่าเธอก็เขียนแฟนตาซีที่ไม่ต้องอิงเทพปกรณัมฝรั่งก็ได้นิ
มันยังดูสมจริงสมเหตุสมผลมากกว่าเสียอีก
ต่อให้เป็นแนว ๆไซ -ไฟแบบมรกตสนธยาก็เถอะ...

ก็เลยเกิดชอบแบบใหม่นี้มากกว่า รู้สึกว่ามันมีที่มาที่ไปชัดเจนกว่า
สัมผัสแตะต้องได้ฟินกว่า มีความเป็นไปได้มากกว่า...
พานให้อ่านเรื่องราวของบรรดาเทพ ๆ ทั้งหลายแห่งเทือกเขาโอลิมปัส
ที่ต่างเรียงแถวกันมาจับคู่กับสาวไทยได้ไม่อินแล้ว
เพราะมันจิ้นไม่ออกอีกต่อไป...ฮ่าฮ่า

ก็เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะคะ ที่บ่น ๆ นั่นไม่ได้บอกว่านิยายไม่สนุก...
เพราะจะว่าไป นอกเหนือจากเรื่องราวความรักอันหวาน...เกินบรรยายแล้ว
ส่วนตัวก็ยังชื่นชมผู้เขียนที่สอดแทรกข้อคิดดี ๆ ไว้ในิยายแต่ละเรื่องของเธอได้อย่างกลมกลืนสอดคล้อง
ให้คนอ่านสามารถเก็บเกี่ยวมาประยุกต์ใช้กับชีวิตตัวเองได้

อย่างในเล่มนี้ เธอได้ให้ข้อคิดในเรื่องของการให้อภัย
กับอดีตที่ผ่านไปแล้วไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้
แต่เราสามารถใช้มันเป็นบทเรียนที่ดีเพื่อทำวันนี้ให้ดีขึ้นได้...
โดยบอกเล่าทัศนคติและมุมมองนี้ผ่านความรู้สึกนึกคิดของนางเอก
ตอนที่รับรู้ว่า "อานอส" ที่เธอรักและผูกพันนักหนานั้น
ในอดีตเคยทำผิดต่อเธออย่างใหญ่หลวงมาก่อน...
เธอเลือกทีจะให้อภัยเขา
ด้วยเห็นแก่การที่เขาเฝ้าดูแลเธอมาตลอดช่วงเวลาที่เธอมาเกิดเป็นมนุษย์

มัน"ใช่"เลยค่ะ จุดนี้ชอบมาก ๆ ในนิยายเรื่องนี้

เห็นด้วยมาก ๆ กับผู้เขียนที่กล่าวไว้ในหน้าคำนำที่ว่า...

'เพราะมีอดีต เราจึงมีปัจจุบัน
แต่บางครั้งอดีตนั้นขมขื่น จนเราอยากลืมเรื่องราวแต่หนหลัง
โดยหลงลืมว่าอดีตอาจเป็นดั่งบทเรียน ความหวังและพลังเพื่อก้าวเดินต่อไป

ขอเพียงเชื่อมั่นในรัก... สักวันเราคงได้พบกับความงดงามของความรัก'


อ่านจบแล้ว หยิบมาเล่าขานชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ










 

Create Date : 08 ธันวาคม 2557    
Last Update : 8 ธันวาคม 2557 11:44:03 น.
Counter : 1316 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 167 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ บ้านริมทะลสาบ/เข็มพลอย~

~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~

~มณีแห่งนิรันดร์/อสิตา~

~มงกุฏอัคคี/อสิตา~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.