“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

~ เกนรี-มายรี :ชะตาชีวิตของเจ้าพลัดถิ่นเมื่อ'สิ้นแสงฉาน' โดย โสภาค สุวรรณ ~





เกนรี-มายรี
ผู้เขียน : โสภาค สุวรรณ
ผู้พิมพ์ : สนพ.บำรุงสาส์น (ตุลาคม ๒๕๑๖)
๔๕๖-๔๐๗ หน้า ราคา (สองเล่มจบ) ๑๗๐ บาท

บางส่วนจากคำนำผู้ประพันธ์ :


"จุดบันดาลใจของเรื่องนี้ ได้มาจากข้อเท็จจริงบางประการที่ผู้เขียนได้ประสบกับสภาพสิ่งแวดล้อม
สิ่งเหล่านันได้แก่บุคคล ตลอดจนเรื่องราว อีกทั้งภูมิประเทศที่เคยพำนักอยู่

ความประทับใจต่าง ๆ ได้ทับทวีขึ้น เมื่อประจักษ์กับตนเองในชีวิตของบุคคลกลุ่มนี้
ได้รับคำบอกเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ได้พบกับบุคคลสำคัญในเรื่อง
ได้ทราบทุกขเวทนาของผู้ที่สูญเสียแผ่นดินถิ่นกำเนิด
ตลอดจนความผันแปรทางการเมืองอันเป็นเหตุให้พ่อแม่ลูกต้องพลัดพรากจากกัน"






บอกเล่าเรื่องราวหลังอ่านจบ...

แล้วก็หามาอ่านจนได้ กับนิยายเก่าเก็บสุดคลาสสิคเรื่องนี้...
สืบเนื่องมาจากโปรเจ็กต์หนังสือคู่เดทตั้งแต่ช่วงหลายเดือนก่อน
ได้หนังสือจากคู่เดทเป็นนิยายที่เขียนจากชีวิตจริง เรื่อง "สิ้นแสงฉาน" ที่อ่านแล้วปลื้มปริ่มประทับใจมาก
จนบอกกับตัวเองว่าจะต้องหานิยายเรื่องนี้ ที่ได้ยินมาว่าผู้เขียนได้รับแรงบันดาลใจ
มาจากเรื่องราวของเจ้านางสองพี่น้อง ธิดาในเจ้าเหนือหัวองค์สุดท้ายแห่งนครรัฐฉาน
ที่ถูกควบรวมเข้ากับสหภาพพม่าโดยรัฐบาลทหาร...

ก่อนอ่าน...จึงออกจะคาดหวังเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์อันเข้มข้น
เรื่องการเมืองอันวุ่นวาย...รวมถึงเรื่องราวดราม่าสะเทือนอารมณ์
จาการต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ของตัวละครเอก

.........

พอได้อ่านจริง ๆ ก็ไม่ผิดหวังค่ะ แต่ออกจะผิดคาดนิดหน่อย

เรื่องนี้เป็นนิยายค่ะ(สำหรับผู้ที่เคยอ่าน "สิ้นแสงฉาน" มาก่อน ต้องย้ำกับตัวเองซ้ำ ๆ แบบนี้ จะได้ไม่สับสน)

แม้จะอิงประวัติชีวิตของผู้คนที่มีชีวิตอยู่จริง แต่ก็เป็นการนำมาเพียงเค้าโครงคร่าว ๆ เท่านั้น
ในส่วนที่เป็นเนื้อหานิยาย การดำเนินไปของเรื่องราว ตลอดถึงตัวละครหลากหลายที่โลดแล่นอยู่ในนิยาย
ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ผู้ประพันธ์ได้ใช้จินตนาการ รังสรรค์ขึ้นทั้งสิ้น
อารมณ์และความรู้สึกหลังอ่านจบจึงค่อนข้างแตกต่างจากตอนที่อ่าน "สิ้นแสงฉาน"

แต่ก็มีจุดที่เหมือนกันอยู่บ้าง...

นั่นก็คืออารมณ์สะเทือนใจ สลดใจในชะตาชีวิตของผู้ที่เคยมีฐานันดรสูงส่ง
แต่ต้องประสบกับความพลัดพรากสูญเสีย อันเนื่องมาจากเกมการเมือง
และการแย่งชิงอำนาจการปกครอง





ในนิยายเล่มนี้ ผู้เขียนเริ่มจับความตั้งแต่เจ้าเหนือหัวแห่งนครรัฐฉานถูกควบคุมตัว
ทิ้งให้เจ้านางหลวงกับพระธิดาน้อยสององค์ เจ้านางเกนรีผู้พี่ กับเจ้านางมายรีผู้น้อง
(นี่คือจุดหนึ่งที่แตกต่างจากเรื่องจริง จริง ๆ แล้วพระธิดาองค์โตชื่อเจ้านางมายรี
องค์น้องชื่อเจ้านางเกนรี)


เจ้านางหลวงไม่ยอมเดินทางกลับประเทศบ้านเกิด...
(ซึ่งในฉบับนิยายนี้ เจ้านางหลวงเป็นหญิงสาวชาวไทย
ที่ไปพบรักกับเจ้าหลวงในขณะไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ)

เธอเฝ้ารอการกลับมาของสวามีจนล้มป่วย และก่อนจะสิ้นชีวิตก็ได้ขอร้องผู้ที่ยังภักดีต่อเจ้าเหนือหัว
ให้ช่วยพาพระธิดาทั้งสององค์ให้กลับไปอยู่กับญาติที่เมืองไทย

ในช่วงก่อนที่จะได้เดินทางมาเมืองไทยนั้น เจ้านางเกนรีก็มีโอกาสได้พบกับเจ้าวรอินทร์
เจ้าฟ้าเมืองเสียงซึ่งเป็นทั้งพระญาติและพระคู่หมั้นโดยตำแหน่ง
ทั้งคู่ต่างได้แลกเปลี่ยนของสำคัญไว้แทนใจ
เป็นประหนึ่งสัญญาว่าเมื่อเติบโตขึ้นพวกเขาจะกลับมากอบกู้บ้านเมืองด้วยกัน

...............


เจ้านางสองพีน้องได้มาใช้ชีวิตอยู่กับยายที่กรุงเทพ
เจ้านางเกนรีนั้นมีลักษณะสมกับเป็นพระธิดาในเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน
ด้วยเธอมีความถือตัวอยู่ในที และดูมีอำนาจจนผู้คนต่างรู้สึกยำเกรงเมื่อเข้าใกล้
เธอฉลาด เรียนเก่ง และมุ่งมั่นจะเรียนแพทย์เพื่อจะได้กลับไปช่วยผู้คนในบ้านเมืองของเธอ
ส่วนเจ้านางมายรีผู้น้องออกจะหัวอ่อนและชื่นชอบงานบ้านงานเรือน
แต่ชะตาชีวิตช่างรันทดนัก เธอพลัดตกน้ำและเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย
ด้วยความเห็นแก่ตัวของผู้เป็นป้า พี่สาวต่างมารดาของแม่เธอเอง

ขณะที่เจ้านางเกนรีกำลังเรียนแพทย์อยู่ปีที่สาม คุณยาย ญาติเพียงคนเดียวที่มีอยู่
ทั้งเป็นผู้อุปการะส่งเสียเธอก็เสียชีวิตลง...
อาจารย์ของเธอได้แนะนำให้เธอขอทุนจากตระกูล'อนุรักษ์ราชวัลลภ'
เนื่องจากเป็นทุนให้เปล่า เธอไม่จำเป็นต้องอยู่ทำงานใช้ทุนหลังเรียนจบ
เพราะเธอได้ตั้งใจไว้แน่วแน่ว่าเมื่อเรียนจบเธอจะกลับไปที่บ้านเกิดของเธอ

ทำให้เธอได้รู้จักกับเขต อนุรักษ์ราชวัลลภ นักการทูตหนุ่มผู้เป็นเจ้าของทุน...
ชายหนุ่มผู้มีกิริยามารยาทเรียบร้อย สุขุมคัมภีรภาพ มีวัฒนธรรม
ชื่นชอบศิลปะและรักในเสียงดนตรีเช่นเดียวกับเธอ

ในช่วงเวลาเกือบจะพร้อม ๆ กันนั้นเธอก็ได้พบกับเจ้าพี่วรอินทร์ - - พระคู่หมั้นโดยตำแหน่งอีกครั้ง
ด้วยความผูกพัน และคำมั่นสัญญาแต่วัยเยาว์ ทำให้เธอยึดมั่นว่านั่นคือความรัก

ต่อเมื่อภายหลังเธอได้พบว่า...
ยังมีคนที่รู้จักรู้ใจ รู้ความคิดและตัวตนที่แท้จริงของเธอยิ่งไปเสียกว่าคู่หมั้นของเธอ
เธอถึงเพิ่งตระหนักแน่แก่ใจว่า...ความรู้สึกที่เธอมีต่อเจ้าพี่วรอินทร์นั้นหาใช่ความรักฉันหนุ่มสาว

ถึงตอนนี้ เธอจึงต้องเลือก ระหว่างความรักหรืออุดมการณ์
ระหว่างหน้าที่หรือหัวใจ...?






ข้างบนนั่นพยายามที่จะเล่าแบบรวบรัดทีสุดน่ะค่ะ
แต่เรื่องราวในเรื่อง นอกเหนือจากปมดราม่าชะตาชีวิตของเจ้าพลัดถิ่นอย่างเจ้านางทั้งสององค์แล้ว
ยังมีปมมีประเด็นอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกเยอะค่ะ
ผู้เขียนได้สอดแทรกข้อคิดในการดำเนินชีวิตและการเลี้ยงดูบุตรหลานผ่านตัวละครที่เธอได้สร้างขึ้น
อย่างคุณชอุ่มศรี ซึ่งเป็นพี่สาวต่างมารดาของเจ้านางหลวง(จึงนับเนื่องเป็นป้าของเจ้านางทั้งสองนั่นเอง)
กับบุตรสาวของเธอ ดุจเดือน...
ภาพชีวิตของดุจเดือนซึ่งเติบโตไล่เลี่ยกับนางเอกได้สะท้อนให้เราได้เห็นถึง
สภาพสังคม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดถึงความู้สึกนึกคิด ความรัก ความหวัง
ความต้องการของวัยรุ่นในยุคนั้น ๆ
ที่...แม้จะผ่านยุคสมัยมาแล้วเนิ่นนานหลายทศวรรษ
หากแง่คิดมุมมองเหล่านั้นยังคงสมจริงและเป็นไปได้ตราบปัจจุบัน

หรือจะเป็นมุมของความรักโรแมนติกก็มีเพียงพอให้ชุ่มชื่นหัวใจบ้างในขณะอ่าน
อย่างความรักระหว่างครูซอล่ากับผู้กองหนุ่มที่มีหน้าที่ดูแลตำหนักที่พำนักของเจ้านางทั้งสองระหว่างรอการลี้ภัย
หรือเรื่องราวความรักระหว่างดุจเดือน ญาติผู้พี่ของเจ้านางเกนรีกับนายจอน
คนขับรถในบ้านที่พยายามอัพเกรดตัวเองจนกลายเป็นนักแสดงหนุ่มที่มีชื่อเสียง

แต่ผู้อ่านที่คาดหวังความโรแมนติกที่มากกว่านี้ระหว่างคู่พระ-นางอาจจะผิดหวังค่ะ
ในนิยายพระเอกตัวจริงมีบทบาทค่อนข้างน้อยถึงน้อยมาก
โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับบทของพระคู่หมั้นอย่างเจ้าวรอินทร์

แต่คนที่คุนเคยกับนิยายของนักเขียนท่านนี้อาจจะคุ้นชิน
เพราะนิยายของท่านส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เน้นประเด็นนี้อยู่แล้ว

...............

สรุปเลยแล้วกันค่ะว่าคุ้มค่าที่เสาะแสวงหามาอ่าน แม้หนังสือจะมีสภาพเก่าจนกรอบ
เพราะเป็นฉบับพิมพ์(น่าจะ)ครั้งแรก
สังเกตจากวันที่ที่ผู้เขียนบันทึกไว้ท้ายคำนำ - - ๖ ตุลาคม ๒๕๑๖
นั่นแปลว่าหนังสือ(สอง)เล่มนี้มีอายุมากกว่า ๔๐ ปี...ว๊าว

อ่านจบแล้ว หยิบมาบอกเล่าชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ














 

Create Date : 18 สิงหาคม 2558    
Last Update : 18 สิงหาคม 2558 12:32:57 น.
Counter : 3917 Pageviews.  

~ นิยายชุด "Charming Triplets หล่อร้ายยกกำลังสาม" โดย อัญชรีย์ ~





หนึ่งร้อยพันรัก - สลักไว้ในใจเดียว - แรกเกี่ยวดวงใจ
ผู้เขียน : อัญชรีย์
ผู้พิมพ์ : สนพ.แจ่มใส



ขออนุญาตเมาท์มอยหลังอ่านทั้งสามเล่มสามเรื่องรวดเดียวแบบ 3 in 1...
โดยไม่ต้องก๊อปปกหลังมาวางแล้วนะคะ เพราะหนังสือชุดนี้ออกมาสักระยะหนึงแล้ว
มีเพื่อนบล็อกพูดถึงกันเยอะอยู่พอประมาณ...

ได้ชื่อว่าเป็นนิยายชุด เพราะพระเอกของทั้งสามเรื่องเป็นพี่น้องแฝดสาม
ที่หน้าตาเหมือนกันเด๊ะ ๆ เป็นพิมพ์เดียว แต่อุปนิสัยแตกต่างกันแทบจะคนละขั้ว...

หากจริง ๆ แล้ว เนื้อหาในแต่ละเล่มค่อนข้างแตกต่าง และเป็นเอกเทศต่อกัน
สามารถแยกอ่านเดี่ยวเล่มใดเล่มหนึ่งได้
แต่ถ้าใครเป็นแฟนคลับตัวจริงของคุณอัญชรีย์ล่ะก็ ก็น่าจะได้อ่านให้ครบทั้งสามเล่มนะคะ



เริ่มตั้งแต่เรื่องราวของพี่ชายคนโตอย่างนายหนึ่ง-อนัญญะใน
"หนึ่งร้อยพันรัก"





อาจจะด้วยความที่ถูกกำหนดให้เป็นพี่คนโต ทำให้อนัญญะเป็นคนที่ค่อนข้างเข้มงวดจริงจัง
มีความรับผิดชอบ และอยู่ในกรอบระเบียบ น่าเชื่อถือ...
ดังนั้น เมื่อจู่ ๆ ก็มีสาวน้อยหน้าใสบุกเข้ามาทวงสัญญาที่เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย
ทำให้เขาเกิดอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมาจึงเผลอบริภาษเจ้าหล่อนไปด้วยวาจาเผ็ดร้อน ไร้เยื่อใย

ต่อเมื่อเขาได้มารู้ความจริงจากนายเดียว - อนันยช แฝดคนกลางของเขา
ว่าแท้จริงสาวน้อยคนนั้นคือหนูแนน-สนธิลา เพื่อนข้างบ้านที่เคยตามติดเขาแจในสมัยยังเด็ก
และเธอก็ไม่ใช่เด็กสาวใจแตกอย่างที่เขาประณาม...
หากเธอเป็นว่าที่แพทย์หญิงที่มีอุดมการณ์สูงส่ง ด้วยเธอต้องการไปทำงานใช้ทุนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
เพียงแต่เธอมีปัญหาเพราะพ่อกับแม่ไม่อนุญาต
เว้นแต่ว่าเธอจะยอมแต่งงานกับคนที่พวกเขาจัดหาให้เสียก่อน
ทำให้เมื่อเธอพบกับอนันยช แล้วเขาอำเธอว่าเขาคือพี่หนึ่ง อนัญญะ
ด้วยท่าทีสนิทสนมเป็นกันเอง เธอจึงเอ่ยปากขอให้เขาช่วยปลอมเป็นแฟนหลอก ๆ ของเธอ
และนายเดียวก็ยอมตกปากรับคำอย่างง่ายดาย...

นั่นจึงเป็นที่มาของการทวงสัญญาที่สร้างความงงงันปนหงุดหงิดให้กับอนัญญะในเบื้องแรก

...............

เล่มนี้อ่านสนุกค่ะ คุณอัญชรีย์ยังคงรักษาคอนเซ็ปต์ "รักกำมะลอ" ของเธอไว้อย่างเหนียวแน่น
มีบทกุ๊กกิ๊กแง่งอนระหว่างพระ-นางให้ได้จิ้นได้ฟินกันกระจาย

แต่จุดดึงดูดที่โดดเด่นในเรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ที่จุดนี้เท่านั้น
สำหรับตัวเองแล้วคิดว่าอยู่ที่บรรดาเพื่อน ๆ ร่วมก๊วนของนางเอก
ที่คนอ่านนิยายของนักเขียนนามนี้ย่อมจะคุ้นเคยกันเป็นอันดีอยู่แล้ว
โดยเฉพาะหมอปั๊บ - ปณิธิที่ยังคงอุปนิสัยกวน เกรียนไว้อย่างคงเส้นคงวา

แต่คนที่เคยอ่าน"มารร้ายคู่หมายรัก"มาก่อนอาจจะงงนิดหน่อยกับไทม์ไลน์
เพราะเล่มนั้นออกมาเมื่อราว ๆ สองปีก่อน หมอปั๊บเป็นพระเอกคู่กับน้องกล้วย-กัทลีรัตน์
แต่ในเล่มนี้กลับพาย้อนเวลาไปช่วงที่เขาเพิ่งเรียนจบ
และเริ่มจะทำงานใช้ทุนในโรงพยาบาลในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมกับนางเอก

ในเรื่องนี้ ช่วงต้น ๆ หมอปั๊บจึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญ
ที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้พระเอกของเราต้องคอยตามง้อนางเอกอย่างรีบด่วน
ก่อนที่เธอจะเห็นผิดเป็นชอบ หันมากิ๊กกั๊กกับหมอปั๊บตามคำยุแหย่ของเพื่อน ๆ ของเธอ

สาระและความน่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ที่อุดมการณ์ของนางเอกกับเพื่อน ๆ
ที่เลือกจะไปทำงานใช้ทุนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในภาวะที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่อยู่บ่อยครั้ง

จุดที่ชวนหงุดหงิดรำคาญใจในเรื่องนี้น่าจะเป็นตัวประกอบอย่างยายฤทัย เลขาหน้ามึนของนายหนึ่งนั่นแหละ
จุ้นจ้าน ก้าวก่ายเรื่องของเจ้านายจนน่าเกลียด
ส่วนตัวร้ายอย่างดุสิตานั่นก็ไม่ได้ร้ายวีนเหวี่ยงอะไรมากมาย
เป็นแค่คนที่มั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองมากเกินไปเท่านั้นเอง...






มาถึงเล่มที่สอง "สลักไว้ในใจเดียว"




เป็นเรื่องราวของนายเดียว อนันยช (ตัวการที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในเล่มแรกนั่นแหละค่ะ)
เรื่องราวจะแตกต่างจากเล่มแรกอย่างค่อนข้างจะสิ้นเชิง

เล่มนี้จะเรียกว่าเป็นงานชุมนุมฝาแฝดก็คงไม่ผิดนัก...
นับตั้งแต่พระเอก - อนันยช เป็นแฝดคนกลางในแฝดสามชาย
ส่วนนางเอกลลนาก็มีพี่สาวฝาแฝด-นลินี ที่เป็นแม่ตัวจริงของลูกพีช-ลูกพลัม
เด็กหญิงแฝดวัยสี่ขวบเศษ ๆ อีกหนึ่งคู่...
และแฝดคู่นี้เองที่กลายเป็นปมสำคัญ ก่อให้เกิดเป็นนิยายรักวุ่น ๆ เรื่องนี้ขึ้นมา

เริ่มตั้งแต่จู่ ๆ ลลนาก็จูงลูกสาวแฝดมาพบกับอนันยช ระบุว่าเด็กหญิงแฝดคู่นี้เป็นลูกสาวของเขา
พร้อมรูปถ่ายที่เป็นหลักฐานสำคัญว่าเธอเคยมีความสัมพันธ์...
หรืออย่างน้อยก็เคยรู้จักมักคุ้นกับเขามาก่อนจริง ๆ
อนันยชมั่นใจว่าเขาไม่ใช่พ่อของคู่แฝดนั้นแน่ ๆ
แต่ความที่เขารู้จักแฝดพี่และน้องของเขาดี
ทำให้เขาค่อนข้างเชื่อว่าคนที่ถ่ายรูปคู่กับหญิงสาวคนนั้น(และอาจจะเป็นพ่อของเด็กแฝด)
น่าจะเป็นอนัญลักษณ์ แฝดคนน้องของเขานั่นเอง
แต่ ณ ตอนนั้น อนัญลักษณ์ยังติดงานอยู่ต่างประเทศ
ไม่อาจมาพิสูจน์ตัวตนหรือแสดงความรับผิดชอบได้
ซ้ำยังต้องปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่ให้แฝดคนโตอย่างอนัญญะรู้เรื่อง
เพราะเกรงว่าเขาจะเรียกตัวอนัญลักษณ์กลับมา ทำให้เสียงานเสียการไปอีก

ภาระในการดูแลสามคนแม่ลูกจึงต้องตกเป็นของเขา...
คนที่แสนจะเกลียดเด็กเป็นที่สุดไปโดยปริยาย...

แต่ชะรอยคำกล่าวที่ว่า...เกลียดสิ่งไหน มักได้สิ่งนั้น...คงจะเป็นจริง
แม้เขาจะพยายามกันตัวเองออกห่าง โดยให้ความช่วยเหลือเฉพาะด้านการเงินและที่อยู่อาศัย
แต่ทำไปทำมาเรื่องราวมันกลับพัวพันซับซ้อน เข้าตัวมากไปกว่านั้น

ด้วยเหตุหลายประการ...
ตั้งแต่อนัญญะเกิดรู้เรื่องขึ้นมาอย่างบังเอิญ เลยบังคับให้เขาพาสามคนแม่ลูกเข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกันกับเขา...
ฤทัยเกิดชอบลลนาจนคิดอยากได้เป็นน้องสะใภ้ ยุยงให้น้องชาย(ที่เธอเกรงว่าจะเบี่ยงเบนทางเพศ)ตามจีบ...
ลลนาเองก็ช่างเป็นคนหัวอ่อน ว่าง่าย ซื่อใสเกินกว่าจะเป็นเด็กใจแตกที่มีลูกตั้งแต่อายุสิบเจ็ด...
............
ฯลฯ

ทังหมดทั้งมวลนั่นออกจะสั่นคลอนความรู้สึกของอนันยชไม่เบา
แต่เขาไม่อาจจะคิดเกินเลยกับเจ้าหล่อนได้โดยเด็ดขาด...
ก็หล่อนเป็น"อดีต"คู่ขาของน้องชายเขา ต่อให้เป็นหนุ่มหัวสมัยใหม่ขนาดไหน
เขาก็ไม่อาจยอมรับความจริงข้อนี้ได้


เล่มนี้ออกแนวพาฝันที่สุดในชุดค่ะ...
พระเอกหล่อ เริ่ด รวย แถมเจ้าเล่ห์แสนกวนซะ
ส่วนนางเอกก็เป็นสาวซื่อ ๆ หัวอ่อน แต่ต้องปิดบังตัวตน
ไว้ภายใต้ภาพลักษณ์ของซิงเกิ้ลมัม อดีตเด็กใจแตกทีเคยพลาดจนมีลูกตั้งแต่อายุไม่ถึงยี่สิบ

ตัวละครโดดเด่นในเรื่องนี้ก็ต้องเป็นสาวน้อยคู่แฝด ลูกพีชกับลูกพลัมแหละค่ะ
ส่วนตัวชอบอ่านนิยายที่มีตัวละครเด็ก ๆ อยู่แล้ว เล่มนี้ก็น่าจะถือว่าเข้าทางที่สุดค่ะ

แต่แปลกใจกับยายฤทัย เลขาคุณหนึ่งจากเล่มก่อน มามีบทบาทไม่น้อยในเล่มนี้
ในฐานะที่สมรู้ร่วมคิดกับอนันยชปกปิดเรื่องของลลนามาแต่ต้น...
ซ้ำยังติดอกติดใจแม่ลูกสองอย่างลลนาจนอยากได้เป็นน้องสะใภ้
ที่แปลกใจก็คือ จากเล่มก่อน เจ้าหล่อนตั้งป้อมรังเกียจรังงอนสาวน้อยหน้าใสอย่างหมอแนนเป็นนักเป็นหนา
ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้เป็นญาติโกโหติกาอะไรกับคุณหนึ่ง แต่กลับทำท่ากีดกันจนน่าเกลียด

แต่มาตอนนี้ ลลนาในวัยใกล้เคียงกับหมอแนน จูงลูกแฝดหนึ่งคู่มาทวงสิทธิ์ค่าเลี้ยงดูจากพระเอก
ทั้ง ๆ ที่ยังไม่แน่ใจว่าเขาเป็นพ่อของเด็กแฝดนั่นหรือเปล่า
คะเนจากอายุของแม่และเด็ก แปลว่าลลนาต้องมีลูกตั้งแต่อายุสิบเจ็ด สิบแปด
สภาพการณ์น่ารังเกียจกว่าตอนที่หมอแนนมาทวงสัญญาความเป็นแฟนจากคุณหนึ่งเสียอีก
ยายฤทัยคนเดิมนี่แหละ กลับเอื้อเอ็นดู รักใคร่ชื่นชม ปนสงสารพร้อม
ไม่รังเกียจแม้สักนิดที่จะรับมาเป็นน้องสะใภ้ ...
ทำไมเปลี่ยนทัศนคติได้เร็วนักนะ






มาถึงเล่มที่สาม..."แรกเกี่ยวดวงใจ"




เรื่องราวของอนัญลักษณ์...แฝดคนสุดท้อง
(ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งว่าเป็นพ่อของเเด็กหญิงคู่แฝดจากเรื่องก่อนหน้า)
ชายหนุ่มผู้เย็นชา หวงแหนความเป็นโสดตัวพ่อ แต่เขากลับมีฟีโรโมนแรงกล้า
ดึงดูดสาวๆ ให้อยากจะโถมตัวเข้าหามากมาย...
รวมถึงนางเอกของเราอย่างหทัยภัทร เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อที่แอบหลงรักอนัญลักษณ์มาเนิ่นนาน

ขอสารภาพว่าเกือบอ่านเล่มนี้ไม่จบแน่ะค่ะ...มันเวิ่นเว้อ ยืดยาดที่สุด(คหสต.ล้วน ๆ น๊า)
เรื่องทั้งเรื่องตอกย้ำซ้ำซากอยู่แต่ทำยังไงพระเอกจะยอมรับ(ว่า)รัก ยอมกินนางเอกเสียที

แถมสถานการณ์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเหตุเป็นผลให้ทั้งคู่ต้องมาอยู่บ้านเดียวกัน
ใกล้ชิดกันก็โหดซะ...
ประมาณว่า...จู่ ๆ บ้านนางเอกก็เกิดเหตุฆาตกรรมหมู่
มีคนตายไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสองศพ แต่ตายเกลื่อนถึงสี่ศพ!
แล้วนางเอกก็ให้ต้องรักบ้านนี้เป็นนักเป็นหนา ไม่ยอมย้าย ไม่ยอมขาย
ยังไงก็ต้องอยู่ในบ้านสี่ศพนี้ให้ได้ ร้อนถึงพระเอกต้องมาอยู่เป็นเพื่อนไง
ถึงได้บอก ว่าคนเขียนช่างสร้างสถานการณ์ได้โหดเหลือใจ

จุดหนึ่งที่ทำให้อ่านเรื่องนี้ได้จบทั้ง ๆ ที่รู้สึกค่อนข้างฝืดและฝืนกับเนื้อเรื่อง
ก็คือเรื่องนี้ดำเนินเรื่องโดยนางเอก...ผ่านสรรพนาม"ฉัน"
ซึ่งเป็นแนวที่ส่วนตัวชื่นชอบ...แม้ว่า(เฉพาะเล่มนี้)จะไม่ค่อยอินกับนางเอกสักเท่าไหร่ก็ตาม

ตัวละครเด่น ๆ ในเรื่องนี้น่าจะเป็นยายเจ๊เดซี่
เพื่อนสนิทนางเอกที่คอยจิกกัดแกมยุยงส่งเสริมให้นางเอกอ่อยพระเอกอยู่นั่นแล้ว

กับแม่บ้านหน้าตาย(แต่ฉลาดล้ำลึกมาก)อย่างใบตอง ที่ตามอนัญลักษณ์
มาอยู่เป็นเพื่อนหทัยภัทร เพราะเจ้าหล่อนไม่กลัวผีกับเพื่อกันข้อครหานั่นเอง






สรุปนะคะ...อ่านจบแล้วทั้งสามเล่มสามเรื่อง ชอบตามลำดับมาเลยค่ะ
เล่มแรกดูสมเหตุสมผล ความที่นางเอกเป็นหมอ และทำงานในพื้นที่อันตราย
ก็จะมีเรื่องราว บรรยากาศของการทำงานให้ได้ติดตาม คอยเอาใจช่วย
ในเรื่องของความรักก็กุ๊กกิ๊กๆ มีการตามง้องอน ตามหึงหวงกันให้ได้จิ้นได้ฟินกันกระจาย


เรื่องที่สองก็มาอันดับสองแล้วกัน แม้จะชอบนิยายที่มีตัวละครเด็ก ๆ เป็นตัวชูโรง
แต่ที่ให้คะแนนเรื่องนี้น้อยกว่าเล่มแรกก็อาจจะเป็นด้วยมันออกแนวดราม่าพาฝันไปนี๊ดนึง
แล้วก็ฝาแฝดมันเยอะเกินเหตุเกินผลไปนิดนึงอะ

เล่มสุดท้ายก็อย่างที่บอก เรื่องทั้งเรื่องมีแต่อาการเวิ่นเว้อเพ้อพล่ามของนางเอก
ที่หลงรักพระเอก ทีส่วนตัวมองไม่เห็นเสน่ห์ดึงดูดซักกะนิด
แถมแสดงออกถึงความหื่น...อย่างเปิดเผยและออกนอกหน้ามาก

ไม่รู้สิ มันไม่อินอะ
(แต่ก็อ่านจนจบนะ แปลว่าเขาก็คงมีดีของเขาแหละ แหะ ๆ )










 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 30 กรกฎาคม 2558 13:54:40 น.
Counter : 1379 Pageviews.  

~ ราชบุตรเขยเจ้าสำราญ ๑-๒-๓ โดย BiscuitBus ~





ราชบุตรเขยเจ้าสำราญ ๑-๒-๓
ผู้เขียน : BiscuitBus
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (มีนาคม ๒๕๕๘)
๓๒๕ - ๔๕๖ - ๕๗๑ หน้า, ราคา ๒๕๐ - ๓๒๕ - ๓๗๕ บาท


เรื่องย่อ ๆ จากคำโปรยปก...

(เล่ม ๑)


ลิขิตสวรรค์ไม่อาจคาดเดา

หนึ่งบ่าว หนึ่งองค์หญิง
หนึ่งสตรี หนึ่งบุรุษ
เรื่องราวกลับตาลปัตร
เมื่อหญิงไม่ใช่หญิง ชายไม่ใช่ชาย
ความอลหม่าน...จึงเริ่มต้น

ไต้หยี่ บ่าวน้อยจากตระกูลบ้านนอก ปากกล้า ทว่ามากน้ำใจยิ่ง
ท่องเที่ยวทั่วหล้าสวมชุดรัดกุม คุ้มกันข้าวของ
ทำงานสนองพระคุณนายท่าน ผู้คนไม่เห็นว่ามันเป็นสตรี
มันยิ่งลืมไปแล้วว่าตนเป็นสตรี

กระทั่งได้พบกับองค์หญิงเจียงจูผู้อ่อนช้อยงดงามยิ่ง
แต่แท้จริงกลับเป็นบุรุษ!

(เล่ม ๒)

เหตุใดสวรรค์จึงชอบกลั่นแกล่งนัก

ไต้หยี่ ที่คิดเพียงแต่จะเดินทางกลับบ้าน
แต่จู่ๆ กลับได้เป็นบุตรบุญธรรมของอิงอ๋องจ้าวฝาน
จากที่คิดจะมีชีวิตอย่างเรียบง่ายต่ำต้อย
ยังต้องมาเป็น'อ๋องน้อย'อยู่ในเมืองหลวง
กลการเมืองวุ่นวายซับซ้อนอย่างยิ่ง ทุกก้าวย่างควรระแวดระวัง

สวรรค์เอ๋ย...
หากฮ่องเต้ทรงทราบว่าบ่าวน้อยล่วงเกินองค์หญิงไปอย่างไรแล้ว
ต่อให้บ่าวน้อยมีสักสิบหัวก็ยังคงไม่พอให้กุดเป็นแน่!

(เล่ม ๓)

พบเพียงเพื่อผ่าน ทว่ายิ่งนานวันกลับยิ่งผูกพัน

สำหรับไต้หยี่ หากสามารถอยู่อย่างสงบสุข
ไม่ต้องเข่นฆ่าทำร้ายผู้อื่น คบสหายดื่มสุราไม่ต้องแบ่งแยกเชื้อพันธุ์
นี่ย่อมเป็นชีวิตที่ประเสริฐยิ่ง
กบฏเริงโลด สงครามคุโหม บ้านเมืองวุ่นวาย
หากเป็นเพียงบ่าวน้อยหนึ่ง ยังสามารถหันหน้าหนีไม่มอง ไม่ฟัง ไม่รับทราบ
ทว่าหน้าที่'ราชบุตรเขย'บนบ่ากดทับ
สถานที่อันสุขสงบมีเพียงอ้อมกอดของตัวโง่งมของมันเท่านั้น
และมันยินดีปกป้องสิ่งนี้ด้วยชีวิต!






เม้าท์มอยหลังอ่าน...
ตอนที่หนังสือชุดนี้ออกใหม่ ๆ ดูเหมือนจะเป็นที่ฮือฮามาก
มีเพื่อนบล็อกหยิบยกมาอ่านแล้วเล่าขานกันให้เอิกเกริก
แทบจะทุกรีวิวกล่าวค่อนข้างตรงกันว่าสนุก...

สิ่งที่จุดประกายความสนใจมีอยู่สองประการ:
ประการแรกก็คือ คนเขียนนิยายเรื่องนี้เป็นคนไทย
แถมที่รู้ ๆ กันโดยนัยก็คือเธอเป็นหญิงสาว อายุอานามก็น่าจะยังไม่มากไม่มายนัก...
เธอ"กล้าดี"อย่างไรถึงได้อาจหาญมาจับงานที่ดูเหมือนจะสงวนไว้เฉพาะ"จอมยุทธ์"ตัวจริงเท่านั้น
ช่างท้าทายฟ้าดิน...

อีกประการก็คือ...จากเสียงร่ำลือถึงเนื้อหาในนิยาย
มีจุดที่แปลก แหวก และแตกต่างจากนิยายจีนกำลังภายในโดยทั่วไปอยู่อย่างหนึ่ง
กับคำโปรยที่ว่า...

'.. เมื่อหญิงไม่ใช่หญิง ชายไม่ใช่ชาย
ความอลหม่าน...จึงเริ่มต้น'

ก่อให้เกิดการคาดเดาไปต่าง ๆ นานา...
พยายามประพิมพ์ประพายภาพนางเอกหนังจีนสวย ๆ แต่มีวรยุทธ์ห้าวหาญราวบุรุษ
หรือไม่ก็พระเอกหน้าหวานที่ต้องปลอมตัวเป็นสตรีด้วยเหตุผลบางประการ...
แล้วโชคชะตาก็นำพาเขาทังสองให้มาพบกัน ต่างฝ่ายต่างก็ไม่รู้กัน บลา...บลา...บลา
แหม...ออกจะโรแมนติก...

...............

แต่พอได้อ่านเข้าจริง...เงิบค่ะเงิบ มันไม่ยักกะเป็นไปอย่างที่คาดหรือคุ้นเคยแฮะ

หากมันล้ำ...และเหนือกว่านั้นเยอะ...
ทั้งแปลก แหวกและแตกต่าง แหกกฏประดามีของนิยายจีนกำลังภายในเท่าที่เคยอ่านผ่านมา

ก็จะไม่แปลก...แหวกได้อย่างไร ก็นิยายเรื่องนี้มีพระเอกเป็นผู้หญิง...จริง-จริ๊ง
ชื่อเรื่อง "ราชบุตรเขยเจ้าสำราญ" ก็บ่งชัดอยู่แล้วว่าชูตัวเอกที่มีฐานะตำแหน่งเป็น"ราชบุตรเขย"
ซึ่งในที่นี้ก็หมายถึง "ไต้หยี่" บ่าวคุ้มภัยแห่งบ้านตระกูลมู่
เจ้าตัวมันเองก็ตระหนักแน่แก่ใจ (ทั้งไม่เคยปิดบังตัวตน)ว่ามันเป็นสตรีเพศ
แต่อาจจะเป็นด้วยอุปนิสัยใจคออันกว้างขวางเปิดเผย
คุณสมบัติต่าง ๆ ที่พระเอกหนังจีนคนหนึ่งควรมี ก็อยู่ที่มันทั้งสิ้น
เก่งกล้าสามารถในเชิงวรยุทธ์ เฉลียดฉลาดว่องไวมีไหวพริบปฏิภาณ
ด้านอุปนิสัยก็ถ่อมเนื้อถ่อมตัว...ดังถ้อยคำที่ติดปากมันอยู่สำนวนหนึ่งคือ...
“ข้าพเจ้าไม่มีสิ่งใดอวดอ้าง มีแต่เอาตัวรอดเก่งกับสหายเยอะนี่แหละ”
แม้ภายนอกจะดูห่าม ๆ ทะลึ่งทะเล้นปนเจ้าเล่ห์เฉโก
หากลึก ๆ แล้วมันออกจะมีมารยาท รู้กาละเทศะและเป็นสุภาพบุรุษพอสมควรเลยแหละ...

กอปรกับลักษณะการทำงานที่ต้องคลุกคลีกับสหายบ่าว ตลอดถึงภาวะผู้นำที่ค้ำคอมันอยู่
ทำให้ผู้คนรอบข้างต่างพร้อมใจกันลืมเลือนเสียสิ้นว่า...มันเป็นหญิง!

ตอนอ่านตลอดเรื่องทั้งสามเล่ม คนอ่านเองก็แทบจะไม่รู้สึก หรือมีจินตภาพได้เลยว่ามันเป็นผู้หญิง


เมื่อโชคชะตาบันดาลให้มันได้มาพบกับองค์หญิงเจียงจู พระขนิษฐาที่องค์ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานนักหนา...
แน่นอน...นางเป็นนางเอก...
ทว่า...เพียงช่วงแรก ๆ ที่ได้พบพาน ไต้หยี่มันก็ได้รู้และเห็นเต็มตามันว่า...
องค์หญิงผู้สิริโฉมงดงามยิ่งกว่าหญิงใดในแผ่นดินนี้มีเครื่องเพศเป็นบุรุษ!

นางไม่ใช่กะเทย ไม่ใช่เกย์ ไม่ใช่ทอมหรือสาววายอะไรทั้งนั้น
นางเป็นชายทั้งแท่งนั่นล่ะ เพียงแต่นางไม่รู้จักเพศสภาพของตัวเอง
ด้วยถูกเลี้ยงดูฟูมฟักมาเยี่ยงสตรีนางหนึ่งมาแต่อ้อนแต่ออก...

เช่นนี้แล้วจะไม่ให้ไต้หยี่มันเรียกขานนางว่า"ตัวโง่งม"กระไรได้...

และตอนที่ได้พบกันนั้น เป็นการพบกันในซ่องโจร...
ไต้หยี่มันมีวรยุทธ์แกร่งกล้าพิสดาร เพราะก่อนหน้านี้จับพลัดจับผลูได้รับวิทยายุทธ์อันมิสามัญ
สามารถเอาชนะหมู่โจร จนหัวหน้าโจรชอบใจ สาบานเป็นพี่น้อง และมอบหญิงงามให้เป็นกำนัล
โดยหญิงงามนั้นก็เป็นของมีค่าที่กองโจรปล้นชิงมาได้
โดยที่หารู้ไม่ว่านั่นคือองค์หญิงที่ลอบหนีออกจากวังหลวงเพื่อออกเดินทางไปหาชายคนรักที่อยู่ต่างเมือง

นางตัวสั่นงันงกยามถูกไต้หยี่จับต้องแม้เพียงปลายเท้า...
ด้วยนางถูกเลี้ยงดูมาอย่างทนุถนอมมิเคยต้องมือชาย
เมื่อมาถูกยกให้เป็นเมียโจร ต้องถูกมันแหย่เย้าตามใจชอบ นางย่อมรู้สึกเกลียดกลัวมันยิ่งนัก
จึงเง้างอดเรียกขานมันเป็น "โจรชั่ว" ทุกคำ





นอกเหนือไปจากเรื่องราวความรักอันโลดโผนพิสดาร สลับบทบาทระหว่างโจรชั่วไต้หยี่
กับตัวโง่งมจ้าวเหลียนหยา อันเป็นปมหลักของนิยายชุดนี้แล้ว...

เรื่องราวรายละเอียดอื่น ๆ ของนิยายก็ดำเนินไปตามคัลลองของนิยายกำลังภายในทั้งหลายเป็นอย่างดี
ผู้เขียนได้วางเค้าโครงเรื่องไว้อย่างแน่นหนาแข็งแรง และแยบคายมาก
แล้วก็นำเสนอออกมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โลดแล่นเรียบเรื่อย มีเหตุมีผล ที่มาที่ไปชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมืองระดับแผ่นดิน ระดับเมือง ไล่ลงมาถึงระดับกลุ่มก๊วนชาวยุทธ์
รวมถึงการเมืองภายในวังหลวง...การแก่งแย่งแข่งดี จี้ชิงอำนาจ...ฯลฯ

โอยยยย...เรื่องมันเยอะค่ะ เล่าได้ไม่หวาดไม่ไหว
ชะตาชีวิตของเจ้าโจรชั่วไต้หยี่มันมหัศจรรย์พันลึกเหนือคำบรรยายจริง ๆ

ตัวละครเยอะแยะมากมาย แต่อ่านได้เพลิดเพลินไม่สับสน
เพราะคนเขียนเค้าเรียงลำดับการบอกเล่าได้ดี นำเสนอตัวละครแต่ละตัวออกมาได้อย่างมีเป้าหมายชัดเจน

สำนวนภาษา ลีลาท่าร่าง การบรรยาย ไม่ว่าจะบทรักบทใคร่ บทบู๊ บทกระเง้ากระงอด กุ๊กกิ๊ก ๆ...
บทรำพึงรำพัน ความรู้สึกนึกคิดของตัวละครแต่ละตัว ทำได้เนียนมากกกกกกกกกก...(ก.ไก่ล้านตัว)
มันครบรสครบครันไปหมด...

อ่านแล้วได้อารมณ์และบรรยากาศไม่ผิดแผกแตกต่างไปจากการอ่านนิยายจีนกำลังภายในทั้งหลาย
ที่รจนาโดยบรรดานักเขียนแถวหน้า ๆ เลยแม้แต่น้อย

เรียกได้ว่าลื่นไหลไร้ที่ติ...ชอบมากกกกกกกก....(ก.ไก่อีกหนึ่งพันตัว)
ขอคารวะด้วยใจจริง !!!

อ่านจบแล้วหยิบมาเล่าขาน ชวนอ่านกันอย่างแรงค่ะ
(เพราะเท่าที่เล่าไปยังไม่ได้แม้เพียงเศษเสี้ยวของความสนุกสนาน เพลิดเพลินที่ได้รับ...
เช่นนั้น...ต้องอ่านเองค่ะ)










 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 18 กรกฎาคม 2558 15:58:25 น.
Counter : 1890 Pageviews.  

~ ลิขิตชีวิต : หรือต้องฆ่า...หากการุณย์...? โดย "พงศกร" ~





ลิขิตชีวิต
ผู้เขียน : พงศกร
ผู้พิมพ์ : บ.กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง
๖๓๑ หน้า ราคา ๔๘๐ บาท


บางส่วนจากบทเปิดเรื่อง...


.................

“อันความกรุณาปราณี...จะมีใครบังคับก็หาไม่”

ขณะที่แขนสองข้างที่กดหมอนลงบนใบหน้าและลำคอของพ่อเกร็งแน่น
แม่ก็สะอื้นไห้และร้องเพลงประจำวิชาชีพของแม่ไปพร้อมกัน

“หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ...จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน...”

มือ ที่พิกลพิการของสัตว์ประหลาดบนเตียงคนไข้ ยังคงเอื้อมสะเปะสะปะ
เหมือนจะไขว่คว้าอะไรบางอย่าง เสียงลมหายใจครืดคราดสะดุดเป็นห้วง
ก่อนจะหยุดนิ่งในท้ายที่สุด
เด็กชายยกมือขึ้นอุดปากของตัวเองจนแน่น พยายามบังคับไม่ให้ร้องไห้โฮออกมา
เพราะไม่อยากให้แม่รู้ว่าเขาแอบอยู่ตรงนั้น

เสียงลมหายใจดังน่าหวาดกลัวนั้นหยุดลงแล้ว...

ท่ามกลางราตรีที่เงียบสงัด เหลือแต่เพียงเสียงร่ำไห้
ด้วยหัวใจที่แตกสลายของผู้เป็นมารดาของเด็กชาย

เสียงสะอื้นนั้นสะท้อนก้องกลับไปกลับมา ราวไม่มีวันจะสิ้นสุด...






เรื่องย่อ(ย่อเอง) :

หมอพัด - พัทธยา ศัลยแพทย์มือดีแห่งรพ.อรรถเวช
ได้พบกับพลอยโกเมนที่อิตาลี
เพราะนาตาลี เพื่อนหมอคนหนึ่งของเขาไหว้วานให้เขาทำหน้าที่ดูแลเธอ
ระหว่างที่เธอเดินทางจากอเมริกา ที่ที่เธอเพิ่งเรียนจบทางด้านศิลปะ
มาแวะที่นั่นเพื่อท่องเที่ยว ก่อนกลับไทย

จากเบื้องแรกทั้งคู่ดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกชะตากันเท่าไหร่
แต่หลังจากที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมอง ทั้งคู่ก็สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว

เมื่อกลับถึงเมืองไทย พลอยโกเมนก็ต้องเจอกับข่าวร้าย
เมื่อบิดาของเธอที่กำลังป่วยเป็นโรคไต ได้เกิดอุบัติเหตุจนเกิดอาการสมองตาย
เขาเข้ารักษาตัวอยู่ที่รพ.อรรถเวชและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ท่ามกลางความเศร้าโศกและความรู้สึกผิดของพลอยโกเมน
เพราะเธอไม่มีโอกาสดูแลพ่อในวาระสุดท้ายของท่าน

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ทางรพ.อรรถเวชก็เกิดคดีความ...

เมื่อจู่ ๆ คนไข้รายหนึ่งที่เป็นคนมีชื่อเสียงเข้ารับการผ่าตัดไส้ติ่งโดยหมอพัทธยา
เกิดอาการแพ้ยาจนช็อคและเสียชีวิต
พัทธยาถูกสอบและถูกพักงาน

พัทธยาต้องสืบหาให้ได้ว่า ใครกันที่เป็นผู้เปลี่ยนใบสั่งยาที่คนไข้แพ้
แต่ยิ่งสืบค้น เขาก็ยิ่งตระหนก เมื่อพบว่าคนไข้หลายรายที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้
ไม่ได้เสียชีวิตด้วยสาเหตุแห่งโรคตามธรรมชาติ
แต่พวกเขาได้รับการทำการุณยฆาต - - ฆ่าด้วยความปรานี
เพื่อให้คนไข้พ้นไปจากความทุกข์ทรมาน!

เมื่อความตายและฆาตกรวนเวียนอยู่ไม่ไกล
จึงเป็นหน้าที่ของชายหนุ่ม ที่จะต้องหยุดยั้งมันเอาไว้ให้ได้
ก่อนที่ความตายนั้นจะมาถึงพลอยโกเมน...หญิงสาวที่เขารักจนสุดหัวใจ







หลังอ่าน...
เป็นนิยายแนวหนักหน่วง กึ่ง ๆ ธีมนิยายปนสืบสวนสอบสวน
ว่าด้วยประเด็นการุณยฆาต - - การฆ่าด้วยปรานี
โดยมีเรื่องราวความรักซาบซึ้งเป็นตัวช่วยทำให้นิยายมีโทนนุ่มนวลลง...

หลังจากที่ได้อ่าน(ผ่าน ๆ )นิยายชุดผีผ้าของคุณหมอนักเขียนท่านนี้ไปสองเล่ม
บอกตัวเองว่า...งานของคุณหมอคงไม่ต้องจริตเราสักเท่าไหร่
มันมีจุดเล็กจุดน้อยที่คอยดึงรั้ง ทำให้อ่านสะดุด ๆ อยู่เรื่อย ๆ
ไม่ว่าจะเป็นด้วยพล็อต ด้วยเนื้อหาเรื่องราว หรือบุคลิกตัวละคร...
ที่ดูเหมือนว่าจะมีแพทเทิร์นเดียวกันหมด เปลี่ยนแต่ชื่อตัวละครกับรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น
ตลอดถึงสำนวนภาษาที่ยังขาดความนุ่มนวล ขาดความเป็นธรรมชาติอยู่มาก
โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นบทสนทนา...
รู้สึกว่าอ่านเล่มเดียวก็เหมือนกับได้อ่านสี่ถึงห้าเรื่องไปพร้อม ๆ กัน
ก็เลยพานให้ข้ามผ่านงานของนักเขียนนามนี้ไปหลายเล่มเลย

จนมาถึงเล่มนี้ มันวางสงบอยู่บนชั้นมาพักใหญ่ ๆ แล้ว ...
(ด้วยชื่ออันจืดสนิทกับขนาดรูปเล่มอันหนาเตอะ ทำให้มันยังคงสถิตอยู่ตรงนั้นมาเนิ่นนาน)

เผอิ๊ญ...วันก่อนมีน้องคนหนึ่งทักถามมาถึงนิยายที่มีตัวเอกเป็นหมอ
แว่บแรกเลยนึกถึงบรรดาคุณหมอจอมเฮี้ยวของนักเขียนค่ายแจ่มใสท่านหนึ่ง
แต่น้องเขาบอกไม่เอาแบบนั้น ต้องการหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวในแวดวงการแพทย์โดยตรง
ก็เลยลองอัญเชิญหนังสือเล่มนี้ลงจากชั้น
ในเมื่ออ่านคร่าว ๆ จากคำโปรยปกหลังกับภาพหน้าปกคิดว่าน่าจะเข้าข่าย
ซ้ำคนเขียนเองก็เป็นคุณหมอด้วย...

แต่ก่อนจะส่งต่อให้คนอื่น เราก็ต้องลองอ่านผ่าน ๆ ดูก่อน...
แล้วก็เป็นไปดังคาด





เปิดมาบทแรกก็สะดุดกึกเลยค่ะ...
ที่สะดุดไม่ใช่ความซ้ำความเหมือนอย่างที่เกริ่นถึงนิยายเล่มอื่น ๆ ของนามปากกานี้
หากแต่สะดุดกับความแปลก ความแหวกแนวที่น่าสนใจต่างหาก
คุณนักเขียนเปิดเรื่องมาบทแรกได้น่าสนใจและชวนติดตามมาก ๆ

เด็กผู้ชายคนหนึ่ง เคยมีชีวิตที่สดใสเป็นสุข
แต่จู่ ๆ โลกของเขาก็ต้องหม่นมัวลงชั่วกาล เมื่อเขาต้องมองเห็นผู้เป็นแม่
ปลิดชีวิตพ่อของเขาต่อหน้าต่อตา...
ซึ่งนั่นก็กลายเป็นปมติดตัวเด็กชายมากระทั่งเติบโต
และเลือกเดินเส้นทางชีวิตเป็นนายแพทย์
เพื่อจะได้ดำเนินรอยตามกรรมกิริยาของผู้เป็นมารดา...
จึงฆ่า...ด้วยการุณย์

..........

ดังนั้น หลังจากอ่านบทแรกผ่านไป นิยายก็ดำเนินเรียบเรื่อยตามขนบ
พระเอกนางเอกพบกัน รู้จักและรักใคร่กันในระยะเวลาอันสั้น
ทำให้อ่านได้เรื่อย ๆ
ความที่นางเอกเป็นศิลปิน เรื่องราวก็จะมีแง่มุมทางศิลปะเข้ามาเกี่ยวข้องประปราย
และด้วยธีมหลักของนิยายเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเจ็บไข้ได้ป่วยและความตาย
ผู้เขียนก็ได้สอดแทรกธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้อย่างสอดคล้องกับบริบท
ด้วยสำนวนภาษาที่นุ่มนวล เรียบรื่นไม่ซับซ้อน อ่านแล้วเข้าใจง่าย
เหมือนกับผู้เขียนกำลังพยายามกล่อมเกลาให้ผู้อ่านได้รับรสแห่งธรรมนั้นไปพร้อม ๆ กับตัวละครในเรื่อง

ส่วนนี้ต้องขอชมเลยค่ะ

ในส่วนของการสืบสวน-สอบสวนหาตัวฆาตกรในเสื้อกาวน์
ที่กระทำการ"ลิขิต"ชีวิตคนไข้ โดยอาศัยคำว่า"การุณยฆาต"เป็นข้ออ้าง ผู้เขียนก็ทำได้ดีทีเดียวค่ะ
มีการหลอกคนอ่านอย่างเนียน ๆ ชวนให้ลุ้นให้ติดตามอย่างสนใจใคร่รู้ว่าจะใช่คนที่เราสงสัยหรือเปล่านะ...

ไม่อยากสปอยล์เนื้อหานะคะ แต่แง้ม ๆ ได้นิดหน่อยว่านิยายจบเศร้าค่ะ
แต่เป็นความเศร้าที่งดงามและสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว

ท้ายเล่ม...ผู้เขียนยังมีบทความสั้น ๆ ว่าด้วยประเด็นการุณยฆาต - Euthanasia
ทั้งในแง่มุมทางการแพทย์ และในมุมมองทางศาสนาที่น่าสนใจ
ให้ข้อคิดและทัศนคติต่อชีวิตและความตาย...

"ผู้คนมากมายที่ร้องขอความตายนั้น
เป็นเพราะกลัวว่าความตายเป็นเรื่องที่มิอาจจะทนทานได้
กลัวว่าตนเองจะขยับเขยื้อนไม่ได้ คลุ้มคลั่ง
หรือเจ็บปวดอย่างสุดแสนทนมานและไร้จุดสิ้นสุด
แต่หากเรายึดมั่นในหลักธรรมของพระพุทธศาสนา
ใช้วิจารณญาณพิจารณาความตายด้วยสติ
หันมาทำความเข้าใจกับความตายและความกลัวภายในจิตใจ ...
บางทีเราก็จะได้พบกับความสงบงามแห่งความตาย..."


อ่านหนังสือเล่มนี้จบลง พร้อมกับความรู้สึกที่เปลี่ยนไปต่องานเขียนของนักเขียนนามปากกานี้

ขอสารภาพบาปกับผู้เขียนไว้ตรงนี้ว่า...
อคติใด ๆ ที่เคยมีก่อนหน้านี้
บัดนี้มันได้ถูกหักกลบลบหายไปแล้วด้วยความงดงามของนิยายเล่มนี้ค่ะ

ขอบคุณที่เปิดโลก(และเปิดใจ)ของคนอ่านคนนี้ให้กว้างขึ้น...

ป.ล. นิยายเรื่องนี้เป็นหนังสือเล่มแรกของสนพ.นี้ที่ได้อ่าน พบว่าเจอคำผิดเยอะพอสมควรเลยค่ะ หนังสือความหนากว่า ๖๐๐ หน้า แต่เจอคำผิดถึงสิบกว่าจุด ส่วนตัวคิดว่าเยอะไปหน่อยค่ะ












 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 1 กรกฎาคม 2558 16:04:32 น.
Counter : 1125 Pageviews.  

~ Eternal นิรัตินิรันดร์กาล : แฟนตาซีพีเรียดที่อ่านเพลินเกินคาดโดย 'มายาโรส' ~





Eternal นิรัตินิรันดร์กาล
ผู้เขียน :มายาโรส
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (เม.ย. ๒๕๕๘)
๒๖๐ หน้า ราคา ๒๓๕ บาท

โปรยปกหลัง :

ตามตำนานนาฬิกาแห่งทริเบิร์ทกล่าวว่า
ในราตรีที่พระจันทร์เป็นสีกุหลาบ
จะแว่วเสียงสวดลึกลับจากกองคาราวานเร่ร่อน
มนตราจากแสงจันทร์จะห่มคลุมนาฬิกาโบราณ
เมื่อนั้นประตูแห่งกาลเวลาจะเปิดออก


และอำนาจลึกลับนั้นเรียกเร้าให้ โรสรินทร์ เว็บดีไซเนอร์สาวลูกครึ่ง
หยิบฉวยนาฬิกาทองเหลืองโบราณมาเป็นของตัวเอง
มนตร์ปริศนานำพาหญิงสาวสู่ประเทศอังกฤษ ในยุคต้นศตวรรษที่ ๑๙ อันรุ่งโรจน์
หล่อนหลงเข้าสู่งานเลี้ยงเต้นรำใต้แสงเทียนสว่างไสว
ในคฤหาสน์เก่าแก่บนเนินเขาเล็กๆ
และได้พบ ริชาร์ด ดัฟฟ์ บุรุษลึกลับผู้รอคอยอยู่อีกฟากของม่านมิติ

ท่ามกลางยุคสมัยที่ผิดแผก ภาระหน้าที่ ความลับและการทรยศ
มนตราจากนาฬิกาโบราณ นำพาให้ทั้งสองได้ค้นพบความรู้สึกเร้นลับในหัวใจของตัวเอง
กาลเวลาอาจเปี่ยมอำนาจ ยาวนานและยิ่งใหญ่
แต่ความรัก...เป็นนิรันดร์ยิ่งกว่ากาลเวลา





เพิ่มเติมเรื่องย่อจากคำนำสำนักพิมพ์อีกนิดหน่อย...

Eternal นิรัตินิรันดร์กาล
เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่ถูกมนตราลึกลับ
ดึงดูดให้เธอย้อนอดีตไปอยู่ในคฤหาสน์แสนสวยแห่งหนึ่งที่ประเทศอังกฤษ
ในยุคศตวรรษที่ ๑๙ จนได้พบกับเรื่องราวที่ไม่คาดฝันมากมาย
หนึ่งในนั้นคือการได้พบกับ 'ริชาร์ด ดัฟฟ์' บารอนหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่เข้าใจผิดว่า
หล่อนคือสายลับจากฝรั่งเศส!

เรื่องราววุ่นๆ นี้จะจบลงอย่างไร
โรสรินทร์จะหลุดพ้นจากอุปสรรคของอำนาจแห่งกาลเวลาหรือไม่

...............

ความรู้สึกหลังอ่าน...

เรื่องราวโดยย่อก็ประมาณข้างบนนั่นเลยค่ะ
เป็นนิยายเล่มบาง ๆ จากนักเขียนนามปากกาใหม่มากสำหรับตัวเอง
(แต่ดูจากประวัติท้ายเล่มแล้ว คิดว่าเธอมือเก๋าพอสมควรค่ะ
มีผลงานมาแล้วมากกว่าสิบเล่ม แถมมีรางวัลการันตีอีกต่างหาก...
ไปอยู่ที่ไหนมาเนี่ยไม่รู้จักเขาอ่ะ...)
หยิบมาอ่านเพราะชื่อเรื่องเก๋ไก๋ โปรยปกหลังน่าสนใจ
มีกลิ่นอ่ายของโรแมนติกแฟนตาซีผสมผสานตำนานพีเรียดอันเป็นแนวที่ส่วนตัวชื่นชอบอยู่ด้วย...

จากองค์ประกอบทั้งหมดดังกล่าวแล้วข้างต้น ทำให้แอบคาดหวังนิด ๆ ขณะอ่าน
แล้วก็ไม่ผิดหวังค่ะ อ่านเพลินมาก รวดเดียวจบ...

...............

เรื่องราวทั้งหมดดำเนินไปในประเทศอังกฤษค่ะ นางเอกโรสรินทร์เป็นสาวลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส
เธอกับเพื่อน ๆ รับงานออกแบบเว็บไซต์ให้กับเจ้าของปราสาทโบราณแห่งหนึ่งในเมืองคอตส์โวลส์
ทำให้พวกเธอได้มีโอกาสไปทำงานกึ่ง ๆ พักผ่อนที่นั่น
ในห้องที่เจ้าของบ้านจัดให้โรสรินทร์พักนั้น เธอได้พบสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง...
ซึ่งเธอได้แอบอ่านด้วยความสนใจใคร่รู้...ในสมุดบันทึกเล่มนั้นระบุวันที่เขียนเป็นปี ค.ศ. ๑๘๑๕
ซึ่งนั่นก็คือย้อนหลังไปถึงสองร้อยปีในอดีต...

แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อโรสรินทร์ขีดเขียนอะไรบางอย่างลงในสมุดเล่มนั้น...
เธอก็พบว่าเจ้าของบันทึกได้มีปฏิกิริยาตอบกลับข้อความของเธอ
ราวกับว่าเขาได้มีตัวตนจริง ๆ อยู่ในทีที่เดียวกับเธอนั่นเอง
เพียงแต่...อาจจะต่างกันที่มิติเวลาเท่านั้นเอง...

............

วันหนึ่ง...โรสรินทร์ก็พบนาฬิกาโบราณเรือนหนึ่ง...
อะไรบางอย่างในนาฬิกาเรือนนั้นดึงดูดให้โรสรินทร์ถือโอกาสหยิบฉวยมันมา
และด้วยมนตราลึกลับนั่นเอง ก็พาเธอข้ามมิติแห่งเวลา ผ่านสะพานไม้ผุพัง
ไปปรากฏตัวต่อหน้าบารอนหนุ่ม จนเป็นเหตุให้เขาพลัดตกจากหลังม้า ตกลงไปในธารน้ำพร้อม ๆ กับเธอ
และเมื่อเธอวิ่งเตลิดกลับเข้าในคฤหาสน์ ในสภาพเปียกปอน
เธอก็พบว่าทุกสิ่งทุกอย่างได้เปลี่ยนแปร แตกต่างไปจากที่ที่เธอเคยเห็นอย่างสิ้นเชิง






เรื่องราวสนุกน่าติดตาม สำนวนภาษาลื่นไหล สละสลวย
การดำเนินเรื่องก็กระชับ ฉับไวไม่เยิ่นเย้อยืดยาด
ทั้งการบรรยายฉากที่สวยงาม อ่านแล้วนึกภาพตาม ให้บรรยากาศเหมือนได้ดูหนังพีเรียดฝรั่ง
มีฉากงานเต้นรำอลังการ มีท่านเคานต์ ท่านเอิร์ล...
ทั้งบทสนทนาที่ให้อารมณ์ความรู้สึกเร้าใจ ชวนติดตาม
บอกเล่าถึงสภาพสังคมและบ้านเมืองในยุคเรืองสงครามได้สมจริงพอควร
สาระข้อมูลในพาร์ทประวัติศาสตร์ก็ดูเป็นเรื่องเป็นราว น่าเชื่อถือ
คิดว่าผู้เขียนคงมีการทำการบ้านมาเป็นอย่างดีทีเดียว

การสร้างสรรค์ตัวละครก็สมเหตุสมผลใช้ได้ แต่ละตัวมีปูมหลัง
มีความเป็นไปได้ในการกระทำ...

มีฉากรักที่อ่อนหวาน ละมุนละไมพอให้ได้ลุ้น ได้เอาใจช่วยอยู่พอประมาณ...

แล้วความรักระหว่างคนสองมิติจะลงเอยยังไง ต้องตามไปดูในนิยายแล้วล่ะค่ะ

สรุปว่าเป็นการลองของใหม่ที่ไม่เลวเลย
ส่วนตัวคิดว่าถ้าเจอผลงานเล่มอื่นของนามปากกานี้อีก คงหยิบลงมาจากชั้นได้โดยไม่ลังเลค่ะ










 

Create Date : 19 มิถุนายน 2558    
Last Update : 23 มิถุนายน 2558 15:28:22 น.
Counter : 1539 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 166 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~

~ตะวันไม่มีวันตกดิน/อาสดา~

~มณีแห่งนิรันดร์/อสิตา~

~มงกุฏอัคคี/อสิตา~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.