“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน : โรแมนติก -พารานอร์มอล โดย "กิ่งฉัตร" ~





รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน
ผู้เขียน กิ่งฉัตร
สำนักพิมพ์ลูกองุ่น/พิมพ์( มีนาคม 2560)
438 หน้า ราคา 350 บาท

เรื่องย่อ ๆ (จากปกหลัง)...


อธินาถ เป็นผู้หญิงธรรมดา ๆ สวมสูทสีหวาน เปิดสำนักงานที่แต่งอย่างดี
น่าเข้าไปใช้บริการ อธินาถทำงานของตัวเองอย่างมีความสุข
หล่อนยิ้มแย้มเบิกบานต้อนรับลูกค้าด้วยความอ่อนหวานเข้าอกเข้าใจ
ทุกอย่างคงเป็นปกติถ้าลูกค้าที่มาขอความช่วยเหลือจากหล่อน
จะไม่ใช่วิญญาณที่ยังติดค้างอะไรบางอย่างจากชีวิตเดิม

จิรัสย์ เป็นคนดวงแข็ง จิตแข็ง เขารู้ว่าโลกใบนี้มีภูติผีวิญญาณ
แต่เมื่อไม่เห็นกับตาสัมผัสไม่ได้ เขาก็ขอที่จะเลือกไม่เชื่อ
เขาไม่เชื่อเรื่องคนทรง ไม่เชื่อเรื่องผู้สื่อวิญญาณหรือผู้บำบัดวิญญาณอะไรทั้งนั้น
เขาไม่เชื่อจนกระทั่งได้พบกับผู้หญิงธรรมดาที่จะเปลื่ยนแปลงความเชื่อของเขาไปตลอดกาล






หลังอ่าน...
เล่มนี้เป็นแนวพารานอร์มอลเล็ก ๆ ค่ะ
นางเอกอธินาถเป็นคนมีสัมผัสพิเศษ สามารถสื่อสารกับวิญญาณได้
ซึ่งความสามารถพิเศษนี้ทำให้เธอมีเพื่อนน้อย เพราะคงไม่มีใคอยากคบกับคนที่มองเห็นผีได้
แต่ข้อนี้ไม่ได้ทำให้เธอมีปมด้อยแต่อย่างใด กลับใช้มันเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง
โดยทำเป็นธุรกิจรับติดต่อสื่อสารกับวิญญาณให้กับญาติของผู้ล่วงลับที่อาจจะยังมีอะไรติดค้างในใจเสียเลย

"ลูกค้า"ที่เป็นตัวละครหลักของเรื่อง เป็นคุณทวด บรรพบุรุษของเจ้าของบ้านชลธี
บ้านพักที่สร้างตามแบบเรือนขนมปังขิงที่ตั้งอยู่ที่หัวหิน
ท่านอยู่ของท่านดี ๆ มาตั้งนาน แต่จู่ๆ คุณทวดก็เกิดจะเฮี้ยน
อาละวาดใส่ผู้คนที่ผ่านไปมาบริเวณบ้านจนมีเสียงร่ำลือไปทั่ว
ร้อนถึงเจ้าของคนปัจจุบันต้องมาติดต่ออธินาถให้ไปช่วยแก้ปัญหานี้ให้
โดยไปถามไถ่คุณทวดว่ามันเกิดอะไรขึ้น ท่านต้องการให้ลูกหลานทำอะไรให้...

จิรัสย์เป็นเจ้าของโรงแรมรื่นรมย์@หัวหิน ที่มีฐานะเป็นลูกหลานคนหนึ่งของคุณทวด
และยังเป็นทั้งญาติ ทั้งคู่หมายของศีดา ลูกสาวของเจ้าของบ้านชลธีคนปัจจุบัน
เขามาติดต่ออธินาถเป็นเพื่อนศีดาด้วยเกรงว่าศีดาจะถูกหลอก...
เพราะปกติเขาเป็นคนดวงแข็งที่ไม่เชื่อในเรื่องภูตผีวิญญาณ
แต่เอาเข้าจริง เมื่อมาพบกับอธินาถเพียงไม่กีครั้ง
เขาก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจ ตรงไปตรงมาของเธอ
ทั้งยังได้เผชิญกับเหตุการณ์อันเหลือเชื่อแบบจัง ๆ
จึงเกิดเป็นความสนใจ กลายเป็นความทึ่ง ความเชื่อ... และความรักโดยไม่รู้ตัว








อ่านสนุก อ่านเพลินตามสไตล์ของคุณกิ่งฉัตรเลยค่ะ
เปิดเรื่องมาได้ตลก ขำ ๆ แต่ผู้เขียนทำได้แบบเป็นธรรมชาติมาก
โดยลูกค้าที่เป็นผีหัวขาดต้องการให้อธินาถบอกให้ญาติ ๆ ของเจ้าหล่อน
ทำบุญด้วยอุปกรณ์ที่จะทำให้หล่อนสามารถต่อหัวตัวเองเข้ากับตัวได้...
เพราะการที่ต้องหอบศีรษะตัวเองไปไหนต่อไหนมันช่างไม่สะดวกเอาเสียเลย
อ่านแล้วแอบขำอะ ผู้เขียนบอกเล่าราวกับเป็นเรื่องธรรมดาสามัญกระนั้น...

จนมาถึงปมหลักของเรื่องที่ก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากนัก
เป็นเรื่องของการสืบสวนสอบสวนตามแนวถนัดของผู้เขียน
เพียงแต่เรื่องนี้นางเอกมีผู้ช่วยเป็นบรรดาลูกค้าที่เธอเคยช่วยเหลือไว้
จึงทำให้อ่านได้สบาย ๆ ไม่ต้องห่วงพระเอกนางเอกมากนัก
แต่แอบห่วงคู่รองอย่างนายเม้งกับหนูบุ้งมากกว่า....
เพราะฝ่ายหญิงดูจะเป็นเด็กมีปัญหาเหลือเกิน
ในขณะที่นายเม้งเองก็เป็นตัวละครที่มีบทบาทสีสันจี๊ดจ๊าดมาก...
บทจะเยอะและโดดเด่นกว่าพระเอกเสียด้วยซ้ำมั๊ง
(เล่าไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวสปอยล์)

ชอบค่ะ ชอบมากด้วยไม่เคยผิดหวังกับผลงานคุณกิ่งฉัตรเลยจริง ๆ










 

Create Date : 27 มิถุนายน 2560    
Last Update : 29 มิถุนายน 2560 11:38:44 น.
Counter : 101 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ ความฝันครั้งที่สอง : ว.วินิจฉัยกุล ~






ความฝันครั้งที่สอง
ผู้เขียน ว.วินิจฉัยกุล
ผู้พิมพ์ สนพ.อรุณ (มีนาคม 60)
428 หน้า ราคา 350 บาท

โปรยปกหลัง


ฉันไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคืนนั้นเราคุยกันอยู่จนเกือบสว่างได้ยังไง
รู้แต่ว่ามีเรื่องมากมายเล่าสู่กันฟังไม่รู้จบ
พี่อชิถอดหน้ากากความเย็นชาวางไว้ที่อื่นชั่วคราว
เปิดเผยความรู้สึกต่างๆ ในใจออกมาจนหมดเปลือก

ฉันมองเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ได้ดีงามน่ารักอย่างที่มินท์เคยเป็น
ก็แค่ผู้ชายธรรมดาๆ มีดีมีชั่ว มีถูกมีผิด แต่ก็เป็นคนที่เข้ากันได้ในหลายๆ เรื่อง
ข้อสำคัญคือ แม้ว่าพี่อชิไม่เคยหวังในตัวฉัน เขาก็ไม่เคยลืมฉัน ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

บัดนี้ เส้นทางที่แยกห่างไปไกลคนละทิศได้ย้อนหลับมาบรรจบกันอีกครั้ง
ถึงกระนั้น มันก็ไม่ใช่ว่าจะราบรื่น ทุกอย่างล่วงเลยมาจนอาจจะสายเกินไปเสียแล้ว
สายเกินกว่าจะเริ่มความฝันครั้งที่สองในชีวิตได้อีกครั้ง






สั้น ๆ จากสนพ.

เนื้อเรื่องกล่าวถึงชีวิตและความฝันของนางเอกและคนรอบข้าง
ที่ล้วนแล้วแต่ประสบความผิดหวังจากความฝันครั้งแรก
แต่ก็สามารถยืนหยัดฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อไปให้ถึงความฝันครั้งที่สอง

เป็นนวนิยายเรื่องล่าสุดของผู้เขียนที่เคยลงในนิตยสาร "สกุลไทย"
แต่ไม่จบ เนื่องจาก “สกุลไทย" ปิดตัวก่อน
หลังจากนั้นผู้เขียนได้เขียนต่อจนจบและมอบให้สำนักพิมพ์อรุณพิมพ์รวมเล่มเป็นครั้งแรก






หลังอ่าน...
นิยายแนวที่เคยคุ้น จากนักเขียนที่คุ้นเคย
เลยอ่านได้ด้วยความรู้สึกที่แสนจะเจนใจ ลื่นไหลรวดเดียวจบแบบไม่มีอะไรติดค้างในใจเมื่ออ่านจบ

ปกหลังเป็นส่วนหนึ่งของบทรำพึงของผู้เล่า...
โดยเรื่องนี้ดำเนินเรื่องผ่านตัวเอกของเรื่อง
"ฉัน"ในเรื่องก็คืออิง -รสิตาที่บอกเล่าเรื่องราวในลักษณะของการย้อนคำนึงถึงความหลัง
ขณะอ่านเราจึงรู้สึกเหมือนกำลังอ่านไดอารี่ของใครคนหนึ่ง ที่เท้าความย้อนไปตั้งแต่รุ่นทวดรุ่นปู่
รุ่นพ่อรุ่นแม่ ลงมาถึงรุ่นของตัวเอง
โดยธีมหลัก ๆ ของเรื่องยังคงเป็นเรื่องราวของความรักและความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว
จนถึงในสังคมระดับท้องถิ่นที่ค่อย ๆ ขยับขยาย เปลี่ยนแปร พัฒนาไปตามกาลเวลาและกระแสแห่งโลก

นิยายมีความสมจริงมาก แม้จะดำเนินเรื่องเรียบเรื่อยเอื่อยเฉื่อยอยู่สักหน่อย
แต่ด้วยฝีมือและสำนวนภาษาของผู้เขียนทำให้เราอ่านได้ลื่นไหลต่อเนื่อง
มีจุดพลิกผันและจุดดึงดูดอารมณ์เป็นระยะ ๆ ...





บนเส้นทางเดินแห่งชีวิต ย่อมต้องมีการเลือก การสุ่มเสี่ยง และมีการพลาดพลั้ง
อยู่ที่ว่าเมื่อพลั้งพลาดไปแล้วจะยอมดับฝันตัวเองแล้วปล่อยตัวตามกระแส
หรือจะใช้ความผิดพลาดนั้นเป็นบทเรียน ก้าวข้ามและสร้างฝันขึ้นมาใหม่
เช่นเดียวกับอิง พี่อชิ พ่อ น้าหมุยเซียง แอ้น...
และใครๆอีกหลายคนรอบตัวอิง

.....................

ช่วงหลังๆมานี้ ออกจะห่าง ๆ งานใหม่ ๆ ของนักเขียนท่านนี้ไปบ้าง
อาจจะเป็นเพราะกองดองท่วมหัวท่วมหูเหลือเกิน
นักเขียนใหม่ ๆ นิยายแนวใหม่ ๆ ก็หลั่งไหลออกมาอย่างท่วมท้น...
สนุกบ้าง ไม่สนุกบ้างก็อ่าน ๆ กันไป

แต่เมื่อไหร่ที่โหยหางานที่คุ้นเคย รับประกันในแง่ของความงดงามของสำนวนภาษา
รวมถึงข้อคิดมุมมองที่ดีต่อการดำเนินชีวิต
หยิบงานของอ.ว.วินิจฉัยกุลขึ้นมาอ่านรับรองว่าไม่ผิดหวัง

ชวนอ่านอย่างแรงค่ะ











 

Create Date : 21 มิถุนายน 2560    
Last Update : 21 มิถุนายน 2560 11:40:02 น.
Counter : 209 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ ตะวันไม่มีวันตกดิน ...ตะวันอาจลับฟ้า แต่ไม่มีวันตกดิน โดย "อาสดา" ~





ตะวันไม่มีวันตกดิน
ผู้เขียน : อาสดา
ผู้พิมพ์: ชูการ์บีท(สถาพร - พ.ค. 57)
439 หน้า ราคา 270 บาท



เรื่องย่อ(จากปกหลัง)


ชีวิตคู่พลิกผันล่มสลาย เมื่อแสนยา นายทหารเรือหนุ่มถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ
ต้องหลบลี้หนีภัยออกนอกประเทศ วันที่นัดแนะกับภรรยาแสนรักเพื่อหนีไปใช้ชีวิตร่วมกัน
กลับเห็นหล่อนอยู่ในอ้อมกอดของเดชา พันตำรวจหนุ่ม...

เกือบห้าปีแห่งความทุกข์ยากในต่างแดน สิ่งเดียวที่สลักลึกในใจแค้น
คือนามของภรรยาแสนรักผู้ทรยศเขาอย่างเลือดเย็น นงคราญ!

นงคราญสู้ทนต่อคำครหาที่ผู้คนทั้งพระนครตราหน้าว่าเป็นหญิงแพศยา
ทรยศหักหลังสามี ทนถูกผู้คนที่หล่อนรักประณามหยามเหยียดด้วยความไม่รู้
เพื่อปกป้องครอบครัวรวมถึงชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของสามีมิให้มัวหมอง

หล่อนมิอาจแก้ไขความเข้าใจผิด ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น...
มีใครบางคนอยู่เบื้องหลัง และอีกหลายคนปิดบังความจริง







หลังอ่าน
เรื่องย่อจากปกหลังค่อนข้างรวบรัดชัดเจนอยู่แล้วนะคะ
คงไม่ต้องเล่าอะไรเพิ่มเติมอีก

เล่มนี้เป็นโรแมนติกดราม่าที่ย้อนยุคย้อนสมัยไปนู่นนนนนน...
กว่า 60 ปีผ่าน ซึ่งปกติจะเป็นแนวที่ชื่นชอบเป็นพิเศษของคนอ่านคนนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีอิงประวัติศาสตร์แฝงอยู่ด้วยหน่อย ๆ จะยิ่งโปรดเลยแหละ...
ซึ่งเล่มนี้ก็ตอบโจทย์ดังว่าเป๊ะๆ เลยทีเดียวค่ะ...
ประกอบกับเมื่อได้ยินได้ฟังจากคอดราม่าหลายต่อหลายเสียง
ถึงความรันทดน้ำตาหยดหยาดของนิยายเรื่องนี้ ซึ่งค่อนข้างตรงแนวที่กำลังโหยหาอยู่พอดี
ยิ่งกระตุ้นต่อมอยากอ่านให้ไม่อาจอยู่เฉยได้ ต้องขวนขวายหามาสนองนี้ดตัวเองอย่างเร่งด่วน
แต่พอได้หนังสือมาเข้าจริง โรค'ดอง'กับโรค'ผัด'ก็เกิดจะกำเริบขึ้นมาอีก เลยได้แต่วางไว้อย่างนั้นอยู่พักใหญ่ ๆ
เพิ่งจะได้ฤกษ์เบิกอารมณ์หยิบออกมาอ่านเมื่อเร็ว ๆ นี้ แหะๆ


อย่างที่บอกตอนต้น เรื่องนี้เป็นนิยายย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์ซึ่งเปิดเรื่องมาด้วยเหตุรัฐประหาร
อันเป็นต้นเหตุของเรื่องราวดราม่าทั้งหมด...มีการอ้างอิงถึงชื่อบุคคลที่มีตัวตนจริงในยุคนั้น
รวมถึงเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นจริงด้วย ทำให้เนื้อหาในนิยายมีความสมจริง น่าสนใจและดึงดูดมาก
ประกอบกับสำนวนภาษาและลีลาการเล่าเรื่องของคนเขียนลื่นไหลชวนอ่าน...







เพียงแต่ว่า...ประเด็นที่นำเสนอกับเนื้อหาหลักของเรื่องไม่ได้อยู่ตรงนั้น
หากแต่เป็นเรื่องราวความรักสามเส้าอันสุดแสนจะดราม่ายิ่งกว่าละครน้ำเน่าสักสิบเรื่องเอามายำรวมกันในเรืองเดียว
มีส่วนผสมของปุ่มปมต่างๆ ประดามีที่ประกอบอยู่ในเรื่องนั้นนิด เรื่องนี้หน่อย
ไม่ว่าจะปมอิจฉาริษยา ปมเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ปมแม่เลี้ยงลูกเลี้ยง ปมความหลังฝังใจ ...บลาบลาบลา...

ตัวละครทุกตัวไม่มีใครมีความปกติธรรมดาเป็นมนุษย์มนาสักเท่าไหร่เล้ย...
แทบทุกคนมีความสุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่งได้อย่างเหลือเชื่อ

นางเอกก็แสนดี แสนจะเป็นแม่พระอะไรปานนั้น...(จึงขณะอ่าน แทนที่จะรู้สึกสงสารเรากลับรำคาญอะ)
พระเอก...(คนไหนล่ะ...?)คนหนึ่งก็แสนจะโฉดและโหด(เหี้ย(ม))จนเหลือดี
อีกคนก็แสนจะซื่อบื้อจนทื่อมะลื่อ...มองหาเสน่ห์เร้าใจแทบไม่เห็น
(ถึงในตอนท้ายจะเห็นดีด้วยกับคนที่นางเอกเลือก แต่ในใจจริง ๆ อยากให้นางไม่เลือกใครเลยจะดีกว่า)
ตัวร้าย(นางอิจฉา)ก็ร้ายแบบไม่บันยะบันยัง ร้ายแบบโต้งๆ ตื้น ๆ
(แต่บทจะหายร้าย กลับเนื้อกลับตัวก็กลายเป็นดีได้ง่าย ๆ )





ขอสารภาพว่า...อ่านไปตงิด ๆ ไป มันอึดอัดขัดข้องไปกับพฤติกรรมของตัวละครไปเสียหมด
บทบางคนน่าสงสาร เราก็ไม่รู้สึกสงสารแต่หงุดหงิดรำคาญแทน
บางคนทำตัวน่าเกลียด แต่เราก็ไม่ค่อยเกลียด กลับสมเพช(แต่ไม่เวทนา)เสียมากกว่า

ความรู้สึกหลังอ่านมันจึงพลิกกลับสลับขั้วกับสิ่งที่คาดคิดไว้ขณะเริ่มอ่านบทแรกๆ
จากที่รู้สึกว่าเรื่องราวมีความสมจริง เพราะผู้เขียนมีการอ้างอิงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์
แต่เมื่ออ่านมาถึงพฤติกรรมหลายอย่างของตัวละครแต่ละตัว
มันกลับรู้สึกขัด ๆ ...ไม่อิน...ไม่คล้อยตาม...เกิดเป็นคำถามขึ้นในใจตลอดเวลา
ว่า...ทำไมทำอย่างนั้น ทำไมทำอย่างนี้...
โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงบริบทของเรื่อง ซึ่งฉากคือช่วงเวลาระหว่างปลาย ๆ ปีพ.ศ. ๒๔๐๐
ต่อเนื่องถึงต้น ๆ พ.ศ. ๒๕๐๐ ซึ่งดูเหมือนจะไม่ทันทั้งคนเขียนคนอ่าน
แต่จากที่ผ่านหู(ปู่ย่าตายายเล่าให้ฟัง) ผ่านตา(อ่านนิยาย + ตำราว่าด้วยเรื่องราวในยุคนั้นก็เยอะอยู่)มาบ้าง
พฤติกรรมหลายอย่างของตัวละครมันขัด ๆ กับความคิดความเชื่อชอบกล...
เช่นบทที่นางเอกยั่วยวนสามี บทมั่วเซ็กส์ของทั้งน้องสาวทั้งแม่เลี้ยงของแสนยา บทน้องกับแม่นางเอก...ฯลฯ

จะดูมีความเป็นมนุษย์ปกติอยู่บ้างก็คงจะเป็นพ่อนางเอกกับคู่หมั้นคนใหม่ของแสนยากระมัง

สรุปเลยนะคะว่าอ่านได้ อ่านจบ ไม่ถึงกับไม่ชอบ แต่ก็ไม่อาจบอกได้ว่าชอบ
มันแค่รู้สึกอึดอัดคับข้องใจขณะอ่าน แถมอ่านรีวิวมาเยอะ มีแต่คนอิน คนชอบ
บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาโศกาอาดูร ไอ้เราก็เลยเตรียมพร้อมเต็มที่
แต่พอไม่เจอจุดๆนั้นมันเลยเหมือนจะผิดคาดนิด ๆ แหะ ๆ











 

Create Date : 19 มิถุนายน 2560    
Last Update : 19 มิถุนายน 2560 15:39:58 น.
Counter : 190 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ มณีแห่งนิรันดร์....ไฟรักนั้น แด่นางในดวงใจ โดย "อสิตา" ~





มณีแห่งนิรันดร์
ผู้เขียน : อสิตา
ผู้พิมพ์ : สนพ.เก้าหาง(มีนาคม 60)
421 หน้า ราคา 395 บาท

ปกหลัง...


อัญมณี...ใต้หิมะ
หนึ่งบุรุษทรนง ผู้ครอบครองเปลวไฟสีน้ำเงิน
จำต้องนำ มณีแห่งนิรันดร์ ไปมอบแด่นางแม่มดร้าย
อายุนับหมื่นปี ที่สุดแดนหิมาลัย
หารู้ไม่...ไพลินนั้นคือของหมั้น
ตัวเขาเองคือ...เจ้าบ่าว...
ทั้งเขาเองยังต้องสร้าง'ปิ่นไพลิน' เพื่อนาง...
ใครเลยจะรู้... ใจที่แสนเย็นชาของตน
กลับถูกหลอมรวมไปด้วยช้า ๆ ...โดยไม่รู้ตัว...





หลังจากเรื่องราวอันพัวพันซับซ้อนของน้องสาวคนเล็กแห่งตระกูลเมห์ฮรา
แม่เสือดาวอัคนีมายากับพี่เลี้ยงคนพิเศษที่รอนแรมข้ามชาติข้ามภพมาด้วยกัน

ในเล่ม'มงกุฏอัคคี'ผ่านพ้นไปแล้ว
มาถึงเล่มนี้ก็ถึงทีของพี่ใหญ่...พ่อเสือขาวจอมโหดอย่างอัครา
ที่ต้องทำหน้าที่เป็นทูตสันถวไมตรีนำพาญาติผู้พี่ไปเป็นเจ้าบ่าว
ให้กับนางแม่มดพันปีแห่งยอดเขาหิมาลัย...
แลกกับการผูกสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มหมาป่าที่จ้องจะทำลายล้างตระกูลของพวกเขา
เพื่อการอยู่ร่วมกันโดยสันติ...

ทว่า...หลังจากการเดินทางผ่านภยันตรายนานา จนไปถึงรวงรังแห่งนางแม่มดเข้าจริง
เขาก็พบว่า ผู้ที่นางหมายมั่นจะครอบครองหาใช่เจ้าบ่าวที่พวกเขาจัดมา
หากแต่เป็นเขา...พร้อมกับเงื่อนไขที่เขาไม่อาจปฏิเสธ








โอ้ววววว....นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวมหัศจรรย์พันลึก
ที่เกิดขึ้นอย่างยอกย้อนซ่อนเงื่อนซ่อนปมจนต้องอ่านอย่างละเลียด
ละเอียดลออ ข้ามไม่ได้แม้แต่บรรทัดเดียว

อยากจะเล่าเยอะ ๆ ยาว ๆ อยู่นะคะ แต่บอกเลยว่านิยายของอสิตาเล่าต่อโดยไม่สปอยล์ได้ยากมาก
คนเขียนเค้าสานพล็อตไว้เป็นเครือข่ายโยงใยกันตลอดทั้งเรื่อง
หากเปิดปมใดปมหนึ่ง ก็จะส่งผลกระทบ กระเทือนเป็นวงกว้าง...

แต่บอกได้เลยว่าอ่านสนุกมาก...ทั้งสำนวนภาษาที่ลื่นไหล
ทั้งการดำเนินเรื่องที่ตัดสลับไปมาอย่างมีจังหวะจะโคน
หากก็โลดโผนเร้าใจ ชวนลุ้นชวนอินอยู่ตล๊อด ๆ

การสร้างสรรค์ตัวละครที่แต่ละคนต่างมีชีวิตจิตใจเป็นของตัวเอง...
สำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามมาแต่ต้น อ่านช่วงแรก ๆ อาจจะมีงุน ๆ งงๆ บ้าง
แต่หากเปิดใจ ค่อย ๆ ก้าวตามการจับจูงของผู้เขียน ที่บอกเล่าเรื่องราวด้วยลีลาสุดแนว
หากก็ไม่ยากที่จะทำความเข้าใจ และสร้างมโนภาพตามคำบอกเล่านั้น...
ก็จะสามารถทำความคุ้นเคยกับเรื่องราว และตัวละครแต่ละตัวที่ต่างก็มีบุคลิกลักษณะและที่มาที่ไปที่ชัดเจน
ที่กวนก็กวนได้โล่ ที่เกรียนก็เกรียนจนน่าหมั่นไส้...
ที่แอ๊บก็แอ๊บได้เนียนสนิท ซึ่งเมื่อแบไต๋ออกมาทำเอาคนอ่านต้องอึ้งตะลึงตึ่งๆ เลยทีเดียว

ในส่วนของเนื้อหาเรื่องราวที่คนเขียนจัดเต็มสุดๆ กับแฟนตาซีเว่อร์วังอลังการ
มีแอบแฝงสาระของชีวิตที่มาในรูปของสัญลักษณ์ต่างๆ
มีทั้งซีนดราม่าโรแมนติก บทรักบทร้าย ฉากโหดครบครัน...
ทั้งบางช่วงบางตอนยังผ่อนคลายด้วยการแฝงอารมณ์ขันไว้อย่างพอเหมาะพอสม

สรุปเลยแล้วกันค่ะว่าชอบมาก คอโรแมนติกแฟนตาซีไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งค่ะ










 

Create Date : 16 มิถุนายน 2560    
Last Update : 16 มิถุนายน 2560 13:56:20 น.
Counter : 176 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~มงกุฏอัคคี ... ไฟรักนี้ไม่มีวันดับ โรแมนติกแฟนตาซีเวอร์วัง...โดย "อสิตา" ~





มงกุฏอัคคี
ผู้เขียน : อสิตา
สำนักพิมพ์เก้าหาง(กันยายน 2559)
จำนวนหน้า 384 หน้า ราคา 355 บาท

คำโปรย...


อัญมณี...เหนือผืนทราย

ณ ใต้ต้นเพลิง คือจุดกำเนิดแห่งรักและแค้น
ของ องค์ชาย... นางทาส...ราชครู
บัดนี้ืผืนทรายได้กลบฝังทุกอย่างไว้
...ทว่า ต้นไม้ต้องสาปได้กลั่นโลหิต
เป็น “หยาดอัคคี” อำพันนั้นไหลไปตามหา
เพื่อนำพาพวกเขากลับมารับทัณฑ์บาป
...ภายใต้เงื้อมเงาแห่ง มงกุฏอัคคี .



.


เล่มนี้ถือเป็นเล่มที่สาม ในชุด'อัญมณีแห่งไฟ' ของนักเขียนนาม"อสิตา"
จากเรื่องแรก"มายาไฟในดวงตา" ที่บอกเล่าเรื่องราวความรักความแค้น
ของหญิงสาวชาวไทยที่สืบเชื้อสายยิปซีมาจากคุณย่าอมินตาผู้ลึกลับ
กับสมิงพรายหนุ่มผู้เป็นผู้นำแห่งตระกูลเมห์ฮรา...เจ้าแห่งไฟ
มาต่อเล่มที่สอง โมรารัตติกาล ก็ยังคงเป็นเรื่องที่สืบเนื่องกัน
หากแต่เป็นเรื่องราวของคนในตระกูลเมห์ฮราอีกสายหนึ่ง
ผู้ถูกความแค้นครอบงำจิตวิญญาณเสียจนมืดมิด
จะมีก็แต่รังสีแห่งหินโมราเม็ดนั้นเท่านั้นที่อาจจะช่วยให้เขากลับคืนมามีชีวิตอีกครั้ง
พลอยโมรา...และสาวน้อยผู้ครอบครองอำนาจแห่งมันผู้นั้น...สิตารา

(และในเล่มนี้ นอกเหนือจากเรื่องราวของชามัลกับสิตาราอันถือเป็นคู่หลักของเรื่องแล้ว
ยังมีเรื่องที่ซ้อนเข้ามาอย่างเรื่องของพ่อเสือหนุ่มน้อยมัชฌิม์ ลูกชายคนกลางของผู้นำตระกูลเมห์ฮราด้วย...
ซึ่งถึงแม้จะออกมาไม่เยอะมาก แต่เรื่องราวและบทบาทของเขาก็โดดเด่น อ่านแล้วฟินไม่เบาทีเดียวเชียว)

แม้จะบอกว่าเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน
แตโดยพล็อตและการดำเนินเรื่องแล้วก็สามารถแยกอ่านเป็นอิสระแก่กันได้
โดยไม่งง สับสนหรือตกหล่นอะไรค่ะ เพราะผู้เขียนเขาแม่นในเรื่องของพล็อต
บุคลิกและผังความสัมพันธ์ของตัวละคร รวมถึงลำดับเวลาของเรื่องราว




.


อย่างเล่มนี้ ซึ่งเป็นเล่มที่สามของชุด โดยกำหนดให้เป็นเรื่องของสาวน้อยอัคนิมายา
ลูกสาวคนเล็กของผู้นำตระกูลเมห์ฮรา ซึ่งหลงรักและผูกพันกับพี่เลี้ยงพิเศษ
อย่างชนะทัศน์มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อย
มิใยที่ฝ่ายชายจะพยายามปิดกั้นตัวเองและผลักไสเธอออกห่างตัวด้วยเกรงใจผู้เป็นนายเหนือห้ว...
แต่ในที่สุดเขาก็ต้องยอมรับว่า...ชะตากรรม เป็นสิ่งที่ไม่มีใครหลีกพ้น
เพราะแท้จริงแล้ว พวกเขาไม่ใช่จะเพิ่งได้รู้จักและผูกพันกันแต่ในชาตินี้เท่านั้น
ทว่าทั้งคู่ต่างเคยมีกรรมเวรผูกติดกันมาแต่ชาติปางนู้นนนน...

ผู้เขียนเปิดเรื่องมาด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอาณาจักรโบราณ ย้อนหลังไปนับพัน ๆ ปี
เรื่องของความรัก ความแค้นที่พัวพันกันระหว่างหนึ่งองค์ชาย หนึ่งนางทาส และหนึ่งราชครู
ที่ก่อให้เกิดเป็นสายสัมพันธ์สืบเนื่องโยงใยกันมาถึงภพปัจจุบัน...
ที่แม้สิ่งต่าง ๆ ได้สูญสลาย เลือนหายไปกับกาลเวลาอันเนิ่นนาน
กระทั่งความทรงจำก็มิหลงเหลือ
แต่สิ่งหนึ่งซึ่งแน่นอนที่สุดว่ามิได้ลบเลือนไปตามสิ่งอื่น ๆ นั่นก็คือ...
ผลแห่งกรรมที่แต่ละคนได้สั่งสมไว้ไม่ว่าจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่ว
มันต้องตามติดมาสนองตอบหรือชดใช้ให้ครบครันไม่มีละเว้นเป็นแน่

นั่นจึงเป็นที่มาของเรื่องราวอันโลดโผนโจนทะยานของแม่เสือดาวสาวน้อยอัคนีมายา...
ผู้ที่อาจจะต้องรับหน้าที่เป็นผู้นำแห่งตระกูลในกาลต่อไป...
ซึ่งเรื่องราวของเธอจะพาเราย้อนอดีตไปถึงจุดกำเนิด
ที่มาที่ไปของสายตระกูลของเธอเองทั้งสองฝั่ง
คือตระกูลทางฝั่งพ่อ 'เมห์ฮรา' และฝั่งแม่ 'คุปตะจินดา'


.


โอยยยย...เรื่องราวเค้าซ้อนทับซับซ้อนมากมาย...
เล่าเรื่องโดยไม่สปอยล์ยากมากขอบอก...(ก็เลยขอไม่เล่าละกัน...)

เป็นโรแมนติกแฟนตาซีในแบบฉบับของ"อสิตา"เขาแหละค่ะ .
ด้วยพล็อตที่โดดเด่นและแข็งแรง การเล่าเรื่องที่ตัดสลับกันไปมา
ระหว่างโลกที่แตกต่างกันสองขั้ว ทั้งโลกในอดีตกับโลกปัจจุบัน
และโลกแห่งแฟนตาซีกับโลกในความเป็นจริง...
ที่ผู้เขียนทำได้อย่างค่อนข้างกลมกลืนลื่นไหลดูเนียนเป็นธรรมชาติมาก
อ่านแล้วไม่รู้สึกถึงรอยต่อหรือจุดสะดุดเลย

จุดที่ชื่นชอบที่สุดในนิยายของอสิตาแต่ละเล่มแต่ละเรื่องคือตัวละครค่ะ
ตัวละครของอสิตามีบุคลิกลักษณะที่โดดเด่นชัดเจนทุกตัว
ตั้งแต่ตัวเอก ตัวรอง กระทั่งตัวประกอบยิบย่อย
ล้วนต้องมีสายสัมพันธ์โยงใยซึ่งกันและกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
และแต่ละตัวจะต้องมีบทบาทที่ส่งผลในการขับเคลื่อนไปของเรื่องราว
ทุกตัวมีด้านดีด้านร้าย มีมุมมืดมุมสว่าง...
ซึ่งผู้เขียนก็ได้พยายามชี้ให้เราเห็นกลาย ๆ ว่าส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากการเลี้ยงดูและการหล่อหลอมในวัยเด็กนั่นเอง

อีกจุดที่ชื่นชอบและต้องขอชมเชยก็คือสำนวนภาษาค่ะ
ผู้เขียนมีลีลาการเล่าเรื่องด้วยภาษาที่ชวนอ่านและชวนอิน
ไม่ว่าจะเป็นการบรรยายสถานที่ ฉากการต่อสู้ไล่ล่า การขับเคี่ยวเชือดเฉือนกันด้วยวาจา
บางครั้งก็มีแทรกบทประชดประชันเสียดสี หากบางทีก็ผ่อนอารมณ์ผู้อ่านด้วยการเจืออารมณ์ขันไว้ประปราย
ตลอดถึงฉากรักอันร้อนแรงดุดันในบางช่วง และกุ๊กกิ๊กมุ้งมิ้งในบางตอน...
เธอสามารถอะ...ทำให้คนอ่านรู้สึกอินและลุ้นตาม รับร่วมในอารมณ์ของตัวละครไปโดยตลอด

อ้ะ...เวิ่นเว้อมากไปจะกลายเป็นอวยเว่อร์ ก็อวยนั่นแหละ อ่านแล้วชอบนิ
เอาเป็นว่าชวนอ่านค่ะ คนเขียนเขามีของมีอะไรให้เก็บเกี่ยวเยอะอยู่
ไม่ใช่แค่แฟนตาซีเว่อร์วังเท่านัน


.










 

Create Date : 16 มิถุนายน 2560    
Last Update : 16 มิถุนายน 2560 13:09:21 น.
Counter : 186 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 166 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~

~ตะวันไม่มีวันตกดิน/อาสดา~

~มณีแห่งนิรันดร์/อสิตา~

~มงกุฏอัคคี/อสิตา~

~วงกตกุหลาบ/อุธิยา~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.