“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

~ บันทึกส่วนตัวซายูริ: บันทึกของเด็ก ๗ ขวบ เด็กหญิงซายูริ ซากาโมโตะ ~







บันทึกส่วนตัวซายูริ
ผู้เขียน เด็กหญิงซายูริ ซากาโมโตะ(เขียน/ภาพประกอบ)
สนพ.ผีเสื้อ
๓๖๘ หน้า ราคา ๒๙๗ บาท


หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือพิเศษ ที่ผู้เขียนเป็นเด็กหญิงวัยเพียง 7 ขวบ
เธอบอกเล่าประวัติชีวิตตัวเอง รวมถึงสิ่งต่าง ๆ รอบๆ ตัวเธอ
ผ่านสมุดบันทึกได้อย่างน่าสนใจมาก

เธอมีมุมมองที่ซื่อใสบริสุทธิ์ไร้เดียงสา
ที่นอกจากจะเป็นตัวแทนของเด็ก ๆ วัยเดียวกัน
บอกถึงความคิดความฝัน ความรู้สึกของพวกเขาแล้ว
เธอยังเป็นแรงบันดาลใจของทั้งเด็กและผู้ใหญ่อีกมากมายนัก






ซายูริบอกว่าเธอไม่ใช่ลูกครึ่ง เพราะครึ่งคือการแบ่งออกจากกันเป็นสองซีก
แต่เธอไม่ได้แบ่งออก เธอเกิดจากการผสมกัน
ซายูริจึงเป็นลูกผสมระหว่างแม่ที่เป็นคนไทยและพ่อที่เป็นชาวญี่ปุ่น...

และเธอก็ช่างเป็นส่วนผสมของสองวัฒนธรรมที่ลงตัวเหลือเกิน
เธออ่อนน้อมถ่อมตัว อ่อนโยนและจิตใจดี มีอารมณ์ขัน ยิ้มและหัวเราะได้ง่ายๆแบบไทยๆ ...
ในขณะเดียวกันเธอก็เข้มแข็ง ขยัน อดทน
มีระเบียบวินัยในตัวเองค่อนข้างสูง...ตามแบบฉบับเด็กญี่ปุ่น





น่ารักค่ะ อ่านแล้วได้ฉุกคิด ได้ตริตรอง ได้ทบทวนหวนหาความทรงจำในอดีต
และระลึกรู้ว่า...ครั้งหนึ่ง เราก็เคยเป็นเด็กเหมือนกัน






 

Create Date : 05 ตุลาคม 2559    
Last Update : 5 ตุลาคม 2559 15:54:27 น.
Counter : 575 Pageviews.  

~ Wolf Children สองพี่น้องเด็กหมาป่า : "คู่จี๊ดชีวิตอัศจรรย์" ฉบับนิยาย ~






Wolf Children สองพี่น้องเด็กหมาป่า
ผู้เขียน :โฮโซดะ มาโมรุ
ผู้แปล: เลอลักษณ์ วีรวุฒิไกร
สนพ.ไอแอมบุ้ค/พิมพ์(ต.ค. 58)
269 หน้า ราคา 230 บาท

เรื่องย่อ


ฮานะ สาววัย 19 ผู้ตกหลุมรักหนุ่ม “มนุษย์หมาป่า”
และได้แต่งงานกันจนมีลูก 2 คน ได้แก่ ยูคิ(แปลว่าหิมะ)
ซึ่งเป็นพี่สาวคนโต เพราะเกิดในวันหิมะตก
ส่วนน้องชายอีกคนชื่ออาเมะ (แปลว่า ฝน) เพราะเกิดในวันฝนตกนั่นเอง
ทั้ง 4 ต้องอาศัยอย่างหลบๆซ่อนๆอยู่ในเมือง
จากความจริงที่ว่าลูกๆทั้งสองก็เป็น “มนุษย์หมาป่า” ด้วย
แต่แล้วเมื่อพ่อต้องมาเสียชีวิตไปอย่างกระทันหัน
ฮานะ จึงตัดสินใจพาลูกทั้งสองไปสู่ชนบทห่างไกลอันเงียบสงบ
หลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่

ในวันหนึ่งที่มีพายุพัดเข้ามานั้น เวลาที่ทั้งสองต้องกำหนดชะตาชีวิตก็มาถึงในที่สุด ..






หลังอ่าน...
เรื่องราวก็เป็นไปตามเรื่องย่อ ๆ ข้างบนนั่นเลยค่ะ
นิยายเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากบทภาพยนต์แอนิเมชั่นของญี่ปุ่นทีได้รับรางวัลมากมาย
และเคยมีมาฉายในเมืองไทยในชื่อ Wolf Children - คู่จี๊ดชีวิตอัศจรรย์
ซึ่งหลายคนอาจจะเคยได้ดู (ส่วนตัวคิดอยู่ว่าอ่านจบแล้วเดี๋ยวหาแผ่นมาดูมั่งแล้วค่ะ)

เรื่องราวน่ารักดี เดินเรื่องรวดเร็วฉุบฉับตามแบบฉบับนิยายที่แปลงมาจากการ์ตูน
แต่บทบรรยายก็สามารถให้ภาพ อารมณ์และความรู้สึกของตัวละครได้ดี
โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างหนูน้อยหมาป่าทั้งสอง

ตัวละครสำคัญที่สุดในเรื่องคือคนเป็นแม่อย่าง "ฮานะ"
ถึงแม้เธอจะอายุน้อย แต่เธอก็เข้มแข็ง เป็นสาวนักสู้อย่างแท้จริง
เมื่อสามีที่เป็นมนุษย์หมาป่าตายจากไปหลังจากเธอคลอดลูกคนที่สองได้เพียงวันเดียว
เธอสาบานกับรูปถ่ายของเขาในใบขับขี่ว่าเธอจะเลี้ยงลูกน้อยสองคนอย่างดีที่สุด
แล้วเธอก็ทำได้...เธอทำงานหนัก อดทนอดกลั้นต่อความลำบากทั้งมวลของการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว...
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... แม่เลี้ยงเดี่ยวของลูก ๆ ที่ไม่ใช่เด็กธรรมดา

เธอต้องคอยหลบซ่อน ปิดบังธรรมชาติของลูก ๆ จากสายตาคนภายนอก
และเมื่อถึงจุดๆหนึ่งที่เธอไม่อาจอำพรางตัวตนของลูก ๆ ได้อีกต่อไป
เธอก็ต้องหอบลูกน้อยทั้งสองออกจากเมือง มุ่งสู่ชนบทที่ห่างไกลชุมชน
เธอเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่น และยืนหยัดที่จะดำเนินชีวิตอยู่อย่างพึ่งพาตนเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
หากก็ไม่ปฏิเสธความช่วยเหลือรวมทั้งคำแนะนำสั่งสอนจากผู้อื่น อย่างอ่อนน้อมถ่อมตน
เธอเรียนรู้ทำความเข้าใจธรรมชาติของเด็ก ๆ ที่เกิดมาเป็นส่วนผสมของสองสายพันธุ์ในตัว
เพื่อที่จะยอมรับในการตัดสินใจของลูก ๆ เมื่อถึงเวลา





ในขณะที่ยูคิ เด็กหญิงผู้พี่เลือกที่จะใช้ชีวิตในแบบมนุษย์
โดยพยายามสะกดกลั้นธรรมชาติสัตว์ป่าในตัวเองไว้อย่างมิดเม้น
ทำตัวกลมกลืนกับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียน

อาเมะผู้น้องชายกลับเลือกที่จะขึ้นไปบนภูเขาเพื่อเรียนรู้วิถีแห่งการเป็นมนุษย์หมาป่า
ซึ่งไม่ว่าลูก ๆจะเลือกหรือตัดสินใจที่จะเป็นไปในวิถีใด
ผู้เป็นแม่อย่างฮานะทำได้เพียงรับรู้และเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ เท่านั้นเอง

ในเรื่องนอกจากจะบอกเล่าถึงตำนานมนุษย์หมาป่า
ความเป็นมาเป็นไป ธรรมชาติวิสัยและสัญชาตญาณต่างๆ ของสัตว์ป่าแล้ว
ยังมีแทรกสาระว่าด้วยการทำการเกษตร
และวิถีชีวิตในชนบทห่างไกลของญีปุ่นอีกด้วย

อ่านแล้วชอบมากค่ะ
จึงหยิบมาบอกต่อ ชวนอ่านกันวันนี้


**อ้อ...หนังสือเล่มนี้มีรางวัลการันตีความจี๊ดดังนี้ค่ะ

รางวัลชนะเลิศ ภาพยนตร์แอนิเมชั่นNew York international Children’s Film Festival ครั้งที่ 16
รางวัลจากงาน Sitges Film Festival ของสเปน
รางวัลแอนิเมชั่นแห่งปี จากงาน Japan Acadamy Prize ครั้งที่ 36
และรางวัลอื่นๆ อีกมากมายจากทั่วโลก










 

Create Date : 25 กันยายน 2559    
Last Update : 25 กันยายน 2559 15:40:22 น.
Counter : 562 Pageviews.  

~เล่มนี้ของพี่...ดีมากกกกก..."ผมไม่กลัว/ IO NON HO PAURA" โดย นิกโกโล อัมมานิติ/งามพรรณ (แปล) ~





ผมไม่กลัว / IO NON HO PAURA
ผู้เขียน : นิกโกโล อัมมานิติ/ NICCOLO AMMANITI
ผู้แปล : งามพรรณ เวชชาชีวะ
ผู้พิมพ์ : สนพ.ผีเสื้ออิตาลี(พ.ย. 2551)
289 หน้า ราคา 197.50 บาท


เรื่องย่อ(ย่อเอง)
...

"ผมไม่กลัว" เป็นเรื่องเล่าของเด็กชายมิเกเล่ อายุ 9 ขวบ(ซึ่งเล่าตอนที่เขาโตแล้ว...ผ่านสรรพนาม"ผม")
เขาอาศัยอยู่กับครอบครัวในชุมชนเล็ก ๆ ที่เรียกว่าอักกวา ทราแวร์เซ่ ชนบทที่ห่างไกลของอิตาลี
เขาเล่าถึงเพื่อน ๆ ที่มาจากครอบครัวที่แตกต่าง และหล่อหลอมให้มีอุปนิสัยที่แตกต่างกัน
มีการแข่งขัน เล่นเกมแบบเด็ก ๆ
มิเกเล่มีน้องสาวตัวเล็กอีกคนหนึ่งที่คอยติดสอยห้อยตามเขาไปไหนต่อไหนด้วยเนือง ๆ
และมีอยู่บ่อยครั้งที่เขาต้องแพ้การแข่งขันเพราะน้องสาว แต่เขาก็ยอมด้วยความรักน้อง

วันหนึ่ง ในระหว่างการรับโทษที่แพ้เกม เขาก็ได้พบเด็กชายแปลกหน้าคนหนึ่ง
อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา ถูกขังไว้ในหลุมลึก ในบ้านร้างบนเนินเขา
มิเกเล่ตื่นเต้นและหวาดกลัวมาก แต่เขาก็เก็บงำเรื่องนี้เป็นความลับ
ยึดตามธรรมเนียมของกลุ่มว่าใครพบสิ่งใดก่อน สิ่งนั้นย่อมเป็นสมบัติของผู้นั้น
เขาพยายามตามหาที่มาของเด็กคนนั้น ตามแต่จินตนาการของเขาจะคิดไปถึง
จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาแอบได้ยินพวกผู้ใหญ่พูดถึงเด็กที่พวกเขาลักพาตัวมา...
มิเกเล่รู้สึกเจ็บปวดแทนเด็กชายผู้นั้น...แม้จะกลัวคนอื่นรู้
แต่เขาก็กลับไปหาเด็กคนนั้นอีก แอบนำขนมและอาหารไปให้...
แต่แล้วเขาก็ถูกจับได้...พ่อสั่งห้ามไม่ให้เขาไปที่นั่นอีก
ไม่อย่างนั้นเด็กคนนั้นจะเป็นอันตราย...

แต่ด้วยคำมั่นสัญญาที่เขาให้ไว้กับเพื่อน...
และเพื่อปกป้องผู้เป็นพ่อไม่ให้ต้องทำสิ่งชั่วร้าย
เขาต้องละวางความกลัวทั้งหมด...






"ผมไม่กลัว" เป็นวรรณกรรมแปลที่แปลจากภาษาอิตาเลี่ยนโดยตรง
ด้วยสำนวนภาษาที่อ่านง่าย ลีลาการเล่าเรื่องที่กระชับ ฉับไว
หากก็ลงลึกในรายละเอียดของฉาก ตัวละคร และเนื้อหาเรื่องราว

มีเรื่องของความรักความสัมพันธ์อันอบอุ่นในครอบครัว
ระหว่างพ่อ แม่ ลูก พี่ชาย น้องสาว และระหว่างเพื่อน
การต่อรองแลกเปลี่ยน การหักหลัง การขอโทษและการให้อภัย...
ผู้อ่านจะสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนึกคิดของเด็กผู้ชายวัย 9 ขวบ
ที่ช่างคิดช่างฝัน ช่างจินตนาการ
และก็มีความกลัวตามประสาเด็ก ๆ ทั่วไป...
ทว่าเหนือความกลัว คือจิตสำนึก มิตรภาพและคำมั่นสัญญา





นวนิยายเรื่องนี้ได้รับรางวัลวิอาเจโจ ราปาชิ เมื่อ ค.ศ.๒๐๐๑
รางวัล Viareggio-Rapaci ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ.๑๙๒๙ เริ่มมอบรางวัลปีแรก ค.ศ.๑๙๓๐
นับเป็นรางวัลด้านวรรณกรรมที่ทรงอิทธิพลรางวัลหนึ่งของอิตาลี
นิกโกโล อัมมานิติ เป็นนักเขียนอายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลนี้
เรื่องนี้ สร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อ ค.ศ.๒๐๐๓
ฉบับแปลภาษาอังกฤษ ชื่อ I'm not Scared
แปลเป็นภาษาต่างๆ มากกว่า ๒๐ ภาษา
ภาษาไทยเป็นภาษาล่าสุด





*หนังสือเล่มนี้อ่านไปเมื่อหลายเดือนก่อน เคยรีวิวตอบโจทย์บิงโกในเฟสบุ้กไปแล้ว
แต่เผอิญช่วงก่อนคอมโดนไวรัสเขมือบจนข้อมูลเก่า ๆ หายเกลี้ยง
จึงไม่ได้นำมาอัพบล็อกทันทีที่อ่านจบในตอนนั้น
พอเห็นโปรเจ็กต์นี้ของบล็อกแก็งค์ จึงนึกถึงเล่มนี้ขึ้นมา
ตามไปรื้อรีวิวมาจากอัลบั้มบิงโกในกองดอง...
หยิบมาชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ...เพื่อตอบโจทย์ที่ว่า...

เล่มนี้ของพี่ดียังไง...









 

Create Date : 11 กันยายน 2559    
Last Update : 11 กันยายน 2559 12:06:34 น.
Counter : 416 Pageviews.  

~ เด็กชายนุ่งชุดกระโปรง/The Boy in the Dres โดย เดวิด แวเลี่ยมส์ (แปลโดย สาลินี คำฉันท์) ~





เด็กชายนุ่งชุดกระโปรง
(The Boy in the Dress)
ผู้เขียน เดวิด แวเลี่ยมส์
ผู้แปล สาลินี คำฉันท์
สนพ.ผีเสื้อ(อังกฤษ)/พิมพ์ (ธ.ค. 53)
206 หน้า ราคา 164 บาท


จากปกหลัง


นักเขียนฅนนี้ ที่นักวิจารณ์กล่าวขานกันว่า
คือผู้จะมาสานต่อภาระหน้าที่ของโรอัลด์ ดาห์ล
ในโลกแห่งวรรณกรรมเยาวชนอันยิ่งใหญ่
ภาระที่จะทำให้นักอ่านทั้งหลายฉงนสนเท่ห์นักว่า
เขาทำให้ทุกฅนถูกตรึงอยู่ด้วยถ้อยคำง่ายๆได้อย่างไร
เขาทำให้เด็กและผู้ใหญ่หัวเราะร่วนอย่างง่ายดาย
แทบจะไม่เห็นร่องรอยของความพยายามเลย
เขาฉุดผู้อ่านขึ้นจากห้วงทุกข์
ให้มาร่วมรื่นเริงสนุกสนานอยู่ยนขบวนแถวอักษร
มาพร้อมใจกันยอมรับมิตรใหม่อย่างไม่ด้อยไปกว่าโรอัลด์ ดาห์ล
แต่ที่นักวิจารณ์กล่าวถึงเพิ่มเติม คือ
เขาไม่เหมือนโรอัลด์ ดาห์ลในหลายสิ่งหลายอย่าง
สรุปว่าเขาต่างจากโรอัลด์ ดาห์ลแน่
จะมีก็เพียงสิ่งเดียวที่เหมือนกันสนิท
นั่นคือ เขาเป็นนักเขียนผู้สามารถเก่งกาจ
เขาคือเดวิด แวล๎เลี่ยมส๎ นักเขียนหนุ่มผู้ซึ่งเควนทิน เบลค
ปรมาจารย์ด้านนรูปประกอบประทับตรารับรอง








เรื่องนี้เป็นวรรณกรรมเยาวชนแปลจากอังกฤษค่ะ

เป็นเรื่องราวของเดนนิส เด็กชายธรรมดา ๆ อายุสิบสองปีที่อาศัยอยู่กับพ่อ
ที่เป็นม่ายเพราะแม่ของเดนนิสจากไปเมื่อสองปีก่อน
กับพี่ชายคนสหนึ่ง อายุสิบสี่ปี(เดนนิสมักจะรำคาญพี่ชายตัวเองเสมอที่เขาอายุมากกว่า)

ทั้งพ่อและพี่ชายแสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวที่แม่ออกจากบ้านไป
จนสั่งห้ามไม่ให้มีการพูดถึงแม่ในบ้าน
แต่เดนนิสคิดถึงแม่อยู่เสมอ และแอบเก็บรูปของแม่ที่รอดพ้นจากการเผาของพ่อไว้ได้ใบหนึ่ง
ซึ่งเขาต้องแอบดูมันทุกวัน เขาชอบดูชุดกระโปรงที่แม่สวมใส่

วันหนึ่งเมื่อเดินผ่านร้านขายของ เขาเจียดเงินค่าขนมของตนเอง
ซื้อนิตยสารโวค เพียงเพราะภาพปกที่มีรูปผู้หญิงใส่กระโปรงสวยๆ
มันเตือนให้เขานึกถึงภาพของแม่
แต่เมื่อพ่อมาพบเข้าพ่อก็โกรธมาก และเอาโว้คของเขาไปทิ้งขยะ

เดนนิสเป็นนักฟุตบอลล์ เขาเป็นมือยิงประตูอันดับหนึ่งของโรงเรียน
วันต่อมาเดนนิสถูกทำโทษให้ต้องอยู่เย็นหลังเลิกเรียน
ทำให้เขาได้รู้จักกับลิซ่า เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโรงเรียน
ลิซ่าถูกทำโทษเช่นกันด้วยความผิดที่เธอแต่งกายผิดระเบียบ

พวกเขาคุยกันถูกคออย่างรวดเร็ว ลิซ่าชอบออกแบบเสื้อผ้า
เธอชวนเดนนิสไปที่บ้านของเธอเพื่อไปดูชุดที่เธอออกแบบ
กับนิตยสารโวคที่เธอมีสะสมไว้เป็นตั้ง ๆ

แล้วเธอก็นึกสนุก จับเดนนิสนุ่งชุดกระโปรงที่เธอออกแบบ
พร้อมทั้งแต่งหน้าให้จนเดนนิสกลายเป็นสาวน้อยเดอนี้สได้อย่างแนบเนียน...
แล้วเรื่องราวก็เลยเถิดบานปลาย เมื่อลิซ่าพาเดอนี้สไปโรงเรียน
และหลอกใคร ๆ ว่าเจ้าหล่อนเป็นเพื่อนชาวฝรั่งเศสของลิซ่า...
แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการถูกจับได้ ครูใหญ่โกรธมากและไล่เดนนิสออกทันที...

แต่ในอีกไม่กี่วันต่อมา ทีมฟุตบอลล์ของโรงเรียนจะต้องลงแข่งรอบชิงชนะเลิศ
แต่เดนนิสจะลงแข่งได้ยังไง ก็เขาถูกไล่ออกแล้วนี่...
ในครึ่งแรกของการแข่งขันทีไม่มีเดนนิส ทีมโรงเรียนของเขาต้องเสียประตูให้ทีมคู่แข่งถึง 6 ประตู
ลิซ่าถือเป็นความรับผิดชอบของเธอในการที่เดนนิสถูกไล่ออกและไม่ได้ลงเล่นในแมทช์นี้
เธอจึงเกิดไอเดียบางอย่างขึ้น...

ไปลุ้นกันค่ะ ว่าลิซ่าแก้ปัญหานี้อย่างไร
และสุดท้ายทีมฟุตบอลล์ของพวกเขาสามารถตีไข่แตกหรือไม่
แล้วเดนนิสจะกลับเข้าไปเรียนในโรงเรียนเดิมได้หรือเปล่า...?






สนุกอ่ะ ได้อารมณ์เหมือนอ่านงานของลุงดาห์ลจริง ๆ ด้วยแฮะ
ทังเนื้อหาเรื่องราว ทั้งลีลาการเล่าเรื่อง
กระทั่งทัศนคติบางอย่างของตัวละครที่ปรากฏในเรื่องก็มีความคล้ายคลึงกับโรอัลด์ ดาห์ลในหลายแง่มุม
โดยเฉพาะฉากในโรงเรียน...
ครูใหญ่ในเรื่องนี้ อ่านแล้วเราไพล่นึกไปถึงครูเขาวัวของมาทิลด้าล่ะ ฮ่า ๆ

นักเขียนชาวอังกฤษเขามีไบแอสกับ"ครูใหญ่"ในโรงเรียนชั้นประถมที่เหมือน ๆ กันหรือไงนะ













 

Create Date : 03 มกราคม 2559    
Last Update : 3 มกราคม 2559 14:58:29 น.
Counter : 584 Pageviews.  

~ หน้ากาก มหัศจรรย์แห่งใจ : Masks (ฤดูร้อน/แปล)~





หน้ากากมหัศจรรย์แห่งใจ : Masks
ผู้เขียน : กลอเรีย แฮตริก Gloria Hatrick
ผู้แปล : ฤดูร้อน
สนพ.บ.ต้นอ้อ-แกรมมี่ (ครั้งที่ 1 /2539)


ปกหลัง :


หน้ากากที่เป็นรูปหน้าสัตว์สารพัดชนิด แขวนติดอยู่บนฝาผนังในห้องทำงานของพ่อ
เป็นกรุสมบัติที่สร้างความพิศวงให้พีทและวิลสองพี่น้องอยู่เสมอ ...
แต่พ่อของพวกเขา ซึ่งเป็นนักสะสมหน้ากากจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้เคยเตือนเด็กทั้งสองใว้แล้ว
ถึงพลังอำนาจลึกลับของหน้ากากเหล่านี้
เขาเคยเล่าเรื่องราวของคนที่แปลงร่างโดยหน้ากาก หมอผู้กลายเป็นเสือดาว และหญิงชราที่กลายเป็นนกฮูก...

เมื่อวิลล้มป่วยลงอย่างกะทันหันด้วยโรคที่ทำให้ขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้
ความสัมพันธ์อันแนบสนิทเหนือธรรมดาระหว่างสองพี่น้อง ทำให้พีทต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อให้พี่ชายหายจากโรคร้าย
เขาต้องฝ่าฝืนกฏของโรงพยาบาล และพีทก็ไม่สนใจคำเตือนของพ่อถึงอันตรายของหน้ากากโดยการเอาหน้ากากมาใช้
แล้วผลลัพธ์ของการกระทำนั้น...ก็ทำให้เกิดเหตุการณ์มหัศจรรย์ที่แสนตื้นตันและน่าชื่นใจ

กลอเรีย แฮตริก เขียนนวนิยายเรื่องแรกได้อย่างน่าประทับใจเต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ
และท้าทายให้ผู้อ่านมองดูความเป็นจริงด้วยสายตาคู่ใหม่






หลังอ่าน...
เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่รู้สึกว่าเรื่องราวมันลึกซึ้ง ชวนคิดมากกว่าที่จะเป็นหนังสือสำหรับเด็กจริง ๆ ...
เรื่องย่อ ๆ ก็ตามปกหลังนั่นเลยค่ะ...
เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย...

ครอบครัวชิสโฮล์มเพิ่งเดินทางกลับจากอเมริกา เมื่อจู่ ๆ วิลก็ล้มป่วยลงอย่างกระทันหัน
ด้วยโรคที่พวกเขาไม่คุ้นชื่อมาก่อน...โรคนี้ทำให้วิลอ่อนกำลังจนไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวเองได้

พีท-น้องชายของวิล รู้สึกสับสน รับไม่ได้และหวั่นใจ...
จากท่าทีของพวกผู้ใหญ่ วิลดูเหมือนจะเป็นโรคอะไรสักอย่างที่ร้ายแรง
และ...กำลังจะตาย

แต่เขาไม่ยอมให้วิลต้องตายง่าย ๆ เป็นอันขาด...เขาต้องทำทุกวิถีทางที่จะทำให้วิลหาย...
และกลับมาเล่นเกมต่าง ๆ กับเขาเหมือนเดิม...
เขาต้องตั้งมั่นในความเชื่อนี้ไว้...ความเชื่อที่ว่า...วิลจะต้องหาย...

พ่อของทั้งสองคนเป็นนักมานุษยวิทยาที่มักจะเดินทางไปยังดินแดนต่าง ๆ ทั่วโลก
และเขามักจะเก็บสิ่งของต่าง ๆ จากดินแดนเหล่านั้นกลับมาสะสมไว้ที่บ้าน...

หนึ่งในบรรดาสิ่งของเหล่านั้นก็คือหน้ากาก...หน้ากากรูปใบหน้าสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งพ่อจะหวงแหนเป็นพิเศษ

ตอนที่ยังเด็กกว่านี้ วิลและพีทมักจะแอบเอาหน้ากากพ่อมาเล่น
เมื่อสวมใส่หน้ากากรูปอะไรพวกเขาก็จะจินตนาการว่าเป็นสัตว์นั้น ๆ ...

เมื่อต้องมาติดแหง็กอยู่บนเตียงคนไข้ ไม่สามารถพูดหรือขยับตัวได้ วิลพยายามบอกให้พีทเอาหน้ากากมาให้...
ด้วยสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างพี่น้อง...พีทเข้าใจวิลได้โดยไม่ยากเย็นนัก...

และแล้ว...ในขณะที่ยังนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง เมื่อพีทสวมหน้ากากเข้าที่ใบหน้าวิล...
เขาก็สามารถโลดแล่นไปยังที่ต่าง ๆ ได้อย่างสนุกสนานและตื่นเต้น...


เรื่องเล่าผ่านมุมมองของพีท...บอกเล่าถึงความพยายามของเขาในการที่จะช่วยให้วิลหายจากโรคร้าย
ด้วยเกมจินตนาการที่พวกเขาเคยเล่นด้วยกัน...
แม้จะถูกขัดขวางจากพวกผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจ และมองว่าเป็นเรื่องเหลวไหล...

และมีบางส่วนที่เป็นประหนึ่งกระแสความคิดความรู้สึกของวิล ขณะสวมหน้ากากแล้วได้เผชิญกับสิ่งต่าง ๆ นอกเขตห้องพยาบาลของเขา...

อ่านแล้วก็ประทับใจ ซาบซึ้งใจกับความรักความผูกพันของหนุ่มน้อยสองพี่น้องนี้ค่ะ

เล่มนี้ก็เป็นอีกหนึ่งในสิบเล่มที่คุ้ยได้มาจากกองหนังสือเก่าเล่มละสิบบาทเมื่อวันก่อนค่ะ









 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2555    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2555 20:40:52 น.
Counter : 958 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 166 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~

~ตะวันไม่มีวันตกดิน/อาสดา~

~มณีแห่งนิรันดร์/อสิตา~

~มงกุฏอัคคี/อสิตา~

~วงกตกุหลาบ/อุธิยา~

~สิเน่หารอยคำ/อาพัชรินทร์~

สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.