“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒
~ชิงช้าชาลี : นิยายรักอบอุ่น กรุ่นกลิ่นอายธรรชาติ "โสภาค สุวรรณ" ~






ชิงช้าชาลี
ผู้เขียน : โสภาค สุวรรณ
สนพ.อรุณ/พิมพ์(ครั้งที่ ๓/ส.ค.๕๘)
๗๐๙ หน้า ราคา ๕๖๕ บาท


ปกหลัง


“อย่าไปนะไอ้ลี...อยู่ที่นี่ด้วยกันเถอะ...
ที่นาที่ไร่ของพ่อคงต้องการคนช่วยดูแล
ยามแก่เฒ่า พ่อแม่คงอยากมีหลานตัวเล็กๆ ไว้คลอเคลีย

ช่อมาลีกับบุหงาส่าหรีเขาจำเป็นจะต้องอยู่กรุงเทพฯ
แต่อย่างแกนี่...แกนั่งเขียนหนังสือที่ไหนก็ได้ไม่ใช่หรือ...
เมืองนอก บ้านนา หรือที่ไหนๆ ก็ได้จริงมั้ย

ไม่ว่าที่ไหน ความฝัน จินตนาการของคนเขียนหนังสือไม่เหือดไม่แห้งใช่มั้ยหือ”

คำไทเคลียจมูกปากที่แก้มเนียน ไฟหมดเชื้อพอดี
รอบตัวมีแต่ความมืดและแสงฟืนกรุ่นจวนมอดในกองไฟ

“อยู่ด้วยกันที่อีสานนี่แหละ ถึงจะแล้งจะจนยากก็บ้านเรา ถิ่นของเรา
ถ้าเราทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดเสียเอง คนถิ่นอื่นหรือเขาจะมาอยู่แทน...
เวลานี้เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินท่านก็ทรงพระเมตตาโอบอุ้มชาวบ้านถิ่นอีสานเต็มที่
แกอย่าไปกรุงเทพฯ เลยนะชาลี”

คำไทโอบร่างบางไว้กับตัวยิ่งขึ้น ไม่นำพายุงริ้นไรหรือแมลงกลางคืนอีกแล้ว
เขารู้แต่ว่า แม้นหากว่าไอ้ลีไปเสีย เขาจะอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน






เรื่องย่อเพิ่มเติม(จากเว็บสนพ.)

สามสาวพี่น้อง คือ ช่อมาลี บุหงาส่าหรี และวัลย์ชาลี
อยู่กับพ่อแม่ในจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน
โดยไม่ทราบประวัติความเป็นมาของแม่
ซึ่งไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไปที่เป็นชาวไร่ชาวนา

อยู่มาวันหนึ่งผู้เป็นยายเดินทางจากกรุงเทพฯ
มารับเด็กสาวทั้งสามไปอุปการะเพื่อเรียนหนังสือต่อในกรุง
เด็กสาวทั้งสามจึงต้องจากพ่อแม่เข้ามาสู่สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ
ท่ามกลางญาติพี่น้องที่รังเกียจ ยกเว้นยายเพียงผู้เดียว
และต้องปรับตัวรับทุกสิ่งทุกอย่าง...
ทั้งสภาพสังคม การศึกษา การงานและความรัก





เป็นนิยายแนวปลุกจิตสำนึกรักบ้านเกิด ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคม
ผู้คนโหยหาแต่วัตถุ ด้วยคิดว่านั่นเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสุข
ความสะดวกสบายให้กับตนเอง
จนบางครั้งหลงลืมศีลธรรมอันดีที่พึงมีไว้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต

เรื่องราวส่วนใหญ่เน้นที่วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของสามสาวพี่น้อง
ที่ในวัยเด็กได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างอบอุ่นจากผู้เป็นพ่อและแม่
เมื่อเติบโตเข้าสู่วัยแรกรุ่น ก็มีผู้เป็นยายมารับช่วงต่อ
คุณยายผู้ไม่เคยรังเกียจลูกเขยบ้านนา หากต้องเพียงมองอยู่ห่าง ๆ เมื่อครั้งคุณตายังมีชีวิตอยู่
เพราะคุณตานั้นถือยศถือศักดิ์แจนตัดขาดลูกสาวคนสุดท้อง เมื่อเธอเลือกที่จะแต่งงานกับหนุ่มชาวนา...
ต่อเมื่อคุณตาเสียชีวิตลง คุณยายจึงสามารถยื่นมือมาโอบอุ้มเด็ก ๆ ทั้งสาม
เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้ทัดเทียมกับหลาน ๆ บ้านอื่น
แม้จะถูกคัดค้านและตั้งป้อมรังเกียจจากญาติสนิทอย่างลุงและป้า พี่แท้ ๆ ของแม่

เจ้าหล่อนทั้งสามอาศัยการกล่อมเกลาจากพ่อและแม่
เสริมด้วยคำสั่งสอนของผู้เป็นยาย สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมเมืองกรุงได้เป็นอย่างดี
และกระทั่งได้มีโอกาสช่วยเหลือและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ตลอดถึงทัศนคติและมุมมองของญาติสนิทที่อยู่ในวัยใกล้เคียงกัน
หากแต่ใช้ชีวิตอย่างสุ่มเสี่ยงและประมาท เนื่องจากขาดความรักอันอบอุ่นในครอบครัว




ตามแนวการเขียนของนักเขียนท่านนี้ บทรักหวาน ๆ มีน้อยมาก
แต่ทั้งเรื่องยาว ๆ หนาปึกนั่น อัดแน่นด้วยข้อคิดคำสอน
โดยอิงหลักธรรมะในพระพุทธศาสนา
ซึ่งมีหลายบทหลายตอนที่ช่วยฉุดดึงและกระตุกเตือนคนอ่านได้เป็นอย่างดี

อ่านแล้วอบอุ่น กรุ่นกลิ่นอายธรรมชาติของท้องไร่ท้องนาดีค่ะ










Create Date : 29 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 29 กุมภาพันธ์ 2559 15:14:28 น. 3 comments
Counter : 1279 Pageviews.

 
ชะแว้บมาอัพบล็อกวันที่ ๒๙ กุมภาค่ะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:15:16:31 น.  

 
น่าอ่านมากเลยค่ะ จำได้แต่ว่าเคยดูละครสมัยเด็กๆ


โดย: หมูบูด วันที่: 1 มีนาคม 2559 เวลา:10:45:53 น.  

 
เป็นเรื่องที่ชอบเรื่องหนึ่งของคุณโสภาค เลยครับ จำได้ว่าเคยอ่านเป็นตอนๆในนิตยสารสกุลไทย ไม่แน่ใจว่าตอนนั้นท่านใช้นามปากกา ศิริรำไพ หรือเปล่า และมีโอกาสชมเป็นละครช่อง 7 ยุคที่คุณแอน ทองประสม เล่นเป็นวัลย์ชาลี ก็สนุกไปอีกแบบครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 2 มีนาคม 2559 เวลา:8:39:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 167 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ บ้านริมทะลสาบ/เข็มพลอย~

~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~

~มณีแห่งนิรันดร์/อสิตา~

~มงกุฏอัคคี/อสิตา~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.