“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒
~ เคหาสน์แสงตะวัน :นิยายรักแนวครอบครัวอบอุ่น โดย "อาริตา" ~





เคหาสน์แสงตะวัน
ผู้เขียน : อาริตา
ผู้พิมพ์ : สนพ. Beauty Book(พ.ศ. ๒๕๔๓)


รายละเอียด :


'บ้านแสงตะวัน' หล่อหลอมขึ้นมาได้ด้วยความรักของพ่อและแม่
เป็นบ้านที่เสมือนมีมนตรากำกับไว้ด้วยความรัก ความอบอุ่น
ทำให้เด็กหนุ่มสามคนเติบโตมาด้วยพลังแห่งรัก มีหัวใจที่ดีงาม และความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน

ไม่ว่าจะเป็น 'วงศกร' พี่ชายใหญ่ พร้อมจะดูแลปกป้องทุกคนไว้ด้วยความอบอุ่น อ่อนโยน
เขาจึงสามารถเติมเต็มส่วนที่ขาดในชีวิตของ 'กนกอร'

ส่วน 'วรวีร์' ลูกคนกลางเจ้าปัญหา หนุ่มเจ้าอารมณ์ คนที่มั่นใจในตัวเองเกินร้อยหากไม่เคยรู้จักหัวใจตนเอง
ทำให้ชีวิตเกือบพลิกคว่ำ โชคดีที่ชีวิตแวดล้อมด้วยความรัก
และ 'พิมพ์ตะวัน' พร้อมที่จะให้อภัยวรวีร์ด้วยหัวใจแห่งรัก

และ น้องเล็กของบ้าน 'นิธิวุฒิ' ชายหนุ่มที่เคยหลงระเริงกับความพร้อมของตัวเอง
จนดูเหมือนเขาจะไม่คิดจริงจังกับใคร เมื่อตกหลุมรัก 'พราวหทัย' ครูสาวที่มีชีวิตเรียบง่าย
แต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง จริงจัง เขาจึงต้องใช้ความพยายามอย่างมาก กว่าที่จะได้รับการยอมรับ

"เคหาสน์แสงตะวัน" บ้าน...ที่อยู่ใต้ร่มเงาแห่งความรักและความร่มรื่นแห่งความเอื้ออาทร
ชีวิตที่ต้องสู้ไปให้ถึงจุดหมาย หากมีบ้านเป็นที่พักพิง บ้านที่มีทั้งรักและเอื้ออาทร
บ้านที่พร้อมด้วยกำลังใจและการให้อภัย
ชีวิตต่อให้ผิดพลาดมาสักกี่ครั้ง ล้มลงสักกี่ครา ก็เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ...






เมาธ์มอยหลังอ่านจบ...

นิยายชีวิต โรแมนติกดราม่าเล่มนี้วางอยู่บนชั้นมาเนิ่่นนาน...(น่าจะไม่ต่ำกว่าสิบปี)
ไม่ได้คิดจะหยิบมาอ่าน ด้วยเห็นเป็นของตาย บวกกับความหนากว่า ๖๐๐ หน้า...
(เป็นเหตุให้ลังเลที่จะอ่าน)

แต่ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ดูละครดราม่าเข้มข้นที่กระแสมาแรงสุด ๆ อย่าง"สามีตีตรา"
และได้รับรู้ว่าผู้เขียนนิยายเรื่องนั้นคือคนเดียวกับเจ้าของนามปากกา"อาริตา" ผู้เขียน"เคหาสน์แสงตะวัน"เล่มนี้
จึงได้ฤกษ์อัญเชิญลงมาจากหิ้ง...(แอบคาดหวังความเข้มข้นสะใจแบบละครเรื่องนั้น)

หากดูจากชื่อเรื่องแล้วอาจจะชวนให้คิดถึงนิยายแนวลึกลับ ประมาณบ้านผีสิงอะไรทำนองนั้นมากกว่า
แต่เพียงเริ่มเปิดเรื่องมาก็รู้ว่าคาดผิดไปนิดหน่อย...ไม่ใช่แนวลึกลับ โบราณบ้านผีสิง
แต่น่าจะมีความเป็นดราม่าเข้มข้นอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย
เพราะเพียงเปิดเรื่องมาก็น่าติดตามเสียแล้ว

เล่าเรื่องราวย่อ ๆ เพิ่มเติมจากข้างบนอีกนิดหน่อยละกัน

'พิมพ์ตะวัน' เป็นเด็กสาวกำพร้าที่คุณยายอรให้การอุปถัมภ์ เพราะเป็นญาติห่าง ๆ
เธอจึงเติบโตมาร่วมกับเด็กหนุ่ม ๆ อีกสามคน ใหญ่ - กลาง - เล็ก ที่เป็นหลานแท้ ๆ ของคุณยายอร
เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย เธอก็ดิ้นรนออกไปอยู่หอพักตามลำพัง ทำงานส่งเสียตัวเอง และหายหน้าไป

จนอีกหลายปีต่อมาเธอก็หอบลูกชายวัยห้าขวบมาฝากไว้กับสามหนุ่ม
เพื่อที่ตัวเองจะได้เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ

ไม่มีใครรู้ว่าพ่อของเด็กชายเต้เป็นใคร แต่ทั้งพี่ใหญ่และนายเล็กต่างยินดีที่จะดูแลและรับเป็นพ่อ
ในขณะที่วรวีร์หรือนายกลางกลับแสดงท่าทีไม่ยอมรับ และเหยียดหยามพิมพ์ตะวันว่าท้องไม่มีพ่อ
ซึ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับเธออย่างมาก เพราะเธอแอบรักวรวีร์มาตั้งแต่แรกสาว
ที่พลาดพลั้งไปก็เป็นเพราะผิดหวังจากเขานั่นเอง...

ใหญ่หรือวงศกรลงทุนไปเรียนทำอาหาร เพื่อเตรียมรับภาระดูแลเด็กชายเต้
ทำให้เขาได้พบกับกนกอร แม่ม่ายสาวลูกติดสอง ที่ไปเรียนทำอาหารที่เดียวกัน
จากพี่ใหญ่ที่ต้องใช้ชีวิตในกรอบในกฏตลอดเวลา เมื่อมาพบกับแม่ม่ายยังสาวที่อุปนิสัยร่าเริง
มองโลกในแง่บวกอยู่เป็นนิตย์ ก็ทำให้เขารู้สึกชุ่มชื่น มีชีวิตชีวาขึ้นมา

ส่วนเล็ก - นิธิวุฒิก็รับหน้าที่รับ-ส่งเด็กน้อยไปโรงเรียน จนไปถูกตาต้องใจครูสาวคนสวย-พราวหทัยเข้า
แต่เขาจะทำอย่างไร ในเมื่อภาพพจน์ของเขาในสายตาครูสาวนั้น
เขากลายเป็นพ่อเลี้ยงผู้ไม่มีความรับผิดชอบของเด็กชายเต้เท่านั้น








เรื่องราวดำเนินไปเรียบเรื่อย ค่อนข้างจะเป็นไปตามแบบแผนนิยายรุ่นเก่าอยู่บ้าง
มีพระเอกนางเอกถึงสามคู่ แต่ละคู่มีเรื่องราว มีบทบาทในเรื่อง
มีบทรัก บทกุ๊กกิ๊ก พ่อแง่แม่งอนในสัดส่วนเกือบจะเท่า ๆ กัน
แยกแยะค่อนข้างชัดเจน ไม่มีสับสนหรือผิดฝาผิดตัว

แต่ที่ผิดแผกแตกต่างจากขนบของนิยายทั่ว ๆ ไปอยู่บ้างก็คือทัศนคติของตัวละครในเรื่อง
ซึ่งเป็นจุดที่อ่านแล้วค่อนข้างชอบนะคะ

อย่างที่บอกไว้ว่าเขาเปิดเรื่องได้น่าติดตาม คือเปิดมาให้นางเอกเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว
หอบลูกชายตัวน้อยมาบ้านพระเอก เพราะต้องการให้ลูกชายมีต้นแบบที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน
ไม่สนและไม่แคร์ว่าชาวบ้านร้านถิ่นเขาจะร่ำลือกันว่าเธอเป็นนางพระยาเทครัว
มั่วกับผู้ชายสามคนในบ้านเดียวกัน จนไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อตาเต้...

ส่วนนางเอกอีกคน(กนกอร)ก็เป็นแม่ม่ายสามีตายที่ไม่ปล่อยตัวให้จมอยู่กับอดีต
ให้การเลี้ยงดูลูกทั้งสองคนโดยเป็นทั้งพ่อและแม่ (และเป็นเพื่อน)ในเวลาเดียวกัน

มีฉากของการทำการทำงานที่เข้ากับสถานการณ์ในช่วงนั้น ๆ เสริมให้นิยายมีความสมจริงยิ่งขึ้น

อีกจุดนึงที่ชอบในนิยายเรื่องนี้ก็คือ เรื่องนี้ไม่มีตัวร้ายหรือตัวอิจฉาค่ะ ทำให้อ่านได้แบบสบายใจ
อ้อ...จะว่าไม่มีก็ไม่เชิงนะคะ มีตอนท้าย ๆ เรื่องพ่อตัวจริงของตาเต้โผล่มาอยากได้ลูกชาย
เพราะลูกชายวัยรุ่นของตัวเองเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตไป
แต่นั่นก็เกิดขึ้นหลังจากที่พระเอกเริ่มรู้ใจตัวเองและหลงรักนางเอกแล้ว
จึงปกป้องนางเอกและลูกชายเต็มที่
ทำให้จากเดิมที่เคยไม่ชอบพระเอกที่ชอบพูดจาหยาบหยามนางเอก ได้ใจเราไปเต็ม ๆ ค่ะ

ตัวละครหลายตัวก็มีมิติ สมเหตุสมผลดี
ชอบนางเอกแบบพิมพ์ตะวัน เธอเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น ไม่แคร์สื่อ
เมื่อรู้ตัวว่าพลาดก็ไม่โทษคนอื่น ก้มหน้าก้มตารับผิดชอบตัวเองไป

ในนิยายเรื่องนี้ยังมีตัวละครที่เป็นเด็ก ๆ อย่างตาเต้ ลูกชายวัยห้าขวบของนางเอก
เด็กหญิงเอ - ลูกสาววัยสิบขวบของกนกอร ที่แสดงออกว่าปลื้มว่าที่คุณพ่อคนใหม่อย่างออกนอกหน้า
เด็กชายบี - ลูกชายคนเล็กที่แม้จะไม่อยากให้แม่แต่งงานใหม่ แต่ก็ไม่ได้ดึงดันก้าวร้าวหรือก่อปัญหา

จะมีติด ๆ ขัด ๆ อยู่นิดหนึ่งก็ตรงสำนวนภาษาของผู้เขียน บางทีก็ออกแนวห้วน ๆ สั้น ๆ โดยเฉพาะบทสนทนา...
ส่วนพาร์ทที่เป็นบทบรรยายก็ค่อนข้างวนเวียน เวิ่นเว้อและตอกย้ำซ้ำซากไปสักหน่อย
แต่โดยรวมแล้วก็อ่านได้เพลิน ๆ ค่ะ ถือว่าอ่านเอาเรื่อง ไม่ได้อ่านเอารสก็แล้วกัน

และหากจะเทียบกับละคร"สามีตีตรา"ล่ะก้อ...เรียกว่าเป็นคนละแนวเลยทีเดียว
มิน่า...คนเขียนเค้าถึงใช้นามปากกาที่แตกต่างไป
แต่เล่มนี้ถ้าทำเป็นละครทีวีก็น่าจะสนุกไม่น้อยเหมือนกันนะ
ยิ่งถ้านำเสนอเป็นแนวครอบครัวผสมผสานคอเมดี้นิด ๆ
ได้คนเขียนบทดี ๆ คาสติ้งดี ๆ ก็จะเป็นละครน้ำดีได้อีกเรื่องหนึ่งทีเดียว

นิยายเก่า ๆ แต่เนื้อหาทันสมัย อ่านจบแล้วหยิบมาเล่าต่อ ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ











Create Date : 20 มีนาคม 2557
Last Update : 21 มีนาคม 2557 11:17:54 น. 10 comments
Counter : 2027 Pageviews.

 
ถ้าจำไม่ผิดเหมือนเคยอ่านตอนลงเป็นตอนๆ ในนิตยสาร

นางเอกที่เอาลูกมาฝากครอบครัวพระเอกให้เลี้ยงดูให้ เธอไปทำงานแนวๆ นักข่าวแถวบอสเนีย-เฮอเซโกวิน่า รึเปล่าคะ
ถ้าใช่ จำได้ว่าคนเขียนกล้ามากที่ให้นางเอกไปเสี่ยงในที่แบบนั้น (แต่สำหรับเราเท่ผุดๆ)


โดย: dal IP: 203.156.49.184 วันที่: 20 มีนาคม 2557 เวลา:12:43:01 น.  

 
เนื้อเรื่องน่ารักดีนะคะ


โดย: Pdจิงกุเบล วันที่: 20 มีนาคม 2557 เวลา:12:43:52 น.  

 
นามปากกานี้ไม่เคยอ่านเลยค่ะ เนื่องจากผลงานเยอะมาก เลือกไม่ถูกค่ะ แต่เรื่องแนวนี้ชอบนะคะสนใจๆๆๆๆ


โดย: Sab Zab' วันที่: 20 มีนาคม 2557 เวลา:21:32:37 น.  

 
น่าอ่านมากๆเลยค่ะ
ชอบนิยายแนวครอบครัวด้วย

คุณอาิริตา ที่เขียนสามีตีตราใช่มั๊ยคะ
คนละแนวเลย อิอิ

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่า



โดย: lovereason วันที่: 21 มีนาคม 2557 เวลา:0:16:20 น.  

 
เป็นอีกแนวที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะครับ
เห็นชื่อเรื่องตอนแรกนึกว่าเป็นแนวลึกลับเหมือนกันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 21 มีนาคม 2557 เวลา:7:54:28 น.  

 
เพิ่งทราบเหมือนกันว่าเป็นผู้เขียนสามีตีตรา

----รับรู้ว่าผู้เขียนนิยายเรื่องนั้นคือคนเดียวกับเจ้าของนามปากกา"อาริตา" ผู้เขียน"เคหาสน์สีแดง"เล่มนี้----

ตรงนี้ต้องเป็น เคหาสน์แสงตะวัน หรือเปล่าคะ?


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 21 มีนาคม 2557 เวลา:10:25:48 น.  

 
น่าสนใจตรงที่ไม่มีตัวร้ายหรือตัวอิจฉานี่ล่ะค่ะ น่าอ่านมากมายเลยค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 21 มีนาคม 2557 เวลา:11:09:16 น.  

 
^
^
ชะอุ๋ย...พิมพ์ผิดค่ะคุณพุดฯ ขอบคุณที่ชี้บอก แหะ ๆ แก้แล้วค่ะ

นามปากกา"อาริตา"น่าจะใช้เขียนนิยายเบา ๆ แนวรักอบอุ่น ๆ (หรือเปล่า?) ส่วนสามีตีตรานั่นคนเขียนใช้นามปากกา"นาวิกา"ค่ะ

ทักทายเพื่อนบล็อกท่านอื่น ๆ ไปพร้อมกันนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน
และขอบคุณใครก็ตามที่โหวตให้ด้วยค่ะ

อ้อ...คุณ dal คะ ใช่เลยค่ะ นางเอกเป็นนักข่าวสายการเมืองค่ะ เดินทางไปทำข่าวในบอสเนีย...เท่ฝุด ๆ จริง ๆ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 21 มีนาคม 2557 เวลา:11:25:08 น.  

 
ของผู้เขียน เคยอ่านแค่ สามีตีตรา น่ะล่ะครับ

...เรื่องนามปากกา ไม่เกี่ยวกับแนวเรื่องครับ แต่เป็นเรื่องของ นิตยสาร ที่ผู้เขียนส่งลงเป็นต่อนๆมากกว่า ซึ่งเมื่อก่อนจะล็อคนามปากกา
งานของอาริตา ก็มีแนวดราม่าหลายเล่มครับ ดราม่าการเมือง เลยก็ "ดาวแดง"
ส่วนแนวเบาๆ ส่วนมากจะเป็น "กันยามาส"


โดย: อุ้มสม วันที่: 22 มีนาคม 2557 เวลา:7:37:28 น.  

 
เพิ่งรู้เหมือนกันค่ะว่าเป็นคนเดียวกับ นาวิกา
ไม่ค่อยอ่านงานของ อาริตา นะคะ
แต่ชอบงานในนามปากกา กันยามาสค่ะ (แต่ก็อ่านไปได้ไม่กี่เรื่องเอง )


โดย: Serverlus วันที่: 23 มีนาคม 2557 เวลา:23:04:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 167 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ บ้านริมทะลสาบ/เข็มพลอย~

~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~

~มณีแห่งนิรันดร์/อสิตา~

~มงกุฏอัคคี/อสิตา~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.