'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า
ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น'
*
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

**พ่อสอนว่า...
ความผิดเป็นครู แต่อย่าทำผิด**

อีสา - รวีช่วงโชติ โดย "สีฟ้า"





อีสา & รวีช่วงโชติ
โดย "สีฟ้า"
พิมพ์โดย สนพ. ณ บ้านวรรณกรรม



อีสาและรวีช่วงโชติ เป็นนวนิยายชิ้นเอกของสีฟ้า
ที่บรรจงถ่ายทอดเหตุการณ์ของยุคสมัยช่วงเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านชีวิตความเป็นอยู่
และเหตุการณ์ของบ้านเมืองได้อย่างสมจริง
โดยมีฉากชีวิตของอีสานำพาบอกกล่าวเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง






เรื่องย่อ:(แบบยาวววว...)

สา หรืออุษาเป็นลูกทาสที่เกิดและโตในวังของหม่อมเจ้าโชติช่วงงระวี รวีวาร
ที่แม้จะมีการเลิกทาสแล้วแต่บรรดาทาสหลายคนซึ่งไม่มีที่จะไปก็ยังสมัครใจอยู่ใต้บารมีท่านเป็นสิบ ๆ คน

สาเกิดมาไม่มีพ่อ...และแม่ก็ตายหลังสาเกิดเพียงสองวัน สาจึงเป็นเด็กกำพร้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของป้าเจิม อดีตทาสที่อาวุโสสูงสุดในวัง
เมื่อสาอายุได้สิบสองปีป้าเจิมก็พาสาไปฝากตัวไว้กับหม่อมนิ่มหม่อมน้อย ให้ช่วยฝึกหัดขัดเกลา
จนสาเติบโตเป็นสาวแรกรุ่นที่เรียนรู้เรื่องของการวางตัวอย่างผู้ดี และยังได้หัดรำละครอีกด้วย
สาแอบชื่นชมบูชาท่านชายมาตั้งแต่ย่างเข้าสู่วัยแรกรุ่น
จนวันหนึ่ง เมื่อสาอายุได้สิบหกปี หม่อมทั้งสองก็"ถวายตัว" สาให้กับท่านชาย
ธรรมชาติสอนให้สาเรียนรู้ที่จะมีจริตจก้านตามวัย ทำให้ท่านชายลุ่มหลงในตัวสามากกว่าหม่อมคนอื่น ๆ

แต่ถึงกระนั้นสาก็ยังไม่ได้รับการยกย่องให้เป็น "หม่อม" อย่างออกหน้าออกตา
จนกระทั่งสาตั้งท้องและคลอดลูกชาย ซึ่งเป็นลูกชายคนแรกและคนเดียวของท่านชาย
หม่อมพริ้มซึ่งเป็นหม่อมใหญ่ก็ได้โอบอุ้ม "คุณชาย" ไปเลี้ยงดูฟูมฟักเสมอลูกชายของตน...
ให้สาได้พบลูกบ้างเป็นครั้งคราวและเรียกลูกชายของตนเหมือนคนอื่น ๆ ว่า "คุณชาย"

หลังจากนั้นไม่นาน ท่านชายก็สิ้นพระชนม์ลง...
และจำเพาะต้องมาสิ้นลงในคืนที่สาเพิ่ง "ถวายงาน" เสร็จ
ฐานะของสาที่ทำท่าว่าจะดีขึ้นมาหน่อยหนึ่งหลังจากคลอดลูกชายก็ดูเหมือนจะตกต่ำลงไป ด้วยข้อหา "กาลกิณี หรือผู้หญิงกินผัว" ที่แม้สาเองก็ไม่รู้ความหมาย





หลังจากท่านชายสิ้น ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในวัง
ทั้งด้านผู้คนที่แยกย้ายกันออกไปเป็นบางส่วน ทั้งด้านสภาพบ้านเรือนที่รายรอบวัง
ในความเปลี่ยนแปลงนั้น สาก็ได้รู้จักกับสมศักดิ์ ชายหนุ่มรูปงามที่มีกิริยาท่าทีสุภาพอ่อนโยน
สาหลงรักเขาโดยง่าย ด้วยวัยที่ยังเยาว์ และธรรมชาตในตัวอันลึกล้ำ
แต่เป้าหมายของนายสมศักดิ์ไม่ได้อยู่ที่สา...
เขาเพียงอาศัยสาเพื่อเข้าถึงตัวคุณหญิงโสภาพรรณวดี ลูกสาววัยรุ่นของหม่อมพริ้มต่างหาก

สานั้นชื่นชมนายสมศักดิ์จนถึงขั้นยอมตัวเป็นสะพานสื่อรักให้
แม้จะรู้ว่าผิดแต่เธอก็ทนแรงอ้อนวอนของนายสมศักดิ์ไม่ไหว
ในที่สุดถึงกับพาคุณหญิงหนีตามนายสมศักดิ์ออกจากวัง ทั้ง ๆ ที่สาเองก็กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองของท่านชายอยู่ด้วย


(ขออนุญาตเล่าข้าม ๆ มั่งนะคะ ยาวจัด)

สาคลอดลูกคนที่สองเป็นผู้หญิง จึงยกให้เป็นลูกของคุณหญิงโสภาฯ กับนายสมศักดิ์
ซึ่งคุณหญิงก็รักหนูน้อยมากเช่นกัน ตั้งชื่อให้ว่าโสภิตพิไล

สานั้นลึก ๆ รู้สึกผิดต่อคุณหญิงที่พาเธอมาตกต่ำจึงเฝ้าดูแลไม่ให้คุณหญิงต้องลำบาก
แรก ๆ ก็ดูเหมือนจะมีความสุขกันตามประสา แต่นานวันเข้า ทรัพย์สินที่คุณหญิงมีติดตัวมาเริ่มร่อยหรอ สาจึงออกหางานทำ
และด้วยความที่เคยเป็นนางรำมาก่อน สาก็ได้งานแสดงละครเวที
กลายเป็นอุษาวดี - -นางละครผู้มีชื่อเสียงในเวลาไม่นาน





คุณหญิงโสภาฯ เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ และชืดชาในเรื่องบนเตียงจนนายสมศักดิ์เกิดความเบื่อหน่าย

แม้จะยังรักคุณหญิงอยู่มาก แต่ความเห็นแก่ตัวมีมากกว่า
วันหนึ่งนายสมศักดิ์ก็ย่องเข้าหาสาและได้เสียกัน
... สารู้สึกผิด แต่ด้วยแรงปรารถนาในใจก็ผลักดันให้สาดำดิ่งลงสู่ ห้วงแห่งดำกฤษณาอย่างยากที่จะถอนตัว
จนวันหนึ่งคุณหญิงก็จับได้ และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันคุณหญิงก็หายตัวไปและเสียชีวิตด้วยการจมน้ำตายในเวลาต่อมา

หลังงานศพคุณหญิง สาตัดสินใจแต่งงานกับนายวิทย์ นักดนตรีหนุ่มที่มาติดพันเธออยู่ในช่วงนั้น
เพื่อหนีบาปในใจที่ตามหลอกหลอน
นายสมศักดิ์เสียใจมากจนกินเหล้าเมาและตกน้ำตายตามคุณหญิงไป

สาอยู่กินกับนายวิทย์อย่างไม่ราบรื่นนักเพราะนายวิทย์นั้นต้องอาศัยอยู่กับพี่สาว
ซึ่งไม่ยอมรับในตัวน้องสะใภ้อย่างสา
ประกอบกับนายวิทย์เป็นนักดนตรีที่มีอารมณ์ศิลปินสูง
ถึงเขาจะรักสามากแต่เขาก็ไม่เข้าใจในความต้องการของสาได้ดีเพียงพอ...

ทำให้เมื่อวันหนึ่ง สาได้พบกับนายเซกิ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นและมีความสัมพันธ์กัน
สาจึงตัดสินใจขอแยกทางกับนายวิทย์
เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ญี่ปุ่นแพ้สงคราม
นายเซกิต้องกลับไปญิ่ปุ่น ก็ได้มอบมรดกเป็นเงินจำนวนมากให้กับสา





เวลาผ่านไป...
อุษาส่งโสภิตพิไลเข้าเรียนในโรงเรียนประจำที่ดีที่สุด
ส่วนตัวเธอใช้เงินที่ได้มาจากนายเซกิเปิดธุรกิจสถานบันเทิงโดยมีประธาน
- -หนุ่มรุ่นน้องที่กลายเป็นสามีลับ ๆ ของเธอด้วยเป็นผู้ช่วย

อาชีพและชื่อเสียงของอุษามีผลกระทบต่อโสภิตไม่น้อย...
เมื่อโสภิตเรียนจบชั้นมัธยมปลายก็ออกจากโรงเรียนกลับมาอยู่ที่บ้าน เธอเรียกอุษาว่าป้า
เพราะคิดว่าตัวเองเป็นลูกของคุณหญิงที่ตายจากไป
และอุษาก็มีฐานะเป็นเพียงกึ่งญาติห่าง ๆ กึ่ง "ข้าเก่า"ของแม่เธอเท่านั้น

วันหนึ่งโชคชะตาบันดาลให้อุษาได้พบกับคุณชายรวีช่วงโชติ
ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้พิพากษาหนุ่มที่เพิ่งสำเร็จการศึกษามาจากเมืองนอก
อาจจะด้วยความผูกพันทางสายเลือดที่ทำให้หม่อมราชวงศ์หนุ่มรู้สึกดีกับอุษา
ถึงแม้ใคร ๆ จะเล่าลือถึงอดีตและเบื้องหลังของสาวใหญ่ผู้นี้ในทางไม่ดีนักก็ตาม
หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเขามีใจให้กับอุษาเสียแล้ว...
รวมทั้งโสภิตพิไล ซึ่งรู้สึกขัดใจขัดตาต่อผู้เป็นป้ามาแต่ต้น

โสภิตพิไลเกิดความรู้สึกอยากจะท้าทายผู้เป็นป้าจึงพาตัวเข้าไปพัวพันกับทั้งคุณชายรวีช่วงโชติและนายประธาน
นั่นทำให้อุษายิ่งร้อนรนด้วยเกรงว่าโสภิตกับคุณชาย- -ลูกชาย-หญิงของเธอเอง จะชอบพอกันขึ้นมาจริง ๆ





วันหนึ่งก็เกิดเหตุ โสภิตพิไลถูกนายประธานปลุกปล้ำ อุษาเข้าขัดขวางและยิงนายประธานตาย
อุษากลายเป็นผู้ต้องหาฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา เพราะเธอไม่ต้องการให้โสภิตต้องมาเสื่อมเสียชื่อเสียง

แต่โสภิตทนเห็นอุษาต้องมารับโทษเพราะปกป้องเธอไม่ได้จึงมาเป็นพยานในศาล
และขอให้คุณชายรวีช่วงโชติช่วยในด้านกฏหมายด้วยอุษาจึงพ้นผิดจากคดี

แต่อุษาไม่อาจเลี่ยงพ้นผลกรรมของตัวเอง
เมื่อเสร็จสิ้นคดีหม่อมพริ้มก็ให้รับโสภิตพิไลซึ่งท่านเข้าใจว่าเป็นลูกสาวของคุณหญิงโสภาเข้าไปอยู่ในบ้าน

โสภิตเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่ออุษาเพราะคิดว่าอุษาปิดบังชาติกำเนิดของตน
เธอคิดว่าการที่เธอเข้าไปเป็นพยานให้อุษาจนพ้นข้อกล่าวหานั้นเป็นการตอบแทนบุญคุณที่อุษาเลี้ยงดูเธอมาอย่างเพียงพอแล้ว
นับแต่นี้เธอก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอุษาอีกต่อไป

ในตอนท้ายของ"อีสา" อุษาหันหน้าเข้าหาธรรมะ พยายามเอาชนะกิเลสของตนเองจนลุล่วงได้ในระดับหนึ่ง






ในเล่ม "รวีช่วงโชติ" ซึ่งเป็นภาคต่อนั้นก็เป็นเรื่องราวของลูกทั้งสองคนของสา...
ซึ่งต้องมาร่วมรับผลกรรมของสาโดยไม่ได้ตั้งใจ

จากคำนำผู้เขียนบอกไว้ว่า หลังจากละครเรื่อง"อีสา"จบลง มีผู้ท้วงหรือปรารภด้วยความกังวลว่า...

"มันรู้สึกค้างคาอยู่ในหัวใจพิกล เรื่องไม่ยอมให้ลูกรู้ว่าอีสาเป็นแม่..."
และ... "การที่ลูกไม่รู้จักแม่ อาจล่วงเกินโดยไม่รู้ ซึ่งถึงแม้จะไม่รู้ลูกก็คงจะบาป"...

ผู้เขียนจึงตัดสินใจเขียนเรื่อง 'รวีช่วงโชติ' สุภาพบุรุษลูกชายของ'อีสา'
พ่วงด้วย'โสภิตพิไล' ซึ่งโดยศักดิ์กำเนิดแล้วต้องเป็น'คุณหญิง'
เพื่อให้มีเรื่องราวเชื่อมโยงนำพาให้ลูกชายและลูกสาวได้รู้จักแม่เสียที

คุณชายรวีช่วงโชติ และ(คุณหญิง)โสภิตพิไลเป็นหนุ่มสาวใน พ.ศ. ๒๕๐๔-๒๕๐๕
เพราะฉะนั้น ความเป็นไปของสังคมก็จะอยู่ในช่วงนั้น






ส่วนตัวค่อนข้างชอบอ่านนิยายชีวิตย้อนยุคอย่างนี้นะคะ
ได้เห็นฉากชีวิตและสังคมที่เป็นยุคสมัยเดียวกับคนรุ่นพ่อกับแม่เราเขาอยู่กัน
ประกอบกับการเล่าเรื่องที่กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ ด้วยสำนวนภาษาของนักประพันธ์ชั้นครูเช่นนี้
ทั้งมีการสอดแทรกข้อคิดธรรมะอันว่าด้วยเรื่องกิเลสตัณหาและกรรมตลอดทั้งเรื่อง
ทำให้นอกจากจะได้อรรถรสจากการอ่านแล้ว ยังได้ซึมซับแง่คิดธรรมะเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตตัวเองอีกต่างหาก

ขออนุญาตหยิบยกบทกลอนสั้น ๆ จากวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีที่ท่านผู้ประพันธ์นำมาประกอบไว้ท้ายเล่มมาลงไว้ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

เป็นวิสัยไตรภพจบจังหวัด
ย่อมเวียนว่ายในวัฏสงสาร
ที่พ้นทุกข์สุโขมโหฬาร
คือนิพพานพูนสวัสดิ์วัฒนาฯ


*ไปเสิร์ชเจอภาพปกรวีช่วงโชติสีออกทึบ ๆ ทึม ๆ ก็ขออนุญาตนำมาแปะตรงนี้แล้วกันค่ะ ฉบับนี้พิมพ์โดย ณ บ้านวรรณกรรมค่ะ แต่ฉบับที่จขบ.มีอยู่เป็นหนังสือรุ่นเก่าที่พิมพ์โดยสนพ.โชคชัยเทเวศร์ จำกัด เป็นหนังสือรุ่นเก่าที่ปกสีเดียวน่ะค่ะ














Create Date : 17 กรกฎาคม 2552
Last Update : 24 ธันวาคม 2556 11:59:09 น. 26 comments
Counter : Pageviews.

 
สวัสดีทุกท่านค่ะ

**ขออนุญาตฝากโครงการดี ๆ ไว้ตรงนี้หน่อยนะคะ...แค่วันละคลิกเราก็ได้บริจาคหนังสือวันละเล่มแล้ว




โดย: แม่ไก่ วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:07:38 น.  

 
อีสา พูเคยดูตั้งแต่สมัยอภิรดี นานมาแล้ว
จนลืมเรื่องราวไปหมดแล้ว
ชอบเพลงประกอบละครมาก เอาไปลงบล๊อคด้วยค่ะ อ่านเรื่องแล้วเข้าใจเนื้อเพลงมากขึ้น

ออกอากาศ 4 มีนาคม – 5 มิถุนายน 2531
คำร้อง/ทำนอง : วิทยา อัมภสุวรรณ
เรียบเรียง : ศาสสัณฑ์ บุญญาสัย
ขับรอง วัชภาภรณ์ สุขสวัสดิ์ (2531)

ผ่านมา อืม.... ผ่านไป
ฤ หัวใจไม่เคยหยุดพัก เสาะหาเรื่อยมา ความรัก รัก
ได้ประจักษ์แล้วเลยพ้นไป
จะมี อืม... สักหน บ้างไหมคนที่ยอมมอบใจ
ด้วยรัก เข้าใจ ความหมาย หมาย
เหนือความใคร่ ดับไฟ ปรารถนา
* ไฟร้อนแรง ควันรักรุม เร้าอารมณ์อยู่เรื่อยมา
ดลหัวใจให้ระเริง รุ่มร้อนเริง เสน่หา
ดับยากหนักหนา ไฟรักในอารมณ์

(ซ้ำ*)
เสาะหา ไม่เห็น ความรักเป็นเช่นใดเล่าหนา
ไม่เคยจะเอ่ยสักครา หา รักล้ำค่าหาชั่วชีวี
อ่อนแรงถึงเริ่มเข้าใจ ความรักใดยิ่งใหญ่ไม่มี
ความรักจากแม่ให้ลูกนี้ เป็นรักที่บริสุทธิ์จากใจ
ความรักจาแม่ให้ลูกนี้ เป็นรักที่บริสุทธิ์จากใจ

แต่เรื่องตอนต่อพูไม่เคยอ่านคะ ไม่ได้อ่านนิยายนานแล้ว

ปล. เรื่องดวงตาแห่งธิเบต ไม่ได้เป็นเรื่องทางปรัชญานะคะ แต่เป็นเรื่องเล่าจากประสบการณ์ชีวิตจริง (ประสพ หรือ ประสบหว่า) ของสตรีสูงศักดิ์ของธิเบต ตั้งแต่เยาว์วัยจนกระทั่งแก่เฒ่า ซึ่งสอดแทรกทั้งประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ ศาสนา วัฒนธรรมและชีวิตของผู้คน เป็นเรื่องที่น่าอ่านมากค่ะ


โดย: pumpond วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:54:05 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


แวะมาทักทายกันก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์จ้า



โดย: หอมกร วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:28:16 น.  

 
ไม่เคยอ่านก็ให้ทึ่งในคนเขียนเสียแล้ว
เก่งจังค่ะ แต่งเรื่องแบบให้เกี่ยวโยงกัน
แต่ตัวเองแยกเป็นเล่มละคนแบบนี้น้องชอบมาก
ตอนนี้ก็กำลังอ่านมังกรหยกของโกเล้งอยู่ค่ะ
อ่านแบบกระดึบกระดึบมาก ขนาดว่าสนุกนะคะ อิอิ

ปี้สาวกะลังเมาเกมส์ RRR ก๋าเจ้า
อยากรู้จังว่ามีเล่มไหนบ้างน้า


โดย: BeCoffee วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:02:03 น.  

 
เรื่องยาวมากเลยนะ ...เราไม่เคยอ่านล่ะ
แต่ช่วงเป็นละคร เหมือนจะเคยดู

ขอแซวคนข้างบนหน่อย...มังกรหยก เนี่ย ของกิมย้ง ตะหาก


โดย: นัทธ์ วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:30:24 น.  

 


ไม่จำเป็นต้องตอบโต้ความรุนแรง
ด้วยความรุนแรงเสมอไป



ช่วงนี้ต่อให้ไม่ชอบหน้ากาก ก็จำต้องสวมหน้ากากเข้าหากัน
มั น แ ป ล ก จ ริ ง เ น๊ อ ะ
…………………………

ดึกแล้วป้าส่งเข้านอนเลยนะ
หลับสบาย…. ฝันดี มีความสุขค่ะ


คมคำ : แค่ขำวันละนิดชีวิตก็ดีขึ้นเยอะ





โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:02:43 น.  

 
ตามมาบอกว่าอ่านเมืองแมนสรวงจบแล้วค่ะ เปิ้ลว่าสนุกดีนะคะ
คอแบบจินตนาการซะว่าพระเอกคงหล่อ มาดแมนมากๆ เคลิ้มเลย
55555


โดย: fondakelly วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:15:30 น.  

 
ตามมาอ่านรีวิวแบบละเอียดๆค่ะ..ละเอียดจริงๆ
เคยดูตอนเป็นละครนะ แต่ดูนิดเดียว แค่ผ่านๆ จำได้ว่ามีบรู๊ค มีอั้ม,นุ่น,ฯลฯ


โดย: nikanda วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:2:24:46 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับปี้แม่ไก่


ตะก่อนเรื่องนี้ดังขนาดเลยนะครับ
ยิ่งช่วงตี้เอามาทำเป๋นละคร
โหยยยยยยย --- ดังสุดๆไปเลยครับ
















โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:7:49:55 น.  

 
อยากให้รีวิวรวีช่วงโชติต่อจังค่ะ
เคยยืมอิสามาอ่านแล้วแต่ไม่จบ
เสียดายมาก ละครก็ไม่ได้ดู


โดย: thezircon IP: 125.24.242.229 วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:19:39 น.  

 
ตามมาอ่านรีวิวแบบละเอียดค่ะ

เรื่องนี้ค่อนข้างจำเรื่องได้แม่น
เพราะตอนเล่นเป็นละคร ดาราเล่นดีมาก
ส่วนเนื้อเรื่องเนี่ย ...สุดยอด


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 19 กรกฎาคม 2552 เวลา:4:04:42 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับปี้แม่ไก่















โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 กรกฎาคม 2552 เวลา:7:33:20 น.  

 
เคยอ่านค่ะทั้งสองเรื่อง แต่จำไม่ค่อยได้แล้ว ที่จำได้ก็คือดูตอนที่ทำเป็นละครแต่ดูไม่กี่ตอนก็เลิก อ่านเอาสนุกกว่าเยอะเลย

ป.ล. มาตามไปรับแทกค่ะ ไม่เล่นก็ไม่เป็นไรนะคะ


โดย: ลูกปัดแก้ว วันที่: 19 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:29:31 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับปี้แม่ไก่















โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 กรกฎาคม 2552 เวลา:7:34:39 น.  

 
กรี๊ดดด ได้มาอ่านอีสาแบบยาว ชอบค่ะพี่่ จำได้ว่าตอนเด็กๆบีติดมากเลยละครช่องเจ็ด (ใช่ไหมคะพี่) เรื่องนี้ สนุกมากมาย คนดูกันทั้งบ้านทั้งเมือง

มาอ่านก่อนนอนแล้วก็ทำให้คิดไปถึงอายุตัวเองช่วงนั้นค่ะพี่ แบบว่า....อิอิอิ ยังแสนจะเอ๊าะๆๆ คืนนี้หนูนอนหลับฝันดีเป็นแน่แท้

อิอิอิ

ฝันดีนะคะพี่แม่ไก่


โดย: be-oct4 วันที่: 20 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:42:33 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับปี้แม่ไก่














โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 กรกฎาคม 2552 เวลา:7:49:22 น.  

 
เคยดูตอนเป็นละครค่ะ
ชอบเหมือนกัน
^ ^


โดย: ศรีสุรางค์ วันที่: 22 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:30:38 น.  

 
เป็นอีกเรื่องที่อ่านแล้วสงสารค่ะ สงสารสา


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 22 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:15:22 น.  

 
ชอบผลงานของคุณสีฟ้าหรือศรีฟ้า ลดาวัลย์มาก ๆ เลย สนุกแล้วได้อะไรดี ๆ หลายอย่าง บันเทิงและสาระครบครันจริง ๆ


โดย: แพน IP: 203.144.144.164 วันที่: 6 มีนาคม 2553 เวลา:9:57:35 น.  

 
อยากให้เล่าเรื่องย่อของรวีช่วงโชติเพิ่มเติมจังค่ะ^^


โดย: yayee IP: 118.172.125.9 วันที่: 2 ธันวาคม 2556 เวลา:14:42:03 น.  

 
มาลงชื่อด้วยคน อยากให้เล่า รวีช่วงโชติด้วย


โดย: แพน IP: 180.180.37.128 วันที่: 25 ธันวาคม 2556 เวลา:16:52:56 น.  

 
เอิ่ม...ขอเวลาอ่านทวนสักสองวันนะคะ แล้วจะมาเล่าเรื่องย่อรวีช่วงโชติต่อค่า


โดย: แม่ไก่ วันที่: 29 ธันวาคม 2556 เวลา:21:34:48 น.  

 
รออ่านรวีช่วงโชติอยู่่นะค่ะ


โดย: แม่กวาง IP: 171.100.78.10 วันที่: 3 มกราคม 2557 เวลา:1:32:59 น.  

 
^
^
เล่าแล้วนะคะ อัพบล็อกใหม่ต่างหากค่ะ

ขอบคุณที่ตามอ่านค่า...


โดย: แม่ไก่ วันที่: 3 มกราคม 2557 เวลา:12:06:56 น.  

 
อีสา เเละรวีช่วงโชตินี่มีอย่างละกี่เล่มอ่ะคะ
หนามั้ยอ่า พอดีหาแล้วมันไม่บอกจำนวนเล่ม T^T
ขอบคุณค่าาาา


โดย: ปอย IP: 49.230.143.51 วันที่: 17 เมษายน 2557 เวลา:19:17:00 น.  

 
^
^
ที่อ่านไปมีเรื่องละสองเล่มค่ะ
อีสา พิมพ์โดย ณ บ้านวรรณกรรม
ส่วนรวีช่วงโชติ พิมพ์โดยโชคชัยเทเวศน์

แต่เล่มหลังเห็นเพื่อนดีนำกลับมาพิมพ์ใหม่ รวบเป็นเล่มเดียวนะคะ ดูภาพปกได้ทีบล็อกรวีช่วงโชติค่า


โดย: แม่ไก่ วันที่: 18 เมษายน 2557 เวลา:11:56:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 81 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~กำบ่ะเก่า(กำอิแม่สอน)~

~เรื่องเล่าถึง'พี่'ผู้จากไป (2)~

~เรื่องเล่าถึง'พี่'ผู้จากไป (1)~

~อย่าร้องไห้เมื่ออาทิตย์ลับฟ้า : ข้อคิด-ธรรมะโดย พระไพศาล วิสาโล~

นาฏนฤมิต/มุตตา

รองเท้านารี/ดาริส

ปล่อยใจไปกับ...เช็ก/กิ่งฉัตร

มัศยาข้างสระ/ช่อมณี

มัศยาเร้นรัก/อัญชรีย์

สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.