“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒
~ อาคม : ไสยศาสตร์ มนตร์ดำหรือกรรมวิบาก...โดย "ชลนิล" ~





อาคม
ผู้เขียน : ชลนิล
สนพ. คำต่อคำ/พิมพ์(ครั้งที่ 3 /ก.ย. 58)
487 หน้า ราคา 340 บาท



โปรยปก(เรื่องราวโดยย่อ)


เสน่หา มนตรา พยาบาท

ผลชันสูตรศพมาเฟียรายใหญ่ที่ขัดแย้งกับลักษณะอาการก่อนตายอย่างน่าพิศวง
ดึงให้ ‘เอื้อกานต์’ คุณหมอสาวผู้มีสัมผัสพิเศษ และ ‘ทีเกื้อ’ นายตำรวจหนุ่ม น้องชายฝาแฝด
ก้าวเข้าสู่เส้นทางอันมืดดำอำมหิตของการแก้แค้นโดยไม่ทันตั้งตัว

คำสั่งลับจากสำนักงานตำรวจฯ ที่ตกมาถึง ทำให้ทีเกื้อได้รู้ว่า
การตายอย่างแปลกประหลาดนี้ มิใช่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก
หากก่อนหน้านี้ยังมีบุคคลสำคัญที่เกี่ยวพันกับพรรคแกนนำรัฐบาล
อีกสามรายเสียชีวิตในลักษณะใกล้เคียงและในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
ทีมสืบสวนพิเศษจึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแล ‘วีไอพี’ ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
และติดตามค้นหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายที่ดูคล้ายการฆาตกรรมต่อเนื่องนี้

สัมผัสพิเศษ รวมทั้งความช่วยเหลือจากพี่สาวฝาแฝด
ทำให้ทีเกื้อมั่นใจว่า ‘อาวุธ’ ที่คนร้ายใช้สังหารเหยื่อ คือ ‘อาคม’ อันลึกล้ำและมีพลังแรงกล้า
เหยื่อแต่ละรายจึงถูกปลิดชีวิตอย่างโหดเหี้ยมโดยไร้ร่องรอยหลักฐานใดๆ ที่จะสาวถึงตัวคนร้าย
ทว่า...ต่อให้รู้ตัว รู้หน้า ก็ใช่ว่าใครจะหาญกล้าต่อกรกับฆาตกรอาคมเช่นนี้ได้

เหนืออื่นใด ยิ่งสืบสาวลงลึก เขาก็ยิ่งพบว่ามือสังหารลึกลับวนเวียนใกล้ตัวเข้ามาทุกที
นายตำรวจหนุ่มจะทำเช่นไร เมื่อเป้าหมายรายต่อไป
คือคนสำคัญที่มีความหมายต่อหัวใจซึ่งเขาอาจยอมแลกได้ทั้งชีวิต!







เป็นนิยายแนวเหนือจริง อิงไสยศาสตร์มนตร์ดำ ปนสืบสวนสอบสวนอย่างมีชั้นเชิง
เจือด้วยปมดราม่าสุดคลาสสิคประปราย...
ซึ่ง...บอกตามตรงว่าไม่ใช่แนวนิยมของตัวเองสักเทาไหร่ แต่ให้อ่านก็อ่านได้...
โดยเฉพาะเรื่องนี้ถูกเร้าความสนใจจากกระแสละคร และบังเอิญมีหนังสืออยู่ในกองดองพอดี...

(อย่างที่บอกว่าไม่ใช่แนว...แน่นอนว่าหนังสือย่อมไม่ได้ซื้อหามาเอง
เล่มนี้ได้รับมาจากการเล่นเกมอ่านหนังสือในห้องสมุดพันทิปเมื่อร่วม ๆ 2 ปีก่อน)

เรื่องย่อก็ประมาณข้างบนนั่นเลยค่ะ คงไม่ต้องเล่าเพิ่มเติมอีก
ตอนที่อ่านเรื่องนี้ ละครออนแอร์ไปสองตอนแล้ว...
เห็นได้ชัดว่าจากนิยายเป็นละครนี่ต้องมีการปรับเปลี่ยนบทมหาศาลมาก

ในนิยาย บทเด่นจะอยู่ที่ทีเกื้อ นายตำรวจหนุ่มผู้มีจิตสัมผัสเหนือธรรมดา
ที่ต้องทำหน้าที่ตามล่าหาตัวฆาตกรต่อเนื่อง ที่ใช้อาคมมืดในการก่ออาชญากรรมแต่ละครั้ง
เหยื่อของฆาตกรแต่ละรายล้วนมีส่วนพัวพันเกี่ยวข้องกับคดีๆ หนึ่งที่เกิดขึ้นในอดีต...
ที่สำคัญ จากการตามแกะรอย...เหยื่อรายต่อไปอาจจะเป็นคนใกล้ตัวของเขาเอง!







กับพี่สาวฝาแฝดของเขา แพทย์หญิงเอื้อกานต์ ผู้มีสัมผัสพิเศษเช่นเดียวกับทีเกื้อ...
ออกจะมากกว่าด้วยซ้ำ ด้วยความเป็นคนที่มีจิตนิ่งกว่า...

ในหนังสือการดำเนินเรื่องส่วนใหญ่จะเล่าผ่านความเป็นไปในชีวิตของฝาแฝดสองพี่น้องนี้เป็นหลัก...
จะถือว่าทีเกื้อเป็นพระเอกเต็มตัวก็ว่าได้

แต่ในละครจะแตกต่างออกไป... จริง ๆ แล้วปมหลักและเส้นเรื่องก็ยังคงเดิมนั่นแหละ
เพียงแต่เปลี่ยนสถานะทางสังคมของตัวละครหลัก ๆ จากบรรดานักการเมืองทั้งหลาย
กลายเป็นผู้มีอิทธิพลทางด้านสื่อมั่ง นักธุรกิจมั่ง
และไปเพิ่มบทบาทให้กับตัว'ฆาตกร'อย่างทรงกลด จนกลายเป็น"พระเอก" เต็มตัวในภาคละคร

ส่วนปมฆาตกรรม ปมล้างแค้น ปมดราม่าครอบครัวต่างๆนานานั่น
ก็เป็นไปตามขนบนิยายแนว ๆ นี้เป๊ะ ๆ เดาได้ไม่ยากนัก....







ความโดดเด่นและจุดที่ตัวเองชื่นชอบมาก ๆ ในนิยายเรื่องนี้
คือเรื่องราวความผูกพันและความสัมพันธ์ของสองพี่น้องฝาแฝดอย่างทีเกื้อกับเอื้อกานต์ค่ะ
อ่านแล้วชอบมากเวลาที่ทั้งสองสื่อสารกันทางจิต ทั้งแบบรู้ทันกัน เย้าแหย่กัน
กับถ้อยทีถ้อยอาศัย ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยนในหัวใจดี

อีกจุดที่ชื่นชอบก็คือเรื่องของการดำเนินเรื่องกับสำนวนภาษาที่ใช้ค่ะ...
การเล่าเรื่องทำได้ค่อนข้างกระชับฉับไวไม่เยิ่นเย้อ แม้จะย้อนไปย้อนมาอยู่บางช่วง
หากก็เป็นไปเพื่อบอกเล่าถึงเบื้องหลังของตัวละครหลัก ๆ กับปมสำคัญในอดีต

ผู้เขียนมีสำนวนภาษาที่สละสลวยลื่นไหลมาก ไม่ว่าจะบทบรรยายหรือบทสนทนา
ไม่ถึงขั้นซับซ้อนหรือลุ่มลึกจนต้องตีความ แต่ก็มีสำนวนโวหาร คารมคมคาย
เรียบง่ายทว่าหนักแน่นชัดเจน

ยกตัวอย่างเล็กๆ...

'ปีกรัตติกาลภายนอกโอบล้อมผู้คนและโลกไว้ด้วยความอบอุ่น
ทว่าปีกแห่งมัจจุราชกลับโบกสะบัด กระพือด้วยความเริงร่า
ดังต้องการจะบอกว่า...ความตาย...อยู่ใกล้เกินกว่าใครจะคาดคิด'


หรือจากข้อความตอนหนึ่ง จากบันทึกของคุณตาของทีเกื้อ...

"ข้าพเจ้าพบว่า...มีสิ่งหนึ่งอยู่เหนือวิชาคาถาอาคมเหล่านั้น
เป็นสิ่งง่ายๆธรรมดาที่ชาวพุทธทั่วไปรู้จัก แต่มักมองข้าม..
สิ่งนั้นคือ 'กรรมวิบาก' "


พบว่า...นิยายก็อ่านได้เพลินๆ แต่เวอร์ชั่นละครก็ดูสนุกตื่นเต้นดีค่ะ













Create Date : 04 กรกฎาคม 2560
Last Update : 4 กรกฎาคม 2560 15:52:20 น. 1 comments
Counter : 542 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ยังไม่มีโอกาสได้อ่านเล่มนี้เลย แต่ก็ติดตามละครอยู่เหมือนกัน ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ


โดย: ruennara วันที่: 5 กรกฎาคม 2560 เวลา:1:44:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 167 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~

~ตะวันไม่มีวันตกดิน/อาสดา~

~มณีแห่งนิรันดร์/อสิตา~

~มงกุฏอัคคี/อสิตา~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.