Actions speak louder than words. ปัญหามีไว้ให้แก้ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม
Group Blog
 
All Blogs
 
ความคืบหน้าของ "น้องเม่น" อดีตเด็กสมาธิสั้นและบกพร่องทางการเรียนรู้

สืบเนื่องจากกระทู้นี้
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=mae-nong-men&date=13-05-2011&group=1&gblog=11
เม่นพยายามสอบ IELTS อีกครั้ง
ครั้งนี้ฮึดมากทำคะแนนได้ถึง 7.5
ทางมหาวิทยาลัยตกลงรับ
ให้เม่นเข้าเรียน CAS course เป็นเวลา 8 เดือน
โดยมีข้อแม้ว่า คะแนนที่ได้ต้องไม่ต่ำกว่า 75%
ถึงจะรับเข้าเรียนต่อ MBA

ตอนแรกแม่กับพ่อตั้งใจจะไปเยี่ยมเพื่อนที่เยอรมัน
เพราะพ่อไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศไกลๆกับเค้าเลย
พอรู้ว่าเม่นต้องเรียน CAS Course
ประกอบกับเราทั้งคู่ลางานยาวไม่ได้
ไปแล้วจะไม่คุ้ม เลยเอาเงินมาส่งเม่นเรียนดีกว่า
เม่นต้องย้ายเมืองจาก Toronto ไปอยู่ที่ St.Catherine
โดยนั่งรถเมล์ไปหาที่อยู่เอง หาที่เรียนเอง
ซึ่งแม่นึกไม่ถึงว่าเม่นจะทำเองได้

เม่นแอบบอกแม่ว่าหาที่พักได้แล้วไม่ต้องเป็นห่วง
แม่ก็เบาใจ แต่เพื่อนแม่แิอบโทรมาบอกว่า
เม่นยังไม่ได้ที่พัก ต้องนังรถเมล์ข้ามเมืองไปกลับทุกวัน
เนื่องจากเอาเงินไปจ่ายเค้าช้า
เค้าเลยให้คนอื่นไปก่อน
แม่ก็สงสัยว่าแชทกับเม่นทำไมเม่นบ่นเหนื่อย
ทั้งๆที่บอกแม่ว่าพักอยู่ใกล้ยู
พอแม่รู้ความจริงรีบ Skype คุุยกับเม่น
เม่นบอกว่าได้ที่พักแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงเม่นเอาตัวรอดได้
แต่ประโยคที่ทำให้แม่น้ำตาไหลคือ
"ขอเม่นซื้อพัดลมได้มั้ยครับ"เพราะที่นี่ร้อนมาก
พี่เค้าแอบบอกแม่ว่าเม่นคงเลือกที่พักราคาถูก
เพื่อความประหยัดจึงไม่มีอะไรเลย
ใช้ห้องน้ำรวม อินเตอร์เน็ตก็ต้องไปใช้ที่ล็อบบี้
เม่นยอมลำบากเพราะกลัวพ่อกับแม่จะสิ้นเปลือง
แม่ต้องคอยเตือนเม่นว่าอย่าขี้เหนียวเกินความจำเป็น

เม่นตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่
แม่รู้ว่าสมองของเม่นอาจไม่ฉลาดเท่าคนอื่น
แต่เม่นมีความมานะ ความตั้งใจมากกว่าคนอื่นแน่นอน
บางครั้งแม่ก็แอบดีใจที่เม่นเป็น “เด็กพิเศษ”
เพราะการเป็นเด็กพิเศษนั้น
ทำให้เม่นเห็นคุณค่าของอะไรในชีวิตหลายอย่าง
ที่เด็กปกติมองข้ามไป
เม่นตระหนักและเข้าใจคำว่า “โอกาส”
เม่นรู้จัก “การให้” และ “การรับ”
เม่นรู้จักคำว่า “อดทน” และแน่นอน
เม่นมี “ความพยายาม” ในการ “สู้ชีวิต” มากกว่าเด็กทั่วไป
คุณค่าเหล่านี้เป็นเหมือนวิตามิน
และยาต้าน “อุปสรรค” ต่างๆที่เข้ามาในชีวิตเม่นได้เป็นอย่างดี

แม่เคยพูดเล่นกับเพื่อนบ่อยๆว่า
อยากให้ชีวิตเหมือนในหนังไทยจัง
แค่มีคำพูดว่า “สองปีผ่านไป” ตัวโตๆ
ลูกๆของแม่ก็จะเรียนจบทุกคน
แต่ในชีวิตจริงแม่ต้องนั่งลุ้นทุก shot
พี่หมีทำ Lab ไม่ผ่านสักที
เนื่องจากสารเคมีที่ใช้หายากมาก
แม่พยายามให้คนที่รู้จักในวงการเคมี
ช่วยหาทั้งในและนอกประเทศก็หาไม่ได้
เลยนั่งกังวลว่าหมีจะเรียนจบปริญญาเอก
ตามที่ตั้งใจไว้ภายในสองปีมั้ย

ส่วนเจ้ามด GPA ต่ำกว่า 2.00 จะติดโปร
และ 3ครั้ง ต้องโดนเชิญออก
มดได้รับเกียรติครั้งแรกตอนปี2เทอมสุดท้าย
แบบเฉียดฉิวคือ 1.99 เพราะอาจารย์
ใช้ค่า mean + SD
ทำให้พ่อกับแม่ต้องนั่งลุ้ต่ออีก 2 ปีว่าจะรอดมั้ย

สำหรับเม่นลงไป 5 วิชา
โดยเฉลี่ยต้องให้ได้ 75%ถึงจะได้เรียนต่อ
แม่นั่งลุ้นผลสอบด้วยความตื่นเต้น
ผลปรากฏว่า Match ที่คิดว่าจะได้ 90% ทำได้แค่ 85%
Marketing ได้ 70% OBHRได้ 77%,
Finance ได้68%, Management ได้ 61%
ซึ่งเมื่อรวมคะแนนแล้วไม่ถึงเกณฑ์
แม่ถามเม่นว่ายังอยากเรียนต่อมั้ย
ไหวรึเปล่า ถ้ามันหนักไปกลับบ้านเราก็ได้นะลูก
มาทำงานแล้วค่อยหาทางเรียนต่อที่เมืองไทยก็ได้

เม่นไปหาอาจารย์ที่ปรึกษา
และสรุปกับพ่อว่าเม่นจะสู้ต่อ
อาจารย์แนะนำให้ drop
วิชา Managementที่ได้ 61%
เก็บไว้เรียนตอน Spring
เกรดเฉลี่ยของเม่นก็จะอยู่ในเกณฑ์พอดี
แม่รู้ว่าเม่นสู้ยิบตา
แม้ว่าศักยภาพของเม่นจะสู้คนอื่นไม่ได้
แต่ความพยายามและความตั้งใจของเม่นนั้นมีมากมายเหลือเกิน
แม่เคยสอนเม่นว่าทำให้เต็มที่
เม่นก็สู้สุดกำลังและความสามารถที่เม่นมีจริงๆ
แม่บอกพ่อว่าในเมื่อลูกพร้อมที่จะสู้เราก็ลองดูกันต่อไปสักตั้ง

สู้ต่อไป ทาเกชิ 555555


Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 21 มิถุนายน 2555 12:17:31 น. 7 comments
Counter : 486 Pageviews.

 
โอ้ เรียนเมืองนอกเมืองนา ไม่ธรรมดาหนาคุณ
-----


โดย: sticker-dicut (เสี่ยวเฟย ) วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:45:18 น.  

 
น้องเม่น เก่งมั่กๆๆ สุดยอดค๊าบ


โดย: ray.amp IP: 172.21.233.63, 203.144.130.176 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:14:26:05 น.  

 
เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ คะ เราก้อเพิ่งรู้ว่าลูกเป็นสมาธิสั้นคะ ตอนนี้ใกล้ 5 ขวบแล้ว กำลังพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองกับลูกอยู่เหมือนกันคะ บางทีก้อไม่แน่ใจว่าเราทำแบบนี้กับลูกถูกต้องหรือเป่า เป็นผลดีไม่ดีแค่ไหน บางครั้งลูกก้อเป็นคนน่ารัก พูดให้ทำ ห้ามอะไรก้อเชื่อเรา แต่บางครั้ง ก้อทำเหมือนไม่ได้ยิน ไม่ได้ฟังจนเป็นเหตุอยู่เรื่อย ทำให้อารมณ์เสีย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม คงต้องไปคุยกับคุณหมอเยอะ ๆ มั้งคะ


โดย: แม่น้องเอิร์ธ IP: 125.24.179.73 วันที่: 3 มีนาคม 2555 เวลา:23:41:24 น.  

 
เข้ามาเยี่ยมชมครับ ^^


โดย: Sahassa วันที่: 18 มีนาคม 2555 เวลา:6:18:35 น.  

 
สวัสดีคะคุณแม่น้องเม่น คนเก่งสุดยอดคุณแม่จริงๆคะ

คือลูกชายที่บ้านอายุได้6ขวบกว่ากำลังเข้าเรียนป1 เพิ่งทราบคะว่าเป็นสมาธิสั้น
จึงได้พยายามหาข้อมูล และพยายามควบคุมอารมณ์ตนเองให้ได้แต่ก็เครียดมากมายจรืงๆคะ

ขอปรึกษาคุณแม่น้องเม่นหน่อยได้มั้ยคะ
1 น้องเรียนป1 ที่กรุงเทพคริสเตียน. ซึ่งมารู้ว่าน้องเป็นสมาธิสั้นหลังจากเข้าเรียนsummer แล้ว. ควรจะย้ายโรงเรียนหรือไม่คะน้องต้องทานยาตอนกลางวันไม่รู้คุณครูจะคอยดูแลให้หรือเปล่า น้องเม่นทานยาแบบไหนทานถึงเมื่อไรคะ
2 คุณแม่มีตัวอย่างตารางเวลาสำหรับฝึกน้องมั้ยคะ (แม่เองมีลูกชายคนเล็ก4ขวบ ซึ่งก็ป่วนพอควร)
3 ให้น้องดูการ์ตูนและเล่นเกมได้หรือเปล่าคะ
4 ช่วงนี้พอหลัง4โมงเหมือนยาหมดฤทธิ์คุณลูกชายก็คึกคะนอง
5คุณแม่พาน้องเม่นไปเที่ยวไหนบ้างหรือเปล่าคะ
6 ตอนหาหมอบ่อยมั้ยคะ คชจครั้งต่อๆไป แพงมั้ยคะ

ขอโทษนะคะที่ถามเยอะ พยายามมากมายที่ตะไม่เครียด ยอมรับและนับถือคุณแม่น้องเม่นมากมากเลยคะเก่งเก่งมาก

ขอบคุณนะคะ
2


โดย: Mama IP: 101.51.234.168 วันที่: 21 เมษายน 2555 เวลา:22:22:30 น.  

 
ตอบคำถามจากประสพการณ์นะคะ
1. เม่นเรียนที่อัสสัมชัญค่ะ และทานยาเหมือนกัน คุณครูก็ดูแลอย่างดี ปัจจุบัน 6 เปอร์เซ็นต์ของเด็กวัยเรียนเป็นโรคนี้ ครูคงเข้าใจค่ะ เม่นกินยา Ritalinค่ะไม่งั้นป่วนทั้งห้องเรียนไม่ได้ ต้องให้คุณหมออกจม.แจ้งคุณครูทุกปีค่ะ

2.ตารางเวลาไม่ตายตัวค่ะเพราะมีลูก 3คน อาศัยพ่อ แม่พี่หมี น้องมด ใครว่างก็ช่วยๆกันไป

3.การ์ตูนกับเกมส์ไม่ควรให้เยอะค่ะ เปลี่ยนเป็นดนตรีกับศิลปะจะดีกว่า

4.ถ้านอกเวลาเรียนปล่อยให้เค้าออกฤทธิ์ไปเหอะค่ะ ไม่ก็พาไปเล่นกีฬาจะช่วยได้

5.เสาร์-อาทิตย์เดินห้าง ปิดเทอมส่วนใหญ่ไปทะเลค่ะ

6.หาหมอเดือนละครั้งค่ะ รวมค่ายาก็พันกว่าบาท


โดย: แม่น้องเม่น วันที่: 25 เมษายน 2555 เวลา:8:56:25 น.  

 
อ่านแล้วก็ลุ้นไปด้วยค่ะ แต่เชื่อว่าทุกๆคนคงผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ



โดย: แม่น้องปัณ IP: 203.113.0.205 วันที่: 29 มิถุนายน 2555 เวลา:9:45:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่น้องเม่น
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Friends' blogs
[Add แม่น้องเม่น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.