All Blog
3

One day trip in
HKK.


19/3/53


ผอ.ถามความสมัครใจของฉัน
เนื่องจากในวันพรุ่งนี้มีเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปเก็บข้อมูลเสือในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
แล้วคุณผอ.ก็อยากให้ฉันไปด้วย ฉันตอบอย่างไม่ลังเล
เพราะนี่คือโอกาสครั้งสำคัญสำหรับฉันเลยทีเดียว เนื่องจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นเขตห้ามล่าไม่ใช่อุทยานแห่งชาติที่ใครๆก็จะสามารถเข้าไปง่ายๆ
และถึงแม้จะได้เข้าไปก็มิได้หมายความว่าจะไปยังที่ๆฉันกำลังจะไป
เพราะในส่วนนี้จะไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเลย
อุปกรณ์ทุกอย่างจึงถูกเตรียมพร้อมในเย็นวันนั้น


20/3/53


8.00 น. คือเวลานัดหมาย ฉันมีนัดกันพี่คนหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญ
ชำนาญ(เป็นพิเศษ)สำหรับเส้นทางในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
เราเดินทางไปสมทบกับพี่อีกคนรวมเป็น
4 คนและมุ่งหน้าสู่ อ.ลานสัก


จ.อุทัยธานี


10.30 น. เราเดินทางถึง อ.ลานสัก เป็นครั้งแรกที่ฉันได้มาที่นี่
ระหว่างทางจาก จ.นครสวรรค์มาสู่ อ.ลานสัก (จ.อุทัยธานี) มีทุ่งนามากมาย
แต่เมื่อเข้าสู่เขตอำเภอกลับพบว่ามีภูเขาและป่าไม้จำนวนมาก
จากการประเมินด้วยสายตาคาดว่า
อ.ลานสักดูเหมือนจะเคยเป็นเมืองที่มีความสำคัญมากในอดีต สังเกตจากบ้านเรือน
ร้านค้า และโรงภาพยนตร์ ซึ่งตอนนี้ได้ปิดตัวไปหมดแล้ว
ฉันถามจากผู้ร่วมเดินทางของฉันก็ได้พบกับคำตอบที่ว่า แต่ก่อน
อ.ลานสักนั้นเจริญรุ่งเรืองมากเพราะสัมปทานป่าไม้
เป็นเมืองที่มีผู้คนมากมายเข้ามาอาศัยทำการค้าและธุรกิจอื่นๆ ความเจริญก็เข้าสู่
อ.ลานสักอย่างไม่ขาดสาย แต่เมื่อสัมปทานป่าไม้หมดลง อ.ลานสักก็เงียบสงบลงเช่นเดิม
เมื่อเราซื้อของใช้ที่จำเป็นแล้วเราก็เดินทางต่อไปอีก
14 กม.ก็จะพบกับทางเลี้ยวเข้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
เมื่อเลี้ยวเข้าไปจากถนนลาดยางก็กลายเป็นถนนลูกรัง
ข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม่นานาพรรณ บางช่วงมีการเผาเพื่อทำแนวกันไฟในช่วงฤดูร้อน
มีชาวบ้าน
2-3 คนเดินมาเก็บฟืนเพื่อนำไปขาย เลี้ยวเข้าไปไม่ไกลฉันได้พบกับวัวแดง
เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นวัวแดงตัวเป็นๆนอกจากการดูรูปจากหนังสือ
ฉันตื่นเต้นกว่าใครๆ(เพราะคนอื่นๆเห็นกันเป็นประจำอยู่แล้ว)
เมื่อผ่านด่านตรวจเราก็ไปที่ครัวริมธารเพื่อหวังจะกินข้าว
แต่แล้วโชคก็ไม่เข้าข้างเมื่อเราพบกับความว่างเปล่า ร้านปิด
โชคยังดีที่สามารถโทรติดต่อให้คนอื่นซื้อข้าวกล่องเข้ามาให้ได้
เมื่อกินข้าวเสร็จฉันเดินสำรวจรอบๆก็พบกับบ้านพักและรูปปั้นของ สืบ นาคะเสถียร
ฉันแวะอ่านประวัติและคติข้อคิดเตือนใจหลายๆอย่างจากนั้นก็บันทึกการมาเยี่ยม
ฉันรู้สึกทึ่งหลายอย่างในตัวท่าน น่าดีใจและเสียใจกับประเทศไทยในคราวเดียวกัน
น่าดีใจที่ครั้งหนึ่งยังมีคนที่เสียสละเพื่อคนอื่นได้มากมายขนาดนี้
และเสียใจที่ประเทศไทยมองไม่เห็นคุณค่าขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ หลังจากนั้น
,,,


13.30 น. เราเดินทางด้วยรถโฟร์วิวเพื่อเข้าสู่หน่วยลาดตระเวน
หน่วยแรกที่เราจะได้เจอคือหน่วยกะปุกกะเปียง
จากนั้นเราก็เดินทางต่อเพื่อไปที่หน่วยยางแดง ระหว่างทางมีการ
lecture
เล็กๆน้อยๆสำหรับคนที่รู้เรื่องป่าน้อยๆอย่างฉัน ฉันได้รู้จักเรื่องป่ามากขึ้นไม่ว่าจะเป็นป่าผลัดใบหรือป่าไม่ผลัดใบ
ป่าเบญจพรรณ (พี่เค้าบอกว่าจะมีต้นไผ่เยอะๆ) ป่าดงดิบ (ดิบแล้ง ดิบชื้น ดิบเขา)
ฯลฯ นอกจากนี้ฉันก็ได้เห็นเพื่อนร่วมโลกตัวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น แย้ เก้ง กวาง
นกขุนแผน ไก่ป่า และที่สำคัญ ฉันได้พบกับค่างแว่น (ที่หาดูได้ยาก
แม้จะเข้าไปหลายครั้งแต่บางคนคนก็จะไม่ได้เจอ) และยังพบกับรอยเท้าเสือ
(ดูจากขนาดคาดว่าจะเป็นลูกเสือโคร่ง) อีกด้วย
ในบางช่วงที่เป็นป่าดิบฉันได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด
แต่ในบางช่วงก็ต้องปิดกระจกรถเพราะความแห้งแล้งเป็นเหตุทำให้ฝุ่นคลุ้งมาก เราข้ามลำห้วยเล็กๆเป็นช่วงๆแสดงว่าความแห้งแล้งที่เราพบยังพอที่จะให้สัตว์อาศัยอยู่ได้
เราพบโป่งดิน และพบรอยวัวแดง (โป่งคือธาตุอาหารทางธรรมชาติของสัตว์กินพืช
เนื่องจากมีแร่ธาตุจำพวกแคลเซียมอยู่
ซึ่งสัตว์กินเนื้อเช่นเสือจะได้รับแคลเซียมจากกระดูกของเหยื่อ แต่สัตว์กินพืชก็จะได้รับแคลเซียมจากการมากินโป่ง
โป่งมี
2 ชนิด คือโป่งดินและโป่งน้ำ)
เดินทางต่อไปอีกหน่อยก็พบทีมงานเดินเท้าอีก
2 กลุ่ม เราจอดรับและเดินทางมุ่งหน้าไปยังจุดมุ่งหมายเดียวกัน
เราเดินทางถึงหน่วยยางแดงเวลาประมาณ
16.00 น. ทุกคนเคลียร์พื้นที่โดยรอบเพื่อตั้งเต้นท์นอนและสำรวจแหล่งน้ำ


ฉันเพิ่งเข้าใจความหมายของคำว่านักอนุรักษ์
ทุกคนเดินทางมาที่นี่เพื่อทำงานด้านอนุรักษ์อย่างแท้จริง
บางคนมาเพื่อใส่ปลอกคอติดตามตัวเสือ (
collar) บางคนมาเพื่อการวางตาข่ายดูพื้นที่อนุรักษ์
และอีกหลายๆหน้าที่แตกต่างกันออกไป พวกเขาไม่รู้หรอกว่ามันเป็นงานที่มีอันตรายอยู่รอบๆตัวจากสัตว์โดยเฉพาะช้าง(ช้างป่านับว่าอันตรายมากที่สุดในป่า
มากกว่าเสือเสียด้วยซ้ำ) จากภัยธรรมชาติ(ในคืนนั้นเกิดพายุฤดูร้อน)
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากมนุษย์
ชนกลุ่มน้อยต่างๆที่รับจ้างจากนายทุนเพื่อล่าสัตว์ป่า ถึงแม้จะมีหน่วยลาดตระเวน
19 หน่วยแล้วก็ตาม
แต่ก็ไม่เพียงพอกับพื้นที่รับผิดชอบ
เนื่องจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมีพื้นที่กว้างครอบคลุม
6 อำเภอ ใน 3 จังหวัด
และมีเมื่อมีการเข้าไปจับกุมก็จะมีการต่อสู้ขัดขืนมีผลต่อชีวิต
ซึ่งเราก็พบกับคำว่าสูญเสียบ่อยครั้ง แต่สำหรับนักอนุรักษ์ทั้งหลายแล้วพวกเขาจะมองข้ามตรงจุดนั้น
พวกเขามองเห็นแค่เพียงว่าทำอย่างไรที่พวกเขาจะรักษาผืนป่าแห่งนี้ให้เป็นมรดกทางธรรมชาติของแผ่นดิน
ที่องค์การ
UNESCO ได้ประกาศให้เป็นผืนป่าที่มีความสมบูรณ์และมีความหลายหลายทางธรรมชาติที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกต่อไป


คำพูดที่ว่า
ถ้ารู้จักคำว่ารักษา ก็จะไม่รู้จักกับคำว่าสูญเสีย
ยังสามารถใช้ได้ดีและใช้ได้จริงในทุกชีวิตใน...ห้วยขาแข้ง







Free TextEditor



Create Date : 25 เมษายน 2553
Last Update : 25 เมษายน 2553 10:10:32 น.
Counter : 164 Pageviews.

2 comments
  
โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:10:23:55 น.
  
ชอบคำพูดสุดท้ายจังครับ

ถ้ารู้จักคำว่ารักษา ก็จะไม่รู้จักกับคำว่าสูญเสีย
โดย: Don't try this at home. วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:11:07:29 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

LP-BKK-HYD
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]